Action Verb: คำนิยาม วิธีการจำแนกประเภทและแบบฝึกหัด

อาจกล่าวได้ว่าคำกริยาแสดงการกระทำเป็นคำกริยาประเภทที่พบบ่อยที่สุด และใช้บ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ การทำความเข้าใจการทำงานและการใช้งานของคำกริยาแสดงการกระทำ จะช่วยให้การเรียนภาษาอังกฤษของคุณดีขึ้นอย่างมาก คุณรู้หรือไม่ว่า คำกริยาแสดงการกระทำคืออะไร? ถ้าไม่รู้ มาเรียนรู้กับ ELSA Speak กันดีกว่า!

สารบัญ

Action Verb คืออะไร?

คำกริยาเป็นคำที่ใช้เพื่อแสดงการกระทำของสิ่งหนึ่ง บุคคล หรือการกระทำของหลายสิ่ง/ปรากฏการณ์ คำกริยาแสดงการกระทำเป็นคำกริยาที่อธิบายการกระทำที่ประธานกำลังทำอยู่ ทั้งทางร่างกายหรือจิตใจ

สอบก่อนเข้าฟรี

{{(sIndex/sentences.length)*100}}%
{{ sentences[sIndex].text }}.
loading

ตัวอย่างคำกริยาแสดงการกระทำ: act (กระทำ), dance (เต้นรำ), glance (ชำเลือง), escape (หลบหนี), hide (ซ่อน),…

action verb คือ

Action verb ใช้ยังไง: โครงสร้างและวิธีการใช้

อกรรมกริยา (Intransitive verbs)

อกรรมกริยาคือคำกริยาที่แสดงการกระทำหรือสภาพอย่างชัดเจนที่สุด โดยไม่ต้องใช้กรรมหรือคำกริยาช่วย  ในขณะเดียวกัน อกรรมกริยามักจะอยู่หลังประธาน และไม่สามารถใช้ในรูปแบบถูกกระทำได้

ตัวอย่าง  awake (ตื่น), depend (พึ่ง), cry (ร้องไห้), sleep (นอน), vanish (หายไป), laugh (หัวเราะ),…

สูตร

S + V + (O)

Action verb ตัวอย่างประโยค ของอกรรมกริยา

  • The trees grow. (ต้นไม้เติบโต)
  • Lan sleep well on her bed. (ลาน นอนหลับสบายบนเตียงของเขา)

สกรรมกริยา (Transitive verbs)

ตรงกันข้ามกับอกรรมกริยา สกรรมกริยาบ่งบอกถึงความหมาย แต่จะมาพร้อมกับบทกรรม ดังนั้น ประโยคที่มีสกรรมกริยา จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีคำนามวลี คำนาม คำสรรพนาม ฯลฯ

ตัวอย่าง shine (ส่องแสง), cuddle (กอด), warp (ทำให้บิดงอ), freeze (แช่แข็ง), buy (ซื้อ), sell (ขาย), give (ให้), wish ( ขอ/อธิษฐาน),…

สูตร

S + V + O

ตัวอย่าง

  • Someone turned off the light. (มีคนปิดไฟ)
  • I was impressed by him. (ฉันประทับใจเขา)

กริยาแท้และกริยาไม่แท้

กริยาแท้ คือ คำที่ผันกับประธานใน Tense บุคคล และตัวเลข นี่เป็นกฏที่บังคับใช้ในประโยค เพื่อทำให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์

ตัวอย่าง

  • He goes to library with me. (เขาไปห้องสมุดกับฉัน)
  • The lady has finished all her tasks. (คุณหญิงได้เสร็จสิ้นภารกิจทั้งหมดของเขาแล้ว)

กริยาไม่แท้ คือ กริยาที่จะไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ผัน และจะไม่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงโดยตรงกับประธาน หรือองค์ประกอบที่เหลือ ไม่ว่าประธานจะเป็นพหูพจน์ หรือเอกพจน์ และอยู่ใน Tense ใดก็ตาม นี่ไม่ใช่ส่วนประกอบสำคัญในประโยค

 ตัวอย่าง

  • She likes playing tennis. (เขาชอบเล่นเทนนิส)
  • Tony doesn’t want to go out. (โทนี่ไม่อยากออกไปข้างนอก)

คำกริยาเชื่อม (Linking Verbs)

