Author: Cam Thuy Nguyen
ประโยคอดีตกาลต่อเนื่อง – Past Continuous เป็นหนึ่งในกาลพื้นฐานในภาษาอังกฤษที่คุณจำเป็นต้องรู้เมื่อเรียนภาษาอังกฤษ บทความนี้จะให้ความรู้อย่างครบถ้วนเกี่ยวกับ Past Continuous Tense รวมถึงแนวคิด โครงสร้างประโยค สัญญาณการรับรู้ การใช้งาน และแบบฝึกหัดเพื่อให้ใช้โครงสร้างได้คล่องขึ้น มาดูกันเลย!

นิยาม
Past Continuous คือ Tense ที่อธิบายถึงการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต
Past Continuous Tense ตัวอย่างประโยค:
Yesterday at 7pm I was having dinner.
(เมื่อวานนี้ เวลา 1 ทุ่ม ฉันกำลังรับประทานอาหารเย็น)

>>> อ่านเพิ่มเติม:
โครงสร้าง Past Continuous Tense

Past Continuous Tense โครงสร้างประโยคบอกเล่า
| S+ was/ were + V-ing + … (be) |
หมายเหตุ:
| Subject | be ที่สอดคล้องกัน |
|---|---|
| I/ He/ She/ It/ My mother/ His cat/… | was |
| We/ You/ They/ My parents/ Those employees | were |
เข้าใจและใช้ Future Tense ในการพูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้อย่างถูกต้องและคล่องแคล่ว
Future Continuous Tense: โครงสร้างและหลักการใช้งาน
ประโยคอนาคตกาล ( Future Simple Tense ): โครงสร้างและแบบฝึกหัด
อนาคตกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง (Future Perfect Continuous Tense)
was were ใช้ยังไง และเคล็ดลับในการแยกแยะออกจาก Did
ตัวอย่าง:
- When he came, I was cooking lunch. (ตอนที่เขามาถึงฉันกำลังทำอาหารกลางวันอยู่)
- That customer called while we were discussing the new project. (ลูกค้าคนนั้นโทรมาตอนที่เรากำลังคุยเรื่องโครงการใหม่)

Past Continuous Tense โครงสร้างประโยคปฏิเสธ
| S + was/ were + not + V-ing + … (be) |
*หมายเหตุ:
- was not= wasn’t
- were not= weren’t
ตัวอย่าง:
- He wasn’t having coffee with me this time yesterday. (เมื่อวานนี้เขาไม่ได้ดื่มกาแฟกับฉันเวลานี้)
- When I got to the office, they weren’t talking about the new product. (เมื่อฉันไปถึงที่ทำงาน พวกเขาไม่ได้พูดถึงผลิตภัณฑ์ใหม่)

Past Continuous Tense โครงสร้างประโยคคำถาม
คำถาม Yes-No
| Was/ Were + S+ V-ing + …? (be) Yes, S + was/ were. No, S + wasn’t/ weren’t. |
ตัวอย่างประโยค Past Continuous Tense:
Was our daughter playing in the garden when you got home?
(เมื่อคุณกลับถึงบ้านลูกสาวของเราเล่นอยู่ในสวนหรือเปล่า?)
➥ Yes, she was (ใช่เธอเล่นอยู่)
Were you working when I called you?
(เมื่อฉันโทรหาคุณ คุณทำงานอยู่หรือเปล่า?)
➥ No, I wasn’t (ไม่นะ ฉันไม่ได้ทำ)
เข้าใจและใช้ Past Tense อย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติ
วิธีใช้ Past Perfect Tense (กาลอดีตก่อนหน้า) ที่เข้าใจง่ายที่สุด
คำถาม Wh-
❖ คำถามไม่ใช่ Subject
| What/ Where/ When/ Why/ How/ Who(m) + was/ were + (not) + S + V-ing + …? (be) |
ตัวอย่าง:
What were the employees doing when the boss came?
(เมื่อเจ้านายมาพนักงานกำลังทำอะไร?)
Where was she hiding while the bad guy was looking for her?
เธอซ่อนตัวอยู่ที่ไหนขณะที่คนร้ายกำลังตามหาเธอ?)
Why weren’t you doing homework when we got home?
(เมื่อเรากลับถึงบ้านทำไมลูกไม่ทำการบ้าน ?)
❖ คำถามคือ Subject
| What/ Who + was + V-ing + …? (be) |
ตัวอย่าง:
- What was happening when the plane landed? (เมื่อเครื่องบินลงจอดเกิดอะไรขึ้น?)
- Who was singing while we were sleeping last night? (เมื่อคืนนี้ใครร้องเพลงในขณะที่เรากำลังนอนหลับ?)

หลักการใช้ Past Continuous Tense
เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงในอดีต
ใช้ในประโยคความเดียวเพื่อแสดงการกระทำที่ (ไม่ได้) กำลังดำเนินอยู่ ณ เวลาหนึ่ง (แสดงด้วยวลี) ในอดีต
ในกรณีนี้จะมีวลีในประโยคที่ระบุถึงช่วงเวลาในอดีตที่การกระทำ (ไม่ได้) ดำเนินไปไม่สิ้นสุด ตัวอย่าง: at 9am/ 7pm/… yesterday, this time yesterday, v.v.
ตัวอย่าง:
- This time last week, we were flying to Singapore.(เวลานี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เรากำลังบินไปสิงคโปร์)
- That employee wasn’t writing a report at 9:30 this morning. (เมื่อเช้านี้เวลา 9:30 น. พนักงานคนนั้นไม่ได้เขียนรายงาน)
>>> อ่านเพิ่มเติม: AM PM คือะไร? วิธีใช้ในภาษาอังกฤษ
เหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีต แล้วมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเข้ามาแทรก
ใช้ในประโยคความซ้อนที่ใช้ Past Simple เพื่ออธิบายการกระทำที่ (ไม่ได้) กำลังดำเนินอยู่เมื่อมีการกระทำอื่นเกิดขึ้นหรือขัดจังหวะในอดีต
ประโยคทั้งสองจะเชื่อมต่อกันตามสูตร 4 สูตรต่อไปนี้:
| When + Past Simple Clause + , + Past Continuous Clause | When the teacher came in, the students were talking noisily.(นักเรียนกำลังคุยกันเสียงดังเมื่ออาจารย์เข้ามา) |
| Past Continuous Clause + when + Past Simple Clause | The students were talking noisily when the teacher came in.(นักเรียนกำลังคุยกันเสียงดังเมื่อครูเข้ามา) |
| While + Past Continuous Clause + , + Past Simple Clause | While the students were talking noisily, the teacher came in.(ขณะที่นักเรียนคุยกันเสียงดัง ครูก็เข้ามา) |
| Past Simple Clause + while + Past Continuous Clause | The teacher came in while the students were talking noisily.(ครูเข้ามาในขณะที่นักเรียนกำลังคุยกันเสียงดัง) |
เหตุการณ์สองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในอดีต
ใช้อนุประโยคทั้งสองของประโยคความซ้อนเพื่ออธิบายการกระทำ 2 อย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันในอดีต
ประโยคทั้งสองจะเชื่อมต่อกันตาม 2 สูตรต่อไปนี้:
| While + Past Continuous Clause 1 + , + Past Continuous Clause 2. | While the children were playing, we were singing karaoke. → ขณะที่เด็กๆ เล่นกัน เราก็กำลังร้องเพลงคาราโอเกะ |
| Past Simple Clause + while + Past Continuous Clause | We were singing karaoke while the children were playing. → เรากำลังร้องเพลงคาราโอเกะในขณะที่เด็กๆ กำลังเล่นกัน |
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในอดีต ซึ่งทำให้ผู้อื่นรู้สึกรำคาญ
ใช้กับคำวิเศษณ์ (วลีวิเศษณ์) เพื่ออธิบายความถี่สูงเพื่อแสดงนิสัย (ไม่ดี) หรือการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกในอดีตและทำให้ผู้พูดรำคาญ
คำวิเศษณ์ (วลีวิเศษณ์) บอกความถี่สูงทั่วไปบางคำ ได้แก่: always (เสมอ), usually (บ่อย), constantly (ต่อเนื่อง/บ่อย), all the time (ตลอดเวลา) เป็นต้น
ตัวอย่าง:
- When he was a kid, he was talking in class all the time. (ตอนเด็กๆ เขามักพูดคุยในห้องเรียนตลอดเวลา)
- When they first moved to this company, they were constantly missing deadlines. (ตอนที่พวกเขาเพิ่งย้ายมาทำงานที่บริษัทนี้ พวกเขามักจะส่งงานไม่ทันกำหนดอยู่เสมอ)
การบรรยายถึงการเปลี่ยนแปลงหรือการพัฒนา
ใช้เพื่อบรรยายถึงการเปลี่ยนแปลง ความก้าวหน้า หรือการพัฒนาของบุคคล สิ่งของ หรือสถานการณ์ตามกาลเวลา มักใช้ร่วมกับคำกริยา เช่น change, develop, grow, improve, increase, decrease, become และคำระบุเวลา (over time, gradually, recently, in recent years…).
ตัวอย่าง:
- The company was gradually improving its products during that period. (ในช่วงเวลานั้น บริษัทได้ค่อยๆ ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของตนอย่างต่อเนื่อง)
- The city was growing rapidly while new industries were developing. (เมืองนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ๆ)

เข้าใจและใช้ Present Tense ในการสื่อสารประจำวันได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ
Present Perfect Continuous Tense โครงสร้าง ตัวอย่าง และแบบฝึกหัดพร้อมคำตอบ
สัญญาณเพื่อรับรู้ Past Continuous
เพื่อระบุ Past Continuous Tense คุณสามารถสังเกตได้จากเครื่องหมายหรือคำสัญญาณ (Signal words) ดังต่อไปนี้:
- มีคำวิเศษณ์บอกเวลาในอดีตที่เน้นย้ำถึงจุดเวลาหรือช่วงเวลาที่แน่นอน เช่น: at that time, at this time, in the past, yesterday, last night / week / month / year…
- ปรากฏในประโยคที่มีคำสันธาน while และในบางกรณีใช้ร่วมกับ when เพื่อบรรยายถึงสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขนานกัน หรือเหตุการณ์หนึ่งกำลังดำเนินอยู่แล้วมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเข้ามาแทรก
- มีคำกริยาช่วย “was / were” วางหน้าคำกริยาหลักที่เติม -ing (V-ing)
ตัวอย่าง:
- At this time last week, we were playing soccer on the beach. (ในเวลานี้ของสัปดาห์ที่แล้ว พวกเรากำลังเล่นฟุตบอลกันอยู่ที่ชายหาด)
- Sue was swimming at 10 a.m. yesterday morning. (เมื่อวานนี้ซูกำลังว่ายน้ำตอน 10 โมงเช้า)
- I wasn’t paying attention while I was writing the letter, so I made several mistakes.(ฉันไม่ได้ตั้งใจเขียนจดหมาย จึงทำผิดพลาดไปหลายจุด)

ความแตกต่างระหว่างการใช้ When, While, As
| คำเชื่อม | วิธีใช้ | โครงสร้างที่พบบ่อย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| When | ใช้เมื่อมีเหตุการณ์หนึ่งกำลังดำเนินอยู่ในอดีต แล้วมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเข้ามาแทรก หรือเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน (เน้นย้ำจุดเวลา) | When + S + was/were + V-ing, S + was/were + V-ing | When I was studying, she was watching TV.(ในขณะที่ฉันกำลังเรียนหนังสือ เธอก็กำลังดูทีวีอยู่) |
| While | ใช้เมื่อสองเหตุการณ์กำลังดำเนินไปพร้อม ๆ กัน หรือขนานกันในอดีต | While + S + was/were + V-ing, S + was/were + V-ing | While I was cooking, my brother was cleaning the house. (ในขณะที่ฉันกำลังทำอาหาร พี่ชายของฉันกำลังทำความสะอาดบ้าน) |
| As | ใช้เมื่อสองเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกันและดำเนินไปขนานกัน (มักใช้ในภาษาเขียนหรือระดับที่เป็นทางการ) ในอดีต | As + S + was/were + V-ing, S + was/were + V-ing | As the sun was rising, people were starting their day. (ในขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังขึ้น ผู้คนก็กำลังเริ่มต้นวันใหม่) |

>>> อ่านเพิ่มเติม: Conjunction (คําเชื่อม ภาษาอังกฤษ) คืออะไร? กฎการใช้งานและตัวอย่าง
โครงสร้างประโยคถูกกระทำ (Passive Voice) ใน Past Continuous Tense
ประโยคถูกกระทำใน Past Continuous Tense ใช้เพื่อบรรยายถึงเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต โดยเน้นย้ำไปที่ “ผู้ถูกกระทำ” มากกว่า “ผู้กระทำ”
| รูปแบบประโยค | โครงสร้าง Passive Voice | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| บอกเล่า | S + was / were + being + V³/V-ed | The house was being built at that time.(บ้านหลังนั้นกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างในเวลานั้น) |
| ปฏิเสธ | S + was / were not + being + V³/V-ed | The report wasn’t being prepared when I arrived.(ตอนที่ผมมาถึงนั้น ยังไม่มีการจัดทำรายงานแต่อย่างใด) |
| คำถาม | Was / Were + S + being + V³/V-ed? | Was the road being repaired yesterday afternoon?(เมื่อบ่ายวานนี้มีการซ่อมแซมถนนอยู่หรือเปล่า?) |
กฎการเติม -ing และคำกริยาที่ไม่ใช้ในรูป Continuous
กฎการเติมท้ายด้วย -ing
เนื่องจากเป็นรูปแบบ “Continuous” คำกริยาจึงต้องผันในรูป V-ing ดังนี้:
| ประเภทกฎ | วิธีเปลี่ยน | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| คำกริยาที่ลงท้ายด้วย -e | ตัด -e ออกแล้วเติม -ing | live → living have → having |
| คำกริยาที่ลงท้ายด้วย -ie | เปลี่ยน -ie เป็น -y แล้วเติม -ing | tie → tying lie → lying |
| คำกริยา 1 พยางค์ ที่ลงท้ายด้วย สระ + พยัญชนะ | เพิ่มพยัญชนะตัวท้ายอีกหนึ่งตัวแล้วเติม -ing | win → winning cut → cutting |

