Author: Cam Thuy Nguyen
แนะนำตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งาน เป็นส่วนสำคัญในช่วงเริ่มต้นของการสัมภาษณ์ การทำความเข้าใจโครงสร้างการแนะนำตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งานอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ตัวอย่างการแนะนำตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งานแบบง่ายๆ ไปจนถึงการแนะนำตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งานสั้นๆ จะช่วยให้คุณมีความมั่นใจและเพิ่มโอกาสในได้มากขึ้น มาร่วมกับ ELSA Speak เพื่อเรียนรู้คู่มือการแนะนำตัวภาษาอังกฤษ สมัครงานในบทความนี้
- การแนะนำตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งาน ควรใช้เวลาประมาณ 1–3 นาที
- โครงสร้างการพูดที่เหมาะสมควรประกอบด้วย คำทักทาย ข้อมูลส่วนตัว ประสบการณ์ที่โดดเด่น และเหตุผลที่สมัครงาน
- ผู้สมัครควรเน้นผลงานที่สามารถวัดผลเป็นตัวเลขได้ และเลือกทักษะที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่สมัครอย่างรอบคอบ
- ฝึกน้ำเสียงและจังหวะการพูดของ การแนะนําตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งาน ให้เป็นธรรมชาติด้วยเทคโนโลยี AI ของ ELSA Speak จะช่วยให้คุณสร้างความประทับใจได้อย่างโดดเด่น
ความสำคัญของการแนะนำตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งาน
การแนะนำตัวเป็นโอกาสแรกที่คุณจะได้แสดงทักษะการสื่อสาร ทัศนคติที่เป็นมืออาชีพ และการเตรียมตัวอย่างรอบคอบ การแนะนำตัวภาษาอังกฤษ สมัครงานที่น่าประทับใจจะช่วยให้คุณสามารถนำการสนทนาไปในทิศทางที่เอื้อต่อจุดแข็งของตนเองได้
ประโยชน์สำคัญของการมีบทแนะนำตัวที่ถูกต้องและเหมาะสม มีดังนี้
- สร้างความประทับใจแรกที่ดีให้กับผู้สัมภาษณ์ภายในช่วง 1–2 นาทีแรก
- แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในสภาพแวดล้อมการทำงาน
- แสดงความเหมาะสมกับตำแหน่งโดยการสอดแทรกทักษะและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างชาญฉลาด

สิ่งที่ควรเตรียมตัวสำหรับ แนะ นํา ตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งาน
การเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนเข้าสู่ห้องสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษอย่างรอบคอบ จะช่วยให้คุณมีความมั่นใจและสามารถตอบคำถามได้อย่างคล่องแคล่ว ต่อไปนี้คือ 4 องค์ประกอบสำคัญที่คุณควรเตรียมให้พร้อมก่อนการแนะนำตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งาน

ศึกษาข้อมูลบริษัทและตำแหน่งงานที่สมัครให้ละเอียด
ก่อนการสัมภาษณ์ ควรศึกษาวิสัยทัศน์ พันธกิจ โครงการสำคัญของบริษัท รวมถึงคุณสมบัติและทักษะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งงานที่เปิดรับอย่างละเอียด การแสดงให้เห็นว่าคุณมีความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัทและตำแหน่งงานอย่างลึกซึ้ง จะช่วยสร้างความประทับใจที่ดีและแสดงให้เห็นว่าคุณเป็นผู้สมัครที่จริงจังและมีเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน

เตรียมประโยคแนะนําตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งาน สั้นๆไว้ล่วงหน้า
การร่างสคริปต์สำหรับพูดไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้คุณนำเสนอข้อมูลได้อย่างคล่องแคล่วและเป็นลำดับ โดยไม่ต้องตั้งรับเมื่อผู้สัมภาษณ์ขอให้คุณเริ่มการสัมภาษณ์ ควรเตรียมเนื้อหาสำคัญดังต่อไปนี้
- ข้อมูลชื่อและนามสกุล: แนะนำชื่อ อายุ และตำแหน่งงานปัจจุบันของคุณแบบสั้น กระชับ
- สรุปประสบการณ์: เน้นโครงการหรือผลงานที่ผ่านมา พร้อมยกตัวเลขที่แสดงถึงความสามารถในการทำงาน
- เหตุผลที่สมัครงาน: แสดงความกระตือรือร้นและความสนใจในตำแหน่งงาน พร้อมยืนยันว่าตนเองมีความเหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร
- ความยาวของสคริปต์ (Script): เตรียมบทพูดให้มีความยาวประมาณ 1–3 นาที เพื่อให้สามารถถ่ายทอดข้อมูลได้ครบถ้วนโดยไม่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกน่าเบื่อ

เรียนรู้คำศัพท์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับการสัมภาษณ์งาน
การทำความเข้าใจและสามารถใช้คำศัพท์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับสายงานที่สมัครได้อย่างคล่องแคล่ว จะช่วยให้คุณตอบคำถามได้อย่างมั่นใจและแสดงถึงความเป็นมืออาชีพ คุณสามารถศึกษาเพิ่มเติมจาก คลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับการสัมภาษณ์งาน บนเว็บไซต์ ELSA Speak เพื่อเพิ่มพูนคลังคำศัพท์เฉพาะทางของคุณ
>>> ดูเพิ่มเติม:
- รวมคำศัพท์สำหรับ IELTS (IELTS Vocabulary) มากกว่า 1,500 คํา ที่พบบ่อย
- คําศัพท์ภาษาอังกฤษกว่า 1,000 คำตามหัวข้อ: พร้อมคำอ่านและไฟล์ PDF ฟรี
ฝึกการออกเสียงและการตอบสนองในการพูด
ควรใส่ใจเรื่องไวยากรณ์ การเว้นจังหวะในการพูด และจังหวะการสื่อสาร คุณสามารถฝึกฝนด้วยการยืนพูดหน้ากระจก และอัดเสียงตัวเองเพื่อฟังและตรวจสอบความคล่องแคล่ว รวมถึงแก้ไขข้อผิดพลาดในการออกเสียงเบื้องต้น
นอกจากนี้ คุณยังสามารถฝึกฝนโดยตรงผ่านฟีเจอร์ Interview Coach ของแอป ELSA Speak ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI จำลองคำถาม แนะ นํา ตัว ภาษา อังกฤษ สัมภาษณ์ งาน พร้อมคําอ่านจากสถานการณ์จริง พร้อมประเมินการออกเสียงอย่างละเอียดในระดับพยางค์ และแนะนำวิธีปรับน้ำเสียงและจังหวะการพูดให้เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

โครงสร้างการแนะนำตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งาน ที่ถูกต้องและน่าประทับใจ
การแนะนำตัวที่เป็นลำดับและเข้าใจง่าย มักใช้โครงสร้างแบบ ปัจจุบัน – อดีต – อนาคต (Present – Past – Future) ซึ่งช่วยให้ผู้สัมภาษณ์ประเมินความสามารถของคุณได้อย่างรอบด้าน ต่อไปนี้คือ 6 ขั้นตอนในการวางโครงสร้างบทพูดอย่างละเอียด เพื่อให้คุณนำเสนอข้อมูลได้ครบถ้วนโดยไม่พูดวกวน

คำทักทายเปิดบทสนทนาและสร้างความสัมพันธ์
เริ่มต้นด้วยคำทักทายอย่างสุภาพและเป็นทางการ เพื่อแสดงถึงมารยาทและความเป็นมืออาชีพ คุณสามารถดูตัวอย่างประโยคทักทายอย่างเป็นทางการสำหรับเริ่มต้นการสัมภาษณ์ได้ดังต่อไปนี้
แทนที่จะพูด: Hi guys, I am here for the interview today.
→ ไม่ควรใช้: คำทักทายที่เป็นกันเองมากเกินไป ขาดความสุภาพและความเป็นทางการที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการสัมภาษณ์งาน
ควรพูดว่า:
- Good morning/afternoon, thank you for giving me this opportunity today. (สวัสดีตอนเช้า/สวัสดีตอนบ่าย ขอบคุณที่มอบโอกาสให้ฉันได้สัมภาษณ์ในวันนี้)
- Hello, I am very glad to be here for the interview with your company. (สวัสดีค่ะ/ครับ ฉัน/ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาสัมภาษณ์กับบริษัทของคุณในวันนี้)
→ ข้อดี: แสดงถึงความสุภาพ ให้เกียรติและเคารพเวลาของผู้สัมภาษณ์ พร้อมสร้างบรรยากาศเชิงบวกตั้งแต่เริ่มต้น
>>> ดูเพิ่มเติม:
- 99+ คำทักทายภาษาอังกฤษที่พบบ่อยในการสื่อสาร (พร้อมคำแปล)
- 40+ สวัสดีตอนเช้าภาษาอังกฤษ สุดไพเราะ น่ารัก และเปี่ยมด้วยพลังบวก

แนะนำตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งาน ง่ายๆ: ข้อมูลส่วนตัวและตำแหน่งงานปัจจุบัน
นำเสนอชื่อ-นามสกุล สาขาวิชาที่ศึกษา หรือชื่อตำแหน่งงานปัจจุบันของคุณแบบสั้น กระชับ
แทนที่จะพูด: My name is John. I am 28 years old, single, and live in Bangkok.
→ ไม่ควรใช้: ให้ข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติหรือความสามารถในการทำงานมากเกินไป
คุณสามารถใช้ประโยคแนะนำตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งาน ง่ายๆ สำหรับแนะนำข้อมูลพื้นฐานได้ เช่น
- My name is John, and I am currently working as a Senior Marketer. (ผมชื่อ John และปัจจุบันทำงานในตำแหน่ง Senior Marketer)
- I am a recent graduate with a degree in Finance from Chulalongkorn University. (ผมเพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาด้านการเงินจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
→ ข้อดี: ช่วยให้คุณนำเสนอจุดเด่นและภาพลักษณ์ทางวิชาชีพของตนเองได้อย่างตรงประเด็น พร้อมเชื่อมโยงกับตำแหน่งงานที่สมัคร

สรุปประวัติการศึกษา ประสบการณ์ และผลงานที่โดดเด่น
สรุปประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตำแหน่งงานที่สมัคร
แทนที่จะพูด: I graduated 5 years ago, and then I worked at Company A, then Company B, doing many tasks.
→ ไม่ควรใช้: เล่าประวัติการทำงานตาม CV แบบละเอียดและวกวน โดยไม่ได้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าและผลลัพธ์ของการทำงาน
>>> ดูเพิ่มเติม: ตัวอย่าง CV ภาษาอังกฤษ – วิธีการเขียน cv ภาษาอังกฤษ อย่างมืออาชีพ
ควรพูดว่า:
- I have over 3 years of experience in project management. (ฉันมีประสบการณ์ด้านการบริหารโครงการมากกว่า 3 ปี)
- In my previous role, I successfully increased sales by 20 percent. (ในตำแหน่งก่อนหน้านี้ ผมสามารถเพิ่มยอดขายได้สำเร็จถึง 20 เปอร์เซ็นต์)
- Over the past 5 years in marketing, I successfully led an integrated campaign that boosted sales revenue by 25 percent. (ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาในสายงานการตลาด ผมเป็นผู้นำแคมเปญการตลาดแบบบูรณาการที่ช่วยเพิ่มรายได้จากการขายได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์)
→ ข้อดี: ช่วยยืนยันความสามารถด้วยตัวเลขและผลงานที่วัดผลได้อย่างชัดเจน ทำให้ผู้สมัครดูโดดเด่นและสร้างความประทับใจให้กับผู้สัมภาษณ์

ยืนยันจุดแข็งและทักษะเฉพาะทางที่สำคัญ
ระบุทักษะเฉพาะทางหรือทักษะด้าน Soft Skills ที่ช่วยให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แทนที่จะพูด: I am a very hardworking, creative, and friendly employee.
→ ไม่ควรใช้: ใช้คำคุณศัพท์เพื่อชื่นชมตัวเองแบบกว้างๆ โดยไม่มีหลักฐานหรือผลงานที่ชัดเจนมาสนับสนุน
ควรใช้ประโยคที่ช่วยเน้นจุดแข็งของตนเอง เช่น:
- My key strength is problem-solving under pressure, which helped me deliver all projects on time during peak seasons. (จุดแข็งหลักของฉันคือการแก้ไขปัญหาภายใต้แรงกดดัน ซึ่งช่วยให้ฉันสามารถส่งมอบโครงการทั้งหมดได้ตรงเวลาในช่วงที่มีงานหนาแน่น)
- I am proficient in data analysis and team communication. (ฉันมีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและการสื่อสารกับทีม)
→ ข้อดี: ช่วยพิสูจน์จุดแข็งด้วยตัวอย่างจากสถานการณ์การทำงานจริงและผลลัพธ์ที่ชัดเจน

เป้าหมายและทิศทางการเติบโตในสายอาชีพระยะยาว
แชร์เป้าหมายในการพัฒนาตนเองสอดคล้องกับการเติบโตของบริษัท
แทนที่จะพูด: I want to become a manager as soon as possible and earn a higher salary.
→ ไม่ควรใช้: แสดงความทะเยอทะยานส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมาเกินไป โดยยังไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างประโยชน์ให้กับทีมและองค์กร
ควรใช้ประโยคที่แสดงถึงทิศทางการเติบโตในสายอาชีพ เช่น
- My goal is to enhance my leadership skills and step into a senior managerial role within the next two years. (เป้าหมายของฉันคือการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงภายใน 2 ปีข้างหน้า)
- I want to enhance my professional skills in an international environment. (ฉันต้องการพัฒนาทักษะวิชาชีพในสภาพแวดล้อมการทำงานระดับนานาชาติ)
→ ข้อดี: แสดงให้เห็นถึงเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพที่ชัดเจน และความต้องการที่จะเติบโตไปพร้อมกับองค์กรในระยะยาว

ระบุเหตุผลที่สมัครงานและกล่าวขอบคุณเพื่อปิดท้ายการสัมภาษณ์
ยืนยันความเหมาะสมของตนเองกับตำแหน่งงานอีกครั้ง พร้อมกล่าวขอบคุณเพื่อปิดท้ายการพูด
แทนที่จะพูด: I need this job because I have been unemployed for two months.
→ ไม่ควรใช้: พูดถึงสถานการณ์ส่วนตัวในเชิงตั้งรับ แทนที่จะเน้นคุณค่าและประโยชน์ที่คุณสามารถนำมาสร้างให้กับองค์กร
ควรแสดงความกระตือรือร้นและกล่าวขอบคุณด้วยประโยค เช่น
- I am eager to join your company because I admire your innovative products and wish to contribute my marketing skills to your expansion. (ผมมีความกระตือรือร้นที่จะร่วมงานกับบริษัทของคุณ เพราะชื่นชมผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมของบริษัท และต้องการนำทักษะด้านการตลาดมาช่วยสนับสนุนการขยายธุรกิจ)
- Thank you for your time, and I look forward to hearing from you. (ขอบคุณที่สละเวลา และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการติดต่อกลับจากคุณ)
→ ข้อดี: แสดงให้เห็นว่าคุณศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทมาเป็นอย่างดี และมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าให้กับองค์กรอย่างจริงจัง

10 คำถาม สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษที่พบบ่อย พร้อมตัวอย่างคำตอบ
นอกจากการแนะนำตัวในช่วงแรกแล้ว ผู้สัมภาษณ์มักจะถามคำถามปลายเปิดเพื่อเจาะลึกถึงความสามารถและประสบการณ์ของคุณ การเตรียมแนวทางคำตอบสำหรับคำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษที่พบบ่อยล่วงหน้า จะช่วยให้คุณสามารถตอบได้อย่างคล่องแคล่วและรักษาความมั่นใจตลอดการสัมภาษณ์
| คำถามสัมภาษณ์งาน | ตัวอย่างคำตอบ (Sample Answer) | แปล |
| Tell me about yourself. (ช่วยแนะนำตัวเองให้ฟังหน่อย) | I am a dedicated software engineer with 4 years of experience specializing in mobile app development. | ผมเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์และมีประสบการณ์ 4 ปี โดยเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือ |
| What are your greatest strengths? (จุดแข็งที่โดดเด่นที่สุดของคุณคืออะไร) | My key strength is problem-solving. I can stay calm and analyze complex data to find effective solutions. | จุดแข็งหลักของฉันคือการแก้ไขปัญหา ฉันสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างใจเย็นและวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนเพื่อค้นหาแนวทางแก้ไข |
| What is your biggest weakness? (จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของคุณคืออะไร) | I used to struggle with public speaking, but I joined a communication club to overcome it. | ผมเคยมีปัญหาในการพูดต่อหน้าคนจำนวนมาก แต่ได้เข้าร่วมชมรมฝึกการสื่อสารเพื่อพัฒนาทักษะด้านนี้ |
| Why do you want to work here? (ทำไมคุณถึงอยากทำงานที่นี่) | I admire your company’s commitment to innovation and wish to contribute to your upcoming green energy project. | ฉันชื่นชมความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และต้องการมีส่วนร่วมในโครงการพลังงานสีเขียวที่กำลังจะเกิดขึ้นของบริษัท |
| Why should we hire you? (เพราะเหตุใดเราจึงควรรับคุณเข้าทำงาน) | I possess both the technical skills and industry experience required to deliver immediate results for your team. | ฉันมีทั้งทักษะเฉพาะทางและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมที่จำเป็น ซึ่งสามารถสร้างผลงานให้กับทีมได้ทันที |
| Where do you see yourself in 5 years? (คุณมองตัวเองว่าจะเติบโตไปในทิศทางใดในอีก 5 ปีข้างหน้า) | I aim to develop my leadership skills and step into a senior managerial role within this organization. | เป้าหมายของฉันคือการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงภายในองค์กรนี้ |
| Why are you leaving your current job? (ทำไมคุณถึงลาออกจากงานปัจจุบัน) | I am seeking new challenges and opportunities for professional growth that align better with my long-term goals. | ฉันกำลังมองหาความท้าทายใหม่ๆ และโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพที่สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวมากยิ่งขึ้น |
| How do you handle pressure or stress? (คุณรับมือกับความกดดันหรือความเครียดอย่างไร) | I prioritize my tasks, break big goals into smaller steps, and maintain clear communication with my team. | ผมจัดลำดับความสำคัญ แบ่งเป้าหมายออกเป็นขั้นตอนย่อยๆ และสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมอย่างชัดเจน |
| Tell me about a challenge you faced at work. (เล่าความท้าทายที่คุณเคยพบในการทำงานให้ฟังหน่อย) | When a project deadline was moved up, I reorganized the workflow and successfully delivered the project on time. | เมื่อกำหนดส่งโครงการถูกเลื่อนให้เร็วขึ้น ผมได้ปรับกระบวนการทำงานใหม่และสามารถส่งมอบโครงการได้ตรงตามกำหนด |
| Do you have any questions for us? (คุณมีคำถามอะไรเพิ่มเติมสำหรับเราหรือไม่) | Could you tell me more about the key performance indicators for this position in the first 6 months? | คุณสามารถแชร์ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวชี้วัดประสิทธิภาพการทำงานหลัก (KPI) สำหรับตำแหน่งนี้ในช่วง 6 เดือนแรกได้หรือไม่ |

ตัวอย่างการแนะนำตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งานสำหรับผู้สมัครหลากหลายกลุ่ม
กลุ่มผู้สมัครหลักที่มักเข้าร่วมการสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ ได้แก่ ผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานมาหลายปี นักศึกษาจบใหม่ ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพ (Career changers) โดยรูปแบบการแนะนำตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งานควรปรับให้เหมาะสมกับจำนวนปีของประสบการณ์ ระดับการศึกษา และเป้าหมายในสายอาชีพ เพื่อเน้นจุดแข็งของผู้สมัครแต่ละกลุ่มให้โดดเด่นมากที่สุด
สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ทำงาน
สำหรับผู้สมัครที่มีประสบการณ์ทำงาน การแนะนำตัวควรเน้นผลงานที่โดดเด่นซึ่งสามารถวัดผลเป็นตัวเลขได้ ความสามารถในการบริหารจัดการโครงการ และความเชี่ยวชาญที่สามารถนำมาสร้างคุณค่าให้กับบริษัทใหม่ได้
ตัวอย่างบทพูด:
Good morning. My name is David Johnson. Thank you for inviting me to this interview today. I have over 5 years of experience as a Senior Digital Marketer in the e-commerce industry. In my previous role at Global Tech, I was responsible for managing online advertising budgets and leading a team of 4 specialists. Last year, I successfully executed an integrated marketing campaign that increased overall sales revenue by 25 percent. I am skilled in data analytics and search engine optimization. I am very excited about this position because it matches my core expertise, and I am eager to help your brand expand its market share.
แปล:
สวัสดีตอนเช้าครับ ผมชื่อ David Johnson ขอบคุณที่เชิญผมมาสัมภาษณ์ในวันนี้ ผมมีประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดดิจิทัลในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ ในตำแหน่งก่อนหน้านี้ที่ Global Tech ผมรับผิดชอบการบริหารงบประมาณโฆษณาออนไลน์และดูแลทีมผู้เชี่ยวชาญจำนวน 4 คน เมื่อปีที่ผ่านมา ผมประสบความสำเร็จในการดำเนินแคมเปญการตลาดแบบบูรณาการ ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้จากการขายได้ถึง 25% ผมมีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและการเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา (SEO) ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากกับตำแหน่งนี้ เพราะตรงกับความเชี่ยวชาญหลักของผม และผมมุ่งมั่นที่จะนำความสามารถมาช่วยให้แบรนด์ของบริษัทขยายส่วนแบ่งทางการตลาดได้