คำกริยาเชื่อม (Linking Verbs) ต่างจากคำกริยาประเภทข้างต้น เพราะอธิบายสถานะของประธานแทนการกระทำ นี่เป็นส่วนสำคัญของประโยค ไม่ใช่แค่ใน ภาษาอังกฤษเท่านั้น

ในด้านไวยากรณ์ ตำแหน่งของคำกริยาเชื่อม ยังคงมีบทบาทเป็นกริยาในประโยค และด้านหลัง จะเป็นคำคุณศัพท์ หรือวลีคำคุณศัพท์ ไม่ใช่คำวิเศษณ์

และคำกริยาเชื่อม บอกความสามารถ แบ่งออกเป็นสองรูปแบบ: กริยาแสดงการกระทำ และ กริยาเชื่อมโยง อย่างไรก็ตาม ยังมีกริยาหลายตัวที่มีทั้ง 2 รูปแบบ

ตัวอย่าง appear (ปรากฏ), look (มอง), feel (รู้สึก), smell (ดมกลิ่น), sound (ฟัง), taste (ชิม), seem (ดูเหมือนว่า), become (กลายเป็น), be (คือ เป็น), remain (ยังเหลืออยู่)…

  • The lunch smells burnt. (อาหารกลางวันมีกลิ่นไหม้)
  • My cat’s fur felt silky. (ขนแมวของฉันรู้สึกเนียน)
  • She got very excited when she joined that trip. (เขารู้สึกตื่นเต้นดีใจมากเมื่อได้ร่วมทริปครั้งนั้น)

กริยาที่บอกประสาทสัมผัส (Perception Verbs)

กริยากลุ่มนี้ สื่อถึงประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสของร่างกายผ่านประสาทสัมผัสทางกายภาพ เช่น see (มองเห็น), watch (ดู), notice (ตั้งความสังเกต), listen (ฟัง), hear (ยิน), feel (รู้สึก), touch (สัมผัส), smell (ดมกลิ่น), taste (ชิม),…

วิธีการใช้ของกริยาที่บอกประสาทสัมผัสมีอยู่ 2 แบบหลักๆ คือ

การดำเนินการจะดำเนินต่อไปในช่วงระยะเวลาหนึ่งS + V(3) + V_ing
การดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วS + V(perception) + SO/ST + V2

ตัวอย่าง

When I arrived, I heard someone talking in that room. (พอไปถึงก็ได้ยินเสียงคนคุยกันในห้องนั้น)

The teacher notices his students paint very well. (ครูสังเกตเห็นนักเรียนวาดภาพได้ดีมาก)

จำแนกประเภท action verb

อกรรมกริยา (Intransitive verbs)

อกรรมกริยา (Intransitive verbs)

สำหรับอกรรมกริยา เมื่อใช้ในประโยค ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องเติมกรรม อกรรมกริยา ใช้เพื่ออธิบายการกระทำที่ประธานทำโดยตรง แต่จะไม่ใช้ร่วมกับประธานตัวอื่น ข้อสังเกตประการหนึ่งที่ผู้เรียนต้องให้ความสำคัญ เมื่อใช้อกรรมกริยา คือ อกรรมกริยาไม่สามารถใช้ในสถานการณ์แบบอยู่เฉยๆได้

อกรรมกริยาทั่วไปบางคำ ได้แก่ arrive (มาถึง), lie (โกหก), laugh (หัวเราะ), cry (ร้องไห้), awake (ตื่น), appear (ปรากฏ)

ตัวอย่าง

  • I cried a lot because the movies were emotional. (ฉันร้องไห้หนักมากเพราะภาพยนตร์มันสะเทือนอารมณ์.)
  • I had to lie in order not to get my mom angry. (ฉันต้องโกหกเพื่อไม่ให้แม่โกรธ.)
  • I arrived late at school but fortunately my teacher wasn’t mad. (ฉันมาโรงเรียนสายแต่โชคดีที่ครูไม่โกรธ)

สกรรมกริยา (Transitive verbs)

จำแนกประเภท action verb

เมื่อใช้ในประโยค สกรรมกริยา คือ คำกริยาที่บ่งบอกถึงการกระทำที่ใช้ร่วมกัน หรือมีความหมายต่ออื่น ๆ ดังนั้น เมื่อใช้สกรรมกริยาจำเป็นต้องมีกรรมอยู่หลังคำกริยา

สกรรมกริยาบางคำที่พบบ่อย ได้แก่ make (ทำ) give (ให้) bring (นำมา) offer (เสนอ/ให้) invite (เชิญ)…

ตัวอย่าง

  • I invited all of my old classmates to my wedding this morning. (ฉันเชิญเพื่อนร่วมชั้นเก่าทุกคนมางานแต่งของฉันเมื่อเช้านี้)
  • I gave my son a video game console when it was his birthday. (ฉันมอบเครื่องเล่นวิดีโอเกมให้ลูกชาย เมื่อถึงวันเกิดของเขา)
  • I brought my laptop with me while I was on holiday. (ฉันนำแล็ปท็อปติดตัวไปด้วยในช่วงวันหยุด)

ตารางคำกริยาแสดงการกระทำ

คำศัพท์ความหมายตัวอย่าง
ActกระทำHe acted bravely when he saved the child from the fire. (เขาทำตัวอย่างกล้าหาญ เมื่อตอนที่เขาได้ช่วยเหลือเด็กจากไฟไหม้)
Agreeตกลง/เห็นด้วยกับI agree with him that we should go home. (ฉันเห็นด้วยกับเขาว่า เราควรกลับบ้าน)
Adviseให้คำปรึกษา/แนะนำI advise her that she should move on. (ฉันแนะนำเขาว่า เขาควรจะเดินหน้าต่อไป)
Buildสร้างI build a corporation for myself. (ฉันสร้างบริษัทให้ตัวเอง)
Buyซื้อI buy myself a Louis Vuitton bag. (ฉันซื้อกระเป๋า Louis Vuitton ให้ตัวเอง)
CallโทรหาI call her and she doesn’t answer. (ฉันโทรหาเขาแล้วเขาไม่รับสาย)
Continueดำเนินต่อไปThe dog continues to annoy her. (สุนัขยังคงรบกวนเขาต่อไป)
Closeจบ/ปิดI close the door. (ฉันปิดประตู)
DevelopพัฒนาThe city develops. (เมืองกำลังพัฒนา)
DriveขับรถHe drives to my workplace. (เขาขับรถไปที่ที่ทำงานของฉัน)
Danceเต้นรำWe dance at my school competition. (เราเต้นรำในการแข่งขันที่โรงเรียนของฉัน.)
DreamฝันI dream of eating a lot of ice cream. (ฉันฝันว่า ได้กินไอศกรีมเยอะๆ)
Enterเข้าShe enters the building. (เขาเข้าไปในอาคาร)
Earnได้กำไร/ได้รับI earn some money. (ฉันได้รับเงินบางส่วน)
EatกินThey eat lots of fish today. (วันนี้พวกเขากินปลาเยอะมาก)
ExitออกไปThey exit the building. (พวกเขาออกจากอาคาร)
Giveให้I give him my toy. (ฉันให้ของเล่นของฉันแก่เขา)
GoไปI go to school by bus. (ฉันไปโรงเรียนโดยรถบัส)
Grabคว้าI grab my phone. (ฉันคว้าโทรศัพท์ของฉัน)
Helpช่วยI help an old lady cross the road. (ฉันช่วยหญิงชราคนหนึ่งข้ามถนน)
InsultดูถูกHe insults her. (เขาดูถูกเธอ)
JokeพูดตลกHe jokes about his outfit. (เขาพูดจาตลก เกี่ยวกับเสื้อผ้าของเขา)
JumpNhảyI accidentally kick the toys. (เขาเตะของเล่นอย่างไม่ตั้งใจ)
LaughหัวเราะI laugh at the picture. (ฉันหัวเราะกับภาพนั้น.)
MakeทำI make cheese burgers. (ฉันทำเบอร์เกอร์ชีส)
Moveเคลื่อน/ย้ายI move to my new apartment. (ฉันย้ายไปอพาร์ตเมนต์ใหม่ของฉัน)
Nodพยักหน้ารับI nod to her. (ฉันพยักหน้าให้เขา)
Readอ่านMy grandma reads old tales. (คุณยายของฉันอ่านนิทานเก่า)
Runวิ่งI run to my house. (ฉันวิ่งไปที่บ้านของฉัน)
Sendส่งShe sends me a postcard. (เธอส่งโปสการ์ดมาให้ฉัน)
Spendใช้We spend days trying to figure it out. (เราใช้เวลาหลายวันในการพยายามคิดออก)
TalkพูดคุยกันWe talk about all kinds of things. (เราคุยกันได้ทุกเรื่อง)
TouchสัมผัสI accidentally touch and break a glass. (ฉันบังเอิญสัมผัสและทำกระจกแตก)
Visitมาเยี่ยมI visit my grandma once in a while. (ฉันไปเยี่ยมคุณย่าสักครั้ง)
YellตะโกนMy parents yell at me. (พ่อแม่ตะโกนใส่ฉัน)