คำกริยาสภาวะ (Stative Verbs) ที่ไม่ใช้ใน Past Continuous Tense
ในภาษาอังกฤษโดยทั่วไป มีคำกริยาบางกลุ่มที่สามารถใช้ได้เฉพาะในรูปฐาน (Infinitive) เท่านั้น และไม่สามารถนำมาผันในรูป V-ing ได้ ลักษณะของคำกริยากลุ่มนี้ใช้เพื่อระบุถึง:
- การรับรู้ผ่านประสาทสัมผัส: hear, see, taste,…
- ความชอบหรือความรู้สึก: hate, like, wish,…
- สภาวะหรือลักษณะ: seem, appear, sound,…
- การรับรู้และความเข้าใจ: understand, believe, know,…
- ความเป็นเจ้าของ: belong, contain, posses,…

ตัวอย่างประโยค past continuous tense 20 ประโยค
1. ใช้เพื่อบรรยายถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงในอดีต
- At 8 p.m. last Friday, she was performing at the Big Theater. (เมื่อวันศุกร์ที่แล้วตอนเวลา 20.00 น. เธอกำลังทำการแสดงอยู่ที่โรงละคร Big)
- This time last week, my younger sister was preparing for her final exams. (ในช่วงเวลานี้ของสัปดาห์ที่แล้ว น้องสาวของฉันกำลังเตรียมตัวสำหรับการสอบปลายภาค)
- At 10 last night, they were singing at a karaoke bar. (เมื่อคืนนี้ตอน 4 ทุ่ม พวกเขากำลังร้องเพลงกันอยู่ที่ร้านคาราโอเกะ)
- At 6 a.m. yesterday, I was jogging in the park. (เมื่อวานนี้ตอน 6 โมงเช้า ฉันกำลังวิ่งจ็อกกิ้งอยู่ในสวนสาธารณะ)
2. เหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีต แล้วมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเข้ามาแทรก (When + Past Simple)
- The children were playing in the garden when it started raining. (พวกเด็ก ๆ กำลังเล่นอยู่ในสวน ตอนที่ฝนเริ่มตก)
- When our parents got home, we were cooking dinner. (ตอนที่พ่อแม่กลับมาถึงบ้าน พวกเรากำลังทำมื้อค่ำกันอยู่)
- She was watching TV when the phone rang. (เธอกำลังดูทีวีอยู่ ตอนที่โทรศัพท์ดังขึ้น)
- I was studying when my friend came over. (ฉันกำลังเรียนหนังสืออยู่ ตอนที่เพื่อนแวะมาหา)
3. เหตุการณ์สองเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินไปขนานกันในอดีต (While + Past Continuous)
- We were sweeping the floor while our parents were moving the furniture. (พวกเรากำลังกวาดพื้น ในขณะที่พ่อแม่กำลังย้ายเฟอร์นิเจอร์)
- While my cat was sleeping by the window, my dog was playing with the ball. (ในขณะที่แมวของฉันกำลังนอนหลับอยู่ข้างหน้าต่าง สุนัขของฉันก็กำลังเล่นลูกบอลอยู่)
- She was reading while he was listening to music. (เธอกำลังอ่านหนังสือ ในขณะที่เขากำลังฟังเพลง)
- They were discussing plans while we were taking notes. (พวกเขากำลังหารือเกี่ยวกับแผนการ ในขณะที่พวกเรากำลังจดบันทึก)
4. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในอดีต ซึ่งทำให้ผู้อื่นรู้สึกรำคาญ
- He was always interrupting me while I was speaking. (เขามักจะขัดจังหวะฉันในขณะที่ฉันกำลังพูดเสมอ ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกรำคาญมาก)
- She was constantly complaining about her job last year. (เธอเอาแต่บ่นเกี่ยวกับงานของเธอเมื่อปีที่แล้วอย่างต่อเนื่อง)
- They were forever making noise during the meeting. (พวกเขาส่งเสียงดังรบกวนตลอดเวลาในระหว่างการประชุม ทำให้คนอื่นรู้สึกไม่พอใจ)
5. การบรรยายถึงการเปลี่ยนแปลงหรือการพัฒนา
- The weather was getting colder as the night went on. (เมื่อเวลาผ่านไปในคืนนั้นอากาศกำลังค่อย ๆ หนาวลง)
- Her English was improving while she was studying abroad. (ขณะที่เธอศึกษาอยู่ต่างประเทศภาษาอังกฤษของเธอกำลังพัฒนาขึ้นใน)
- The company was expanding rapidly during that period. (ในช่วงเวลานั้นบริษัทกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว)
- Traffic was becoming heavier as more people were leaving work. (การจราจรกำลังหนาแน่นขึ้นเนื่องจากมีคนเลิกงานมากขึ้น)
คุณรู้หรือยังว่า have has ใช้ยังไง ในแต่ละ tense? มาลองอ่านบทความนี้เพื่อเข้าใจโครงสร้างและวิธีใช้อย่างถูกต้องในแต่ละกรณี
การแยกแยะ Past Simple และ Past Continuous
ความคล้ายคลึงกัน: ใช้พูดถึงอดีต
ความแตกต่าง:
| Past Continuous | Past Simple | |
|---|---|---|
| ฟังก์ชั่น | อธิบายการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่หรือนิสัยที่น่ารำคาญในอดีต | อธิบายการกระทำที่เสร็จสิ้นแล้วในอดีต |
| สัญญาณการสังเกต | มักใช้ร่วมกับ: at that time, this time yesterday/last week, while, when (ใช้บรรยายเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่), โครงสร้าง was/were + V-ing | มักใช้ร่วมกับ: yesterday, last night/week/month, ago, in + ปีในอดีต, when (ใช้บรรยายเหตุการณ์สั้น ๆ ที่เข้ามาแทรก), กริยาช่อง 2 (V.2) |
| ตัวอย่าง | This time yesterday, I was buying some food at the supermarket.(เมื่อวานเวลานี้ ฉันกำลังซื้ออาหารที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต)When he was young, he was always buying a lot after getting his salary.(ตอนเด็กเขามักจะซื้อของมากมายหลังจากได้รับเงินเดือน) | Last week, I bought a new phone. (อาทิตย์ที่แล้วฉันซื้อโทรศัพท์ใหม่) |
แบบฝึกหัด Past Continuous Tense
แบบฝึกหัดที่ 1. ใส่คำกริยาในวงเล็บลงใน Past Continuous
1. Andrew and I_____________ (watch) a movie at 10:15 last night.
2. Their mother_____________ (water) the flowers while they_____________ (collect) the leaves.
3. When that customer called, we_____________ (talk) about the problem.
4. We_____________ (buy) some food at the market when that accident happened.
5. Our manager_____________ (talk) to a new customer when I entered the store.
6. While our children were sweeping the floor, we_____________ (wash) the dishes.
7. This time last weekend, we_____________ (build) sand castles at the beach.
คำตอบ:
1. were watching
2. was watering- were collecting
3. were talking
4. were buying
5. was talking
6. were washing
7. were building
แบบฝึกหัดที่ 2. จัดเรียงคำ (วลี) ใหม่เพื่อสร้างประโยคที่ถูกต้อง
1. was/ at 6:30 this morning/ my younger brother/ doing exercise/ .
2. were/ you came/ , /when/ watching a movie/ we/ .
3. while/ her husband/ her daughter/ was playing with the doll/ was moving the furniture/ .
4. presenting their idea/ entered the meeting/ they/ I/ when/ were/ .
5. was flying / to Singapore / my aunt / this time last week / .
คำตอบ:
1. My younger brother was doing exercise at 6:30 this morning.
2. When you came, we were watching a movie.
3. Her husband was moving the furniture while her daughter was playing with the phone.
4. They were presenting their idea when I entered the meeting.
5. My aunt was flying to Singapore this time last week.
แบบฝึกหัดที่ 3. ค้นหาข้อผิดพลาด 1 ข้อในแต่ละประโยคด้านล่างและแก้ไขให้ถูกต้อง
1. Manny and I was skipping class all the time when we were young.
2. My sisters was walking to school when that accident happened.
3. The kid were playing soccer when it started to rain.
4. I was washing the clothes when my brother was sweeping the floor.
5. While she called, we were doing our homework.
คำตอบ:
1. was skipping → were skipping
2. was walking → were walking
3. were playing → was playing
4. when → while
5. While → When
แบบฝึกหัดที่ 4. ใส่กริยาในวงเล็บลงใน Past Continuous หรือ Past Simple
1. Last month, we_____________ (buy) a new TV.
2. This time yesterday, we_____________ (buy) a new TV at the mall.
3. When our teacher_____________ (enter) the classroom, we_____________ (play) a game.
4. They_____________ (not discuss) the problem when we_____________ (call).
5. Our mother_____________ (work) on his computer while our father_____________ (read) a book.
6. While Sarah_____________ (look) for her cat, she_____________ (find) a dog.
7. This time last year, we_____________ (study) in Australia.
คำตอบ:
1. bought
2. were buying
3. entered- were playing
4. weren’t discussing- called
5. was working- was reading
6. was looking- found
7. were studying
แบบฝึกหัดที่ 5. ตั้งคำถามสำหรับส่วนที่ขีดเส้นใต้
1. A stranger was standing in front of our door at 11 last night.
2. When you came, the boys were playing soccer in the backyard.
3. They were eating spaghetti when I brought them the food.
4. Our neighbor was singing noisily when we knocked on his door.
5. My mom was talking to my friend when I saw her on the street.
คำตอบ:
1. Who was standing in front of our/ your door at 11 last night.
2. Where were the boys playing soccer when I came?
3. What were they eating when you brought them the food?
4. How was your neighbor singing when you knocked on his door?
5. Who was your mom talking to when you saw her on the street?
แบบฝึกหัดที่ 6. ใส่คำกริยาในวงเล็บลงในรูปแบบ Past Continuous หรือ Past Simple เพื่อเติมข้อความด้านล่างให้สมบูรณ์
Yesterday (1)_____________ (be) a busy day. I (2)_____________ (have) to do housework and take care of my baby sister. While I (3)_____________ (sweep) the floor, my sister (4)_____________ (wake) up and (5)_____________ (cry). When she (6)_____________ (stop) crying, I (7)_____________ (continue) sweeping the floor. She (8)_____________ (play) with her own hands and feet while I (9)_____________ (wash) the dishes. Finally, our parents (10)_____________ (get) home while I (11)_____________ (feed) her.
คำตอบ:
| 1. was | 6. stopped |
| 2. had | 7. continued |
| 3. was sweeping | 8. was playing |
| 4. woke | 9. was washing |
| 5. cried | 10. got |
| 11. was feeding |
แบบฝึกหัดที่ 7. ตอบคำถามปลายเปิดด้านล่าง
1. Were you hanging out with friends at 6pm last Sunday?
2. Were you spending time with your family at 11am last Saturday?
3. What were you doing at 9:30 last night?
4. What were you doing at 2:30pm last Thursday?
5. What were you doing this time 2 days ago?
คำตอบ:
เนื่องจากคำถามนี้เป็นคำถามปลายเปิด คำตอบด้านล่างนี้จึงใช้สำหรับการอ้างอิงและช่วยให้คุณทบทวนโครงสร้างได้เท่านั้น คุณสามารถสร้างเนื้อหาอย่างสร้างสรรค์และอิสระได้ แต่อย่าลืมใช้ความรู้และโครงสร้างที่ถูกต้องนะ
1. Yes. I was eating out with my friends at 6pm last Sunday.
2. No. I was working in my room.
3. I was watching a movie with my younger sister.
4. I was writing a report at 2:30pm last Thursday.
5. I was feeding my dog this time 2 days ago.
By the time – เป็นวลีที่พบบ่อยในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเป็นวลีที่ใช้ในประโยคเพื่อแสดงเวลาหรือช่วงเวลาที่พบบ่อยในภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายคนที่ยังไม่เข้าใจและใช้งาน ‘By the time’ อย่างถูกต้องได้ ในบทความนี้ ELSA Speak จะมาแนะนำความรู้ที่เป็นประโยชน์และครบครันที่สุดเกี่ยวกับวลีนี้!
By the time แปลว่าอะไร
คำจำกัดความ: By the time แปลว่าคำเชื่อมบอกเวลา มีความหมายว่า “เมือถึงเวลานั้น/ในเวลานั้น/ในเวลาที่/ในตอนที่… หรือมีความหมายอีกอย่างว่า “ก่อนตอนที่/ก่อนเวลานั้น…” โดยโครงสร้างนี้มักใช้เพื่อเสริมคำวิเศษณ์บอกเวลาของอนุประโยคใจความหลักและช่วยอธิบายความหมายของประโยคชัดเจนขึ้น
By the time การใช้: By the time ใช้เพื่อเน้นลำดับของการกระทำสองอย่างในอดีตหรือในอนาคต: “ในเวลาที่” การกระทำ A เกิดขึ้น การกระทำ B ได้เกิดขึ้นแล้ว
ตัวอย่าง:
- ในอดีต:
By the time I finished typing the report (Past Simple), all of my co-workers had left (Past Perfect)
⟶ ในตอนที่ฉันพิมพ์รายงานเสร็จ เพื่อนร่วมงานของฉันก็ออกไปหมดแล้ว
- ในอนาคต:
By the time you decide to buy that house (Present Simple), they will have sold it (Future Perfect)
⟶ เมื่อถึงเวลาที่คุณตัดสินใจซื้อบ้านหลังนั้น พวกเขาอาจขายมันไปแล้ว
