Author: Bao Ngan Nguyen
หัวข้อเกี่ยวกับ วิชาต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษ เป็นหนึ่งในหัวข้อยอดนิยมในการสื่อสารภาษาอังกฤษโดยเฉพาะกับนักเรียน นักศึกษา ในบทความนี้ ELSA Speak จะรวบรวม คำศัพท์วิชาต่างๆในภาษาอังกฤษ ทั้งหมดและโครงสร้างประโยคที่มีหัวข้อเดียวกันให้กับคุณติดตามกันเลย
Subject มีวิชาอะไรบ้าง
ชื่อวิชาในภาษาอังกฤษคือ “subjects” ตามพจนานุกรมของเคมบริดจ์ คำว่า “subject” หมายความว่า “เรื่องที่กำลังหารือ พิจารณา หรือศึกษาตามขอบเขตของการสนทนา” หรือ “สาขาวิชาความรู้ที่ได้ศึกษาในโรงเรียน วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย”
ชื่อวิชาภาษาอังกฤษ
ด้านล่างนี้คือ วิชาต่างๆภาษาอังกฤษ พร้อมคําอ่าน วิชาแบ่งออกเป็นสี่กลุ่ม สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ กีฬา และศิลปะ

วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ
| วิชาในภาษาอังกฤษ | ถอดเสียง | แปล |
| Geology | /dʒiˈɒl.ə.dʒi/ | ธรณีวิทยา |
| Medicine | /ˈmed.ɪ.sən/ | แพทย์ศาสตร์ |
| Science | /ˈsaɪ.əns/ | วิทยาศาสตร์ |
| Physics | /ˈfɪz.ɪks/ | ฟิสิกส์ |
| Geometry | /dʒiˈɒm.ə.tri/ | เรขาคณิต |
| Engineering | /ˌen.dʒɪˈnɪə.rɪŋ/ | วิศวกรรม |
| Algebra | /ˈæl.dʒə.brə/ | พีชคณิต |
| Maths | /mæθs/ | คณิตศาสตร์ |
| Information technology | /ˌɪn.fəˈmeɪ.ʃən tekˈnɒl.ə.dʒi/ | เทคโนโลยีสารสนเทศ |
| Chemistry | /ˈkem.ɪ.stri/ | เคมี |
| Biology | /baɪˈɒl.ə.dʒi/ | ชีววิทยา |
| Astronomy | /əˈstrɒn.ə.mi/ | ดาราศาสตร์ |
สังคมศาสตร์

| School subject คําศัพท์ | ถอดเสียง | แปล |
| Girl guide | /ˌɡɝːl ˈɡaɪd/ | ยุวกาชาด/ เนตรนารี |
| Religious education | /rɪˈlɪdʒ.əs/ /ˌedʒ.əˈkeɪ.ʃən/ | ศาสนา |
| Thai language | /taɪ/ /ˈlæŋ.ɡwɪdʒ/ | ภาษาไทย |
| English | /ˈɪŋ.ɡlɪʃ/ | ภาษาอังกฤษ |
| Guidance | /ˈɡaɪ.dəns/ | แนะแนว |
| Citizenship | /ˈsɪt̬.ə.zən.ʃɪp/ | หน้าที่พลเมือง |
| Home economics | /ˌhoʊm iː.kəˈnɑː.mɪks/ | การงานอาชีพ |
| Boy scout | /bɔɪ/ /skaʊt/ | ลูกเสือ |
| Botany | /ˈbɑː.t̬ən.i/ | เกษตร |
| Literature | /ˈlɪt̬.ɚ.ə.tʃɚ/ | วรรณกรรม |
| Social studies | /ˈsəʊ.ʃəl ˈstʌd·iz/ | สังคมศึกษา |
| Health and hygiene | /helθ/ /ən/ /ˈhaɪ.dʒiːn/ | สุขศึกษา |
| Woodwork | /ˈwʊd.wɝːk/ | งานไม้ |
| History | /ˈhɪs.tər.i/ | ประวัติศาสตร์ |
| Psychology | /saɪˈkɒl.ə.dʒi/ | จิตวิทยา |
| Politics | /ˈpɒl.ə.tɪks/ | รัฐศาสตร์ |
| Media studies | /ˈmiː.di.ə ˈstʌd·iz/ | สื่อสารมวลชน |
| Economics | /ˌiː.kəˈnɒm.ɪks/ | เศรษฐศาสตร์ |
| Cultural studies | /ˈkʌl.tʃər.əl ˈstʌd·iz/ | วัฒนธรรมศึกษา |
| Archaeology | /ˌɑː.kiˈɒl.ə.dʒi/ | โบราณคดี |
| Anthropology | /ˌæn.θrəˈpɒl.ə.dʒi/ | มนุษยวิทยา |
| เรียนรู้วิธีแต่งประโยคภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องและมั่นใจได้ที่นี่เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารของคุณ |
กีฬา
| วิชา ภาษาอังกฤษ | ถอดเสียง | แปล |
| Physical education | /ˈfɪz.ɪ.kəl ˌedʒ.ʊˈkeɪ.ʃən/ | พละศึกษา |
| PE | /ˌpiːˈiː/ | พละศึกษา |
| Athletics | /æθˈlet.ɪks/ | การกีฬา |
| Gymnastics | /dʒɪmˈnæs.tɪks/ | ยิมนาสติก |
| Judo | /ˈdʒuː.dəʊ/ | ยูโด |
| Karate | /kəˈrɑː.ti/ | คาราเต้ |
| Table tennis | /ˈteɪ.bəl ˌten.ɪs/ | ปิงปอง |
| Badminton | /ˈbæd.mɪn.tən/ | แบดมินตัน |
| Baseball | /ˈbeɪs.bɔːl/ | กีฬาเบสบอล |
| Basketball | /ˈbɑː.skɪt.bɔːl/ | บาสเกตบอล |
| Football soccer | /ˈfʊt.bɔːl//ˈsɒk.ər/ | ฟุตบอล |
| Swimming | /swɪm.ɪŋ/ | ว่ายน้ำ |
| Running | /ˈrʌn.ɪŋ/ | วิ่ง |
| Tennis | /ˈten.ɪs/ | เทนนิส |
| Aerobics | /eəˈrəʊ.bɪks/ | แอโรบิค |
ศิลปะ
| วิชา ภาษาอังกฤษ | ถอดเสียง | แปล |
| Drama | /ˈdræm.ə/ | การแสดง |
| Art | /ɑːt/ | ศิลปะ |
| Fine art | /ˌfaɪn ˈɑːt/ | วิจิตรศิลป์ |
| Music | /ˈmjuː.zɪk/ | ดนตรี |
| Classics | /ˈklæs·ɪks/ | วรรณกรรม |
| Dance | /dɑːns/ | นาฎศิลป |
| Painting | /ˈpeɪn.tɪŋ/ | จิตรกรรม |
| Sculpture | /ˈskʌlp.tʃər/ | ปั้นรูป |
| Architecture | /ˈɑː.kɪ.tek.tʃər/ | สถาปัตยกรรม |
| Design | /dɪˈzaɪn/ | ออกแบบ |
วิชาอื่นๆ
| วิชา ภาษาอังกฤษ | ถอดเสียง | แปล |
| Economics | /,i kə’nɔmiks/ | เศรษฐศาสตร์ |
| Architecture | /’ɑ kitektʃə/ | สถาปัตยกรรม |
| Business studies | /’bizinis /’stʌdis/ | ธุรกิจศึกษา |
| Computer science | /kəm’pju tə ‘saiəns/ | วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ |
| Accountancy | /ə’kauntənsi/ | การบัญชี |
| Politics | /’pɔlitiks/ | รัฐศาสตร์ |
| Accountancy | /ə’kauntənsi/ | การบัญชี |
| Microeconomics | /ˌmaɪkrəʊiːkəˈnɒmɪks/ | เศรษฐศาสตร์จุลภาค |
| Macroeconomics | /ˌmækrəʊiːkəˈnɒmɪks/ | เศรษฐศาสตร์มหภาค |
| Development economics | /Di’velәpmәnt, i kə’nɔmiks/ | เศรษฐศาสตร์การพัฒนา |
| Econometrics | /i¸kɔnə´metrik/ | เศรษฐมิติ |
| Public Economics | /’pʌblik , i kə’nɔmiks/ | เศรษฐศาสตร์สาธารณะ |
| Calculus | /’kælkjuləs/ | คณิตศาสตร์ขั้นสูง |
| Market economy | /ˈmɑːkɪt iˈkɒnəmi/ | เศรษฐกิจการตลาด |
| E Commerce | /iː ˈkɒmɜːs/ | พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ |
| Public Economics | /ˈpʌblɪk ˌiːkəˈnɒmɪks/ | เศรษฐศาสตร์สาธารณะ |
| Probability | /ˌprɒbəˈbɪlɪti/ | คณิตศาสตร์ความน่าจะเป็น |
| Supply chain management | /səˈplaɪ ʧeɪn ˈmænɪʤmənt/ | การจัดการโซ่อุปทาน |
| Research Marketing | /rɪˈsɜːʧ ˈmɑːkɪtɪŋ/ | การวิจัยทางการตลาด |
| Basic Marketing | /ˈbeɪsɪk ˈmɑːkɪtɪŋ/ | การตลาด |
| International business | /ˌɪntəˈnæʃənl ˈbɪznɪs/ | ธุรกิจระหว่างประเทศ |
| Logics | /ˈlɒʤɪks/ | ตรรกศาสตร์ |
| Foreign Investment | /ˈfɒrɪn ɪnˈvɛstmənt/ | กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ |

โครงสร้างประโยคทั่วไปเกี่ยวกับชื่อวิชาในภาษาอังกฤษ
การทำความเข้าใจโครงสร้างทั่วไปเกี่ยวกับวิชาภาษาอังกฤษจะช่วยให้คุณสื่อสาร ถาม และตอบคำถามเกี่ยวกับตารางเรียนของคุณกับผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย ด้านล่างนี้คือโครงสร้างไวยากรณ์ที่ใช้กันทั่วไปในหัวข้อนี้
โครงสร้าง 1
โครงสร้าง: S + has/ have + [ชื่อวิชา] + (today/in your school).
- ความหมาย: โครงสร้างนี้จะตอบคำถามว่า วันนี้คุณเรียนวิชาอะไร/คุณเรียนวิชาอะไรในโรงเรียน,…
- ตัวอย่าง: What subjects did you study today? ( วันนี้คุณเรียนวิชาอะไรบ้าง?)
→ Today I study literature, physics and physical education. (วันนี้ฉันเรียนวรรณคดี ฟิสิกส์ และพละศึกษา)
โครงสร้าง 2
โครงสร้าง: คำกริยาช่วย + S + have + [ชื่อวิชา] + (yesterday/today/tomorrow)?
- ความหมาย: นี่เป็นประโยคคำถามที่ใช้ถามว่าเมื่อวาน/วันนี้/พรุ่งนี้บุคคลนั้นเรียนวิชาเฉพาะใช่ไหม?
- ตัวอย่าง: Do you have History today? (วันนี้คุณเรียนประวัติศาสตร์ใช่ไหม??)
→ No, I don’t. (ไม่นะ ฉันไม่มีเรียน)
โครงสร้าง 3
โครงสร้าง: When + คำกริยาช่วย + S + has/have + [ชื่อวิชา]?
- ความหมาย: เป็นประโยคคำถามที่ใช้ถามว่าบุคคลนั้นเรียนวิชานั้นในเวลาไหน
- ตัวอย่าง: When does she have Physics? (เขาจะเรียนฟิสิกส์เมื่อไหร่?)
→ She has Physics every Tuesday. (เขามีเรียนวิชาฟิสิกส์ทุกวันอังคาร)

>>> Read more: 150+ อาชีพภาษาอังกฤษ พร้อมคำอ่าน
แบบฝึกหัดเกี่ยวกับวิชาภาษาอังกฤษ
เพื่อรวบรวมความรู้คำศัพท์วิชาภาษาอังกฤษ คุณสามารถดูแบบฝึกหัดดังต่อไปนี้
1. Some of the things you will learn when studying this subject are Adding, subtracting, multiplying and division
- Maths
- Literature
- Economics
- Biology
2. This subject is all about learning about different parts of the world.
A. History
B. Geography
C. English
D. Algebra
3. Things that make this subject one of the most popular are running, gymnastics and team sports.
A. Chemistry
B. Psychology
C. Media studies
D. Physical education
4. Learning about what has happened to the countries and cultures of the world is what this subject is all about.
A. Badminton
B. National Defense Education
C. History
D. Geometry
5. The study of composers, blue notes and concerto’s quavers are all included in…
A. Art
B. Biology
C. Civic Education
D. Music
เฉลย
| 1. A | 2.B | 3.D | 4.C | 5.D |
ฝึกฝนคำศัพท์ชื่อวิชาในภาษาอังกฤษกับ ELSA Speak
เพื่อพัฒนาคำศัพท์ชื่อวิชาในภาษาอังกฤษและหัวข้ออื่น ๆ การเข้าใจความหมายยังไม่เพียงพอ หากต้องการใช้และจำคำศัพท์ได้อย่างคล่องแคล่วต่อไปเรื่อยๆ คุณจะต้องเชี่ยวชาญการอ่านแต่ละคำแบบมาตรฐาน รวมถึงฝึกฝนผ่านประโยคหรือบทสนทนาสั้นๆ เป็นประจำ
ในการพัฒนาทักษะนี้ ELSA Speak จะเป็นผู้ช่วยที่ดีสำหรับคุณ นี่เป็นแอปพลิเคชั่นฝึกการพูดและการสื่อสารภาษาอังกฤษเพียงตัวเดียวในปัจจุบันที่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดในการออกเสียงได้อย่างแม่นยำในแต่ละพยางค์โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยคุณสมบัติการจดจำเสียงพิเศษที่ได้รับการโหวตให้ติด 5 อันดับแรกของโลก ELSA Speak จะช่วยคุณตรวจจับข้อผิดพลาดระหว่างการฝึกและให้ข้อเสนอแนะทันทีเพื่อช่วยให้คุณปรับปรุงความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ แอปพลิเคชั่นนี้ทำหน้าที่เป็นครูสอนพิเศษ ไม่เพียงแต่ให้คะแนนแบบฝึกหัด ให้คำแนะนำที่เหมาะสมเท่านั้นแต่ยังเตือนให้คุณสร้างนิสัยในการเรียนภาษาอังกฤษทุกวันอีกด้วย
ปัจจุบัน ELSA Speak ได้พัฒนา 192 หัวข้อ โดยมีบทเรียนมากกว่า 7,000 บท แบ่งออกเป็นแบบฝึกหัดมากกว่า 25,000 บท ด้วยเหตุนี้ คุณสามารถเลือกหัวข้อที่คุณชื่นชอบหรือเหมาะสมกับระดับส่วนตัวของคุณเพื่อสร้างความเป็นธรรมชาติในกระบวนการเรียนรู้ นอกจากนี้ ELSA Speak ยังมีการสนทนาตามหัวข้อแก่ผู้ใช้เพื่อปรับปรุงการออกเสียงและการตอบสนองเมื่อสื่อสารอีกด้วย
บทความนี้จึงได้รวบรวมคำศัพท์วิชาภาษาอังกฤษและโครงสร้างทั่วไปมักจะใช้ในหัวข้อต่างๆ หวังว่าการแบ่งปันข้างต้นของ ELSA Speak จะเป็นประโยชน์กับคุณในกระบวนการพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษนะ
Parallel Structure คือ อะไร? ในไวยากรณ์ภาษาอังกฤษโครงสร้างคู่ขนาน (Parallel Structure) ไม่ได้เป็นเพียงส่วนสำคัญทางไวยากรณ์ในการสอบเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ประโยคและการเขียนของคุณชัดเจนและเข้าใจง่ายขึ้นในสถานการณ์การสื่อสารหรือบทความในอนาคตทั้งหมด หลังจากเข้าใจความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างคู่ขนาน (Parallel Structure) แล้ว ผู้เรียนต้องฝึกใช้และทำแบบฝึกหัดเป็นประจำจึงจะสามารถใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว ดังนั้นอย่าพลาดการแบ่งปันที่เป็นประโยชน์ในหัวข้อ Parallel structure สรุป นี้จาก ELSA Speak นะ!
Parallel Structure คืออะไร?
Parallel structure หรือ Parallelism ในภาษาอังกฤษไทยเรียกว่าโครงสร้างคู่ขนาน เป็นประโยคที่ประกอบด้วยองค์ประกอบหรืออนุประโยคตั้งแต่ 2 รายการขึ้นไปและมีโครงสร้างทางไวยากรณ์เหมือนกัน ช่วยทำให้ประโยคมีความสมดุล สอดคล้องกันและเข้าใจง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากใช้โครงสร้างคู่ขนานไม่ถูกต้อง อาจส่งผลให้ขาดความชัดเจนด้านความหมายและทำให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายได้ยาก ดังนั้นการมีความประณีต เป็นธรรมชาติ และใช้โครงสร้างคู่ขนานที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มความสวยงามและประสิทธิภาพให้กับงานเขียน
Parallel structure ตัวอย่างประโยค :
- Ryan likes swimming, hiking, and riding a motorcycle. (ไรอันชอบว่ายน้ำ เดินป่า และขี่มอเตอร์ไซค์)
- I went home, took a shower, changed my clothes and ate some lunch. (ฉันกลับบ้าน อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และกินข้าวกลางวัน)