สำหรับนักศึกษาจบใหม่
สำหรับนักศึกษาจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงานอย่างเป็นทางการมากนัก การแนะนำตัวควรเน้นพื้นฐานการศึกษาที่โดดเด่น กิจกรรมนอกหลักสูตร ประสบการณ์ฝึกงาน และความกระตือรือร้นในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง
ตัวอย่างบทพูด:
Hello. My name is Anna Lee. I am a recent graduate with a Bachelor’s degree in International Business from Chulalongkorn University. During my academic studies, I maintained a high GPA and actively participated in the International Student Club as an event coordinator. Last summer, I completed a 3-month internship at ABC Trading Company, where I gained hands-on experience in market research and customer service. I am a quick learner, highly adaptable, and proficient in data analysis tools. I am eager to start my professional career with a dynamic organization like yours, where I can apply my knowledge and grow along with the team.
แปล:
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ Anna Lee ฉันเพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาธุรกิจระหว่างประเทศจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างเรียน ฉันรักษาผลการเรียนให้อยู่ในระดับที่ดีมาโดยตลอด และมีส่วนร่วมในชมรมนักศึกษานานาชาติในฐานะผู้ประสานงานกิจกรรม เมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ฉันได้ฝึกงานเป็นเวลา 3 เดือนที่บริษัท ABC Trading ซึ่งทำให้ได้สั่งสมประสบการณ์จริงด้านวิจัยตลาดและการบริการลูกค้า ฉันเป็นคนเรียนรู้เร็ว ปรับตัวได้ดี และมีความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล ฉันมีความกระตือรือร้นอย่างมากที่จะเริ่มต้นเส้นทางอาชีพของตนเองในองค์กรที่มีความคล่องตัวและมีการเติบโตอย่างบริษัทของคุณ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ฉันได้นำความรู้ที่มีมาประยุกต์ใช้และเติบโตไปพร้อมกับทีม

>>> ดูเพิ่มเติม: ปริญญาตรี ภาษาอังกฤษ แปลว่า? แยกแยะระหว่าง BA, BS และ Master
สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพ (Career Changers)
ผู้สมัครที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพควรอธิบายเหตุผลในการปรับเปลี่ยนเส้นทางอาชีพให้ชัดเจน พร้อมแสดงให้เห็นอย่างเหมาะสมว่าทักษะที่สามารถถ่ายโอนได้ (Transferable Skills) จากสายงานเดิมสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างบทพูด:
Good afternoon. My name is Michael Chen. Thank you for this opportunity. For the past 4 years, I worked as a High School English Teacher, where I developed strong skills in communication, presentation, and classroom management. However, my true passion lies in human resource management. To transition into this field, I recently completed a certified Human Resources course and mastered talent acquisition fundamentals. I believe my ability to understand human behavior and manage interpersonal relationships, combined with my new HR knowledge, will allow me to excel as an HR Executive in your company.
แปล:
สวัสดีตอนบ่ายครับ ผมชื่อ Michael Chen ขอบคุณสำหรับโอกาสในการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ผมทำงานในตำแหน่งครูสอนภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งทำให้ผมได้พัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร การนำเสนอ และการบริหารจัดการชั้นเรียนเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมสนใจและหลงใหลอย่างแท้จริงคือสายงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อเปลี่ยนสายอาชีพมาสู่ด้านนี้ เมื่อไม่นานมานี้ผมได้สำเร็จหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านทรัพยากรบุคคล และมีความเข้าใจหลักการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรที่มีศักยภาพเป็นอย่างดี ผมเชื่อว่าความสามารถในการเข้าใจพฤติกรรมของผู้คนและบริหารความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ประกอบกับความรู้ด้านทรัพยากรบุคคลที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติม จะช่วยให้ผมสามารถปฏิบัติงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการแนะนำตัวภาษาอังกฤษ
ผู้สมัครจำนวนไม่น้อยพลาดโอกาสในรอบสัมภาษณ์เพราะทำผิดพลาดในรายละเอียดที่ไม่ควรเกิดขึ้น การหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อยจะช่วยให้การพูดของคุณราบรื่นและเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ต่อไปนี้คือข้อผิดพลาดด้านการออกเสียงและการสื่อสารที่ควรรีบปรับปรุง
- พูดแนะนำตัวนานเกินไป โดยใช้เวลามากกว่า 3 นาที จนอาจทำให้ผู้สัมภาษณ์เสียสมาธิ
- ใช้คำศัพท์และโครงสร้างประโยคที่ซับซ้อนเกินความจำเป็นโดยไม่มีตัวเลขหรือผลงานที่ชัดเจนมาสนับสนุน
- พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขาดอารมณ์และความมั่นใจ

เคล็ดลับสร้างความประทับใจในการแนะนำตัวภาษาอังกฤษ
การเข้าใจเทคนิคด้านจิตวิทยาและภาษากายจะช่วยให้คุณสร้างความประทับใจที่ดีให้กับผู้สัมภาษณ์ การเตรียมพร้อมทั้งบุคลิกภาพภายนอกควบคู่ไปกับเนื้อหาในการพูด คือเคล็ดลับที่นำไปใช้ได้จริงและช่วยให้คุณโดดเด่นในการสัมภาษณ์งาน
- ยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติและสบตากับผู้สัมภาษณ์
- นั่งหลังตรง วางท่าทางให้เป็นธรรมชาติและผ่อนคลาย
- ฝึกออกเสียงแต่ละพยางค์ให้ถูกต้อง เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการสื่อได้อย่างชัดเจน
เพื่อป้องกันการพูดติดขัดเมื่อต้องสัมภาษณ์จริง การฝึกฝนในสภาพแวดล้อมจำลองด้วย AI ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพ ELSA Speak นำเสนอฟีเจอร์ Interview Coach ที่ช่วยให้คุณเตรียมพร้อมและรับมือกับการสัมภาษณ์งานได้อย่างมั่นใจ ด้วยเทคโนโลยี AI สำหรับการรู้จำเสียงพูดโดยเฉพาะ ฟีเจอร์เด่นที่จะช่วยยกระดับทักษะการสัมภาษณ์งานไปกับ ELSA Speak ได้แก่
- ฟีเจอร์ Interview Coach: จำลองคำถามสัมภาษณ์งานจากสถานการณ์จริงตามแต่ละสายอาชีพ พร้อมวิเคราะห์คำตอบและช่วยแก้ไขด้านคำศัพท์และไวยากรณ์
- ตรวจจับข้อผิดพลาดในการออกเสียงอย่างละเอียด: ช่วยให้คุณออกเสียงชื่อเฉพาะ ตําแหน่งงาน ภาษาอังกฤษ และคำศัพท์เฉพาะทางได้อย่างถูกต้อง
- ฝึกน้ำเสียงและจังหวะการพูดให้เป็นธรรมชาติ: ช่วยให้การพูดของคุณไม่แข็งหรือฟังเหมือนท่องจำ

ตัวอย่างการแนะนําตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งานตามสาขาอาชีพยอดนิยม
นำเข้า–ส่งออก
Hello, everyone! I’m Somchai. My full name is Somchai Anong. I’m in my 20s. I graduated from Chulalongkorn University, Bangkok, in 2019 with a bachelor’s degree in Logistics and Supply Chain Management. With over 2 years of working as a document staff member at an export company, I’m confident about my professional skills and my soft skills. I’m often praised for my carefulness and creativity. I believe that if we want to work effectively and develop ourselves, carefulness is very important. That’s what I would like to share about myself. Thanks for listening!
การแปล:
สวัสดีทุกคน! ผมชื่อสมชาย ชื่อเต็มของผมคือ สมชาย อนงค์ ผมอายุ 20 กว่าปี ผมจบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ ในปี 2019 ด้วยปริญญาตรีสาขาการจัดการโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน ด้วยการทำงานเป็นพนักงานเอกสารที่บริษัทส่งออกมากว่า 2 ปี ผมมั่นใจในทักษะวิชาชีพและทักษะด้านอารมณ์ของตัวเอง ผมมักได้รับคำชมจากความรอบคอบและความคิดสร้างสรรค์ของผม ผมเชื่อว่าถ้าเราอยากทำงานให้มีประสิทธิภาพและพัฒนาตัวเองได้ ความรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญมาก นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะแบ่งปันเกี่ยวกับตัวผมเอง ขอบคุณสำหรับการฟังครับ!

การตลาด (Marketing)
Hello, everyone! It’s a pleasure meeting you today. Let me talk about myself. My name is Somchai Anong. I’m from Chiang Mai Province. Since I graduated from Chiang Mai University in 2019, I have been working as a digital marketer for a medium-sized company. I believe what makes me stand out from other digital marketers is my creativity and trend sensitivity. I have always put my heart and soul into work in order to promote the company’s image to more customers. That’s what I would like to share about myself. Thanks for listening!
การแปล:
สวัสดีทุกคน! ยินดีที่ได้พบคุณในวันนี้ ผมขอพูดถึงตัวเองนะครับ ผมชื่อสมชาย อนงค์ ผมมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ผมทำงานเป็นนักการตลาดดิจิทัลให้กับบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่งตั้งแต่ผมสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในปี 2019 ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ผมโดดเด่นกว่านักการตลาดดิจิทัลคนอื่นก็คือความคิดสร้างสรรค์และความไวต่อเทรนด์ ผมทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจในการทำงานเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของบริษัทให้กับลูกค้ามากขึ้นอยู่เสมอ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะแบ่งปันเกี่ยวกับตัวผมเอง ขอบคุณสำหรับการฟังครับ!

ครู/อาจารย์
My name is Aaron. I am 24 years old, currently single and I graduated with a degree in English pedagogy from Silpakorn University. I love teaching and had the opportunity to work as a teaching assistant when I was a sophomore.
คำแปล
ฉันชื่อแอรอน ฉันอายุ 24 ปี และตอนนี้ยังโสด ฉันสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาการสอนภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ฉันรักการสอนและมีโอกาสทำงานเป็นผู้ช่วยสอนเมื่อตอนที่ฉันยังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2

มารเวชศาสตร์
Hello, everyone! I’m LukKaew Srasrisuwan. You can call me LukKaew or Helen. I graduated from Bangkok Medical University in 2017 with a bachelor’s degree in Pediatrics. I have nearly 4 years’ experience working as a pediatrician at one of the top public hospitals. In addition, I’ve got an IELTS band 7.0 overall and have taken several medical English courses. Therefore, I believe in my ability to deal with English-speaking patients. I think I’m a hard-working, patient, and devoted doctor. Patients’ health and satisfaction are always my top priorities. That’s what I would like to share about myself. Thanks for listening!
การแปล:
สวัสดีทุกคน! ฉันชื่อ ลูกแก้ว ศรศรีสุวรรณ เรียกฉันว่าลูกแก้วหรือเฮเลนก็ได้ ฉันจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพในปี 2017 ด้วยปริญญาตรีสาขากุมารเวชศาสตร์ ฉันมีประสบการณ์เกือบ 4 ปีในการทำงานเป็นกุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลของรัฐชั้นนำแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ ฉันยังได้คะแนนรวม IELTS 7.0 และได้เรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษทางการแพทย์หลายหลักสูตร ดังนั้นฉันจึงเชื่อในความสามารถของฉันที่จะจัดการกับผู้ป่วยที่พูดภาษาอังกฤษได้ ฉันคิดว่าฉันเป็นหมอที่ขยัน อดทน และอุทิศตน สุขภาพและความพึงพอใจของผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของฉันเสมอ นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากจะแบ่งปันเกี่ยวกับตัวเอง ขอบคุณสำหรับการฟังค่ะ!

เทคโนโลยีสารสนเทศ
Good morning, everyone! Let me introduce myself. I’m Somchai. My full name is Somchai Anong. I have been working as a web developer since my graduation from Bangkok University in 2014. As I have stated in my CV, I have cooperated with many small-sized and medium-sized companies and also worked on my personal projects. I believe what has helped me impress my clients is my good professional skills and my punctuality. Put my heart and soul into every single website that I develop; I always do that. I guess that’s all I have to share about myself. Thank you for listening!
การแปล:
อรุณสวัสดิ์ทุกคน! ผมขอแนะนำตัวเองครับ ผมชื่อสมชาย ชื่อเต็มของผมคือ สมชาย อนงค์ ผมทำงานเป็นนักพัฒนาเว็บไซต์ตั้งแต่ผมสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพในปี 2014 ตามที่ผมได้ระบุไว้ในประวัติย่อของผม ผมได้ร่วมมือกับบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางหลายแห่ง และยังทำงานในโครงการส่วนตัวของผมด้วย ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ลูกค้าประทับใจกับผมก็คือทักษะทางวิชาชีพที่ดีและการตรงต่อเวลาของผม ผมทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับทุกๆ เว็บไซต์ที่ผมพัฒนา นั่นคือทั้งหมดที่ผมอยากแบ่งปันเกี่ยวกับตัวเอง ขอขอบคุณสำหรับการฟังครับ!

การเงิน/บัญชี
Good afternoon! I’m LukKaew Srasrisuwan. I’m from Chiang Mai. I am a fresh graduate from Banking University, Bangkok City. My major is Auditing. I have 2 years of experience working as an auditor intern at a large auditing company in Thailand. I have also taken part in many auditing competitions and have won several prizes. My former boss and co-workers saw me as a skilled, careful, and honest auditor. In my opinion, honesty and carefulness are two of the qualities that an auditor should have. That’s some information about me that I think would impress you. Thank you for listening!
การแปล:
สวัสดีตอนบ่าย! ฉันชื่อ ลูกแก้ว ศรศรีสุวรรณ ฉันมาจากเชียงใหม่ ฉันเป็นนักษึกษาจบใหม่จากมหาวิทยาลัยการธนาคาร กรุงเทพมหานคร วิชาเอกของฉันคือการตรวจสอบบัญชี ฉันมีประสบการณ์ 2 ปีในการทำงานเป็นผู้สอบบัญชีฝึกงานที่บริษัทสอบบัญชีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในประเทศไทย ฉันได้เข้าร่วมการแข่งขันการสอบบัญชีบางอย่างและได้รับหลายรางวัลชนะด้วย อดีตเจ้านายและเพื่อนร่วมงานเห็นว่าฉันเป็นผู้สอบบัญชีที่มีทักษะ รอบคอบ และซื่อสัตย์ ในความเห็นของฉัน ความซื่อสัตย์และความระมัดระวังเป็นคุณสมบัติสองประการที่ผู้สอบบัญชีควรมี นั่นคือข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับตัวฉันที่ฉันคิดว่าคุณจะสนใจ ขอขอบคุณสำหรับการฟังค่ะ!

ทรัพยากรบุคคล
Hello, my name is John Lee, and I have three years of experience in Human Resources. I hold a bachelor’s degree in Business Administration. In my previous role, I managed recruitment processes and employee training programs. My strengths include effective communication and conflict resolution, and I am skilled in HR software like BambooHR. I am excited about the opportunity to enhance the employee experience at your company and contribute to a positive workplace culture.
การแปล:
สวัสดีครับ ผมชื่อ John Lee มีประสบการณ์สามปีในด้านทรัพยากรบุคคล ผมสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ ในตำแหน่งก่อนหน้านี้ ผมรับผิดชอบการบริหารกระบวนการสรรหาและโปรแกรมฝึกอบรมพนักงาน จุดแข็งของผมคือการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การแก้ไขความขัดแย้ง และความเชี่ยวชาญในการใช้ซอฟต์แวร์ HR เช่น BambooHR ผมตั้งใจที่จะพัฒนาประสบการณ์ของพนักงานในบริษัท และมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ดี

วิศวกร
Good morning! First of all, thank you for allowing me to be here today. I would like to introduce myself;f, my name is Thaklaew. I graduated as a civil engineer from Silpakorn University, and now I have 5 years of experience as a construction supervisor. After working in the industry for a long time, I realized that I am a person with an inquisitive spirit and a good ability to absorb. In fact, after only 2 months of probation upon graduation, I was assigned to be in charge of small items.
คำแปล
สวัสดีตอนเช้า ก่อนอื่นเลย ขอขอบคุณที่ให้โอกาสผมได้มาที่นี่ในวันนี้ ขอแนะนำตัวเองครับ ผมชื่อทะแกล้ว ผมสำเร็จการศึกษาวิศวกรโยธาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร และผมมีประสบการณ์ 5 ปีในตำแหน่งหัวหน้างานก่อสร้าง หลังจากทำงานในวงการนี้มาเป็นเวลานาน ผมพบว่าตัวเองเป็นคนมีสปิริตที่อยากรู้อยากเห็นและมีความสามารถในการซึมซับได้ดี อันที่จริง หลังจากผ่านการทดลองเพียง 2 เดือนหลังสำเร็จการศึกษา ผมก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานชิ้นเล็กๆ

งานบริการลูกค้า
Hello, I’m Mina, a customer service representative with four years of experience in handling client inquiries and complaints. I hold a degree in Business Communication from Chulalongkorn University. In my last role, I achieved a 95% customer satisfaction rate by resolving issues quickly and professionally. My strengths are empathy, problem-solving, and proficiency in CRM software like Salesforce. I look forward to creating a positive experience for your customers.
คำแปล
สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ Mina เป็นพนักงานฝ่ายบริการลูกค้าที่มีประสบการณ์สี่ปีในการจัดการคำร้องและข้อร้องเรียนของลูกค้า ดิฉันสำเร็จการศึกษาด้านการสื่อสารธุรกิจจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงานก่อนหน้านี้ ดิฉันสามารถทำให้ลูกค้าพึงพอใจได้ถึง 95% ด้วยการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ จุดแข็งของดิฉันคือความเห็นอกเห็นใจ ความสามารถในการแก้ไขปัญหา และความเชี่ยวชาญในการใช้ซอฟต์แวร์ CRM เช่น Salesforce ดิฉันหวังว่าจะมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของบริษัท

การท่องเที่ยว
Good morning, I’m Kavin, a tour guide with five years of experience in the travel and hospitality industry. I graduated from the University of Social Sciences and Humanities with a degree in Tourism Management. I have successfully led international groups and received outstanding guest feedback scores. My strengths include storytelling, cultural knowledge, and language proficiency in English and Japanese. I am eager to share memorable travel experiences with your clients.
คำแปล
สวัสดีตอนเช้าค่ะ/ครับ ดิฉัน/ผมชื่อ Kavin เป็นมัคคุเทศก์ที่มีประสบการณ์ห้าปีในด้านการท่องเที่ยวและโรงแรม ดิฉัน/ผมจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สังคมและมนุษยศาสตร์ในสาขาการจัดการการท่องเที่ยว ดิฉัน/ผมได้นำทัวร์กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติมากมายและได้รับคำติชมที่ยอดเยี่ยมจากลูกค้า จุดแข็งของดิฉัน/ผมคือความสามารถในการเล่าเรื่อง ความรู้ด้านวัฒนธรรม และความเชี่ยวชาญทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น ดิฉัน/ผมหวังว่าจะมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำให้กับลูกค้าของบริษัท