การใช้งานและตำแหน่งของ By the time
By the time การใช้
จาก 2 ตัวอย่างในตอนที่ 1 คุณคงเข้าใจการใช้งานและตำแหน่งของ ‘By the time’ ในประโยคอยู่บ้างแล้ว ต่อไปนี้ ELSA Speak จะให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานและตำแหน่งของ By the time
ก่อนอื่น ‘By the time’ มักจะอยู่หนึ่งในสองอนุประโยคของประโยคที่ซับซ้อน ที่อธิบายถึงการกระทำที่เกิดขึ้นเมื่อมีการกระทำอื่นเกิดขึ้นมาก่อนในอดีตหรืออนาคต ดังนั้นหนึ่งในสองอนุประโยคของประโยคที่ซับซ้อนนี้จะใช้ Simple Tense และอีกประโยคหนึ่งจะใช้ Perfect Tense
อนุประโยค Simple Tense จะอธิบายถึงการกระทำที่เกิดขึ้นในภายหลัง และอนุประโยคใช้ Perfect Tense จะอธิบายถึงการกระทำที่เกิดขึ้นก่อน และ ‘By the time’ จะอยู่ในอนุประโยค Simple Tense
ตำแหน่งของ By the time tense
ขึ้นอยู่กับว่าประโยคที่ซับซ้อนนี้กำลังพูดถึงสองการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนและหลังในอดีตหรืออนาคต จะมีหนึ่งในสองโครงสร้างดังนี้:
2.2.1. By the time ในประโยคที่ซับซ้อน Past Simple – Past Perfect
1. By the time + S1 + V2/V-ed (กริยาปกติ) +… + , + S2 + Had + V3/V-ed (กริยาปกติ) + …
2. By the time + S1 + was/were (คำกริยา to-be) +… + , + S2 + Had + been (คำกริยา to-be) + …
หมายเหตุ:
- อนุประโยคที่มี ‘By the time’ ยังสามารถเลื่อนไปข้างหลังได้ แต่ต้องลบ “,” ระหว่างอนุประโยคทั้งสองออก
- ในอนุประโยคที่ไม่มี ‘By the time’ ยังมีกรณีที่ผู้พูดใช้คำกริยา to-be ใน Simple Past tense แทนที่จะใช้ Past Perfect เนื่องจากเขาต้องการแสดงความหมายที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย
ตัวอย่าง:
By the time they arrived at the meeting, we had presented our new project.
⟶ ในเวลาที่พวกเขาไปถึงที่ประชุม เราได้นำเสนอโครงการใหม่ของเราแล้ว
By the time we were there, they had eaten all the food.
⟶ ตอนที่เราอยู่ที่นั่น พวกเขากินอาหารหมดแล้ว
By the time we were there, they were (*) drunk.
⟶ ตอนที่เราอยู่ที่นั่น พวกเขาเมาแล้ว
(*) คำกริยา to-be ในที่นี้ไม่ผันคำกริยา Past Perfect เพราะผู้พูดหมายความว่า “พวกเขา” ไม่ใช่อยู่ในสภาพมึนเมาแล้วหายเมาก่อนที่ “เรา” จะมา (จะมีความหมายว่าหายเมาถ้าใช้ Past Perfect) แต่ต้องเป็น เมื่อ “เรา” อยู่ที่นั่น “พวกเขา” อยู่ในอาการมึนเมา
2.2.2. By the time ในประโยคที่ซับซ้อน Present Simple – Future Perfect
1. By the time + S1 + V(s/es) (กริยาปกติ) +… + , + S2 + will + have + V3/V-ed (กริยาปกติ) + …
2. By the time + S1 + am/is/are (คำกริยา to-be) +… + , + S2 + will + have + been (คำกริยา to-be) + …
หมายเหตุ:
- อนุประโยคที่มี ‘By the time’ ยังสามารถเลื่อนไปข้างหลังได้ แต่ต้องลบ “,” ระหว่างอนุประโยคทั้งสองออก
- ในอนุประโยคที่ไม่มี ‘By the time’ ยังมีกรณีที่ผู้พูดใช้คำกริยา to-be ใน Simple Future tense แทนที่จะใช้ Future Perfect เนื่องจากเขาต้องการแสดงความหมายที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย
ตัวอย่าง:
By the time he gets married, he will have dated so many girls.
⟶ เมื่อถึงเวลาที่เขาแต่งงาน เขาคงจะออกเดทกับผู้หญิงหลายคนก่อนหน้านั้น
They will have completed all the tasks By the time we get there.
⟶ พวกเขาจะเสร็จสิ้นงานทั้งหมดในเมื่อเราไปถึงที่นั่น
By the time we are in Bangkok, Peter will be (*) there, too.
⟶ ตอนที่เราอยู่ในกรุงเทพฯ ปีเตอร์ก็จะ (*) อยู่ที่นั่นด้วย
(*) ในที่นี้ ผู้พูดไม่ได้ใช้ Future Perfect แต่ใช้ Future Simple เพราะผู้พูดต้องการเน้นการที่ Peter จะอยู่ที่กรุงเทพฯด้วยเมื่อ “พวกเขา” อยู่ที่นั่น ไม่ใช่อยากแสดงในแง่ว่า Peter จะอยู่กรุงเทพฯก่อน “พวกเขา” (นี่คือความหมายหากใช้ Future Perfect)
แยกแยะ By the time และ When
ความหมาย:
- By the time: ก่อนที่
- When: เมื่อ
ตำแหน่งในประโยค:
- ล้วนนำหน้าหนึ่งในสองอนุประโยคของประโยคที่ซับซ้อนเพื่อเชื่อมทั้งสองอนุประโยคนี้เข้าด้วยกัน
- มีโครงสร้างทั่วไปเหมือนกัน
– By the time/ When + อนุประโยคที่ 1 + , + อนุประโยคที่ 2
– อนุประโยคที่ 1 + By the time/ When +อนุประโยคที่ 2
ฟังก์ชัน:
+ ฟังก์ชัน 1 – อธิบายความก่อนและหลัง:
- ทั้ง ‘By the time’ และ ‘when’ ใช้ในอนุประโยค Simple Tense เพื่อเชื่อมต่อกับอนุประโยค Perfect Tense
- ทั้งสองแสดงว่าเหตุการณ์ในอนุประโยค Perfect Tense เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ในในอนุประโยค Simple Tense แต่ความหมายที่ของมันก็แตกต่างกันเล็กน้อย:
| By the time’ | ‘when’ | |
| ข้อแตกต่าง | – ‘By the time’ เน้นว่าเหตุการณ์ในอนุประโยคที่ใช้ Perfect Tense ได้เกิดขึ้นก่อนหรือกระทั่งคงอยู่และจบลงก่อนที่เหตุการณ์ในอนุประโยค Simple Tense จะเกิดขึ้น – เมื่อเทียบกับ ‘when’ ‘by the time’ ให้ความรู้สึกว่า เหตุการณ์ในอนุประโยคที่ใช้ Perfect Tense ได้สิ้นสุดลงในช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว และหลังจากนั้นเหตุการณ์ใน Simple Tense ถึงเกิดขึ้น | – ‘when’ แสดงว่าในเวลาที่เหตุการณ์ในประโยค Simple Tense เกิดขึ้น เหตุการณ์ในประโยค Perfect Tense ได้เกิดขึ้นแล้วหรือแม้กระทั่งคงอยู่และจบลง – เมื่อเปรียบเทียบกับ ‘by the time’ ‘when’ ไม่ได้เน้นว่าเหตุการณ์ในประโยค Perfect Tense ได้สิ้นสุดลงในช่วงเวลาหนึ่ง จากนั้นเหตุการณ์ใน Simple Tense ก็เกิดขึ้น เราไม่ทราบว่าการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนหน้าได้เกิดขึ้น/สิ้นสุดก่อนหน้านั้นหรือยัง หรือได้เกิดขึ้น/สิ้นสุดในเวลาที่การกระทำทัดไปเกิดขึ้น |
| ตัวอย่าง | By the time we arrived at the party, they had eaten all the food. ⟶ ก่อนที่เราไปถึงงานเลี้ยง พวกเขากินอาหารจนหมดแล้ว ⟶ เน้นย้ำว่า “พวกเขากินอาหารจนหมดแล้ว” เกิดขึ้นก่อน “เราไปถึงงานเลี้ยง” | When we arrived at the party, they had eaten all the food. ⟶ เมื่อเราไปถึงงานเลี้ยง พวกเขากินอาหารจนหมดแล้ว ⟶ ไม่ระบุว่า “พวกเขากินอาหารจนหมดแล้ว” เกิดขึ้นก่อนหรือเกิดขึ้นตอนที่ “เราไปถึงงานเลี้ยง” |
+ ฟังก์ชัน 2 – แสดงว่าในช่วงเวลาหนึ่งมีเหตุการณ์อื่นได้เกิดขึ้นแล้วหรือจะกำลังเกิดขึ้น:
- By the time ไม่มีฟังก์ชันนี้แต่ When มี นี่คือหนึ่งในความแตกต่างระหว่าง By the time และ When
- อนุประโยคที่มี When เป็นอนุประโยค Simple Tense อธิบายเหตุการณ์เกิดขึ้นและขัดจังหวะเมื่อเหตุการณ์ในอนุประโยคที่เหลือ (โดยใช้ Continuous Tense) ได้เกิดขึ้นแล้วหรือจะกำลังเกิดขึ้น
ตัวอย่าง:
I think when we get to his house, he will be cooking.
⟶ ฉันคิดว่าเมื่อเราไปถึงบ้านเขา เขาคงกำลังทำอาหารอยู่
⟶ การกระทำ ‘‘get to his house’ ในอนุประโยคที่ใช้ ‘when’ เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นและขัดจังหวะในขณะที่การกระทำ ‘cook’ กำลังดำเนินอยู่ ดังนั้นกริยา ‘get’ จึงใช้ Simple Tense และกริยา ‘cook’ ใช้ Continuous Tense
ความแตกต่างระหว่าง By the time และ Until
ความหมาย:
- By the time: ก่อนที่
- Until: จนกระทั่ง
ตำแหน่งในประโยค:
- ล้วนนำหน้าหนึ่งในสองอนุประโยคของประโยคที่ซับซ้อนเพื่อเชื่อมทั้งสองอนุประโยคนี้เข้าด้วยกัน
- มีโครงสร้างทั่วไปเหมือนกัน
– By the time/ Until + อนุประโคที่ 1 + , + อนุประโคที่ 2
– อนุประโคที่ 1 + By the time/ Until + อนุประโคที่ 2
รายละเอียด
| By the time’ | ‘until’ | |
| ข้อแตกต่าง | ‘By the time’ เน้นว่าเหตุการณ์ในอนุประโยคที่ใช้ Perfect Tense ได้เกิดขึ้นก่อนหรือกระทั่งคงอยู่และจบลงก่อนที่เหตุการณ์ในอนุประโยค Simple Tense จะเกิดขึ้น | ‘until’ แสดงว่าเหตุการณ์ในประโยคใช้ Perfect Tense ได้เกิดขึ้นแล้วและดำเนินต่อไปจนกว่าจะถึงเวลาที่เหตุการณ์ในประโยค Simple Tense เกิดขึ้น |
| ตัวอย่าง | By the time we arrived home, our children had watched TV. ⟶ ก่อนที่เรากลับถึงบ้าน ลูกๆ ของเราดูทีวีเสร็จแล้ว ⟶ เน้นย้ำว่า “ลูกๆ ของเราดูทีวีเสร็จแล้ว” ได้เกิดขึ้นและจบลงก่อนที่ “เรากลับถึงบ้าน” | Until we arrived home, our children had watched TV. ⟶ จนกว่าเราจะถึงบ้าน ลูกๆ ของเราได้ดูทีวีแล้ว ⟶ เน้นย้ำว่า “ลูกๆ ของเราได้ดูทีวีแล้ว” ได้เกิดขึ้นและคงอยู่จนกระทั่ง “เราจะถึงบ้านน” |
แบบฝึกหัด By the time
ใส่คำกริยาในวงเล็บด้านล่างเพื่อสร้างประโยคที่ถูกต้อง
- They …………………… (do) the housework by the time I get home.
- By the time I bought my first car, Peter …………………… (buy) 3 cars.
- By the time you …………………… (finish) your homework, your friends will have gone to the cinema.
- Jack and Lisa had eaten all my favorite dishes by the time I …………………… (get) home.
- Daisy …………………… (become) a manager by the time I get a job.
- By the time we found the dogs, they …………………… (run) around the neighborhood.
- They will have solved the problem successfully by the time Lucy …………………… (find) a solution.
- Our parents …………………… (cook) dinner by the time we got home.
- By the time she …………………… (become) a famous dancer, she will have practiced very hard.
- By the time the police came, the victim …………………… (be) killed (bị động).
- By the time we ended the meeting, the other teams …………………… (leave).
- My father had already bought all the necessary medicines by the time I …………………… (be) sick.
- She …………………… (fall) in love with another guy by the time you express your feeling for her.
- By the time I left home, they …………………… (arrive) at the party.
- The prince will have chosen his wife by the time Cinderella …………………… (finish) the housework.
คำตอบ:
- They will have done (do) the housework by the time I get home.
- By the time I bought my first car, Peter had bought (buy) 3 cars.
- By the time you finish (finish) your homework, your friends will have gone to the cinema.
- Jack and Lisa had eaten all my favorite dishes by the time I got (get) home.
- Daisy will have become (become) a manager by the time I get a job.
- By the time we found the dogs, they had run (run) around the neighborhood.
- They will have solved the problem successfully by the time Lucy finds (find) a solution.
- Our parents had cooked (cook) dinner by the time we got home.
- By the time she becomes (become) a famous dancer, she will have practiced very hard.
- By the time the police came, the victim had been (be) killed (bị động).
- By the time we ended the meeting, the other teams had left (leave).
- My father had already bought all the necessary medicines by the time I was (be) sick.
- She will have fallen (fall) in love with another guy by the time you express your feeling.
- By the time I left home, they had arrived (arrive) at the party.
- The prince will have chosen his wife by the time Cinderella finishes (finish) the housework.
>>> อ่านเพิ่มเติม: By แปลว่าอะไร? วิธีการใช้ by อย่างละเอียดเป็นภาษาอังกฤษ
ด้านบนคือบทสรุปของความรู้ที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อให้สามารถใช้คำเชื่อมบอกเวลา ‘By the time’ ได้อย่างมั่นใจและถูกต้อง ELSA Speak หวังว่าบทความนี้จะนำคุณค่าบางอย่างมาสู่การเรียนการสื่อสารภาษาอังกฤษของคุณ เจอกันในบทความหน้า!
ปัจจุบันมีงานจำนวนมากที่มีเงินเดือนสูงแต่ต้องการผู้สมัครที่มีทักษะภาษาอังกฤษ ดังนั้นการเขียน email สมัครงานภาษาอังกฤษและการส่งประวัติย่อและ จดหมายสมัครงานภาษาอังกฤษ ของคุณแบบมืออาชีพเป็นขั้นตอนแรกที่คุณสามารถทำได้เพื่อสร้างความประทับใจให้นายจ้าง มาดูวิธีการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษแบบมืออาชีพได้งานง่ายๆ
เคล็ดลับการเขียนเขียน email สมัครงานภาษาอังกฤษคืออะไร?
เช่นเดียวกับการเขียน จดหมายสมัครงานภาษาอังกฤษ แบบอื่นๆ (อีเมล์สัมภาษณ์ อีเมล์เจรจา…) อีเมล์สมัครงานภาษาอังกฤษจะประกอบด้วย:
- วัตถุประสงค์ของจดหมายของคุณ
- คุณกำลังสมัครตำแหน่งอะไร
- ทำไมคุณถึงสนใจตำแหน่งนี้
- อะไรทำให้คุณมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับงานนี้
- มูลค่าที่คุณจะมอบให้กับบริษัทคืออะไร
- ข้อมูลการติดต่อของคุณ
จดหมายสมัครงานภาษาอังกฤษ แบบมืออาชีพจะช่วยให้คุณเข้าใกล้งานในฝันมากขึ้น