บทบาทของโครงสร้างคู่ขนาน (Parallel Structure) ในประโยค
เมื่อใช้โครงสร้างคู่ขนาน (Parallel Structure) ในการสื่อสารและในการทดสอบ IELTS Writing เราจะเห็นบทบาทของโครงสร้างนี้อย่างชัดเจน ได้แก่:
- เพิ่มความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพในการถ่ายทอดข้อมูลของบทความ
- เน้นข้อมูลที่สำคัญและเกี่ยวข้อง
- สื่อสารประโยคที่เปรียบเทียบและตัดกันในลักษณะที่เข้าใจง่าย
- จำกัดการใช้คำซ้ำ ช่วยให้ประโยคดูสวยงามและมีตรรกะมากขึ้น
Parallel structure การใช้อย่างไร?
| วิธีการใช้ | อธิบาย | ตัวอย่าง |
| ใช้คำสันธาน coordinating conjunctions | ใช้คำสันธาน เช่น and for nor yet so or หรือ but เพื่อเชื่อมโยงองค์ประกอบที่ขนานกันสองรายการขึ้นไปในประโยค | The car is fast and reliable. (รถเร็วและเชื่อถือได้) We can go to the park or the beach. (เราจะไปสวนสาธารณะหรือชายหาดก็ได้) She wanted to buy a dress but ended up getting a pant instead. (เธออยากจะซื้อชุดเดรสแต่กลับได้กางเกงแทน) |
| ใช้คำสันธาน correlative conjunctions | ใช้ either…or neither…nor both… and… would rather… than…, whether… or… no sooner… than… hardly… when… และ not only but also เพื่อเชื่อมโยงองค์ประกอบที่ขนานกันในประโยค | She is either going to Paris or Rome for her vacation. (เธอจะไปปารีสหรือโรมเพื่อพักผ่อน) He can neither sing nor dance well. (เขาร้องเพลงและเต้นไม่เก่งเลย) Not only is she smart, but she is also kind and generous. (เธอไม่เพียงแค่ฉลาดแต่เธอยังใจดีและใจกว้างอีกด้วย) |
| ทำซ้ำรูปแบบไวยากรณ์ที่เหลือในประโยค | เมื่อใช้โครงสร้างประโยคคู่ขนานมักจะถูกเชื่อมด้วยคำสันธานหรือคำนามที่ใช้ในประโยคต้องมีรูปแบบเดียวกัน | I need to clean the house, do the laundry, and wash the dishes. (ฉันต้องทำความสะอาดบ้าน ซักผ้าและล้างจาน) |
| โครงสร้างเปรียบเทียบ | เมื่อคุณต้องการเปรียบเทียบสองสิ่งหรือมากกว่านั้น คุณสามารถใช้โครงสร้างการเปรียบเทียบเพื่อช่วยทำให้ประโยคมีความสมดุลและกระชับมากขึ้น โครงสร้างนี้มักปรากฏในการเปรียบเทียบหรือการเปรียบเทียบขั้นกว่า | She swims faster than she runs. (เธอว่ายน้ำเร็วกว่าวิ่ง) The new computer is as good as the old one, with the added advantage of being smaller. (คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่นั้นดีเท่ากับเครื่องเก่า โดยมีข้อดีเพิ่มเติมคือมีขนาดเล็กลง) |
| โครงสร้างเมื่อใช้กับคำกริยา To-be | ในกรณีที่คุณต้องการเน้นมุมมองของคุณหรือเน้นความเชื่อมโยงระหว่างสองประโยค คุณสามารถใช้โครงสร้างคู่ขนาน (Parallel Structure) และเชื่อมโยงอนุประโยคผ่านคำกริยา to-be ได้ | To dream is to envision a better future. (การฝันคือการจินตนาการถึงอนาคตที่ดีกว่า) To listen is to understand deeply. (การฟังคือการเข้าใจอย่างลึกซึ้ง) |

>>> Read more:
| การเรียนรู้เรื่อง conjunction อย่างละเอียดในบทความนี้ จะช่วยให้คุณแยกแยะรูปแบบต่าง ๆ ของคําเชื่อมภาษาอังกฤษได้ พร้อมมีแบบฝึกหัดเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของคุณ ไปเรียนรู้กันเลยค่ะ! |
บริบทที่ใช้ในโครงสร้างคู่ขนาน (Parallel Structure)
โครงสร้างคู่ขนาน (Parallel Structure) สามารถนำมาใช้ได้อย่างยืดหยุ่นในการเขียนเชิงวิชาการในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อสร้างประโยค การสรุปแนวคิดตามลำดับ หรือจัดเรียงข้อมูลเป็นชุด ซึ่งจะช่วยสร้างสมดุลและการเชื่อมโยงในเนื้อหาที่เป็นลายลักษณ์อักษรและช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างรายละเอียดที่กล่าวถึงได้ง่าย ด้านล่างนี้คือสถานการณ์เฉพาะบางประการที่ผู้เรียนสามารถใช้โครงสร้างคู่ขนาน (Parallel Structure) ได้:
| บริบท | อธิบาย | ตัวอย่าง |
| สร้างรายการหรือชุดข้อมูล | ไม่ว่าประโยคจะเป็นคำนาม วลี หรืออนุประโยค ควรใช้รูปแบบไวยากรณ์เดียวกันเพื่อให้เกิดความคล้ายคลึงกัน โดยรักษาข้อมูลให้ชัดเจนและกระชับ | She enjoys reading books, watching movies, and listening to music. (เธอชอบอ่านหนังสือ ดูหนัง และฟังเพลง) |
| สร้างการเปรียบเทียบ | การเปรียบเทียบระหว่างสองสิ่งที่แตกต่างกันขึ้นไปควรใช้โครงสร้างเปรียบเทียบเพื่อสร้างประโยคที่สมดุลและกระชับ | The book is both more engaging and more informative than the movie. (หนังสือเล่มนี้ทั้งน่าสนใจและให้ความรู้มากกว่าภาพยนตร์) |
| ใช้คำสันธาน | เมื่อใช้คำสันธาน เช่น “and” “or” เพื่อเชื่อมโยงแนวคิดหรือวลีที่เกี่ยวข้อง โครงสร้างคู่ขนาน (Parallel Structure) จะเชื่อมโยงความคิดที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ คำสันธานขั้นสูงบางคำที่ผู้เรียนจะต้องให้ความสนใจ เช่น “either/or” ”neither/nor” ”both/and” ”not only/but also” หรือ ”whether/or”. | The team practiced not only in the morning but also in the afternoon. (ทีมได้ฝึกซ้อมไม่เพียงแต่ในตอนเช้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในตอนบ่ายด้วย) |
| กำจัดคำซ้ำ | การใช้โครงสร้างคู่ขนาน (Parallel Structure) สามารถลดความยาวของข้อความและจำกัดการซ้ำของคำนามที่ทำหน้าที่กริยาที่คล้ายกัน | ประโยคที่ซ้ำกัน: John is a hardworking employee. He always completes his tasks on time and he never misses a deadline. ประโยคที่ไม่ซ้ำกัน: John is a hardworking employee who always completes his tasks on time and meets every deadline. (จอห์นเป็นพนักงานที่ขยันขันแข็งและทำงานให้เสร็จตรงเวลาและตรงตามกำหนดเวลาเสมอ) |

ข้อควรทราบเมื่อใช้โครงสร้างคู่ขนาน (Parallel Structure) เป็นภาษาอังกฤษ
ในการใช้โครงสร้างคู่ขนาน (Parallel Structure) บางครั้งคุณอาจใช้ผิด ซึ่งอาจส่งผลต่อความคิดของผู้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดความสำคัญของข้อความ ต่อไปนี้คือข้อผิดพลาดทั่วไปที่คุณต้องหลีกเลี่ยงเมื่อใช้โครงสร้างคู่ขนาน (Parallel Structure):
| ข้อควรทราบ | ประโยคที่ผิด | อธิบาย | ประโยคที่ถูกต้อง |
| ใช้กาลและโครงสร้างไวยากรณ์ประเภทเดียวกันในประโยค | Mary likes hiking, to bike and to run. | เมื่อแสดงกิจกรรมที่แมรีชอบ กิจกรรมเหล่านั้นจะต้องมีรูปแบบไวยากรณ์เหมือนกันข้อผิดพลาดในประโยคนี้คือ hiking เป็นกริยานาม ในขณะที่ to bike และ to run เป็นกริยารูปปกติที่มี to–> ทั้งหมดใช้กริยานามหรือกริยารูปปกติที่มี to | Mary likes hiking, biking and running. (แมรี่ชอบเดินป่า ปั่นจักรยาน และวิ่ง) |
| ระบุกริยาหลักของประโยคให้ถูกต้องเพื่อแบ่งกาลและประเภทของคำให้เหมาะสม | They can enjoy walking on the ground, to swim in the pool, and to eat in our restaurant. | ตามโครงสร้าง enjoy + V-ing กริยา “walk” ต้องเปลี่ยนเป็นรูปแบบ V-ing: enjoy walking on the ground ในขณะเดียวกัน “swim” และ “meal” ต้องเปลี่ยนเป็นกริยารูปแบบ V-ing. | They can enjoy walking on the ground, swimming in the pool and eating in our restaurant. (พวกเขาสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเล่นบนพื้น ว่ายน้ำในสระ และรับประทานอาหารในร้านอาหารของเรา) |
| ใช้คำนามประเภทเดียวกันในประโยค คุณต้องใช้คำนามประเภทเดียวอย่างสม่ำเสมอ เช่น พหูพจน์ เอกพจน์ นับได้ นับไม่ได้… | Fruits like oranges and a lemon can add a lot of vitamin C for us. | มีส้มมากมายแต่มะนาวเพียง 1 ผล -> ประโยคไม่สมเหตุสมผล-> ในประโยค ควรใช้คำนามประเภทเดียวเท่านั้น | Fruits like oranges and lemons can add a lot of vitamin C for us.(ผลไม้เช่นส้มและมะนาวสามารถเพิ่มวิตามินซีให้กับเราได้มาก มาย) |
| ต้องใช้ประธานในประโยคอย่างสม่ำเสมอ | June decided to write a letter for her pen friend, and had spaghetti for dinner. | การกระทำทั้งสองข้างต้นไม่เกี่ยวข้องกันหรือขึ้นอยู่กับความหมายซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดความสับสนในการสื่อสารได้ง่าย | June decided to write a letter for her pen friend, and after that she had spaghetti for dinner. (จูนตัดสินใจเขียนจดหมายให้เพื่อนด้วยปากกาของเธอ และหลังจากนั้นเธอก็กินสปาเก็ตตี้เป็นมื้อเย็น) |
| ให้ความสนใจกับรูปแบบของคำที่มาก่อน “prefer” | I prefer going by motorbike to bike. | สำหรับคำ “prefer” ต้องทราบว่าคำที่อยู่ก่อนและหลังคำว่า “to” ต้องแบ่งเป็นรูปแบบเหมือนกันเสมอ: คำที่อยู่ก่อน “to” คือ “going by motorbike” (V-ing + by + คำนาม) ด้านหลังต้องมีคำ/วลีที่มีรูปแบบโครงสร้างเดียวกัน | I prefer going by motorbike to going by bike. (ฉันชอบเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์มากกว่าขี่จักรยาน) |

| Parallel Structure คือการใช้รูปแบบทางไวยากรณ์ให้สอดคล้องกันภายในประโยค เพื่อให้เนื้อหาชัดเจนและลื่นไหล ผู้เรียนควรเข้าใจหลักการเรียงคำให้เป็นรูปแบบเดียวกัน และพิจารณา whether โครงสร้างที่ใช้มีความสมดุลและถูกต้องตามหลักไวยากรณ์หรือไม่ เพื่อให้การเขียนดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น |
แบบฝึกหัด parallel structure พร้อมเฉลย
แบบฝึกหัดที่ 1: จงเขียนประโยคต่อไปนี้ใหม่โดยใช้โครงสร้างคู่ขนาน (Parallel Structure) เพื่อสื่อความหมายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- Eggs contain not only protein but are also full of vitamins.
………………………………………………………………………………………..
- They are low in sodium but do not have many calories. ………………………………………………………………………………………..
- Eggs, however, are high in cholesterol and rather fat filled.
………………………………………………………………………………………..
- The yolk of one egg contains 213 milligrams of cholesterol and there are 5 grams of fat.
………………………………………………………………………………………..
- Still, the whites are both fat-free and have no cholesterol.
………………………………………………………………………………………..
แบบฝึกหัดที่ 2: เลือกคำที่เหมาะสมลงในช่องว่าง
- Not only does she enjoy ………. (read) novels, but she also likes ………. (view) films and listening to music in her leisure time.
- We can opt to either ………. (dine) at the bistro, ………. (prepare) a meal at home or ………. (order) takeout for lunch.
- My closest friend and I enjoy ………. (hike) in nature, ………. (capture) moments with our cameras and ………. (discover) new destinations together.
- We enjoy both ………. (watch) films and ………. (prepare) meals together during family gatherings.
- The corporation concentrates on ………. (develop) novel products, ………. (enhance) customer service and ………. (extend) into fresh markets.
เฉลย:
แบบฝึกหัดที่ 1: จงเขียนประโยคต่อไปนี้ใหม่โดยใช้โครงสร้างคู่ขนาน (Parallel Structure) เพื่อสื่อความหมายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- Eggs contain not only protein but also vitamins.
- They are low in sodium but high in calories.
- Eggs, however, are high in cholesterol and in fat.
- The yolk of one egg contains 213 milligrams of cholesterol and 5 grams of fat.
- Still, the whites are both fat-free and cholesterol-free.
แบบฝึกหัดที่ 2: เลือกคำที่เหมาะสมลงในช่องว่าง
1. reading, viewing
2. dining, preparing, ordering
3. hiking, capturing, discovering
4. watching, preparing
5. developing, enhancing, extending
บทความนี้ได้แบ่งปันความรู้เกี่ยวกับ parallel structure คือ อะไร? วิธีใช้โครงสร้างคู่ขนาน (parallel structure) บริบทการใช้งานเฉพาะ การแยกแยะและระบุข้อผิดพลาดทั่วไปเมื่อนำโครงสร้างนี้ไปใช้ อย่าลืมมาฝึกฝนกับ ELSA Speak กันนะ!
ELSA Speak จะมาสรุปคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ ห้องน้ำ ภาษาอังกฤษ และคำถามที่พบบ่อย หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับห้องน้ำได้มากขึ้นเพื่อนำมาใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติและยังเพิ่มคลังคำศัพท์ของคุณอีกด้วย
ห้องน้ำ ภาษาอังกฤษ คืออะไร?
- ห้องน้ำ ภาษาอังกฤษ คือ Bathroom
- การออกเสียง: /ˈbɑːθ.ruːm/ หรือ /ˈbɑːθ.rʊm/
- ตามคำจำกัดความของเคมบริดจ์ Cambridge bathroom คือ: a room with a bath and/or shower and often a toilet แปลเป็นภาษาไทยมีความหมายว่า ห้องที่มีอ่างอาบน้ำหรือฝักบัวและโดยปกติจะเป็นห้องน้ำ

ห้องน้ำในภาษาอังกฤษมีคำอะไรบ้าง
| คำศัพท์ | วิธีใช้ |
| bathroom | ชื่อเรียกพื้นที่ซักล้าง ห้องน้ำ… |
| restroom | มักใช้ในพื้นที่สาธารณะ เช่น ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร เครื่องบิน… |
| toilet | ใช้ในบริบทของห้องน้ำ (โถส้วม) ที่นิยมใช้ในสหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย |
| lavatory | คำที่เป็นทางการมักใช้บนเครื่องบินและในที่สาธารณะ |
| washroom | ที่ใช้กันทั่วไปในแคนาดาและบางแห่งในสหรัฐอเมริกา |
| loo | คำไม่สุภาพ ใช้กันอย่างแพร่หลายในอังกฤษ |
| WC | ได้เขียนย่อจากคำ water closet ที่ใช้กันทั่วไปในสหราชอาณาจักรและบางประเทศในยุโรป |

