Author: Cam Thuy Nguyen
ไวยากรณ์ถือเป็นทักษะพื้นฐานที่จะช่วยผู้เรียนภาษาอังกฤษเรียนรู้ทักษะอื่น ๆ ได้ดีขึ้น รวมถึงทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน แต่ถ้าอยากเก่งไวยากรณ์ นอกจากจะเข้าใจทฤษฎีแล้ว เรายังต้องฝึกฝนให้บ่อย ๆ อีกด้วย และหนึ่งในวิธีการฝึกฝนที่หลายๆ คนใช้กันอยู่ก็คือการฝึกทำแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน (English grammar exercises) ในแต่ละวัน
ข้อผิดพลาดทั่วไปเวลาเรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ
ตามรูปแบบการเรียนรู้แบบดั้งเดิม ผู้เรียนภาษาอังกฤษส่วนใหญ่จะเน้นการเรียนทฤษฎี โดยพวกเขาจะเขียนรายการโครงสร้างออกมา จากนั้นพยายามท่องจำและเรียนทบทวนหลายครั้งเพื่อจดจำ หรือไม่ก็ทำแบบฝึกหัดบางอย่างที่มีอยู่ในหนังสือเท่านั้น
แต่วิธีการเรียนรู้นี้ไม่ค่อยได้ผล มันจะทำให้คุณลืมทฤษฎีได้ง่าย จำหลักการพื้นฐานไม่ได้ ไม่สามารถได้คะแนนสอบไวยากรณ์สูง ส่งผลต่อการเรียนและผลการสอบภาษาอังกฤษ จากนั้นจะทำให้ตัวคุณเองรู้สึกหดหู่และผิดหวังกับการเรียนภาษาอังกฤษ
ดังนั้น หากคุณจำทฤษฎีได้แล้ว ต่อไปให้ใช้เวลาในการทำแบบฝึกหัดไวยากรณ์ภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน (English grammar exercises) มันจะช่วยให้คุณรวบรวมความรู้และปรับปรุงการตอบสนองด้านการใช้ภาษาอังกฤษของคุณ คุณสามารถค้นหาแบบฝึกหัดไวยากรณ์มากมายในเอกสารต่างๆ หรือบนเว็บไซต์… หรือแบบทดสอบภาษาอังกฤษฟรีของ ELSA Speak
หมายเหตุบางประการเมื่อเรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ
หากต้องการทำแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษด้านไวยากรณ์ให้ดีๆ คุณควรทราบบางประเด็นต่อไปนี้:
เข้าใจส่วนประกอบของประโยคได้ดี
เมื่อฟังหรืออ่านประโยคภาษาอังกฤษใดประโยคหนึ่ง คุณต้องเข้าใจส่วนประกอบหลักของประโยคนั้น: Subject (ประธาน), Verb (กริยา), Object (กรรม) เมื่อคุณเข้าใจส่วนประกอบของประโยคแล้ว คุณจะเขียนประโยคได้อย่างถูกต้องและรู้วิธีใช้ประโยคในบริบทที่เหมาะสม
เรียนกาลต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษ
มีกาลพื้นฐานทั้งหมด 12 กาลในภาษาอังกฤษ เพื่อให้จำกาลได้ง่าย คุณสามารถลองใช้วิธีต่อไปนี้:
- สำหรับกาลปัจจุบัน กริยา/กริยาช่วยจะเป็นรูปแบบกริยาช่อง 1 (Base Form) ของตารางกริยาที่ไม่ปกติ
- สำหรับอดีตกาล กริยา/กริยาช่วยจะเป็นรูปแบบกริยาช่อง 2 (Past Tense) ของตารางกริยาที่ไม่ปกติ
- สำหรับอนาคตกาล (Future Tense) ต้องมีคำว่า “will” “จะ” ในประโยค
- สำหรับกาลต่อเนื่อง (Continuous Tense) จะต้องมี “to be” และ verb-ing ในประโยค
- สำหรับกาลสมบูรณ์แบบ (Perfect Tense) จะต้องมีกริยาช่วย “have/has/had” และ V3/ed ในประโยค (กริยาช่อง 3 ในตารางกริยาที่ไม่ปกติ)
| คุณมักจะเห็นคำสองคำนี้ have has แต่ยังไม่เข้าใจ have has ใช้ยังไง ลองมาวิเคราะห์การใช้งาน แยกความแตกต่าง และทำแบบฝึกหัดกับ ELSA Speak กันเถอะ |

ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษมีหลากหลายรูปแบบ ดังนั้นไม่สามารถอธิบายทั้งหมดในบทความเดียว โปรดจำว่าบทความนี้เพียงจัดเตรียมและแบ่งปันเฉพาะความรู้ที่สำคัญและจำเป็นบางอย่างเพื่อช่วยให้คุณทบทวนความรู้และพัฒนาทักษะด้านไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเท่านั้น
หากคุณเข้าใจกฎง่ายๆ ข้างต้นแล้ว ให้ฝึกฝนทันทีด้วยแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษด้านไวยากรณ์ขั้นพื้นฐาน (English grammar exercises) ต่อไปนี้เพื่อจดจำโครงสร้างได้เร็ว
แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ ด้านไวยากรณ์ขั้นพื้นฐาน
แบบฝึกหัดเกี่ยวกับกาลต่างๆในภาษาอังกฤษ
1/ I’ve got a computer ,but I ….. (not/use) it much.
2/ After Larry ….. (to see) the film on TV, he decided to buy the book.
3/ Have you got an umbrella? It ….. (start) to rain.
4/ We couldn’t afford to keep our car, so we ….. (sell) it.
5/ I … (meet) Tom and Jane at the airport a few weeks ago. They … (go) to Paris and I ….. (go) to Rome. We … (have) a chat while we … (wait) for our flights.
6/ I’d better have a shower. I (not/have)….. one since Thursday.
7/ Before you came, she….. (go) to school.
8/ For several years, his ambition……. (be) to be a pilot.
9/ Mike…… (phone) one hour ago.
10/ Our teacher usually…. (give) us many exercises.
| มาทบทวน irregular verbs ทั้ง 600 คำ (กริยาไม่ปกติ) และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีการใช้งานและโครงสร้างของ Irregular Verbs กัน |
แบบฝึกหัดเกี่ยวกับประโยคเงื่อนไข
1/ If you (find) _________ a skeleton in the cellar, don’t mention it to anyone.
2/ If I __________ (have) the same problem you had as a child, I might not have succeeded in life as well as you have.
3/ I (not buy) _________________ things on the installment system if I were you.
4/ If he worked more slowly, he _____ (not make) so many mistakes.
5/ If the weather ___________________(not change), we will reach the top of the mountain.
แบบฝึกหัดเกี่ยวกับ Passive voice (กรรมวาจก)
1/ My father waters this flower every morning.
2 The manager didn’t phone the secretary this morning.
3/ He has broken his nose in a football match.
4/ Have you sent Christmas cards to your family?
5/ They find that the job is not suitable for a girl like her.

นอกจากการทำแบบทดสอบภาษาอังกฤษแล้ว คุณยังสามารถพัฒนาความสามารถด้านไวยากรณ์ภาษาอังกฤษของคุณได้ด้วยการอ่านหนังสือ หนังสือพิมพ์ นวนิยาย พูดคุยหรือสื่อสารภาษาอังกฤษกับเพื่อนๆ คุณครู หรือเจ้าของภาษาเป็นประจำ หรือไม่ก็ฝึกเขียนเรื่องสั้นๆ ไดอารี่ บล็อก อีเมล…เป็นภาษาอังกฤษ
โดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของคุณได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ คุณสามารถลองศึกษา package เรียนภาษาอังกฤษต่างๆ ของ ELSA Speak ได้ ด้วยวิธีการเรียนรู้พิเศษที่ได้รับการพิสูจน์ในทั่วโลก คุณจะบรรลุเป้าหมายในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของคุณอย่างแน่นอน ค้นหาตอนนี้ได้ที่: https://th.elsaspeak.com/
คุณเคยรู้สึกน่าเบื่อเวลาสนทนาที่ขึ้นต้นด้วยวิธีทั่วไปที่ซ้ำซากหรือไม่ หรือบางครั้งคุณอาจติดอยู่ในการสนทนาและไม่รู้จะจบด้วยวิธีไหนให้ดูดี บทความด้านล่างนี้จะช่วยแนะนำบางประโยคที่ใช้บ่อยในการเริ่มและสิ้นสุด แชทภาษาอังกฤษ เพื่อให้เรื่องราวของคุณไม่ซ้ำซากจำเจอีกต่อไป
วิธีเริ่มการต้นการพูดคุยภาษาอังกฤษ
นอกจากคำทักทายทั่วไปเมื่อพบปะเพื่อนๆ หรือพบปะผู้คนใหม่ๆ เป็นครั้งแรก เช่น “Hi!”, “Hello!” คุณสามารถใช้ประโยคด้านล่างเพื่อทำให้การแชทภาษาอังกฤษ ของคุณน่าสนใจยิ่งขึ้น
- What is your name? – คุณชื่ออะไร
- What’s up? – ว่าไง
- How’s it going? – ช่วงนี้คุณเป็นยังไงบ้าง
- What have you been doing? – คุณทำอะไรเมื่อเร็ว ๆ นี้
- How have you been? – คุณเป็นอย่างไรบ้าง
- How’s everything ? – ตอนนี้ทุกๆอย่างดีไหม
- Hello, nice to see you again – สวัสดี ยินดีที่ได้พบคุณอีกครั้ง
- Hey, how is going? – สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง
- I haven’t seen you for a long time – ฉันไม่ได้เจอคุณมานานแล้ว
- So we’ve met again, eh? – แล้วเราจะพบกันใหม่ใช่ไหม
>>> Read more: 65+ วิธีพูดสวัสดีภาษาอังกฤษที่พบบ่อยในการสื่อสาร
วิธีจบการแชทภาษาอังกฤษ
- Keep in touch: ติดต่อฉันนะ
- Well, it’s been nice talking to you: ดีใจที่ได้คุยกับคุณ
- Hope to see you again soon: หวังว่าจะได้พบคุณอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้
- Well, talk to you later: ไว้คุยกันทีหลัง
- It’s been great seeing you again: ดีใจที่ได้พบคุณอีกครั้ง
- Well, it was nice meeting you. I really had a great time: ดีใจที่ได้พบคุณ ฉันได้มีช่วงเวลาที่ดีจริงๆ
- I had a nice time talking to you: ฉันได้มีช่วงเวลาที่ดีที่ได้พูดคุยกับคุณ
- Anyway, I’ve got to get back to work: I’m glad that we met: ฉันต้องกลับไปทำงานแล้ว ดีใจมากที่เราได้พบกัน
- So, listen, it’s been great talking to you…: ฟังนะ ดีใจที่ได้พูดคุยกับคุณ…
- Anyway, I’ll let you get back to your shopping: อย่างไรก็ตาม ฉันจะให้คุณกลับไปช้อปปิ้งต่อนะ
- Anyway, I don’t want to monopolize all your time: ฉันไม่อยากผูกขาดเวลาทั้งหมดของคุณ
- Well, I don’t want to keep you from your work: ฉันไม่อยากรบกวนงานของคุณ
- If you’ll excuse me, I just saw someone I’ve been meaning to catch up with: กรุณาขอโทษด้วย ฉันเพิ่งเห็นคนที่ฉันอยากจะคุยด้วย