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ต่อไปนี้คือคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเตรียมตัวสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ
แนะนําตัวภาษาอังกฤษ สมัครงานควรใช้เวลานานเท่าไร
คำตอบ: การแนะนำตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งาน ที่เหมาะสมควรใช้เวลาประมาณ 1–2 นาที หรือประมาณ 150–200 คำ
นักศึกษาที่ไม่มีประสบการณ์ทำงานควรเน้นพูดถึงเรื่องใด
คำตอบ: ควรเน้นผลการเรียน โครงงานในรายวิชา ประสบการณ์ฝึกงาน และทักษะด้าน Soft Skills ที่ได้พัฒนาจากการเข้าร่วมกิจกรรมนอกหลักสูตร
ควรทำอย่างไรเมื่อเจอคำถามสัมภาษณ์ที่ไม่เข้าใจ
คำตอบ: ควรตั้งสติและขอให้ผู้สัมภาษณ์พูดคำถามซ้ำอย่างสุภาพ โดยสามารถใช้ประโยคว่า: Could you please repeat the question?
การเตรียมบท แนะนําตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งาน อย่างรอบคอบคือกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูสู่โอกาสในการทำงานในฝันของคุณ มาเรียนรู้และฝึกฝนการแนะนําตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งานไปพร้อมกับแอป ELSA Speak และแวะเข้ามาดูหมวด ภาษาอังกฤษสำหรับคนทำงาน เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษในการสัมภาษณ์งาน ออกเสียงแต่ละประโยคได้อย่างถูกต้อง พร้อมสะสมคำศัพท์และประโยคภาษาอังกฤษที่เป็นประโยชน์สำหรับการสื่อสารในสำนักงานเพิ่มเติมกันนะ
วันที่ภาษาอังกฤษ เป็นความรู้พื้นฐานที่พบได้บ่อยในการเขียนอีเมลสำหรับการทำงาน การบันทึกการประชุม หรือการจัดตารางการเรียน หากต้องการสื่อสารวันเวลาได้อย่างเป็นมืออาชีพ คุณควรเข้าใจคำศัพท์เกี่ยวกับวันในสัปดาห์ ชื่อทั้ง 12 เดือน รวมถึงการใช้คำต่อท้ายของเลขลำดับ (st, nd, rd, th) ให้ถูกต้อง คุณรู้วิธีเขียนวันและวันที่และเดือนเป็นภาษาอังกฤษตามมาตรฐานทั้งแบบอังกฤษ (British English) และแบบอเมริกัน (American English) แล้วหรือยัง? มาศึกษาคำอธิบายแบบละเอียดที่เข้าใจง่ายได้เลย!
ประเด็นสำคัญ
- วันในสัปดาห์เป็นภาษาอังกฤษ ได้แก่ Monday, Tuesday, Wednesday, Thursday, Friday, Saturday และ Sunday
- 12 เดือนในปี ได้แก่ January, February, March, April, May, June, July, August, September, October, November และ December
- วันในภาษาอังกฤษอ่านเป็นลำดับ เช่น 1st, 2nd, 3rd, 4th เป็นต้น
- ปีสามารถอ่านได้ 2 แบบ คืออ่านเป็นตัวเลขที่มี n หลัก หรือแบ่งเป็น 2 ส่วนสำหรับตัวเลข 3–4 หลัก
ตัวอย่างวิธีเขียนวัน วันที่ เดือน และปีภาษาอังกฤษ
ตัวอย่าง: วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2026 สามารถเขียนเป็นภาษาอังกฤษได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้ภาษาอังกฤษแบบบริติช (British English) หรือภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน (American English)
| รูปแบบ | อังกฤษแบบบริติช (British English) | อังกฤษแบบอเมริกัน (American English) |
| เขียนเต็ม พร้อมวันในสัปดาห์ | Monday, 10 August 2026 | Monday, August 10, 2026 |
| เขียนย่อ พร้อมวันในสัปดาห์ | Mon, 10 Aug 2026 | Mon, Aug. 10, 2026 |
| เขียนเต็ม ไม่ระบุวันในสัปดาห์ | 10 August 2026 | August 10, 2026 |
| เขียนย่อ ไม่ระบุวันในสัปดาห์ | 10 Aug 2026 | Aug. 10, 2026 |
| เขียนด้วยตัวเลข | 10/08/2026 | 08/10/2026 |
| มาตรฐาน ISO 8601 | 2026-08-10 | 2026-08-10 |
วิธีจำง่าย ๆ:
British English: วัน → เดือน → ปี
→ 10 August 2026
American English:เดือน → วัน → ปี
→ August 10, 2026
ISO 8601:ปี → เดือน → วัน
→ 2026-08-10
สำหรับการย่อชื่อเดือน ควรจำไว้ว่า:
- ในรูปแบบ British English มักพบการเขียนตัวย่อโดยไม่ใส่จุด เช่น Aug
- ในรูปแบบ American English สามารถพบการใส่จุดหลังตัวย่อ เช่น Aug.
- May ไม่จำเป็นต้องย่อเพิ่มเติม เพราะชื่อเดือนสั้นอยู่แล้ว
บทความต้นฉบับแยกรูปแบบหลักออกเป็น British English ซึ่งเรียง วัน–เดือน–ปี และ American English ซึ่งเรียง เดือน–วัน–ปี อย่างชัดเจน
>>> อ่านเพิ่มเติม: สิงหาคมภาษาอังกฤษ: ความหมาย วิธีใช้ และการอ่าน การเขียนที่ถูกต้อง
หลักการเขียนวันและวันที่ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน

ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน หรือ American English จะเรียงวันที่ตามลำดับ:
เดือน – วัน – ปี (Month – Day – Year)
วิธีเขียนทั่วไป
ตัวอย่าง: วันที่ 14 กันยายน 2022
สามารถเขียนได้ว่า:
- September 14
- September 14, 2022
หากบริบททำให้ทราบปีอยู่แล้ว สามารถเขียนเฉพาะเดือนและวันที่ได้
ข้อสำคัญคือ เมื่อมีทั้งวันที่และปีในรูปแบบ American English จะใช้ เครื่องหมายจุลภาค (,) คั่นระหว่างวันที่กับปี
ตัวอย่าง: September 14, 2022
>>> อ่านเพิ่มเติม: กันยายนภาษาอังกฤษ: ความหมาย การใช้งาน การออกเสียงและการเขียนให้ถูกต้อง
วิธีเขียนพร้อมวันในสัปดาห์
เมื่อเพิ่มวันในสัปดาห์ ให้วางชื่อวันไว้ด้านหน้า แล้วตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค
ตัวอย่าง: Wednesday, September 14, 2022
โครงสร้างคือ:
Day of the week + Month + Day, Year
ชื่อวันในสัปดาห์และชื่อเดือนต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ
วิธีเขียนชื่อเดือนแบบย่อ
ชื่อเดือนสามารถเขียนในรูปแบบย่อได้ เช่น:
- Sept. 14, 2022
- Sep 14, 2022
รูปแบบตัวย่ออาจแตกต่างกันตามสไตล์การเขียน แต่ควรเลือกใช้รูปแบบเดียวกันอย่างสม่ำเสมอภายในเอกสารเดียวกัน
วิธีเขียนด้วยตัวเลขทั้งหมด
ใน American English จะใช้ลำดับ:
เดือน/วัน/ปี
ตัวอย่าง:
- 09/14/22
- 09-14-22
- 09/14/2022
- 09-14-2022
ดังนั้น 09/14/2022 หมายถึงวันที่ 14 กันยายน 2022
หลักการเขียนวันและวันที่ภาษาอังกฤษแบบบริติช
ในภาษาอังกฤษแบบบริติช หรือ British English จะเรียงวันที่ตามลำดับ:
วัน – เดือน – ปี (Day – Month – Year)
วิธีเขียนทั่วไป
ตัวอย่าง: วันที่ 14 กันยายน 2022
สามารถเขียนได้ว่า:
- 14 September 2022
- 14th September 2022
หากไม่จำเป็นต้องระบุปี:
- 14 September
- 14 Sept
ส่วนรูปแบบที่ใช้เลขลำดับและคำว่า the / of สามารถพบได้เมื่ออ่านวันที่หรือเขียนในลักษณะภาษาพูด เช่น:
- the 14th of September 2022
ในบทความต้นฉบับอธิบายว่าเวลาอ่านวันที่แบบ British English นิยมใช้โครงสร้าง the + ordinal number + of + month เช่น 23 July → the twenty-third of July
วิธีเขียนพร้อมวันในสัปดาห์
เมื่อต้องการระบุวันในสัปดาห์ ให้วางชื่อวันไว้ด้านหน้า
ตัวอย่าง:
- Wednesday, 14 September 2022
- Wednesday, 14th September 2022
หากใช้รูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นในการอ่าน สามารถพบรูปแบบ:
- Wednesday the 14th of September
โครงสร้างหลักคือ:
Day of the week + Day + Month + Year
วิธีเขียนชื่อเดือนแบบย่อ
สามารถย่อชื่อเดือนได้ เช่น:
- 14 Sept 2022
- 14 Sep 2022
ในรูปแบบ British English มักพบการเขียนตัวย่อชื่อเดือนโดยไม่ใส่เครื่องหมายจุด
วิธีเขียนด้วยตัวเลขทั้งหมด
ลำดับยังคงเป็น:
วัน – เดือน – ปี
ตัวอย่าง:
- 14/9/22
- 14-9-2022
- 14/09/2022
- 14-09-2022
รูปแบบนี้แตกต่างจาก American English อย่างชัดเจน ดังนั้นควรระวังวันที่ที่ทั้งวันและเดือนมีค่าไม่เกิน 12 เพราะอาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจสลับกันได้

หลักการเขียนวันและวันที่ภาษาอังกฤษตามมาตรฐาน ISO
ตามรูปแบบ ISO 8601 วันที่จะเรียงตามลำดับ:
ปี – เดือน – วัน (YYYY-MM-DD)
ตัวอย่าง วันที่ 14 กันยายน 2022 เขียนเป็น:
2022-09-14
วิธีจำคือ:
ปี → เดือน → วัน
รูปแบบนี้แตกต่างจากทั้ง British English และ American English เพราะเริ่มต้นด้วยปี
การเขียนวันแบบย่อในภาษาอังกฤษ
ตารางด้านล่างแสดงรูปแบบการเขียนวันที่ พร้อมวิธีจำง่าย ๆ
หลักการใช้คำย่อ
วันที่ภาษาอังกฤษตั้งแต่วันที่ 1–31:
| 1 | วันที่ 1 | first | วันที่ 1 มีนาคม / 1 มีนาคม |
| 2 | วันที่ 2 | second | วันที่ 2 มีนาคม / 2 มีนาคม |
| 3 | วันที่ 3 | third | วันที่ 3 มีนาคม / 3 มีนาคม |
| 4–20 | วันที่ 4–20 | fourth – twentieth | วันที่ 4, 5…20 มีนาคม |
| 21 | วันที่ 21 | twenty-first | วันที่ 21 มีนาคม |
| 22 | วันที่ 22 | twenty-second | วันที่ 22 มีนาคม |
| 23 | วันที่ 23 | twenty-third | วันที่ 23 มีนาคม |
| 24–30 | วันที่ 24–30 | twenty-fourth … thirtieth | วันที่ 24…30 มีนาคม |
| 31 | วันที่ 31 | thirty-first | วันที่ 31 มีนาคม |
กฎง่าย ๆ ที่ควรจำ
- ใช้ “st”: กับวันที่ 1st, 21st, 31st (first, twenty-first, thirty-first)
- ใช้ “nd”: กับวันที่ 2nd, 22nd (second, twenty-second)
- ใช้ “rd”: กับวันที่ 3rd, 23rd (third, twenty-third)
- ใช้ “th”: กับวันที่อื่น ๆ ทั้งหมด เช่น 4th–20th, 24th–30th
การเขียนวันที่แบบย่อในภาษาอังกฤษ
ตารางด้านล่างแสดงรูปแบบการเขียนวันที่ พร้อมวิธีจำง่าย ๆ
หลักการใช้คำย่อ
วันที่ภาษาอังกฤษตั้งแต่วันที่ 1–31:
| ตัวเลข | รูปแบบย่อ | วิธีอ่าน | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| 1 | วันที่ 1 | first | วันที่ 1 มีนาคม / 1 มีนาคม |
| 2 | วันที่ 2 | second | วันที่ 2 มีนาคม / 2 มีนาคม |
| 3 | วันที่ 3 | third | วันที่ 3 มีนาคม / 3 มีนาคม |
| 4–20 | วันที่ 4–20 | fourth – twentieth | วันที่ 4, 5…20 มีนาคม |
| 21 | วันที่ 21 | twenty-first | วันที่ 21 มีนาคม |
| 22 | วันที่ 22 | twenty-second | วันที่ 22 มีนาคม |
| 23 | วันที่ 23 | twenty-third | วันที่ 23 มีนาคม |
| 24–30 | วันที่ 24–30 | twenty-fourth … thirtieth | วันที่ 24…30 มีนาคม |
| 31 | วันที่ 31 | thirty-first | วันที่ 31 มีนาคม |
กฎง่าย ๆ ที่ควรจำ
- ใช้ “st”: กับวันที่ 1st, 21st, 31st (first, twenty-first, thirty-first)
- ใช้ “nd”: กับวันที่ 2nd, 22nd (second, twenty-second)
- ใช้ “rd”: กับวันที่ 3rd, 23rd (third, twenty-third)
- ใช้ “th”: กับวันที่อื่น ๆ ทั้งหมด เช่น 4th–20th, 24th–30th
>>> อ่านเพิ่มเติม: ตัวเลขภาษาอังกฤษ: 1-100 ภาษาอังกฤษ ถึง 1-10,000 จำง่าย
การเขียน 12 เดือนภาษาอังกฤษแบบย่อ
เดือนภาษาอังกฤษ (Months) มีทั้งหมด 12 เดือน ซึ่งประกอบกันเป็นหนึ่งรอบปี นอกจากการรู้จักวันที่ของเดือนแล้ว การจดจำคำศัพท์ของ 12 เดือน (Months of the year) ก็เป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณใช้การบอกวันเวลาได้อย่างครบถ้วน
เช่นเดียวกับชื่อวันในสัปดาห์ ชื่อเดือนภาษาอังกฤษต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดของประโยคก็ตาม ด้านล่างนี้คือรายชื่อเดือนภาษาอังกฤษ พร้อม ตัวย่อเดือนภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อย และ สัทอักษรสากล (IPA) ของแต่ละเดือน:
รายชื่อ 12 เดือน
- January (Jan.) – มกราคม
- February (Feb. / Febru.) – กุมภาพันธ์
- March (Mar.) – มีนาคม
- April (Apr.) – เมษายน
- May (May) – พฤษภาคม
- June (Jun.) – มิถุนายน
- July (Jul.) – กรกฎาคม
- August (Aug.) – สิงหาคม
- September (Sep. / Sept.) – กันยายน
- October (Oct.) – ตุลาคม
- November (Nov.) – พฤศจิกายน
- December (Dec.) – ธันวาคม

วิธีเขียนวันและวันที่ภาษาอังกฤษในบริบทต่าง ๆ
การเขียนวันที่พบได้บ่อยในการสื่อสารเกี่ยวกับการทำงาน การเขียนอีเมล การบันทึกการประชุม และการจัดตารางต่าง ๆ โดยการเลือกรูปแบบที่สม่ำเสมอจะช่วยลดความสับสนเกี่ยวกับวันและเวลาได้
การเขียนวันและวันที่ในจดหมายทางการ
บทความต้นฉบับไม่ได้กำหนดรูปแบบเฉพาะสำหรับจดหมายทางการ แต่สามารถนำหลัก British English หรือ American English ที่กล่าวไว้ข้างต้นมาใช้ โดยควรเลือกเพียงรูปแบบเดียวภายในเอกสาร
ตัวอย่าง:
- British English: 14 September 2022
- American English: September 14, 2022
การเขียนวันและวันที่ในอีเมล
วันที่ภาษาอังกฤษเป็นองค์ประกอบที่พบได้บ่อยในการเขียนอีเมลสำหรับการทำงาน
ตัวอย่าง:
- Wednesday, 14 September 2022
- Wednesday, September 14, 2022
เมื่อระบุวันที่เฉพาะในประโยค สามารถใช้คำบุพบท on
ตัวอย่าง:
- on Monday
- on October 12th
หากกล่าวเฉพาะเดือนหรือปี ให้ใช้ in
ตัวอย่าง:
- in July
- in 2026
หลักการใช้ on, in และ at กับวันและเวลาได้รับการอธิบายไว้ในบทความต้นฉบับ
>>> อ่านเพิ่มเติม: IN, ON AT คืออะไร? วิธีใช้ที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง
การเขียนวันและวันที่ในเอกสารทางธุรกิจ
บทความต้นฉบับกล่าวถึงการใช้วันที่ในการทำงานและการบันทึกการประชุม แต่ไม่ได้กำหนดรูปแบบเฉพาะสำหรับเอกสารธุรกิจ
ดังนั้น เมื่อเรียบเรียงเอกสาร ควรรักษารูปแบบวันที่ให้สม่ำเสมอ เช่น เลือกใช้:
- 14 September 2022 แบบ British English
หรือ
- September 14, 2022 แบบ American English
โดยไม่สลับสองระบบไปมาภายในเอกสารเดียวกัน
การเขียนวันและวันที่ในงานเขียนเชิงวิชาการ
บทความภาษาไทยต้นฉบับไม่ได้อธิบายหลักการเขียนวันที่สำหรับงานวิชาการโดยเฉพาะ ดังนั้นเนื้อหาในส่วนนี้ควรอ้างอิงคู่มือรูปแบบการเขียนหรือข้อกำหนดของสถาบันที่ใช้จริง หากต้องการขยายหัวข้อนี้เพิ่มเติม
แบบฝึกหัด
แบบฝึกหัดที่ 1: เลือกคำตอบที่ถูกต้อง
1. วันที่ 14 กันยายน 2022 เขียนแบบ American English ข้อใดถูกต้อง?
A. 14 September 2022
B. September 14, 2022
C. 2022 September 14
2. วันที่ 14 กันยายน 2022 เขียนแบบ British English ข้อใดถูกต้อง?
A. September 14, 2022
B. 14 September 2022
C. 2022/14/09
3. วันที่ 21 ต้องเติมคำลงท้ายใด?
A. th
B. rd
C. st
4. วันที่ 12 เขียนอย่างไร?
A. 12nd
B. 12th
C. 12st
5. ตัวย่อของ August คือข้อใด?
A. Au
B. Aug
C. Ag
แบบฝึกหัดที่ 2: เขียนวันที่ใหม่ตามรูปแบบที่กำหนด
เปลี่ยนวันที่ต่อไปนี้เป็น British English
- September 14, 2022
- August 10, 2026
- July 23, 2026
เปลี่ยนวันที่ต่อไปนี้เป็น American English
- 14 September 2022
- 10 August 2026
- 23 July 2026
เฉลย
แบบฝึกหัดที่ 1
- B. September 14, 2022
- B. 14 September 2022
- C. st → 21st
- B. 12th
- B. Aug
แบบฝึกหัดที่ 2
- 14 September 2022
- 10 August 2026
- 23 July 2026
- September 14, 2022
- August 10, 2026
- July 23, 2026
การฝึกฝนและนำการใช้ วันที่ภาษาอังกฤษ ไปใช้จนคล่อง จะช่วยให้คุณเขียนอีเมลเพื่อการทำงานได้อย่างเป็นมืออาชีพ และวางแผนตารางงานในแต่ละวันได้อย่างเป็นระบบ หากต้องการจดจำวิธีเขียนวันและวันที่และเดือนเป็นภาษาอังกฤษรวมถึงการใช้รูปแบบวันเวลาที่ซับซ้อนอื่น ๆ ได้อย่างแม่นยำ คุณสามารถฝึกทักษะการสื่อสารในชีวิตประจำวันกับแอป ELSA Speak ได้ นอกจากนี้ อย่าลืมแวะเยี่ยมชม หมวดหมู่การสื่อสาร คำศัพท์ บทสนทนาภาษาอังกฤษบนเว็บไซต์ของ ELSA Speak เพื่อเพิ่มคลังคำศัพท์ในหัวข้อต่าง ๆ ให้หลากหลายยิ่งขึ้นนะคะ
บทสนทนาภาษาอังกฤษ (English Conversation) เป็นตัวเชื่อมโยงที่ช่วยให้เข้าใจได้ง่ายและเห็นภาพมากที่สุด ซึ่งจะช่วยให้คุณเปลี่ยนความรู้เชิงทฤษฎีไม่ว่าจะเป็นเรื่องไวยากรณ์ ตัวเลข หรือสีสัน ให้กลายเป็นทักษะการโต้ตอบที่เกิดขึ้นเองอย่างเป็นธรรมชาติ คุณรู้วิธีสร้างบทสนทนาภาษาอังกฤษสั้น ๆ ระหว่างคนสองคนให้ถูกต้องหรือยัง? มาดูตัวอย่างบทสนทนาภาษาอังกฤษสำหรับผู้เริ่มต้นด้านล่างนี้ได้เลย!
- บทสนทนาภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ การสื่อสารแบบไม่เป็นทางการและแบบเป็นทางการ
- ตัวอย่างบทสนทนาภาษาอังกฤษตามหัวข้อต่าง ๆ เช่น การทักทาย เรื่องในที่ทำงาน ร้านอาหาร หรือการเดินทาง
- เพื่อให้การสนทนาเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ ควรฝึกทักษะการฟังอย่างตั้งใจ และหลีกเลี่ยงการพูดแทรกคู่สนทนา
- คำวิเศษณ์ honestly มักถูกนำมาใช้ขึ้นต้นประโยคเพื่อแสดงความคิดเห็นที่จริงใจหรือจากใจจริง
- ELSA Speak มีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Role Play, Interview Coach และ Meeting Coach เพื่อช่วยให้การฝึกฝนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
บทสนทนาภาษาอังกฤษ คืออะไร?
บทสนทนาภาษาอังกฤษ (Conversation) เป็นการสื่อสารโดยตรงระหว่างบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล แบ่งปันความคิดเห็น หรือสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม การสนทนาที่ลื่นไหลจำเป็นต้องมีการรับฟังและโต้ตอบระหว่างผู้ร่วมสนทนา
โดยทั่วไปแล้ว บทสนทนาภาษาอังกฤษแบบถาม-ตอบสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้:
- การสนทนาแบบไม่เป็นทางการ (Informal Conversation): มักใช้คำสแลงและถ้อยคำสั้นๆที่กระชับ ใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจำวันกับเพื่อน สมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานที่สนิทสนมกัน
- การสนทนาแบบเป็นทางการ (Formal Conversation): ใช้ประโยคที่สมบูรณ์โดยมีประธานและกริยาที่ชัดเจน ใช้บทสนทนาภาษาอังกฤษในที่ทำงาน การประชุมร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ และการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าหรือผู้ที่มีอาวุโสกว่า