คําศัพท์ห้องน้ำ ภาษาอังกฤษ
คำศัพท์เกี่ยวกับสิ่งของในห้องน้ำ
| ภาษาอังกฤษ | แปล |
| Toilet | ชักโครก |
| Bidet | อ่างใส่น้ำและล้างก้น (ใช้เพื่อล้างร่างกายส่วนล่าง) |
| Toilet paper | กระดาษชำระ |
| Toilet brush | แปรงขัดชักโครก |
| Plunger | เครื่องมือสำหรับดูดท่อชักโครก |
| Sink | อ่างแปรงฟัน ล้างหน้า |
| Faucet/tap | ก๊อกน้ำล้างหน้าในห้องน้ำ |
| Shower | ฝักบัว |
| Shower head | หัวฝักบัว |
| Shower curtain | ม่านในห้องน้ำ |
| Shower screen | ฉากกั้นอาบน้ำ |
| Bathtub | อ่างอาบน้ำ |
| A cubicle | พื้นที่แบ่งกั้นเล็กๆ |
| Double-hung window | หน้าต่างบานเลื่อนคู่ |
| Mirror | กระจก |
| Curtain | ม่าน |
| Bath mat | พรมเช็ดเท้า |
| Soap dish | แท่นวางสบู่ |
| Wastepaper basket | ตะกร้าใส่ขยะ |
| Curling iron | โรลม้วนผม |
| Hair dryer | เครื่องเป่าผม |
| Sanitary towels | ผ้าอนามัย |
| Tweezers | แหนบ |

คำศัพท์เกี่ยวกับของใช้ส่วนตัวในห้องน้ำ
| ภาษาอังกฤษ | แปล |
| Soap | สบู่ |
| Shampoo | แชมพูสระผม |
| Conditioner | ครีมนวดผม |
| Toothbrush | แปรงสีฟัน |
| Toothpaste | ยาสีฟัน |
| Mouthwash | น้ำยาบ้วนปาก |
| Razor | มีดโกน |
| Electric razor | มีดโกนหนวดไฟฟ้า |
| Shaving cream | ครีมโกนขน |
| Dental floss | ไหมขัดฟัน |
| Lotion | ครีมทาตัว |
| Perfume | น้ำหอม |
| Q-tip | ยี่ห้อไม้ปั่นหู |
| Cotton balls | สำลีก้อน |
| Comb | หวี |

คำถามภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยในการถามเกี่ยวกับห้องน้ำ
| ภาษาอังกฤษ | ภาษาไทย |
| Could you tell me where the bathroom is, please? | ฉันขอถามหน่อยว่าห้องน้ำอยู่ที่ไหนคะ? |
| Where are the toilets, please? | ขอโทษนะคะ ห้องน้ำอยู่ที่ไหนคะ? |
| Where are the ladies’/gents’, please? | ขอถามหน่อยว่าห้องน้ำหญิง/ชายอยู่ที่ไหนคะ/ครับ |
| Pardon me, but could you please direct me to the restroom? | ฉันขอถามได้ไหมว่าห้องน้ำอยู่ที่ไหนคะ? |
| Can you please inform me of the location of the bathroom? | ขอรบกวนหน่อยค่ะ ห้องน้ำอยู่ไหนคะ? |
| Are there any public toilets nearby, please? | ฉันสงสัยว่ามีห้องน้ำสาธารณะแถวนี้ไหมคะ? |
คำถามที่พบบ่อย
ห้องน้ำหญิง ภาษาอังกฤษ คืออะไร
ห้องน้ำหญิง ภาษาอังกฤษคือ Ladies’ room / Powder room
ห้องน้ำชาย ภาษาอังกฤษ คืออะไร
ห้องน้ำชาย ภาษาอังกฤษคือ Men’s room
ห้องน้ำ ภาษาอังกฤษ คําอ่าน คืออะไร
ห้องน้ำในภาษาอังกฤษมีคําอ่านว่า Bathroom /ˈbɑːθ.ruːm/ หรือ /ˈbɑːθ.rʊm/
ในบทความนี้ ELSA Speak ได้สรุปคำศัพท์ ประโยคคำถาม และวิธีแยกแยะคำศัพท์หัวข้อห้องน้ำในภาษาอังกฤษมาฝากทุกคนหวังว่าคุณจะจำคำศัพท์เหล่านี้ได้อย่างถูกต้องเพื่อที่คุณจะได้นำไปใช้ในยามจำเป็นนะ
เครื่องเขียนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในสภาพแวดล้อมการทำงาน ได้แก่ กระดาษ ปากกา สมุดบันทึก สมุดจด แสตมป์ คลิปหนีบกระดาษ กล่องเอกสาร และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย ตาม ELSA Speak มาสำรวจคำศัพท์อย่างละเอียดเกี่ยวกับหัวข้อ เครื่องเขียน ภาษาอังกฤษ กันเลย
เครื่องเขียนภาษาอังกฤษคืออะไร?

เครื่องเขียนภาษาอังกฤษคือ stationery คําอ่านว่า /ˈsteɪʃnəri/
ตัวอย่าง:
- I went to the store to buy some stationery for my new office, including pens, notebooks, and folders. (ฉันไปร้านค้าเพื่อซื้อเครื่องเขียนสำหรับสำนักงานใหม่ของฉัน รวมทั้งปากกา สมุดบันทึก และแฟ้ม)
- The company provides all the necessary stationery for its employees, so they don’t have to worry about buying their own supplies. (บริษัทจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียนที่จำเป็นทั้งหมดให้กับพนักงาน ดังนั้นพนักงานไม่ต้องกังวลเรื่องการซื้ออุปกรณ์)
รวบรวมคำศัพท์เครื่องเขียนภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยที่สุด
มาเรียน คําศัพท์ อุปกรณ์เครื่องเขียน ภาษาอังกฤษพร้อมคําอ่านด้านหล่างนี้ กับ ELSA Speak นะ
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับปากกาบางประเภท
| คำศัพท์ | คำอ่าน | ความมาย |
| Ballpoint pen | /ˌbɑːl.pɔɪnt ˈpen/ | ปากกาลูกลื่น |
| Brush | /brʌʃ/ | แปรงทาสี |
| Colour pencil | /ˈkʌlə ˈpɛnsl/ | ดินสอสี |
| Correction pen | /kəˈrek.ʃən.ˈpen/ | ปากกาลบคำผิด |
| Crayon | /ˈkreɪən/ | ดินสอเทียน |
| Fountain pen | /ˈfaʊntɪn pɛn/ | ปากกาหมึกซึม |
| Gel pen | /ʤɛl pɛn/ | ปากกาหมึกเจล |
| Highlighter | /ˈhaɪˌlaɪtə/ | ปากกาเน้นข้อความ |
| Marker | /ˈmɑːkə/ | สิ่งที่ใช้ทำเครื่องหมายหรือร่องรอย |
| Mechanical pencil | /prəˈpɛlɪŋ ˈpɛnsl/ | ดินสอกด |
| Pen | /ˈpen/ | ปากกา |
| Pencil | /ˈpɛnsl/ | ดินสอ |
| Modeling clay | /ˈmɒd.əl.ɪŋ kleɪ/ | ดินน้ำมัน |
| Water color | /ˈwɔː.tər ˈkʌl.ər/ | สีน้ำ |

>>> Read more: การค้นพบที่น่าสนใจเกี่ยวกับ สีภาษาอังกฤษ
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับกระดาษเครื่องเขียน
| คำศัพท์ | คำอ่าน | ความมาย |
| Carbon paper | /ˈkɑːbən ˈpeɪpə/ | กระดาษคาร์บอน |
| Document | /ˈdɒkjʊmənt/ | เอกสารทั่วไป |
| Dot matrix paper | /dɒt ˈmeɪtrɪks ˈpeɪpə/ | กระดาษสำหรับเครื่องพิมพ์หัวเข็ม |
| Index card | /ˈɪndɛks kɑːd/ | บัตรดัชนีหรือบัตรลำดับอักษร |
| Laser paper | /ˈleɪzə ˈpeɪpə/ | กระดาษสำหรับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ |
| Notebook | /ˈnəʊtbʊk/ | สมุดบันทึก |
| Photocopy paper | /ˈfəʊtəʊˌkɒpi ˈpeɪpə/ | กระดาษถ่ายเอกสาร |
| Self-stick flags | /sɛlf-stɪk flægz/ | กระดาษมาร์กเกอร์ |
| Self-stick note (pad) | /sɛlf-stɪk nəʊt (pæd)/ | แผ่นกระดาษจดบันทึก |
| Writing pads | /ˈraɪtɪŋ pædz/ | สมุดฉีก |

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับเครื่องเขียนอิเล็กทรอนิกส์
| คำศัพท์ | คำอ่าน | ความมาย |
| 3D Printers | /ˌθriːˈdiː ˈprɪntəz/ | เครื่องพิมพ์ 3 มิติ |
| Business Inkjet Printers | /ˈbɪznɪs ɪŋkʤɛt ˈprɪntəz/ | เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทธุรกิจ |
| Calculator | /ˈkælkjʊleɪtə/ | เครื่องคิดเลข |
| Computer | /kəmˈpjuːtə/ | คอมพิวเตอร์ |
| Fax machine | /fæks məˈʃiːn/ | เครื่องแฟกซ์ |
| Home Inkjet Printers | /həʊm ɪŋkʤɛt ˈprɪntəz/ | เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่บ้าน |
| Keyboard | /ˈkiːbɔːd/ | แป้นพิมพ์ |
| Laser Printers | /ˈleɪzə ˈprɪntəz/ | เครื่องพิมพ์เลเซอร์ |
| Laptop | /ˈlæpˌtɒp/ | แล็ปท็อป |
| LED Printers | /ˌɛlˈiːˈdiː ˈprɪntəz/ | เครื่องพิมพ์ LED |
| Monitor | /ˈmɒnɪtə/ | จอ |
| Mouse | /maʊs/ | เมาส์ |
| Mouse pad | /maʊs pæd/ | แผ่นรองเมาส์ |
| Multifunction Printers | /ˌmʌltɪˈfʌŋkʃən ˈprɪntəz/ | เครื่องปริ้นเตอร์มัลติฟังก์ชัน |
| Paper shredder | /ˈpeɪpə ˈʃrɛdə/ | เครื่องฉีกกระดาษ |
| Power socket | /ˈpaʊə ˈsɒkɪt/ | ปลั๊กไฟ |
| Telephone | /ˈtɛlɪfəʊn/ | โทรศัพท์ |
| Typewriter | /ˈtaɪpˌraɪtə/ | เครื่องพิมพ์ดีด |

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการจำแนกประเภทและการเก็บรักษา
| คำศัพท์ | คำอ่าน | ความมาย |
| Lever arch file | /ˈliː.vər ɑːrtʃ faɪl/ | แฟ้มสันกว้าง |
| Ring file/binder | /rɪŋ faɪl/ /ˈbaɪn.dər/ | แฟ้มห่วง |
| Expandable file | /ɪkˈspændəbl faɪl/ | กระเป๋าเอกสาร ที่มีหลายช่อง |
| File folder | /faɪl ˈfoʊl.dər/ | แฟ้มโฟลเดอร์ |
| Double sign board | /ˈdʌb.əl saɪn bɔːrd/ | ป้ายคู่ |
| Hanging file folder | /ˈhæŋ.ɪŋ faɪl ˈfoʊl.dər/ | แฟ้มมีที่แขวน |
| File | /faɪl/ | เอกสาร |
| File cabinet | /faɪl ˈkæbɪnɪt/ | ตู้เก็บเอกสาร |
| Reporter | /rɪˈpɔːr.tər/ | รายงาน |
| File folder (hard) | /faɪl ˈfoʊl.dər/ | ที่เก็บเอกสาร |
| Binder | /ˈbaɪn.dər/ | แฟ้นที่ถอดออกได้สำหรับใส่เอกสาร |
| Index cards and files | /ˈɪn.dɛks kɑːrdz ənd faɪlz/ | บัตรดัชนีและแฟ้ม |
| Two-pocket portfolios | /ˌtuː ˈpɑːkɪt pɔːrˈfoʊlioʊz/ | ปกโปรไฟล์บริษัทมีปลอกพับ 2 อัน |

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับของใช้ในการส่งจดหมาย
| คำศัพท์ | คำอ่าน | ความมาย |
| Envelope | /ˈɛn.və.loʊp/ | ซองจดหมาย |
| Stamped/ addressed envelope | /stæmpd/ əˈdrɛst ˈɛn.və.loʊp/ | ซองจดหมายติดแสตมป์/ที่อยู๋ |
| Stamp | /stæmp/ | แสตมป์ |
| Postcard | /ˈpoʊst.kɑːrd/ | ไปรษณียบัตร |
| Mailing label | /ˈmeɪ.lɪŋ ˈleɪ.bəl/ | ป้ายจดหมาย |
| Package | /ˈpæk.ɪdʒ/ | พัสดุ |
| Shipping label | /ˈʃɪp.ɪŋ ˈleɪ.bəl/ | สติ๊กเกอร์ขนส่งสินค้า |
| Bubble wrap | /ˈbʌb.əl ræp/ | พลาสติกกันกระแทก |
| Padded envelope | /ˈpæd.ɪd ˈɛn.və.loʊp/ | ซองจดหมายกันกระแทก |

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอุปกรณ์ตั้งโต๊ะ (อุปกรณ์สำนักงาน)
| คำศัพท์ | คำอ่าน | ความมาย |
| Hole punch/punch | /hoʊl pʌntʃ/ | เครื่องเจาะรูกระดาษ |
| Stapler | /ˈsteɪ.plɚ/ | เครื่องเย็บกระดาษ |
| Staples | /ˈsteɪ.pəlz/ | ลวดเย็บกระดาษ |
| Staple remover | /ˈsteɪ.pəl rɪˈmuːvər/ | ที่ถอดลวดเย็บกระดาษ |
| Binder clips | /ˈbaɪn.dər klɪps/ | คลิปหนีบกระดาษ |
| Bulldog clip | /ˈbʊl.dɑːɡ klɪp/ | ที่หนีบกระดาษแบบมี 2 ขา |
| Knife | /naɪf/ | มีด |
| Scissors | /ˈsɪz.əz/ | กรรไกร |
| Paper-knife | /ˈpeɪ.pər naɪf/ | มีดเปิดซองจดหมาย |
| Blades | /bleɪdz/ | ใบมีด |
| Laminators | /ˈlæm.ɪ.neɪ.tərz/ | แผ่นพลาสติก |
| Pencil sharpener | /ˈpen.səl ˈʃɑːp.nər/ | กบเหลาดินสอ |
| Magnet | /ˈmæɡ.nɪt/ | แม่เหล็ก |
| Push pins | /pʊʃ pɪnz/ | หมุดปักกระดาษ |
| Glue stick | /ɡluː stɪk/ | กาวแท่ง |
| Glue | /ɡluː/ | กาว |
| Tape | /teɪp/ | เทปหรือริบบิ้น |
| Sealing tape | /ˈsiː.lɪŋ teɪp/ | เทปปิดผนึก |
| Double-sided tape | /ˌdʌb.əlˈsaɪ.dɪd teɪp/ | เทปกาวสองหน้า |
| Duct tape | /dʌkt teɪp/ | เทปกาว |
| Carbon paper | /ˈkɑː.bən ˈpeɪ.pər/ | กระดาษคาร์บอนที่ใช้ในการคัดลอกเอกสาร |
| Rubber bands | /ˈrʌb.ər bændz/ | ยางรัด |
| Pin | /pɪn/ | คลิปหนีบกระดาษ |
| Drawing pin | /ˈdrɔː.ɪŋ pɪn/ | เข็มหมุด |
| Push pin | /pʊʃ pɪn/ | หมุดปักกรดาษ |
| Blinder clip | /ˈblaɪn.dər klɪp/ | ขดลวดหนีบกระดาษ ใช้หนีบเอกสารที่มีขนาดใหญ่ |
| Paper clip | /ˈpeɪ.pər klɪp/ | คลิปหนีบกระดาษ |
| Plastic paper clip | /ˈplæs.tɪk ˈpeɪ.pər klɪp/ | คลิปหนีบกระดาษพลาสติก |
| Stapler | /ˈsteɪ.plər/ | เครื่องเย็บกระดาษ |
| Staples | /ˈsteɪ.pəlz/ | ลวดเย็บกระดาษ |
| Rubber band | /ˈrʌb.ər bænd/ | หนังยาง |
บทสนทนาใช้คำศัพท์เครื่องเขียนภาษาอังกฤษ