เริ่มด้วยหัวเรื่องที่ชัดเจน
คำบรรยายลักษณะงานจำนวนมากมีคำแนะนำเกี่ยวกับการเขียนหัวเรื่องอีเมล์ ในกรณีนี้ โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำ ถ้าไม่ โปรดระบุเหตุผลทำไมคุณถึงเปลี่ยนหัวเรื่องสำหรับอีเมล์นี้ ผู้สรรหาได้รับอีเมล์หลายฉบับทุกวัน ดังนั้นการมีหัวเรื่องที่ชัดเจนจะช่วยทำให้อีเมล์ของคุณได้เพิ่มโอกาสจะได้รับความสนใจ คุณสามารถดูโครงสร้าง: [Your Name] – [Job Title] Application
สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ ตัวอย่าง: Devon Lewis – Marketing Manager Application
คำทักทายอย่างเป็นทางการใน จดหมายสมัครงานภาษาอังกฤษ
ถ้าเป็นไปได้ ให้พยายามค้นหาบุคคลที่จะรับอีเมล์ของคุณและส่งไปให้คนๆนั้น หากคุณไม่พบข้อมูลนี้จากที่ใด คุณสามารถส่งอีเมล์ของคุณไปที่ Hiring Manager
สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ ตัวอย่าง: Dear Hiring Manager
อธิบายจุดประสงค์ของจดหมายสมัครงานคืออะไร?
ให้อธิบายว่าเหตุใดคุณจึงเขียนจดหมายสมัครงานไว้ที่ด้านบนสุดของจดหมาย คุณต้องแน่ใจว่าคุณระบุตำแหน่งที่คุณสมัครอย่างถูกต้อง คุณยังสามารถระบุว่าคุณเห็นประกาศรับสมัครงานที่ไหนและเหตุผลที่คุณสนใจสมัครงานนี้ นี่เป็นโอกาสของคุณที่จะดึงดูดความสนใจของนายจ้าง ดังนั้นจงพยายามแสดงตัวให้เป็นมืออาชีพ
ตัวอย่างเช่น:
I recently saw your job posting for the [Job Title] position on [where you saw it]. Based on the information you provided, I am quite interested in this position. Upon review of my application materials, I hope that you can see why I would be a good fit for this job.
พิสูจน์ว่าคุณเป็นคนที่เหมาะสมในอีเมล์สมัครงานภาษาอังกฤษ
ในช่วงกลางของอีเมล์ คุณควรระบุว่าเหตุใดคุณจึงเหมาะสมกับบริษัทของนายจ้าง อย่าลืมแบ่งปันทักษะหรือประสบการณ์เฉพาะใด ๆ ที่ทำให้คุณมีคุณสมบัติเหมาะสมกับงานนั้น คุณยังสามารถกล่าวถึงทักษะหรือความสำเร็จที่คุณได้รับในอาชีพการงานของคุณ นอกจากนี้คุณยังสามารถอธิบายงานใดๆ ที่คุณทำให้สำเร็จในงานก่อนหน้าของคุณได้อีกด้วย
ตัวอย่างเช่น:
In my position as an Assistant Communications Director for ABC Company, I wrote articles for the company website, edited and posted contributed articles, managed their social media presence, and wrote and sent out a weekly email newsletter to subscribers. I also implemented an automated email tool that grew the company’s subscriber base by 40% within six months.
While Assistant Communications Director for Assemblyperson Janet Brown, I researched, drafted, and amended legislation, wrote press releases, and was responsible for office communications and correspondence.
My resume is attached. If I can provide you with any further information on my background and qualifications, please let me know.
ขอบคุณผู้จัดการการจ้างงาน
อย่าลืมกล่าวขอบคุณที่ผู้จัดการการจ้างงานสละเวลาดูจดหมายสมัครงานของคุณ คุณสามารถระบุเพิ่มเติมได้ว่าประวัติส่วนตัวและเอกสารการสมัครงานอื่น ๆ ของคุณได้แนบมากับอีเมล์
คุณสามารถแสดงความต้องการที่รอการตอบสนองโดยกล่าวว่า:
“I look forward to hearing back from you and potentially discussing this opportunity in more detail.”
ใช้คำลงท้ายที่สุภาพ
ข้อสุดท้าย ให้ลงท้ายอีเมล์ด้วยวลีที่เป็นทางการ เช่น “Best“ หรือ “Sincerely”, “Best Regard”,…
หลังจากนั้นคุณควรลงชื่อให้ครบถ้วนและใส่ข้อมูลติดต่อของคุณด้านล่าง ส่วนนี้อาจรวมถึงที่อยู่อีเมล์ หมายเลขโทรศัพท์ URL โปรไฟล์ LinkedIn และลิงก์ไปยังพอร์ตโฟลิโอของคุณ

จดหมายสมัครงานภาษาอังกฤษ แบบมืออาชีพจากผู้เชี่ยวชาญ
ตัวอย่างอีเมล์ / จดหมายสมัครงาน – cover letter ที่สามารถใช้กับทุกอาชีพที่ไม่ควรพลาด
แต่ละอาชีพจะมีข้อกำหนดเฉพาะ แม้ว่าคุณจะอ่านคู่มือในการเขียนอีเมลสมัครงานภาษาอังกฤษทั่วไปแล้ว คุณก็ยังควรทราบเคล็ดลับบางอย่างในการเขียนจดหมายสมัครงานเพื่อให้ประสบความสำเร็จสำหรับอาชีพต่างๆ
อีเมล์สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ ตัวอย่าง 1
Dear [Hiring Manager’s Name],
I recently saw your job posting for the [Job Title] position on [where you saw it]. Based on the information you provided, I am quite interested in this position. Upon review of my application materials, I hope that you can see why I would be a good fit for this job.
[Two paragraphs that detail your previous job experience. Explain how it directly relates to the role you’re applying to.]
My resume is attached to the email. Thank you for taking the time to look through my application materials. If you have any questions about the information I included, please reach out. I look forward to hearing from you.
Sincerely,
[Your Name]

อีเมล์สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ ตัวอย่าง 2
Dear Mr. Davies,
I recently saw your job posting for the Dog Walker position on Glassdoor. Based on the information you provided, I am quite interested in this position. Upon review of my application materials, I hope that you can see why I would be a good fit for this job.
Ever since I was a child, I have had a deep love for animals, especially dogs. I grew up with two Yellow Labs, so I understand the importance of staying in control while walking strong dogs. Along with walking my own dogs, I have over five years of experience taking care of my neighbor’s two dogs while they are away.
For the past two years, I have been taking dog training courses through We Love Dogs. I have learned a lot about dog behavior, especially when they are on a lead. With this knowledge of dog training, I can ensure your dog will be safe and well-behaved on walks.
My resume is attached to the email. Thank you for taking the time to look through my application materials. If you have any questions about the information I included, please reach out. I look forward to hearing from you.
Sincerely,
Leslie Reals
อีเมล์สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ ตัวอย่าง 3
Dear Hiring Manager,
Your job posting on Craigslist for an Assistant Communications Director piqued my interest. Your description of the work responsibilities for the Assistant Director role closely matches my experience, and so I am excited to submit my resume to you for your consideration.
In my position as an Assistant Communications Director for ABC Company, I wrote articles for the company website, edited and posted contributed articles, managed their social media presence, and wrote and sent out a weekly email newsletter to subscribers. I also implemented an automated email tool that grew the company’s subscriber base by 40% within six months.
While Assistant Communications Director for Assemblyperson Janet Brown, I researched, drafted, and amended legislation, wrote press releases, and was responsible for office communications and correspondence.
My resume is attached. If I can provide you with any further information on my background and qualifications, please let me know.
I look forward to hearing from you. Thank you for your consideration.
Sincerely,
Joseph Green.
อีเมล์สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ ตัวอย่าง 4
Dear Ms. Smith,
I was keenly interested in reading the job posting for the position of Anatomy and Physiology Professor at Middleburg University. I believe my experience is a strong match for the responsibilities pertaining to this role, and I’m pleased to submit my application for the position.
My most recent teaching position was at Amery University, where I taught both anatomy and physiology as an adjunct professor. In addition, I served on two faculty committees and participated in a research project.
I have attached my resume to this letter. Through it, I hope you will learn more about my background, education, achievements, and awards.
If I can provide you with any further information, please let me know. I look forward to hearing from you about this opportunity.
Thank you for your consideration.
Jane Lee.
อีเมล์สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ ตัวอย่าง 5
Dear Mr. Linus,
I came across the open Junior Marketing Associate position you currently have available at DE Marketing Firm. I found this listing on Indeed and feel that I am a great fit for it after reading the job description and requirements.
I am a recent graduate from New York Community College with a Bachelor of Arts in Marketing. I am eager to put my knowledge and experience to work in a well-known marketing firm such as yours. During my time at New York Community College, I participated in several marketing internships with marketing companies throughout the city and have gained the necessary skills needed to be a successful marketing professional.
Attached you will find my cover letter, resume, and marketing samples for your consideration. Please do not hesitate to reach out if you would like additional information.
Thank you so much for your time and consideration for this position and I look forward to hearing from you soon.
Sincerely,
Amy Little.
อีเมล์สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ ตัวอย่าง 6
Dear Mr. Grady,
I recently came across your Director of Marketing job opening at Sawmill Marketing Firm (reference #8495) on your website and feel that I would be a great fit for this position. My skills, education, and experience in marketing would make me a valuable asset to your company.
With more than 10 years of experience in both traditional and online marketing, I have gained extensive knowledge and expertise in the most important marketing strategies used today. In my previous position, I created and implemented a marketing program that increased sales by 30% in only three months. Using this skill set, I feel that I could bring similar results to your organization.
My cover letter, resume, and certifications are attached for your review. If you would like more information regarding my qualifications for this position, please do not hesitate to reach out.
I look forward to hearing from you soon about this opportunity and I thank you for your time and consideration in this matter.
Sincerely,
Walter Black.

เช่นนั้น ELSA Speak ได้แนะนำวิธีและเคล็ดลับบางอย่างในการเขียน อีเมลสมัครงานภาษาอังกฤษ ( จดหมายสมัครงานภาษาอังกฤษ) อย่างมืออาชีพที่สุดให้กับคุณ หวังว่าหลังจากอ่านบทความนี้แล้ว คุณจะสามารถสมัครงานในฝันที่บริษัทขนาดใหญ่ๆที่มีเงินเดือนสูงได้สำเร็จ ขอให้โชคดีค่ะ!
ในฐานะผู้เรียนภาษาอังกฤษ คุณคงต้องเคยได้ยินแอป ELSA Speak แล้วใช่ไหม? เครื่องมือการเรียนภาษาอังกฤษใหม่นี้ได้รับคำวิจารณ์เชิงบวกมากมายจากผู้ใช้ และได้รับการโฆษณาอย่างมากบนอินเทอร์เน็ต การเรียนออกเสียงผ่าน ELSA Speak ได้ผลสมคำร่ำลือจริงหรือไหม? ภาษาอังกฤษใช้ได้สำหรับทุกคนหรือไม่
ต่อไปนี้ เราขอเชิญคุณมาเรียนรู้เกี่ยวกับแอป ELSA Speak (รีวิว) ด้วย ELSA เพื่อทำความเข้าใจเครื่องมือการเรียนภาษาอังกฤษนี้ให้ดียิ่งขึ้น! เริ่มกันเลย!
เกี่ยวกับ ELSA Speak: ELSA Speak ดีไหม
ELSA Speak (ย่อมาจาก English Language Speech Assistant) เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้ฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษเพื่อรู้จำเสียงผ่านการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ELSA Speak ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดยมีคำขวัญว่า “Anyone can speak English” ผู้ใดก็สามารถพูดภาษาอังกฤษได้) การใช้งานหลักของแอปพลิเคชันนี้คือการตรวจจับและแก้ไขการออกเสียงของผู้ใช้ที่ไม่ถูกต้องอย่างแม่นยำ ช่วยให้คุณยกระดับความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษ
แอปพลิเคชัน ELSA อยู่ใน Top 5 แอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ที่ดีที่สุดในโลกที่เสนอชื่อโดย Research Sniper โดยมีผู้ใช้มากกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก

วิธีใช้แอป ELSA Speak
วัดระดับภาษาอังกฤษ
หลังจากลงชื่อเข้าใช้แอปพลิเคชันเรียบร้อยแล้ว ให้เข้าไปที่ “วัดระดับภาษาอังกฤษ” ด้วยแบบฝึกหัด 4 แบบ: การออกเสียง การสนทนา น้ำเสียง และแบบทดสอบก่อนเรียน
ELSA จะประเมินการออกเสียงของคุณโดยเปรียบเทียบกับเจ้าของภาษาตามเกณฑ์ที่แตกต่างกัน เช่น การออกเสียง น้ำเสียง และความคล่องแคล่ว คะแนนสำหรับแต่ละเกณฑ์จะแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์
การพูดภาษาอังกฤษใน ELSA แบ่งเป็น 3 ระดับเมื่อเทียบกับเจ้าของภาษา ได้แก่ พื้นฐาน ปานกลาง และขั้นสูง
ระบบการเรียน
เมื่อกำหนดระดับปัจจุบันเสร็จแล้ว ELSA จะแนะนำเส้นทางการเรียนรู้เฉพาะบุคคลด้วย 5 ทักษะ ได้แก่ การออกเสียง การฟัง การใช้น้ำเสียง การเน้นเสียง และการสนทนา มีบทเรียนทั้งหมดประมาณ 6,000 บทสอดคล้องกับหัวข้อต่างๆ กว่า 260 หัวข้อ
ในแต่ละบทเรียนของ ELSA มีวิดีโอการออกเสียงที่อธิบายถึงวิธีการวางตำแหน่งฟัน – ริมฝีปาก – ลิ้น เพื่อช่วยให้คุณออกเสียงได้อย่างถูกต้องที่สุด
การเปลี่ยนโหมดการเรียน
ในแต่ละบทเรียน ส่วนการสนทนาและการออกเสียงจะมี 2 โหมด: ปกติและขั้นสูง ผู้เรียนสามารถสลับไปมาระหว่างสองโหมดได้อย่างอิสระโดยขึ้นอยู่กับความต้องการของตนเอง
- โหมดปกติ: ELSA จะคิดคะแนน ขึ้นอยู่กับความแม่นยำของเสียงที่ขีดเส้นใต้เพื่อแนะนำผู้เรียนเกี่ยวกับเสียงและกลุ่มเสียงเฉพาะ
- โหมดขั้นสูง: ELSA จะวิเคราะห์และตอบสนองด้วยการแสดงข้อผิดพลาดในแต่ละพยางค์ให้ผู้เรียน

รีวิว ELSA Speak: ข้อดีและข้อเสีย
ฟีเจอร์พิเศษ
ELSA Speak มี 8 ฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ชื่นชอบมากที่สุดดังนี้:
- สร้างเส้นทางการเรียนเฉพาะบุคคล: จากผลของ “การทดสอบวัดระดับ” และหัวข้อที่คุณเลือกไว้ก่อนหน้านี้ ELSA จะออกแบบเส้นทางการเรียนที่เหมาะกับความสามารถและเป้าหมายของคุณ
- ตรวจหาและแก้ไขข้อผิดพลาดในการออกเสียง นี่คือฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดของ ELSA Speak ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับการรู้จำเสียง เพียงกดปุ่ม “บันทึกเสียง” ELSA จะช่วยคุณประเมินผลและแนะนำแก้ไขการออกเสียงและการใช้เสียงยังไงให้ถูกต้อง
- ฝึกการสนทนาภาษาอังกฤษ: การเรียนภาษาอังกฤผ่านบทสนทนาจะช่วยให้ผู้เรียนไม่รู้สึกน่าเบื่อ ในขณะเดียวกัน คุณยังจะได้เรียนรู้วิธีการพูดประโยคยาว ๆ อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย
- การให้คะแนนโดยละเอียด: ELSA Speak มีรูปแบบให้คะแนนสองรูปแบบ ได้แก่:
– ดัชนีเปอร์เซ็นต์ (EPS): แสดงความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษของคุณเมื่อเทียบกับเจ้าของภาษา
– คะแนนรวมที่ได้รับ (Total Point Earned): จำนวนคะแนนรวมที่คุณได้รับหลังจากบทเรียนต่างๆ

- พจนานุกรม: แอปพลิเคชันให้ผู้เรียนได้ใช้พจนานุกรมที่อัจฉริยะและสมบูรณ์ ซึ่งประกอบด้วย การถอดความเสียง IPA การออกเสียง ตัวอย่างการใช้จริงพร้อมภาพประกอบเพื่อให้คุณเข้าใจและนึกภาพออกง่าย
- ตารางบริหารชั้นเรียน (สำหรับโรงเรียนและธุรกิจ): ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้สอนสามารถออกแบบแผนการสอนที่เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคน และในขณะเดียวกันก็ทำให้การตรวจสอบและจัดการการเรียนภาษาอังกฤษทั้งชั้นเรียนได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องใช้เวลาและเงินจำนวนมาก
- เตือนเข้าเรียนรายวัน: ผู้ใช้เพียงเปิดฟีเจอร์ “แจ้งเตือนรายวัน” และเลือกกรอบเวลาที่ต้องการ ELSA แจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาเข้าเรียน
แนะนำในการใช้ ELSA Speak เพื่อทดสอบการออกเสียง: Chèn video nếu có ạ
เพื่อสามารถใช้คุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งหมดข้างต้น คุณจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมโดยสามารถผ่อนเป็นรายเดือนได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้
ข้อดีของแอป ELSA Speak
มีทีมผู้เชี่ยวชาญในด้านการพัฒนา
แอป ELSA Speak มีทีมเขียนโปรแกรมและพัฒนาแบบมืออาชีพ ดังนั้นเนื้อหาของแอปพลิเคชันได้รับการลงทุนอย่างละเอียดและถี่ถ้วนมากขึ้น นอกจากนี้ ทีมฯ ยังสามารถแก้ไขเนื้อหาได้อย่างยืดหยุ่นตามการตอบรับและแนะนำของผู้ใช้
เป็นมิตรกับผู้ใช้
ตั้งแต่อินเทอร์เฟซไปจนถึงวิธีการใช้งาน ELSA Speak สามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยภาพประกอบที่มีสีสัน และวิดีโอจำนวนมากมาย เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ แต่ละขั้นตอนของการใช้งานจะได้รับคำแนะนำจาก ELSA ผ่านปุ่มง่ายๆ เช่น “Start” หรือ “Next” นอกจากนี้ แอปพลิเคชั่นนี้ยังติดตั้งภาษาไทยเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายชึ้นอีกด้วย
เนื้อหาการเรียนรู้ที่หลากหลาย
ระบบบทเรียนของ ELSA มีความหลากหลายและสมบูรณ์ ซึ่งประกอบด้วย
- มากกว่า 261 หัวข้อ
- 21 ทักษะการออกเสียงภาษาอังกฤษ
- มากกว่า 6,000 บทเรียน
- มากกว่า 29,000 แบบฝึกหัด
- มากกว่า 5,000 คำ วลี และประโยค
ฟีเจอร์การแจ้งเตือนและสร้างเส้นทางการเรียนที่เหมาะสมกับเวลาที่คุณเลือก
นี่เป็นหนึ่งในข้อดีที่ ELSA และผู้ใช้ ELSA Speak รายอื่น ๆ ชื่นชอบ ตัวอย่างเช่น หากคุณเลือกเรียน 10 นาทีต่อวัน เวลา 20.00 น. ถึงเวลา 20.10 น. ผู้ช่วยเสมือนจริง ELSA จะส่งข้อความแจ้งเตือนให้คุณกลับมาทบทวนบทเรียน สิ่งนี้จะช่วยคุณพัฒนาการเรียนภาษาอังกฤษแบบเชิงรุก หากคุณทบทวนตามกำหนดเวลาอย่างสม่ำเสมอ หลังจากผ่านไปเพียง 3 เดือน การออกเสียงของคุณจะดีขึ้นอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ คุณยังสามารถเลือกเวลาเรียนที่เหมาะกับตารางเวลาของคุณ (อาจเป็น 10 นาทีต่อวันหรือ 1 ชั่วโมงวันเว้นวัน …) ด้วยระยะเวลาเรียนที่แตกต่างกัน ELSA Speak จะให้เส้นทางการเรียนรู้ที่สอดคล้องกันแก่คุณ ตัวอย่างเช่น:
- 10 นาที/วัน เท่ากับ 5 บทเรียน
- 15 นาที/วัน เท่ากับ 7 บทเรียน
- 20 นาที/วัน เท่ากับ 10 บทเรียน
ช่วยให้ผู้เรียนกล้าออกเสียง
ผู้ฝึกพูดภาษาอังกฤษหลายคนมักจะรู้สึกอายและกลัวที่จะถูกตัดสินเมื่อพูดผิด เมื่อใช้ ELSA Speak ปัญหานี้จะไม่เป็นอุปสรรคต่อคุณอีกต่อไป “โค้ชอัจฉริยะ” ELSA จะไม่ตัดสินหรือหัวเราะเยาะเย้ยการออกเสียงของคุณอย่างเด็ดขาด ในทางกลับกัน ELSA จะเป็นเพื่อนคุณในเส้นทางการฝึกพูดภาษาอังกฤษให้เหมือนเจ้าของภาษา

ข้อเสียของ แอป ELSA Speak
ELSA Speak เป็นแอปที่ต้องจ่ายเงินเพื่อเรียนเพิ่ม
ฟีเจอร์โดดเด่นทั้งหมดที่ ELSA นำเสนอข้างต้นใช้ได้กับบัญชี ELSA Pro เท่านั้น ผู้ใช้บัญชีฟรียังคงสามารถใช้ฟีเจอร์หลักบางอย่างได้ เช่น การแก้ไขการออกเสียง การวัตระดับก่อนเรียน และการสร้างเส้นทางการเรียนรู้
จำนวนบทเรียนของบัญชีฟรีคือ 1,600 บทเรียนใน 30 หัวข้อ ระยะเวลาการใช้งานคือ 7 วัน
การวัดระดับก่อนเรียนค่อนข้างยาก
หากคุณเพิ่งเริ่มเรียนภาษาอังกฤษและกำลังลองใช้ ELSA Speak จะมีบางคำหรือบางประโยคที่ปรากฏในแบบทดสอบวัดระดับความรู้อาจจะทำให้คุณกังวล โดยปกติคุณจะใช้เวลาประมาณ 5-6 นาทีในการทดสอบให้เสร็จสิ้น
ต้องออกเสียงช้าและชัด
ปัญญาประดิษฐ์ไม่ว่าจะอัจฉริยะขนาดไหนก็เป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์ ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคในการจดจำเสียงของผู้ใช้ บางคนอาจจะเบื่อเวลาอ่านคำเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา แต่ยังได้คะแนนน้อย เพื่อลดปัญหานี้ เมื่อฝึกพูดกับ ELSA ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสปีกเกอร์โฟนของคุณใช้งานได้ดีอยู่หรือไม่ และในขณะเดียวกัน ให้พูดช้าๆ และชัดเจนทุกคำเพื่อให้ ELSA “ได้ยิน” ชัดขึ้น
ไม่เหมาะสำหรับนักเรียนภาษาอังกฤษขั้นสูง
แม้ว่าปริมาณคำศัพท์และบทสนทนามีความหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับหัวข้อการสื่อสารทั่วไปเท่านั้น โดยเฉพาะในส่วน “การเตรียมสอบ IELTS” คำศัพท์ใน ELSA Speak จะอยู่ที่คะแนนแบนด์ 5.0 – 6.0 IELTS (ระดับกลาง) เท่านั้น หากคุณต้องการเครื่องมือฝึกพูดภาษาอังกฤษขั้นสูง ELSA Speak อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
ไม่มีทฤษฎี
ELSA Speak เน้นการพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงของผู้ใช้ ดังนั้นจึงไม่ได้เน้นส่วนทฤษฎี แม้ว่าในแต่ละบทเรียน ELSA ได้จัดเตรียมวิดีโอสาธิตวิธีการอ่าน แต่จะจำกัดเฉพาะหัวข้อของบทเรียนเหล่านั้น (ตัวอย่าง: วิธีออกเสียง u เสียงยาว และเสียงสั้น)
ผู้ใช้จะมีปัญหาในการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเนื่องจากไม่มีความรู้ทางทฤษฎีและมักจะสงสัยว่า “ทำไมต้องอ่านอย่างนั้น”