แยกแยะคำกริยาแสดงการกระทำและคำกริยาเชื่อม

Action verbLinking verb
วิธีการใช้– อธิบายการกระทำของประธาน (ประธานในประโยค)
– ในฐานะที่เป็นกริยาหลัก จึงมีใจความสำคัญที่ต้องการสื่อสารออกไป และช่วยให้ประโยคมีความหมายและไวยากรณ์ที่สมบูรณ์
– Action verb ทั่วไปบางคำ: go, buy, act, agree,…
– การแสดงสภาพและอารมณ์ของสรรพสิ่งและปรากฏการณ์
– เป็นคำกริยาเชื่อม มีหน้าที่เชื่อมโยงประธานและภาคแสดง
– Linking verb ทั่วไปบางคำ: seem, appear, become, is/am/are,…
ตัวอย่าง– I go to school on a daily basis by bus. (ฉันไปโรงเรียนทุกวันโดยรถบัส)
– I always agree with what he said. (ฉันเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูดเสมอ)
– It seems hard for me to finish the test within 60 minutes. (มันดูเหมือนจะยากสำหรับฉันที่จะต้องทำแบบทดสอบให้เสร็จภายใน 60 นาที)
– It appears that she didn’t lie. (ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้โกหก)

แยกแยะคำกริยาแสดงการกระทำ และคํากริยาแสดงสภาวะ

คำกริยาแสดงการกระทำ (Action Verbs)คํากริยาแสดงสภาวะ (State Verbs)
กริยาแสดงการกระทำ สามารถผันได้ในรูปแบบใดก็ได้
Eg: Misa runs everyday. She is running on a trail that is 56 of a mile long. So far she has run 23 of the trails. 
(มิสะวิ่งทุกวัน เขากำลังวิ่งบนเส้นทางที่ยาว 56 ไมล์ จนถึงตอนนี้เขาวิ่งไปแล้ว 23 เส้นทาง)
คํากริยาแสดงสภาพ สามารถผันได้ในรูปแบบที่ง่ายและสมบูรณ์แบบ แต่ไม่มีรูปแบบที่ต่อเนื่องกัน (ไม่มีรูป V-ing)
Eg: Today, I feel so unpleasant. 
(วันนี้ฉันรู้สึกไม่สบายใจมาก)
ไม่ใช้ “Today, I am feeling so unpleasant.”

Bloom Action Verb คืออะไร?

Bloom Taxonomy Action Verb เป็นการจำแนกคำกริยาตามเป้าหมายและทักษะที่จำเป็น หมวดหมู่ของ Bloom ประกอบด้วย: Remembering (การจำได้), Understanding (การเข้าใจ) , Applying (การนำมาใช้), Analyzing (การวิเคราะห์), Evaluating (การประเมิน), Creating (การประดิษฐ์ขึ้น).