บทสนทนา 1
A: Excuse me. I was wondering how to order office supplies.
B: We have a requisition form on the company website. What type of supplies do you need?
A: I need A4 paper, staplers, and magnets.
B: How quickly will you need your supplies?
A: I need all of my supplies right away.
B: We also will have to check your department budget. Do you know how much money you have for office supplies?
A: I will check to see what my budget is.
B: Would you like these supplies delivered or would you like to pick them up?
A: Please deliver them to my office.
B: Fine, just send the form to us and we will let you know as soon as your supplies come in. Have a good day!
A: Thank you!
แปล:
A: ขอโทษนะ ฉันไม่แน่ใจว่าจะสั่งซื้อเครื่องเขียนสำนักงานได้อย่างไรน่ะ?
B: เรามีแบบฟอร์มใบสั่งซื้อในเว็บไซต์ของบริษัท คุณต้องการอุปกรณ์ประเภทไหนเหรอ?
A: ฉันต้องการกระดาษ A4 เครื่องเย็บกระดาษ และแม่เหล็กน่ะ
B: คุณต้องการด่วนไหม
A: ฉันต้องการสิ่งของทั้งหมดในตอนนี้เลย
B: เราจะต้องตรวจสอบงบประมาณของสำนักงานคุณด้วย คุณรู้ไหมว่างบซื้ออุปกรณ์สำนักงานของคุณอยู่ที่เท่าไหร่?
A: ฉันจะตรวจสอบดูว่างบประมาณของแผนกคือเท่าไหร่
B: คุณต้องการให้จัดส่งหรือมารับเองคะ
A: กรุณาส่งไปที่สำนักงานของฉันนะ
B: ได้เลย แค่ส่งแบบฟอร์มให้เราแล้วเราจะแจ้งให้คุณทราบเมื่อสินค้ามาถึง ขอให้เป็นวันที่ดีนะ
A: ขอบคุณมากๆเลย

บทสนทนา 2:
A: How do I order the office supplies that I need?
B: Fill out this form with whatever you need. What do you need the most?
A: I need many things: ink cartridges, A5 paper, markers, scissors,…
B: I can get a few of them right away, but might have to order some.
A: I can wait a few days for these items.
B: Make sure that you have money allocated for these supplies. How much do you have for office supplies?
A: I don’t think we have very much money for supplies, but we have a little.
B: Would you like them delivered to you or can you come get them here?
A: I am not sure yet.
B: When you finish completing the request form, we will order and let you know when the supplies are here. Have a great day!
แปล:
A: ฉันจะสั่งซื้ออุปกรณ์สำนักงานที่ต้องการได้อย่างไร?
B: กรอกสิ่งที่คุณต้องการลงในแบบฟอร์มนี้ ว่าคุณต้องการอะไรมากที่สุด
A: ฉันต้องการหลายอย่าง: ตลับหมึก กระดาษ A5 ปากกาเมจิก กรรไกร,…
B:. บางอย่างฉันสามารถหาให้คุณได้เลย แต่บางอย่างอาจต้องรอสั่ง
A: ฉันสามารถรอสินค้าเหล่านี้ได้ประมาณสองสามวัน
B: คุณต้องแน่ใจว่าคุณมีงบสำหรับอุปกรณ์เหล่านี้ ไม่ทราบว่าคุณมีงบเท่าไหร่เหรอ?
A: ฉันคิดว่ามีเงินไม่มากน่ะ
B: คุณต้องการให้จัดส่งหรือมารับเองคะ
A: ฉันยังไม่แน่ใจเลย
B: เมื่อคุณกรอกแบบฟอร์มคำสั่งซื้อเรียบร้อยแล้ว เราจะสั่งซื้อและแจ้งให้คุณทราบเมื่อสินค้ามาถึง ขอให้มีวันที่ดีค่ะ
คําถามที่พบบ่อย
Stationery แปลว่าอะไร?
Stationery แปลว่า เครื่องเขียน
ด้านบนนี้เป็นคำศัพท์เกี่ยวกับ Stationery เครื่องเขียน ภาษาอังกฤษ ทั้งหมด หวังว่าการแบ่งปันข้างต้นจะช่วยคุณเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพนอกจากนี้ อย่าลืมตาม ELSA Speak เป็นประจำเพื่ออัปเดทความรู้ด้านคำศัพท์และไวยากรณ์ภาษาอังกฤษทุกวันนะ
คำศัพท์ทั่วไปในการประกาศรับสมัครงานภาษาอังกฤษ ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับงาน คุณสมบัติทางวิชาชีพ เงินเดือน ELSA Speak ได้รวบรวมคำศัพท์ที่พบบ่อยในการประกาศรับสมัครงาน ภาษาอังกฤษ พร้อมแปล ดูกันตอนนี้เลย!
คำศัพท์ที่ควรรู้เกี่ยวกับการประกาศรับสมัครงาน ภาษาอังกฤษ
คำศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐานเกี่ยวกับการสรรหาบุคลากร
ต่อไปนี้เป็น คำศัพท์น่ารู้ที่มักอยู่ใน ประกาศรับสมัครงาน ขั้นพื้นฐานที่คุณต้องรู้

| คำศัพท์ | การสะกดคำ | ความหมาย |
| Applicant | /ˈæplɪkənt/ | ผู้สมัคร |
| Application | /ˌæplɪˈkeɪʃn/ | ใบสมัคร |
| Apply in person | /əˈplaɪ ɪn ˈpɜːrsn/ | สมัครด้วยตนเอง |
| Position | /pəˈzɪʃn/ | ตำแหน่ง |
| Urgently Required | /ˈɜːdʒəntli rɪˈkwaɪərd/ | ต้องการด่วน |
| Qualification | /kwɒlɪˈfeɪʃn/ | คุณวุฒิ คุณสมบัติ |
| Education | /ˌedʒuˈkeɪʃn/ | การศึกษา |
| Personality | /pɜːsəˈnælɪti/ | บุคลิกภาพ |
| Experience | /ɪkˈspɪəriəns/ | ประสบการณ์ |
| Skill | /skɪl/ | ทักษะ |
| Work permit | /wɜːk ˈpɜːmɪt/ | ใบอนุญาตทำงาน |
| Company benefits | /ˈkʌmpəni ˈbenɪfɪts/ | ผลประโยชน์ของลูกจ้าง |
| Compensation | /kɒmpənˈseɪʃn/ | ค่าตอบแทน |
| Working hours | /ˈwɜːkɪŋ ˈaʊərz/ | เวลาทำงาน |
| Working time | /ˈwɜːkɪŋ taɪm/ | เวลาทำงาน |
| Marital status | /ˈmærɪtl ˈsteɪtəs/ | สถานภาพสมรส |
| Military status | /ˈmɪlɪtəri ˈsteɪtəs/ | สถานภาพการเกณฑ์ทหาร |
| Expected salary | /ɪkˈspektɪd ˈsæləri/ | เงินเดือนที่คาดหวัง |
| Present salary | /ˈpreznt ˈsæləri/ | เงินเดือนปัจจุบัน |
| Overtime payment | /ˈəʊvətaɪm ˈpeɪmənt/ | ค่าล่วงเวลา |
| Probationary period | /prəˈbeɪʃnəri ˈpɪəriəd/ | ช่วงทดลองงาน |
| Walk-in interview | /wɔːk-ɪn ˈɪntəvjuː/ | การเดินเข้าไปสมัครงานด้วยตนเองและพร้อมสัมภาษณ์ทันที่ |
| Own transportation | /əʊn trænspɔːˈteɪʃn/ | พาหนะเดินทางของตนเอง |
| Job Description | /dʒɒb dɪˈskrɪpʃn/ | รายละเอียดงาน |
| Vacancy | /ˈveɪkənsi/ | ตำแหน่งว่าง |
| Headcount | /ˈhedkaʊnt/ | จำนวนพนักงานของแต่ละแผนก หน่วยงานหรือองค์กร |
| Candidate | /ˈkændɪdeɪt/ | ผู้สมัคร |
| Job portal | /dʒɒb ˈpɔːrtl/ | เว็บไซต์หางาน |
| ATS | /eɪ tiː ɛs/ | ระบบติดตามผู้สมัคร |
| Job advertisement | /dʒɒb ədˈvɜːtɪsmənt/ | โฆษณารับสมัครงาน |
| Candidate pool/ Talent pool | /ˈkændɪdeɪt puːl/ /ˈtælənt puːl/ | โปรไฟล์ผู้สมัครที่มีศักยภาพ |
| Recruitment channel | /rɪˈkruːtmənt ˈtʃænəl/ | ช่องทางการสรรหาบุคคลากร |
| Talent pipeline | /ˈtælənt ˈpaɪplaɪn/ | รายชื่อผู้ที่มีศักยภาพเหมาะสมกับตำแหน่งงานจำนวนมาก |
| CV / Curriculum Vitae | /ˌkʌˈrɪkjələm ˈviːtaɪ/ | ประวัติชีวิต |
| Resume | /rɪˈzuːmeɪ/ | ประวัติย่อ |
| Profile | /ˈprəʊfaɪl/ | ประวัติโดยย่อ |
| Screening | /ˈskriːnɪŋ/ | การคัดกรอง |
| Hiring manager | /ˈhaɪərɪŋ ˈmænɪdʒər/ | ผู้จัดการแผนกทรัพยากรบุคคล |
| Interviewer | /ˈɪntəvjuːər/ | คนสัมภาษณ์ |
| Panel interview/Board interview | /ˈpænəl ˈɪntəvjuː/ /bɔːd ˈɪntəvjuː/ | การสัมภาษณ์งานแบบใช้คณะผู้เชี่ยวชาญ |
| Drop out | /drɒp aʊt/ | ตัดออกจาก |
| Withdraw | /wɪðˈdrɔː/ | ถอน ถอนคืน |
| Reference check | /ˈrefərəns tʃek/ | การตรวจสอบบุคคลอ้างอิง |
| Offer letter | /ˈɒfər ˈletər/ | จดหมายเสนองาน |
| Counter-offer | /ˈkaʊntər ɒfər/ | ข้อเสนอจากบริษัทปัจจุบันที่จะรักษาไว้เมื่อตัดสินใจจะลาออกเพื่อ ไปทำงานบริษัทอื่น |
| Notice period | /ˈnəʊtɪs ˈpɪəriəd/ | ระยะเวลาที่ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนที่จะลาออกจากตำแหน่งหรืองานที่ทำ |
| Replace | /rɪˈpleɪs/ | แทนที่ สวมตำแหน่ง ทำหน้าที่แทน |
| Onboarding/ Commencement date | /ˈɒnˌbɔːdɪŋ/ /kəˈmensmənt deɪt/ | กระบวนการหรือกิจกรรมใด ๆ ที่ทางบริษัทพยายามสร้างหรือจัดหาให้กับพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในบริษัท |
| Orientation | /ˌɔːriənˈteɪʃn/ | ปฐมนิเทศ |
| Employer brand | /ɪmˈplɔɪər brænd/ | แบรนด์ขององค์กร |
| Application Information | /ˌæplɪˈkeɪʃən/ /ˌɪnfərˈmeɪʃən/ | ข้อมูลการสมัคร |
| Background | /ˈbækɡraʊnd/ | ภูมิหลัง |
| Contact Information | /ˈkɒntækt/ /ˌɪnfərˈmeɪʃən/ | ข้อมูลการติดต่อ |
| Proficient | /prəˈfɪʃnt/ | เชี่ยวชาญ คล่องแคล่ว |
| Mindset | /ˈmaɪndset/ | กรอบแนวคิด ทัศนคติ การมองโลกในแง่มุมที่ควรจะเป็น |
| Diligent | /ˈdɪlɪdʒənt/ | ขยัน |
| Flexible | /ˈfleksəbl/ | ยืดหยุ่น |
| Competence | /ˈkɒmpɪtəns/ | ความสามารถ |
| Responsibilities | /rɪˌspɒnsəˈbɪlətiːz/ | ความรับผิดชอบ |
| Special Ability | /ˈspeʃl/ /əˈbɪlətiː/ | ความสามารถพิเศษ คุณสมบัติโดดเด่น |
| Letter of Recommendation | /ˈletər/ /əv/ /ˌrekəmenˈdeɪʃən/ | จดหมายแนะนำผู้สมัคร |
| Recent Photo | /ˈriːsnt/ /ˈfəʊ.təʊ/ | ภาพถ่ายล่าสุด |

>>> Read more: 16 วิธีในการ แนะนําตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งาน
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับผลประโยชน์ของลูกจ้าง
| คำศัพท์ | การสะกดคำ | ความหมาย |
| 13th month salary | /ˈθɜːrˌtiːnθ mʌnθ ˈsæləri/ | เงินเดือนเดือนที่ 13 |
| Bonus | /ˈboʊnəs/ | เงินโบนัส |
| Extra payment for overtime work | /ˈɛkstrə ˈpeɪmənt fɔːr ˈoʊvərˌtaɪm wɜːrk/ | เงินค่าล่วงเวลา |
| Health insurance | /hɛlθ ɪnˈʃʊrəns/ | ประกันสุขภาพ |
| Leaving date | /ˈliːvɪŋ deɪt/ | วันหยุดงาน |
| Maternity leave | /məˈtɜːrnəti liv/ | การลาคลอด |
| Paid holiday | /peɪd ˈhɑːləˌdeɪ/ | หยุดงานโดยที่ได้รับค่าจ้าง |
| Part-time education | /pɑːrt-taɪm ˌɛdʒʊˈkeɪʃən/ | การศึกษานอกเวลา การศึกษาไม่เต็มเวลา |
| Promotion | /prəˈmoʊʃən/ | การเลื่อนตำแหน่ง |
| Salary = pay | /ˈsæləri = peɪ/ | ค่าจ้าง |
| Salary increase | /ˈsæləri ˈɪŋˌkriːs/ | การเพิ่มเงินเดือน |
| Sick pay | /sɪk peɪ/ | เงินที่จ่ายโดยนายจ้างให้กับพนักงานที่ป่วยจนทำงานไม่ได้ |
| Starting date | /ˈstɑːrtɪŋ deɪt/ | วันที่เริ่มต้น |
| Training scheme | /ˈtreɪnɪŋ skiːm/ | การเทรนเพื่อพัฒนาทักษะ |
| Travel expense | /ˈtrævəl ɪkˈspɛns/ | ค่าเดินทาง |
| Welfare | /ˈwɛlˌfɛr/ | สวัสดิการ |

>>> Read more: คำศัพท์และประโยคเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และ เงินเดือน ภาษาอังกฤษ
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับเวลาทำงาน
| คำศัพท์ | การสะกดคำ | ความหมาย |
| Deadline | /ˈdɛdˌlaɪn/ | กำหนดเวลา |
| Flexitime/Flexible hours | /ˈflɛksɪˌtaɪm/ /ˈflɛksəbl ˈaʊərz/ | เวลาเข้างานแบบยืดหยุ่น |
| Full-time | /fʊl-taɪm/ | เต็มเวลา |
| Part-time | /pɑrt-taɪm/ | นอกเวลา ไม่เต็มเวลา |
| Shift | /ʃɪft/ | ช่วงเวลาทํางาน |
| Work hours | /wɜrk ˈaʊərz/ | ชั่วโมงทํางาน |
| Permanent worker | /ˈpɜrmənənt ˈwɜrkər/ | ลูกจ้างประจำ |
| Temporary worker | /ˈtɛmpəˌrɛri ˈwɜrkər/ | ลูกจ้างชั่วคราว |
| Working hours | /ˈwɜrkɪŋ ˈaʊərz/ | ช่วงเวลาทํางาน |