- My friends just walked in. I want to say hi to them…: เพื่อนของฉันเพิ่งมาถึง ฉันอยากจะทักทายพวกเขา…
- Sorry I can’t talk longer. I’m actually on my way to meet a friend for coffee: ขอโทษนะ ฉันคุยได้นานกว่านี้ไม่ได้ จริงๆว่า ฉันกำลังเดินทางไปดื่มกาแฟกับเพื่อน
- Let’s talk more another time. I’ve got to find my friends: ไว้คุยกันใหม่อีกครั้ง ตอนนี้ฉันต้องไปหาเพื่อน
- I just have to head to the bathroom. I’ll run into you later maybe: ฉันต้องไปห้องน้ำ ฉันอาจจะได้พบคุณในภายหลัง
- I just got here. I’m going to look around a bit more: ฉันเพิ่งมาถึงที่นี่ ฉันจะไปรอบ ๆ ดูก่อน
- I’m going to go grab another drink: ฉันจะไปเอาขวด/ แก้วอีกขวด
- Well, I gotta go (but I’ll text later): ฉันต้องไปแล้ว (แต่ฉันจะส่งข้อความทีหลัง)
- Take care: ดูแลตัวเองนะ
- I’m afraid he is not available now: ฉันเกรงว่าเขาไม่ว่างตอนนี้
- May I leave the message? ฉันขอฝากข้อความไว้ได้ไหม
- I’m afraid he is on another line. Would you mind holding? ฉันเกรงว่าเขาจะรับสายอื่น กรุณารอสักครู่ได้ไหม
- Is there any possibility we can move the meeting to Monday? เราเลื่อนการประชุมเป็นวันจันทร์ได้ไหม
| วิธีจบการแชทภาษาอังกฤษด้วยคำทักทายแบบลาก่อนหรือ good night ฝันดีน่ารัก ๆ ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ ทั้งเพื่อน คนในครอบครัว และเพื่อนร่วมงาน มาลองเรียนรู้กันเลย |
หมายเหตุ
เมื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติ มีบางสิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยงเพื่อให้การสนทนาเป็นธรรมชาติ ให้ลองดูหัวข้อด้านล่างนี้ที่ถือว่าละเอียดอ่อนเมื่อพูดคุยกับชาวต่างชาติ
Weight: น้ำหนัก
คำถามที่ถือว่าหยาบคาย:
– Hey, did you gain some weight since we met? (เฮ้ น้ำหนักขึ้นอีกแล้วตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันใช่ไหม)
– You have put on some pounds, haven’t you? (น้ำหนักของคุณขึ้นใช่ไหม)
การขึ้นน้ำหนักไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่อยากจะพูดถึง ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงหัวข้อนี้
ในขณะเดียวกัน การลดน้ำหนักของใครบางคนอาจเป็นผลมาจากการออกกำลังกายหรือการรับประทานอาหาร แต่ก็อาจเกิดจากการเจ็บป่วย ความเหนื่อยล้า หรือเจอเหตุการณ์ที่ไม่มีความสุข ลองนึกภาพว่าคุณรู้สึกดีใจมากเมื่อไม่ได้เจอเพื่อนมานาน และคุณถามพวกเขาว่า “Hey, you lost weight, you looks great?” (น้ำหนักลดแล้วใช่ไหม คุณดูดีนะ) แล้วเพื่อนของคุณก็ตอบว่า “I am dying of cancer.” (ฉันเป็นมะเร็ง).
โดยเฉพาะ คำถามว่า “Are you pregnant?” (คุณกำลังตั้งครรภ์อยู่หรือ) สำหรับผู้หญิงถือเป็นคำถามต้องห้าม ถ้าเธอตั้งครรภ์ เธอคงจะประกาศข่าวดีนี้ให้ทุกคนทราบแล้ว ถ้าเธอตอบว่า “I am just fat” “ฉันแค่อ้วนขึ้น” คุณทั้งสองก็จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สบายใจ

>>> คุณอาจจะสนใจ: 99+ คำทักทายภาษาอังกฤษที่พบบ่อยในการสื่อสาร
Looks: รูปลักษณ์ หน้าตา
หากมีใครเปลี่ยนรูปลักษณ์ คุณก็ไม่ควรแสดงความคิดเห็นหรือพยายามถามให้ได้ คำถามต่อไปนี้ควรอยู่ใน “รายการที่ถูกจำกัด”:
– Oh my God, are you OK? (โอ้พระเจ้า คุณสบายดีไหม)
– Why do you look so ___ (tired, older)? (ทำไมคุณดูเหนื่อย/แก่กว่า)
– Didn’t you wear make-up? (คุณไม่แต่งหน้าหรือ)
Flaws: ข้อบกพร่อง
ความผิดปกติบนใบหน้าของอีกฝ่าย เช่น แผลเป็นใหม่ ตาคล้ำ… ก็เป็นสิ่งที่เราไม่ควรถาม คำถามที่ควรหลีกเลี่ยงในกรณีนี้คือ:
– What’s wong with your ___? (nose, eye, skin)? (จมูก ตา ผิวหนัง) (เกิดอะไรขึ้นกับ___ผิวหนัง/ตา/จมูกของคุณ…?)
ปัจจัยที่ละเอียดอ่อนอีกประการหนึ่งก็คือสิว เรียกว่า acne /ˈæk.ni/, zit /zɪt/ หรือ /ˈpɪm.pl̩/ ในภาษาอังกฤษ หากคุณเห็นสิวหรือผื่นบนใบหน้าของอีกฝ่าย คุณไม่ควรถามว่า:
– Ronnie, what’s that red thing on your nose? (รอนนี่ นั่นอะไรสีแดงบนจมูกคุณ?)
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนใกล้ตัวคุณ การสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ และการถามเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นแสดงถึงความสนใจ ดังนั้น ข้อความที่ถือว่าไม่สุภาพหรือสุภาพจะขึ้นอยู่กับในบริบทที่ต่างกัน
หวังว่าคุณจะมีการสนทนาที่สนุกสนานและน่าสนใจกับเจ้าของภาษา!
“Happy Birthday to You, Happy Birthday to You, Happy Birthday, Happy Birthday. Happy Birthday to You…”. หากคุณกำลังอยากจะส่งคำ อวยพรวันเกิดภาษาอังกฤษ ที่น่าสนใจให้กับเพื่อนๆหรือเพื่อนร่วมงาน แต่ไม่รู้จะใช้คำใดนอกจากคำว่า “Happy Birthday” อย่ากังวลไปเลย บทความนี้จะช่วยคุณได้ วันเกิดเป็นโอกาสพิเศษ ดังนั้นมาร่วมกับ ELSA Speak ส่งคำอวยพรสุดพิเศษให้กับคนที่คุณรักนะ!
อวยพรวันเกิดภาษาอังกฤษ
คำอวยพรวันเกิดภาษาอังกฤษที่ไพเราะและน่าสนใจสามารถสร้างความประทับใจพิเศษได้ นำความสุขเล็กๆ น้อยๆ มาสู่คนที่คุณใส่ใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีเพื่อนชาวต่างชาติ อวยพรวันเกิดภาษาอังกฤษ จะแสดงว่าคุณใส่ใจและให้ความสำคัญกับพวกเขามาก มาเรียนรู้คำอวยพรวันเกิดที่น่าสนใจ 25 คำที่เป็นภาษาอังกฤษสำหรับโอกาสพิเศษนี้นะ! และอย่าลืมบันทึกประโยคหรือโครงสร้างที่คุณรู้สึกประทับใจไว้ นี่ก็เป็นวิธีเรียนรู้การสื่อสารภาษาอังกฤษด้วยตนเองที่มีประสิทธิภาพมากเช่นกัน!
1. A wish for you on your birthday, whatever you ask you may receive, whatever you seek you may find, whatever you wish may be fulfilled on your birthday. Happy birthday to you!
ในวันเกิดของคุณ ฉันหวังว่าคุณจะบรรลุสิ่งที่คุณต้องการเสมอ พบเจอสิ่งที่คุณกำลังมองหา และความปรารถนาทุกอย่างของคุณจะเป็นจริง สุขสันต์วันเกิด!
2. I wish you full happiness and love. May all your dreams come true and may lady luck visit you everyday. Happy birthday to one of the greatest people I’ve ever known.
ขอให้คุณมีแต่ความสุขและความสนุกสนาน ความฝันทั้งหมดของคุณจะเป็นจริงและโชคลาภจะมาหาคุณทุกวัน สุขสันต์วันเกิดกับคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ฉันเคยรู้จัก
3. Your birthday is the first day of another 365-day journey. Be the shining thread in the beautiful tapestry of the world to make this year the best ever.
วันเกิดของคุณถือเป็นวันแรกของการเดินทาง 365 วันครั้งใหม่ จงเป็นดั่งเส้นใยที่ปักทอลงบนพรมที่ส่องแสงสวยงามให้โลกใบนี้ เพื่อให้ปีนี้เป็นปีที่ดีที่สุดตลอดกาล
4. Blowing out another candle on your cakes means that you have lived another year of joy, and that you have made this world a better place. I wish you a delightful birthday!
การเป่าเทียนแต่ละเล่มบนเค้กวันเกิดของคุณหมายถึงคุณได้ผ่านอีกหนึ่งปีที่เต็มไปด้วยความสุข และทำให้โลกใบนี้สวยงามยิ่งขึ้น ขออวยพรให้คุณมีวันเกิดที่น่าปลื้มใจ!
5. Here is my birthday wish for you: I hope you will never stop enjoying every small thing in life. Because that’s what makes life worth living. I hope that you take time to enjoy the present while working for a better future. I hope your year will be full of memories, happiness, and adventure.
คำอวยพรวันเกิดสำหรับคุณ: ฉันหวังว่าคุณจะไม่มีวันหยุดเพลิดเพลินกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตนี้ เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่า ขอให้คุณสนุกกับปัจจุบันในขณะที่ทำงานเพื่ออนาคตที่ดีกว่า และขอให้ปีข้างหน้าของคุณจะเต็มไปด้วยความทรงจำ ความสุข และการผจญภัย
อวยพรวันเกิดภาษาอังกฤษ ให้กับเพื่อน
มิตรภาพเป็นหนึ่งในสิ่งที่สวยงามที่สุดในชีวิตของทุกคน มาดูคำอวยพรวันเกิดภาษาอังกฤษดีๆที่ใช้กับเพื่อนที่รักของคุณนะ!