ฉันควรอัปเกรดเป็น ELSA PRO หรือไม่ (ELSA Pro ดีไหม)
ELSA Speak ราคา
ELSA Speak Pro เป็นบัญชีที่อัปเกรดแล้ว และผู้ใช้สามารถใช้คุณสมบัติทั้งหมดของแอปพลิเคชันได้
ELSA Speak ราคาแบ่งเป็น 3 แพ็คเกจดังนี้:
- ELSA Pro 3 เดือน: บาท
- ELSA Pro 6 เดือน: 2,099 บาท
- ELSA Pro 1 ปี: 3,499 บาท
- ELSA Pro ตลอดชีพ: 3,699 บาท
ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการเรียนรู้ของแต่ละคนเพื่อเลือกแพ็คเกจที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น:
- หากคุณกำลังเตรียมตัวสอบและต้องการพัฒนาทักษะการพูดอย่างรวดเร็ว → แพ็คเกจ 3-6 เดือน
- หากคุณต้องการพัฒนาทักษะการพูดแบบค่อยเป็นค่อยไปสำหรับการเรียนหรือการทำงาน → แพ็คเกจ 1 ปี – ตลอดชีพ
หมายเหตุ : ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. 2568 เป็นต้นไป ELSA จะจำหน่ายเฉพาะแพ็กเกจ ELSA Premium ได้แก่ แพ็กเกจ 1 เดือน, 3 เดือน และ 1 ปี เท่านั้น และจะหยุดจำหน่ายแพ็กเกจ ELSA Pro และ Conversation Bundle
เปรียบเทียบ ELSA ฟรีกับ ELSA Pro
| ฟีเจอร์ | ELSA Free | ELSA Speak |
| จำนวนแบบฝึกหัด | 2 บทความ/หัวข้อ สูงสุด 10 บทความ/วัน | เต็ม 8,000+ บทเรียนไม่จำกัด |
| การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับคะแนนการออกเสียง | ไม่มี | มี |
| พจนานุกรม | ฟรีตลอดชีพ | ฟรีตลอดชีพ |
| ติดตามความคืบหน้าการเรียนรู้ | ไม่มี | มี |
| เตือนให้เข้าศึกษา | ไม่มี | มี |
ด้วย ELSA Speak คุณสามารถใช้ฟีเจอร์ที่สำคัญทั้งหมด (ซึ่ง ELSA แนะนำในส่วนที่ 2) เพื่อช่วยปรับปรุงการออกเสียงของคุณ ในทางกลับกัน ELSA Speak ฟรีจะ มีแบบฝึกหัดและฟีเจอร์จำกัดที่สามารถใช้ได้
การตอบรับจากผู้ใช้
ELSA Speak ให้การใช้งานใน 101 ประเทศทั่วโลกและได้รับคำวิจารณ์เชิงบวกมากมาย เพื่อให้มีภาพรวมที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับแอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ที่โดดเด่นนี้ โปรดดูรีวิวของผู้ใช้ก่อนหน้าผ่านวิดีโอและรูปภาพด้านล่าง

บน Google Play ELSA Speak ได้คะแนน 4.7/5 พร้อมรีวิวมากกว่า 749,000 รายการ

คำถามที่พบบ่อย
ELSA สามารถใช้งานได้พร้อมกันกี่เครื่อง
ปัจจุบัน หนึ่งบัญชีสามารถใช้บนอุปกรณ์ต่างๆ ได้สูงสุด 3 เครื่องเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและรับรองสิทธิ์ของผู้ใช้ เมื่อ login บัญชีบนอุปกรณ์ที่ 4 จะถูกล็อค
สามารถใช้ ELSA แบบออฟไลน์ได้หรือไม่
ไม่ได้ ELSA ทำงานได้อย่างต่อเนื่องเมื่อมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเท่านั้น เนื่องจากข้อมูลมีปริมาณมาก
ปัจจุบัน ELSA มีจำนวนบทเรียนเท่าไหร่
ปัจจุบัน ELSA มีบทเรียนประมาณ 6,000 บท (ประกอบด้วยแบบฝึกหัดมากกว่า 29,000 บท) และมากกว่า 261 หัวข้อ
บทสรุป
ไม่เพียงแต่ ELSA Speak แอปพลิเคชันเรียนภาษาอังกฤษทุกแอปต่างก็มีข้อดีและข้อเสีย สิ่งสำคัญคือคุณต้องตัดสินใจว่าเครื่องมือใดที่จะเหมาะที่สุดกับคุณ และใช้ฟีเจอร์ที่โดดเด่นอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จากบทความเกี่ยวกับ ELSA Speak Review ทาง ELSA หวังว่าจะมีส่วนช่วยให้คุณในการค้นพบแอปพลิเคชันฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ปัญญาประดิษฐ์ก็คุ้มค่าที่จะลองสักครั้งใช่ไหมล่ะ
ประโยคอนาคตกาล (Future Simple Tense) เป็นหนึ่งในกาลพื้นฐานของภาษาอังกฤษ ใช้เพื่ออธิบายการกระทำหรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต บทความนี้จะแนะนำโครงสร้างและตัวอย่างการใช้งาน รวมถึงแบบฝึกหัดบางอย่างที่จะช่วยให้คุณฝึกใช้ future simple tense ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณกำลังเรียนภาษาอังกฤษและต้องการพัฒนา โปรดอ่านต่อบทความนี้เพื่อได้รับความรู้เกี่ยวกับ Future Simple Tense!
Future Simple Tense คืออะไร
ประโยคอนาคตกาล (Future Simple Tense) ใช้เพื่ออธิบายการกระทำหรือสถานการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หรือ (อาจ)จะ เกิดขึ้นในอนาคต
ตัวอย่าง:
I think she will win the race.
(ฉันคิดว่าเธอจะชนะการแข่งขัน)
This drink tastes good. I’ll take 3 bottles.
(เครื่องดื่มนี้อร่อยดี ฉันจะเอา 3 ขวด)
I promise I won’t be late for class again.
(ฉันสัญญาว่าจะไม่ สายอีก)

โครงสร้าง Future Simple Tense
| Future Simple Tense โครงสร้าง | |
|---|---|
| ประโยคบอกเล่า | S + will + V (bare) + O |
| ประโยคปฏิเสธ | S + will not + V (bare) + O |
| ประโยคคำถาม | Will + S + V(bare)+ …? |
| คำถาม Wh- | Wh + will + (not) + S + V(bare) ? |
ประโยคบอกเล่า Future Simple Tense
| S + will + V (bare) + O |
| โดย: – S: ประธาน (Subject) – V: คำกริยา (V-bare: คำกริยาที่อยู่ในรูปปกติ) – O: กรรม หมายเหตุ: กริยาช่วย WILL สามารถเขียนย่อเป็น ”LL (She will = She’ll, He will = He’ll, I will = I’ll, They will = They’ll, You will = You’ll..) |
ตัวอย่าง:
It will rain soon.
(ฝนจะตกเร็ว ๆ นี้)
Take some rest. I will do it for you.
(พักผ่อนบ้างเถอะ เดี๋ยวฉันจัดให้)
ประโยคปฏิเสธ Future Simple Tense
| S + will not + V (bare) + O |
| โดย: – S: ประธาน (Subject) – V: คำกริยา (V-bare: คำกริยาที่อยู่ในรูปปกติ) – O: กรรม หมายเหตุ: คำปฏิเสธของ will คือ won’t กริยาช่วย WILL NOT = WON’T |
ตัวอย่าง:
She won’t come to the party. I think so.
(เธอคงไม่มางานเลี้ยงหรอก ฉันว่านะ)
I think they won’t stop until they get what they want.
(ฉันคิดว่าพวกเขาจะไม่หยุดจนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ)

ประโยคคำถาม Future Simple Tense
| Will + S + V(bare)+ …? |
| Yes, S + will. No, S + won’t. |
| โดย: – S: ประธาน (Subject) – V: คำกริยา (V-bare: คำกริยาที่อยู่ในรูปปกติ) – O: กรรม |
ตัวอย่าง:
Will you take this dress? (คุณจะเอา/ ซื้อชุดนี้ไหม?)
Yes, I will. (เอาค่ะ)
Will they buy that house? (พวกเขาซื้อบ้านหลังนั้นหรือเปล่า)
No, they won’t. I think so. (ไม่ ฉันคิดอย่างนั้น)
คำถาม Wh- Future Simple Tense
| Wh + will + (not) + S + V(bare) ? |
| โดย: – S: ประธาน (Subject) – V: คำกริยา (V-bare: คำกริยาที่อยู่ในรูปปกติ) – O: กรรม หมายเหตุ: Wh- คือคำใช้เพื่อถาม What/ Where/ When/ Why/ How/ Who/ Whom |
ตัวอย่าง:
What will we have to do when we get there?
(เราจะทำอะไรเมื่อเราไปถึงที่นั่น?)
Who(m) will we see at the meeting this afternoon, you think?
(คุณคิดว่าเราจะพบใครในการประชุมบ่ายนี้?)
Which drink will you take?
(คุณจะดื่มอะไร?)

สัญญาณเพื่อรับรู้ Simple Future Tense
วลี คำวิเศษณ์บอกเวลาในอนาคต
in the next 5 minutes (ในอีก 5 นาที)
in the next 3 days (ในอีก 3 วันข้างหน้า)
within next week (ภายในสัปดาห์หน้า )
tomorrow/ this weekend/ next month/…
วลีแสดงความคิดเห็น การคาดคะเน หรือคำวิเศษณ์บอกระดับความเป็นไปได้ในอนาคต

วลีแสดงความสัญญาหรือความหวัง คาดหวัง สันนิษฐานว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้น
| I promise | ฉันสัญญา |
| I hope | ฉันหวังว่า |
| I expect | ฉันคาดหวัง/ว่า (สิ่งที่จะเกิดขึ้น) |
ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 1 (รวมถึง if clause และ main clause) หรือประโยคที่ซับซ้อนเกี่ยวกับอนาคต โดยมีหนึ่งในสองประโยคที่มีคำเชื่อมเวลา (as soon as, when, before, after,…)
→ Future Simple Tense ใช้ใน main clause ของประโยคเงื่อนไขประเภทที่ 1 และใน clause ที่ไม่มีคำเชื่อมเวลา
ตัวอย่าง:
If anything bad happens, I will let you know right away.
(หากมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น ฉันจะแจ้งให้คุณทราบทันที)
As soon as/ When/ After/… I get there, I will call you.
(ทันที/ เมื่อไหร่/ หลังจาก/… ฉันไปถึง ฉันจะโทรหาคุณ)
วิธีใช้ Future Simple Tense
แสดงการพยากรณ์หรือความคิดเกี่ยวกับอนาคตตามความรู้สึกส่วนตัว ไม่อิงความเป็นจริง
in/ within + ช่วงเวลา (ในอีก +… ข้างหน้า)
ตัวอย่าง:
I think she will become the next manager.
(ฉันคิดว่าเธอจะกลายเป็นผู้จัดการคนต่อไป)
Lucy and Brian won’t come to the party, we suppose.
(เราคิดว่า Lucy กับ Brian จะไม่ไปงานปาร์ตี้หรอก)
การวิเคราะห์:
ในการแสดงความเป็นส่วนตัวเมื่อทำการทำนายเกี่ยวกับอนาคต ผู้พูดมักจะใช้ Future Simple Tense ตามข้างต้น นอกจากนี้เรายังเห็นว่าผู้พูดไม่ได้ให้หลักฐานใด ๆ เพื่อสนับสนุนการทำนายของเขา
เมื่อมีการให้หลักฐาน การคาดคะเนจะแสดงในโครงสร้างอื่น ซึ่งถูกระบุในส่วนที่ 5
การแสดงเจตนาจะตัดสินใจทันทีในขณะที่พูดโดยไม่ต้องใช้เวลาคิดมากนัก
ตัวอย่างที่ 1:
Look! That cup is so cute. I will buy one.
(ดูสิ แก้วนั่นน่ารักจัง ฉันจะซื้อหนึ่งอัน)
ตัวอย่างที่ 2:
A: It’s so hot in here. (ที่นี่ร้อนจัง)
B: I will open the window. (ฉันจะเปิดหน้าต่าง)
การวิเคราะห์:
การตัดสินใจที่จะ “ซื้อแก้ว” และ “เปิดหน้าต่าง” ล้วนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก โดยตามลำดับ: เห็น ได้ยิน รู้สึก → ตัดสินใจและพูดออกมาเลย
อธิบายถึงแผนการในอนาคตแต่ (ค่อนข้าง) ไม่ชัดเจน โดยมีความเป็นไปได้ต่ำที่จะเกิดขึ้น มักจะไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด และไม่มีแผนเฉพาะที่จะดำเนินการ
ตัวอย่าง:
I will become a singer when I grow up.
(ฉันจะเป็นนักร้องเมื่อฉันโตขึ้น)
I will buy a house someday.
(ฉันจะซื้อบ้านสักวันหนึ่ง)
การวิเคราะห์:
แผนการ “กลายเป็นนักร้อง” และ “ซื้อบ้าน” นั้นคลุมเครือมาก ไม่แน่นอน และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะดำเนินการ
แสดงคำสัญญา (มักจะตามด้วย I promise)
I promise I will concentrate more. (ฉันสัญญาว่าฉันจะตั้งใจมากขึ้น)
We promise we won’t miss any other deadlines.
(เราสัญญาว่าเราจะไม่พลาดกำหนดเวลาอีกต่อไป)
เสนอความช่วยเหลือ
You have worked enough today. Take a nap! I’ll do the rest.
(วันนี้คุณทำงานหนักมามากพอแล้ว ไปงีบเถอะ! ที่เหลือฉันจะจัดการให้)
Get in! I will take you home.
(เข้าไป! ฉันจะพาคุณกลับบ้าน)
ใช้ใน main clause ของประโยคเงื่อนไขหลักประเภทที่ 1
If I have time, I will call you.
(ถ้ามีเวลาฉันจะโทรหาคุณ)
We will inform you if there are any changes.
(เราจะแจ้งให้คุณทราบหากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ)
โครงสร้างอื่น ๆ ที่พูดถึงอนาคต
โครงสร้าง: be going to- V(bare)
แสดงแผนการ ความตั้งใจในอนาคตที่ได้มีหลังจากคิดไปในช่วงเวลาหนึ่ง มีความน่าจะเกิดขึ้นมากกว่าความตั้งใจที่จะแสดงโดย Future Simple Tense มักจะพร้อมกับคำบอกเวลาเฉพาะ
ตัวอย่าง:
My parents are going to buy a car next month.
(พ่อแม่ของฉันกำลังจะซื้อรถในเดือนหน้า)
Present Continuous Tense เป็นการแสดงแผน/ความตั้งใจที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้และมีความน่าจะเกิดขึ้นมากว่า be going to + V(bare) อีก; มักจะไปกับคำบอกเวลาเฉพาะ
ตัวอย่าง:
I am eating out with my friend tonight.
(ฉันจะไปทานอาหารเย็นกับเพื่อนคืนนี้)
Present Simple Tense อธิบายถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามกำหนด ตายตัวหรือเปลี่ยนแปลงได้ยากมาก และใช้ได้กับหลาย ๆ คน เช่น กำหนดเวลาของรถไฟ รถยนต์ เครื่องบิน ตารางเวลา ตารางการเดินทาง เป็นต้น
ตัวอย่าง:
The train leaves at 5:30 this afternoon.
(รถไฟออกเวลา 5:30 น. บ่ายวันนี้)
be going to- V(bare) แสดงการคาดการณ์ที่มีหลักฐานเกี่ยวกับอนาคต โดยอิงจากความเป็นจริง
ตัวอย่าง:
Look at the sky. It’s going to rain.
(มองดูท้องฟ้าสิ ฝนกำลังจะตก)
Future Simple Tense ตัวอย่างประโยค
1. We think she will become a famous singer one day.
(เราคิดว่าเธอจะกลายเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงในวันหนึ่ง)
2. They won’t come to the wedding party, I suppose.
(ฉันคิดว่าพวกเขาจะไม่มางานแต่งงาน)
3. This cookie is too sweet. I won’t buy it.
(คุกกี้นี้หวานเกินไป ฉันจะไม่ซื้อหรอก)
4. A: The music is too loud.
(เสียงเพลงดังเกินไป)
B: I will turn it down.
(ฉันจะทำให้มันเล็กลง)
5. One day, I will open my own restaurant.
(สักวันฉันจะเปิดร้านอาหารเอง)
6. When I grow up, I will travel around the world.
(เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะไปเที่ยวรอบโลก)
7. I will love you forever.
(ฉันจะรักเธอตลอดไป)
8. Do you feel cold? I will turn the AC off.
(คุณหนาวไหม ฉันจะปิดแอร์นะ)
9. It’s raining. Get in my car! I will take you home.
(ฝนกำลังตกอยู่ ขึ้นรถฉันสิ ฉันจะไปส่งคุณที่บ้าน)
10. If it stops raining soon, we will still go camping.
(ถ้าฝนหยุดตกเร็วๆ นี้ เราจะยังคงไปตั้งแคมป์กัน)