>>> Read more: 200+ ศัพท์ภาษาอังกฤษในการทํางานที่ใช้บ่อยที่สุด
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับทักษะการทำงาน
| คำศัพท์ | การสะกดคำ | ความหมาย |
| Analytical nature | /ˌænəˈlɪtɪkəl ˈneɪtʃər/ | ทักษะการคิดวิเคราะห์ |
| Collaboration skill | /kəˌlæbəˈreɪʃən skɪl/ | ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น |
| Communication skill | /kəˌmjunɪˈkeɪʃən skɪl/ | ทักษะการสื่อสาร |
| Interpersonal skill | /ˌɪntərˈpɜrsənl skɪl/ | ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล |
| Soft skill | /sɒft skɪl/ | ทักษะการใช้ชีวิต |
| Teamwork | /ˈtiːmwɜːrk/ | การกระทำร่วมกัน การทำงานเป็นทีม |
| Problem-solving | /ˈprɒbləm-ˈsɒlvɪŋ/ | ทักษะการแก้ปัญหา |
| Time management | /taɪm ˈmænɪʤmənt/ | ทักษะการบริหารเวลา |
| Adaptability | /əˌdæptəˈbɪlɪti/ | ทักษะการปรับตัว |
| Leadership | /ˈliːdərʃɪp/ | ทักษะการเป็นผู้นำ |
| Creativity | /ˌkriːeɪˈtɪvɪti/ | ทักษะการสร้างสรรค์ |
| Decision-making | /dɪˈsɪʒən-ˈmeɪkɪŋ/ | ทักษะการตัดสินใจ |

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับบุคลิกภาพ
| คำศัพท์ | การสะกดคำ | ความหมาย |
| Adaptable | /əˈdæptəbl/ | ดัดแปลงได้ ปรับได้ |
| Confident | /ˈkɑnfədənt/ | มั่นใจ |
| Credible | /ˈkrɛdəbəl/ | เชื่อถือได้ น่าเชื่อถือ |
| Energetic | /ˌɛnərˈdʒɛtɪk/ | ที่เต็มไปด้วยพลัง ความกระตือรือร้น |
| Friendly | /ˈfrɛndli/ | เป็นมิตร |
| Hard-working | /ˌhɑrdˈwɜrkɪŋ/ | ขยัน หมั่นเพียร บากบั่น |
| Honest | /ˈɒnɪst/ | ซื่อสัตย์ สุจริต |
| Independent | /ˌɪndɪˈpɛndənt/ | อิสระ ไม่ขึ้นอยู่กับใคร |
| Proactive | /proʊˈæktɪv/ | เชิงรุก |
| Punctual | /ˈpʌŋktʃuəl/ | ตรงต่อเวลา |
| Responsible | /rɪˈspɒnsəbl/ | รับผิดชอบ |
| Detail oriented | /ˈdiːteɪl ˈɔːriəntɪd/ | ใส่ใจในทุกรายละเอียด |
| Goal oriented | /ɡoʊl ˈɔriəntɪd/ | คำนึงถึงเป้าหมายเป็นสำคัญ |
| Loyal | /ˈlɔɪəl/ | จงรักภักดี ซื่อสัตย์ |
| Sociable | /ˈsoʊʃəbl/ | เข้ากับคนง่าย |
| Professional | /prəˈfɛʃənl/ | เชี่ยวชาญ |

>>> Read more:
- คำศัพท์และวิธีการบรรยายบุคคลในภาษาอังกฤษ
- 150+ คำศัพท์เกี่ยวกับนิสัยภาษาอังกฤษอธิบายถึงคนที่พบบ่อยที่สุด
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับจุดแข็งและจุดอ่อน
| คำศัพท์ | การสะกดคำ | ความหมาย |
| Perfectionism | /pərˈfɛkʃənɪzəm/ | ความสมบูรณ์แบบ |
| Public speaking | /ˈpʌblɪk ˈspiːkɪŋ/ | การพูดในที่สาธารณะ |
| Self-criticism | /sɛlf-ˈkrɪtɪˌsɪzəm/ | การโทษตัวเอง |
| Lack of sth | /læk ʌv sth/ | ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง |
| Shyness | /ˈʃaɪnəs/ | ความขี้อาย |
| Align | /əˈlaɪn/ | จัดให้เป็นแนวเดียวกัน จัดให้อยู่ในแนวเดียวกัน |
| Ambitious | /æmˈbɪʃəs/ | ทะเยอทะยาน |
| Proactive (adj) = self starter | /proʊˈæktɪv/ = /sɛlf ˈstɑrtər/ | ผู้ทำงานได้โดยไม่ต้องให้คนอื่นชี้แนะ |
| Strength | /strɛŋθ/ | กำลัง พลัง แรง จุดแข็ง |
| Tight deadline | /taɪt ˈdɛdˌlaɪn/ | กำหนดเวลาสุดท้ายที่ต้องทำให้เสร็จ |
| Under pressure | /ˈʌndər ˈprɛʃər/ | อยู่ภายใต้ความกดดัน |
| Weakness | /ˈwiknəs/ | จุดอ่อน |

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับประสบการณ์และใบรับรองคุณวุฒิ
| คำศัพท์ | การสะกดคำ | ความหมาย |
| Degree | /dɪˈɡriː/ | ปริญญา |
| Certificate | /sərˈtɪfɪkət/ | ประกาศนียบัตร |
| Bachelor’s degree | /ˈbætʃələrz dɪˈɡriː/ | ปริญญาตรี/ ปริญญาบัณฑิต |
| Master’s degree | /ˈmæstərz dɪˈɡriː/ | ปริญญาโท/ ปริญญามหาบัณฑิต |
| Ph.D. (Doctor of Philosophy) | /ˌpiː eɪtʃ ˈdiː/ | ปริญญาดุษฎีบัณฑิต |
| Experience | /ɪkˈspɪriəns/ | ประสบการณ์ |
| Graduate | /ˈɡrædʒueɪt/ | จบการศึกษา สำเร็จการศึกษา |
| High school | /haɪ skuːl/ | มัธยมปลาย |
| High school diploma | /haɪ skuːl dɪˈpləʊmə/ | ประกาศนียบัตร |
| Level of education | /ˈlɛvəl ʌv ˌɛdʒʊˈkeɪʃən/ | ระดับการศึกษา |
| Undergraduate | /ˌʌndərˈɡrædʒuət/ | นักศึกษาระดับปริญญาตรี |
| Year of experience | /jɪr ʌv ɪkˈspɪriəns/ | ประสบการณ์การทำงาน (ปี) |
| Bachelor of Arts (BA) | /ˈbætʃələr ʌv ɑrts/ | ศิลปศาสตรบัณฑิต |
| Bachelor of Science (BS or BSc) | /ˈbætʃələr ʌv ˈsaɪəns/ | วิทยาศาสตรบัณฑิต |
| Doctor of Philosophy (PhD) | /ˌdɒktər ʌv fɪˈlɒsəfi/ | ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต |
| Doctorate | /ˈdɒktərət/ | ปริญญาเอก ดุษฎีบัณฑิต |
| Elementary school | /ˌɛləˈmɛntəri skuːl/ | ประถม |
| Master of Arts (MA) | /ˈmæstər ʌv ɑrts/ | ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต |
| Master of Science (MS or MSc) | /ˈmæstər ʌv ˈsaɪəns/ | วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต |
| Qualification | /ˌkwɒlɪfɪˈkeɪʃən/ | คุณสมบัติ คุณวุฒิ |
| Secondary school | /ˈsɛkənˌdɛri skuːl/ | มัธยม |
| Trained | /treɪnd/ | ฝึกอบรม |

ประโยคการสื่อสารภาษาอังกฤษที่ดีในการสรรหาบุคลากร
มีคำถามบางข้อที่มักจะเกิดขึ้นในการสัมภาษณ์งาน ภาษาอังกฤษทุกครั้ง ดังนั้นนอกจากจะใช้คำศัพท์หัวข้อการรับสมัคร ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว คุณยังสามารถดูประโยคการสื่อสารภาษาอังกฤษบางส่วนได้ด้านล่างนี้
ตัวอย่างประโยคแนะนำตนเอง
วิธีที่แนะนำตัวเองบางส่วนส่งผลต่อการประเมินผู้สมัครของนายจ้างในระหว่างการพบประกันครั้งแรก โดยปกติแล้ว คุณสามารถพูดคุยเกี่ยวกับชื่อ สาขาวิชา ประสบการณ์ บุคลิกภาพ และเป้าหมายทางอาชีพของคุณได้
- My name is …, and I bring a diverse background in … to contribute to the team’s success. (ฉัน/ผมชื่อ … และฉัน/ผมมีประสบการณ์ที่หลากหลาย … เพื่อช่วยส่งเสริมความสำเร็จของทีม)
- I can summarize who I am in … words. (ฉัน/ผมสามารถสรุปได้ว่าฉันเป็นใคร…)
ประโยคตัวอย่างที่แสดงจุดแข็งและจุดอ่อน
ควรตอบอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับจุดแข็งและจุดอ่อนของคุณ และแสดงหลักฐานเพื่อให้นายจ้างเข้าใจเกี่ยวกับคุณมากขึ้น
- I pride myself on the strong problem-solving abilities. In my last position, I was able to identify and implement solutions that resulted in a 15% increase in efficiency. (ฉันภูมิใจในความสามารถในการแก้ปัญหาที่แข็งแกร่งในตำแหน่งล่าสุดของฉัน ฉันสามารถระบุและนำวิธีการแก้ปัญหามาใช้ได้ ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 15%)
- I can work well under pressure. This has been demonstrated in situations where tight deadlines were met without compromising the quality of the deliverables. (ฉันสามารถทำงานภายใต้ความกดดันได้ดี ซึ่งแสดงให้เห็นได้ในสถานการณ์ที่ต้องปฏิบัติงานตามกำหนดเวลาที่เข้มงวด โดยไม่กระทบต่อคุณภาพของผลงานที่ส่งมอบ)
เมื่อพูดถึงจุดอ่อนอย่าลืมชี้ให้เห็นว่ามีการปรับปรุงอย่างไร นี่แสดงให้เห็นว่าคุณเป็นคนที่มีความตระหนักรู้ในตนเองที่ดีและมีความปรารถนาที่จะก้าวหน้าอยู่เสมอ
- I’ve been actively working on improving my public speaking skills, as I recognize the importance of confidently presenting ideas to audiences. (ฉันพยายามพัฒนาทักษะการพูดต่อหน้าสาธารณชนอยู่เสมอ เพราะฉันตระหนักดีถึงความสำคัญของการนำเสนอแนวคิดต่อผู้ฟังอย่างมั่นใจ)
- I am aware of the need to improve my [specific language] skills, and I am committed to taking language courses to enhance my communication abilities in a multicultural environment. (ฉันตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาทักษะ [ภาษาเฉพาะ] ของฉัน และฉันมุ่งมั่นที่จะเรียนหลักสูตรภาษาเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารในสภาพแวดล้อมที่มีนานาวัฒนธรรม)

ตัวอย่างคำตอบเหตุผลที่ลาออกจากงานเดิม
- I left my previous job due to a company restructuring that resulted in changes to my role. I am now seeking a position that better matches my skills and aspirations. (ฉันลาออกจากงานเดิม เนื่องจากบริษัทปรับโครงสร้างใหม่ซึ่งส่งผลให้บทบาทหน้าที่ของฉันเปลี่ยนไป ตอนนี้ฉันกำลังมองหางานใหม่ที่ตรงกับทักษะและความปรารถนาของฉันมากกว่า)
- I left my previous position to pursue further education and gain additional skills, which I am excited to apply in a new professional setting. (ฉันลาออกจากตำแหน่งเดิมเพื่อศึกษาต่อและฝึกฝนทักษะเพิ่มเติม ซึ่งฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะนำไปใช้ในสภาพแวดล้อมทางวิชาชีพใหม่ๆ)
- I left my previous position to explore opportunities in a different industry. (ฉันลาออกจากตำแหน่งเดิมเพื่อมองหาโอกาสในอุตสาหกรรมอื่น)

ประโยคตัวอย่างวิธีตอบคำถาม “ทำไมคุณถึงเหมาะสมกับตำแหน่งนี้”
- I think I’m the right choice for this job because I know how to… (ฉันคิดว่าฉันเป็นตัวเลือกที่เหมะสมสำหรับงานนี้เพราะฉันรู้วิธีการ…)
- My track record of … demonstrates my ability to excel in the challenges presented by this role. (ผลงานที่ผ่านมาของฉัน … แสดงให้เห็นถึงความสามารถของฉันในการเอาชนะความท้าทายที่เกิดจากบทบาทนี้)
ตัวอย่างคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทกับนายจ้าง
- Can you tell me about the values and work environment here? (คุณสามารถบอกฉันเกี่ยวกับคุณค่าและสภาพแวดล้อมการทำงานที่นี่ได้ไหมคะ/ครับ?)
- Are there opportunities for training or advancement within the company? (มีโอกาสในการฝึกฝนหรือก้าวหน้าภายในบริษัทหรือไม่คะ/ครับ?)
- Can you share more about the onboarding process for new employees? (คุณสามารถแบ่งปันเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการต้อนรับพนักงานใหม่ได้หรือไม่คะ/ครับ?)

>>> Read more: 11 คำถามในการสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษและคำตอบที่ทำให้ผู้ว่าจ้างพอใจ
ด้านล่างนี้คือคำศัพท์ที่พบได้ทั่วไปในการประกาศรับสมัครงานภาษาอังกฤษพร้อมคำแปลที่คุณควรรู้ การเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับประกาศรับสมัครงานภาษาอังกฤษถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สมัครเข้าใจข้อกำหนดของงานได้ดีขึ้น และเพิ่มโอกาสในการได้รับการยอมรับ อย่าลืมติดตาม ELSA Speak เพื่ออัปเดตความรู้ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งอื่นๆ อีกมากมาย!
ในบทความนี้ ELSA Speak จะแนะนำบุพบทวลีและตำแหน่งของบุพบทวลีในประโยค ในขณะเดียวกันก็แนะนำให้ผู้เรียนใช้บุพบทวลีในภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดูตอนนี้เลย
Prepositional phrase มีอะไรบ้าง?
บุพบทวลี คือ วลีที่ประกอบด้วยคำบุพบทที่ตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือคำเพิ่มเติมอื่นๆ ที่ตามหลังคำบุพบท บุพบทวลี (prepositional phrase) มีบทบาทสำคัญในประโยค ช่วยแสดงความหมายเกี่ยวกับตำแหน่ง ทิศทาง เวลา หรือความสัมพันธ์ระหว่างส่วนประกอบในประโยค
ตัวอย่างเช่น ในแง่ของสถานที่ บุพบทวลีสามารถระบุสถานที่เฉพาะ เช่น “บนโต๊ะ” (on the table) สำหรับทิศทางนั้นสามารถอ้างอิงถึงทิศทาง เช่น “ไปโรงเรียน” (to school) ในส่วนของเวลา บุพบทวลีมักจะระบุเวลา อย่างเช่น “ในตอนเช้า” (in the morning) สุดท้ายนี้ บุพบทวลียังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุในประโยค เช่น “เกี่ยวกับปัญหานี้” (about this issue) ซึ่งสร้างความเชื่อมโยงที่สอดคล้องกันระหว่างแนวคิดต่างๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุพบทวลีอาจเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับประโยคที่มีความหมาย เมื่อนำบุพบทวลีออก จะทำให้ประโยคเข้าใจยากมากขึ้น
- ตัวอย่างบุพบทวลี (Prepositional phrase examples) : I went to the store so that I can buy some milk. (ฉันไปที่ร้านเพื่อซื้อนม)
→ “to the store” คือบุพบทวลี
→บุพบทวลี “to the store” จำเป็นต่อประโยค เพราะมันให้ข้อมูลตำแหน่ง ของคำกริยา “go”
→ หากประโยคขาดบุพบทวลี “to the store”: I went so that I can buy some milk. (ฉันไปเพื่อซื้อนม) ประโยคจะคลุมเครือและความหมายไม่สมบูรณ์ เนื่องจากขาดส่วนขยายของกริยา
นอกจากนี้ บุพบทวลียังสามารถเป็นองค์ประกอบรอง เพื่อให้ประโยคมีข้อมูลมากขึ้นและช่วยให้ความหมายของประโยคสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
- Prepositional phrase ตัวอย่างประโยค : The house in the countryside is beautiful. (บ้านอยู่ชนบทก็สวยงามมาก)
→ “in the countryside” คือ บุพบทวลี
→ บุพบทวลี “in the countryside” ยังสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่ตั้งของบ้านที่อยู่ในชนบท
→ ถ้านำบุพบทวลี “in the countryside” ออกประโยคก็ยังมีความหมาย: The house is beautiful. (บ้านหลังนี้สวยมาก) อย่างไรก็ตาม ประโยคอาจจะมีข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน หากผู้พูดต้องการเน้นสถานที่