6. People say that the heroes are one in many many thousands, but I say that a friend like you is always one in the lifetime. Happy Birthday to you!
ทุกคนมักบอกว่าฮีโร่มีเพียงหนึ่งคนในหลายพันคน แต่ฉันบอกว่าเพื่อนแบบคุณมีเพียงหนึ่งเดียวในชีวิต สุขสันต์วันเกิด!
7. Hey I just wanted you to know that whenever you have a crazy idea, my only question will be: “What time?”. And remember to have a great birthday!
นี่ ฉันแค่อยากจะบอกว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณมีความคิดบ้าๆ คำถามเดียวของฉันก็คือ: “กี่โมง” และอย่าลืมมีวันเกิดที่แสนวิเศษนะ!
8. A friend is someone who understands your past, believes in your future, and accepts you just the way you are – even if you are getting older. Thank you for being that friend, and Happy Birthday.
เพื่อนคือคนที่เข้าใจอดีตของคุณ เชื่อในอนาคตของคุณ และยอมรับคุณในสิ่งที่คุณเป็น แม้ว่าคุณจะอายุมากขึ้นก็ตาม ขอบคุณที่เป็นเพื่อนกัน และสุขสันต์วันเกิดนะ
9. You understand me like nobody else. Thank you for always being there to listen, I have a sibling in you my friend. Happy birthday!
คุณเข้าใจฉันในแบบที่ไม่มีใครสามารถทำได้ ขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้างและรับฟังฉันเสมอมา คุณเป็นเหมือนพี่น้องของฉัน สุขสันต์วันเกิด!
10. Best friend: someone who you can be yourself with, someone who you can have pointless conversations with, someone who still likes you even when you are weird, someone who forgets to buy you a birthday gift…that’s why I came up with this card only. Happy birthday my best friend!
เพื่อนที่ดีที่สุด คือ คนที่คุณสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ คนที่คุณสามารถคุยด้วยทั้งวันทั้งคืน คนที่สามารถยอมรับความบ้าของคุณ และคนที่จะลืมซื้อของขวัญวันเกิดให้คุณในวันเกิดของคุณ… นั่นคือเหตุผลที่ฉันนำการ์ดนี้มาให้คุณ สุขสันต์วันเกิดเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน!
11. My best friend is even sweeter than cakes, more colorful than confetti, and hotter than candles. And it’s her birthday today. Happy birthday!
เพื่อนที่ดีที่สุดของฉันหวานยิ่งกว่าเค้ก มีสีสันยิ่งกว่าดอกไม้ ร้อนยิ่งกว่าเทียน และวันนี้เป็นวันเกิดของเธอสุขสันต์วันเกิดนะ!
12. We’re different in a lot of ways, but that’s what makes us such good friends. Puzzle pieces need to be different to fit together! Happy birthday to my most favorite piece!
เรามีความแตกต่างมากมาย แต่นั่นคือสิ่งที่ทำให้เรากลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดต่อกัน เหมือนชิ้นส่วนปริศนาที่ต้องแตกต่างกันจึงจะประกอบเข้าด้วยกันได้ สุขสันต์วันเกิดชิ้นส่วนที่ฉันชื่นชอบที่สุด!
เข้าใจแนวทางการใช้กาลต่างๆในภาษาอังกฤษอย่างมั่นคง:
- ประโยคอดีตกาลต่อเนื่อง (Past Continuous Tense): โครงสร้างและแบบฝึกหัด
- ประโยคอนาคตกาล ( Future Simple Tense ): โครงสร้างและแบบฝึกหัด
- Present Continuous Tense: โครงสร้าง หลักการใช้งาน
- Past Perfect Continuous Tense
- ประโยคปัจจุบันกาล (Present Simple Tense): โครงสร้าง การใช้งาน
- อนาคตกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง (Future Perfect Continuous Tense)
- Future Continuous Tense: โครงสร้างและหลักการใช้งาน

อวยพรวันเกิดภาษาอังกฤษ ให้กับเพื่อนร่วมงาน
โดยเฉลี่ยเราจะอยู่กับเพื่อนร่วมงานวันละ 8 ชั่วโมง คุณจะอยากพูดอะไรกับพวกเขาในวันพิเศษของเขาใช่ไหม การส่งอันอ่อนหวานและน่าประทับใจให้กับเพื่อนร่วมงานของคุณจะทำให้พวกเขารู้สึกประทับใจและใกล้ชิดกับคุณมากขึ้น
13. Hey it’s your birthday today and I just wanted to let you know that you’ll never have to face problems alone. I may not be able to solve every problem but I’ll always be there for you when you need me.
เฮ้ วันนี้เป็นวันเกิดของคุณ และฉันแค่อยากจะบอกให้คุณรู้ว่า คุณจะไม่มีวันต้องเผชิญกับปัญหาเพียงลำพัง ฉันอาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้ แต่ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอเมื่อคุณต้องการฉัน
14. When I think back to all the things we’ve been through, I’m so thankful that I got to go through it with you by my side. Happy birthday to you, it has always been great to work with you.
เมื่อฉันคิดถึงสิ่งที่เราเคยผ่านมาด้วยกัน ฉันรู้สึกขอบคุณมากเมื่อมีคุณอยู่เคียงข้างฉัน สุขสันต์วันเกิด ยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณเสมอ
15. Very candle on your cake is another year I’ve been lucky to know you! Happy Birthday to the most wonderful colleague I’ve known!
เทียนแต่ละเล่มบนเค้กของคุณถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ฉันโชคดีที่ได้รู้จักคุณ สุขสันต์วันเกิดเพื่อนร่วมงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดของฉัน!
16. If your birthday is half as amazing as you are, it’s gonna be epic. Happy birthday to the best friend and colleague that a person could ask for!
หากวันเกิดของคุณวิเศษเท่ากับคุณเพียงครึ่งหนึ่ง มันคงจะยอดเยี่ยมอย่างมาก สุขสันต์วันเกิดให้กับเพื่อนที่ดีที่สุดและเพื่อนร่วมงานที่ใคร ๆ ก็อยากได้!
17. Hey, thanks for just being you. You are one of a kind and my best friend. Happy birthday and I hope we can have more chances to work together.
เฮ้ ขอบคุณที่เป็นตัวของคุณเอง คุณเป็นเพื่อนร่วมงานและเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน สุขสันต์วันเกิด และหวังว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันมากขึ้น
คำอวยพรวันเกิดภาษาอังกฤษอื่นๆที่ตลก
นอกจากคำอวยพรที่จริงใจและซาบซึ้งแล้ว ทำไมไม่ลองใช้คำอวยพรวันเกิดตลกๆ เป็นภาษาอังกฤษดูล่ะ
18. Dad, you have always been the coolest, like all those times you said “Yes” when mom said “No”. I wish you a happy birthday!
พ่อที่รัก ทุกครั้งที่พ่อพูดว่า “ใช่” ในเมื่อแม่พูดว่า “ไม่” พ่อจะดูเจ๋งที่สุดเลย สุขสันต์วันเกิดพ่อ!
19. Mom, no matter what life throws at you, at least you don’t have ugly children. They’ll always be by your side, happy birthday!
แม่ค่ะ ไม่ว่าคุณจะเจอปัญหาอะไรในชีวิต จงจำไว้เสมอว่าอย่างน้อยลูกของแม่ก็ไม่มีใครน่าเกลียดเลย และพวกเขาจะยืนเคียงข้างแม่อยู่เสมอ สุขสันต์วันเกิดแม่!

20. Best friends are just like farts. Some are quiet, some are loud. They embarrass you in public. They make you feel good. They make you laugh. For your birthday, I got you hugs, kisses, and birthday wishes! Plus, dinner is on me!
เพื่อนที่ดีที่สุดก็เหมือนเสียงผายลม บางทีก็เงียบ บางทีก็เสียงดังมาก พวกเขาทำให้เราอับอายในที่สาธารณะ พวกเขาทำให้เรารู้สึกสบายใจ พวกเขาทำให้เราหัวเราะ และในวันเกิดของคุณ ฉันจะกอดและจูบคุณ และ อวยพรวันเกิดให้คุณ ที่มากไปกว่านั้นคือ มื้อเย็นนี้ฉันเลี้ยงเอง!
21. The best gift is the gift of friendship. So, now I don’t know what I got you for your birthday! Don’t worry… I got you a real present too.
ของขวัญที่ดีที่สุดคือมิตรภาพ ดังนั้น ตอนนี้ฉันเลยยังไม่รู้ว่าจะให้อะไรในวันเกิดของคุณ แต่ไม่ต้องกังวลไป… ฉันก็มีของขวัญที่แท้จริงให้คุณเหมือนกัน
22. Today you’re older than you’ve ever been. But look on the bright side, you’re younger now than you will ever be!
แม้ว่าวันนี้คุณอายุมากขึ้น แต่มองในแง่ดีกันดีกว่า ตอนนี้คุณอายุน้อยกว่าทุกช่วงเวลาในอนาคตเลย
23. Forget about the past, you can not change it. Forget about the future, you can not predict it. Forget about the present, I did not get you one. Happy birthday!
ลืมอดีตไปเถอะ คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ และก็อย่ากังวลกับอนาคตเพราะคุณก็ไม่สามารถคาดเดาได้ แล้วลืมปัจจุบัน (ของขวัญ) ไปเลยเพราะฉันไม่มีอะไรจะให้คุณหรอก สุขสันต์วันเกิดนะ!
24. It’s your birthday today and I just want to send you something amazing but the postman told me to get out of the box. So, happy birthday!
วันนี้เป็นวันเกิดของคุณ ฉันอยากจะส่งของพิเศษไปให้คุณ แต่บุรุษไปรษณีย์บอกให้ฉันออกไปจากตู้ไปรษณีย์ ดังนั้น…สุขสันต์วันเกิด!
25. It’s your birthday today, so I hope all your wishes come true. But you already have me, what more could you wish for??
วันนี้เป็นวันเกิดของคุณ ฉันหวังว่าทุกความปรารถนาของคุณจะเป็นจริง แต่คุณก็มีฉันอยู่แล้ว จะขออะไรอีกล่ะ
ข้างต้นนี้ ELSA Speak ได้รวบรวมคำอวยพรวันเกิดภาษาอังกฤษที่ดีและมีความหมาย 25 คำให้คุณแล้ว หวังว่าคุณจะนำไปใช้อย่างดี และนอกจากคำอวยพรเหล่านี้แล้ว คุณยังสามารถเรียนรู้เพลงภาษาอังกฤษดีๆ สำหรับสุขสันต์วันเกิด ซึ่งจะนำเซอร์ไพรส์ที่น่ายินดีมาสู่เพื่อนและญาติของคุณอย่างแน่นอน! ขอให้ตั้งใจเรียนกันน๊าาา!
คำกริยา have, has, had เป็นคำกริยาที่พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตาม คำกริยา have, has, had มักทำให้ผู้เรียนสับสนได้ง่าย ตาม ELSA Speak มาเรียนรู้ว่า have has ใช้ยังไง had ใช้ยังไง ให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์กันเถอะ
เมื่อไรควรใช้ have, has, had
Verb to have มีรูปแบบคือ have, has และ had ซึ่งทั้งหมดมีความหมายว่า ‘มี’ แต่จะใช้แตกต่างกันตามประธานและช่วงเวลา การเข้าใจว่าเมื่อใดควรใช้ have เมื่อใดควรใช้ has และเมื่อใดต้องเปลี่ยนเป็น had จะช่วยให้คุณเขียนและพูดภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องมากขึ้น ด้านล่างนี้คือวิธีแยกความแตกต่างอย่างรวดเร็วและสถานการณ์การใช้ของแต่ละรูปแบบ
| Have | Has | Had |
|---|---|---|
| ใช้ใน ปัจจุบันกาลธรรมดา (ใช้กับ ประธานพหูพจน์) | ใช้ใน ปัจจุบันกาลธรรมดา (ใช้กับ ประธานเอกพจน์). | ใช้ใน อดีตกาลธรรมดา, อดีตกาลสมบูรณ์ และ ปัจจุบันกาลสมบูรณ์ |
| ใช้ใน อดีตกาลสมบูรณ์ และ อนาคตกาลสมบูรณ์ | ใช้ใน ปัจจุบันกาลสมบูรณ์ | ใช้ใน อดีตกาลสมบูรณ์ และ อดีตกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง |
| ประธานพหูพจน์ | ประธานเอกพจน์ | ประธานทุกประเภท |
| I have three books. (ฉันมีหนังสือสามเล่ม) | Maria has three books. (มาเรียมีหนังสือสามเล่ม) | I had three science books on my shelf, but I decided to buy more. (ฉันเคยมีหนังสือวิทยาศาสตร์สามเล่มบนชั้น แต่ฉันตัดสินใจจะซื้อเพิ่ม) |