แยกแยะความแตกต่างระหว่าง Future Simple Tense และ Near future tense
- Near future tense เป็นโครงสร้าง be going to- V(bare).
- กาลทั้งสองนี้มีฟังก์ชันคล้ายคลึงกัน 2 ประการ โดยเรามักจะเข้าใจผิดฟังก์ชันนั้น แต่นอกจากฟังก์ชันคล้ายคลึงกันแล้ว มันก็มีฟังก์ชันที่แตกต่างกัน
ล้วนแสดงการทำนายเกี่ยวกับอนาคต
ความแตกต่าง:
| Future Simple Tense | Near future tense |
| การคาดคะเนเป็นเรื่องส่วนตัว และไม่มีหลักฐานในความเป็นจริง | การคาดการณ์ซึ่งมีหลักนฐานของความเป็นจริง |
| She will win the race. (เธอจะชนะการแข่งขัน) | She is going to win the race. She runs very fast and she has won many races. (เธอจะชนะการแข่งขัน เธอวิ่งเร็วมากและชนะการแข่งขันมาแล้วหลายรายการ) → ขึ้นอยู่กับ: “เธอวิ่งเร็วมาก และเธอก็ได้ชนะการแข่งขันหลายรายการแล้ว” |
ล้วนอธิบายสิ่งที่วางแผนจะทำหรือตัดสินใจทำในอนาคต
ความแตกต่าง:
| Future Simple Tense | Near future tense (be going to- V(bare) |
| เจตนา คือ การตัดสินใจในขณะพูดโดยไม่คิดให้มาก หรือ เจตนาคลุมเครือ ความน่าจะเกิดขึ้นต่ำ ไม่รู้ว่า จะเกิดขึ้นเมื่อใด และไม่มีแผนจะทำยังไง | อธิบายถึงแผนการในอนาคตหรือความตั้งใจที่ให้ไว้หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง มีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้น มักจะมีเวลาที่กำหนด |
| Look! That cup is so cute. I will buy one. (ดูสิ แก้วนั่นน่ารักจัง ฉันจะซื้อหนึ่งอัน) | พ่อแม่ของฉันกำลังจะซื้อรถในเดือนหน้า (พ่อแม่ของฉันกำลังจะซื้อรถในเดือนหน้า) |
แบบฝึกหัด Future Simple Tense
แบบฝึกหัดที่ 1: ใส่กริยาในวงเล็บเหลี่ยมในรูปแบบ Future Simple Tense
1. I__________________ (move) to another city when I have enough money.
2. If you buy more than 20 products, we__________________ (give) you a 20% discount.
3. Mom, I promise __________________ (not go) home late again.
4. Don’t worry! I__________________ (help) you.
5. This shirt feels very comfortable. I__________________ (take) it.
6. I think they__________________ (choose) him for that position.
7. If I need help, I__________________ (let) you know.
คำตอบ:
1. will move
2. will give
3. won’t go
4. will help
5. will take
6. will choose
7. will let
| คุณรู้วิธีใช้ modal verb อย่างถูกต้องแล้วหรือยัง? มาอ่านและทำความเข้าใจกับบทความ “Modal Verb คืออะไร? คำจำกัดความ ตัวอย่าง วิธีใช้งานที่เข้าใจง่าย” ด้านล่างนี้เลย เพื่อยกระดับทักษะภาษาอังกฤษของคุณ |
แบบฝึกหัดที่ 2: จัดเรียงคำด้านล่างใหม่เพื่อสร้างประโยคที่ถูกต้อง
1. get there/ we/ we/ , / will call you/ when/ .
2. complete the task/ I/ I/ on time/ promise/ will/ .
3. will/ I think/ the next manager/ that employee/ become/ .
4. , / I/ when/ will/ travel around the world/ I / grow up/ .
5. buy/ ten bottles of this drink/ because/ will/ it’s so delicious/ we/ .
คำตอบ:
1. When we get there, we will call you.
2. I promise I will complete the task on time.
3. I think that employee will become the next manager.
4. When I grow up, I will travel around the world.
5. We will buy ten bottles of this drink because it’s so delicious.
แบบฝึกหัดที่ 3: ค้นหาข้อผิดพลาดในแต่ละประโยคด้านล่างและแก้ไขให้ถูกต้อง
1. I think she will choose that car.
2. My parents will buy a flat this July. They have planned this for a long time.
3. You feel hot, right? I will turn off the air conditioner (AC).
4. Look! He’s closest to the finish line. He will win.
5. Wow! This fish is very fresh. I’m taking it.
คำตอบ:
1. will chooses → will choose
2. will buy → are going to buy (นี่คือการตัดสินใจ/แผนการที่ทำหลังจากช่วงระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้นเราควรใช้ be going to-Vbare)
3. turn off → turn on
4. will win → is going to win (นี่เป็นการคาดการณ์ที่มีหลักฐานดังนั้นควรใช้ be going to-Vbare.)
5. I’m taking → I will take (นี่เป็นการตัดสินใจในขณะที่พูด ดังนั้นเราควรใช้ Future Simple Tense)
แบบฝึกหัดที่ 4: ใส่คำกริยาในวงเล็บลงในรูปแบบ Future Simple Tense หรือ Near future tense
1. This sofa is very comfortable. We__________________ (buy) it.
2. My sister__________________ (visit) her boyfriend’s family this summer. She has planned this for months.
3. Look! Those dogs__________________ (catch) your cat.
4. It’s okay. I__________________ (will) clean that.
5. We think that our daughter__________________ (go) home late tonight.
คำตอบ:
1. will buy
2. is going to visit
3. are going to catch
4. will clean
5. will go home
แบบฝึกหัดที่ 5: ใส่กริยาในวงเล็บลงในรูปแบบ Future Simple Tense หรือ Present Simple Tense
1. The plane__________________ (leave) at 9 this evening.
2. We promise__________________ (not be) late again.
3. The course__________________ (start) on July 25th.
4. I think the train__________________ (arrive) late.
5. This Friday, we__________________ (have) a meeting at 2:30pm.
คำตอบ:
1. leaves
2. won’t be
3. starts
4. will arrive
5. have
แบบฝึกหัดที่ 6: จับคู่แต่ละคำในคอลัมน์ A กับคำที่เหมาะสมในคอลัมน์ B
| A | B |
| 1. If the weather gets nicer | A. as soon as I get there. |
| 2. I will let you know | B. I will go everywhere I want. |
| 3. I promise | C. that team will win. |
| 4. When I grow up | D. I will take good care of him. |
| 5. I think | E. we will go on a picnic. |
คำตอบ:
1. E
2. A
3. D
4. B
5. C
แบบฝึกหัดที่ 7: ใช้ Future Simple Tense เพื่อเติมประโยคด้านล่างให้สมบูรณ์
1. If, one day, I have enough money,…
2. I will text you as soon as…
3. I think my boss…
4. I believe my (best) friend…
5. When I retire,…
คำตอบ:
ประโยคเหล่านี้เป็นประโยคที่มีคำตอบแบบเปิด ขึ้นอยู่กับความคิดของคุณเอง ดังนั้นคำตอบด้านล่างมีไว้สำหรับอ้างอิงเท่านั้น และเพื่อให้คุณเห็นวิธีใช้ Future Simple Tense
1. If, one day, I have enough money, I will move out of my parents’ house.
2. I will text you as soon as I find your jacket.
3. I think my boss will like this idea.
4. I believe my (best) friend will be successful.
5. When I retire, I will travel around the world.
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจ Future Simple Tense ได้ดียิ่งขึ้น และสามารถนำไปใช้กับการพูดและการเขียนได้อย่างถูกต้อง ให้ฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษของคุณต่อไปและอย่าลืมฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้คล่องแคล่วยิ่งขึ้น ขอบคุณที่อ่านบทความนี้!
กาลอดีตกาลธรรมดา (Past Simple Tense) เท่ากับ 12 Tense ต่าง ๆ มากมายในภาษาอังกฤษเข้ามาเป็นหัวข้อที่สำคัญสำหรับเรียนภาษาอังกฤษทุกคนมาร่วมกันELSA พูดเพื่อสรุปความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับการใช้, วิธีใช้, และสัญญาณของกาลอดีตกาลธรรมดาๆ มาดูด้วยข้อดีที่มีเฉลยกันเถอะ!

Past Simple Tense คืออะไร
กาลอดีตกาลธรรมดาในภาษาอังกฤษ (Past Simple หรือ Simple Past) เป็นกาลที่ใช้เพื่อบอกเล่า เหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต นอกจากนี้ ยังใช้เพื่อบรรยาย เหตุการณ์หรือการกระทำที่เพิ่งจะสิ้นสุดลงในอดีต อีกด้วย
Past Simple Tense ตัวอย่างประโยค:
- When I was young, I usually went to school late.
- We didn’t attend the meeting yesterday.
- Two days ago, they were sick.
- My grandparents bought this house many years ago.
Past Simple Tense โครงสร้าง
Past Simple Tense โครงสร้างในรูปแบบต่างๆ
| กริยา to be | กริยาปกติ | |
|---|---|---|
| ประโยคบอกเล่า | S + was/were + Adj/ N (phrase) | S + V2/V-ed + (object) |
| ประโยคปฏิเสธ | S + was/were + NOT + Adj / N (phrase) | S + didn’t + V(BARE) + (object) |
| ประโยคคำถาม | Was/Were + S + Adj / N (phrase) ? – Yes, S + was/were – No, S + was/were + not | S + was/were + Adj/ N (phrase) |
Past Simple Tense โครงสร้างประโยคบอกเล่า
| กริยา to be | กริยาปกติ | |
|---|---|---|
| โครงสร้าง | S + was/were + Adj/ N (phrase) | S + V2/V-ed + (object) |
| ตัวอย่าง | At 5pm yesterday, that customer was at our company. When that customer came this afternoon, we were out for lunch. | We lived in Bangkok for 5 years before moving to Chiang Mai. Yesterday, my mom caught some rats in the kitchen. |
ตารางประธาน (Subject) กับคำกริยาไปด้วยกัน:
| Subject | Verb to be |
|---|---|
| I/He/She/It/Mybrother/The cat/… | was |
| We/You/They/My parents/Our teachers/… | were |
>>> ดูเพิ่มเติ่ม: was were ใช้ยังไง และเคล็ดลับในการแยกแยะออกจาก Did
*หมายเหตุ คำกริยาปกติ:
V2 เป็นกริยาช่องที่ 2 ที่ผันมาจากกริยาช่องที่ 1 ของคำกริยาอปกติ (ไม่เป็นไปตามกฎเพิ่ม -ed)
ตัวอย่าง: catch – caught – caught, begin- began– begun, v.v.
V-ed เป็นกริยาช่องที่ 2 ของกริยาปกติ (เป็นไปตามกฎเพิ่ม -ed ที่ช่อง 2 และช่อง 3 ของคำกริยา)
ตัวอย่าง: want- wanted– wanted, watch- watched– watched, v.v.
| ศึกษาตารางคำกริยาไม่เป็นไปตามกฎ (Irregular Verbs) ในช่องที่ 2 ซึ่งมักพบบ่อย |
โครงสร้างประโยคปฏิเสธ Past Simple Tense
| กริยา to be | กริยาปกติ | |
|---|---|---|
| โครงสร้าง | S + was/were + NOT + Adj / N (phrase) | S + didn’t + V(BARE) + (object) |
| ตัวอย่าง | She wasn’t at home when you called this morning. Those college students were not studious during their first year. | Those employees didn’t go on the company trip. I tried to call that customer, but she didn’t pick up. |
*หมายเหตุ:
- was not= wasn’t
- were not= weren’t
- did not = didn’t
โครงสร้างประโยคคำถาม Past Simple Tense
คำถาม Yes-No
| กริยา to be | กริยาปกติ | |
|---|---|---|
| โครงสร้าง | Was/Were + S + Adj / N (phrase) ? | Did + S + V(bare) ? |
| คำตอบ | Yes, S + was/were No, S + was/were + not | Yes, S + did No, S + didn’t |
| ตัวอย่าง | Were you at Jack’s party last night? → Yes, I was. | Did you come across your high school friend this morning? → Yes, I did. I was so happy to see her again |

คำถาม Wh-
คำกริยา Be
| กลุ่มที่ 1: When/Where/Why/What/How + was/were (not) + S + Adj / N (phrase) + …? |
| กลุ่มที่ 2: Who/What + was/were (not) + Adj / N (phrase)/… + …? (คำถามเป็น S: ประธาน) |
Simple Past Tense ตัวอย่างประโยค:
- Where were your brother last night? (พี่ชาย/น้องชายของคุณอยู่ที่ไหนเมื่อคืนนี้?)
- What were your hobbies when you were a kid? (งานอดิเรกของคุณตอนเด็กๆ คืออะไร?)
- Why weren’t you by my side when I needed you the most? (ทำไมคุณไม่อยู่เคียงข้างฉันเมื่อฉันต้องการคุณมากที่สุด)
- Who were in the meeting room 2 hours ago? (ใครอยู่ในห้องประชุมเมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว?)
คำกริยาที่บอกการกระทำ (Action Verbs)
| กลุ่มที่ 1: When/Where/Why/What/How + did (not) + S + V(BARE) + (object) + …? |
| กลุ่มที่ 2: Who/What + V2/V-ed + (object) + …?Who/What + didn’t + V(BARE) + (object) + …?(คำถามเป็น S: ประธาน) |
Simple Past Tense ตัวอย่างประโยค:
- Who washed the dishes this afternoon? (ใครล้างจานเมื่อบ่ายนี้?)
- Where did your family go last weekend? (วันหยุดสุดสัปดาห์ที่แล้วครอบครัวของคุณไปที่ไหน?)
- Who didn’t take part in the activity? (ใครไม่ได้ร่วมกิจกรรม)
- What caused that tragic accident? (อะไรทำให้เกิดภัยพิบัติครั้งนั้น?