หน้าที่ของบุพบทวลี
| หน้าที่ | วิธีการใช้ | ตังอย่าง |
| แทนที่คำคุณศัพท์และขยายความหมายให้คำนาม | เมื่อบุพบทวลีขยายคำนาม จะทำหน้าที่เป็นวลีคำคุณศัพท์ในประโยค | • As a reporter, I have a chance to communicate with people from all over the world. (ในฐานะของการเป็นนักข่าว ฉันมีโอกาสสื่อสารกับผู้คนจากทั่วโลก) • All the students in my class passed the final exam with flying colors. (นักเรียนทุกคนในชั้นเรียนของฉันผ่านการสอบปลายภาคด้วยคะแนนสูง) |
| ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ | บุพบทวลี เป็นคำวิเศษณ์จะเพิ่มข้อมูลให้กับการกระทำและลักษณะของประโยคมากขึ้น | • The man tries to swim across the lake to save a drowning child. (ผู้ชายคนหนึ่งพยายามว่ายข้ามทะเลสาบ เพื่อช่วยเด็กจมน้ำ) • The athlete wasn’t satisfied with her performance. (นักกีฬารู้สึกไม่พอใจกับผลงานของเขา) |
| ขยายความหมายให้คำกริยา | บุพบทวลีสามารถทำหน้าที่เป็นคำกริยาวิเศษณ์ เพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะ เวลา สถานที่ ความถี่ สาเหตุ วัตถุประสงค์ สัมปทาน และระดับของการกระทำหลักของประโยค คำวิเศษณ์แบบบุพบทวลีสามารถปรากฏได้ทุกที่: ที่ต้น กลาง หรือท้ายประโยค | • My father was awakened up at the midnight because of a loud noise from the house next door. (พ่อของฉันถูกปลุกให้ตื่นกลางดึกด้วยเสียงอันดังที่มาจากบ้านเพื่อนบ้าน) ในตัวอย่างนี้บุพบทวลีภาษาอังกฤษ at the midnight (ตอนเที่ยงคืน) ตามหลังกริยาที่มันขยาย ‘be awaken up’ (ถูกปลูกตื่น) บุพบทวลีกริยานี้อธิบายเวลาที่เฉพาะเจาะจงโดยตอบคำถามเมื่อการกระทำเกิดขึ้น |
| ขยายความหมายให้ คําคุณศัพท์ ภาษาอังกฤษและคำวิเศษณ์ | ในกรณีของบุพบทวลีในภาษาอังกฤษที่ขยายคำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ จะเรียกว่าบุพบทวลีกริยา โดยจะอยู่หลังคำกริยาเสมอและมีข้อมูลเฉพาะ เกี่ยวกับคำคุณศัพท์และคำกริยาวิเศษณ์ที่คำคุณศัพท์จะขยายความ | • She was excited with the news. (เธอรู้สึกตื่นเต้นมากกับข่าวนี้) • I can find information more quickly on the new computer. (ฉันสามารถค้นหาข้อมูลได้เร็วขึ้นบนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่) |
| เชื่อมโยงวลีคำนาม | คำบุพบทบางคำใช้เพื่อเชื่อมคำนามตั้งแต่ 2 คำขึ้นไป ในวลีคำนาม เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำนามหลัก สำหรับบุพบทวลีนี้ในภาษาอังกฤษ คำบุพบทจะอยู่หลังคำนามเสมอ คำบุพบทที่ใช้กันทั่วไปในกรณีนี้คือ to, for, of, in on at, from, with, about, between | • The disadvantage of working in a multinational company is language barrier. (ข้อเสียของการทำงานในบริษัทข้ามชาติคือกำแพงภาษา) • She has no experience in dealing with disabled children. (เธอไม่มีประสบการณ์ในการทำงานกับเด็กที่มีความพิการ) |

โครงสร้างวลีบุพบท
บุพบทวลีประกอบด้วยคำบุพบทที่ตามด้วยคำนาม คำนามวลี คำสรรพนาม หรือคำอื่นๆ เสมอ บุพบทวลีในประโยคจะมีความหมายเดียวกับการจำแนกคำบุพบทนั้น ได้แก่
- คำบุพบทแสดงเวลา (Prepositions of Time)
- คำบุพบทแสดงตำแหน่ง (Prepositions of Place)
- คำบุพบทแสดงทิศทาง/การเคลื่อนที่ (Prepositions of Direction/ Movement)
- คำบุพบทบอกตัวแทน (Prepositions of Agents or Instrument)
- คำบุพบทแสดงลักษณะ (Prepositions of Manners)
- คำบุพบทบอกเหตุผล (Prepositions of Purpose)
- คำบุพบทแสดงแหล่งกำเนิด (Prepositions of Source)
- คำบุพบทแสดงความเป็นเจ้าของ (Prepositions of Possession)
มาทบทวนกับ ELSA เกี่ยวกับการสร้างบุพบทวลีและความหมายของคำนามวลีในประโยคโดยใช้ตารางสถิติต่อไปนี้
| โครงสร้างบุพบทวลี | ตัวอย่างในประโยค |
| คำบุพบท + คำนาม | ตัวอย่าง: The house is on the hill. (บ้านบนดอย) → บุพบทวลี “on the hill” = คำบุพาบท “on” + คำนาม “the hill” → บุพบทวลี “on the hill” เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่และตำแหน่งลงในประโยค (เพราะคำบุพบท “on” ในกรณีนี้เป็นของคำบุพบทแสดงสถานที่) |
| คำบุพบท + คำนามวลี | • ตัวอย่าง 1: The cat in the red box is sleeping. (แมวกำลังนอนหลับอยู่ในกล่องสีแดง) → บุพบทวลี “in the red box” = คำบุพบท “in” + คำนามวลี “the red box” → บุพบทวลี “in the red box” เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่และตำแหน่งลงในประโยค (เพราะคำบุพาบท “in” ในกรณีนี้เป็นของคำบุพบทแสดงสถานที่) • ตัวอย่าง 2: She is crazy about any guy who plays the guitar. (เธอมักจะชอบผู้ชายที่เล่นกีตาร์ได้) → บุพบทวลี “about any guy who plays the guitar” = คำบุพาบท “about” + คำนามวลี “any guy who plays the guitar” → บุพบทวลี “about any guy who plays the guitar” ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรรม (เพราะคำบุพบท “about” เป็นคำบุพบทบอกตัวแทน) |
| คำบุพบท + คำสรรพนาม | Have you heard anything from her? (คุณเคยได้ยินจากเธอบ้างไหม) → บุพบทวลี “from her” = คำบุพบท”from” + คำสรรพนาม “her” → บุพบทวลี “from her” เพิ่มความหมายให้กับต้นกำเนิด (เพราะคำบุพบท “from” คำบุพบทแสดงแหล่งกำเนิด) |
| คำบุพบท + คำบุพบท + คำนาม/คำนามวลี/คำสรรพนาม | I quickly ran out of the house. (ฉันรีบวิ่งออกจากบ้าน) → บุพบทวลี “out of the house” = คำบุพาบท “out” + คำบุพาบท “of” + คำนาม “the house” → บุพบทวลี “out of the house” เพิ่มความหมายให้กับทิศทางการเคลื่อนที่ (เพราะคำบุพบท “out of” เป็นคำบุพบทบอกทิศทาง) |
| คำบุพบท + ประโยคคำนาม | I don’t care about what you’ve just said. (ฉันไม่สนใจในสิ่งที่คุณเพิ่งพูด) → บุพบทวลี “about what you’ve just said” = คำบุพบท “about” + ประโยคคำนาม “what you’ve just said” → บุพบทวลี “about what you’ve just said” เพิ่มความหมายให้กับตัวแทน (เพราะคำบุพบท “about” เป็นคำบุพบทที่แสดงถึงตัวแทน) |
| คำบุพบท + ประโยคย่อยที่ใช้กริยาในรูป present participle (V-ing) | After finishing my homework, I went to bed. (หลังจากทำการบ้านเสร็จ ฉันไปนอน) → บุพบทวลี “After finishing my homework” = คำบุพบท “after” +ประโยคย่อยที่ใช้กริยาในรูป present participle (V-ing) = “finishing my homework” → บุพบทวลี “after finishing my homework” เพิ่มความหมายเกี่ยวกับเวลา (เพราะคำบุพาบท “after” แสดงถึงเวลา) |
| คำบุพบท + กริยาอนันต์ | She exercises regularly in order to stay healthy. (เธอออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดี) → บุพบทวลี “in order to stay healthy” = คำบุพบท “in order to” + กริยาอนันต์ “stay” → บุพบทวลี “in order to stay healthy” เพิ่มความหมายจุดมุ่งหมาย (เพราะคำบุพบท “in order to” เป็นของคำบุพบทแห่งจุดประสงค์) |

| Prepositional phrase แตกต่างจาก whether อย่างไร แม้ทั้งสองจะปรากฏในประโยคภาษาอังกฤษเหมือนกัน แต่หน้าที่ทางไวยากรณ์ไม่เหมือนกัน โดย Prepositional phrase ทำหน้าที่ขยายความในประโยค ส่วน whether เป็นคำเชื่อมที่ใช้แสดงความไม่แน่ใจหรือทางเลือก มาทำความเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองโครงสร้างนี้ให้ชัดเจนกันเลย |
บุพบทวลีในภาษาอังกฤษทั่วไป
บุพบทวลีด้วยคำว่า “IN”
| บุพบทวลี | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| In time | ทันเวลา | We arrived in time for the meeting. (เรามาถึงทันเวลานัดประชุม) |
| In front of | ข้างหน้า | The car is parked in front of the house. (รถจอดอยู่ข้างหน้าบ้าน) |
| In the middle of | กลาง | The children were playing in the middle of the street. (เด็กๆ กำลังเล่นกันอยู่กลางถนน) |
| In charge of | รับผิดชอบ | She is in charge of the marketing department. (เธอเป็นผู้รับผิดชอบแผนกการตลาด) |
| In the end | สุดท้าย | In the end, everything turned out well. (สุดท้ายทุกอย่างก็จบลงด้วยดี) |
| In the beginning | ตอนแรก | In the beginning, it was difficult to understand the instructions. (ตอนแรกมันยากที่จะเข้าใจคำแนะนำ) |
| In love with | ตกหลุมรัก | He is in love with his childhood friend. (เขาตกหลุมรักเพื่อนสมัยเด็กของเขา) |
| In the process of | อยู่ในระหว่างการ | We are in the process of moving to a new office. (เราอยู่ในระหว่างการย้ายสำนักงานไปยังแห่งใหม่) |
| In need of | ต้องการ | The community is in need of volunteers. (ชุมชนต้องการอาสาสมัคร) |
| In terms of | ในแง่ของ | In terms of performance, this model is much better. (ในแง่ของประสิทธิภาพรุ่นนี้ดีกว่ามาก) |
| In addition to | นอกจาก | In addition to the main course, there were several side dishes. (นอกจากอาหารจานหลักแล้วยังมีอาหารจานเคียงอีกหลายอย่าง) |
| In case of | ในกรณี | In case of emergency, call this number. (ในกรณีฉุกเฉิน โปรดโทรหมายเลขนี้) |
| In comparison with | เปรียบเทียบกับ | The new model is much more efficient in comparison with the old one. (รุ่นใหม่มีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นเก่า) |
| In spite of | ทั้งๆ ที่ | In spite of the rain, the event was a success. (ทั้งๆ ที่มีฝนตก แต่กิจกรรมก็ประสบความสำเร็จ) |
| In agreement with | ตกลงกับ | The committee is in agreement with the proposed changes. (คณะกรรมการตกลงกับการเปลี่ยนแปลงที่เสนอ) |

>>> Read more: In time vs on time ต่างกันอย่างไร ตัวอย่างง่าย ๆ พร้อมแบบฝึกหัด
บุพบทวลีด้วยคำว่า “AT”
| บุพบทวลี | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| At home | อยู่บ้าน | I will be at home all day. (ฉันจะอยู่บ้านตลอดทั้งวัน) |
| At work | อยู่ที่ทำงาน | She is currently at work. (ตอนนี้เธออยู่ที่ทำงาน) |
| At school | อยู่โรงเรียน | The children are at school now. (ตอนนี้เด็กๆอยู่โรงเรียนแล้ว) |
| At the airport | อยู่ที่สนามบิน | I will meet you at the airport. (ฉันจะพบคุณที่สนามบิน) |
| At the table | ที่โต๊ะ | Please sit at the table. (โปรดนั่งที่โต๊ะ) |
| At the park | ที่สวนสาธารณะ | We had a picnic at the park. (เราไปปิกนิกกันที่สวนสาธารณะ) |
| At the beginning | ในตอนต้น | At the beginning of the book, the author explains the concept. (ในตอนต้นของหนังสือผู้เขียนได้อธิบายแนวคิดไว้) |
| At the end | สิ้น | At the end of the day, we were exhausted. (ในสิ้นวันเราก็หมดพลัง) |
| At risk | มีความเสี่ยง | The project is at risk of failing. (โครงการมีความเสี่ยงที่จะล้มเหลว) |
| At ease | ผ่อนคลาย | The soldiers were told to be at ease. (เห่ล่าทะหารได้ผ่อนคลาย) |
| At a loss | ไม่รู้จะพูดอะไร | I am at a loss for words. (ฉันไม่รู้จะพูดอะไรเลย) |
| At fault | ผิด | He was at fault for the accident. (เขาเป็นฝ่ายผิดที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น) |
| At odds with | ความขัดแย้งกับ | She is at odds with her colleagues. (เธอมีความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานของเธอ) |
| At the moment | ในขณะนี้ | I am busy at the moment. (ฉันยุ่งอยู่ในขณะนี้) |
| At your service | ให้บริการ | I am at your service. (ฉันยินดีให้บริการ) |
| At a glance | มองผ่านๆ | At a glance, the report seems accurate. (เมื่อมองผ่านๆ รายงานดูเหมือนจะถูกต้องแม่นยำ) |
บุพบทวลีด้วยคำว่า “ON”
| บุพบทวลี | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| On time | ตรงเวลา | The train arrived on time. (รถไฟมาถึงตรงเวลา) |
| On the way | อยู่ระหว่างทาง | I’ll call you when I’m on the way. (ฉันจะโทรหาคุณเมื่อฉันอยู่ระหว่างทาง) |
| On foot | เดินผ่าน | We traveled on foot through the city. (เราเดินผ่านเมือง) |
| On the table | อยู่บนโต๊ะ | The book is on the table. (หนังสืออยู่บนโต๊ะ) |
| On the left/right | อยู๋ซ้าย/ขวา | The bank is on the left. (ธนาคารอยู่ซ้ายมือ) |
| On vacation | ช่วงวันหยุด | They are currently on vacation. (ตอนนี้พวกเขาอยู่ในช่วงวันหยุด) |
| On hold | หยุดไว้ชั่วคราว | Your call is on hold. (สายของคุณกำลังหยุดไว้ชั่วคราว) |
| On purpose | โดยตั้งใจ | He did it on purpose. (เขาทำอย่างนั้นโดยตั้งใจ) |
| On average | โดยเฉลี่ย | On average, it takes 30 minutes. (โดยเฉลี่ยใช้เวลา 30 นาที) |
| On sale | กำลังลดราคาอยู่ | The dress is on sale. (ชุดนี้กำลังลดราคาอยู่) |
| On TV | ฉายทางทีวี | The movie is on TV tonight. (ภาพยนตร์จะฉายทางทีวีคืนนี้) |
| On the floor | บนพื้น | The keys are on the floor. (กุญแจอยู่บนพื้น) |
| On top of | อยู่บน | The cat is on top of the roof. (แมวอยู่บนหลังคา) |
| On behalf of | ในนาม | I am speaking on behalf of the team. (ฉันพูดในนามทีม) |
| On condition that | โดยมีเงื่อนไขว่า | You can go out on condition that you finish your homework. (คุณสามารถออกไปข้างนอกได้โดยมีเงื่อนไขว่าคุณต้องทำการบ้านเสร็จก่อน) |
| On the other hand | ในทางกลับกัน | He is very punctual; on the other hand, she is often late. (เขาเป็นคนตรงต่อเวลามาก ในทางกลับกัน เธอมักจะมาสาย) |

