Author: lekien.260302@gmail.com

แม้ว่าโลกพฤกษศาสตร์จะมีความหลากหลายมากมาย แต่การเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับผักภาษาอังกฤษจะไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไปหากคุณได้ค้นพบแหล่งการเรียนรู้ที่เหมาะสม  นอกจากนี้ สำหรับผู้คนที่ทำงานในด้านอาหาร เรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ  อย่าพลาดบทเขียนต่อไปนี้ของ ELSA Speak เพื่อให้เก็บชุดคำศัพท์เกี่ยวกับ ผักภาษาอังกฤษ นะ

คำศัพท์เกี่ยวกับ ผักภาษาอังกฤษ

การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษในหัวข้อผักผลไม้ก็เป็นหนึ่งในเนื้อหาที่สำคัญ  โลกของพฤกษศาสตร์มีความหลากหลายและอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก  คุณจะได้พบคำเหล่านี้ในหลาย ๆ ด้านในชีวิตประจำวัน  นั่นก็เป็นเหตุผลที่คุณต้องจำคำศัพท์อย่างรอบคอบเพื่อนำไปใช้ในชีวิตและการทำงาน  หากคุณกำลังทำงานในร้านอาหาร โรงแรม หรือด้านอาหารต่าง ๆ หรือเพียงแค่ต้องการพัฒนาคำศัพท์ภาษาอังกฤษตนเองอเท่านั้น บทเขียนในวันนี้ของ ELSA Speak จะเป็นของขวัญพิเศษสำหรับคุณ

ผักใบเขียวต่าง ๆ และผักตระกูลกะหล่ำในภาษาอังกฤษ

ผักภาษาอังกฤษ 03

ผักประเภทหัวในภาษาอังกฤษ

เห็ดประเภทต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษ

คำศัพท์ความหมาย
Mushroomเห็ด
Fatty mushroomsห็ดกระดุม/เห็ดแชมปิญอง
King oyster mushroomเห็ดนางรมหลวง
Black fungus เห็ดเชื้อราดำ/เห็ดหูหนูดำ
Abalone mushroomsเห็ดเป๋าฮื้อ
Ganodermaเห็ดหลินจือ
Enokitakeเห็ดเข็มทอง
Straw mushroomsเห็ดฟาง
White fungusเห็ดหูหนูขาว

พืชตระกูลถั่วและเมล็ดพืชต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษ

ผักภาษาอังกฤษ 04

ตัวอย่างบทสนทนาใช้คำศัพท์เกี่ยวกับ ผักภาษาอังกฤษ

หนึ่งในเคล็ดลับการจำคำศัพท์เกี่ยวกับผักภาษาอังกฤษคือการฝึกสร้างประโยค  จากนั้นคุณจะจำคำศัพท์ได้ดีขึ้นและในขณะเดียวกันก็เข้าใจบริบทและการใช้คำศัพท์ไปด้วย  ต่อไปนี้ ELSA Speak จะแนะนำรูปแบบประโยคภาษาอังกฤษที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับผักภาษาอังกฤษ อย่าลืมบันทึกและฝึกฝนนะ

A: Oh, today, the supermarket is full of fresh vegetables.  (อ่อ วันนี้ซุปเปอร์มาร์เก็ตเต็มไปด้วยผักสด)

B: Hello, what do you want to buy?  (สวัสดีค่ะ เอาอะไรดีคะ)

A: I want to buy mangoes  (ฉันต้องการมะม่วง)

B: The newly imported supermarket is so delicious  (ซุปเปอร์มาร์เก็ตนำเข้าผลใหม่อร่อยมากนะคะ)

A: So, can I get 3 kgs of this mango?  (งั้นฉันขอมะม่วง 3 กิโลได้ไหมคะ)

B: Anything else you want to buy?  (คุณอยากเอาอะไรอีกไหมคะ)

A: I want to buy potatoes and tomatoes. (ฉันต้องการมันฝรั่งและมะเขือเทศค่ะ)

B: OK. Do you need more carrots? (โอเคค่ะ คุณต้องการแครอทด้วยไหมคะ)

A: Yes. I may need more carrots for soup. Where is the fruit stand? (ได้ค่ะ ฉันอาจต้องการแครอทเพิ่มให้อาหารซุป ขายที่ไหนคะ)

B: I’ll take you guys!  (เดี๋ยวฉันจะพาไปให้)

A: I need to buy strawberries and oranges to make a smoothie  (ฉันต้องซื้อสตรอเบอร์รี่และส้มเพื่อทำสมูทตี้ค่ะ)

B: Strawberries on the left shelf and orange on the bottom shelf. Take your bag here and choose!  (สตอเบอร์รี่อยู่ชั้นวางด้านซ้ายและส้มอยู่ชั้นล่างสุด หยิบกระเป๋ามาเลือกได้เลยค่ะ)

A: Thank you, fresh vegetables are so delicious.  (ขอบคุณค่ะ ผักสดอร่อยมากค่ะ)

B: Next time you come to our supermarket!  (โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ)

A: Of course. (แน่นอนค่ะ)

elsa speak official

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเขียนจดหมาย CV หรือลายเซ็นอีเมล เราจะไม่สามารถละเลยการเขียนข้อมูลที่อยู่ได้ อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ยังคงสงสัยว่าจะเขียนที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องและเป็นมืออาชีพได้อย่างไร เพราะผู้เรียนหลายคนยังคงกังวล วันนี้ ELSA Speak จะมาแนะนำวิธีเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องและเข้าใจง่ายในบทความด้านล่างนี้ มาดูกันเลย

ที่อยู่ภาษาอังกฤษ คืออะไร?