หลักการใช้ Past Simple Tense
อดีตกาลธรรมดามีการใช้งานหลักดังต่อไปนี้:
อธิบายการกระทำในอดีต มักจะมาพร้อมกับเวลา
They established this company in 1998 (พวกเขาก่อตั้งบริษัทนี้ในปี 1988)
Last night, my friend and I didn’t go to the cinema (เมื่อคืนฉันกับเพื่อนไม่ได้ไปโรงหนัง)
อธิบายการกระทำที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต
My family lived in Bangkok for 4 years (ครอบครัวของฉันเคยอาศัยอยู่ที่กรุงเทพเป็นเวลา 4 ปี)
Our son didn’t study there for a year, just a few months (ลูกเราไม่ได้เรียนที่นั่น 1 ปี แค่ไม่กี่เดือนเอง)
อธิบายหลายการกระทำที่เกิดขึ้นติดต่อกันในอดีต
She parked her car, got out, put on her hat and walked towards the building. (เธอจอดรถ ออกไป สวมหมวก แล้วเดินไปที่ตึก)
อธิบายนิสัยในอดีต (ตอนนี้ไม่มีแล้ว)
When my younger sister was in high school, she went swimming every day. (ตอนที่น้องสาวของฉันเรียนมัธยมปลาย เธอเคยไปว่ายน้ำทุกวัน)
I didn’t drink enough water or eat vegetables when I was a teenager. (ฉันดื่มน้ำหรือกินผักไม่พอเมื่อฉันยังเป็นวัยรุ่น)
อธิบายคุณภาพ/คุณสมบัติ/คุณลักษณะ/… ในอดีต (ตอนนี้ไม่มีแล้ว)
Her younger brother was very naughty that day. (น้องชายของเธอเกเรมากในวันนั้น)
Last summer, it was very sunny and hot. (ฤดูร้อนที่แล้วมีแดดจัดและร้อนจัด)
อธิบายการกระทำหนึ่งที่ขัดจังหวะการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีต (ใช้พร้อมกับ ประโยคอดีตกาลต่อเนื่อง Past Continuous Tense)
This morning, I was discussing with my team when you called. (เมื่อเช้านี้ ฉันกำลังคุยกับทีมของฉันเมื่อคุณโทรมา)
This morning, you called while I was discussing with my team. (เมื่อเช้านี้ คุณโทรมาขณะที่ฉันกำลังคุยกับกลุ่มของฉัน)

สัญญาณเพื่อรับรู้ Past Simple Tense
ประโยคใช้โครงสร้างหนึ่งอยู่ในโครงสร้างของข้อ 2 และมีเครื่องหมายที่สำคัญที่สุดคือกริยาในรูปแบบ V2 หรือ V-ed
ในประโยคมีคำหรือกลุ่มคำ (วลี) หรือ clause ต่อไปนี้:
ก. วลี
- 2 days/3 weeks/4 months/… ago: 2 วัน/3 สัปดาห์/4 เดือน/… ที่แล้ว
- last Monday/Tuesday/week/month/year/…: วันจันทร์/วันอังคาร/สัปดาห์/เดือน/ปี/… ที่ผ่านมา
- yesterday: เมื่อวาน
- yesterday morning/afternoon/evening: เช้า/บ่าย/คืนของเมื่อวาน
- that day/night/…: วัน/คืน/… นั่น
- this morning/afternoon/…: เช้า/บ่าย/…วันนี้
- before + V-ing: ก่อน…
- in 1967/…: ในปี 1967/…
ข. Clause
- when I was young: เมื่อฉันยังเด็ก
- when I was a child: เมื่อฉันยังเป็นเด็ก

กฎบางอย่างเกี่ยวกับคำกริยาใน Past Simple Tense
ตามที่ระบุไว้โดยสังเขปในส่วนโครงสร้าง ใน Simple Past Tense กริยาปกติสามารถมีรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งจากสองรูปแบบ ได้แก่ V-ed (กริยาปกติ) และ V2 (กริยาอปกติ หรือ irregular verbs) เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบคำกริยา 2 รูปแบบนี้และวิธีใช้ ให้อ่านต่อ 2 บทความด้านล่าง:
- วิธีออกเสียง ed ในภาษาอังกฤษที่ง่ายและจำง่ายที่สุด
- ตารางคำกริยาอปกติภาษาอังกฤษที่สมบูรณ์และแม่นยำที่สุด
| awake | awoke | awoken | ตื่น/ปลุกคนให้ตื่น |
| backslide | backslid | backslid backslidden | กลับไปเป็นเหมือนเดิม |
| be | was/were | been | เป็น/คือ |
| bear | bore | born | อดทน / พกบางสิ่ง / ให้กำเนิด |
| beat | beat | beat beaten | ตี/โดน |
| become | became | become | กลายเป็น |
| befall | befell | befallen | (อะไร) เกิดขึ้น |
| begin | began | begun | เริ่ม |
| behold | beheld | beheld | ดู |
ตัวอย่างประโยค past simple tense 20 ประโยค
- She studied hard for the exam. (เธอเรียนหนักเพื่อการสอบ)
- They played football in the park last Saturday. (พวกเขาเล่นฟุตบอลที่สวนสาธารณะเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา)
- We watched a movie last night. (พวกเราดูหนังเมื่อคืนที่ผ่านมา)
- He finished his homework an hour ago. (เขาทำการบ้านเสร็จเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว)
- I bought a new book last week. (ฉันซื้อหนังสือเล่มใหม่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)
- She called me this morning. (เธอโทรหาฉันเมื่อเช้านี้)
- They went to the beach during the holiday. (พวกเขาไปชายหาดในช่วงวันหยุด)
- I saw him at the party yesterday. (ฉันเห็นเขาที่งานปาร์ตี้เมื่อวานนี้)
- We traveled to Paris last summer. (พวกเราเดินทางไปปารีสเมื่อฤดูร้อนที่แล้ว)
- He worked at the company for 10 years. (เขาทำงานที่บริษัทเป็นเวลา 10 ปี)
- She danced all night at the concert. (เธอเต้นทั้งคืนที่คอนเสิร์ต)
- He woke up, took a shower, and had breakfast. (เขาตื่นนอน อาบน้ำ และทานอาหารเช้า)
- I ate pizza for lunch yesterday. (ฉันกินพิซซ่ามื้อเที่ยงเมื่อวานนี้)
- We visited the museum last month. (พวกเราไปเยี่ยมพิพิธภัณฑ์เมื่อเดือนที่แล้ว)
- He played video games for two hours. (เขาเล่นเกมคอมพิวเตอร์เป็นเวลา 2 ชั่วโมง)
- She wrote a letter to her friend. (เธอเขียนจดหมายถึงเพื่อนของเธอ)
- I cleaned my room yesterday. (ฉันทำความสะอาดห้องเมื่อวานนี้)
- They listened to music all day. (พวกเขาฟังเพลงทั้งวัน)
- We arrived late to the meeting. (พวกเรามาถึงที่การประชุมช้า)
- I visited my grandmother yesterday. (ฉันไปเยี่ยมคุณยายเมื่อวานนี้)
แยกแยะ Past Simple Tense กับ Tense อื่นๆ
แยกแยะ Past Simple Tense และ Past Continuous Tense
| Past Simple Tense | Past Continuous Tense |
| โครงสร้างประกอบด้วย: V2/ed | โครงสร้างประกอบด้วย: was/were (not) + V-ing |
| ไม่พูดเกี่ยวกับการกระทำที่เกิดขึ้นในขณะที่พูดหรือช่วงเวลาที่พูด | หน้าที่หลักคือการอธิบายเหตุการณ์/การกระทำที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต ตัวอย่างเช่น I was discussing with my team at 10 this morning → ฉันกำลังคุยกับกลุ่มของฉันตอน 10 โมงเช้าวันนี้ |
เข้าใจและใช้ Past Tense ได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติ
ประโยคอดีตกาลต่อเนื่อง (Past Continuous Tense): โครงสร้างและแบบฝึกหัด
2. แยกแยะ Past Simple Tense และ Present Perfect Tense
| Past Simple Tense | Present Perfect Tense |
| ใช้โครงสร้างในส่วนที่ 2 | โครงสร้างประกอบด้วย: has/have + V3/V-ed |
| มีฟังก์ชันเดียวกันกับ Present Perfect Tense: แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต – ข้อแตกต่างคือ Past Simple Tense มักจะมาพร้อมกับเวลาที่เกิดขึ้นของเหตุการณ์ เช่น My aunt bought a new car last week → ป้าของฉันซื้อรถใหม่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว | มีฟังก์ชันเดียวกันกับ Past Simple Tense คือแสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต – ข้อแตกต่างคือ Present Perfect tense ไม่ได้มาพร้อมเวลาที่เหตุการณ์เกิดขึ้นเนื่องจากผู้พูดไม่ทราบ หรือไม่อยากบอก เช่น My aunt has bought a new car → ป้าของฉันซื้อรถใหม่ |
เข้าใจแนวทางการใช้กาลต่างๆในภาษาอังกฤษอย่างมั่นคง:
- ประโยคอนาคตกาล ( Future Simple Tense ): โครงสร้างและแบบฝึกหัด
- Present Continuous Tense: โครงสร้าง หลักการใช้งาน
- ประโยคปัจจุบันกาล (Present Simple Tense): โครงสร้าง การใช้งาน
- อนาคตกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง (Future Perfect Continuous Tense)
- Future Continuous Tense: โครงสร้างและหลักการใช้งาน
- Present Perfect Continuous Tense โครงสร้าง ตัวอย่าง และแบบฝึกหัดพร้อมคำตอบ
แบบฝึกหัด Past Simple Tense
1. แบบฝึกหัด
ผันคำกริยาใน (…):
1. He ………… (wake) up, ………… (check) his phone, ………… (get) out of bed, ………… (drink) some water and ………… (rush) to the bathroom.
2. He ………… (spend) 4 years in that beautiful city. He ………… (no do) much there.
3. Last week, you ………… (go) to work late 4 times.
4. Yesterday, ………… (not meet) the deadline, so our boss ………… (be) very upset.
5. I ………… (enjoy) watching TV when I was a kid. Now, I prefer Netflix.
6. Yesterday evening, I was walking home when I ………… (see) a tragic accident.
7. They ………… (sign) their first contract in 2006.
ตั้งคำถามสำหรับส่วนที่ขีดเส้นใต้:
1. Peter prepared all of the documents last week.
2. My family didn’t go camping last week because it rained all day.
3. This morning, I woke my son up by playing some rock songs.
4. Two days ago, he gave some money to a stranger.
5. That employee started working for our company in 2016.
6. Yesterday, we hid our memory box in the garden.
7. They first met each other 17 years ago.
2. คำตอบสำหรับแบบฝึกหัด Past Simple Tense
ผันคำกริยาใน (…)
1. woke – cheked – got – drank – rushed
2. spent – didn’t do
3. went
4. didn’t meet – was
5. enjoyed
6. saw
7. signed
ตั้งคำถามสำหรับส่วนที่ขีดเส้นใต้:
1. Who prepared all of the documents last week?
2. Why didn’t your family go camping last week?
3. How did you wake your son up this morning?
4. Whom did he give money to two days ago?
5. When did that employee start working for our company?
6. Where did you hide your memory box yesterday?
7. When did they first meet each other?
เช่นนั้นเราได้เรียนรู้ความรู้ที่จำเป็นทั้งหมดเกี่ยวกับอดีตกาลธรรมดา แล้ว ELSA Speak หวังว่าหลังจากอ่านบทความนี้ คุณจะสามารถใช้ Past Simple Tense ได้อย่างคล่องแคล่วและเป็นมืออาชีพเวลาสื่อสารภาษาอังกฤษ หวังว่าคุณจะเรียนรู้ได้ดี!
โครงสร้าง Past Simple Tense และ Past Continuous Tense มักจะใช้ร่วมกันในกรณีที่เกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เข้าร่วม ELSA Speak เรียนรู้บทความ การผสมผสานระหว่าง Past Simple Tense และ Past Continuous Tense เพื่อให้สามารถใช้โครงสร้างนี้ได้อย่างคล่องแคล่วยิ่งขึ้นนะ
เยี่ยมชมเว็บไซต์ th.elsaspeak.com เป็นประจำเพื่อรับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษาการสื่อสารภาษาอังกฤษด้วยตนเองสำหรับคนวัยทำงานและวัยเรียน!