>>> อ่านเพิ่มเติม: วิธีการพูดแทน Of course อย่างมาตรฐานและธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษา
บุพบทวลีด้วยคำว่า “BY”
| บุพบทวลี | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| By bus | โดยรถประจำทาง | We traveled to the city by bus. (เราเดินทางเข้าเมืองโดยรถประจำทาง) |
| By car | โดยรถยนต์ | She prefers to travel by car. (เธอชอบการเดินทางโดยรถยนต์) |
| By train | โดยรถไฟ | I usually travel to work by train to avoid traffic. (ฉันมักจะเดินทางไปทำงานโดยรถไฟเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจร) |
| By accident | โดยบังเอิญ | I found this book by accident. (ฉันพบหนังสือเล่มนี้โดยบังเอิญ) |
| By the way | ว่าแต่ | By the way, have you met my friend? (ว่าแต่คุณเคยเจอเพื่อนฉันหรือยัง) |
| By yourself | ด้วยตัวเอง | You need to do this by yourself. (คุณต้องทำสิ่งนี้ด้วยตัวเอง) |
| By hand | โดยมือ | The letters were delivered by hand. (จดหมายได้ถูกส่งมอบโดยมือ) |
| By chance | โดยบังเอิญ | We met her by chance at the café. (เราพบเธอโดยบังเอิญที่ร้านกาแฟ) |
| By the end of | ชั้นสุดท้าย | By the end of the week, the project will be completed. (นสิ้นสัปดาห์นี้โครงการจะเสร็จสมบูรณ์) |
| By far | มากมาย ที่สุด | This is the best movie by far. (นี่คือภาพยนตร์ที่ดีที่สุดเลยทีเดียว) |
| By comparison | เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว | By comparison, this model is cheaper. (เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วรุ่นนี้ราคาถูกกว่า) |
| By means of | โดย | They reached the island by means of a small boat. (พวกเขาไปถึงเกาะโดยเรือเล็ก) |
| By request | ตามคำขอ | This item is available by request only. (รายการนี้มีให้เฉพาะตามคำขอเท่านั้น) |
| By mistake | โดยไม่ตั้งใจ | I entered the wrong information by mistake. (ฉันกรอกข้อมูลผิดโดยไม่ตั้งใจ) |
| By law | ตามกฎหมาย | Smoking is prohibited by law. (การสูบบุหรี่เป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมาย) |

บุพบทวลีด้วยคำว่า “OF”
| บุพบทวลี | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| In charge of | ดูแล | She is in charge of the marketing team. (เธอเป็นผู้ดูแลทีมการตลาด) |
| Consist of | ประกอบด้วย | The committee consists of five members. (คณะกรรมการประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 5 คน) |
| Out of | ออกจาก | He ran out of the room. (เขาวิ่งออกจากห้อง) |
| Full of | เต็มไปด้วย | The basket is full of fruit. (ตะกร้าเต็มไปด้วยผลไม้ ) |
| Proud of | ภูมิใจกับ | She is proud of her achievements. (เธอภูมิใจกับความสำเร็จของเธอ) |
| Part of | ส่วนหนึ่ง | This is part of the plan. (นี่เป็นส่วนหนึ่งของแผน) |
| In need of | ต้องการ | The community is in need of volunteers. (ชุมชนต้องการอาสาสมัคร) |
| Accused of | ถูกตั้งข้อหา | He was accused of theft. (เขาถูกตั้งข้อหาลักทรัพย์) |
| Aware of | ตระหนัก | She is aware of the situation. (เธอตระหนักถึงสถานการณ์) |
| Capable of | มีความสามารถ | She is capable of handling the project. (เธอมีความสามารถในการจัดการโครงการได้) |
| Fond of | ชื่นชอบ | He is fond of classical music. (เขาชื่นชอบดนตรีคลาสสิก) |
| Guilty of | มีความผิด | She was found guilty of the crime. (เธอถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีนี้) |
| Jealous of | อิจฉา | He is jealous of his colleague’s success. (เขาอิจฉาความสำเร็จของเพื่อนร่วมงานของเขา) |
| Typical of | สัญลักษณ์ของ | This behavior is typical of teenagers. (พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นสัญลักษณ์ของวัยรุ่น) |

บุพบทวลีด้วยคำว่า “Under”
| บุพบทวลี | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| Under the influence of | อยู่ภายใต้ฤทธิ์ | She was under the influence of alcohol. (เธออยู่ภายใต้ฤทธิ์แอลกอฮอล์) |
| Under pressure | ภายใต้ | He is working under a lot of pressure. (เขากำลังทำงานภายใต้ความกดดันมาก) |
| Under control | ได้ควบคุม | The fire is now under control. (ขณะนี้เพลิงได้ควบคุมได้แล้ว) |
| Under investigation | อยู่ระหว่างการสอบสวน | The case is under investigation. (คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวน) |
| Under construction | อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง | The new building is under construction. (อาคารใหม่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง) |
| Under the weather | ไม่ค่อยสบาย | I’m feeling a bit under the weather today. (วันนี้ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อย) |
| Under the impression | มีความรู้สึกว่า | I was under the impression that the meeting was canceled. (ฉันมีความรู้สึกว่าการประชุมจะถูกยกเลิก) |
| Underestimate | ดูถูก | Don’t underestimate her abilities. (อย่าดูถูกความสามารถของเธอ) |
| Underprivileged | ด้อยโอกาส | They are helping underprivileged children. (พวกเขากำลังช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส) |
| Under review | อยู่ระหว่างการพิจารณา | The application is under review. (ใบสมัครอยู่ระหว่างการพิจารณา) |
| Under supervision | ภายใต้การควบคุมดูแล | The experiment was conducted under strict supervision. (การทดลองได้ดำเนินการภายใต้การควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด) |
| Under the guidance of | ภายใต้การแนะนำ | He worked on the project under the guidance of his mentor. (เขาทำงานในโครงการภายใต้การแนะนำของที่ปรึกษาของเขา) |
| Under the assumption | โดยสมมติฐานว่า | We proceeded under the assumption that the data was correct. (เราดำเนินการโดยสมมติฐานว่าข้อมูลนั้นถูกต้อง) |

บุพบทวลีด้วยคำว่า “BEYOND”
| บุพบทวลี | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| Beyond the limit | เกินขีดจำกัด | The performance exceeded beyond the limit. (ผลงานที่ได้เกินขีดจำกัด) |
| Beyond belief | ไม่น่าเชื่อ | The story was beyond belief. (เรื่องราวไม่น่าเชื่อเลย) |
| Beyond doubt | ไม่ต้องสงสัย | The evidence was beyond doubt. (หลักฐานก็ชัดเจนจนไม่ต้องสงสัย) |
| Beyond repair | ไม่สามารถซ่อมแซม | The car was beyond repair after the accident. (หลังจากเกิดอุบัติเหตุ รถยนต์ไม่สามารถซ่อมแซมได้อีกต่อไป) |
| Beyond one’s control | อยู่เหนือการควบคุมของ | The delay was beyond our control. (ความล่าช้าอยู่เหนือการควบคุมของเรา) |
| Beyond measure | เกินกว่าจะวัดได้ | Her generosity was beyond measure. (ความเอื้อเฟื้อของเธอนั้นเกินกว่าจะวัดได้) |
| Beyond recognition | ไม่สามารถจดจำได้ | The old building has changed beyond recognition. (อาคารเก่ามีการเปลี่ยนแปลงจนไม่สามารถจดจำได้) |
| Beyond comprehension | เกินกว่าจะเข้าใจได้ | The complexity of the problem was beyond comprehension. (ความซับซ้อนของปัญหาเกินกว่าจะเข้าใจได้) |
| Beyond one’s means | เกินกำลังความสามารถของ | The luxury car was beyond his means. (รถหรูเกินกำลังความสามารถของเขา) |

บุพบทวลีด้วยคำว่า “FOR”
| บุพบทวลี | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| For example | อย่างเช่น | There are many ways to learn a language, for example, taking classes or using apps. (มีหลายวิธีในการเรียนรู้ภาษา อย่างเช่น การเข้าชั้นเรียนหรือการใช้แอป) |
| For instance | อย่างเช่น | Many animals, for instance, dolphins, are highly intelligent. (สัตว์หลายชนิด อย่างเช่น โลมา เป็นสัตว์ที่มีความฉลาดสูงมาก) |
| For sale | กำลังขายอยู่ | The house is now for sale. (บ้านหลังนี้กำลังขายอยู่) |
| For free | ไม่มีค่าใช้จ่าย | The event is open to the public and admission is for free. (กิจกรรมนี้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วมได้และไม่มีค่าใช้จ่าย) |
| For the sake of | เพื่อประโยชน์ | We should do this for the sake of our children. (เราควรทำสิ่งนี้เพื่อประโยชน์ของลูกหลานของเรา) |
| For sure | แน่ใจ | I can tell you for sure that the meeting is at 10 a.m. (ฉันแน่ใจเลยว่าการประชุมจะเริ่มเวลา 10.00 น.) |
| For the benefit of | เพื่อประโยชน์ของ | The new policies are implemented for the benefit of the employees. (นโยบายใหม่จะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของพนักงาน) |
| For the first time | ครั้งแรก | She traveled abroad for the first time last year. (เธอเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว) |
| For instance | เช่น | Many types of fruit are rich in vitamins, for instance, oranges and apples. (ผลไม้หลายชนิดมีวิตามินสูง เช่น ส้มและแอปเปิ้ล) |
| For good | อย่างถาวร | He moved to another city for good. (เขาย้ายไปเมืองอื่นอย่างถาวร) |
| For now | ปัจจุบัน | We will use this plan for now until we find a better solution. (ปัจจุบันเราจะใช้แผนนี้ไปก่อนจนกว่าจะพบวิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่า) |
| For the time being | ณ เวลานี้ | The company will remain closed for the time being. (บริษัทจะยังคงปิดทำการณ เวลานี้) |
| For the record | บอกให้รู้ไว้เลยนะ | For the record, I did not agree to those terms. (บอกให้รู้ไว้เลยนะ ฉันไม่เห็นด้วยกับข้อกำหนดเหล่านั้น) |
>>> Read more: Since For ในภาษาอังกฤษ: โครงสร้าง วิธีใช้ และแยกแยะ
บุพบทวลีด้วยคำว่า “OUT”
| บุพบทวลี | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| Out of order | ไม่สามารถใช้งานได้ | The elevator is out of order. (ลิฟต์ไม่สามารถใช้งานได้) |
| Out of control | นอกเหนือจากการควบคุม | The situation quickly got out of control. (สถานการณ์เริ่มนอกเหนือจากการควบคุมอย่างรวดเร็ว) |
| Out of date | ไม่ทันสมัย | The information in the report is out of date. (ข้อมูลในรายงานไม่ทันสมัย) |
| Out of sight | อยู่นอกสายตา | The car was parked out of sight. (รถจอดอยู่นอกสายตา) |
| Out of reach | เอื้อมไม่ถึง | The book is on a high shelf, out of reach. (หนังสือเล่มนี้อยู่บนชั้นสูง เอื้อมไม่ถึง) |
| Out of breath | กระหืดกระหอบ | He was out of breath after running up the stairs. (เขากระหืดกระหอบหลังจากวิ่งขึ้นบันได) |
| Out of stock | หมดสต็อก | The item you requested is out of stock. (สินค้าที่คุณร้องขอหมดสต็อก) |
| Out of tune | แปร่งๆ | The piano is out of tune. (เปียโนแปร่งๆ) |
| Out of line | ไม่ถูกต้อง | His comments were out of line. (ความคิดเห็นของเขาไม่ถูกต้อง) |
| Out of touch | ขาดการติดต่อ | She has been out of touch with her old friends. (เธอขาดการติดต่อกับเพื่อนเก่า) |
| Out of the blue | อย่างคาดไม่ถึง | The invitation came out of the blue. (การเชิญชวนที่มาอย่างคาดไม่ถึง) |
| Out of work | ตกงาน | He has been out of work for several months. (เขาตกงานมาหลายเดือนแล้ว) |
| Out of place | ไม่เข้ากับ | She felt out of place at the party. (เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่เข้ากับงานปาร์ตี้เลย) |
| Out of town | ไปต่างจังหวัด | I’m out of town this week. (ฉันจะไปต่างจังหวัดสัปดาห์นี้) |
| Out of focus | ไม่ชัด | The photo is out of focus. (รูปภาพไม่ชัด) |
บุพบทวลีด้วยคำว่า “WITHIN” และ “WITHOUT”
| บุพบทวลี | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| Within reach | แค่เอื้อม | Keep the tools within reach while working. (วางเครื่องมือไว้ในแค่เอื้อมในขณะทำงาน) |
| Within limits | อยู่ในขอบเขต | The project is still within limits of budget. (โครงการยังอยู่ในขอบเขตของงบประมาณ) |
| Within walking distance | อยู่ในระยะที่เดินไปได้ | The café is within walking distance from my office. (ร้านกาแฟอยู่ในระยะที่เดินไปได้จากออฟฟิศของฉัน) |
| Within the scope of | อยู่ในขอบเขต | The new regulations are within the scope of the law. (กฎระเบียบใหม่มีขอบเขตอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย) |
| Within a few days | ภายในไม่กี่วัน | The package should arrive within a few days. (พัสดุจะมาถึงภายในไม่กี่วัน) |
| Within budget | อยู่ภายในงบประมาณ | We need to keep the project within budget. (เราจะต้องรักษาโครงการให้อยู่ภายในงบประมาณ) |
| Within reason | อยู่ภายในที่กำหนด | The price is high, but still within reason. (ราคาสูงแต่ยังอยู่ภายในที่กำหนด) |
| Within the limits of | ภายในที่กำหนด | The design must be within the limits of the project requirements. (การออกแบบจะต้องอยู่ภายในที่กำหนดความต้องการของโครงการ) |
| Within the framework of | อยู่ภายในกรอบของ | The proposal fits within the framework of the company’s goals. (ข้อเสนอดังกล่าวอยู่ภายในกรอบของกับกรอบเป้าหมายของบริษัท) |
| Without a doubt | ไม่ต้องสงสัยอะไรอีก | This is, without a doubt, the best option. (ไม่ต้องสงสัยอะไรอีก นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุด) |
| Without hesitation | ไม่ลังเล | She accepted the offer without hesitation. (เธอรับข้อเสนอโดยไม่ลังเล) |
| Without fail | โดยไม่ผิดพลาด | Please send the report by Friday without fail. (กรุณาส่งรายงานภายในวันศุกร์โดยไม่ผิดพลาด) |
| Without permission | ไม่ได้รับอนุญาต | He used the equipment without permission. (เขาใช้เครื่องมือนั้นโดยไม่ได้รับอนุญาต) |
| Without a trace | ไร้ร่องรอย | The missing person vanished without a trace. (บุคคลที่สูญหายได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย) |
| Without exception | ไม่มีข้อยกเว้น | All employees are required to attend the meeting without exception. (พนักงานทุกคนจะต้องเข้าร่วมการประชุมโดยไม่มีข้อยกเว้น) |
| Without doubt | ไม่ต้องสงสัย | She is without doubt the best candidate for the job. (เธอคือผู้สมัครที่ดีที่สุดสำหรับงานนี้อย่างไม่ต้องสงสัย) |
| Without regard to | ไม่คำนึงถึง | The rules apply without regard to rank. (กฎเกณฑ์ใช้ได้โดยไม่คำนึงถึงอันดับ) |
| Without notice | ไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า | The meeting was canceled without notice. (การประชุมถูกยกเลิกโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า) |
| Without exception | ไม่มีข้อยกเว้น | All guests are expected to follow the rules without exception. (แขกทุกท่านจะต้องปฏิบัติตามกฎโดยไม่มีข้อยกเว้น) |