ในภาษาอังกฤษ คำว่า “address” หมายถึงที่อยู่ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตั้งหรือข้อมูลติดต่อที่เฉพาะเจาะจง การเข้าใจวิธีใช้คำนี้เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ประจำวัน เช่น การเขียนที่อยู่บนซองจดหมาย การกรอกข้อมูลส่วนตัว หรือการแนะนำตัวกับคนรู้จักใหม่ๆ

การใช้งานทั่วไปบางประการของคำว่า address:

เข้าใจและใช้คำ  “address” อย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณสื่อสารได้อย่างถูกต้องและเป็นมืออาชีพทั้งในด้านวิชาการและการทำงาน

ตัวอย่าง: 

คำศัพท์ที่ใช้บ่อยเมื่อเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษ

การเขียนที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษเรียกว่า “writing an address” ซึ่งต้องมีข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับที่อยู่ของผู้เขียน ด้านล่างนี้คือรายการคำศัพท์ที่ใช้บ่อยเมื่อพูดถึงที่อยู่ภาษาอังกฤษ ซึ่ง ELSA Speak คิดว่าคุณน่าจะจำเป็นต้องใช้บ่อยๆ ในการระบุที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษ

ภาษาอังกฤษความหมาย (ภาษาไทย)ตัวอย่าง (English example)
House No. / Numberบ้านเลขที่House No. 25
Apartment / Apt.อะพาร์ตเมนต์Apt. 12B
Building / Bldg.อาคารBldg. A
Village No. / Mooหมู่ที่ / หมู่Moo 5
Floor / Fl.ชั้นFl. 10
Villageหมู่บ้านGreen Park Village
AlleyซอยSukhumvit Alley 3
Lane / Soiตรอก / ซอยSoi 21
Road / Rd.ถนนRama IV Rd.
StreetถนนSilom Street
Sub-district / Sub-areaเขต / ตำบลBang Rak Sub-district
District / Areaอำเภอ / เขตพื้นที่Chatuchak District
ProvinceจังหวัดChiang Mai Province
Postal Codeรหัสไปรษณีย์10110
CountryประเทศThailand
CondominiumคอนโดมิเนียมAspire Condominium
Constructionสิ่งปลูกสร้างNew construction site
TownเมืองSmall town
CityเมืองBangkok City
Sub-area / Sectorเขต / ภาคNorthern Sector

ข้อสังเกต: แขวง ใช้สำหรับกรุงเทพฯ และ ตำบลใช้สำหรับต่างจังหวัด

ตัวอย่าง: 

>>> อ่านเพิ่มเติม:

วิธีการเขียนที่อยู่แบบย่อภาษาอังกฤษ

เมื่อเขียนที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษ บางครั้งเรามักจะเจอตัวอักษรอย่าง St. Apt. หรือ Rd. ซึ่งเป็นตัวย่อในภาษาอังกฤษ มาดูวิธีการเขียนที่อยู่แบบย่อภาษาอังกฤษกันดีกว่า

คำศัพท์ภาษาอังกฤษคำย่อตัวอย่าง
House NumberNo.No. 25
ApartmentApt.Apt. 12B
BuildingBldg.Bldg. A
FloorFl.Fl. 10
Village NumberMooMoo 5
RoadRd.Sukhumvit Rd.
StreetSt.Baker St.
Alley / LaneSoi / Ln.Soi 21
Sub-districtSub-dist.Bang Rak Sub-dist.
DistrictDist.Chatuchak Dist.
ProvinceProv.Chiang Mai Prov.
Postal CodeZIP / Postcode10110

>>> อ่านเพิ่มเติม: รวบรวมชื่อประเทศภาษาอังกฤษในโลกในแบบเต็มตาราง

กฎการเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษ

เช่นเดียวกับภาษาไทย เวลาเขียนที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษ เราจะเขียนตามลำดับหน่วยการบริหารจากเล็กไปถึงใหญ่ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่าย แล้วเราจะเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษอย่างไร เช่น บ้านเลขที่ 43/2 หมู่ 5 ซอยพัฒนา ถนนสวัสดี มาดูกันเลย

มีกฎสามข้อในการเขียนที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษที่คุณควรรู้:

Street Suthisanถนนสุทธิสาร ;

Town Banglekเมืองบาเล็ก ;​

District Huai Khwang ⟶ เขตห้วยขวาง .

Street 123 ⟶ ถนน 123 ;

Alley Ramkhamhaeng 80 ⟶ ซอย Ramkhumhaeng 80 .