บทสนทนาภาษาอังกฤษตามหัวข้อการทักทายและการทำความรู้จัก
บทสนทนาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันเกิดขึ้นได้ในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการทักทายและการแนะนำตัวทั่วไป งานสร้างเครือข่ายทางสังคม วันแรกของการทำงานหรือการเรียน หรือแม้แต่การได้รับการแนะนำให้รู้จักกับชาวต่างชาติผ่านเพื่อนคนกลาง การรู้วิธีเริ่มต้นบทสนทนาอย่างคล่องแคล่วจะช่วยให้คุณช่วยลดความกระอักกระอ่วนในช่วงแรกได้อย่างเป็นธรรมชาติ
คำศัพท์ทั่วไปสำหรับการทักทายและการแนะนำตัว
เพื่อให้การสนทนาดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ คุณควรเตรียมตัวด้วยคำศัพท์พื้นฐานเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวและคำทักทายภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน คุณสามารถดูรายการคำศัพท์ที่ครบถ้วนได้ในบทความเรื่องคำศัพท์ทั่วไปสำหรับบทสนทนาภาษาอังกฤษทักทาย และการแนะนำตัวจากเว็บไซต์ ELSA Speak เพื่อเพิ่มพูนคลังคำศัพท์สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคุณ
| คำศัพท์ | การออกเสียงแบบ IPA | ความหมาย |
| Introduce | /ˌɪn.trəˈdʒuːs/ | แนะนำตัว |
| Pleasure | /ˈpleʒ.ər/ | ความยินดี |
| Colleague | /ˈkɒl.iːɡ/ | เพื่อนร่วมงาน |
| Hometown | /ˈhəʊm.taʊn/ | บ้านเกิด |
| Hobby | /ˈhɒb.i/ | งานอดิเรก |
| Greeting | /ˈɡriː.tɪŋ/ | การทักทาย |
| Nickname | /ˈnɪk.neɪm/ | ชื่อเล่น |
| Age | /eɪdʒ/ | อายุ |
| Stranger | /ˈstreɪn.dʒər/ | คนแปลกหน้า |
| Neighbor | /ˈneɪ.bər/ | เพื่อนบ้าน |

>>> ดูเพิ่มเดิม: แนะนําตัวภาษาอังกฤษให้ประทับใจ โดยไม่ต้องท่องจำ
3+ ตัวอย่างบทสนทนาภาษาอังกฤษทักทายและการแนะนำตัว
ด้านล่างนี้คือบทสนทนาภาษาอังกฤษง่าย ๆ ออกแบบมาให้กระชับ ช่วยให้คุณฝึกปฏิกิริยาการสื่อสารแบบสองทางในชีวิตประจำวัน
| บทสนทนาที่ 1: บทสนทนาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน – การพบเพื่อนร่วมงานใหม่ที่สำนักงาน |
บริบทของการสนทนา: บทสนทนาแนะนำตัวสั้นๆ ระหว่างพนักงานเดิมกับพนักงานใหม่ในวันแรกของการทำงาน
- A: Hi! You must be the new team member. I’m David. (สวัสดีครับ คุณคงเป็นสมาชิกใหม่ของทีมใช่ไหมครับ ผมชื่อเดวิดครับ)
- B: Yes, that’s right. My name is Anna. Nice to meet you! (ใช่ค่ะ ฉันชื่อแอนนา ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ)
- A: Nice to meet you too, Anna. Which department do you work in? (ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับคุณแอนนา คุณทำงานอยู่แผนกไหนครับ)
- B: I’m in the marketing department. I started today. (ฉันอยู่แผนกการตลาดค่ะ เพิ่งเริ่มงานวันนี้เลย)
- A: Great! Honestly, our marketing team is very friendly. (เยี่ยมเลยครับ บอกตามตรงว่าทีมการตลาดของเราเป็นกันเองมากครับ)
- B: That’s wonderful to hear. I look forward to working with you. (ฟังแล้วดีใจมากเลยค่ะ ฉันตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับคุณนะคะ)

| บทสนทนาที่ 2: บทสนทนาภาษาอังกฤษแนะนำตัวในงานสังสรรค์ |
บริบทของการสนทนา: ทั้งสองคนเริ่มพูดคุยและแนะนำตัวต่อกัน โดยต่างบอกชื่อและอาชีพภาษาอังกฤษของตน ในงานเลี้ยงสังสรรค์ของบริษัท
- A: Hello! Mind if I join you at this table? (สวัสดีค่ะ ขออนุญาตมานั่งที่โต๊ะนี้ด้วยได้ไหมคะ?)
- B: Sure, please sit down. My name is Kevin, by the way. (ด้เลยครับ เชิญนั่งได้เลย ผมชื่อเควินนะครับ)
- A: Thanks, Kevin. I’m Sarah. Are you an engineer here? (ขอบคุณค่ะ เควิน ฉันชื่อซาร่าห์นะคะ คุณเป็นวิศวกรที่นี่หรือเปล่าคะ?)
- B: No, I actually work in the sales department. And you? (ไม่ใช่ครับ จริงๆ แล้วผมทำงานอยู่ฝ่ายขาย แล้วคุณล่ะครับ?)
- A: I’m a graphic designer. I’ve been with the company for a year. (ฉันเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ค่ะ ทำงานที่บริษัทนี้มาได้ปีหนึ่งแล้ว)
- B: That’s cool! We should catch up more during the break. (เยี่ยมเลยครับ ไว้ช่วงพักเรามาคุยกันต่อดีกว่านะครับ)

| บทสนทนาที่ 3: เพื่อนเก่าบังเอิญมาเจอกันบนถนน |
บริบทของการสนทนา: เพื่อนเก่าสองคนที่ไม่ได้เจอกันมานานบังเอิญมาเจอกันบนถนน
- A: Oh my God, Sarah! Is that really you? (โอ้พระเจ้า ซาราห์ นั่นคุณจริงๆ เหรอ?)
- B: Hi Tom! Long time no see. How have you been? (สวัสดีทอม! ไม่เจอกันนานนะ เป็นยังไงบ้าง?)
- A: I’m doing great. Honestly, you haven’t changed at all! (ฉันสบายดีนะ พูดตรงๆ นะเธอไม่เปลี่ยนไปเลย!)
- B: Haha, thanks! I’m just on my way to get some coffee. (ฮ่าๆๆ ขอบใจนะ ฉันกำลังไปซื้อกาแฟ)
- A: Me too! Would you like to join me and chat a bit? (ฉันก็เหมือนกัน! คุณอยากมาคุยกับฉันสักพักไหม?)
- B: That sounds perfect. Let’s go to the cafe nearby. (ฟังดูดีนะ ไปร้านกาแฟใกล้ ๆ กันเถอะ)

| บทสนทนาที่ 4: ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ในวันแรกไปเรียน |
บริบทของการสนทนา: นักเรียนสองคนที่นั่งติดกันในห้องเรียนเริ่มพูดคุยทำความรู้จักกันในช่วงต้นปีการศึกษาใหม่
- A: Hi, is anyone sitting here? (สวัสดีครับ มีใครนั่งตรงนี้หรือเปล่าครับ?)
- B: No, it’s free. You can sit down if you like. (ไม่ค่ะ ที่ว่างอยู่ นั่งได้เลยนะคะ)
- A: Thanks. I’m Mark. It’s my first day at this school. (ขอบคุณครับ ผมชื่อมาร์คครับ วันนี้เป็นวันแรกที่ผมมาเรียนที่โรงเรียนนี้)
- B: Welcome! I’m Lily. Don’t worry, everyone is very nice here. (ยินดีต้อนรับค่ะ ฉันชื่อลิลลี่นะ ไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ ทุกคนที่นี่นิสัยดีกันทั้งนั้นเลย)
- A: Good to know. Do you know where the library is? (ดีจังเลยครับ แล้วพอจะทราบไหมครับว่าห้องสมุดอยู่ตรงไหน?)
- B: Yes, I can show you the way after this class ends. (ทราบค่ะ เดี๋ยวพอเรียนวิชานี้เสร็จแล้ว ฉันจะพาไปนะคะ)

| บทสนทนาที่ 5: การถามเกี่ยวกับบ้านเกิดและประเทศ |
บริบทของการสนทนา: บทสนทนาสั้นๆ เพื่อสอบถามสัญชาติและบ้านเกิดของเพื่อนชาวต่างชาติที่เพิ่งรู้จักกัน
- A: Your accent is very interesting. Where are you from? (สำเนียงของคุณน่าสนใจมากเลยค่ะ คุณมาจากที่ไหนคะ?)
- B: I’m from Australia, but I currently live in Bangkok. (ผมมาจากออสเตรเลียครับ แต่ตอนนี้อาศัยอยู่ที่กรุงเทพ)
- A: Oh, I love Australia! How long have you been in Thailand? (โอ้ ฉันชอบออสเตรเลียมากเลย! คุณมาอยู่เมืองไทยนานแค่ไหนแล้วคะ?)
- B: I’ve been here for about six months now. (ผมอยู่ที่นี่มาประมาณหกเดือนแล้วครับ)
- A: Do you like the food here? (แล้วคุณชอบอาหารที่นี่ไหมคะ?)
- B: Yes, absolutely. Honestly, KuaiTaew is my absolute favorite. (ชอบมากครับ เอาจริงๆ นะ ก๋วยเตี๋ยวคือของโปรดที่สุดของผมเลย)

>>> ดูเพิ่มเดิม: รวบรวมชื่อประเทศภาษาอังกฤษในโลกในแบบเต็มตาราง
บทสนทนาภาษาอังกฤษในที่ทำงาน เรื่องที่ทำงานและเพื่อนร่วมงาน
ในสถานการณ์การทำงานจริง บทสนทนาภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการทำงานมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้คุณปฏิบัติงานให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการหารือเกี่ยวกับแนวคิดของโครงการร่วมกับเพื่อนร่วมงาน การเขียนอีเมลรายงานความคืบหน้าถึงหัวหน้างาน หรือการรับมือกับข้อร้องเรียนของลูกค้าด้วยความสุภาพ
คำศัพท์ทั่วไปหัวข้อเรื่องที่ทำงานและเพื่อนร่วมงาน
หากต้องการแสดงความคิดเห็นต่อเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างานได้อย่างมั่นใจ คุณจำเป็นต้องทำความคุ้นเคยกับคำศัพท์ที่ใช้กันบ่อยในที่ทำงาน หมายเหตุ: คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมและฝึกฝนผ่านแบบฝึกหัดบทสนทนาภาษาอังกฤษในที่ทำงานบนเว็บไซต์ ELSA Speak
ด้านล่างนี้คือสรุปคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยในสำนักงาน:
| คำศัพท์ | การออกเสียงแบบ IPA | ความหมาย |
| Deadline | /ˈded.laɪn/ | กำหนดส่งงาน |
| Meeting | /ˈmiː.tɪŋ/ | การประชุม |
| Presentation | /ˌprez.ənˈteɪ.ʃən/ | การนำเสนอ |
| Colleague | /ˈcol.liːɡ/ | เพื่อนร่ามงาน |
| Report | /rɪˈpɔːt/ | รายงาน |
| Project | /ˈprɒdʒ.ekt/ | โครงการ |
| Salary | /ˈsæl.ər.i/ | เงินเดือน |
| Manager | /ˈmæn.ɪ.dʒər/ | ผู้จัดการ |
| Schedule | /ˈʃedʒ.uːl/ | ตารางเวลา |
| Task | /tɑːsk/ | งานที่ได้รับมอบหมาย |

3+ ตัวอย่างบทสนทนาภาษาอังกฤษหัวข้อเรื่องที่ทำงานและเพื่อนร่วมงาน
ต่อไปนี้คือตัวอย่างบทสนทนาในสถานการณ์จริงที่จำลองบรรยากาศการทำงานแบบมืออาชีพในชีวิตประจำวัน:
| บทสนทนาที่ 1: การรายงานความคืบหน้าของงานที่เสร็จสิ้น |
บริบทของการสนทนา: พนักงานรายงานความคืบหน้าของโครงการสำคัญที่ใกล้จะถึงกำหนดส่งมอบงานต่อผู้จัดการโดยตรง
- A: Hi Sarah, do you have a minute? I want to update you on the project. (สวัสดีครับซาร่า พอจะมีเวลาสักครู่ไหมครับ? ผมอยากจะแจ้งความคืบหน้าของโปรเจกต์ให้ทราบครับ)
- B: Sure, Mike. How is the progress going so far? (ได้เลยค่ะไมค์ ตอนนี้ความคืบหน้าเป็นอย่างไรบ้างคะ?)
- A: Honestly, we are almost done. We just need to finalize the design. (อาจริงๆ ก็ใกล้จะเสร็จแล้วครับ เหลือแค่ปรับดีไซน์ให้เสร็จสมบูรณ์เท่านั้นเอง)
- B: That’s great to hear. Can we meet the deadline this Friday? (ฟังแล้วดีใจมากเลยค่ะ แล้วเราจะส่งงานทันกำหนดวันศุกร์นี้ไหมคะ?)
- A: Yes, absolutely. I will send you the draft by tomorrow morning. (ทันแน่นอนครับ เดี๋ยวผมจะส่งร่างงานให้คุณดูพรุ่งนี้เช้านะครับ)
- B: Excellent! Thank you for your hard work, Mike. (ยี่ยมเลยค่ะ! ขอบคุณที่ทุ่มเททำงานนะคะไมค์)

| บทสนทนาที่ 2: เพื่อนร่วมงานหารือกันเรื่องไอเดียสำหรับการนำเสนอ |
บริบทของการสนทนา: พนักงานสองคนกำลังหารือกันว่าจะสรุปสไลด์สำหรับการนำเสนอในช่วงบ่ายนี้อย่างไร
- A: Hey Alex, did you review the presentation slides I sent? (เฮ้ อเล็กซ์ คุณได้ดูสไลด์นำเสนอที่ฉันส่งไปหรือยัง?)
- B: Yes, I did. Honestly, they look very professional and clean! (ดูแล้วครับ บอกตามตรงเลยว่ามันดูเป็นมืออาชีพและสะอาดตามาก!)
- A: Thanks! Do you think we should add more charts? (ขอบคุณค่ะ! คุณคิดว่าเราควรเพิ่มแผนภูมิเข้าไปอีกไหม?)
- B: Yes, maybe on slide five to show the sales growth clearly. (ก็น่าจะดีนะครับ อาจจะใส่เพิ่มในสไลด์ที่ 5 เพื่อแสดงให้เห็นการเติบโตของยอดขายอย่างชัดเจน)
- A: Good idea. I will edit it right away. (เป็นความคิดที่ดีค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบแก้ไขให้เดี๋ยวนี้เลย)
- B: Perfect. Let’s practice speaking before the meeting starts. (เยี่ยมเลยครับ งั้นเรามาซ้อมพูดกันก่อนเริ่มการประชุมดีกว่า)

| บทสนทนาที่ 3: การขอลาหยุดระยะสั้นด้วยเหตุผลส่วนตัว |
บริบทของการสนทนา: พนักงานคนหนึ่งได้พูดคุยกับหัวหน้าเพื่อขอลาหยุดหนึ่งวันไปจัดการธุระของครอบครัว
- A: Excuse me, Mr. Davis. Can I talk to you for a moment? (ขอโทษนะครับคุณเดวิส ผมขอคุยด้วยสักครู่ได้ไหมครับ?)
- B: Of course, David. Is everything okay? (ได้สิครับเดวิด มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?)
- A: Honestly, I need to request a day off this Friday for personal reasons. (พูดตามตรงนะครับ คือผมอยากจะขอลาหยุดในวันศุกร์นี้ครับ พอดีมีธุระส่วนตัว)
- B: Friday? Have you arranged your tasks for that day yet? (วันศุกร์เหรอครับ? แล้วคุณจัดการเรื่องงานสำหรับวันนั้นไว้หรือยัง?)
- A: Yes, Anna agreed to cover my urgent tasks. (รียบร้อยครับ แอนนาตกลงจะช่วยดูแลงานด่วนให้ผมแล้วครับ)
- B: Alright then. Your request is approved. Enjoy your weekend. (งั้นก็ตกลงครับ ผมอนุมัติให้ลาได้ ขอให้มีความสุขกับวันหยุดสุดสัปดาห์นะครับ)

>>> ดูเพิ่มเดิม: Leave of absence: คำศัพท์และวลีที่เกี่ยวกับการขอลากิจ ภาษาอังกฤษ
| บทสนทนาที่ 4: การเจรจาและหารือเกี่ยวกับกำหนดการประชุมกับคู่ค้า |
บริบทของการสนทนา: เลขานุการกำลังติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อนัดหมายการประชุมออนไลน์ระหว่างกรรมการของทั้งสองฝ่าย
- A: Hello, this is Sarah from Global Tech. I’d like to schedule a meeting. (สวัสดีค่ะ ดิฉันซาร่าจาก Global Tech นะคะ อยากจะขอนัดประชุมค่ะ)
- B: Hi Sarah! What day would work best for your team? (สวัสดีค่ะคุณซาร่า ทางทีมของคุณสะดวกวันไหนคะ?)
- A: How about Thursday, October 15th at 2 PM? (ป็นวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม ตอนบ่ายสองโมง สะดวกไหมคะ?)
- B: Let me check the schedule. Honestly, 2 PM is a bit tight for us. (ขอเช็กตารางเวลาก่อนนะคะ… เอาจริงๆ ช่วงบ่ายสองโมงนี่ค่อนข้างแน่นเลยค่ะ)
- A: No problem. Can we do 4 PM instead? (ไม่เป็นไรค่ะ งั้นเปลี่ยนเป็นสี่โมงเย็นแทนได้ไหมคะ?)
- B: Yes, 4 PM on Thursday works perfectly. See you then! (ได้เลยค่ะ สี่โมงเย็นวันพฤหัสบดีสะดวกมากค่ะ แล้วเจอกันนะคะ!)

| บทสนทนาที่ 5: การต้อนรับและพาพนักงานใหม่ไปที่สำนักงาน |
บริบทของการสนทนา: ผู้จัดการแผนกพาพนักงานใหม่มาที่โต๊ะทำงานและแนะนำสถานที่พื้นฐานภายในสำนักงาน
- A: Welcome to our office, Lily! This is your desk. (ยินดีต้อนรับสู่สำนักงานของเรานะ ลิลี่! นี่คือโต๊ะทำงานของคุณ)
- B: Thank you, Mr. Brown. It’s very nice and clean. (ขอบคุณค่ะ คุณบราวน์ โต๊ะทำงานดูดีมากและสะอาดมากเลยค่ะ)
- A: The cafeteria is down the hall on the left. (โรงอาหารอยู่สุดทางเดินด้านซ้ายมือ)
- B: Great. Where can I find the printer? (ดีเลยค่ะ แล้วเครื่องพิมพ์อยู่ตรงไหนคะ?)
- A: It is right next to the meeting room. I will show you later. (อยู่ติดกับห้องประชุม เดี๋ยวผมจะพาไปดูทีหลังนะ)
- B: Thank you so much for your warm welcome! (ขอบคุณมากนะคะสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นนี้ค่ะ!)

บทสนทนาภาษาอังกฤษ หัวข้อร้านอาหารและการรับประทานอาหาร
ในชีวิตประจำวัน บทสนทนาภาษาอังกฤษ 2 คน เพื่อน มักเกิดขึ้นในร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารเย็นกับครอบครัว นัดพบเพื่อนที่ร้านอาหาร การโทรจองโต๊ะล่วงหน้าสำหรับมื้อค่ำสุดพิเศษ หรือการเดินทางไปต่างประเทศและต้องการลิ้มลองอาหารท้องถิ่น
คำศัพท์ทั่วไปในบทสนทนาภาษาอังกฤษที่ร้านอาหารและการรับประทานอาหาร
เพื่อให้สามารถสั่งอาหารได้อย่างคล่องแคล่วและสื่อสารกับพนักงานเสิร์ฟได้อย่างมั่นใจ คุณควรเรียนรู้คําศัพท์อาหารไทย ภาษาอังกฤษและการบริการในร้านอาหาร สามารถศึกษาคำศัพท์เพิ่มเติมและฝึกการออกเสียงได้จากบทความ คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับร้านอาหารและการสั่งอาหาร บนเว็บไซต์ของ ELSA Speak
ด้านล่างนี้คือสรุปคำศัพท์ 10 คำที่พบบ่อยที่สุดในบทสนทนาภาษาอังกฤษที่ร้านอาหาร หรือบทสนทนาภาษาอังกฤษในร้านกาแฟได้:
| คำศัพท์ | การออกเสียงแบบ IPA | ความหมาย |
| Menu | /ˈmen.juː/ | เมนูอาหาร |
| Order | /ˈɔː.dər/ | สั่งอาหาร / สั่งซื้อ |
| Waiter | /ˈweɪ.tər/ | พนักงานเสิร์ฟชาย |
| Bill | /bɪl/ | ใบเสร็จ / บิล |
| Dessert | dɪˈzɜːt/ | ของหวาน |
| Reservation | /ˌrez.əˈveɪ.ʃən/ | การจองโต๊ะ |
| Delicious | dɪˈlɪʃ.əs/ | อร่อย |
| Tip | /tɪp/ | เงินทิป |
| Appetizer | /ˈæp.ə.taɪ.zər/ | อาหารเรียกน้ำย่อย |
| Main course | /meɪn kɔːs/ | อาหารจานหลัก |

3+ ตัวอย่างบทสนทนาภาษาอังกฤษหัวข้อร้านอาหารและการรับประทานอาหาร
ด้านล่างคือตัวอย่างบทสนทนาที่ช่วยให้คุณฝึกการโต้ตอบเมื่อต้องรับประทานอาหารในร้านอาหารต่างประเทศ:
| บทสนทนาที่ 1: บทสนทนาภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์ เพื่อจองโต๊ะที่ร้านอาหาร |
บริบทของการสนทนา: ลูกค้าโทรผ่านสายด่วนของลูกค้าโทรไปยังร้านอาหารเพื่อจองโต๊ะสำหรับกลุ่มเล็กในคืนวันเสาร์นี้
- A: Hello, ELSA Restaurant. How can I assist you today? (สวัสดีค่ะ ร้านอาหาร ELSA ยินดีให้บริการค่ะ มีอะไรให้ช่วยคะ?)
- B: Hi, I’d like to make a reservation for this Saturday night. (สวัสดีครับ ผมต้องการจองโต๊ะสำหรับคืนวันเสาร์นี้ครับ)
- A: Sure. For how many people, please? (ด้เลยค่ะ ขอทราบว่ามากี่ท่านคะ?)
- B: It’s for a group of four people. Around 7 PM. (ทั้งหมด 4 คนครับ เวลาประมาณหนึ่งทุ่ม)
- A: Let me check. Honestly, Saturday night at 7 PM is very busy, but we have one table left. (ขอเช็กก่อนนะคะ คืนวันเสาร์เวลา 1 ทุ่มค่อนข้างเต็ม แต่ยังเหลือโต๊ะว่างอยู่ 1 โต๊ะค่ะ)
- B: Perfect! Please book that table for me under the name of David. (เยี่ยมเลยครับ รบกวนจองในชื่อ David ให้ผมด้วยครับ)

| บทสนมนาที่ 2: สั่งอาหารจานหลักกับพนักงานเสิร์ฟ |
บริบทบทสนทนาภาษาอังกฤษที่ร้านอาหาร: พนักงานเสิร์ฟมารับออเดอร์จากลูกค้าสองท่าน
- A: Good evening. Are you ready to order your main course? (สวัสดีตอนเย็นค่ะ พร้อมสั่งอาหารจานหลักหรือยังคะ?)
- B: Yes, please. I would like the grilled salmon with vegetables. (พร้อมครับ ผมขอปลาแซลมอนย่างเสิร์ฟพร้อมผักครับ)
- A: Great choice. And for you, sir? (เป็นตัวเลือกที่ดีมากค่ะ แล้วคุณผู้ชายอีกท่านรับอะไรดีคะ?)
- C: I’ll have the medium-rare beefsteak with mushroom sauce. (ผมขอสเต๊กเนื้อระดับมีเดียมแรร์ ราดซอสเห็ดครับ)
- A: Excellent. Would you like anything to drink with that? (ได้เลยค่ะ แล้วรับเครื่องดื่มอะไรเพิ่มเติมไหมคะ?)
- B: Just two glasses of still water, thank you. (ขอเป็นน้ำเปล่า 2 แก้วก็พอครับ ขอบคุณครับ)

| บทสนทนาที่ 3: แจ้งปัญหาอาหารที่เสิร์ฟมาเย็นกับพนักงานเสิร์ฟ |
บริบทของการสนทนา: ลูกค้าเรียกพนักงานเสิร์ฟเพื่อแจ้งว่าซุปที่ได้รับเย็นชืด
- A: Excuse me, waiter. There is a small problem with my soup. (ขอโทษครับ มีปัญหาเล็กน้อยกับซุปของผม)
- B: I’m so sorry to hear that. What seems to be the problem? (ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งค่ะ เกิดปัญหาอะไรหรือคะ?)
- A: Honestly, it is completely cold. Can you warm it up for me? (พูดตรง ๆ เลยนะครับ ซุปเย็นหมดแล้ว ช่วยอุ่นให้หน่อยได้ไหม?)
- B: Of course, sir. I apologize for this inconvenience. (ได้เลยค่ะ ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะคะ)
- A: Thank you. I appreciate your quick help. (ขอบคุณครับ ผมซาบซึ้งในความช่วยเหลือที่รวดเร็วของคุณมาก)
- B: No problem. I will bring you a hot soup right away. (ด้วยความยินดีค่ะ ดิฉันจะนำซุปร้อนมาให้ทันที)

| บทสนทนาที่ 4: ขอดูเมนูของหวาน |
บริบทของการสนทนา: ลูกค้ารับประทานอาหารจานหลักเสร็จแล้วและต้องการสั่ง ของหวาน ภาษา อังกฤษ
- A: Excuse me, waiter. We have finished our main course. (ขอโทษครับ เราทานอาหารจานหลักเสร็จแล้ว)
- B: I hope you enjoyed your meal! Would you like to see the dessert menu? (หวังว่าคุณจะอิ่มอร่อยกับมื้อนี้นะคะ สนใจดูเมนูของหวานไหมคะ?)
- A: Yes, please. What is the specialty dessert today? (ครับ วันนี้มีของหวานแนะนำอะไรบ้าง?)
- B: Honestly, our chocolate lava cake is the most popular choice. (พูดตามตรงนะคะ เค้กลาวาช็อกโกแลตของเราเป็นเมนูยอดนิยมที่สุดค่ะ)
- A: That sounds delicious. Let’s order two portions of that. (ฟังดูน่าอร่อยมาก งั้นขอสองที่ครับ)
- B: Certainly. I will bring them out in ten minutes. (ด้เลยค่ะ จะนำมาเสิร์ฟภายใน 10 นาที)

| บทสนทนาที่ 5: ขอเช็กบิลและชำระเงิน |
บริบทของการสนทนา: ลูกค้าเรียกพนักงานเสิร์ฟเพื่อขอบิลและชำระเงิน
- A: Excuse me, could we have the bill, please? (ขอโทษครับ ขอเช็กบิลได้ไหมครับ?)
- B: Yes, of course. Here is your bill, sir. (ได้เลยค่ะ นี่คือบิลเสร็จของคุณค่ะ)
- A: Thank you. Honestly, we really enjoyed the food and the service. (ขอบคุณครับ พูดตรง ๆ เลยนะครับ พวกเราประทับใจทั้งอาหารและการบริการมาก)
- B: Thank you so much for your kind words! How would you like to pay? (ขอบคุณมากสำหรับคำชมค่ะ คุณต้องการชำระเงินด้วยวิธีใดคะ?)
- A: We would like to pay by credit card. (ขอชำระด้วยบัตรเครดิตครับ)
- B: Perfect. I will bring the card machine right away. (ได้เลยค่ะ ดิฉันจะนำเครื่องรูดบัตรมาให้ทันที)

บทสนทนาภาษาอังกฤษหัวข้อการท่องเที่ยวและการสอบถามเส้นทาง
สถานการณ์การสอบถามเส้นทางเป็นหนึ่งใน บทสนทนาภาษาอังกฤษสำหรับการเดินทาง ท่องเที่ยวต่างประเทศด้วยตนเอง หลงทางในเมืองใหม่ ใช้บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถประจำทางหรือรถไฟฟ้า หรือกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
คำศัพท์ทั่วไปในบทสนทนาภาษาอังกฤษสำหรับการเดินทาง
เพื่อให้สามารถเดินทางได้อย่างมั่นใจและไม่สับสนกับเส้นทาง คุณควรจดจำคำศัพท์พื้นฐานเกี่ยวกับสถานที่และทิศทางการเดินทาง นอกจากนี้ยังสามารถศึกษาคำศัพท์เพิ่มเติมได้จากบทความ คำศัพท์ภาษาอังกฤษหัวข้อการท่องเที่ยวและการถามทาง บนเว็บไซต์ของ ELSA Speak
ด้านล่างนี้คือสรุปคำศัพท์ที่พบบ่อยที่สุดในบทสนทนาภาษาอังกฤษพร้อมคำอ่าน หัวข้อ บทสนทนาภาษาอังกฤษถามทาง และการเดินทาง:
| คำศัพท์ | การออกเสียงแบบ IPA | ความหมาย |
| Map | /mæp/ | แผนที่ |
| Direction | /daɪˈrek.ʃən/ | ทิศทาง |
| Station | /ˈsteɪ.ʃən/ | สถานี |
| Lost | /lɒst/ | หลงทาง |
| Straight | /streɪt/ | เดินตรง |
| Turn | /tɜːn/ | เลี้ยว |
| Ticket | /ˈtɪk.ɪt/ | ตั๋ว |
| Corner | /ˈkɔː.nər/ | หัวมุมถนน |
| Near | /nɪər/ | ใกล้ |
| Far | /fɑːr/ | ไกล |

3+ ตัวอย่างบทสนทนาภาษาอังกฤษหัวข้อการท่องเที่ยวและการถามทาง
มาฝึกใช้คำศัพท์ข้างต้นผ่านตัวอย่าง 5 บทสนทนาภาษาอังกฤษพร้อมคำแปล ด้านล่างนี้:
| บทสนทนาที่ 1: นักท่องเที่ยวหลงทาง |
บริบทของการสนทนา: นักท่องเที่ยวสองคนกำลังเดินทางด้วยตนเอง แต่สัญญาณอินเทอร์เน็ตในโทรศัพท์หาย ทำให้ไม่สามารถใช้แผนที่ออนไลน์และหลงทาง
- A: Tom, honestly, I think we are completely lost now. (ทอม พูดตรง ๆ นะ ฉันคิดว่าพวกเราหลงทางแล้ว)
- B: Really? Let me check the map on my phone again. (จริงเหรอ? เดี๋ยวฉันลองเช็กแผนที่ในโทรศัพท์อีกครั้ง)
- A: There is no internet connection here. Let’s ask that person. (ที่นี่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเลย ไปถามคนแถวนั้นกันเถอะ)
- B: Good idea. Excuse me, sir, we are lost. Can you help us? (ไอเดียดีครับ ขอโทษครับ พวกเราหลงทาง ช่วยหน่อยได้ไหมครับ?)
- C: Sure, where are you trying to go? (ได้เลยครับ พวกคุณกำลังจะไปที่ไหน?)
- B: We are looking for the Central Park. (พวกเรากำลังหาทางไป Central Park ครับ)

>>> ดูเพิ่มเดิม:
- 100+ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษสำหรับการท่องเที่ยวแบบเร่งรัดและมีประโยชน์ให้ทุกสถานการณ์
- 50+ คำศัพท์เกี่ยวกับทิศ ภาษาอังกฤษ – คำถามและคำบอกทางทั่วไป
| บทสนทนาที่ 2: บทสนทนาภาษาอังกฤษที่โรงแรม เกี่ยวกับขั้นตอนการเช็คอินที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ |
บริบทของการสนทนา: ลูกค้าได้จองห้องพักผ่านออนไลน์และเดินทางมาที่แผนกต้อนรับเพื่อเช็กอินในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี
- A: Welcome to ELSA Hotel! How may I assist you today? (ยินดีต้อนรับสู่โรงแรม ELSA ค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?)
- B: Hi, I’d like to check in. I have a reservation under the name of David. (สวัสดีครับ ผมต้องการเช็กอิน ผมจองห้องไว้ในชื่อ David ครับ)
- A: Yes, I see your booking here for a deluxe room. May I have your ID, please? (ค่ะ ดิฉันพบข้อมูลการจองห้องดีลักซ์ของคุณแล้ว รบกวนขอดูหนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวได้ไหมคะ?)
- B: Sure, here is my passport. (ได้ครับ นี่คือหนังสือเดินทางของผม)
- A: Thank you, Mr. David. Your room is 305 on the third floor. Here is your key card. (ขอบคุณค่ะ คุณ David ห้องของคุณคือหมายเลข 305 ชั้น 3 นี่คือคีย์การ์ดค่ะ)
- B: Excellent. Thank you very much! (ยี่ยมมากครับ ขอบคุณมาก)

| บทสนทนาที่ 3: ขั้นตอนเช็กเอาต์และชำระค่าบริการเพิ่มเติม |
บริบทของการสนทนา: ลูกค้าเช็กเอาต์จากโรงแรมและชำระค่าบริการเพิ่มเติมที่ใช้ระหว่างการเข้าพัก
- A: Good morning. I’d like to check out of room 105, please. (สวัสดีครับ ผมต้องการเช็กเอาต์จากห้อง 105 ครับ)
- B: Good morning, sir. Did you use any drinks from the minibar? (สวัสดีค่ะ ระหว่างเข้าพัก คุณได้ใช้เครื่องดื่มในมินิบาร์หรือไม่คะ?)
- A: Yes, I had one bottle of water and a pack of chips. (ใช่ครับ ผมดื่มน้ำเปล่า 1 ขวด และรับประทานมันฝรั่งทอด 1 ถุง)
- B: Alright. Honestly, your total extra bill is only five dollars. (ได้ค่ะ ค่าบริการเพิ่มเติมทั้งหมมีเพียง 5 ดอลลาร์ค่ะของคุณอยู่ที่เพียง 5 ดอลลาร์ค่ะ)
- A: Great. Here is my credit card for the payment. (ดีเลยครับ นี่คือบัตรเครดิตของผมสำหรับชำระเงิน)
- B: Thank you, sir. Your payment is complete. Have a safe journey home! (ขอบคุณค่ะ การชำระเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะคะ)

| บทสนทนาที่ 4: ฝากสัมภาระไว้ที่แผนกต้อนรับหลังจากเช็คเอาต์ |
บริบทของการสนทนา: ลูกค้าเช็กเอาต์ตอนเที่ยง แต่เที่ยวบินออกตอน 21.00 น. จึงต้องการฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อน
- A: Hi, we have checked out, but our flight is at 9 PM. Can we leave our luggage here? (สวัสดีค่ะ พวกเราเช็กเอาต์แล้ว แต่เที่ยวบินของเราตอนสามทุ่ม สามารถฝากกระเป๋าไว้ที่นี่ได้ไหมคะ?)
- B: Yes, of course, ma’am! We have a secure luggage room for our guests. (ได้เลยครับ ทางโรงแรมมีห้องรับฝากสัมภาระที่ปลอดภัยสำหรับลูกค้าครับ)
- A: That is wonderful. Is there any extra fee for this service? (ดีมากเลยค่ะ มีค่าบริการเพิ่มเติมหรือเปล่า?)
- B: No, it is completely free for our hotel guests. (ไม่มีครับ บริการนี้ฟรีสำหรับลูกค้าของโรงแรม)
- A: Perfect. Here are our three suitcases. (เยี่ยมเลยค่ะ นี่คือกระเป๋าเดินทางของพวกเรา 3 ใบ)
- B: Thank you. Here is your luggage tag. Please show it to us when you return. (ขอบคุณครับ นี่คือบัตรรับฝากสัมภาระ กรุณานำมาแสดงตอนมารับกระเป๋าด้วยนะครับ)

| บทสนทนาที่ 5: เรียกแท็กซี่ไปยังจุดหมาย |
บริบทของการสนทนา: บทสนทนาภาษาอังกฤษที่สนามบิน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเรียกแท็กซี่ไปโรงแรมที่จองไว้
- A: Hello, can you take me to the ELSA Hotel on Broadway street? (สวัสดีครับ คุณช่วยพาผมไปโรงแรม ELSA บนถนน Broadway ได้ไหมครับ?)
- B: Yes, of course. Please put your luggage in the back trunk. (ได้ครับ เชิญวางสัมภาระไว้ที่ท้ายรถได้เลย)
- A: Thank you. Is the hotel difficult to find? (ขอบคุณครับ โรงแรมนั้นหายากไหมครับ?)
- B: Honestly, it’s very famous, so I know exactly where it is. (พูดตรง ๆ เลยนะครับ โรงแรมนี้มีชื่อเสียงมาก ผมรู้เส้นทางเป็นอย่างดี)
- A: Great. Let’s go then. (เยี่ยมเลย งั้นเราไปกันครับ)
- B: Sure. Please buckle your seatbelt, sir. (ได้ครับ กรุณาคาดเข็มขัดนิรภัยด้วยนะครับ)

บทสนทนาภาษาอังกฤษซื้อของในชีวิตประจำวัน
บทสนทนาภาษาอังกฤษซื้อของ มักเกิดขึ้นเมื่อคุณไปซื้อเสื้อผ้าที่ห้างสรรพสินค้า ซื้อของใช้ประจำวัน ถามพนักงานเกี่ยวกับขนาดสินค้า ราคา โปรโมชั่นส่วนลด หรือการเปลี่ยนและคืนสินค้าที่มีปัญหา
คำศัพท์ทั่วไปหัวข้อการช้อปปิ้งในชีวิตประจำวัน
เพื่อให้การช้อปปิ้งเป็นเรื่องง่ายและไม่มีอุปสรรคด้านภาษา คุณควรเรียนรู้คำศัพท์พื้นฐานเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้า นอกจากนี้ยังสามารถศึกษาคำศัพท์เพิ่มเติมได้จากบทความ คำศัพท์ภาษาอังกฤษหัวข้อการช้อปปิ้งในชีวิตประจำวัน บนเว็บไซต์ของ ELSA Speak
ด้านล่างนี้คือตารางสรุปคำศัพท์เกี่ยวกับการช้อปปิ้งที่พบบ่อย:
| คำศัพท์ | การออกเสียงแบบ IPA | ความหมาย |
| Price | /praɪs/ | ราคา |
| Size | /saɪz/ | ขนาด |
| Discount | /ˈdɪs.kaʊnt/ | ส่วนลด |
| Fitting room | /ˈfɪt.ɪŋ ruːm/ | ห้องลองเสื้อ |
| Cash | /kæʃ/ | เงินสด |
| Receipt | rɪˈsiːt/ | ใบเสร็จ |
| Return | rɪˈtɜːn/ | คืนสินค้า |
| Cheap | /tʃiːp/ | ราคาถูก |
| Expensive | ɪkˈspen.sɪv/ | ราคาแพง |
| Customer | /ˈkʌs.tə.mər/ | ลูกค้า |

3+ ตัวอย่างบทสนทนาภาษาอังกฤษซื้อของช้อปปิ้งในชีวิตประจำวัน
ด้านล่างคือตัวอย่างบทสนทนาสั้น ๆ ที่ช่วยให้คุณฝึกการสื่อสารอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อไปซื้อสินค้า:
| บทสนทนาที่ 1: การสอบถามพนักงานเกี่ยวกับเสื้อไซส์อื่น |
บริบทของการสนทนา: ลูกค้าถูกใจเสื้อยืดตัวหนึ่ง แต่ไม่มีไซส์ที่พอดี จึงขอให้พนักงานช่วยตรวจสอบ
- A: Excuse me, I like this t-shirt. Do you have it in a larger size? (ขอโทษครับ ผมชอบเสื้อยืดตัวนี้ มีไซส์ใหญ่กว่านี้ไหมครับ?)
- B: Let me check. Honestly, we only have one medium size left on the shelf. (ขอเช็กให้สักครู่นะคะ พูดตรง ๆ ตอนนี้เหลือไซส์ M อยู่เพียงตัวเดียวบนชั้นค่ะ)
- A: Oh, that’s too bad. Can you check the stock in the back room? (เสียดายจัง คุณช่วยเช็กในสต็อกด้านหลังให้หน่อยได้ไหมครับ?)
- B: Sure, please wait a minute. I will check for you right away. (ได้เลยค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ ดิฉันจะไปตรวจสอบให้ทันที)
- A: Thank you so much for your help. (ขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือครับ)
- B: No problem. I’ll be back in a second. (ด้วยความยินดีค่ะ เดี๋ยวกลับมานะคะ)

| บทสนทนาที่ 2: สอบถามโปรโมชั่นส่วนลด |
บริบทของการสนทนา: ลูกค้าซื้อสินค้าหลายรายการและสอบถามว่ามีส่วนลดสำหรับยอดซื้อสูงหรือไม่
- A: Hello, I have a lot of items here. Is there any special discount? (วัสดีครับ ผมซื้อของหลายชิ้นเลย วันนี้มีโปรโมชั่นพิเศษไหมครับ?)
- B: Honestly, we don’t have any store-wide discount today. (พูดตรง ๆ วันนี้ทางร้านไม่มีโปรโมชั่นลดราคาทั้งร้านค่ะ)
- A: Oh, that’s a pity. What about membership discounts? (เสียดายจัง แล้วมีส่วนลดสำหรับสมาชิกไหมครับ?)
- B: Yes! If you spend over forty dollars, you get five percent off. (มีค่ะ! หากยอดซื้อเกิน 40 ดอลลาร์ จะได้รับส่วนลด 5%)
- A: Great! My bill is definitely over forty dollars. (เยี่ยมเลยครับ ยอดของผมเกิน 40 ดอลลาร์แน่นอน)
- B: Perfect. Please scan your member barcode on this machine. (ได้เลยค่ะ กรุณาสแกนบาร์โค้ดสมาชิกที่เครื่องนี้นะคะ)

>>> ดูเพิ่มเดิม: 220+ รูปแบบประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุด
| บทสนทนาที่ 3: เลือกวิธีชำระเงิน |
บริบทของการสนทนา: พนักงานคิดเงินสอบถามลูกค้าเกี่ยวกับวิธีการชำระเงินที่ต้องการ หลังจากรวมยอดค่าสินค้าแล้ว
- A: Your total comes to thirty dollars. How would you like to pay? (ยอดรวมทั้งหมด 30 ดอลลาร์ค่ะ ต้องการชำระเงินด้วยวิธีไหนคะ?)
- B: Honestly, I am out of cash today. Can I pay with credit card? (พูดตรง ๆ วันนี้ผมไม่มีเงินสด สามารถจ่ายด้วยบัตรเครดิตได้ไหมครับ?)
- A: Yes, of course. We accept all major credit cards. (ได้ค่ะ ทางร้านรับบัตรเครดิตหลักทุกประเภทค่ะ)
- B: Great. Here is my card. Do I need to enter my PIN? (ดีเลยครับ นี่คือบัตรของผม ต้องใส่รหัส PIN ไหมครับ?)
- A: Yes, please enter it on this machine. (ใช่ค่ะ กรุณาใส่รหัสบนเครื่องนี้ได้เลย)
- B: Okay, done. Thank you very much! (เรียบร้อยแล้วครับ ขอบคุณมากครับ)

| บทสนทนาที่ 4: ขั้นตอนเปลี่ยนหรือคืนสินค้าที่มีตำหนิ |
บริบทของการสนทนา: ลูกค้านำกางเกงยีนส์ที่ซื้อเมื่อวานกลับมาที่ร้าน เนื่องจากพบรอยขาดเล็ก ๆ
- A: Hi, I bought these jeans yesterday, but there is a hole in them. (สวัสดีครับ ผมซื้อกางเกงยีนส์ตัวนี้เมื่อวาน แต่พบว่ามีรูเล็ก ๆ อยู่ครับ)
- B: I’m very sorry about that. Do you have the receipt with you? (ต้องขออภัยด้วยนะคะ คุณนำใบเสร็จมาด้วยหรือไม่คะ?)
- A: Yes, here is the receipt and the price tag is still on the pants. (นำมาครับ นี่คือใบเสร็จ และป้ายราคาก็ยังติดอยู่)
- B: Perfect. Honestly, we can exchange it for a new one or refund your money. (ดีมากค่ะ ทางร้านสามารถเปลี่ยนตัวใหม่ หรือคืนเงินให้ได้ค่ะ)
- A: I would like to exchange it for the same style, please. (ผมขอเปลี่ยนเป็นแบบเดิมนะครับ)
- B: Sure, let me get a new one for you right away. (ได้เลยค่ะ ดิฉันจะนำตัวใหม่มาให้ทันที)

| บทสนทนาที่ 5: ขอใบกำกับภาษี |
บริบทของการสนทนา: ลูกค้าซื้ออุปกรณ์สำนักงานให้บริษัทและต้องการใบกำกับภาษีเพื่อนำไปเบิกกับฝ่ายบัญชี
- A: Excuse me, after the payment, can I get a detailed receipt? (ขอโทษครับ หลังจากชำระเงินแล้ว ผมขอใบเสร็จแบบละเอียดได้ไหมครับ?)
- B: Yes, of course. We always provide a receipt with every purchase. (ได้ค่ะ ทางร้านออกใบเสร็จให้กับลูกค้าทุกการสั่งซื้อ)
- A: Honestly, I need a tax invoice for my company’s accounting. (จริง ๆ แล้ว ผมต้องการใบกำกับภาษีสำหรับส่งให้ฝ่ายบัญชีของบริษัทครับ)
- B: Understood. Please write down your company’s tax code on this paper. (ได้ค่ะ กรุณาเขียนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทลงในกระดาษแผ่นนี้นะคะ)
- A: Okay, here is the information. Thank you! (ได้ครับ นี่คือข้อมูล ขอบคุณครับ)
- B: You are welcome. I will print the invoice for you in a minute. (ด้วยความยินดีค่ะ ดิฉันจะพิมพ์ใบกำกับภาษีให้ภายในหนึ่งนาทีนะคะ)

ข้อควรรู้ในบทสนทนาภาษาอังกฤษ
นอกจากการเตรียมคำศัพท์และประโยคพื้นฐานแล้ว เพื่อให้บทสนทนาภาษาอังกฤษ ดำเนินไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติ คุณจำเป็นต้องเข้าใจหลักการสำคัญบางประการของการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เพราะการสื่อสารในชีวิตจริงไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำคำมาเรียงร้อยเป็นประโยคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเข้าใจในบริบททางวัฒนธรรมและการรู้จักตอบโต้ด้วยไหวพริบและมารยาทที่เหมาะสมอีกด้วย
การปฏิบัติตามหลักการสื่อสารต่อไปนี้จะช่วยลดความเข้าใจผิดและสร้างความประทับใจที่ดีให้กับคู่สนทนา ต่อไปนี้คือประเด็นสำคัญที่ควรคำนึงถึงเมื่อเข้าร่วมบทสนทนาภาษาอังกฤษใดก็ตาม:
- การฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening): รับฟังมุมมองของอีกฝ่ายอย่างเต็มที่ แทนที่จะมัวแต่คิดว่าจะพูดอะไรต่อไป อาจใช้คำตอบรับสั้นๆ เช่น Uh-huh, I see, Right หรือพยักหน้าเบาๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณกำลังตั้งใจฟังอยู่
- การใช้ภาษากาย (Body Language): การสื่อสารโดยไม่ใช้คำพูดมีความสำคัญอย่างยิ่ง ควรมีการสบตา (eye contact) ในระดับที่พอเหมาะและยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตรเพื่อสร้างบรรยากาศที่เปิดกว้าง
- หลีกเลี่ยงการขัดจังหวะผู้อื่น (Don’t Interrupt): ควรรอให้อีกฝ่ายพูดจบเสียก่อน แล้วจึงค่อยแสดงความคิดเห็นหรือสอบถามเพิ่มเติม
- ใช้คำถามปลายเปิด (Open-ended Questions): แทนที่จะถามคำถามที่ตอบเพียงแค่ใช่ หรือ ไม่ (Yes/No) ซึ่งอาจทำให้บทสนทนาหยุดชะงัก ให้ลองใช้คำถามที่ขึ้นต้นด้วย How, Why, What เพื่อกระตุ้นให้อีกฝ่ายได้บอกเล่าเรื่องราวหรือข้อมูลต่างๆ มากขึ้น

ฝึกบทสนทนาภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติกับ ELSA Speak
ELSA Speak คือแอปพลิเคชันฝึกการพูดภาษาอังกฤษที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (A.I.) ในการวิเคราะห์การออกเสียง ช่วยตรวจจับและแก้ไขข้อผิดพลาดได้อย่างละเอียดในทุกพยางค์ พร้อมเสริมสร้างความมั่นใจในการสื่อสารภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริง
เพื่อเปลี่ยนความรู้ด้านทฤษฎีให้กลายเป็นทักษะการสื่อสารที่ใช้งานได้จริง การฝึกฝนผ่านสถานการณ์จำลองอัจฉริยะถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสร้างทักษะการโต้ตอบสื่อสารในชีวิตประจำวันได้อย่างครอบคลุมและเป็นธรรมชาติ ELSA Speak จึงนำเสนอ 3 ฟีเจอร์อัจฉริยะสำหรับการฝึกสนทนา ดังนี้
ฟีเจอร์ Role Play (สวมบทบาทการสนทนา)
ฟีเจอร์ Role Play เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสวมบทบาทเป็นตัวละครในสถานการณ์จำลองต่าง ๆ และสนทนากับ AI แบบโต้ตอบเสมือนจริง ด้านล่างนี่คือข้อดีที่โดดเด่นของฟีเจอร์ Role Play ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการสนทนาในชีวิตประจำวันของคุณ:
- มีสถานการณ์จำลองให้เลือกหลายร้อยรูปแบบ ครอบคลุมทั้งชีวิตประจำวัน การช้อปปิ้ง การเดินทาง และการทำงานในสำนักงาน
- การได้รับคำแนะนำและผลตอบรับเรื่องการออกเสียง น้ำเสียง และความคล่องแคล่วในทันที จะช่วยให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษา

ฟีเจอร์ Interview Coach (ฝึกสัมภาษณ์งาน)
ฟีเจอร์ Interview Coach เปรียบเสมือนผู้ช่วยฝึกสัมภาษณ์ส่วนตัว ช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสัมภาษณ์งานจริงเป็นภาษาอังกฤษ ด้านล่างนี้คือประโยชน์ที่ฟีเจอร์ Interview Coach มอบให้แก่ผู้เรียน:
- จำลองคำถามสัมภาษณ์ที่สอดคล้องกับสายงานที่คุณสมัคร พร้อมปรับเนื้อหาให้เหมาะกับแต่ละอาชีพที่คุณสมัครไป
- วิเคราะห์คำตอบของคุณอย่างละเอียด พร้อมทั้งให้คำแนะนำเพื่อพัฒนาคลังคำศัพท์และแก้ไขข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์อย่างรวดเร็วและเข้าใจง่าย

ฟีเจอร์ Meeting Coach (ฝึกการสื่อสารในการประชุม)
ฟีเจอร์ Meeting Coach เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนทำงานสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจในการนำเสนอ การอภิปรายกลุ่ม หรือการประชุมออนไลน์เป็นภาษาอังกฤษในบริบทการทำงานแบบมืออาชีพ ด้านล่างนี้คือประโยชน์ที่ใช้งานได้จริงซึ่งฟีเจอร์ Meeting Coach มอบให้กับคนทำงานมืออาชีพ:
- นำเสนอรูปแบบประโยคระดับมืออาชีพสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการรายงานความคืบหน้า การให้ข้อเสนอแนะเชิงวิพากษ์ หรือการแสดงความเห็นด้วย
- ระบบวิเคราะห์เสียงแบบเรียลไทม์ช่วยให้คุณควบคุความเร็วในการพูดและระดับความดังของเสียงได้ ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องนำเสนอต่อหน้าผู้ฟัง
คำถามที่พบบ่อย
ต่อไปนี้คือคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อยที่สุดของผู้เรียน เมื่อเริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษผ่านการสนทนา
Conversation ภาษาอังกฤษหมายความว่าอย่างไร? ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
คำตอบ: Conversation (บทสนทนา) หมายถึงการสนทนาหรือการโต้ตอบพูดคุย โดยทั่วไปแล้ว การสนทนาตามรูปแบบมาตรฐานจะประกอบด้วยส่วนต่างๆ ได้แก่ การกล่าวทักทายเพื่อเริ่มต้น (greetings) ประเด็นหลักในการสนทนา (main topic) และการกล่าวลาเพื่อปิดท้าย (goodbyes)
วิธีพูด บทสนทนาภาษาอังกฤษ 2 คน ถาม-ตอบ ให้สั้นที่สุดได้อย่างไร?
คำตอบ: โดยทั่วไปแล้ว บทสนทนาภาษาอังกฤษ 2 คน ถาม-ตอบ สั้นกระชับมักประกอบด้วยการโต้ตอบเพียง 4–6 ครั้ง ซึ่งเน้นไปที่การถามไถ่สารทุกข์สุกดิบหรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลสั้นๆ (เช่น การทักทาย → การถามความเป็นอยู่ → การตอบกลับ → การกล่าวลา)
คำว่า Honestly ใช้อย่างไรใน บทสนทนาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน?
คำตอบ: คำวิเศษณ์ Honestly มักใช้เมื่อคุณต้องการแสดงความคิดเห็นอย่างจริงใจหรือยอมรับความจริงอย่างตรงไปตรงมา โดยปกติแล้วคำนี้จะวางไว้ที่ต้นประโยค (ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค) หรือวางไว้หน้าคำกริยาหลักของประโยค
บทสนทนาภาษาอังกฤษ ในภาษาอังกฤษเขียนอย่างไร?
คำตอบ: บทสนทนาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน แปลเป็นภาษาอังกฤษคือ English conversation
การฝึกฝนทุกวันผ่าน บทสนทนาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน เป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาปฏิกิริยาโต้ตอบที่รวดเร็ว คุณสามารถใช้แอป ELSA Speak เพื่อให้คุณได้รับการแก้ไขการออกเสียงอย่างละเอียดแม่นยำถึงระดับพยางค์ ด้วยเทคโนโลยี AI จดจำเสียงพูด นอกจากนี้ อย่าลืมแวะไปที่ส่วน การสื่อสาร คำศัพท์ บทสนทนาภาษาอังกฤษ บนเว็บไซต์ของ ELSA Speak เพื่อขยายคลังคำศัพท์ของคุณให้ครอบคลุมหลากหลายหัวข้อ!
การจดจำชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนภาษาอังกฤษจะช่วยให้คุณมั่นใจมากขึ้นในการเขียนอีเมล การวางแผนตารางการทำงาน และการสื่อสารในชีวิตประจำวัน การเข้าใจรูปแบบคำย่อ การออกเสียงที่ถูกต้อง รวมถึงหลักการใช้คำบุพบทให้เหมาะสม จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่ไม่จำเป็นได้ บทความนี้จาก ELSA Speak ได้รวบรวมตารางชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนภาษาอังกฤษไว้อย่างครบถ้วนที่สุด พร้อมให้คุณใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้อย่างสะดวก มาค้นพบไปพร้อมกันเลย!
ประเด็นสำคัญ
- ระบบ 12 เดือนในภาษาอังกฤษ มีชื่อเรียก การออกเสียงที่ถูกต้อง และรูปแบบคำย่อเฉพาะของแต่ละเดือน
- การเขียนวันที่ในแต่ละเดือนจำเป็นต้องใช้ เลขลำดับ (Ordinal Numbers) ร่วมกับคำลงท้ายที่กำหนด
- รูปแบบการเขียนวันที่ที่นิยมมี 2 แบบ ได้แก่ British English ซึ่งเขียนวันก่อนเดือน และ American English ซึ่งเขียนเดือนก่อนวัน
- ตามหลักไวยากรณ์ ต้องใช้คำบุพบท in ก่อนชื่อเดือน และใช้ on เมื่อมีวันที่ระบุร่วมด้วย
- ชื่อเดือนในภาษาอังกฤษล้วนมีที่มาจากเรื่องราวและตำนานเทพปกรณัมของโรมันโบราณ
ชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนภาษาอังกฤษ
รายชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนภาษาอังกฤษ ได้แก่ January (มกราคม), February (กุมภาพันธ์), March (มีนาคม), April (เมษายน), May (พฤษภาคม), June (มิถุนายน), July (กรกฎาคม), August (สิงหาคม), September (กันยายน), October (ตุลาคม), November (พฤศจิกายน) และ December (ธันวาคม)
ด้านล่างนี้คือตารางสรุปชื่อเดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือนพร้อมคำอ่าน คำย่อ การออกเสียงตามหลัก IPA และคำอ่านภาษาไทย หวังว่าผู้เรียนจะเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับคำถาม เดือนภาษาอังกฤษอ่านว่าอย่างไร นะคะ:
| เดือน | ชื่อเดือนภาษาอังกฤษ | คำย่อ | การออกเสียงตาม IPA | การอ่านภาษาไทย |
| มกราคม | January | Jan. | /ˈdʒæn.ju.ə.ri/ | แจน-ยัว-รี |
| กุมภาพันธ์ | February | Feb. | /ˈfeb.ru.ə.ri/ | เฟบ-รู-เออ-รี |
| มีนาคม | March | Mar. | /mɑːtʃ/ | มาร์ช |
| เมษายน | April | Apr. | /ˈeɪ.prəl/ | เอ-พริล |
| พฤษภาคม | May | May | /meɪ/ | เม |
| มิถุนายน | June | Jun. | /dʒuːn/ | จูน |
| กรกฎาคม | July | Jul. | /dʒuˈlaɪ/ | จู-ลาย |
| สิงหาคม | August | Aug. | /ɔːˈɡʌst/ | ออ-กัส |
| กันยายน | September | Sep. / Sept. | /sepˈtem.bər/ | เซ็ป-เทม-เบอร์ |
| ตุลาคม | October | Oct. | /ɒkˈtəʊ.bər/ | ออท-โท-เบอร์ |
| พฤศจิกายน | November | Nov. | /nəʊˈvem.bər/ | โน-เวม-เบอร์ |
| ธันวาคม | December | Dec. | /dɪˈsem.bər/ | ดี-เซ็ม-เบอร์ |

วันที่ในเดือนเป็นภาษาอังกฤษ (Days of the Month)
แตกต่างจากตัวเลขทั่วไป การระบุวันที่ในภาษาอังกฤษจำเป็นต้องใช้ เลขลำดับ (Ordinal numbers) ร่วมกับคำลงท้ายแบบย่อ ได้แก่ st, nd, rd และ th โดยมีรายละเอียดดังนี้
| วันที่ | ภาษาอังกฤษ | ภาษาอังกฤษ คำย่อ |
| วันที่ 1 | First | 1st (/fɜːst/) |
| วันที่ 2 | Second | 2nd (/ˈsek.ənd/) |
| วันที่ 3 | Third | 3rd (/θɜːd/) |
| วันที่ 4 | Fourth | 4th (/fɔːθ/) |
| วันที่ 5 | Fifth | 5th (/fɪfθ/) |
| วันที่ 6 | Sixth | 6th (/sɪksθ/) |
| วันที่ 7 | Seventh | 7th (/ˈsev.ənθ/) |
| วันที่ 8 | Eighth | 8th (/eɪtθ/) |
| วันที่ 9 | Ninth | 9th (/naɪnθ/) |
| วันที่ 10 | Tenth | 10th (/tenθ/) |
| วันที่ 11 | Eleventh | 11th (/ɪˈlev.ənθ/) |
| วันที่ 12 | Twelfth | 12th (/twelfθ/) |
| วันที่ 13 | Thirteenth | 13th (/ˌθɜːˈtiːnθ/) |
| วันที่ 14 | Fourteenth | 14th (/ˌfɔːˈtiːnθ/) |
| วันที่ 15 | Fifteenth | 15th (/ˌfɪfˈtiːnθ/) |
| วันที่ 16 | Sixteenth | 16th (/ˌsɪksˈtiːnθ/) |
| วันที่ 17 | Seventeenth | 17th (/ˌsev.ənˈtiːnθ/) |
| วันที่ 18 | Eighteenth | 18th (/ˌeɪˈtiːnθ/) |
| วันที่ 19 | Nineteenth | 19th (/ˌnaɪnˈtiːnθ/) |
| วันที่ 20 | Twentieth | 20th (/ˈtwen.ti.əθ/) |
| วันที่ 21 | Twenty-first | 21st (/ˌtwen.tiˈfɜːst/) |
| วันที่ 22 | Twenty-second | 22nd (/ˌtwen.tiˈsek.ənd/) |
| วันที่ 23 | Twenty-third | 23rd (/ˌtwen.tiˈθɜːd/) |
| วันที่ 24 | Twenty-fourth | 24th (/ˌtwen.tiˈfɔːθ/) |
| วันที่ 25 | Twenty-fifth | 25th (/ˌtwen.tiˈfɪfθ/) |
| วันที่ 26 | Twenty-sixth | 26th (/ˌtwen.tiˈsɪksθ/) |
| วันที่ 27 | Twenty-seventh | 27th (/ˌtwen.tiˈsev.ənθ/) |
| วันที่ 28 | Twenty-eighth | 28th (/ˌtwen.tiˈeɪtθ/) |
| วันที่ 29 | Twenty-ninth | 29th (/ˌtwen.tiˈnaɪnθ/) |
| วันที่ 30 | Thirtieth | 30th (/ˈθɜː.ti.əθ/) |
| วันที่ 31 | Thirty-first | 31st (/ˌθɜː.tiˈfɜːst/) |

วิธีเขียนและออกเสียงวันที่ในเดือนภาษาอังกฤษ
การเขียนวันและเดือนภาษาอังกฤษมีรูปแบบหลักอยู่ 2 แบบ ได้แก่ แบบอังกฤษ (British English) และ แบบอเมริกัน (American English)
- แบบอังกฤษ (British English) – วันขึ้นก่อน เดือนตามหลัง
- โครงสร้าง: [วัน] + [เดือน] + [ปี]
- ตัวอย่าง: 18 September 2026 หรือ the 18th of September, 2026
- แบบอเมริกัน (American English) – เดือนขึ้นก่อน วันตามหลัง
- โครงสร้าง: [เดือน] + [วัน], [ปี] (ต้องใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่างวันและปี)
- ตัวอย่าง: September 18, 2026
- หลักการใช้คำบุพบทบอกเวลา
- ใช้ in เมื่อกล่าวถึงเดือนเพียงอย่างเดียว (ตัวอย่าง: in April)
- ใช้ on เมื่อระบุวันที่อย่างเจาะจง (ตัวอย่าง: on April 15th)
- ใช้ at เมื่อระบุเวลาอย่างเจาะจงในวันนั้น (ตัวอย่าง: at 8 AM)
>>> ดูเพิ่มเติม: IN, ON AT คืออะไร? วิธีใช้ที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง

ความหมายของชื่อเดือนภาษาอังกฤษ และ เทคนิคจำง่าย
ชื่อเดือนภาษาอังกฤษแต่ละเดือนล้วนมีที่มาจากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของอารยธรรมโรมันโบราณ
ด้านล่างนี้คือความหมายโดยสังเขปของชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนในรอบปี:
- January: ตั้งชื่อตามเทพเจ้า Janus เทพเจ้าสองพักตร์ที่มองไปยังอดีตและอนาคต สื่อถึงการเริ่มต้นใหม่
- February: มาจากเทศกาลชำระล้าง Februa ของชาวโรมันโบราณ
- March: ตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งสงคราม Mars ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการทำศึกในฤดูใบไม้ผลิ
- April: มาจากคำภาษาละติน aperire ซึ่งหมายถึง “เปิดออก” สื่อถึงช่วงเวลาที่ดอกไม้เริ่มผลิบานในฤดูใบไม้ผลิ
- May: ตั้งชื่อตามเทพี Maia เทพีแห่งการเจริญเติบโตและความอุดมสมบูรณ์
- June: ตั้งชื่อตามเทพี Juno เทพีแห่งการแต่งงานและการให้กำเนิด
- July: ตั้งชื่อตามจักรพรรดิ Julius Caesar เพื่อเป็นเกียรติแก่ Julius Caesarและเดือนเกิดของพระองค์
- August: ตั้งชื่อตามจักรพรรดิ Augustus Caesar เพื่อรำลึกถึงชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของพระองค์
- September: มาจากคำว่า septem ซึ่งหมายถึง “เจ็ด” ในปฏิทินโรมันโบราณที่มีทั้งหมด 10 เดือน
- October: มาจากคำว่า octo ซึ่งหมายถึง “แปด” ในปฏิทินโรมันโบราณ
- November: มาจากคำว่า novem ซึ่งหมายถึง “เก้า” ในปฏิทินโรมันโบราณ
- December: มาจากคำว่า decem ซึ่งหมายถึง “สิบ” ในปฏิทินโรมันโบราณ
>>> ดูเพิ่มเติม:
- ฤดูกาลภาษาอังกฤษ: คำศัพท์ idioms เกี่ยวกับฤดูกาลและ สภาพอากาศพร้อมวิธีอ่าน
- วันหยุดภาษาอังกฤษ วันหยุดเทศกาลต่าง ๆ ประจำปี

คำถามที่พบบ่อย
ด้านล่างนี้คือคำตอบแบบสั้น ๆ สำหรับคำถามที่ผู้เรียนมักสงสัยเกี่ยวกับระบบชื่อเดือนภาษาอังกฤษ
มีกี่เดือนที่มี 30 วัน ในภาษาอังกฤษ
คำตอบ: มีทั้งหมด 4 เดือน ได้แก่ April (เดือนที่ 4), June (เดือนที่ 6), September (เดือนที่ 9) และ November (เดือนที่ 11)
มีกี่เดือนที่มี 31 วัน ในภาษาอังกฤษ
คำตอบ: มีทั้งหมด 7 เดือน ได้แก่ January (เดือนที่ 1), March (เดือนที่ 3), May (เดือนที่ 5), July (เดือนที่ 7), August (เดือนที่ 8), October (เดือนที่ 10) และ December (เดือนที่ 12)
ทำไมเดือนกุมภาพันธ์ถึงมี 28 หรือ 29 วัน?
คำตอบ: ตามเรื่องเล่าที่แพร่หลาย เดือนกุมภาพันธ์มีเพียง 28 หรือ 29 วัน เนื่องจากจักรพรรดิ Augustus Caesar ทรงนำ 1 วันออกจากเดือนกุมภาพันธ์และเพิ่มเข้าไปในเดือนสิงหาคม เพื่อให้เดือนสิงหาคมมี 31 วันเท่ากับเดือนกรกฎาคมที่ตั้งชื่อตาม Julius Caesar
Jan, Mar, Sep และ Oct คือเดือนอะไร?
คำตอบ: Jan คือเดือนที่ 1 (January), Mar คือเดือนที่ 3 (March), Sep คือเดือนที่ 9 (September) และ Oct คือเดือนที่ 10 (October)
Spring คือเดือนไหน?
คำตอบ: Spring (ฤดูใบไม้ผลิ) ในประเทศแถบซีกโลกเหนือ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา และประเทศตะวันตกส่วนใหญ่ โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ได้แก่ March, April และ May
เดือนภาษาอังกฤษย่อ เขียนอย่างไร?
คำตอบ: เดือนส่วนใหญ่สามารถเขียนเป็นคำย่อโดยใช้ 3 ตัวอักษรแรก และใส่จุดท้ายคำ ได้แก่ Jan., Feb., Mar., Apr., Jun., Jul., Aug., Oct., Nov. และ Dec.
ส่วนเดือนพฤษภาคม (May) ยังคงใช้รูปเต็มและไม่มีรูปย่อ ขณะที่เดือนกันยายน (September) สามารถเขียนเป็น เดือนภาษาอังกฤษแบบย่อ ได้ทั้ง Sep. และ Sept
>> อ่านเพิ่มเติม:
การฝึกฝนและทำความเข้าใจเดือนภาษาอังกฤษ ให้แม่นยำ ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้คุณมั่นใจในการเขียนอีเมลและจัดตารางงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการฝึกออกเสียงชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนภาษาอังกฤษให้ถูกต้องและสื่อสารได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ลองฝึกฝนเป็นประจำทุกวันไปพร้อมกับแอปพลิเคชันฝึกพูดอัจฉริยะ ELSA Speak นอกจากนี้ อย่าลืมเข้าไปดูหมวด คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อย บนเว็บไซต์ของ ELSA Speak เพื่อสะสมคลังคำศัพท์และเรียนรู้บทเรียนที่น่าสนใจเพิ่มเติมกันนะ!
หัวข้อ ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ เป็นหัวข้อพื้นฐานที่มีหลายคนสนใจและใกล้เคียงกับชีวิตจริง ดังนั้น ELSA Speak จึงรวบรวมคำศัพท์ สำนวน และบทความที่สำคัญทั้งหมดเกี่ยวกับหัวข้อนี้ไว้ในบทความดังต่อไปนี้
คำศัพท์ ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ
ธรรมชาติในภาษาอังกฤษคือ nature และ ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ คําอ่านว่า /ˈneɪ.tʃɚ/ รวมถึงองค์ประกอบต่างๆ รอบตัวมนุษย์แต่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ เช่น สิ่งมีชีวิต ปรากฏการณ์ สิ่งแวดล้อม เป็นต้น
คำศัพท์เกี่ยวกับองค์ประกอบทางธรรมชาติในภาษาอังกฤษ
คำศัพท์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ
| คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
| Soil | /sɔɪl/ | ดิน |
| Water | /ˈwɑː.t̬ɚ/ | น้ำ |
| Climate | /ˈklaɪ.mət/ | ภูมิอากาศ |
| Creature | /ˈkriː.tʃɚ/ | สิ่งมีชีวิต |
| Ocean | /ˈoʊ.ʃən/ | มหาสมุทร |
| Mountain | /ˈmaʊn.tən/ | ภูเขา |
| Forest | /ˈfɔːr.ɪst/ | ป่า |
| Desert | /ˈdez.ɚt/ | ทะเลทราย |
| Island | /ˈaɪ.lənd/ | เกาะ |
| Cave | /keɪv/ | ถ้ำ |
| Atmosphere | /ˈæt.mə.sfɪər/ | อากาศ |
| Humidity | /hjuːˈmɪdəti/ | ความชื้น |
| Temperature | /ˈtempərətʃər/ | อุณหภูมิ |
| Precipitation | /prɪˌsɪpɪˈteɪʃən/ | ปริมาณฝน |
| Dirt | /dɜːt/ | ฝุ่น |

ดูเพิ่มเติม: 50+ คำศัพท์เกี่ยวกับฤดูกาล
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอวกาศ
| คําศัพท์ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
| Asteroid | /ˈæs.tər.ɔɪd/ | อุกกาบาต |
| Comet | /ˈkɒm.ɪt/ | ดาวหาง |
| Constellation | /ˌkɒn.stəˈleɪ.ʃən/ | กลุ่มดาว |
| Eclipse | /ɪˈklɪps/ | อุปราคา |
| Galaxy | /ˈɡæl.ək.si/ | กาแล็กซี |
| Meteor | /ˈmiː.ti.ər/ | ดาวตก |
| Nebula | /ˈneb.jə.lə/ | เนบิวลา |
| Orbit | /ˈɔː.bɪt/ | วงโคจร |
| Planet | /ˈplæn.ɪt/ | ดาวเคราะห์ |
| Solar System | /ˈsəʊ.lər ˈsɪs.təm/ | ระบบสุริยะ ภาษาอังกฤษ |
| Space | /speɪs/ | ช่องว่าง |
| Star | /stɑːr/ | ดาว |
| Universe | /ˈjuː.nɪ.vɜːrs/ | จักรวาล |
| Black Hole | /blæk həʊl/ | หลุมดำ |
| Exoplanet | /ˈek.soʊˌplæn.ɪt/ | ดาวเคราะห์นอกระบบ |
| Moon | /muːn/ | ดวงจันทร์ |
| Satellite | /ˈsæt.əl.aɪt/ | ดาวเทียม |
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ
| คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
| Natural Disaster | /ˈnæʧrəl dɪˈzɑːstəz/ | ภัยพิบัติทางธรรมชาติ |
| Disaster | /di’zɑ:stə/ | ภัยพิบัติ |
| Valanche | /ˈæv.əl.ɑːntʃ/ | หิมะถล่ม |
| Drought | /draʊt/ | ภัยแล้ง |
| Earthquake | /ˈɜːθ.kweɪk/ | แผ่นดินไหว |
| Flood | /flʌd/ | น้ำท่วม |
| Forest fire | /ˈfɒr.ɪst ˌfaɪər/ | ไฟป่า |
| Global warming | /ˌɡləʊ.bəl ˈwɔː.mɪŋ/ | ภาวะโลกร้อน |
| Hailstone | /ˈheɪl.stəʊn/ | ลูกเห็บ |
| Landslide | /ˈlænd.slaɪd/ | ดินถล่ม |
| Salinity intrusion | /səˈlɪn.ə.ti ɪnˈtruː.ʒən/ | การรุกล้ำของน้ำเค็ม |
| Snow storm | /snəʊ stɔːm/ | พายุหิมะ |
| Storm | /stɔːm/ | พายุ |
| Volcanic eruption | /vɒlˈkæn.ɪk ɪˈrʌpt/ | ภูเขาไฟระเบิด |
| Tornado | /tɔːˈneɪ.dəʊ/ | ทอร์นาโด |
| Tsunami | /tsuːˈnɑː.mi/ | สึนามิ |
| Twister | /ˈtwɪs.tər/ | ลมกรด |

คําศัพท์ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ : พลังงานและทรัพยากร
| คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
| Biogas | /ˈbaɪ.əʊˌɡæs/ | ก๊าซชีวภาพ |
| Coal | /kəʊl/ | ถ่านหิน |
| Fossil fuel | /ˈfɒs.əl ˌfjʊəl/ | เชื้อเพลิงฟอสซิล |
| Hydro power | /haɪ.drəʊ ˈpaʊər/ | พลังงานน้ำ |
| Mineral | /ˈmɪn.ər.əl/ | แร่ |
| Natural gas | /ˌnætʃ.ər.əl ˈɡæs/ | ก๊าซธรรมชาติ |
| Nuclear power | /ˌnjuː.kli.ə ˈpaʊər/ | พลังงานนิวเคลียร์ |
| Petroleum | /pəˈtrəʊ.li.əm/ | ปิโตรเลียม |
| Solar power | /ˌsəʊ.lə ˈpaʊər/ | พลังงานแสงอาทิตย์ |
| Wind power | /wɪnd ˈpaʊər/ | พลังงานลม |
| Mineral | /ˈmɪnərəl/ | แร่ |
| Gemstone | /ˈʤɛmstoʊn/ | พลอย |
คำศัพท์ที่ใช้บรรยายธรรมชาติภาษาอังกฤษ
คําศัพท์ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ ที่ใช้อธิบายต้นไม้ พืช ดอกไม้
| คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
| Lush | /lʌʃ/ | เขียวชอุ่ม |
| Grassy | /ɡrɑːsy/ | ปกคลุมไปด้วยหญ้า |
| Floral | /ˈflɔː.rəl/ | ประกอบด้วยดอกไม้ |
| Vivid | /ˈvɪv.ɪd/ | มีชีวิตชีวา |
| Abloom | / əbluːm/ | บานสะพรั่ง |
| Vibrant | /ˈvaɪ.brənt/ | มีสีสัน |
| Dense | /dens/ | หนาแน่น |
| Earthy | /ˈɜː.θi/ | เกี่ยวกับดิน |
| Diversified | /daɪˈvɜː.sɪ.faɪd/ | มีความหลากหลาย |
| Scarce | /skeəs/ | หายาก |
| Dry | /draɪ/ | แห้ง |
| Bare | /beər/ | พอดี |
| Dead | /ded/ | ตาย |
| Oversaturated | /ˈəʊ.vər sætʃ.ər.eɪ.tɪd/ | ความอิ่มตัว |
| Flooded | /ˈflʌd.ɪd/ | มีน้ำขัง |
| Flowering | /flaʊər/ | กำลังออกดอก |
| Budding | /ˈbʌd.ɪŋ/ | กำลังเบ่งบาน |
คําศัพท์ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ ที่ใช้อธิบายภูมิทัศน์
| คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
| Hilly | /hɪl/ | เป็นเนินเขา |
| Mountainous | /ˈmaʊn.tɪ.nəs/ | ภูเขา |
| Wavy | /ˈweɪ.vi/ | คลื่น |
| Rolling | /ˈrəʊ.lɪŋ/ | การม้วนตัว (ของคลื่น) |
| Stormy | /ˈstɔː.mi/ | พายุ |
| Misty | /ˈmɪs.ti/ | หมอก |
| Frigid | /ˈfrɪdʒ.ɪd/ | เยือกเย็น |
| Desolate | /ˈdes.əl.ət/ | รกร้าง |
| Untouched | /ʌnˈtʌtʃt/ | ดั้งเดิม |
| Pristine | /ˈprɪs.tiːn/ | บริสุทธิ์ |
| Tropical | /ˈtrɒp.ɪ.kəl/ | เขตร้อน |
| Arid | /ˈær.ɪd/ | แห้งแล้ง |
คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้อธิบายสภาพอากาศ
| คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
| Sunny | /ˈsʌn.i/ | แดดจัด |
| Humid | /ˈhjuː.mɪd/ | เปียก |
| Stifling | /ˈstaɪ.fəl.ɪŋ/ | ร้อน รู้สึกไม่สบายตัว |
| Gloomy | /ˈɡluː.mi/ | มืดมัว |
| Rainy | /reɪn/ | ฝนตก |
| Dry | /draɪ/ | แห้ง |
| Cloudy | /ˈklaʊ.di/ | มีเมฆมาก |
| Foggy | /fɒɡy/ | มีหมอกลง |
| Clear | /klɪər/ | โปร่ง โล่งสบาย |
| Crisp | /krɪsp/ | เย็น |
| Cool | /kuːl/ | เย็นสบาย |
| Windy | /wɪndy/ | ลมแรง |
| Breezy | /ˈbriː.zi/ | มีลมพัด |
| Wet | /wet/ | เปียก |
| Fair | /feər/ | แจ่มใส |
| Mild | /maɪld/ | อบอุ่น |
| Still | /stɪl/ | เงียบ |
| Overcast | /ˈəʊ.və.kɑːst/ | มืดครึ้ม |
ดูเพิ่มเติม:
Idioms เกี่ยวกับธรรมชาติภาษาอังกฤษ
Idioms เกี่ยวกับ ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ

| Idioms | ความหมาย |
| A breath of fresh air | บุคคลหรือสิ่งแปลกใหม่ที่ทำให้รู้สึกสดชื่น |
| To be on cloud nine | มีความสุขสุดๆ |
| To chase rainbows | ต้องการไขว่คว้าในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ |
| To be in full bloom | ดอกไม้กำลังเบ่งบานอย่างสมบูรณ์แบบ |
| To go green | เปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม |
| To be a fish out of water | รู้สึกอึดอัดเพราะอยู่ในสถานที่แปลกหรือไม่เหมาะสม |
| To turn over a new leaf | เริ่มต้นชีวิตใหม่หรือเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ |
| To weather the storm | เอาชนะความยากลำบากและความท้าทาย |
| To be as free as a bird | มีอิสระและไม่ถูกจำกัด |
| To be as clear as crystal | ชัดเจนและเข้าใจง่าย |
| A drop in the ocean | สิ่งเล็กน้อย เรื่องขี้ปะติ๋ว |
| A ray of sunshine | ใช้เพื่อแสดงการมองโลกในแง่ดีและความเชื่อในอนาคตที่สดใส |
| Beat around the bush | พูดอ้อมค้อม หลีกเลี่ยงการพูดถึงเรื่องร้ายแรง |
| Clear as mud | ยากที่จะเข้าใจ |
| Can’t see the wood for the trees | การไม่เข้าใจสถานการณ์โดยรวมเพราะมัวแต่จดจ่อที่จุดเล็ก ๆ |
| Down to earth | กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง |
| Under the weather | การป่วยหรือไม่สบาย |
ดูเพิ่มเติม:
Idioms ทั่วไปเกี่ยวกับธรรมชาติภาษาอังกฤษ
| วลี | ความหมาย |
| In the great outdoors | กลางแจ้ง ในสถานที่ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ |
| Nature’s beauty | ความงามของธรรมชาติ |
| Natural habitat | ถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติของสัตว์หรือพืช |
| Wildlife sanctuary | เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า |
| Scenic view | วิวทิวทัศน์ |
| Nature reserve | เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ |
| Flora and fauna | พืชและสัตว์พื้นถิ่น |
| Natural disaster | ภัยพิบัติทางธรรมชาติ |
| Eco-friendly | เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม |
| Green energy | พลังงานสีเขียว พลังงานสะอาด |
คําคม และ แคปชั่น ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ

| Life hurt, Nature heal. | บางครั้งชีวิตมันก็เจ็บปวด แต่ธรรมชาติจะช่วยเยียวยาเราได้ |
| If Life is a journey, the forest is my destination. | ถ้าชีวิตคือการเดินทาง ปลายทางของฉันคือการเข้าป่า |
| Don’t worry, Beach happy. | ไม่ต้องกลุ้มนะ ชายหาดจะทำให้เธอมีความสุขเอง |
| Watch more sunsets than Netflix. | ออกไปดูเดือน ดูตะวันให้มากกว่าดูเน็ตฟลิกซ์เถอะ |
| On top of mountains and beneath the stars. | บนยอดภูเขาและภายใต้ดวงดาวมากมาย |
| I have a therapist, her name is nature. | ฉันมีนักบำบัดที่ชื่อ “ว่าธรรมชาติ” |
| Air, mountains, tree, people. I thought this is what it is to be happy. | อากาศ ภูเขา ต้นไม้ และผู้คน เป็นสิ่งที่ฉันคิดว่า ทำให้ฉันมีความสุข |
| Colors are the smile of nature. | สีสันต่างๆ ที่เห็น คือรอยยิ้มของธรรมชาติ |
| Jobs fill your pockets, nature fill your soul. | การทำงานเต็มเติมเงินในกระเป๋า แต่ธรรมชาติเต็มเต็มจิตวิญญาณ |
| Head in the clouds, on to the next destination. | เพ้อฝันและจินตนาการไปสู่ที่ท่องเที่ยวในครั้งหน้า |
| If you truly love nature, you will find beauty everywhere. | หากคุณรักธรรมชาติอย่างแท้จริง คุณจะพบกับความสวยงามได้ทุกที่ |
| Study nature, love nature, stay close to nature. It will never fail you. | ให้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ รักธรรมชาติ ใกล้ชิดกับธรรมชาติ มันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง |
| My wish is to stay always like this, living quietly in a corner of nature. | ความปรารถนาของฉันคือการอยู่แบบนี้ตลอดไป ใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบในมุมหนึ่งของธรรมชาติ |
| Look deep into nature, and then you will understand everything better. | มองให้ลึกลงไปในธรรมชาติแล้วคุณจะเข้าใจทุกอย่างดีขึ้น |
| Sun, Sand, and Pineapple in hand. | พระอาทิตย์ หาดทราย และสับปะรดในมือ |
| Nature is a mutable cloud which is always and never the same. | ธรรมชาติก็เหมือนก้อนเมฆ เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอและไม่เคยเหมือนเดิม |
| Autumn is a second spring when every leaf is a flower. | การที่ใบไม้เปลี่ยนสีก็มีสีสันมากมายไม่ต่างกับสีสันของดอกไม้ |
บทความที่ใช้คําศัพท์เกี่ยวกับธรรมชาติภาษาอังกฤษ
Natural disasters are always a tragedy for humanity. Phenomena such as floods, earthquakes, hurricanes, or forest fires have the potential to devastate everything in terms of human lives and property. One of the heartbreaking scenes is the sight of houses being swept away, gardens vanishing, and the loss of loved ones. However, natural disasters also serve as a time when humans demonstrate unity and compassion. We come together to support and rebuild what has been lost.
ความหมาย
ภัยพิบัติทางธรรมชาติถือเป็นโศกนาฏกรรมสำหรับมนุษยชาติมาโดยตลอด ปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุเฮอริเคน หรือไฟป่า มีศักยภาพทำลายล้างทุกสิ่งในชีวิตและทรัพย์สินของมนุษย์ ฉากที่สะเทือนใจฉากหนึ่งคือภาพบ้านเรือนถูกพัดพัง สูญหาย และการสูญเสียคนที่รัก อย่างไรก็ตาม ภัยพิบัติทางธรรมชาติยังเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์แสดงความสามัคคีและความเห็นอกเห็นใจซึ่งกัน ดังนั้นเรามาร่วมกันสนับสนุนและฟื้นฟูสิ่งที่สูญเสียไปกันเถอะ

แบบฝึกหัดการประยุกต์ใช้คำศัพท์
เลือกคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เหมาะสมแล้วเติมลงใน ประโยคภาษาอังกฤษเกี่ยวกับธรรมชาติ
- _____ is used to produce fuel for vehicles.
A. Wave power
B. Gem
C. Timber
D. Petroleum - Bengal Tigers is one of the most _____ in India.
A. environmental pollution
B. endangered species
C. biodiversity
D. groundwater - After the _____, it took weeks for the water level to go down.
A. flood
B. wildfire
C. drought
D. landslide - When you live in the _____, water is your most vital resource.
A. meadow
B. valley
C. desert
D. hill - Some books suggest that this _____ caused a significant tsunami.
A. avalanche
B. drought
C. earthquake
D. famine - We’re having the party in the garden, so I’m praying it’ll be _____.
A. sunny
B. foggy
C. gloomy
D. cloudy - Much of the coast has been _____ by trash and plastic bottles.
A. reduced
B. preserved
C. controlled
D. contaminated - We could hear waves crashing against the _____.
A. shore
B. canyon
C. volcano
D. waterfall - He announced that tomorrow is rather _____, a good day for a picnic.
A. foggy
B. windy
C. gloomy
Dhumid - _____ is the conversion of energy from sunlight into electricity
A. Wind power
B. Solar power
C. Wave power
D. Nuclear power
คำตอบ
| 1.D | 2.B | 3.A | 4.C | 5.C |
| 6.A | 7.D | 8.A | 9.B | 10.B |
คำถามที่พบบ่อย
ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ มีอะไรบ้าง?
ธรรมชาติรวมถึงอากาศ (atmosphere) ภูมิอากาศ (climate) น้ำ (water) ทรัพยากรธรรมชาติ (natural resource) สิ่งมีชีวิต (creature)…
ธรรมชาติภาษาอังกฤษเขียนแบบไหน?
ธรรมชาติภาษาอังกฤษ เขียนว่า Nature เขียนดังนี้ N-A-T-U-R-E
Natural อ่านว่าอะไร?
Natural อ่านว่า /ˈnætʃ.ɚ.əl/
จากบทเรียนนี้ คุณสามารถเข้าใจได้ว่าคำศัพท์ คําคมธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ เป็นความรู้ที่สำคัญในกระบวนการเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อให้คุณสามารถแสดงความรักต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบได้ ELSA Speak หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเพิ่มพูนคำศัพท์และพัฒนาความสามารถในการสื่อสารของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาสำรวจหัวข้อที่น่าสนใจเพิ่มเติมกับ ELSA Speak ผ่านบทเรียนที่มีเนื้อหาคล้ายกันดังต่อไปนี้
คำกริยารูปปกติ (Infinitive) เป็นความรู้ขั้นพื้นฐานที่ไม่สามารถมองข้ามได้หากคุณต้องการพิชิตคะแนนสูงสุดในการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาหรือการสอบ IELTS ในบทความของวันนี้ ELSA Speak จะแบ่งปันความรู้ที่สมบูรณ์ที่สุดที่ควรทราบเกี่ยวกับหัวข้อไวยากรณ์นี้กับคุณ ศึกษาบทความตอนนี้เลยเพื่อเรียนให้ดีขึ้นทุกวัน!
ภาพรวมของคำกริยา infinitive
Verb infinitive คืออะไร?
Verb infinitive คือรูปแบบพื้นฐานของคำกริยาในภาษาอังกฤษ กริยารูปนี้มี 2 แบบ คือ มี to และไม่มี to:
- Infinitive มี “to” ตัวอย่าง: She decided to go to Korea. (เธอตัดสินใจไปเกาหลี)
- Infinitive ไม่มี “to” ตัวอย่าง: I’d rather not eat chicken. (ฉันไม่อยากกินไก่)
ตัวอย่างอื่นๆ:
- I want to eat bread.
- I must wash dishes.
รูปแบบของ verb infinitive
ในภาษาอังกฤษ เมื่อพูดถึง infinitive โดยปกติเราจะพูดถึง infinitive ในรูปแบบ Present ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยที่สุดและได้เจอมากที่สุด อย่างไรก็ตาม infinitive ยังมีรูปแบบอื่นอีกสี่รูปแบบ ได้แก่:
- Infinitive ในรูปของ perfect
- Infinitive ในรูปของ perfect continuous
- Infinitive ในรูปของ continuous
- Infinitive ในรูป passive
อย่างไรก็ตาม ในบทความนี้เราจะเน้นไปที่การแนะนำเกี่ยวกับ infinitive ในรูปแบบ Present เท่านั้น โดย infinitive ในรูปแบบ Present มี 2 รูปแบบดังนี้:
- Infinitive มี “to” = to + ส่วนดั้งเดิม
- Zero infinitive = ส่วนดั้งเดิม
ตัวอย่าง:
| infinitive มี “to” | Zero infinitive |
| to go | go |
| to become | become |
| to eat | eat |
| to wash | wash |
Infinitive รูปแบบปฏิเสธในภาษาอังกฤษเกิดจากการวางคำ “not” หน้ารูป infinitive ใดๆ ตัวอย่างเช่น:
- I decided not to go to Thailand. (ฉันตัดสินใจว่าจะไม่ไปประเทศไทย)
- I’d rather not vegetable. (ฉันไม่อยากกินผัก)
>>> Read more:
- รูปแบบของ verb to be มีอะไรบ้าง
- Gerund and infinitive – หลักการใช้และแบบฝึกหัด
โครงสร้างและการใช้ infinitive ที่มี “to”
Infinitive ใช้เป็นประธานในประโยค
กริยา infinitive ที่มี “to” มักใช้เป็นประธานในประโยค ตัวอย่างเฉพาะได้แก่:
- To visit Korea is my life-long dream. (การได้ไปเที่ยวเกาหลีคือความฝันตลอดชีวิตของฉัน)
- To become a famous writer is her goal. (การเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงคือเป้าหมายของเธอ)
Infinitive ใช้เป็นกรรมในประโยค
Infinitive ใช้เป็นกรรมของกริยา
กรรมของกริยา: ความรู้ทางไวยากรณ์นี้มาหลังคำกริยาบางคำ (เรียนรู้ที่นี่) ซึ่งใช้เป็นกรรมของคำกริยาเหล่านั้น
ตัวอย่างเช่น: It’s very important for Anna to be patient with her little brother ตารางคำกริยาบางคำที่ตามด้วย “to infinitive” (คำกริยา + to V infinitive):
| ลําดับ | กริยา (Verbs) | ความหมาย (Meaning) | ลําดับเลขที่ | กริยา (Verbs) | ความหมาย (Meaning) |
| 1 | Hope | หวัง | 13 | seem | ดูเหมือน |
| 2 | Offer | แนะนำ | 14 | Decide | ตัดสินใจ |
| 3 | Expect | คาดหวัง | 15 | Manage | จัดการ |
| 4 | Plan | วางแผน | 16 | Agree | เห็นด้วย |
| 5 | Refuse | ปฏิเสธ | 17 | Afford | ตอบสนอง |
| 6 | Want | ต้องการ | 18 | Arrange | จัด |
| 7 | Promise | สัญญา | 19 | Appear | ดูเหมือน |
| 8 | Pretend | แกล้งทำ | 20 | Learn | เรียนรู้ |
| 9 | Fail | ล้มเหลว | 21 | Would like | อยากจะ |
| 10 | Attempt | พยายาม | 22 | Offer | เสนอ |
| 11 | Tend | มีแนวโน้ม | 23 | Intend | ตั้งใจ |

เรียนรู้วิธีแต่งประโยคภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องและมั่นใจได้ที่นี่เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารของคุณ
Infinitive ใช้เป็นกรรมของคำคุณศัพท์
นอกจากนี้ infinitive ยังใช้เป็นกรรมของคำคุณศัพท์ภาษาอังกฤษอีกด้วย ตัวอย่างเช่น:
- It’s good to talk with you. (ดีใจที่ได้คุยกับคุณ)
- It’s important for Tony to be patient with his little sister. (สิ่งสำคัญคือโทนี่จะต้องอดทนกับน้องสาวของเขา)
Infinitive ใช้ในโครงสร้าง Verbs + Object + To infinitive
เรามักจะใช้โครงสร้าง “to + V infinitive” ถ้ามีกริยาต่อไปนี้อยู่ข้างหน้า:
| เลขที่ | กริยา (Verbs) | ความหมาย (Meaning) | เลขที่ | กริยา (Verbs) | ความหมาย (Meaning) |
| 1 | Advise | แนะนำ | 14 | Invite | เชิญ |
| 2 | Allow | อนุญาต | 15 | Need | ต้องการ |
| 3 | Ask | ถาม | 16 | Order | สั่ง |
| 4 | Beg | ร้องขอ | 17 | Permit | อนุญาต |
| 5 | Cause | ทำให้ | 18 | Persuade | โน้มน้าวใจ |
| 6 | Challenge | ท้าทาย | 19 | Remind | เตือน |
| 7 | Convince | โน้มน้าวใจ | 20 | Require | ขอ |
| 8 | Encourage | ให้กำลังใจ | 21 | Recommend | แนะนำ |
| 9 | Expect | คาดหวัง | 22 | Teach | สอน |
| 10 | Forbid | ห้าม | 23 | Tell | บอก |
| 11 | Force | บังคับ | 24 | Urge | กระตุ้น |
| 12 | Hire | จ้าง | 25 | Want | ต้องการ |
| 13 | Instruct | สั่งสอน | 26 | Warn | เตือน |
ตัวอย่างเช่น:
- My teach allowed me to use her headphones. (ครูของฉันอนุญาตให้ฉันใช้หูฟังของเธอ)
- I ask my mom recipe to cook a meal. (ฉันขอสูตรทำอาหารจากแม่)
Infinitive อยู่หลังสรรพนามคำถาม
นอกจากนี้ infinitive ในภาษาอังกฤษยังมาหลังสรรพนามคำถามอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เราควรทราบว่า to V infinitive จะไม่อยู่หลังคำใช้เพื่อถาม Why ตัวอย่างเช่น:
- My mom asked me how to use an oil-free fryer. (แม่ถามฉันวิธีใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน)
- You can tell me when to press the button. (คุณสามารถบอกฉันได้ว่าจะกดปุ่มเมื่อใด)
โครงสร้างและการใช้ infinitive ที่ไม่มี “to”
Infinitive มาพร้อมกับคำกริยา เช่น make/ let/ help
S + Make/ Let/ Help + Object + V infinitive
ตัวอย่างเฉพาะ:
- His parents let him stay out late. (พ่อแม่ของเขาปล่อยให้เขาออกไปข้างนอกสาย)
- Let’s go to the station tonight. (คืนนี้ไปที่สถานีกัน)

Infinitive มาหลังคำกริยาแสดงความรู้สึก
S + Verbs of perception + Object + V infinitive/ V-ing
- กิริยาที่บ่งบอกการรับรู้ (hear, sound, smell, taste, feel, watch, notice, see, listen, find,…) + O + V infinitive
- กิริยาที่บ่งบอกการรับรู้ (hear, sound, smell, taste, feel, watch, notice, see, listen, find,…) + O + V-ing
ตัวอย่างเฉพาะ:
- I saw my friend get on the taxi. (ฉันเห็นเพื่อนขึ้นแท็กซี่)
- We saw him closing his eyes. (เราเห็นเขากำลังหลับตาลง)
Infinitive อยู่ข้างหลัง “had better”
ตัวอย่างรายละเอียดบางอย่างของ infinitive ที่ไม่มี “to” อยู่หลัง “had better” ได้แก่:
- They had better take some warm clothing. (พวกเขาควรจะสวมเสื้อผ้าที่อบอุ่น)
- You’d better give your friend your address. (คุณควรให้ที่อยู่ของคุณแก่เพื่อนของคุณ)
| วิธีใช้ had better และ modal verb อื่น ๆ คืออะไร? มาศึกษาจากบทความเรื่อง “Modal Verb คืออะไร? คำจำกัดความ ตัวอย่าง วิธีใช้งานที่เข้าใจง่าย” ด้านล่างนี้เลย |
Infinitiveใช้ร่วมกับ Why
การใช้ infinitive ที่ไม่มี “to” ร่วมกับ Why เมื่อให้คำแนะนำ เช่น
- Why wait until tomorrow? (ทำไมต้องรอถึงพรุ่งนี้)
- Why walk when we can go in the car? (จะเดินทำไมในเมื่อเราใช้รถยนต์ได้?)
>>> Read more:

แบบฝึกหัด Infinitive ด้านไวยากรณ์ในภาษาอังกฤษ
เพื่อให้เข้าใจความรู้ด้านไวยากรณ์ของ Infinitive ในภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น ให้ฝึกฝนแบบฝึกหัดต่อไปนี้:
แบบฝึกหัด: ใส่รูปแบบคำกริยาที่ถูกต้องในวงเล็บ:
- He wanted (see) _____________________the house where the president was born.
- He is expected (arrive) _____________________in a few days.
- I would like him (go) ________ to a university but I can’t (make) ________ him go.
- I arranged (meet) _____________________them there.
- He urged us (work) _____________________faster.
- I wish (see) _____________________the manager.
- He warned her (not touch) _____________________the wire.
- Don’t forget (lock) _____________________the door before going to bed.
- My mother told me (not speak) _____________________to anyone about it.
- He tried (explain) ________but she refused (listen) ______.
- He decided (disguise) __________________ himself by dressing as a woman.
- I am prepared (wait) _____________________here all night if necessary.
- Would you mind showing me how (work) _____________________the lift.
- After walking for three hours we stopped (rest) ________ and let the others (catch) ____ up with us.
- I am beginning (understand) _____________________what you mean.
- I regret (inform) _____________________you that your application has been refused.
- I don’t allow my family (smoke) _____________________at all.
- I tried (persuade) ____________him (agree) _________with your proposal.
- Your windows need (clean) __________. Would you like me (do) ___________them for you?
- Stop (talk) _____________. I am trying (finish) ________a letter.
- His doctor advised him (give) _____________________up jogging.
- Some people seem (have) _____________the passion for writing to the newspapers.
- He expects me (answer) _____________by return but I have no intention of replying at all.
- He postponed making a decision until it was too late (do) _____________anything.
- Try (forget) _____________it. It isn’t worth worrying about it.
- The horse won’t be well enough (run) _______ in tomorrow’s race. He doesn’t seem (have) _______ recovered from his long journey.
- It wouldn’t be safe (start) _____________down now; we will have (wait) _____________till the mist clears.
- It’s not much use having a bike if you don’t know how (use) _____________it.
- I distinctly remember (pay) _____________him. I gave him 2$.
- Did you remember (give) _____________him the key of the safe? – No, I didn’t. I will go and do it now.
| คุณสามารถทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจ have has ใช้ยังไง ในบทความนี้ มาลองอ่านบทความเพื่อเรียนรู้วิธีใช้ have และ has ให้ถูกต้องกันเถอะ |
คำตอบ:
| 1. to see | 2. to arrive | 3. to go – make | 4. to meet |
| 5. to work | 6. to see | 7. not to touch | 8. to lock |
| 9. not to speak | 10. to explain – to listen | 11. to disguise | 12. to wait |
| 13. to work | 14. to rest – catch | 15. to understand/ understanding |
16. to inform |
| 17. to smoke | 18. to persuade – to agree | 19. to be cleaned/ cleaning – to do |
20. talking – to finish |
| 21. to give | 22. to have | 23. to answer | 24. to do |
| 25. to forget | 26. to run – to have | 27. to start – to wait | 28. to use |
| 29. paying | 30. giving |
ข้างต้นคือความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับกริยา infinitive ในภาษาอังกฤษ หวังว่าความรู้เหล่านี้จะช่วยให้คุณพิชิตความรู้ด้านไวยากรณ์อย่างง่ายที่สุด หากคุณยังคงมีคำถามเกี่ยวกับความรู้ด้าน infinitive โปรดติดต่อ ELSA Speak โดยตรงเพื่อขอคำแนะนำและคำตอบที่ละเอียดที่สุดจากเรา!