วิธีใช้ have, has, had
| โครงสร้างพิเศษ Have, Has, Had | หน้าที่ | ความหมายของ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| (Have, Has,Had) someone V1 | กริยาทั่วไป | ขอให้ใครบางคนทำอะไรให้ | I have my sister prepare dinner. (ฉันให้ (หรือฝากให้) น้องสาวของฉันเตรียมอาหารเย็น) |
| (Have,Has,Had) + O + V-ing | กริยาทั่วไป | ทำให้ / บังคับให้ใครบางคนทำอะไร | He had us laughing during his talk show last night. (เขาทำให้พวกเราหัวเราะระหว่างการพูดคุยของเขาเมื่อคืนนี้) |
| Have, Has been to + place | กริยาช่วย | ได้ไปถึงสถานที่ใดสถานที่หนึ่งแล้ว | I have been to Paris before, in 2015. (ฉันเคยไปปารีสมาก่อนแล้ว เมื่อปี 2015) |
| Have,Has,Had + got | กริยาทั่วไป | มี / เป็นเจ้าของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง | My sister has got a new phone. (พี่สาวของฉันมีโทรศัพท์เครื่องใหม่) |
| Have,Has,Had + to V1 | กริยาช่วย | ต้อง / มีหน้าที่ / จำเป็นต้องทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง | I have to do the homework after eating. (ฉันต้องทำการบ้านหลังจากกินข้าวเสร็จ) |
วิธีการใช้ Have
กริยาหลัก (Main Verb)
คำว่า “Have” ใช้เพื่อแสดงถึง การเป็นเจ้าของหรือความสัมพันธ์ โดยทั่วไปจะใช้กับ ประธานพหูพจน์ หรือ บุรุษที่สามพหูพจน์ เช่น I, You, We, They หรือ คำนามพหูพจน์.
| I/You/We/They/Noun พหูพจน์ + have + … |
ตัวอย่าง: They have a big house. (พวกเขามีบ้านหลังใหญ่)
กริยาช่วย (Auxiliary Verb)
คำว่า “Have” ทำหน้าที่เป็น กริยาช่วย ใน ปัจจุบันกาลสมบูรณ์ (Present Perfect Tense) หรือใน ปัจจุบันกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง (Present Perfect Continuous Tense)
| S + have,has + V3/ed S + have,has + been + V-ing |
ตัวอย่าง: We have been friends since childhood. (เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก)
>>> อ่านเพิ่มเติม
- ตาราง Irregular Verbs (กริยาอปกติ) ภาษาอังกฤษ เรียง A–Z เรียนง่าย
- คำศัพท์เกี่ยวกับชื่อ วิชาภาษาอังกฤษ (subject) ที่พบบ่อย พร้อมวิธีอ่าน
ประโยคปฏิเสธและประโยคคำถาม
ในปัจจุบันกาลสมบูรณ์ คำว่า “have” ใช้ในการสร้าง ประโยคปฏิเสธ หรือ ประโยคคำถามโดยการเติมคำว่า not หรือ สลับตำแหน่งกริยาช่วย
| S + have,has + not + V3/ed Have,Has + S + V3/ed …? |
ตัวอย่าง:
- ประโยคปฏิเสธ: I haven’t finished my homework. (ฉันยังทำการบ้านไม่เสร็จ)
- ประโยคคำถาม: Have you seen this movie? (คุณดูหนังเรื่องนี้หรือยัง?)
วิธีการใช้ Has
กริยาหลัก (Main Verb)
“Has” ใช้เป็น กริยาหลัก เพื่อแสดง ความเป็นเจ้าของ โดยจะใช้กับ ประธานเอกพจน์ หรือ บุรุษที่สามเอกพจน์ เช่น he, she, it หรือ คำนามเอกพจน์
ตัวอย่าง:
- Maria has long black hair. (มาเรียมีผมยาวสีดำ)
- Anna has three best friends. (แอนนามีเพื่อนสนิทสามคน)
กริยาช่วย (Auxiliary Verb)
“Has” ยังทำหน้าที่เป็น กริยาช่วย ในปัจจุบันกาลสมบูรณ์ โดยใช้กับประธานบุรุษที่สามเอกพจน์.
ประโยคบอกเล่า:
| S + has + V3/ed + O |
ตัวอย่าง: Jennie has finished her work. (เจนนี่ทำงานเสร็จแล้ว)
ประโยคปฏิเสธ:
| S + has not (hasn’t) + V3/ed + O |
ตัวอย่าง: Robert hasn’t submitted the report yet. (โรเบิร์ตยังไม่ส่งรายงาน)
ประโยคคำถาม:
| Has + S + V3/ed + O? |
ตัวอย่าง: Has Lisa visited that place? (ลิซ่าไปถึงที่นั่นหรือยัง?)
Had ใช้ยังไง
กริยาหลัก (Main Verb)
“Had” ใช้เป็น กริยาหลัก ใน อดีตกาลธรรมดา, อดีตกาลสมบูรณ์และยังใช้ใน ปัจจุบันกาลสมบูรณ์ เพื่อแสดงถึงการเป็นเจ้าของ หรือ ประสบการณ์
ตัวอย่าง:
- When I was a child, I had a dog. (เมื่อฉันยังเป็นเด็ก ฉันเคยมีสุนัขหนึ่งตัว)
- She realized she had had too much to eat. (เธอรู้ตัวว่าเธอกินมากเกินไปแล้ว)
- I have had my car for five years. (ฉันมีรถคันนี้มาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว)
กริยาช่วย (Auxiliary Verb)
“Had” ทำหน้าที่เป็น กริยาช่วย ในอดีตกาลสมบูรณ์และ อดีตกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง
อดีตกาลสมบูรณ์
| S + had + V3/ed + O |
ตัวอย่าง: Alex had submitted his paper before the deadline. (อเล็กซ์ส่งงานก่อนกำหนด)
อดีตกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง
| S + had + been + V-ing + O |
ตัวอย่าง: I had been working at that company for five years before moving abroad. (ฉันทำงานที่บริษัทนั้นมาเป็นเวลา 5 ปีก่อนจะไปต่างประเทศ)
ประโยคปฏิเสธและประโยคคำถาม
ประโยคปฏิเสธ: เพิ่ม not หลัง “had”.
ตัวอย่าง: They hadn’t left when I arrived. (พวกเขายังไม่ออกไปตอนที่ฉันมาถึง)
ประโยคคำถาม: นำคำว่า “had” ขึ้นต้นประโยค
ตัวอย่าง:
- Had the match started when you arrived? (การแข่งขันเริ่มไปแล้วหรือยังตอนที่คุณมาถึง?)
- Had they been working on that project for months? (พวกเขาทำโครงการนั้นมาหลายเดือนแล้วใช่ไหม?)
have has ใช้ยังไง ในฐานะกริยาหลัก
กฎการใช้ have และ has เมื่อทำหน้าที่เป็นกริยาหลักมีดังนี้:
- has ใช้กับ he / she / it และประธานเอกพจน์อื่น ๆ
- have ใช้ กับ I / you / we / they และประธานพหูพจน์อื่น ๆ
- had เป็นรูปอดีตของ have และ has สามารถใช้กับประธานทุกตัวได้
Have, Has ในปัจจุบันกาล
คำว่า “Have” ใช้เพื่อแสดงถึง การเป็นเจ้าของหรือความสัมพันธ์ โดยทั่วไปจะใช้กับ ประธานพหูพจน์ หรือ บุรุษที่สามพหูพจน์ เช่น I, You, We, They หรือ คำนามพหูพจน์.
| I/You/We/They/Noun พหูพจน์ + have + … |
ตัวอย่าง: They have a big house. (พวกเขามีบ้านหลังใหญ่)
เมื่อต้องการเปลี่ยนเป็นประโยคปฏิเสธ ต้องใช้ not หลังจากกริยาช่วย do/does และในกรณีนี้ have จะถูกใช้กับประธานทุกตัว
กฎการใช้ do และ does:
- do ใช้กับ I / we / you / they และคำนามพหูพจน์ (do not = don’t)
- does ใช้กับ he / she / it และคำนามเอกพจน์ (does not = doesn’t)
- did เป็นรูปอดีต ของ do/does ใช้ได้กับทุกประธาน
ตัวอย่าง:
- I don’t have a new job. (ฉันไม่มีงานใหม่)
- She doesn’t have dinner every night. (เธอไม่ได้กินข้าวเย็นทุกคืน)
Have, Has ในอดีต (Past Simple)
“Had” ใช้เป็น กริยาหลัก ใน อดีตกาลธรรมดา, อดีตกาลสมบูรณ์และยังใช้ใน ปัจจุบันกาลสมบูรณ์ เพื่อแสดงถึงการเป็นเจ้าของ หรือ ประสบการณ์
| I/You/We/They/Noun พหูพจน์ + had + … |
ตัวอย่าง:
- When I was a child, I had a dog. (เมื่อฉันยังเป็นเด็ก ฉันเคยมีสุนัขหนึ่งตัว)
- She realized she had had too much to eat. (เธอรู้ตัวว่าเธอกินมากเกินไปแล้ว)
- I have had my car for five years. (ฉันมีรถคันนี้มาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว)
เมื่อทำเป็นประโยคปฏิเสธในอดีต ให้ใช้ did not (หรือ didn’t) ตามด้วย have ใช้ได้กับทุกประธานโดยไม่ต้องเปลี่ยนรูป
ตัวอย่าง: I didn’t have a cat when I was little. (ตอนเด็กฉันไม่มีแมวเลย)
Have, Has ในรูปต่อเนื่อง (Continuous Form)
โครงสร้าง have / has ในรูปต่อเนื่องใช้เพื่อบรรยายเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะพูด โดยสื่อว่าเป็นการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ ไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจได้ว่าเหตุการณ์กำลังดำเนินอยู่ หรือยังคงเกิดขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบัน
| ประธาน + am/is/are + having + … (ปัจจุบันต่อเนื่อง) ประธาน + was/were + having + … (อดีตต่อเนื่อง) |
ตัวอย่าง:
- I am having lunch with my colleagues right now. (ตอนนี้ฉันกำลังกินข้าวเที่ยงกับเพื่อนร่วมงาน)
- She is having a meeting at the moment. (ตอนนี้เธอกำลังประชุมอยู่)
- They were having fun at the park yesterday. (เมื่อวานพวกเขากำลังสนุกกันที่สวนสาธารณะ)
>>> อ่านเพิ่มเติม
- Present Continuous Tense: โครงสร้าง หลักการใช้งาน
- ประโยคอดีตกาลต่อเนื่อง (Past Continuous Tense): โครงสร้างและแบบฝึกหัด
- Future Continuous Tense: โครงสร้างและหลักการใช้งาน
รูปปฏิเสธ: เพียงเติม not หลัง to be
ตัวอย่าง:
- She is not having it. (เธอไม่ยอมรับเรื่องนั้น)
- They were not having any food during the strike. (พวกเขาไม่ได้กินอะไรเลยระหว่างการประท้วงอดอาหาร)

>>> อ่านเพิ่มเติม
- Past Perfect Continuous Tense
- Present Perfect Continuous Tense โครงสร้าง ตัวอย่าง และแบบฝึกหัดพร้อมคำตอบ
- อนาคตกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง (Future Perfect Continuous Tense)
Have has ใช้ยังไง ในฐานะกริยาช่วย
อีกจุดเด่นหนึ่งของ “to have” คือมันสามารถทำหน้าที่เป็น กริยาช่วย (auxiliary verb) เพื่อสร้าง กาลสมบูรณ์ (perfect tenses) โดยใช้ร่วมกับกริยาหลักอื่น ๆ ในกรณีนี้ “to have” จะไม่ทำหน้าที่เป็นกริยาหลัก แต่มีฐานะในการช่วยสร้างรูปกาลสมบูรณ์ให้กับประโยค
ตัวอย่าง:
- She has completed the report already.(เธอทำรายงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว)
- We have known each other for five years. (พวกเรารู้จักกันมาเป็นเวลาห้าปีแล้ว)
- Tom had finished reading the book before dinner. (ทอมอ่านหนังสือเสร็จก่อนทานมื้อเย็น)
>>> อ่านเพิ่มเติม
- วิธีใช้ Past Perfect Tense (กาลอดีตก่อนหน้า) ที่เข้าใจง่ายที่สุด
- Present Perfect Tense
- Future Perfect Tense
ในการสร้าง ประโยคปฏิเสธ เมื่อ “to have” ทำหน้าที่เป็นกริยาช่วย เราเติม not หลัง have, has, had หรือหลังกริยาช่วยอื่น ๆ เช่น modal verbs
ตัวอย่าง:
- Michael has not finished his project yet. (ไมเคิลยังทำโปรเจกต์ของเขาไม่เสร็จ)
- I had not picked up my package when the courier called. (ฉันยังไม่ได้ไปรับพัสดุเมื่อพนักงานส่งของโทรมา)
- She will not have expected such a surprise to happen. (เธอคงไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องน่าประหลาดใจแบบนั้นเกิดขึ้น)

have has ใช้ยังไง ในประโยคคำถาม
ประโยคคำถามเมื่อ “have, has” เป็นกริยาหลัก
เมื่อ have, has ทำหน้าที่เป็นกริยาหลัก (แปลว่า “มี”) หากต้องการสร้างประโยคคำถามในปัจจุบัน เราต้องใช้กริยาช่วย do/does:
| Do/Does + ประธาน + have + … ? Did + ประธาน + have + … ? |
หมายเหตุ:
- Do ใช้กับ I / we / you / they และคำนามพหูพจน์
- Does ใช้กับ he / she / it และคำนามเอกพจน์
- Did ใช้ได้กับทุกประธาน (รูปอดีตของ do/does)
ตัวอย่าง:
- Do you have a car? (คุณมีรถยนต์ไหม)
- Does she have a pet dog? (เธอมีสุนัขเลี้ยงไหม)
- Did they have lunch at noon? (พวกเขาทานอาหารกลางวันตอนเที่ยงหรือเปล่า?)
ประโยคคำถามเมื่อ “have, has” เป็นกริยาช่วย
เมื่อ have และ has ทำหน้าที่เป็นกริยาช่วยในกาลสมบูรณ์:
| Have, Has + ประธาน + กริยาหลักในรูป V3 + … ? Had + ประธาน + V3 + … ? |
ตัวอย่าง:
- Have you finished your homework? (คุณทำการบ้านเสร็จแล้วหรือยัง)
- Had she left before you arrived? (เธอออกจากที่นั่นไปก่อนที่คุณจะมาถึงหรือยัง)
การตอบคำถาม:
- คำตอบยืนยัน: Yes, + ประธาน + have, has, had
- คำตอบปฏิเสธ: No, + ประธาน + haven’t, hasn’t, hadn’t
ตัวอย่าง:
- Have they completed the project? → Yes, they have. / No, they haven’t.
- Has she seen this movie before? → Yes, she has. / No, she hasn’t.

Have something done – การให้ผู้อื่นทำบางสิ่งให้ / การปล่อยให้ผู้อื่นทำ (โดยไม่ระบุผู้กระทำอย่างชัดเจน)
| S + have, has, had + something + V3 (past participle) |
โครงสร้างนี้ใช้เมื่อประธานไม่ได้ทำเอง แต่ขอให้ผู้อื่นทำให้ หรือจ้างคนอื่นทำแทน
โครงสร้างนี้มักใช้เพื่อสื่อว่ามีคนทำบางอย่างให้เรา โดยไม่จำเป็นต้องระบุว่าใครเป็นผู้ทำจริง ๆ
ตัวอย่าง:
- I have my car washed every month. (ฉันให้คนล้างรถให้ทุกเดือน) → หมายความว่าคนอื่นเป็นคนล้าง ไม่ใช่ตัวเองล้างเอง
- He had his TV fixed. (เขานำทีวีไปให้ช่างซ่อม) → ผู้ซ่อมคือช่าง ไม่ใช่เขาเอง

โครงสร้างพิเศษของ Have, Has, Had ที่พบบ่อย
นอกจากการใช้งานแล้ว โครงสร้างทั่วไปของ “have”, “has” หรือ “had” ก็มีความสำคัญเช่นกัน มาสำรวจกับ ELSA Speak กัน!
| โครงสร้าง การใช้ “HAVE”, “HAS” และ “HAD” | ตัวอย่างเช่น |
|---|---|
| Have someone do something (ขอ/ทำให้ใครทำอะไรบางอย่าง) | I had my roommate help me buy vegetables at the supermarket. (ฉันขอให้เพื่อนร่วมห้องช่วยฉันซื้อผักที่ซูเปอร์มาร์เก็ต) |
| Had it not been for …, clause(ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3) | Had it not been for her support, Tom wouldn’t have succeeded. (หากไม่มีการสนับสนุนจากเธอ ทอมคงไม่ประสบความสำเร็จ) |
| Have + something + V (past participle)(ขอให้ใครทำอะไรบางอย่าง) | She has my telephone repaired. (เธอช่วยฉันซ่อมโทรศัพท์) |
| Have + O + V-ing: ทำให้ใครบางคนทำอะไรบางอย่าง | Mr Bean had us laughing the whole episode. (นาย. บีนทำให้เราขำตลอดทั้งเรื่อง) |
| Have + got + O: คนเป็นเจ้าของบางสิ่ง(ไม่ใช้อธิบายการกระทำและใช้ใน Present Simple) | My father have got a new house in Bangkok (พ่อของฉันมีบ้านใหม่ในกรุงเทพฯ) |
| Have, has + been + V-ing: ใช้ใน Present Perfect Continuous เพื่อเน้นความต่อเนื่องของสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันและอาจดำเนินต่อไปในอนาคต | The Japanese have been collecting garbage at the stadium after the match ended. (ชาวญี่ปุ่นเก็บขยะในสนามหลังจบการแข่งขัน) |
| Have, has + been to + place: ไปที่ไหนสักแห่ง | We have been to Bueng Boraphet for a club birthday celebration. (เราไปบึงบอระเพ็ดเพื่องานเลี้ยงวันเกิดของสโมสร) |
| Have + V (past participle): ใช้ใน Reduced relative clauses (ประโยคย่อย) เพื่อเน้นว่ากิจกรรมเสร็จสิ้นแล้ว | Jenny is the only student to have submitted the assignment within the allotted time. (เจนนี่เป็นนักเรียนคนเดียวที่ส่งงานภายในเวลาที่กำหนด) |
รูปย่อของ have และ has
เมื่อเรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ นอกจากการเข้าใจวิธีใช้ have, has แล้ว คุณยังควรให้ความสำคัญกับ รูปแบบย่อ ด้วย เพราะนี่เป็นรูปแบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวันรวมถึงในการสื่อสารทั่วไปหรือข้อความที่ไม่เป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ในบริบทที่ต้องการความเป็นทางการเช่น เอกสารทางวิชาการ เอกสารทางธุรกิจ
หรือบทความที่เป็นทางการ มักจะไม่ใช้รูปย่อ
แต่จะใช้คำเต็มว่า “have” หรือ “has”
ตารางต่อไปนี้เป็นการสรุปรูปแบบย่อที่พบบ่อยของ have และ has:
| รูปแบบเต็ม | รูปแบบย่อ |
|---|---|
| I have | I’ve |
| We have | We’ve |
| You have | You’ve |
| He has | He’s |
| She has | She’s |
| It has | It’s |
| They have | They’ve |
| Has not | Hasn’t |
| Have not | Haven’t |

วลีที่ใช้ร่วมกับ have has had
ในภาษาอังกฤษ have, has, had สามารถใช้ร่วมกับคำอื่น ๆ เพื่อสร้างเป็น วลีกริยา (phrasal verbs) ที่มีความหมายเฉพาะได้
วลีที่พบบ่อยบางส่วน ได้แก่
| วลีกริยา | ความหมาย | ตัวอย่างประกอบ |
|---|---|---|
| Have breakfast/lunch/dinner | กินอาหารเช้า/กลางวัน/เย็น | I usually have breakfast at 7 a.m. (ฉันมักจะกินอาหารเช้าเวลา 7 โมงเช้า) |
| Have a shower/bath | อาบน้ำ | She has a shower every morning. (เธออาบน้ำทุกเช้า) |
| Have a rest/break | พักผ่อน | Let’s have a break before the next class. (มาพักสักหน่อยก่อนเข้าคาบต่อไปกันเถอะ) |
| Have a look | ดู / ลองดู / มองดู | Can I have a look at your notebook? (ฉันขอดูสมุดของเธอหน่อยได้ไหม?) |
| Have a good time | มีช่วงเวลาที่สนุกสนาน | They had a good time at the party. (พวกเขาสนุกมากในงานปาร์ตี้) |
| Have a problem/difficulty | เจอปัญหา / มีความยากลำบาก | He has difficulty understanding math. (เขาพบความยากลำบากในการเข้าใจคณิตศาสตร์) |
| Have an idea | มีความคิด / คิดออก | She had a great idea for the project. (เธอมีไอเดียดีเยี่ยมสำหรับโครงการนี้) |
| Have a meeting | เข้าร่วม / จัดการประชุม | We have a meeting this afternoon. (ตอนบ่ายวันนี้พวกเรามีการประชุม) |
| Have fun | สนุก / เพลิดเพลิน | Kids are having fun in the park. (เด็ก ๆ กำลังสนุกกันอยู่ในสวนสาธารณะ) |
| Have a chance/opportunity | มีโอกาส | I had a chance to meet her last week. (ฉันมีโอกาสได้พบเธอเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว) |
เมื่อกริยา “have” ตามด้วยกริยาอีกตัวที่มี a/an นำหน้า กริยานั้นจะไม่ทำหน้าที่เป็นการกระทำอีกต่อไป แต่กลายเป็น คำนามกริยา (gerund noun)
สูตร:
| Have + a/an + (กริยา → คำนาม) |
โครงสร้างนี้ใช้เพื่อบรรยาย กิจกรรมประจำวัน ประสบการณ์ หรือกิจกรรมสั้น ๆ โดยมักจะแปลความหมายตามกริยาที่ตามหลัง
ตัวอย่าง:
| วลีกริยา | ความหมาย | ตัวอย่างประกอบ |
|---|---|---|
| Have breakfast/lunch/dinner | กินอาหารเช้า/กลางวัน/เย็น | I usually have breakfast at 7 a.m. (ฉันมักจะกินอาหารเช้าเวลา 7 โมงเช้า) |
| Have a shower/bath | อาบน้ำ | She has a shower every morning. (เธออาบน้ำทุกเช้า) |
| Have a rest/break | พักผ่อน | Let’s have a break before the next class. (มาพักสักหน่อยก่อนเข้าคาบต่อไปกันเถอะ) |
| Have a look | ดู / ลองดู / มองดู | Can I have a look at your notebook? (ฉันขอดูสมุดของเธอหน่อยได้ไหม?) |
| Have a good time | มีช่วงเวลาที่สนุกสนาน | They had a good time at the party. (ในงานปาร์ตี้พวกเขาสนุกมาก) |
| Have a problem/difficulty | เจอปัญหา / มีความยากลำบาก | He has difficulty understanding math. (เขาพบความยากลำบากในการเข้าใจคณิตศาสตร์) |
| Have an idea | มีความคิด / คิดออก | She had a great idea for the project. (เธอมีไอเดียดีเยี่ยมสำหรับโครงการนี้) |
| Have a meeting | เข้าร่วม / จัดการประชุม | We have a meeting this afternoon. (ตอนบ่ายวันนี้พวกเรามีการประชุม) |
| Have fun | สนุก / เพลิดเพลิน | Kids are having fun in the park. (เด็ก ๆ กำลังสนุกกันอยู่ในสวนสาธารณะ) |
| Have a chance/opportunity | มีโอกาส | I had a chance to meet her last week. (ฉันมีโอกาสได้พบเธอเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว) |
| Have a rest. | แปลด้วยนะคะ | I want to have a rest. (ฉันอยากพักผ่อน) |
| Had a swim | ว่ายน้ำ | I and my friends had a swim in the pool yesterday. (เมื่อวานฉันกับเพื่อน ๆ ว่ายน้ำในสระ) |
| Has a walk | เดินเล่น | My mother has a walk every morning. (แม่ของฉันเดินเล่นทุกเช้า) |
แบบฝึกหัดเกี่ยวกับ Have, Has, Had
จงเติมประโยคต่อไปนี้โดยใช้รูปแบบของคำในวงเล็บให้ถูกต้อง
- Yesterday afternoon I had my car ______ (repair). I found a good mechanic in the area.
- Are they having their house ______ (clean) now? Let’s hang out then!
- Rosie has always wanted to have blue long hair. She is having her hair ______ (do).
- I am going to have the mechanic ______ (repair) my washing machine.
- My left leg really hurts, so I went to the hospital to have it ______ (examine).
- My children are going to garden ______ (water) my flowers.
- She had her younger brother ______ (check) this English exercise.
- I am going to have Tom ______ (look) at my old washing machine. Perhaps he can fix it.
เฉลย:
| 1. repaired | 5. examined |
| 2. cleaned | 6. watered |
| 3. done | 7. check |
| 4. repair | 8. look |
>>> อ่านเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย
ความแตกต่างระหว่าง Have และ has
Have ใช้กับ ประธานพหูพจน์ และ สรรพนาม I / you / we / they Has ใช้กับ ประธานเอกพจน์ และ สรรพนาม he / she / it
Have has ใช้ยังไงและเมื่อไร?
ใช้ have, has เพื่อแสดง ความเป็นเจ้าของ พฤติกรรมหรือความเคยชิน หรือใช้เป็น กริยาช่วย ในปัจจุบันกาลสมบูรณ์
วิธีใช้โครงสร้าง Have + V3
Have + V3 (have, has + กริยาช่องที่ 3) ใช้ในปัจจุบันกาลสมบูรณ์เพื่อบอกถึงการกระทำที่ เกิดขึ้นแล้วในอดีต และยังมีความเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน
วิธีใช้ Had + V3
Had + V3 ใช้ใน อดีตกาลสมบูรณ์เพื่อแสดงการกระทำที่ เกิดขึ้นก่อนอีกการกระทำหนึ่งในอดีต
Have has ใช้ยังไง ไม่ยากเหมือนเราคิดใช่ใหม ELSA Speak หวังว่าจะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณเรียนภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น อย่าลืมฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอเพื่อเสริมความรู้เกี่ยวกับ “have” นะ! ขอให้โชคดี!
คำศัพท์ครอบครัวเป็นหัวข้อทั่วไปสำหรับทุกคนในการเรียนภาษาต่างๆ แต่ลำดับชั้นในภาษาไทยค่อนข้างซับซ้อนกว่าภาษาอังกฤษ ดังนั้นในบทความต่อไปนี้ ELSA Speak จะช่วยคุณรวบรวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษทั้งหมดตามหัวข้อของครอบครัว ตามมานะ!
คำศัพท์เกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวภาษาอังกฤษ
ที่นี่ ELSA Speak จะรวบรวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับหัวข้อครอบครัวเป็นกลุ่ม เพื่อช่วยให้คุณจดจำและใช้คำศัพท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
1/ คําศัพท์ครอบครัวภาษาอังกฤษเกี่ยวกับคนรุ่นที่อายุมากกว่าตนเอง
- Grandparents /ˈɡrænpeərənt/: ปู่ย่าตายาย
- Grandfather /ˈɡrænfɑːðə(r)/: คุณปู่/คุณตา
- Grandmother /ˈɡrænmʌðə(r)/: คุณย่า/คุณยาย
- Aunt /ɑːnt/: ป้า / น้า
- Uncle /ˈʌŋkl/: ลุง
- Cousin /ˈkʌzn/: ลูกพี่ลูกน้อง
- Father-in-law /ˈfɑːðər ɪn lɔː/: พ่อของ สามี / ภรรยา
- Mother-in-law /ˈmʌðər ɪn lɔː/: แม่พ่อของ สามี / ภรรยา
- Sister-in-law /ˈsɪstər ɪn lɔː/: พี่สะใภ้ / น้องสะใภ้
- Brother-in-law /ˈbrʌðər ɪn lɔː/: พี่เขย / น้องเขย
2/ คำศัพท์เกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวภาษาอังกฤษ
- Parents /ˈpeərənt/: พ่อแม่
- Stepparent /ˈstepˌpeə.rənt/: พ่อแม่เลี้ยง
- Mother /ˈmʌðə(r)/: แม่
- Father /ˈfɑːðə(r)/: พ่อ
- Sibling /ˈsɪblɪŋ/: พี่น้อง
- Spouse /spaʊs/: สามีภรรยา
- Husband /ˈhʌzbənd/: สามี
- Wife /waɪf/: ภรรยา
- Child /Children /tʃaɪld/ tʃɪldrən/: ลูก
- Daughter /ˈdɔːtə(r)/: ลูกสาว
- Son /sʌn/: ลูกชาย
- Stepfather /ˈstepfɑːðə(r)/: พ่อเลี้ยง
- Stepmother /ˈstepmʌðə(r)/: แม่เลี้ยง
- Ex-husband /eksˈhʌzbənd/: อดีตสามี
- Ex-wife /eks-waɪf/: อดีตภรรยา
- Half-brother /ˈhɑːf brʌðə(r)/: พี่/น้องชายต่างมารดา/บิดา
- Step brother /ˈstepˌbrʌ.ðər/: ลูกชายของพ่อ/แม่เลี้ยง
- Half-sister /ˈhɑːf sɪstə(r)/: พี่/น้องสาวต่างมารดา/บิดา
- Step sister /ˈstepˌsɪs.tər/: ลูกสาวของพ่อ/แม่เลี้ยง
- Younger /Little sister/jʌŋər/ˈlɪt.əl sɪstər/: น้องสาว
- Younger /Little brother/jʌŋər/ˈlɪt.əl ˈbrʌðər/: น้องชาย
- Older sister /oʊldər sɪstər/: พี่สาว
- Older brother /oʊldər ˈbrʌðər/: พี่ชาย
3/ คำศัพท์เกี่ยวกับญาติภาษาอังกฤษ
- Grandchildren /ɡrændˈtʃɪl.drən/: หลาน (ของปู่ย่าตายาย)
- Granddaughter /ˈɡrændɔːtə(r)/: หลานสาว (ของปู่ย่าตายาย)
- Grandson /ˈɡrænsʌn/: หลานชาย (ของปู่ย่าตายาย)
- Nephew /ˈnefjuː/: หลานชาย (ของป้า/ป้า/ลุง …)
- Niece /niːs/: หลานสาว (ของป้า/ป้า/ลุง …)
4/ ประเภทของครอบครัวอังกฤษ
นี่คือประเภทของ ครอบครัวภาษาอังกฤษ:
- Nuclear family /ˈnu·kli·ər ˈfæm·ə·li/ (n): ครอบครัวเดี่ยว/ครอบครัวซึ่งประกอบด้วยพ่อแม่ลูก
- Extended family /ɪkˈsten·dɪd ˈfæm·ə·li/(n): ครอบครัวขยาย/ครอบครัวใหญ่
- Single parent /ˈsɪŋ.ɡəl ˈper.ənt/ (n): พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว
- Only child /ˌoʊn.li tʃaɪld/ (n): ลูกคนเดียว
- Immediate family: ครอบครัวใกล้ชิด (รวมถึงพ่อ แม่ และพี่น้อง)
- Loving family: close-knit family: ครอบครัวที่อบอุ่น (สมาชิกทุกคนในครอบครัวรักกันดี มีความสัมพันธ์ที่ดี)
- Dysfunctional family: ครอบครัวที่มีปัญหา (คนในครอบครัวไม่รักกัน ทะเลาะเบาะแว้ง … )
- Broken home: ครอบครัวแตกแยก
- Adoptive parents: ครอบครัวที่รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (พ่อแม่บุญธรรม)
5/ คำศัพท์อธิบายความสัมพันธ์ในครอบครัว
- Close to /kloʊs tə/: ใกล้ชิดกับ
- Get along with /ɡet əˈlɒŋ wɪð/: มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ
- Admire /ədˈmaɪr/: ชื่นชม
- Rely on /rɪˈlaɪ ɑːn/: พึ่งพา เชื่อใน
- Look after /lʊk ˈæf.tɚ/: ดูแล
- Bring up /brɪŋ ʌp/: ฟูมเลี้ยง
- Age difference /eɪdʒ ˈdɪf.ɚ.əns/: อายุห่างกัน
6/ คําศัพท์ครอบครัวภาษาอังกฤษอื่นๆ
- Family tree: โครงสร้างครอบครัวที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว
- Distant relative : ญาติห่างๆ (มีในญาติแต่ไม่สนิท)
- Carefree childhood: วัยเด็กที่สงบสุข (ไม่ต้องกังวลอะไรเลย)
- Troubled childhood: วัยเด็กที่ยากลำบาก (ยากจน ถูกทารุณกรรม ฯลฯ)
- Divorce (v) (n) การหย่าร้าง
- Bitter divorce: การแยกทาง (เนื่องจากแรงเสียดทานทางอารมณ์)
- Messy divorce: การหย่าร้างและมีข้อพิพาทด้านทรัพย์สิน
- Custody of the children: อำนาจปกครองบุตร (หลังหย่า บิดามารดาจะโต้แย้งอำนาจปกครองบุตร)
- Grant joint custody: สามีและภรรยาจะร่วมกันดูแลบุตร
- Sole custody: พ่อหรือแม่เท่านั้นที่มีอำนาจปกครองบุตร
- Pay child support: จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร
- Give the baby up for adoption: ให้เด็กเป็นบุตรบุญธรรม
- Blue blood: เชื้อสายราชวงศ์
- A/the blue-eyed boy: ลูกที่รัก
ลีภาษาอังกฤษหัวข้อครอบครัว
นอกจากคำศัพท์เกี่ยวกับครอบครัวภาษาอังกฤษข้างต้นแล้ว วลีคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับครอบครัวยังเป็นคำสำคัญที่คุณควรทราบ! มาดูเลย!
- Bring up: เลี้ยง/เลี้ยงดู
I was brought up by my grandparents from a young age (ฉันถูกเลี้ยงดูโดยปู่ย่าตายายตั้งแต่ยังเล็ก)
- Grow up: เติบโตขึ้น
When I grow up, I want to be a doctor (เมื่อฉันโตขึ้นฉันอยากเป็นหมอ)
- Take care of/Look after: ดูแล
My grandmother looked after me when I was sick (ยายของฉันดูแลฉันเมื่อฉันป่วย)
- Get married to sb: แต่งงานกับใครสักคนในฐานะสามี / ภรรยา
She has just got married (เธอเพิ่งแต่งงาน)
- Give birth to: ให้กำเนิดลูก
Anna has just given birth to a lovely girl (แอนนาเพิ่งให้กำเนิดเด็กหญิงที่สวยงาม)
- Take after: คล้ายกัน (รูปลักษณ์)
Everyone says I take after my father (ทุกคนบอกว่าฉันดูเหมือนพ่อของฉัน)
- Run in the family: ร่วมมีลักษณะทั่วไปในครอบครัว
ตัวอย่าง: The high nose runs in my family (ครอบครัวของฉันจมูกโด่ง)
- Have something in common: มีบางอย่างเหมือนกัน
I and john have many things in common (จอห์นกับฉันมีอะไรหลายอย่างเหมือนกัน)
- Get on with/get along with somebody: คลุกคลีกับใครสักคน
ตัวอย่าง: My father and always get along with each other (ฉันกับพ่อเข้ากันได้เสมอ)
- Get together: รวมตัวกัน
My family get together once a week (ครอบครัวของฉันรวมตัวกันสัปดาห์ละครั้ง)
- Tell off: ด่า
Mom told me off for breaking the vase (ฉันถูกแม่ด่าเพราะทำแจกันแตก)
- Fall out (with sb): ทะเลาะกับใครบางคน
Tim left home after falling out with his parents (ทิมหนีออกจากบ้านหลังจากโต้เถียงกับพ่อแม่ของเขา)
- Make up (with sb): คืนดีกับใครบางคน
You still haven’t made up with him? (คุณยังไม่คืนดีกับเขาอีกหรือ?)
ตัวอย่างประโยคที่ใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษในหัวข้อครอบครัว
ตัวอย่างการสนทนาถามตอบโดยใช้คำศัพท์ ครอบครัวภาษาอังกฤษ
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างคำถามและคำตอบที่น่าสนใจเกี่ยวกับหัวข้อครอบครัวโดยใช้คำข้างต้น:
A: Why do grandparents love their grandchildren so much?
(ทำไมปู่ย่าตายายถึงรักหลานมาก?)
B: They may seem to love their grandchildren more because now they are at a time of their life when they have time and money they may not have had when they were raising their children.
(พวกเขารักหลานมากขึ้นเพราะตอนนี้พวกเขามีเวลาและเงินที่พวกเขาอาจไม่มีในช่าวงเวลาที่พวกเขาเลี้ยงลูกของตน)
A: What is the difference between a half-brother and step-brother?
(พี่ชายต่างมารดา/บิดากับพี่ชายเลี้ยงต่างกันอย่างไร?)
B: A half-brother is one that shares mother or father with you. You can understand that either your mother, or your father, is also the natural parent of that person. A step-brother is one who is not blood relative at all. Rather, he is the natural child of a spouse of your father or mother.
(พี่ชายต่างมารดา/บิดาคือพี่/น้องที่มีพ่อหรือแม่เดียวกันกับคุณ คุณสามารถเข้าใจได้ว่าแม่หรือพ่อของคุณก็เป็นพ่อหรือแม่ทางสายเลือดของบุคคลนั้นเช่นกัน พี่ชายเลี้ยงคือบุคคลที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน เขาเป็นลูกติดของบิดาหรือมารดาของคุณ)

A: คุณรู้หรือไม่ว่าทำไมแม่ถึงมีความสำคัญในชีวิตของเรามาก?
(คุณรู้หรือไม่ว่าทำไมแม่ถึงมีความสำคัญในชีวิตของเรามาก?)
The physical and emotional of a mother provides us with two things: protection from stress and emotional regulation, both of which are important to healthy brain development and everyone’s future well-being.
(ความผาสุกทางร่างกายและอารมณ์ของแม่ทำให้เรามีสองสิ่ง: การปกป้องพวกเราจากความเครียดและการควบคุมอารมณ์ ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาสมองที่แข็งแรงและส่งผลต่อความสุขในอนาคตของแต่ละคน)
สำหรับคำศัพท์หัวข้อครอบครัว ยังมีศัพท์อื่นๆ เช่น ปกติเวลาอยู่บ้าน ลูกๆ มักจะเรียกพ่อแม่ว่า “mom”, “dad” ส่วนสามีภรรยาก็จะมีคำเรียกหวานๆ ซึ้งๆ เช่น “honey”,…
ตัวอย่างประโยคสื่อสารทั่วไปในหัวข้อ ครอบครัวภาษาอังกฤษ
- This is a photo of my family: นี่คือรูปถ่ายของครอบครัวของฉัน
- How many children do you have: คุณมีลูกกี่คน?
- There are nine people in my family: ครอบครัวของฉันมีเก้าคน
- I have a large family: ฉันมีครอบครัวใหญ่
- You’re just like your mother: คุณเหมือนแม่ของคุณจัง
- You take after your father: เธอดูเหมือนพ่อมาก
- I’m the picture of my mother: ฉันคือภาพของแม่
- My gandparents are still living: ปู่ย่าตายายของฉันยังมีสุขภาพแข็งแรง
- My godparents are doctors: พ่อแม่อุปถัมภ์ของฉันล้วนเป็นหมอ
- I grew up in a very close, loving family: ฉันเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข
- I would like to thank my family: ฉันอยากจะขอบคุณครอบครัวของฉัน
- We are all family: เราทุกคนคือครอบครัวกัน
- Have you got a big family? คุณมีครอบครัวใหญ่หรือไม่?
- How many people are there in your family? ครอบครัวของคุณมีกี่คน?
- Have you got any brothers or sisters? คุณมีพี่ชายหรือน้องสาวหรือไม่?
- There are five people in my family ครอบครัวของฉันมี 5 คน
- What’s your sister name? พี่/น้องสาวของคุณชื่ออะไร
- What’s your brother name? พี่ชายของคุณชื่ออะไร
- May i have her name? ฉันขอทราบชื่อของเธอได้ไหม
- How’s the family? ครอบครัวคุณเป็นอย่างไรบ้าง?
- How’s everybody doing? ทุกคนเป็นยังไงบ้าง?
- Very well ดีมาก
บทสนทนาทั่วไปสำหรับหัวข้อ ครอบครัวภาษาอังกฤษ
มาใช้คำศัพท์ครอบครัวภาษาอังกฤษข้างต้นในการสนทนาในชีวิตประจำวันด้วยกัน นี่คือบทสนทนา 2 บทที่คุณสามารถอ้างถึงได้
บทสนทนาที่ 1
- Amit: Hugo, are you free this weekend?
- Hugo: Yes, I am. What’s up?
- Amit: We’ll organize a birthday party for my father. I’d like to invite you.
- Hugo: Thank you. I’d love to. Will your whole family be there?
- Amit: Yes. And some friends, my uncles, aunts. And some cousins will be attending the party.
- Hugo: Are your aunts your mother’s or father’s sister?
- Amit: They’re my father’s sisters.
- Hugo: Wow, you have a big family.
- Amit: Yes, I do.
บทสนทนาที่ 2
- Amit: Hugo, you’ve got a promotion and now earn more money.
- Hugo: Yes, but I’d like to thank my family for standing by me the whole time.
- Amit: Do you have any plans for the future?
- Hugo: Yes. I’d like to spend more time with my family.
- Amit: Great!
เพื่อจดจำคำศัพท์ครอบครัวภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ดูวิดีโอฝึกฟังภาษาอังกฤษในหัวข้อครอบครัวของ ELSA Speak ทันที!
จำคำศัพท์ครอบครัวภาษาอังกฤษอย่างไรให้ได้ผล
ครอบครัวภาษาอังกฤษ มีคำศัพท์เรียบง่ายและจำง่ายมาก แต่ถ้าคุณท่องจำด้วยวิธีดั้งเดิม คุณจะลืมคำศัพท์อย่างรวดเร็ว ต่อไปนี้เป็นวิธีที่แนะนำในการเรียนรู้คำศัพท์อย่างง่ายและมีประสิทธิภาพ
สร้างประโยคพร้อมคำที่อยากเรียน
การอ่านและการทำความเข้าใจวิธีการใช้คำนั้นไม่ใช่สิ่งทั้งหมดในการจำคำศัพท์ วิธีเดียวที่จะทำให้คำศัพท์กลายเป็นของคุณเองคือใช้มัน พยายามให้ตัวอย่างที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละความหมายของคำที่คุณเรียนรู้!
การบันทึกคำศัพท์
ยิ่งคุณใช้ความเข้าใจทางประสาทสัมผัสในการเรียนรู้มากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งจดจำความรู้ได้นานขึ้นเท่านั้น การฟังเสียงของเราเองเมื่อเราอ่านออกเสียงคำศัพท์จะช่วยให้เราจินตนาการถึงการเคลื่อนไหวของปากเมื่อออกเสียงน ซึ่งจะเป็นการสร้างการเชื่อมต่อภายใต้สมอง
ใช้แอปเครื่องบันทึกเสียงในโทรศัพท์ของคุณและบันทึกการออกเสียงของคำที่คุณกำลังเรียนรู้ โดยทำซ้ำแต่ละคำ 2-3 ครั้ง คุณสามารถบันทึกการบันทึกนี้และฟังได้ทุกที่แม้ในขณะนอนหลับ!
ทำบัตรคำศัพท์ จดบันทึก
Flashcards เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ คุณสามารถใช้กระดาษโน้ตที่มีสีสันและติดไว้ในที่ที่คุณเห็นบ่อยๆ หากคุณเป็นประเภทตนที่ชอบการเรียนรู้ด้วยภาพ การออกแบบรูปภาพง่ายๆ ที่อธิบายความหมายของคำนั้นจะเป็นวิธีที่ดี
ทุกวัน นำ FlashCards ของคุณออกมาและทบทวน
เรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
เมื่อเรียนรู้คำศัพท์ ครอบครัวภาษาอังกฤษ หากคุณกำลังเรียนคำ “child” อย่าหยุดเพียงแค่นั้น ใช้พจนานุกรมหรืออินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาคำที่เกี่ยวข้องและสำนวนอื่นๆ
ตัวอย่าง: คุณสามารถเห็นคำที่เกี่ยวข้อง เช่น children, childhood, childlike, childish, having a child,…
การเป็นเพื่อนกับพจนานุกรมเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเรียนรู้ภาษา โดยเริ่มต้นด้วยคำศัพท์เกี่ยวกับครอบครัว แต่คุณก็ได้เรียนรู้เพิ่มเติมได้อย่างรวดเร็วอีก 5 คำ และเนื่องจากความหมายของคำหลายคำนั้นมีความเกี่ยวข้องกัน จึงจะทำให้คุณเข้าใจและจดจำแต่ละคำได้ง่ายขึ้น
จงอดทน!
การที่คุณได้เรียนรู้คำศัพท์ในวันนี้ แต่จะลืมมันในวันถัดไปก็เป็นเรื่องปกติ
ในภาษาอังกฤษมีประโยคหนึ่งว่า: “Practice makes perfect” – การฝึกฝนเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ ก่อนจะเรียนรู้อะไร เราจำเป็นต้องฝึกฝนและทำซ้ำบ่อยครั้ง
ให้จัดสรรเวลา 30 นาทีในแต่ละวันเพื่อเรียนรู้คำศัพท์ การเรียนซ้ำคำที่คุณได้เรียนรู้แล้วและฝึกพูดภาษาอังกฤษในหัวข้อครอบครัวก็จะช่วยสร้างปฏิกิริยาโต้ตอบด้านบภาษาของคุณเอง!
ด้านบนคือ คำศัพท์ภาษาอังกฤษตามหัวข้อครอบครัว ที่ ELSA Speak ได้รวบรวมไว้ หากคุณมีคำถามใด ๆ ให้ แสดงความคิดเห็นด้านล่างนะ! ขอให้สนุกกับการเรียน
จากบทความข้างต้น คุณสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่น่าอายเพราะคุณไม่รู้ว่าจะเรียกคนอื่นว่าอย่างไร มาเอาชนะความกลัว “ไม่รู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษใดๆ” กับ ELSA Speak ด้วยวิธีพิเศษที่ได้รับความไว้วางใจจากหลายคน
หนึ่งใน 4 เกณฑ์การให้คะแนนของทั้ง IELTS Speaking & Writing คือ Grammatical range & accuracy (ความหลากหลายและความแม่นยำทางไวยากรณ์) ส่วนที่เป็นพื้นฐานและสำคัญที่สุดสำหรับการปูพื้นฐานไวยากรณ์ให้แน่น นั้นคือต้องเข้าใจคำกริยาในภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี ดังนั้น ให้ดูบทความด้านล่างเพื่อทำความเข้าใจ verb คือ อะไรนะ

คำกริยาในภาษาอังกฤษหรือ verb คือ อะไร?
คำกริยาในภาษาอังกฤษ Verb คือ คำหรือวลีที่ใช้แสดงการกระทำหรือสถานะบางอย่างของประธาน และมีหน้าที่ในการถ่ายทอดข้อมูลสำคัญ คำกริยาในภาษาอังกฤษเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักที่จำเป็นต้องมีในประโยคภาษาอังกฤษ เราไม่สามารถสร้างประโยคได้หากไม่มีคำกริยา
ตัวอย่าง:
- He goes to school on foot everyday (เขาเดินไปโรงเรียนทุกวัน)
→ Goes ใช้ยังไงในประโยคนี้ ด้วยประธาน He เราเติม “es” ต่อท้ายคำกริยา “go” ให้เป็น “goes“
- The sky is blue (ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า)

การจำแนกคำกริยาในภาษาอังกฤษโดยละเอียด
การจำแนกตามบทบาทของกริยา
verb to be คือ อะไร
คำกริยา To be จะเปลี่ยนตามองค์ประกอบต่อไปนี้:
- ประโยคอยู่ในรูปแบบบอกเล่า ปฏิเสธ คำถามใช่หรือไม่หรือคำถามที่มีคำเป็นคำถาม
- บุรุษของประธาน
- กาล
ประโยคบอกเล่า (Positive):
To be ในประโยคบอกเล่าจะอยู่หลังประธานและเปลี่ยนไปตามตัวประธาน โดยละเอียดดังตารางต่อไปนี้
| To be (บอกเล่า) | To be (บอกเล่า) | แบบสั้น (บอกเล่า) |
| I | am | I’m |
| He/She/It | is | He’s/She’s/It’s |
| We | are | We’re |
| You | are | You’re |
| They | are | They’re |
ตัวอย่าง
| POSITIVE | SHORT FORM | |||
| I | am | English. | I’m | English. |
| He/She/It | is | He’s/She’s/It’s | ||
| We | are | We’re | ||
| You | are | You’re | ||
| They | are | They’re | ||
ประโยคปฏิเสธ (negative):
to be ในประโยคปฏิเสธจะมีตำแหน่งและบุรุษเหมือนกันกับประโยคบอกเล่า แต่เราจะเติม “Not” หลังคำกริยา to be
| To be (ปฏิเสธ) | To be (ปฏิเสธ) | แบบสั้น (ปฏิเสธ) |
| I | am not | I’m not |
| He/She/It | is not | He/She/It + isn’t He’s/She’s/It’s + not |
| We | are not | We‘re not/ We aren’t |
| You | are not | You‘re not/ You aren’t |
| They | are not | They‘re not/ They aren’t |
ตัวอย่าง
| NEGATIVE | SHORT FORM | |||
| I | am not | French. | I’m not | French. |
| He/She/It | is not | He/She/It isn’t He’s/She’s/It’s not | ||
| We | are not | We aren’t/We‘re not | ||
| You | are not | You aren’t/You‘re not | ||
| They | are not | They aren’t/They‘re not | ||
ด้วยประเภทคำถามใช่หรือไม่ (Yes No Question):
to be มีหน้าที่นำหน้าประโยค ก่อนประธาน และผันตามบุรุษตามกฎที่เพิ่งกล่าวถึง
| Yes/No Questions | Short Answers | |||
| Am | I | late? | Yes, I am. | No, I‘m not. |
| Is | he/she/it | Yes, he/she/it is. | No, he/she/it isn’t. No he‘s/she‘s/it‘s not. | |
| Are | we | Yes, we are. | No, we aren’t/we‘re not. | |
| Are | you | Yes, you are. | No, you aren’t/you‘re not. | |
| Are | they | Yes, they are. | No, they aren’t/they‘re not. | |
ในคำถามแบบใช้คำถาม (WH-question):
เราจะใส่ to be ไว้หลังคำให้พื่อถาม และจะผันตามบุรุษตามกฎข้อที่แล้วด้วย
| Wh-QUESTIONS | ||
| Where | am | I? |
| Who | are | you? |
| What | is (‘s) | your job? |
| How old | is (‘s) | your brother? |
หน้าที่ของคำกริยา to be:
- To be ใช้เพื่ออธิบายผู้คนและสิ่งของ
- To be ใช้เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง
- To be ใช้เพื่ออธิบายตำแหน่งและเวลา
- To be ใช้เพื่ออธิบายข้อมูล เช่น อายุ สัญชาติ อาชีพ สี
คำกริยาการกระทำ (action verb)
คำกริยาการกระทำ Action verb คือกริยาที่แสดงการกระทำธรรมดาๆ
ตัวอย่าง:
- Peter listens to music when he is sad (Peter ฟังเพลงเมื่อเขาเศร้า)
→ ด้วยประธานคือ “Peter” กริยา “listen” เพิ่ม “s” เป็น “listens”
ตัวอย่าง
- Peter listens to music when he is sad.
- Peter works until 9pm every day.
คำกริยาช่วย (auxiliary verb)
ในภาษาอังกฤษ คำกริยาช่วย หรือ auxiliary verb คือคำกริยาที่ “สนับสนุน” คำกริยาอื่นๆ เพื่อสร้างโครงสร้างเกี่ยวกับกาลกริยา รูปแบบกรรมวาจก ฯลฯ คำกริยาช่วยทั่วไปบางคำในภาษาอังกฤษมักใช้คือ do, have
ตัวอย่าง
- I have studied English for three years. (ฉันเรียนภาษาอังกฤษมา 3 ปีแล้ว)
- We don’t like to eat onions. (เราไม่ชอบกินหัวหอม)
กริยาช่วย (Modal Verb)
Modal verb คือกริยาที่มีหน้าที่มีหน้าที่เสริมความหมายให้กริยาหลัก ใช้แสดงความเป็นไปได้ ความตั้งใจ ข้อห้าม ความจำเป็น คำกริยาช่วยทั่วไปรวมถึงคำเช่น can, could, may might, must, have to, need, should, ought to

อกรรมกริยาและสกรรมกริยาในภาษาอังกฤษ
อกรรมกริยา (Intransitive Verb)ในภาษาอังกฤษคืออะไร
ในภาษาอังกฤษ อกรรมกริยา หรือ Intransitive Verb คือคำกริยาที่ไม่จำเป็นต้องมีกรรมตามหลัง แต่ยังสามารถแสดงความหมายของประโยคได้อย่างเต็มที่
สกรรมกริยา (Transitive Verb) ในภาษาอังกฤษคืออะไร
ในภาษาอังกฤษ สกรรมกริยา หรือ Transitive Verb คือคำที่ต้องมีกรรมตามหลังเพื่อสร้างประโยคที่มีความหมายเฉพาะ ในด้านไวยากรณ์ สกรรมกริยาต้องมีอย่างน้อยหนึ่งกรรมตามหลังคำนั้น สกรรมกริยาเดี่ยวคือกริยาที่ต้องการเพียงกรรมเดียวตามหลัง สกรรมกริยาคู่คือ กริยาที่ต้องการกรรมสองอย่าง ซึ่งสามารถเป็นกรรมตรงหรือกรรมรอง
ตัวอย่าง
- Intransitive Verb: The children are playing in the park.
- Transitive Verb: She is saving money to buy a new house.
>>> Read more:
- Gerund and infinitive – หลักการใช้และแบบฝึกหัด
- was were ใช้ยังไง และเคล็ดลับในการแยกแยะออกจาก Did
รูปแบบคำกริยาทั่วไปในภาษาอังกฤษ
กิริยาทางกาย (Physical verb)
กิริยาทางกายในภาษาอังกฤษหมายถึงคำที่อธิบายการกระทำของประธานในประโยค
ตัวอย่าง
- The cat is lying by the window.
- He threw the ball at me.
คำกริยาแสดงสภาวะ (Stative verb)
คำกริยาแสดงสภาวะ Stative verb คือคำที่ไม่ได้ใช้อธิบายการกระทำแต่ใช้เพื่อระบุการมีอยู่ของเหตุการณ์หรือสถานการณ์บางอย่างในชีวิต
ตัวอย่าง
- Mr. Tactful seems like a nice guy.
- This salad tastes delicious.
คำกริยาที่แสดงสภาวะทางความคิด (Mental verb)
คำกริยาที่แสดงสภาวะทางความคิดในภาษาอังกฤษเป็นคำที่มีความหมายทางความคิด ตัวอย่างเฉพาะ เช่น เข้าใจ รู้ คิด เป็นต้น เกี่ยวกับปัญหาหรือเหตุการณ์หนึ่งในชีวิต คำกริยาเหล่านี้จะไม่ถูกผันในกาลต่อเนื่อง
ตัวอย่าง
- I like her dress.
- I understand the problem you are having.

แบบฝึกหัดคำกริยาในภาษาอังกฤษ
แบบฝึกหัดกริยาปกติ
- I (listen) ___ to music every night.
- They (go) ___ to school every day.
- We (get) ___ up at 5 every morning.
- You (live) ___ in a big city.
- Nga and Lan (brush) ___ their teeth.
- Nam and Ba (wash) ___ their faces.
- I (have) ____ breakfast every morning.
- Na (have) ____ breakfast at 6 o’clock
- Every morning, Ba (get) ____ up.
- He (brush) ____ his teeth.
คำตอบ
- listen
- go
- get
- live
- brush
- wash
- have
- has
- gets
- brushes
แบบฝึกหัดทั่วไปเกี่ยวกับคำกริยาภาษาอังกฤษ
- I ___ anything about the night of the accident.
a. don’t remember
b. ‘m not remembering
c. wasn’t remembering
- After we broke up, she sold the ring that I ____ her for her birthday.
a. give
b. was giving
c. had given
- We ____ our website.
a. recently renewed
b. are recently renewing
c. have recently renewed
- We took off our clothes and ____ into the river.
a. were jumping
b. had jumped
c. jumped
คำตอบ
1/ a. don’t remember
2/ c. had given
3/ c. have recently renewed
4/ c. jumped

บทสรุป
ข้างต้นคือความรู้เกี่ยวกับคำกริยาในภาษาอังกฤษทั้งหมด ด้วยความรู้เหล่านี้ คุณจะได้เรียนรู้ด้วยวิธีที่ง่ายและสมบูรณ์ที่สุด! เพื่อการเลือกเส้นทางที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณในการพิชิตภาษาอังกฤษ ELSA Speak ยินดีที่ได้เป็นเพื่อนเดินทางของคุณ