The Residences Apartment ⟶ อะพาร์ตเมนต์ The Residences

New APG Apartment ⟶ อะพาร์ตเมนต์ APG ใหม่

Condominium 139 ⟶ คอนโดเลขที่ 139/เลขที่ 139 ;

Apartment 560 ⟶ อะพาร์ตเมนต์ เลขที่ 560/เลขที่ 560

กฎการเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษ

>>> อ่านเพิ่มเติม:

คู่มือการเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษตามประเภทที่อยู่อาศัยต่างๆ

ในการส่งจดหมายหรือพัสดุระหว่างประเทศ สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือต้องเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง
เพื่อให้ผู้รับสามารถค้นหาได้ง่าย ด้านล่างนี้เป็นคำแนะนำการเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษ ตัวอย่างโดยละเอียดสำหรับแต่ละส่วน เช่น หมู่บ้าน อำเภอ และเขต

การเขียนที่อยู่บ้านและที่อยู่ต่างจังหวัด

เมื่อเขียนที่อยู่บ้านหรือที่อยู่ต่างจังหวัด การจัดเรียงส่วนประกอบต่างๆ ให้ถูกต้องตามลำดับจะช่วยให้ผู้รับจดหมายและเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ระบุตำแหน่งได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อส่งจดหมายหรือสินค้าทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ

บ้านเลขที่ / Moo / Baan → Tambon (Sub-district) → District → Province

ตัวอย่าง:

ข้อสังเกต: สำหรับที่ทำการไปรษณีย์ภายในประเทศ คุณสามารถเขียน “Tambon” และ “Amphoe” แทนที่ “Sub-district” และ “District” เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ระบุพื้นที่ได้ง่ายขึ้น

>>> อ่านเพิ่มเติม:

  • บ้านภาษาอังกฤษแปลว่าอย่างไร ความแตกต่างระหว่างคำว่า House และ Home
  • Where do you live คืออะไร? วิธีการตอบในสถานการณ์จริงและการสอบ IELTS
  • บทความเกี่ยวกับ การใช้ IN ON AT ช่วยให้คุณแยกแยะได้ง่าย
การเขียนที่อยู่บ้านและที่อยู่ต่างจังหวัด

การเขียนที่อยู่ของอพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียม

เมื่อส่งจดหมายหรือพัสดุไปกรุงเทพฯ การเขียนที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษที่ถูกต้องจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าการจัดส่งจะแม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบ้าน อพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม ด้านล่างนี้คือโครงสร้างมาตรฐานและตัวอย่างประกอบเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน

 โครงสร้าง

Room No. → Floor → Building / Condominium → Soi → Road → Sub-district → District → Bangkok City → Postal Code → Thailand

ตัวอย่าง: 

การเขียนที่อยู่ของอพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียม

>>> อ่านเพิ่มเติม:

การเขียนที่อยู่สำนักงานและธุรกิจ

เมื่อเขียนที่อยู่สำนักงานหรือธุรกิจเป็นภาษาอังกฤษ ต้องให้ความสำคัญกับชื่อบริษัทและชื่ออาคารก่อน ตามด้วยข้อมูลชั้น/ห้อง และพื้นที่ ที่อยู่ที่เขียนอย่างชัดเจนและถูกต้องจะช่วยให้คู่ค้าและบริษัทขนส่งสามารถค้นหาที่อยู่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

 โครงสร้าง

Company Name → Building Name → Floor/Room → Road → District → City → Postcode

ตัวอย่าง: 

การเขียนที่อยู่สำนักงานและธุรกิจ

การเขียนที่อยู่สำหรับซองจดหมายหรือพัสดุระหว่างประเทศ

เพื่อให้แน่ใจว่าจดหมายและพัสดุระหว่างประเทศจะไปถึงที่อยู่ที่ถูกต้อง การระบุที่อยู่บนซองจดหมายหรือพัสดุจะต้องเป็นไปตามข้อมูลและรูปแบบมาตรฐานทั้งหมด

โครงสร้าง

Recipient Name → Room No. → Floor → Building → Road → Sub-District → District → City → Postal Code → Country

ตัวอย่าง: 

Ms. Anong Srisawat

Room No. 802, Floor 8, Life Asoke Condominium

Soi Asoke–Dindaeng, Asoke Road

Makkasan Sub-district, Ratchathewi District

Bangkok 10400

THAILAND

(นางสาวอนงค์ ศรีสวัสดิ์

ห้องเลขที่ 802 ชั้น 8 คอนโดมิเนียม ไลฟ์ อโศก

ซอยอโศก-ดินแดง ถนนอโศก

เขตมักกะสัน แขวงราชเทวี

กรุงเทพมหานคร 10400

ประเทศไทย)

การเขียนที่อยู่สำหรับซองจดหมายหรือพัสดุระหว่างประเทศ

>>> อ่านเพิ่มเติม:

ตารางรวบรวมคำศัพท์เกี่ยวกับส่วนประกอบต่างๆ ของที่อยู่ภาษาอังกฤษ

ส่วนประกอบ (EN)คำอธิบายตัวอย่าง
Recipient Nameชื่อผู้รับ โดยปกติจะเขียนชื่อเต็ม สำหรับจดหมาย/พัสดุระหว่างประเทศ ให้เขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่SOMCHAI THAI
House No.บ้านเลขที่ จุดเริ่มต้นของที่อยู่165/4
Village / Baanชื่อหมู่บ้าน/ชุมชน สามารถใช้ Baan หรือ Village ก็ได้Baan Nong Mai
Moo (Village No.)หมายเลขหมู่บ้าน/ชุมชน สามารถเขียน Moo โดยไม่ต้องมี “No” Moo 10
Room No.เลขห้องในอพาร์ตเมนต์หรืออาคารRoom 431
Floorเลขชั้นในอาคาร/อพาร์ตเมนต์Floor 8
Buildingชื่ออาคารหรือคอนโดมิเนียมEL Condominium
Roadชื่อถนนสายหลักที่บ้าน/อาคารตั้งอยู่Ramkhamhaeng Road
Soi / Laneซอย/ทางเดินที่เชื่อมจากถนนสายหลักSoi 21
Sub-district / Tambonหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นระดับตำบล สามารถใช้ Tambon ได้ในประเทศTambon Wangban
District / Amphoeหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นระดับเขต/อำเภอLom Kao District
Cityเมือง โดยทั่วไปใช้สำหรับกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ๆBangkok
Provinceหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด เขียนชื่อจังหวัดเต็มPhetchabun Province
Postal Codeรหัสไปรษณีย์ 5 หลัก10310
Countryชื่อประเทศ สำหรับไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ต้องเขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่และอยู่บรรทัดสุดท้ายTHAILAND

วิธีใช้คำบุพบทกับที่อยู่ในภาษาอังกฤษ 

ในภาษาอังกฤษ คำบุพบท at – on – in ถูกใช้แตกต่างกันไปตามความเฉพาะเจาะจงของสถานที่ เมื่อเขียนหรือพูดถึงที่อยู่ การใช้คำบุพบทที่ถูกต้องจะทำให้ประโยคฟังดูเป็นธรรมชาติและถูกต้องมากขึ้น

At – ใช้สำหรับที่อยู่เฉพาะเจาะจง (มีหมายเลขบ้าน): At ใช้เมื่ออ้างถึงสถานที่ที่แม่นยำ โดยปกติจะมีหมายเลขบ้านหรือหมายเลขห้อง

ตัวอย่าง:

On – ใช้สำหรับชื่อถนนหรือชั้น: On ใช้เมื่ออ้างถึงพื้นผิวหรือเส้นทาง เช่น ชื่อถนนหรือชั้นในอาคาร

ตัวอย่าง:

In – ใช้สำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่: In ใช้สำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น เขต เมือง หรือประเทศ

ตัวอย่าง:

วิธีใช้คำบุพบทกับที่อยู่ในภาษาอังกฤษ 

วิธีการกรอกแบบฟอร์มออนไลน์

เมื่อกรอกแบบฟอร์มออนไลน์เป็นภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนเว็บไซต์ต่างประเทศ คุณต้องใส่ที่อยู่ของคุณให้ชัดเจนและเรียงลำดับให้ถูกต้อง เพื่อให้ระบบและบริษัทขนส่งสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างง่ายดาย

ฟิลด์ (EN)ความหมายข้อมูลต้องใส่
Full Nameชื่อ นามสกุชื่อชื่อและนามสกุลภาษาอังกฤษ
Address Line 1ที่อยู่บรรทัดที่ 1บ้านเลขที่ + ซอย + ชื่อถนน
Address Line 2ที่อยู่บรรทัดที่ 2ชื่ออาคาร/หมู่บ้าน/ชั้น/ห้อง
City / Districtเมือง/เขตชื่อเขตหรืออำเภอ
State / Provinceรัฐ/จังหวัดชื่อจังหวัดหรือกรุงเทพฯ
Postal Codeรหัสไปรษณีย์รหัสไปรษณีย์ 5 หลัก
Countryประเทศเลือกจากรายการ
Phone Numberหมายเลขโทรศัพท์รหัสประเทศ + หมายเลขโทรศัพท์

ตัวอย่างแบบฟอร์มออนไลน์ที่กรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว

วิธีการกรอกแบบฟอร์มออนไลน์

วิธีถามและตอบที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษ

ต่อไปนี้เป็นคำถามและคำตอบทั่วไปที่มักใช้ในการขอข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ:

คำถามคำตอบ
What is your address? (ที่อยู่ของคุณคืออะไร?)My address is Room 431, 8th Floor, EL Building, Ratchadaphisek Road, Huai Khwang Sub-district, Huai Khwang District, Bangkok. (ที่อยู่ของฉันคือ ห้อง 431 ชั้น 8 อาคาร EL ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร)
Are you from around here? (คุณเป็นคนที่นี่หรือเปล่า?)Yes, I live in Bangkok. (ใช่ ฉันอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ)
Where do you live? (คุณอาศัยอยู่ที่ไหน?)I live at the EL Condominium on Ratchadaphisek Road in Bangkok. (ฉันอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียม EL บนถนนรัชดาภิเษก ในกรุงเทพฯ)
Where is your residence? (สถานที่พำนักของคุณอยู่ที่ไหน?)My permanent address is Room 431, EL Condominium, Ratchadaphisek Road, Bangkok. (ที่อยู่ถาวรของฉันคือ ห้อง 431 คอนโดมิเนียม EL ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ)
Where are you from? (คุณมาจากไหน?)I’m from China, but I’m currently living in Bangkok. (ฉันมาจากประเทศจีน แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ)
Where is the nearest post office? (ไปรษณีย์ที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน?)It’s just around the corner, next to the bank. (อยู่ตรงหัวมุมนี่เอง ติดกับธนาคารเลย)
Can you drop me off at the entrance of Soi 21? (ช่วยจอดส่งฉันที่หน้าปากซอย 21 ได้ไหม?)Sure! Just a moment. (ได้ครับ/ค่ะ รอสักครู่นะ)

คำถามที่พบบ่อย

จำเป็นต้องเพิ่ม House No., Village No., Soi. ในที่อยู่ภาษาอังกฤษหรือไม่?

เมื่อเขียนที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษ การเพิ่ม House No., Village No., Soi ขึ้นอยู่กับระดับของรายละเอียดที่ต้องการและอยู่ที่ว่าผู้รับเข้าใจที่อยู่นั้นมากเพียงใด

ทำไมจึงใช้คำอ่าน (Transliteration)”เขต” และ “แขวง” แทนที่จะใช้คำว่า “District”?

การใช้คำอ่าน (Transliteration) เช่น “เขต” และ “แขวง” เมื่อเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษในประเทศไทยนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้คำว่า District เพราะจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทยระบุพื้นที่ได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

ELSA Premium 1 ปี

8,497 บาท ->2,107 บาท

ELSA Premium ตลอดชีพ

9,999 บาท ->4,799 บาท

ELSA Speak ได้แนะนำวิธีเขียนที่อยู่ ภาษาอังกฤษให้เหมือนเจ้าของภาษาแล้ว หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเรียนรู้วิธีการเขียนที่อยู่ได้ง่ายขึ้น อย่าลังเลที่จะให้ติวเตอร์ AI ของ ELSA Pro ร่วมเดินทางไปกับคุณสู่ความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษที่บ้านนะ สมัครเลยวันนี้!

เวลากล่าวถึงกริยาช่วยในภาษาอังกฤษ เราจะบอกไว้เลยว่า “will” และ “would” เป็นคู่คำที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษคนไหนก็คุ้นเคยกันดี อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เรียนรู้ว่า will would ใช้ยังไง ให้ถูกต้อง แล้วคำว่า “would” เป็นเพียงอดีตของคำว่า “will” เท่านั้นหรือไม่ ในบทเรียนวันนี้ ELSA Speak จะพาคุณไปเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ will would ใช้ยังไง กันนะ

วิธีใช้ Will

วิธีใช้ Will

การใช้ Will เพื่อทำนายอนาคต

เราจะใช้ Future Simple Tense เพื่อทำนายหรือให้ความคิดเห็นของเราเกี่ยวกับอนาคต โดยมิได้พิจารณาหรือพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเกี่ยวกับสถานการณ์ สภาพความเป็นอยู่หรือสถานการณ์ในความเป็นจริง

ตัวอย่าง:

การใช้ Will สำหรับการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในทันที

เราจะใช้ Future Simple Tense เพื่อระบุถึงการตัดสินใจหรือความตั้งใจที่เกิดขึ้นทันทีที่กำลังพูด โดยไม่ได้คิดหรือวางแผนล่วงหน้าไว้ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น ในบางกรณี การตัดสินใจหรือการวางแผนเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่เรายังไม่แน่นอน

ตัวอย่าง:

การใช้ Will เพื่อเสนอความช่วยเหลือ

ในภาษาอังกฤษ มักใช้ “Will” เมื่อผู้พูดเสนอความช่วยเหลือ ให้คำสัญญา หรือแสดงความตั้งใจที่จะช่วย ณ ขณะที่พูด ซึ่งแสดงถึงความตั้งใจที่แน่วแน่และความสมัครใจ

ตัวอย่าง:

การใช้ Will เพื่อให้คำมั่นสัญญา

เมื่อต้องการให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่นว่าจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในอนาคต ผู้พูดจะใช้ “will” เพื่อเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบและความตั้งใจที่ชัดเจน

ตัวอย่าง:

การใช้ Will เพื่อการปฏิเสธ

Won’t (รูปย่อของ will not) ใช้เพื่อปฏิเสธที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือเพื่อแสดงความมุ่งมั่นที่จะไม่กระทำสิ่งนั้น

ตัวอย่าง:

วิธีใช้ would

วิธีใช้ would

การใช้ Would เพื่อแสดงถึงนิสัยหรือพฤติกรรมในอดีต

ในภาษาอังกฤษ “would” ใช้เพื่อกล่าวถึงการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในอดีต มักให้ความรู้สึกถึงการหวนรำลึกถึงความหลังหรือการเล่าเรื่อง การใช้งานจะใช้ได้กับคำกริยาที่แสดงอาการ/การกระทำเท่านั้น และจะไม่ใช้กับคำกริยาที่แสดงสภาวะ

When I was… + would + ACTION VERB only

ข้อควรระวัง:

ตัวอย่างที่ใช้ถูกต้อง: 

ตัวอย่างที่ใช้ผิด:

การใช้ Would ในประโยครายงาน (Reported Speech)

ในประโยครายงาน (Reported Speech) “would” ถูกใช้เป็นรูปอดีตของ “will” เมื่อกริยาที่ใช้ในการรายงานอยู่ในรูปอดีต

S + said / told / claimed + (that) + S + would + V1

ตัวอย่าง:

การใช้ Would สำหรับการยื่นคำขอที่สุภาพ

Would ช่วยให้คำพูดดูนุ่มนวล สุภาพ และเป็นมืออาชีพมากขึ้น มักใช้ในการสื่อสารประจำวัน การทำงาน และในสภาพแวดล้อมที่เป็นทางการ

โครงสร้างสำหรับการเสนอหรือการเชิญชวน: 

Would you like + Noun/To V?

ตัวอย่าง:

โครงสร้างสำหรับการขอร้องอย่างสุภาพ:

Would you mind + V-ing?

ตัวอย่าง:

โครงสร้างสำหรับการขออนุญาตอย่างเป็นทางการ:

Would you mind if + S + V-ed?

ตัวอย่าง:

โครงสร้างวัตถุประสงค์ลักษณะตัวอย่าง
Would you like + N / to V?การเสนอ / การเชิญชวนสุภาพ – เป็นกันเองWould you like some tea? (รับชาสักหน่อยไหมคะ?)
Would you mind + V-ing?การขออนุญาต / การขอร้องสุภาพWould you mind closing the door? (รบกวนช่วยปิดประตูหน่อยได้ไหม?)
Would you mind if + S + V-ed?การขออนุญาตอย่างเป็นทางการทางการWould you mind if I left early today? (คุณจะรังเกียจไหมถ้าวันนี้ฉันจะขอกลับเร็ว?)

การใช้ Would ในประโยคเงื่อนไข

Would ถูกใช้อย่างแพร่หลายในประโยคเงื่อนไขประเภทที่ 2 และ 3 เพื่ออธิบายสถานการณ์สมมติ การใช้ would ในประโยคเหล่านี้จะให้ความรู้สึกถึงความไม่แน่นอนและมีการคาดการณ์

ประโยคเงื่อนไขประเภทที่ 2:

If + Past Simple + S + would + V-infinitive

ตัวอย่าง: If I had a car, I would drive to work. (ถ้าฉันมีรถ ฉันจะขับรถไปทำงาน)

ประโยคเงื่อนไขประเภทที่ 3

If + Past Perfect + S + would have + V3/V-ed

ตัวอย่าง: If I had known about the party, I would have gone. (ถ้าฉันรู้เรื่องงานปาร์ตี้ ฉันคงจะไปแล้ว)

การใช้ Would เพื่อแสดงความชอบหรือความปรารถนา

ในภาษาอังกฤษ would มักถูกใช้ในประโยคเงื่อนไข (if clause), เพื่อแสดงความชอบหรือความปรารถนาอย่างสุภาพ หรือในเวลาที่เฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสื่อสารประจำวันและในสถานการณ์ที่เป็นทางการ

Would like + to V / Noun

ตัวอย่าง

Would prefer + to V

ตัวอย่าง

Would rather + V

ตัวอย่าง

การใช้ Would เมื่อกล่าวถึงอนาคตในมุมมองของอดีต

กริยาช่วย “would” สามารถแสดงถึงเหตุการณ์ซึ่งเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนับจากเวลาใดเวลาหนึ่ง  แต่ว่าในเวลาปัจจุบัน เหตุการณ์นั้นเป็นเรื่องของอดีตไปแล้ว  เรามารับชมตัวอย่างด้านล่างนี้

ตัวอย่าง

Yesterday, I thought my boss would approve of my idea, but she didn’t.

⟶ เมื่อวานนี้ ฉันคิดว่าเจ้านาย (boss) ของฉันจะเห็นด้วยกับความคิดของฉัน แต่เธอกลับไม่เห็นด้วย

การวิเคราะห์

ในขณะที่ผู้พูด “คิด” ว่า การกระทำ “เห็นด้วย” ของเจ้านายเป็นเรื่องของอนาคต  แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเวลาที่ผู้พูดกล่าวประโยคข้างต้น การกระทำ “เห็นด้วย” ไม่ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม ก็เป็นอดีตไปแล้ว

การใช้ Would ในประโยคเงื่อนไข

>>> อ่านเพิ่มเติม: Would rather การใช้, would prefer, had better และแบบฝึกหัด

ความแตกต่างระหว่าง Will และ Be going to 

ทั้ง Will และ Be going to ใช้เพื่อกล่าวถึงอนาคต แต่มีความแตกต่างกันในระดับของการเตรียมตัว เจตนา และบริบทของการใช้งาน ตารางด้านล่างจะช่วยให้คุณแยกแยะได้อย่างรวดเร็วและจำได้ง่ายขึ้น

เกณฑ์WillBe going to
การวางแผนไม่มี – ตัดสินใจทันทีขณะพูดมี – ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว
ระดับความแน่นอนปานกลาง – ขึ้นอยู่กับสัญชาตญาณ/ความคิดเห็นสูง – มีหลักฐานหรือความตั้งใจที่ชัดเจน
จุดสังเกตการตัดสินใจทันทีการเสนอ, คำสัญญา, การช่วยเหลือการพยากรณ์ตามความคิดเห็นมีแผนการที่กำหนดไว้แล้วการคาดเดาจากหลักฐานที่เห็นชัดเจน

ตัวอย่างสถานการณ์จริง: 

สถานการณ์ที่ 1: การขอร้องที่ไม่ได้คาดคิด

ตัดสินใจในขณะที่พูด เป็นปฏิกิริยาตอบโต้ตามธรรมชาติ -> ใช้ will

แสดงว่ามีการเตรียมตัวหรือมีเจตนาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว -> ใช้ be going to

สถานการณ์ที่ 2: การพูดถึงแผนการ

ยังไม่ได้ตัดสินใจ เป็นการพูดชั่วคราว -> ใช้ will

ตัดสินใจไว้ล่วงหน้าแล้ว -> ใช้ be going to

สถานการณ์ที่ 3: การพยากรณ์หรือการคาดเดา

คาดเดาโดยมีหลักฐานที่ชัดเจน (เช่น เมฆดำครึ้ม) -> ใช้ be going to

เป็นการคาดเดาทั่วไปตามความคิดเห็นส่วนตัว -> ใช้ will

ความแตกต่างระหว่าง Will และ Be going to 

ความแตกต่างระหว่าง Would และ Used to

ทั้ง “Would” และ “Used to” ใช้เพื่อกล่าวถึงนิสัยหรือเหตุการณ์ในอดีต แต่มีความแตกต่างกันในด้านขอบเขตการใช้งานและประเภทของคำกริยาที่ใช้ร่วมกัน ตารางด้านล่างจะช่วยให้คุณแยกแยะได้อย่างชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในการทำข้อสอบ

เกณฑ์WouldUsed to
ความหมายหลักใช้กับการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในอดีตใช้กับนิสัยหรือสถานะในอดีต (ซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้ว)
ประเภทคำกริยาใช้กับ Action Verbs (กริยาแสดงอาการ) เช่น play, go, eat… เท่านั้นไม่ใช้ กับ Stative Verbs (กริยาสภาวะ)ใช้ได้ทั้ง Action Verb และ Stative Verbs (กริยาสภาวะ)
บริบทที่พบบ่อยการเล่าเรื่อง, การหวนระลึกถึงความหลัง, ภาษาพูด/เขียนการบรรยายอดีต – เน้นความแตกต่างกับปัจจุบัน
ช่วงเวลามักต้องการบริบทในอดีตที่ชัดเจนไม่จำเป็นต้องระบุเวลาชัดเจนก็ได้
การเน้นย้ำเน้นการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆเน้นการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปัจจุบัน

โครงสร้างทางไวยากรณ์ของ Will และ Would

โครงสร้างทางไวยากรณ์ของ will

พูดถึง “will” ก็คือพูดถึงอนาคตแบบเดี่ยว Future Simple Tense หรือ ประโยคอนาคตกาล มีโครงสร้างดังนี้

ประโยคบอกเล่า

Subject + will + infinitive verb + object

ตัวอย่าง: I will finish this work tomorrow. (ฉันจะทำงานนี้ให้เสร็จในวันพรุ่งนี้)

ประโยคปฏิเสธ 

Subject + will not หรือ won’t + infinitive verb + object

ตัวอย่าง: She won’t attend the meeting today. (เธอจะไม่เข้าร่วมการประชุมในวันนี้)

ประโยคคำถาม

Will + subject + infinitive verb + object ?

ตัวอย่าง: Will you help me with my homework? (คุณช่วยฉันทำการบ้านหน่อยได้ไหม?)

โครงสร้างทางไวยากรณ์ของ will

โครงสร้างทางไวยากรณ์ของ would

ประการแรก เช่นเดียวกับโครงสร้างของกริยาช่วย “will” กริยาช่วย “would” ก็จะมาก่อนกริยา infinitive

ประโยคบอกเล่า : 

Subject + would + infinitive verb + object

ตัวอย่าง: I would help you if I had more time. (ฉันจะช่วยคุณนะ ถ้าฉันมีเวลามากกว่านี้)

ประโยคปฏิเสธ

Subject + would not หรือ wouldn’t + infinitive verb + object

ตัวอย่าง: She wouldn’t agree with that idea. (เธอคงจะไม่เห็นด้วยกับความคิดนั้น)

ประโยคคำถาม

Would + subject + infinitive verb + object ?

ตัวอย่าง: Would you help me with this task? (คุณช่วยฉันทำภารกิจนี้ได้ไหม?)

โครงสร้างทางไวยากรณ์ของ would

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ต่อไปนี้คือข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ที่พบบ่อยเมื่อใช้ will / would / used to / be going to โดยในแต่ละหัวข้อจะมีตัวอย่างที่ผิดและตัวอย่างที่ถูกต้องเพื่อให้คุณสังเกตและจดจำได้ง่ายขึ้น

ผิด: When I was a child, I would be very shy.

ถูก: When I was a child, I used to be very shy.

คำอธิบาย: Would ไม่ใช้กับคำกริยาสภาวะ เช่น be, have, like, know… ดังนั้นจึงต้องใช้ “used to” แทน

ผิด: I would live in Hanoi when I was young.

ถูก: I used to live in Hanoi when I was young.

คำอธิบาย: Live ในที่นี้หมายถึงสถานะการอยู่อาศัยในระยะยาว ไม่ใช่การกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นครั้งคราว จึงต้องใช้ “used to”

ผิด: If I were rich, I will travel around the world.

ถูก: If I were rich, I would travel around the world.

คำอธิบาย: ประโยคเงื่อนไขประเภทที่ 2 กล่าวถึงสิ่งที่ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน ในประพจน์หลักต้องใช้ “would” และห้ามใช้ “will”.

ผิด: He said he will call me later.

ถูก: He said he would call me later.

คำอธิบาย: เมื่อคำกริยาแรกอยู่ในรูปอดีต ต้องเปลี่ยน “will” -> “would” ในประโยครายงาน

ผิด: (ฝนกำลังจะตก) It will rain.

ถูก: (ฝนกำลังจะตก) It’s going to rain.

คำอธิบาย: หากเป็นการคาดเดาโดยมีหลักฐานที่ชัดเจน -> ใช้ “be going to” ไม่ใช่ “will”.

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ตารางสรุป: will would ใช้ยังไง

กรณีการใช้WillWouldตัวอย่าง
ตัดสินใจทันที✔️I’ll open the door.
พยากรณ์อากาศ/อนาคต ✔️It will rain soon.
คำมั่นสัญญา✔️I will call you tonight.
เสนอความช่วยเหลือ✔️✔️I’ll help you with this.Would you like me to help?
ร้องขอ✔️✔️Will you wait for me?Would you wait for me?
เชิญชวน✔️✔️Will you join us?Would you like to join us?
นิสัยในอดีต✔️When we were kids, we would play outside.
ประโยคเงื่อนไขประเภทที่ 2✔️If I were rich, I would travel the world.
ประโยครายงาน✔️He said he would call me.
ปฏิเสธ✔️ ✔️She won’t listen to me.He wouldn’t help anyone.
ความสุภาพปานกลางสูงWill you help me? Would you help me, please?

แบบฝึกหัด

แบบฝึกหัดที่ 1: เติม will หรือ would ลงในช่องว่างเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์:

  1. I didn’t know what to do, so I said I _____ help her.
  2. When we were children, we _____ play football after school every day.
  3. Don’t worry, I _____ take care of everything.
  4. He said that he _____ call me when he arrived.
  5. _____ you mind opening the door for me?

เฉลย

ประโยคเฉลยคำอธิบาย
1wouldประโยครายงาน (Reported Speech) -> เปลี่ยน will เป็น would
2wouldนิสัยหรือสิ่งที่ทำเป็นประจำในอดีต
3willการให้คำมั่นสัญญา, การตัดสินใจในทันที
4wouldประโยครายงาน / คำพูดทางอ้อม
5Wouldการร้องขออย่างสุภาพ

แบบฝึกหัดที่ 2: เขียนประโยคใหม่ตามคำแนะนำ 

1. “I will help you tomorrow,” he said.

→ He said that ____________________________________.

2. “I won’t forget your kindness,” she said.

→ She said that ____________________________________.

3. “Will you lend me your book?” he said to her.

→ He asked her ____________________________________.

4. “We will finish the project on time,” they said.

→ They said that ____________________________________.

5. “Would you like me to carry the bag?” he said.

→ He offered ____________________________________.

เฉลย 

  1. He said that he would help me the next day.
  2. She said that she wouldn’t forget my kindness.
  3. He asked her to lend him her book.
  4. They said that they would finish the project on time.
  5. He offered to carry the bag.

แบบฝึกหัดที่ 3: เลือกคำตอบที่ถูกต้องเพื่อทำให้ประโยครายงานสมบูรณ์ (will / would)

  1. “I will finish the report today,” he said.
    → He said that he _____ finish the report that day.
    A. will
    B. finishes
    C. would
    D. finished
  2. “I won’t be late again,” she said.
    → She said that she _____ be late again.
    A. won’t
    B. wouldn’t
    C. didn’t
    D. isn’t
  3. “I think it will rain,” he said.
    → He said that he thought it _____ rain.
    A. will
    B. would
    C. is going to
    D. rains
  4. “Would you help me carry this bag?” she said to him.
    → She asked him _____ help her carry that bag.
    A. will
    B. would
    C. to
    D. helping
  5. “I won’t do it,” he said angrily.
    → He said that he _____ do it.
    A. won’t
    B. wouldn’t
    C. didn’t
    D. doesn’t
  6. “We will meet you tomorrow,” they said to us.
    → They told us that they _____ meet us the next day.
    A. will
    B. would
    C. meet
    D. met
  7. “Would you like some coffee?” he said.
    → He ______ me some coffee.
    A. asked
    B. ordered
    C. promised
    D. offered
  8. “I will never forget this day,” she said.
    → She said that she _____ never forget that day.
    A. will
    B. won’t
    C. would
    D. wouldn’t
  9. “Please don’t tell anyone,” he said to her.
    → He asked her _____ tell anyone.
    A. don’t
    B. not to
    C. to not
    D. wouldn’t
  10. “If I had time, I would help you,” he said.
    → He said that if he had time, he _____ help me.
    A. would
    B. will
    C. can
    D. could

เฉลย 

1.C2.B3. B4.C5.B
6.B7.D8.C9.B10.A

ELSA Premium 1 ปี

8,497 บาท ->2,107 บาท

ELSA Premium ตลอดชีพ

9,999 บาท ->4,799 บาท

ในบทความนี้  ELSA Speak ได้นำเสนอวิธีการเปรียบเทียบและหลักการใช้กริยาช่วยคู่ “will” – “would”  อย่างชัดเจน ELSA Speak หวังว่าจะช่วยให้ทุกคนเข้าใจว่า will would ใช้ยังไง ให้ถูกต้องและง่ายดาย ทั้งในระหว่างการเรียนรู้หรือนำภาษาอังกฤษไปใช้ในชีวิตประจำวัน