การจำได้นึกถึงข้อเท็จจริงและคำนิยามพื้นฐานChoose (เลือก)
Define (กำหนด)
Find (หา)
How (Cách thức)
List (ลงรายการ)
Match (เข้ากัน)
Name (ตั้งชื่อ)
Omit (ละเว้น)
Select (คัดเลือก)
Show (แสดง)
การเข้าใจอธิบายแนวคิดหรือคำนิยามClassify (จำแนกประเภท)
Compare (เปรียบเทียบ)
Contrast (แตกต่างกัน)
Demonstrate (สาธิต)
Explain (อธิบาย)
Extend (ขยาย)
Illustrate (แสดงตัวอย่าง)
Infer (อนุมาน)
การนำมาใช้ใช้ข้อมูลในสถานการณ์ใหม่Analyze (วิเคราะห์)
Assume (สันนิษฐาน)
Categorize (จัดหมวดหมู่)
Classify (จำแนกประเภท)
Contrast (แตกต่างกัน)
Discover (ค้นพบ)
Divide (แบ่ง)
Examine (สอบสวน)
การวิเคราะห์สร้างการเชื่อมโยงระหว่างความคิดAnalyze (วิเคราะห์)
Assume (สอบสวน)
Categorize (จัดหมวดหมู่)
Classify (จำแนกประเภท)
Contrast (แตกต่างกัน)
Discover (ค้นพบ)
Divide (แบ่ง)
Examine (ไต่สวน)
การประเมินบรรเทามุมมองหรือคววมตัดสินใจAgree (ตกลง)
Assess (กำหนดค่า)
Award (รางวัล)
Choose (เลือก)
Decide (ตัดสินใจ)
Deduct (ทำให้ลดลง)
Disprove (พิสูจน์ให้เห็นว่าผิด)
การประดิษฐ์ขึ้น/การสร้างสร้างงานใหม่หรืองานต้นฉบับAdapt (ทำให้เหมาะ)
Change (เปลี่ยน)
Combine (รวมกัน)
Compile (รวบรวม)
Compose (แต่ง)
Construct (สร้าง)

Action Verb สำหรับงานอาชีพ

แต่ละอาชีพจะต้องมีวิธีการใช้กริยาการกระทำที่แตกต่างกัน ตั้งแต่อาชีพการเงินไปจนถึงอาชีพการขายและอาชีพเชิงใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น การตลาด ต่อไปนี้เป็นรายละเอียด Action Verb สำหรับแต่ละอาชีพที่คุณไม่ควรพลาด

Action verb สำหรับอาชีพ sales

AcquireConvertMaximize
BoostEarnNegotiate
CaptureGainOutpace
ConserveGenerateYield

Action verb สำหรับอาชีพการเงินและบัญชี

AuditEvaluateMaintain
CalculateDispenseYield
ClassifyHaltMinimize
CollectInvestigateRecognize
EqualizeLowerSecure

Action verb สำหรับอาชีพด้านเทคโนโลยี

AdvancedEngineerProgram
ArchitectedEnhanceRemodel
AutomatedExpeditRewrite
CodedFormulateRefine
DeployInstallTest
DetectLaunchTroubleshoot
DeviseModifyUpdate
DiagnosedNetworkUpgrade
DiscoveredPlan 

แบบฝึกหัด Action Verb และคำเฉลย

แบบฝึกหัดที่ 1 : ตรวจสอบว่าประโยคใดมีสกรรมกริยาหรืออกรรมกริยาโดยกรอก T (สำหรับอกรรมกริยา) หรือ I (สำหรับสกรรมกริยา)

We danced at my school competition.
My kids were crying in the room. 
What happened in our neighborhood last night? 
My mom prepared dinner tonight. 
The chef made cheese pasta. 

เฉลย

TWe danced at my school competition.
TMy kids were crying in the room. 
IWhat happened in our neighborhood last night? 
IMy mom prepared dinner tonight. 
IThe chef made cheese pasta. 

แบบฝึกหัดที่ 2: Circle the action verb in each sentence given below (วงกลมกริยาที่แสดงการกระทำในแต่ละประโยคด้านล่าง)

  1. Marry listens to her favorite song.
  2. I held my father’s hand when I walked into the park.
  3. My older brother turned in his homework late.
  4. I had to fix my red bike before I rode it.
  5. My little sister slept early the night before her test.
  6. My father had to return the drama movie he rented for us.
  7. Berry’s grandfather gave her a surprise give for last birthday.

แบบฝึกหัดที่ 3: Put the below verbs into the Present Simple or Present Progressive tense (ใส่คำกริยาด้านล่างลงใน Present Simple หรือ Present Progressive tense)

  1. She……………… (know) this answer.
  2. This noodle …………… (taste) delicious.
  3. Anthony ………. (look) at the Television right now.
  4. My mother ……….. (not/own) a car.
  5. Emma …………. (like) my brother now.
  6. My little sister …………..(not/talk) on the smartphone at the moment.
  7. My boyfriend…………(wear) a yellow sweater today.
  8. I and my parent ……………… (do) aerobics in the park across the street every week.
  9. Jack ………… (think) that Math is not hard.
  10. Mary ……………… (feel) a little angry today.

เฉลย

1.listen
2.held/walked
3.turn
4.fix/rode
5.slept
6.return/rented
7.made/arrived
8.gave
9.reply
10.trade
11.knows
12. taste
13. is looking
14.doesn’t own
15.likes
16.isn’t talking
17.wears
18.do
19.thinks
20.feels

คำถามที่พบบ่อย

คุณจะระบุคำกริยาแสดงการกระทำในประโยคได้อย่างไร?

เมื่อคำลงท้ายนี้ปรากฏที่ท้ายคำ คำนั้นอาจเป็นคำกริยา

คำลงท้ายกริยาทั่วไปตัวอย่าง
-ateactivate (กระตุ้น)
communicate (ติดต่อสื่อสาร)
decorate (ตกแต่ง)
eliminate (กำจัด)
integrate (ผสมผสาน)
-enweaken (ทำให้อ่อนแอ)
harden (ทำให้แข็ง)
lengthen (ทำให้ยาวออกไป)
widen (ทำให้กว้าง)
darken (ทำให้มืด)
strengthen (ทำให้แข็งแรง)
-ifysimplify (ทำให้ง่ายขึ้น)
beautify (ทำให้สวย)
purify (ทำให้บริสุทธิ์)
-ise/-izeorganise (จัดตั้ง)
analyse (วิเคราะห์)
criticize (วิจารณ์)
standardize (ทำให้เป็นมาตรฐาน)
modernize (ทำให้ทันสมัย)

ตำแหน่งของกริยา:

ในภาษาอังกฤษ กริยามักจะอยู่หลังประธาน ซึ่งเป็นภาคแสดง ตัวอย่างเช่น:

  • The dog ate the bone. (สุนัขกินกระดูก)
  • The children are playing in the park. (เด็กๆ กำลังเล่นอยู่ในสวนสาธารณะ)

อย่างไรก็ตาม คำกริยายังสามารถปรากฏในตำแหน่งที่แตกต่างกันในประโยค:

เมื่อประโยคมีคำถาม กริยาช่วยมักจะอยู่หน้าประโยค ตัวอย่างเช่น:

  • Did the dog eat the bone? (สุนัขกินกระดูกหรือเปล่า)
  • Are the children playing in the park? (เด็กๆ กำลังเล่นอยู่ในสวนสาธารณะหรือเปล่า?)

เมื่อคำกริยาที่นำหน้าทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์

  • Having finished the homework, he decided to have a nap. (เมื่อทำการบ้านเสร็จเขาก็ตัดสินใจงีบหลับ)

เมื่อประโยคเป็นประโยคคำสั่ง กริยาจะอยู่หน้าประโยค:

  • Go home! (กลับบ้านเถอะ)
  • Don’t touch that! (อย่าแตะต้องสิ่งนั้น)

Take เป็นคำกริยาแสดงการกระทำ?

“Take” เป็น Light Verbs คือ คำที่ไม่มีความหมายเฉพาะเจาะจงในประโยค ความหมายของคำกริยาเหล่านี้ จะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นๆ ในประโยคแทน

ตัวอย่าง Take your time. It’s still early.

→ คำ “take” ไม่มีความหมาย แต่ความหมายของมันขึ้นอยู่กับวลีทั้งหมด “Take your time” หมายถึง “ให้เวลาเขาหน่อย เพื่อให้เค้าสงบสติอารมณ์”

Non action verb คืออะไร?

Stative Verbs (กริยาแสดงสภาพ) หรือที่เรียกว่า Non-Action Verbs เพื่อแสดงการเคลื่อนไหว หรือการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ จิตใจ สุขภาพ เป็นต้น

ตัวอย่าง believe (เชื่อถือ) love (รัก/ชอบ) own (เป็นเจ้าของ) เป็นต้น

บทความข้างต้นโดย ELSA Speak สรุปสิ่งที่ผู้เรียนจำเป็นต้องรู้ เช่น คำนิยามของ Action Verb และแบบฝึกหัดการประยุกต์ใช้ การใช้ไวยากรณ์กริยาแสดงการกระทำที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะว่ากริยาแสดงการกระทำเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักที่ประกอบเป็นประโยคที่สมบูรณ์

ELSA Pro ตลอดชีพ เพียง 2,744บ