บุพบทวลีด้วยคำว่า “WITH”
| บุพบทวลี | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| With respect to | เกี่ยวกับ | The new policy affects all employees with respect to their working hours. (นโยบายใหม่มีผลต่อพนักงานทุกคนเกี่ยวกับเรื่องเวลาทำงาน) |
| With regard to | เกี่ยวข้องกับ | The manager will discuss the issue with regard to the upcoming project. (ผู้จัดการจะหารือถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโครงการที่จะเกิดขึ้น) |
| With the exception of | ยกเว้น | The store is open daily with the exception of Sundays. (ร้านเปิดทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์) |
| With pleasure | ด้วยความยินดี | I would be happy to help with your request with pleasure. (ฉันยินดีที่จะช่วยเหลือตามคำขอของคุณด้วยความยินดี) |
| With a view to | โดยมุ่งหมาย. | They are conducting research with a view to improving the product. (พวกเขากำลังทำการวิจัยโดยมุ่งหมายจะปรับปรุงผลิตภัณฑ์) |
| With confidence | ด้วยความมั่นใจ | She spoke with confidence during the presentation. (เธอพูดด้วยความมั่นใจในระหว่างการนำเสนอ) |
| With the help of | ด้วยความช่วยเหลือจาก | The project was completed on time with the help of the entire team. (โครงการเสร็จสมบูรณ์ตรงเวลาด้วยความช่วยเหลือจากทีมงานทั้งหมด) |
| With reference to | เกี่ยวกับ | With reference to your letter, we have taken appropriate action. (เกี่ยวกับจดหมายของคุณ เราได้ดำเนินการที่เหมาะสมแล้ว) |
| With ease | อย่างง่ายดาย | He completed the task with ease. (เขาทำภารกิจนี้สำเร็จได้อย่างง่ายดาย) |
| With a smile | ด้วยรอยยิ้ม | She greeted everyone with a smile. (เธอทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้ม) |
| With regard to | เกี่ยวกับ | I have some questions with regard to the new policy. (ฉันมีคำถามบางอย่างเกี่ยวกับนโยบายใหม่) |
| With time | ตามเวลา | The project will improve with time. (โครงการจะปรับปรุงดีขึ้นตามเวลา) |
| With enthusiasm | ด้วยความกระตือรือร้น | They tackled the new challenge with enthusiasm. (พวกเขาเผชิญกับความท้าทายใหม่ด้วยความกระตือรือร้น) |
บุพบทวลีด้วยคำว่า “FROM”
| บุพบทวลี | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| From scratch | จากศูนย์ | We built the company from scratch. (เราสร้างบริษัทขึ้นมาจากศูนย์) |
| From now on | ต่อไปนี้ | From now on, we will be working from home. (ต่อไปนี้เราจะทำงานจากที่บ้าน) |
| From time to time | เป็นครั้งคราว | I visit my grandparents from time to time. (ฉันไปเยี่ยมปู่ย่าตายายเป็นครั้งคราว) |
| From A to B | จาก…ไปถึง ในระยะเวลาหนึ่ง | The train travels from New York to Boston. (รถไฟเดินทางจากนิวยอร์คไปถึงบอสตัน) |
| From the bottom of | จากใจจริง | I thank you from the bottom of my heart. (ฉันขอขอบคุณคุณจากใจจริง) |
| From behind | จากหลัง | He emerged from behind the curtain. (เขาโผล่ออกมาจากหลังม่าน) |
| From the outset | จากตอนเริ่มต้น | From the outset, it was clear that the project would be challenging. (จากตอนเริ่มต้น มันชัดเจนว่าโครงการนี้จะมีความท้าทาย) |
| From experience | จากประสบการณ์ | I know from experience that this method works best. (จากประสบการณ์ฉันรู้ว่าวิธีนี้ได้ผลดีที่สุด) |
| From memory | จากความจำ | He recited the poem from memory. (เขาอ่านบทกวีนี้จากความจำ) |
| From where I stand | จากมุมมองของฉัน | From where I stand, the decision seems reasonable. (จากมุมมองของฉัน การตัดสินใจดูสมเหตุสมผล) |
| From the perspective of | จากมุมมองของ | From the perspective of an employee, the new policy is beneficial. (จากมุมมองของพนักงาน นโยบายใหม่นี้มีประโยชน์) |
| From a distance | จากระยะห่างไกล | The mountain looks beautiful from a distance. (ภูเขาแห่งนี้ดูสวยงามจากระยะห่างไกล) |
| From the start | ตั้งแต่เริ่มต้น | The problem was evident from the start. (ปัญหาเป็นที่เห็นได้ชัดตั้งแต่เริ่มต้น) |

>>> Read more: Phrasal verbs คืออะไร? ครบชุด Phrasal verbs ที่พบบ่อยที่สุด 200 คำ
ข้อสังเกตเมื่อใช้บุพบทวลีและข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
เมื่อใช้บุพบทวลี คุณต้องสังเกตกับตำแหน่งในประโยค ใช้คำบุพบทที่ถูกต้องตามสำนวน รวมถึงโครงสร้างไวยากรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากบุพบทวลี ข้อสังเกตแต่ละข้อจะมีการระบุไว้โดยเฉพาะในหัวข้อย่อยด้านล่าง พร้อมด้วยข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและการแก้ไขที่เกี่ยวข้อง
วางตำแหน่งบุพบทวลีหลีกเลี่ยงความคลุมเครือ
ควรวางบุพบทวลีข้างคำที่มันแสดงความหมายเพิ่มเติมเพื่อทำให้ประโยคมีความหมายชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณต้องหาวิธีวางตำแหน่งคำบุพบทให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้ประโยคมีความหมายคลุมเครือดังตัวอย่างต่อไปนี้
| ข้อผิดพลาด | ข้อถูกต้อง | |
| ข้อผิดพลาดที่ตำแหน่งบุพบทวลี | I saw the girl with the binoculars. (ฉันเห็นผู้หญิงที่มีกล้องส่องทางไกล) → วิเคราะห์: • จากมุมมองของบุพบทวลี “with the binoculars” เป็นคำคุณศัพท์ที่เพิ่มความหมายเป็นเจ้าของให้กับคำนามก่อนหน้า “the girl”: ผู้หญิงเป็นเจ้าของกล้องส่องทางไกล • จากมุมมองของบุพบทวลี “with the binoculars” เป็นคำวิเศษณ์ที่เพิ่มความหมายให้กับวิธีดำเนินการ “I saw”: ฉันมีกล้องส่องทางไกลเพื่อดูผู้หญิง → ข้อผิดพลาด: ประโยคทำให้ผู้ฟังไม่ชัดเจนว่าประโยคใดมีความหมายหนึ่งในสองประโยค | วิธีแก้: เปลี่ยนประโยคให้ความหมายชัดเจนขึ้น ใช้กริยาเพื่อแสดงความหมายชัดเจนแทนคำบุพบท • ตามความหมาย “ผู้หญิงวเป็นเจ้าของกล้องส่องทางไกล”: I saw the girl who have the binoculars. (ฉันเห็นผู้หญิงที่มีกล้องส่องทางไกล) • ตามความหมาย “ฉันมีกล้องส่องทางไกลเพื่อดูผู้หญิง”: I use the binoculars to see the girl. (ฉันใช้กล้องส่องทางไกลเพื่อดูผู้หญิง) |
| การใช้บุพบทวลีในทางที่ผิด | The man with the umbrella by the door is waiting for the woman with the shopping cart in the parking lot. (ผู้ชายที่ถือร่มอยู่ที่ประตูกำลังรอผู้หญิงที่ถือรถเข็นช้อปปิ้งอยู่ในลานจอดรถ) → ข้อผิดพลาด: สำนวนนี้ยาวและทำให้ผู้ฟังไม่เข้าใจแนวคิดที่กระชับที่สุด | วิธีแก้: เปลี่ยนประโยคให้ความหมายชัดเจนขึ้น ใช้กริยาเพื่อแสดงความหมายชัดเจนแทนคำบุพบท แก้: The man who is standing by the door and holding an umbrella is waiting for the woman who is pushing a shopping cart in the parking lot. (ผู้ชายถือร่มอยู่ใกล้ประตูกำลังรอผู้หญิงถือรถเข็นอยู่ที่ลานจอดรถ) |
เลือกคำบุพบทผิดประเภท
มีคำบุพบทตายตัวหลายคำที่มาพร้อมกับคำนาม กริยา หรือคำคุณศัพท์เพื่อให้ความหมายในตัวมันเอง จากนั้นบุพบทวลีจะเพิ่มความหมายให้กับคำนาม กริยา หรือคำคุณศัพท์เหล่านั้น เมื่อใช้คำบุพบทอื่น วลีดังกล่าวจะไม่ฟังดูเป็นธรรมชาติอีกต่อไป โปรดสังเกตข้อผิดพลาดต่อไปนี้
| ข้อผิดพลาด | ข้อถูกต้อง | |
| ข้อผิดพลาดที่คำบุพบทไม่ถูกต้อง | The answer for this Math exercise is 12. → ข้อผิดพลาด: คำนาม “answer” ไม่ได้ไปพร้อมกับคำบุพบท “for”. | → วิธีแก้: คำนาม “answer” ไปพร้อมกับคำบุพบท “to” จากนั้นบุพบทวลี “to this Math exercise” ชี้แจงความหมายของคำนาม “answer” ก่อนหน้านั้น แก้: The answer to this Math exercise is 12. (คำตอบของแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์นี้คือ 12) |
ผันคำกริยาที่ไม่เหมาะกับประธานที่มีบุพบทวลี
มีข้อสังเกตสองประการเกี่ยวกับการผันคำกริยาในประโยคที่มีบุพบทวลีดังนี้
- เมื่อบุพบทวลีอยู่ในตำแหน่งประธาน กริยาต่อไปนี้ต้องเป็นเอกพจน์
- เมื่อนามวลีที่เป็นปริมาณเป็นประธาน (N quantifier + of + main N) คำกริยาจะผันตามคำนามเชิงปริมาณ (N quantifier)
คุณสามารถติดตามข้อผิดพลาดในการผันคำกริยาทั่วไปในประโยคที่มีบุพบทวลีได้ดังนี้
| ข้อผิดพลาด | ข้อถูกต้อง | |
| ข้อผิดพลาดในการผันคำกริยา | From 3,000 to 5,000 dollars are the amount of money you need for studying abroad. → ข้อผิดพลาด: ประธานเป็นบุพบทวลีที่แสดงปริมาณด้วย “from…to”, กริยาประกอบเป็นพหูพจน์ “are” | → วิธีแก้: เมื่อบุพบทวลีเป็นประธาน กริยาจะเป็นเอกพจน์ → แก้: From 3,000 to 5,000 dollars is the amount of money you need for studying abroad. (จาก 3000 ถึง 5000 ดอลล่า คือจำนวนเงินที่คุณต้องการเพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศ) |
| ข้อผิดพลาดในการผันคำกริยา | A bouquet of flowers are what he gave me in my graduation ceremony. → ข้อผิดพลาด: กริยาเป็นพหูพจน์ตามบุพบทวลี “of flowers” | → วิเคราะห์วลีคำนามเชิงปริมาณ “a bouquet of flowers”:- คำนามแสดงปริมาณ/หน่วย = a bouquet- บุพบทวลี = of flowers → วิธีแก้: คำกริยาจะแบ่งออกตามคำนามเชิงปริมาณ “a bouquet” = เอกพจน์ → กริยาต้องเป็นเอกพจน์ → แก้: A bouquet of flowers is what he gave me in my graduation ceremony. |

บุพบทวลีที่พบบ่อยใน IELTS
| บุพบทวลี | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| In conjunction with | พร้อมกับ | The project was completed in conjunction with several partners. (โครงการนี้เสร็จสมบูรณ์พร้อมกับพันธมิตรอื่นๆ มากมาย) |
| In comparison with | เปรียบเทียบกับ | In comparison with last year, sales have improved significantly. (เปรียบเทียบกับปีที่แล้วยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมาก) |
| In addition to | รวมทั้ง | In addition to the cake, we also served ice cream. (เราเสิร์ฟเค้กรวมทั้งไอศกรีมด้วย) |
| In line with | เป็นไปตาม | The bonus was given in line with company policy. (โบนัสจะมอบให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัท) |
| With the exception of | ยกเว้น | Everyone came to the party with the exception of Tom. (ทุกคนมางานปาร์ตี้หมดยกเว้นทอม) |
| On the whole | โดยรวม | On the whole, the event was a success. (โดยรวม งานครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ) |
| At this stage | ในขณะนี้ | At this stage, we are unsure of the final outcome. (ในขณะนี้เรายังไม่แน่ใจผลลัพธ์สุดท้าย) |
| On behalf of | ในนามของ | On behalf of the team, I would like to thank you. (ในนามของทีม ผมขอขอบคุณทุกท่าน) |
| By chance | บังเอิญ | I met her by chance at the mall yesterday. (เมื่อวานฉันได้พบเธอโดยบังเอิญที่ห้างสรรพสินค้า) |
| By far | ถึงตอนนี้ | This is by far the best solution we’ve found. (ถึงตอนนี้ นี่คือวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดที่เราเคยพบ) |
| For the most part | โดยรวมแล้ว | For the most part, the meeting went smoothly. (โดยรวมแล้วการประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น) |
| In other words | กล่าวอีกนัยหนึ่ง | In other words, you need to practice more. (กล่าวอีกนัยหนึ่ง คุณต้องฝึกฝนให้มากขึ้น) |
| In terms of | ในแง่ของ | In terms of quality, this product is excellent. (ในแง่ของคุณภาพผลิตภัณฑ์นี้เป็นเลิศ) |
| In most respects | ในหลายๆ ด้าน | In most respects, the trip was a success. (การเดินทางครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในหลายๆ ด้าน) |
| By means of | โดย | The project was completed by means of new technologies. (โครงการดได้เสร็จสมบูรณ์โดยใช้เทคโนโลยีใหม่) |
| In honor of | เป็นเกียรติให้กับ | A ceremony was held in honor of the soldiers. (มีการจัดพิธีแสดงการเป็นเกียรติให้กับทหาร) |
| In place of | แทน | He gave a speech in place of the president. (เขากล่าวสุนทรพจน์แทนประธานาธิบดี) |
| In violation of | การฝ่าฝืน | The company acted in violation of the law. (บริษัทกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย) |
| In charge of | รับผิดชอบ | She is in charge of the marketing department. (เธอเป็นผู้รับผิดชอบแผนกการตลาด) |
| In possession of | อยู่ในความครอบครอง | He was found in possession of illegal drugs. (เขาได้พบว่ามียาเสพติดอยู่ในความครอบครอง) |
| In respect of | ไปตาม | The decision was made in respect of the evidence provided. (การตัดสินใจดังกล่าวได้กระทำไปตามหลักฐานที่มีให้มา) |
| As a result (of) | เนื่องจาก | The flight was delayed as a result of bad weather. (เที่ยวบินล่าช้าเนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย) |
| On the basis of | อยู่ในรากฐาน | They were selected on the basis of their qualifications. (พวกเขาถูกคัดเลือกโดยตามพื้นฐานจากคุณสมบัติ) |
| On the contrary | ตรงกันข้าม | On the contrary, I think we should wait. (ตรงกันข้าม ฉันคิดว่าเราควรรอ) |
| By all means | เป็นไปได้ในทุกวิธีทาง | Finish the report by all means necessary. (จัดทำรายงานด้วยทุกวิถีทางที่จำเป็น) |
| For this reason | เพราะเหตุนี้ | For this reason, we have to cancel the event. (เพราะเหตุนี้เราจึงต้องยกเลิกกิจกรรมนี้) |
| By and large | โดยรวมแล้ว | By and large, the changes have been positive. (โดยรวมแล้วการเปลี่ยนแปลงได้นำมาผลลัพธ์ที่ดี) |
| In a word | พูดสั้นๆ | In a word, it was a disaster. (พูดสั้นๆ มันเป็นหายนะ) |
| To summarize/conclude | สรุปแล้ว | To summarize, we need more time. (สรุปแล้วเราต้องการเวลาเพิ่มเติม) |

แบบฝึกหัดวพบทวลีและคำตอบโดยละเอียด (Prepositional phrase exercise)
ข้อที่ 1: เติมคำบุพบทลงในช่องว่าง
- ……. the morning
- …… January
- …… New Year’s Eve
- …… 1999
- …… Sunday morning
- …… summer
- …. the future
- …. The airport
- ……. Paris
- ……. Friday
- ……. lunch
- …….24th July
- ……25 Hai Ba Trung Street
- ……the news
- ……. King Road
ข้อที่ 2: เลือกบุพบทวลีเพื่อเติมในช่องว่าง
| by chance | in short |
| by degrees | at a disadvantage |
| in advance | at ease |
| in need | for fear of |
- I met her …. when I was at the convention. It was love at first sight.
- Can you send me the documents … ? I need to print them before the meeting.
- Although our team is …., if we try hard enough, we can still win.
- She took the pan out of the stove … overcooking.
- I was already late for work when I got out of the house, but then my car broke down. At work, I sent my boss the wrong document by mistake…., it was a very unlucky day.
- I thought I was not fit for yoga as I was not flexible enough, but … I was able to do it.
- I find my life has more meaning when I help those ….
เฉลย:
ข้อที่ 1:
| 1. In | 2. In | 3. On | 4. In | 5. On |
| 6. In | 7. In | 8.At | 9. In | 10. On |
| 11. At | 12. On | 13. At | 14. On | 15. On |
ข้อที่ 2:
| 1. By chance | 2. In advance | 3. At a disadvantage | 4. For fear of |
| 5. In short | 6. By degrees | 7. In need |
ข้างต้น ELSA Speak ได้นำเสนอความรู้ที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้เกี่ยวกับ prepositional phrase ในภาษาอังกฤษแล้ว นอกจากนี้ บทความนี้ยังได้รวบรวมบุพบทวลีทั่วไปที่เจ้าของภาษามักใช้เพื่อช่วยให้ผู้อ่านสื่อสารได้อย่างสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน


