Author: lekien.260302@gmail.com
ในภาษาอังกฤษ หมายเลข 1 คือ one และถ้าในการเรียงตามลำดับคือ first แล้ววิธีการอ่านเศษส่วน เช่น ⅓ หรือ ⅕ ในภาษาอังกฤษจะเป็นอย่างไรบ้าง ในบทความนี้ ELSA Speak จะให้ผู้เรียนความรู้เกี่ยวกับ ตัวเลขภาษาอังกฤษ
มีกี่วิธีในการอ่านเลขภาษาอังกฤษ?
ในภาษาอังกฤษ การอ่านตัวเลขมีอยู่ 2 แบบหลัก ๆ คือ เลขนับ (Cardinal Numbers) และ เลขลำดับ (Ordinal Numbers) ซึ่งแต่ละแบบมีความหมายและการใช้งานที่แตกต่างกัน
| ความหมาย | วิธีการใช้ | ตัวอย่าง | |
|---|---|---|---|
| ความหมาย | วิธีการใช้ | ตัวอย่าง | |
| เลขนับ (Cardinal numbers) | ใช้บอกจำนวน การนับสิ่งของ คน หรือเหตุการณ์ | ใช้ตอบคำถาม How many? หรือใช้บอกอายุ เบอร์โทรศัพท์ ปี เป็นต้น | one, two, three… I have two books. She is 25 years old. |
| เลขลำดับ (Ordinal numbers) | ใช้บอกลำดับหรือตำแหน่งของสิ่งของในลำดับหนึ่ง | ใช้ตอบคำถาม Which? หรือใช้บอกวันเดือน ปีลำดับของเหตุการณ์ต่าง ๆ | first, second, third… He lives on the third floor. Today is the 5th of May. |
>>> Read more: แนะนำวิธีเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องและเข้าใจง่าย
นับเลขภาษาอังกฤษจาก 0–100
ตัวเลขอังกฤษตั้งแต่ 0 ถึง 100 เกิดจากการนำเลขหลักหน่วย (0–9) มาประกอบกับหลักสิบ (10, 20, 30, …) โดยเฉพาะเลขตั้งแต่ 11 ถึง 19 จะมีรูปแบบการอ่านเฉพาะตัว
| เลข | เลขภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| 0 | Zero | /ˈzɪə.roʊ/ | ศูนย์ |
| 1 | One | /wʌn/ | หนึ่ง |
| 2 | Two | /tuː/ | สอง |
| 3 | Three | /θriː/ | สาม |
| 4 | Four | /fɔːr/ | สี่ |
| 5 | Five | /faɪv/ | ห้า |
| 6 | Six | /sɪks/ | หก |
| 7 | Seven | /ˈsev.ən/ | เจ็ด |
| 8 | Eight | /eɪt/ | แปด |
| 9 | Nine | /naɪn/ | เก้า |
| 10 | Ten | /ten/ | สิบ |
| 11 | Eleven | /ɪˈlev.ən/ | สิบเอ็ด |
| 12 | Twelve | /twelv/ | สิบสอง |
| 13 | Thirteen | /ˈθɜːr.tiːn/ | สิบสาม |
| 14 | Fourteen | /ˌfɔːrˈtiːn/ | สิบสี่ |
| 15 | Fifteen | /ˌfɪfˈtiːn/ | สิบห้า |
| 16 | Sixteen | /ˌsɪksˈtiːn/ | สิบหก |
| 17 | Seventeen | /ˌsev.ənˈtiːn/ | สิบเจ็ด |
| 18 | Eighteen | /ˌeɪˈtiːn/ | สิบแปด |
| 19 | Nineteen | /ˌnaɪnˈtiːn/ | สิบเก้า |
| 20 | Twenty | /ˈtwenti/ | ยี่สิบ |
| 30 | Thirty | /ˈθɜːr.ti/ | สามสิบ |
| 40 | Forty | /ˈfɔːr.ti/ | สี่สิบ |
| 50 | Fifty | /ˈfɪf.ti/ | ห้าสิบ |
| 60 | Sixty | /ˈsɪks.ti/ | หกสิบ |
| 70 | Seventy | /ˈsev.ən.ti/ | เจ็ดสิบ |
| 80 | Eighty | /ˈeɪ.ti/ | แปดสิบ |
| 90 | Ninety | /ˈnaɪn.ti/ | เก้าสิบ |
| 100 | One hundred | /wʌn ˈhʌn.drəd/ | หนึ่งร้อย |
วิธีนับเลขภาษาอังกฤษหลักหน่วย 0–9
ในการเริ่มต้นเรียนรู้การนับเลขอังกฤษ เราจะทำความคุ้นเคยกับตัวเลขพื้นฐานตั้งแต่ 0 ถึง 9 ในภาษาอังกฤษ ซึ่งนี่เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถประกอบเลขที่ใหญ่ขึ้นได้ง่ายในภายหลัง

เรียนรู้ คําอวยพรปีใหม่ ภาษาอังกฤษ เพื่อส่งความสุขและความหมายดี ๆ ให้คนสำคัญในช่วงปีใหม่
| เลข | เลขภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| 0 | Zero | /ˈzɪə.roʊ/ | ศูนย์ |
| 1 | One | /wʌn/ | หนึ่ง |
| 2 | Two | /tuː/ | สอง |
| 3 | Three | /θriː/ | สาม |
| 4 | Four | /fɔːr/ | สี่ |
| 5 | Five | /faɪv/ | ห้า |
| 6 | Six | /sɪks/ | หก |
| 7 | Seven | /ˈsev.ən/ | เจ็ด |
| 8 | Eight | /eɪt/ | แปด |
| 9 | Nine | /naɪn/ | เก้า |
>>> Read more: เลข 0 ภาษาอังกฤษคืออะไร 7 วิธีอ่านเลข 0 อย่างถูกต้องที่สุดที่คุณยังไม่รู้
วิธีนับเลขภาษาอังกฤษหลักสิบ 10-90
หลังจากจำตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 9 ได้แม่นยำแล้ว คุณสามารถเรียนรู้การนับเลขหลักสิบตั้งแต่ 10 ถึง 90 ต่อไปได้ การจำวิธีอ่านเลขหลักสิบจะช่วยให้คุณมั่นใจมากขึ้นเวลาใช้พูดและเขียนตัวเลขที่มากกว่า
| เลข | เลขภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| 10 | Ten | /ten/ | สิบ |
| 20 | Twenty | /ˈtwenti/ | ยี่สิบ |
| 30 | Thirty | /ˈθɜːr.ti/ | สามสิบ |
| 40 | Forty | /ˈfɔːr.ti/ | สี่สิบ |
| 50 | Fifty | /ˈfɪf.ti/ | ห้าสิบ |
| 60 | Sixty | /ˈsɪks.ti/ | หกสิบ |
| 70 | Seventy | /ˈsev.ən.ti/ | เจ็ดสิบ |
| 80 | Eighty | /ˈeɪ.ti/ | แปดสิบ |
| 90 | Ninety | /ˈnaɪn.ti/ | เก้าสิบ |

| การเรียนรู้นับเลขภาษาอังกฤษจะง่ายขึ้นหากคุณเข้าใจ การใช้ a an the ควบคู่กันไป เพราะเมื่อพูดถึงจำนวนหรือสิ่งของต่าง ๆ เรามักต้องใช้ a an the เพื่อให้ประโยคสมบูรณ์และสื่อความหมายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น |
วิธีนับเลขภาษาอังกฤษหลักร้อย 100 – 900
เมื่อคุณคุ้นเคยกับเลขหลักหน่วยและหลักสิบแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเรียนรู้การนับเลขหลักร้อยในภาษาอังกฤษ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้คุณอ่านตัวเลขขนาดใหญ่ได้อย่างคล่องแคล่ว
| เลข | เลขภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| 100 | One hundred | /wʌn ˈhʌn.drəd/ | หนึ่งร้อย |
| 200 | Two hundred | /tuː ˈhʌn.drəd/ | สองร้อย |
| 300 | Three hundred | /θriː ˈhʌn.drəd/ | สามร้อย |
| 400 | Four hundred | /fɔːr ˈhʌn.drəd/ | สี่ร้อย |
| 500 | Five hundred | /faɪv ˈhʌn.drəd/ | ห้าร้อย |
| 600 | Six hundred | /sɪks ˈhʌn.drəd/ | หกร้อย |
| 700 | Seven hundred | /ˈsev.ən ˈhʌn.drəd/ | เจ็ดร้อย |
| 800 | Eight hundred | /eɪt ˈhʌn.drəd/ | แปดร้อย |
| 900 | Nine hundred | /naɪn ˈhʌn.drəd/ | เก้าร้อย |
วิธีนับเลขภาษาอังกฤษหลักพัน 1000 – 9000
ในภาษาอังกฤษ การอ่านตัวเลขหลักพันให้ใช้เลขนับตามด้วยคำว่า thousand เช่น 1,000 = one thousand (หนึ่งพัน), 2,000 = two thousand (สองพัน) …
| เลข | เลขภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| 1.000 | One thousand | /wʌn ˈθaʊzənd/ | หนึ่งพัน |
| 2.000 | Two thousand | /tuː ˈθaʊzənd/ | สองพัน |
| 3.000 | Three thousand | /θriː ˈθaʊzənd/ | สามพัน |
| 4.000 | Four thousand | /fɔːr ˈθaʊzənd/ | สี่พัน |
| 5.000 | Five thousand | /faɪv ˈθaʊzənd/ | ห้าพัน |
| 6.000 | Six thousand | /sɪks ˈθaʊzənd/ | หกพัน |
| 7.000 | Seven thousand | /ˈsev.ən ˈθaʊzənd/ | เจ็ดพัน |
| 8.000 | Eight thousand | /eɪt ˈθaʊzənd/ | แปดพัน |
| 9.000 | Nine thousand | /naɪn ˈθaʊzənd/ | เก้าพัน |
วิธีนับเลขภาษาอังกฤษหลักหมื่น 10000 – 90000
เมื่ออ่านตัวเลขหลักหมื่น ให้ใช้เลขนับ (ten, twenty, thirty, …) นำหน้า แล้วตามด้วยคำว่า thousand เช่น 10,000 = ten thousand, 20,000 = twenty thousand
| เลข | เลขภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| 10.000 | Ten thousand | /ten ˈθaʊzənd/ | หนึ่งหมื่น |
| 20.000 | Twenty thousand | /ˈtwenti ˈθaʊzənd/ | สองหมื่น |
| 30.000 | Thirty thousand | /ˈθɜːrti ˈθaʊzənd/ | สามหมื่น |
| 40.000 | Forty thousand | /ˈfɔːrti ˈθaʊzənd/ | สี่หมื่น |
| 50.000 | Fifty thousand | /ˈfɪfti ˈθaʊzənd/ | ห้าหมื่น |
| 60.000 | Sixty thousand | /ˈsɪksti ˈθaʊzənd/ | หกหมื่น |
| 70.000 | Seventy thousand | /ˈsev.nti ˈθaʊzənd/ | เจ็ดหมื่น |
| 80.000 | Eighty thousand | /ˈeɪti ˈθaʊzənd/ | แปดหมื่น |
| 90.000 | Ninety thousand | /ˈnaɪnti ˈθaʊzənd/ | เก้าหมื่น |
วิธีนับเลขภาษาอังกฤษหลักแสน 100000 – 900000
ในภาษาอังกฤษ การอ่านตัวเลขหลักแสนทำได้โดยการเติมคำว่า hundred thousand ต่อท้ายตัวเลข เช่น 100,000 = one hundred thousand (หนึ่งแสน) ในทำนองเดียวกัน 200,000 คือ two hundred thousand, 300,000 คือ three hundred thousand … ไปจนถึง 900,000

ตารางด้านล่างจะแสดงรายละเอียดให้เห็นชัดเจน:
| เลข | เลขภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| 100.000 | One hundred thousand | /wʌn ˈhʌndrəd ˈθaʊzənd/ | หนึ่งแสน |
| 200.000 | Two hundred thousand | /tuː ˈhʌndrəd ˈθaʊzənd/ | สองแสน |
| 300.000 | Three hundred thousand | /θriː ˈhʌndrəd ˈθaʊzənd/ | สามแสน |
| 400.000 | Four hundred thousand | /fɔːr ˈhʌndrəd ˈθaʊzənd/ | สี่แสน |
| 500.000 | Five hundred thousand | /faɪv ˈhʌndrəd ˈθaʊzənd/ | ห้าแสน |
| 600.000 | Six hundred thousand | /sɪks ˈhʌndrəd ˈθaʊzənd/ | หกแสน |
| 700.000 | Seven hundred thousand | /ˈsev.ən ˈhʌndrəd ˈθaʊzənd/ | เจ็ดแสน |
| 800.000 | Eight hundred thousand | /eɪt ˈhʌndrəd ˈθaʊzənd/ | แปดแสน |
| 900.000 | Nine hundred thousand | /naɪn ˈhʌndrəd ˈθaʊzənd/ | เก้าแสน |
วิธีนับเลขภาษาอังกฤษหลักล้าน 1000000 – 9000000
ในภาษาอังกฤษ การอ่านตัวเลขหลักล้านทำได้โดยการอ่านตัวเลขก่อนแล้วตามด้วยคำว่า million เช่น 1,000,000 = one million (หนึ่งล้าน) ในทำนองเดียวกัน 2,000,000 คือ two million, 3,000,000 คือ three million และจะเป็นเช่นนี้ต่อไปจนถึง 9,000,000
ตารางด้านล่างจะช่วยให้คุณมองเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น:
| เลข | เลขภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| 1.000.000 | One million | /wʌn ˈmɪljən/ | หนึ่งล้าน |
| 2.000.000 | Two million | /tuː ˈmɪljən/ | สองล้าน |
| 3.000.000 | Three million | /θriː ˈmɪljən/ | สามล้าน |
| 4.000.000 | Four million | /fɔːr ˈmɪljən/ | สี่ล้าน |
| 5.000.000 | Five million | /faɪv ˈmɪljən/ | ห้าล้าน |
| 6.000.000 | Six million | /sɪks ˈmɪljən/ | หกล้าน |
| 7.000.000 | Seven million | /ˈsev.ən ˈmɪljən/ | เจ็ดล้าน |
| 8.000.000 | Eight million | /eɪt ˈmɪljən/ | แปดล้าน |
| 9.000.000 | Nine million | /naɪn ˈmɪljən/ | เก้าล้าน |
| นอกจากจำเลขอังกฤษจาก 1 ถึง 1,000,000 ได้แล้ว ลองฝึกถามปริมาณและจำนวนด้วย how much how many จะช่วยให้ถามจำนวนหรือปริมาณได้คล่องและมั่นใจมากขึ้น |
คำศัพท์ตัวเลขลำดับ
เพื่อเข้าใจชัดเจนความแตกต่างระหว่างตัวเลขและเลขลำดับที่ ลองดูว่าตัวเลขลำดับที่อ่านยังไงผ่านตารางคำศัพท์นี้
| ตัวเลขลำดับ | คำย่อ | การสะกดคำ | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| First | 1st | /fɜrst/ | ลำดับที่ ๑ |
| Second | 2nd | /ˈsɛkənd/ | ลำดับที่ ๒ |
| Third | 3rd | /θɜrd/ | ลำดับที่ ๓ |
| Fourth | 4th | /fɔrθ/ | ลำดับที่ ๔ |
| Fifth | 5th | /fɪfθ/ | ลำดับที่ ๕ |
| Sixth | 6th | /sɪksθ/ | ลำดับที่ ๖ |
| Seventh | 7th | /ˈsɛvənθ/ | ลำดับที่ ๗ |
| Eighth | 8th | /eɪtθ/ | ลำดับที่ ๘ |
| Ninth | 9th | /naɪnθ/ | ลำดับที่ ๙ |
| Tenth | 10th | /tɛnθ/ | ลำดับที่ ๑๐ |
| Eleventh | 11th | /ɪˈlɛvənθ/ | ลำดับที่ ๑๑ |
| Twelfth | 12th | /twɛlfθ/ | ลำดับที่ ๑๒ |
| Thirteenth | 13th | /ˈθɜrˈtinθ/ | ลำดับที่ ๑๓ |
| Fourteenth | 14th | /ˈfɔrˈtinθ/ | ลำดับที่ ๑๔ |
| Fifteenth | 15th | /fɪfˈtinθ/ | ลำดับที่ ๑๕ |
| Twentieth | 20th | /ˈtwɛntiəθ/ | ลำดับที่ ๒๐ |
| Twenty -first | 21st | /ˈtwɛnti -fɜrst/ | ลำดับที่ ๒๑ |
| Twenty -second | 22nd | /ˈtwɛnti -ˈsɛkənd/ | ลำดับที่ ๒๒ |
| Thirtieth | 30rd | /ˈθɜrdiθ/ | ลำดับที่ ๓๐ |
| Fortieth | 40th | /ˈfɔrtiɪθ/ | ลำดับที่ ๔๐ |
| Fiftieth | 50th | /ˈfɪftiɪθ/ | ลำดับที่ ๕๐ |
| Sixtieth | 60th | /ˈsɪkstiɪθ/ | ลำดับที่ ๖๐ |
| Seventieth | 70th | /ˈsɛvəntiɪθ/ | ลำดับที่ ๗๐ |
| Eightieth | 80th | /ˈeɪtiɪθ/ | ลำดับที่ ๘๐ |
| Ninetieth | 90th | /ˈnaɪntiɪθ/ | ลำดับที่ ๙๐ |
| One hundredth | 100th | /wʌn ˈhʌndrədθ/ | ลำดับที่ ๑๐๐ |
>>> ดูเพิ่มเติม
- คําศัพท์บวก ลบ คูณ หาร ในภาษาอังกฤษและวิธีอ่านที่แม่นยำที่สุด
- วิธีขอเบอร์โทรศัพท์ ภาษาอังกฤษ: ตัวอย่างประโยคตัวอย่างและบทสนทนาจริง
คำศัพท์เพิ่มเติมสำหรับตัวเลข
นอกจากคำศัพท์เลขภาษาอังกฤษ คุณต้องเรียนเพิ่มคำศัพท์ที่เสริมสำหรับตัวเลข ช่วยการอ่าน การเขียน และการสื่อสารภาษาอังกฤษจะมีประสิทธิภาพ
| คำศัพท์ | การสะกดคำ | ความหมาย |
|---|---|---|
| About | /əˈbaʊt/ | เกือบ |
| Approximately | /əˈprɑːksɪmətli/ | โดยประมาณ |
| Over | /ˈoʊvər/ | มากกว่า |
| More than | /mɔːr ðæn/ | มากกว่า |
| Under | /ˈʌndər/ | น้อยกว่า |
| Less than | /les ðæn/ | น้อย/ต่ำกว่า |
ใช้เลขภาษาอังกฤษ
เลขภาษาอังกฤษถูกนำไปใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน ตามกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้

การนับจำนวน
เมื่อนับจำนวนคน สัตว์ สิ่งของหรือเหตุการณ์ ฯลฯ แค่คงจำนวนไว้และไม่เปลี่ยนแปลงอะไร
ตัวอย่าง
- I have six pens.
=> ฉัน/ผมมีปากกา 6 ด้าม
- My class has twenty people.
=> ห้องเรียนมี 10 คน
หมายเลขโทรศัพท์
เมื่ออ่านหมายเลขโทรศัพท์ คุณสามารถกลุ่มละ 3 หรือ 4 เลขก็ได้ เลข 0 ภาษาอังกฤษ จะอ่านเป็น “oh” หรือ “zero”

อ่านหมายเลขโทรศัพท์
ตัวอย่าง
- My phone number is 0352 719 123.
(My phone number is zero-three-five-two seven-one-nine one-two-three.)
=> หมายเลขโทรศัพท์ของฉันคือ 0352 719 123
>>> Read more: วิธีขอเบอร์โทรศัพท์ ภาษาอังกฤษ: ตัวอย่างประโยคตัวอย่างและบทสนทนาจริง
พูดคุยเกี่ยวกับอายุ
คุณอ่านเลขภาษาอังกฤษ0-100 เหมือนเดิม แล้วเติม “years old” (ปี) เข้าด้านหลัง
ตัวอย่าง
- I am thirteen years old.
=> ฉัน/ผมอายุสิบสามปี
พูดคุยเกี่ยวกับปี
เมื่ออ่านปีภาษาอังกฤษ เราจะอ่านตัวเลขเป็นคู่
ตัวอย่าง
- 1997: nineteen ninety-seven
ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา เราจะอ่านแบบปกติในการอ่านตัวเลขดังต่อไปนี้
- 2000: two thousand
- 2008: two thousand and eight.

วีธีการอ่านปีภาษาอังกฤษ
วีธีการอ่านปีภาษาอังกฤษ
ตัวอย่าง
- This book was published in eighteen ninety-eight.
=> หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ในปี 1898
- Daniel was born in two thousand and eight.
=> Daniel เกิดในปี 2008
>>> Read more: วิธีการเขียนเดือนภาษาอังกฤษแบบย่อพร้อมความหมายและเทคนิคการจำ
ตารางความแตกต่างระหว่าง เลขภาษาอังกฤษ และ เลขลำดับที่ภาษาอังกฤษ
| องค์ประกอบ | ตัวเลข | ตัวเลขลำดับ |
|---|---|---|
| โครงสร้าง | ตัวเลข | ตัวเลขลำดับที่ = ตัวเลข + th (ยกเว้น “first”, “second” และ “third”) |
| กรณีการใช้ | นับจำนวย ตัวอย่าง – I have seven pens. ฉัน/ผมมีปากกา 7 ด้าม.อ่านหมายเลขโทรศัพท์ ตัวอย่าง – My phone number is 0383 333 827. หมายเลขโทรศัพท์ของเราคือ 0383 333 827 พูดคุยเกี่ยวกับอยุ ตัวอย่าง – I am thirteen years old. ฉัน/ผมอยุ 13ปี พูดคุยเกี่ยวกับปี ตัวอย่าง – This book was published in eighteen ninety-eight. หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ในปี 1898 | อธิบายตำแหน่งการจัดอันดับ ตัวอย่าง – John finished second in the school’s badminton tournament. John จบอันดับสองในการแข่งขันแบดมินตันของโรงเรียน อธิบายจำนวนชั้นของอาคาร ตัวอย่าง – My home is on the sixth floor. บ้านของฉันอยู่ชั้น 6 พูดคุยเกี่ยวกับวันเกิด ตัวอย่าง – Today is Tom’s sixth birthday. วันนี้เป็นวันเกิดปีที่ 6 ของทอม Tom ชื่อราชาหรือราชินี ตัวอย่าง – Elizabeth ll = Elizabeth the Secondสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 |

หมายเหตุในการเรียนตัวเลขภาษาอังกฤษ
เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดในการใช้เลขภาษาอังกฤษ ควรสังเกตสิ่งต่อไปนี้
- เมื่อตัวเลขต้องการการผสมระหว่างล้าน พัน ร้อยด้วยสิบหรือหน่วย เราจะเติมคำว่า “and” ก่อนหลักหน่วยหรือหลักสิบ
ตัวอย่าง
- 210: Two hundred and ten.
- 1,950: One thousand, nine hundred and fifty.
- 4,001: Four thousand and one.
- ไม่เติม “s”, “es” เมื่อเขียนตัวเลข หากคุณอยากบอกจำนวน นอกจากนี้ ตัวเลขต่อไปนี้เมื่อเติม “s” และตามด้วย of จะมีความหมายแตกต่างกัน ไม่ได้เป็นจำนวนเฉพาะอีก แต่กลายเป็นวิธีพูดโดยประมาณ
ตัวอย่าง
- Tens of: หลักสิบ
- Dozens of: โหลๆ
- Hundreds of: ร้อยๆ
- Thousands of: หลายพัน
- Millions of: หลายล้าน
- Billions of: หลายร้อยล้าน
ตัวอย่าง
- Our team had hundreds of members
ทีมของเรามีสมาชิกหลายร้อยคน
- This is a miniature city made from millions of toothpicks.

>>> อ่านเพิ่มเติม:
นี่คือเมืองขนาดเล็กที่ทำจากไม้จิ้มฟันนับล้าน
- วิธีการนับจำนวนครั้งเป็นภาษาอังกฤษ
- Once: หนึ่งครั้ง
- Twice: สองครั้ง
- ตั้งแต่ครั้งที่ 3 เราจำเป็นต้องใช้สูตร “ตัวเลข + times”
- Three times: สามครั้ง
- Four times: สี่ครั้ง
- เลข 100 พูดได้ 2 แบบว่า “one hundred” หรือ “a hundred”
- เลขหนึ่งพัน (one thousand/ a thousand) และเลขหนึ่งล้าน (one million/ a million) ก็มี 2 แบบที่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม
- การพูด “a hundred/ thousand/ million” จะใช้ในกรณีจำนวนนั้นยืนอยู่ตัวเดียว เท่านั้น ตัวอย่างเช่น คุณไม่สามารถพูดว่า: “four thousand a hundred and twenty (4,120) กลับต้องพูดว่า “four thousand one hundred and twenty”
- ใช้ขีดกลาง (-) เมื่อเขียนตัวเลข 21 ถึง 99
- 21: Twenty-one
- สำหรับตัวเลขจำนวนมากที่มีหลายหลัก คนอเมริกันมักใช้เครื่องหมายจุลภาค (,) เพื่อแบ่งกลุ่มละสามตัว
ตัวอย่าง
- 5,776,000; 62,822
>>> Read more:
- ถึงเวลาใช้ AI เข้ามาช่วยฝึกพูดภาษาอังกฤษ
- [รีวิวแบบละเอียด] ELSA Speak คืออะไร? แอปฝึกพูดภาษาอังกฤษสำหรับคนทำงานที่มีเวลาน้อย
เศษส่วน
เศษส่วนประกอบด้วยสองส่วนซึ่งเป็นตัวเศษและตัวส่วน ในภาษาอังกฤษ การอ่านเศษส่วนเริ่มด้วยตัวเศษเป็น ตัวเลขภาษาอังกฤษ บอกจำนวนและตัวส่วนเป็นตัวเลขบอกลำดับที่ เช่น 1/3 = one third, 2/3 = two thirds, 1/100 = one one hundredth, 12/16 = twelve sixteenths ตัวส่วนมักจะอยู่ในรูปแบบของพหูพจน์หากเป็นหมายเลขที่มากกว่า 1
วิธีการอ่านเศษส่วนยังมีข้อยกเว้นบางข้อ เช่น 1/2 = one half (ไม่ได้อ่านว่า “one second”), 1/4, 2/4, 3/4 = one quarter, two quarters, three quarters (แต่ยังสามารถอ่านได้ว่า “one fourth” “two fourths” or “three fourths”)
>>> Read more: คําศัพท์บวก ลบ คูณ หาร ในภาษาอังกฤษและวิธีอ่านที่แม่นยำที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
จะจำได้อย่างไรว่าคำไหนเป็นเลขนับและคำไหนเป็นเลขลำดับ?
เลขนับ (one, two, three) ใช้บอกจำนวน ส่วนเลขลำดับ (first, second, third) ใช้บอกตำแหน่งหรือลำดับขั้น
เมื่อเขียนวันที่เป็นภาษาอังกฤษ เราจำเป็นต้องใช้เลขลำดับเสมอหรือไม่?
ในการพูดหรือการเขียนแบบอังกฤษ (British English) มักใช้เลขลำดับในการเขียนวันที่ (เช่น 1st January) แต่ในการเขียนแบบอเมริกัน (American English) สามารถใช้เลขนับได้เช่นกัน (เช่น January 1).
เมื่อใช้บอกชั้นเรียนหรือชั้นของอาคาร ควรใช้เลขลำดับหรือเลขนับ?
ในภาษาอังกฤษ เวลาเราพูดถึงชั้นเรียนหรือตึก เราจำเป็นต้องใช้เลขลำดับ (ordinal numbers) แทนเลขนับ (cardinal numbers) เหตุผลก็คือ เลขลำดับช่วยบอกตำแหน่งและลำดับได้ชัดเจนกว่า
ตัวอย่าง:
- ชั้น 1 → 1st floor (ชั้นแรก)
- ชั้น 2 → 2nd floor (ชั้นที่สอง)
- ประถม 1 → 1st grade (ชั้นแรกของระดับประถมศึกษา)
- ประถม 3 → 3rd grade (ชั้นที่สามของระดับประถมศึกษา)
ในทางกลับกัน เลขนับ (one, two, three, …) มักใช้บอกจำนวนเท่านั้น ไม่เหมาะที่จะใช้ระบุตำแหน่งหรือลำดับ ดังนั้นเวลาศึกษาตัวเลขภาษาอังกฤษ ควรแยกความแตกต่างของตัวเลขทั้งสองประเภทนี้ให้ชัดเจน เพื่อที่จะได้นำไปใช้ได้อย่างถูกต้องในแต่ละบริบท

ข้างต้นเป็นคำแนะนำอย่างละเอียดเกี่ยวกับวิธีการนับเลขภาษาอังกฤษตั้งแต่ 1 ถึง 1,000,000 พร้อมการออกเสียง เพื่อช่วยให้จดจำได้ง่ายและนำไปใช้ได้สะดวกทั้งในการเรียน การทำงาน และการสื่อสารในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้จำได้แม่นและใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว ควรฝึกฝนเป็นประจำกับสถานการณ์จริง และเข้าใช้ ELSA Speak อย่างสม่ำเสมอเพื่อค้นพบวิธีการเรียนภาษาอังกฤษและทักษะการสื่อสารที่เป็นประโยชน์สำหรับนักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน
โครงสร้าง “how much” และ “how many” เป็นโครงสร้างไวยากรณ์พื้นฐานในภาษาอังกฤษที่คุณต้องเข้าใจเป็นอย่างดีและฝึกใช้อย่างเชี่ยวชาญ เนื่องจากคุณอาจจะต้องใช้ในขณะที่ทำการบ้านหรือสื่อสารในชีวิตประจำวัน ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการใช้โครงสร้าง 2 โครงสร้างนี้ วันนี้เราจะมาเรียนรู้การใช้ much และ many รวมทั้ง การใช้ how much how many ในบทความดังต่อไปนี้นะ
How much How many คืออะไร?
ในภาษาอังกฤษ ทั้ง much และ many มักใช้เพื่อแสดงปริมาณหรือจำนวน เพื่อช่วยระบุว่าสิ่งนั้นมีจำนวนมากหรือน้อย โดยทั่วไป ทั้งสองคำนี้จะวางไว้หน้าคำนามเพื่อขยายคำนาม
เมื่อตั้งคำถาม เรามักจะเจอโครงสร้าง how much และ how many ซึ่งทั้งสองมีความหมายว่า “เท่าไหร่” อย่างไรก็ตาม การใช้โครงสร้างแต่ละแบบจะแตกต่างกัน:
- How much + คำนามนับไม่ได้
- How many + คำนามนับได้
example:
- How much milk is left in the bottle? (นมในขวดเหลือเท่าไหร่??)
- How many cars does Andy have in his garage? (แอนดี้มีรถกี่คันอยู่ในโรงรถของเขา?)
How much How many ใช้อย่างไร
How many ใช้อย่างไร
โครงสร้าง how many คืออะไรและ how many ใช้กับอะไร จริง ๆ แล้ว how many มักใช้ในการถามเกี่ยวกับจำนวนของสิ่งของเป็นคำนามนับได้ ซึ่งคำนามเหล่านั้นต้องอยู่ในรูปแบบนามพหูพจน์ ร่วมกับ how many เป็นโครงสร้าง “how many + นามพหูพจน์”
ตัวอย่าง
- How many days are there in August?
- How many people work in your company?
หมายเหตุ คุณสามารถทิ้งคำนามในคำถาม how much how many ได้ หากผู้ฟังได้รู้ประธานอย่างชัดเจนมาแล้ว เพื่อไม่ทำให้เกิดการวนไปวนมา
ตัวอย่าง
A: I would like to buy some cheese .
B: How much (cheese) would you like? (กี่ก้อนคะ)
>>> Read more: วิธีใช้และความแตกต่างระหว่าง some any
* โครงสร้าง how many ในการถามจำนวนของสิ่งของโดยใช้กับกริยา “to be”
| How many + plural countable noun + are there +…? ⇒ There is/There are + จำนวน |
แล้ว plural countable noun หรือ คำนามพหูพจน์นับได้ มีตัวอักษรลงท้าย -s หรือ -es เช่น “cakes” “pens” “apples” เป็นต้น
ตัวอย่าง
- How many lions are there in the zoo? (มีสิงโตกี่ตัวในสวนสัตว์)
⇒ There are 10 lions in the zoo/ There are 10. (มีสิงโต 10 ตัวในสวนสัตว์/ มี 10 ตัวค่ะ)
* โครงสร้าง how many ในการถามจำนวนของสิ่งของโดยใช้กับกริยาปกติ
ซึ่ง คำนามพหูพจน์มีตัวอักษรลงท้าย -s หรือ -es
ใช้ “Do” กับ I we you they และคำนามพหูพจน์
ใช้ “Does” กับ he she it
ตัวอย่าง
- How many eggs do you need? (คุณต้องการไข่กี่ลูก).
=> Just twenty, thanks. (แค่ 12 ค่ะ ขอบคุณค่ะ)
- How many notebooks do you want? (คุณต้องการสมุดโน้ตกี่เล่ม)
=> I just want two notebooks. (แค่ 2 เล่มค่ะ)
* เคล็ดลับในการรับรู้ว่าเมื่อใดควรใช้ how many
- จะมีคำนามนับได้หลังคำว่า how many เสมอ
- ในคำตอบของ there is/there are ให้ใช้ there is เมื่อคำนามที่อยู่หลังเป็นเอกพจน์ แต่ถ้าเป็นคำนามพหูพจน์ ให้ใช้ there are
- ส่วนที่เป็นนามจะเติมตัว “s” ต่อท้ายเสมอ ยกเว้นในบางกรณี เช่น people
How much ใช้อย่างไร
ต่อไป เพื่อทำความเข้าใจวิธีการใช้ How much และ How many มาดูกันว่า How much หมายความว่าอย่างไร:
เช่นเดียวกับ How many โครงสร้าง How much ก็มีความหมายว่า “เท่าไหร่” และใช้ในการถามเกี่ยวกับปริมาณ แต่การใช้งานจะแตกต่างกัน
How much จะอยู่หน้าคำนามนับไม่ได้ในภาษาอังกฤษเท่านั้น คำนามนับไม่ได้เหล่านี้มักจะมีหน่วยวัดอื่นๆ ที่ใช้วัด (ช่น ลิตร ถ้วย กิโลกรัม แก้ว เหยือก ฯลฯ)
Also, when asking how much, you can use both How much and How many, but when asking the price of something, you can only use How much, which is a point to remember when using How much and How many.
How much กับกริยา “to be”
| How much + uncountable noun + is there? → There is/are + quantity/unit of measure |
ตัวอย่าง:
- How much rice is there in the fridge? (ในตู้เย็นมีข้าวอยู่เท่าไร?)
→ There are only two bowls. (มีชามเพียงสองใบเท่านั้น)
- How much milk in the bottle? (นมในขวดมีปริมาณเท่าไร?)
→ There are 300gram. (มี 300 กรัม)
How much กับกริยาปกติ
| How much + คำนามนับไม่ได้ (uncountable noun) + do/does/ did + S + V? → S + V + คำปริมาณ |
ตัวอย่าง:
- How much coffee do you want? (คุณต้องการกาแฟปริมาณเท่าไร?)
→ I want two coffee cups only. (ฉันต้องการกาแฟแค่สองแก้วเท่านั้น)
- How much meat does your grandmother need for cooking? (คุณยายของคุณต้องการเนื้อสัตว์ปริมาณเท่าไรในการทำอาหาร?)
→ My grandmother needs 2 kilos. (คุณยายของฉันต้องการ 2 กิโลกรัม)
How much ถามราคาด้วยกริยา “to be”
| How much + is/are + S? → S + is/are + ราคา |
ตัวอย่าง:
- How much is this bag? (กระเป๋าใบนี้ราคาเท่าไหร่?)
→ It is $30. (ราคา 30 เหรียญ)
- How much is Jenny’s dress? (ชุดของเจนนี่ราคาเท่าไหร่?)
→ It is 3000 BAHT (ราคา 3000 บาท)
How much ถามราคาด้วยกริยาปกติ
| How much + do/does + S + cost? → S + cost/costs + ราคา |
ตัวอย่าง:
- How much does Linda’s laptop cost? (โน๊ตบุ๊คของลินดาราคาเท่าไหร่?)
→ It costs 12,000 BAHT (ราคา 12,000 บาท)
- How much does John’s watch cost? (นาฬิกาของจอห์นราคาเท่าไหร่?)
→ They cost only 30,000 BAHT (ราคา 30,000 บาท)

เรียนรู้การอ่านและเขียนเลขภาษาอังกฤษอย่างง่ายดาย พร้อมตัวอย่างที่เข้าใจได้ทันที!
วิธีนับเลขภาษาอังกฤษจาก 1 ถึง 1,000,000 จำง่าย (พร้อมการออกเสียง)
แยกแยะ How much how many
ในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ทั้ง how many และ how much มีความหมายว่า “เท่าไหร่” อย่างไรก็ตาม การใช้ทั้งสองคำนี้จะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของคำนามที่ใช้ประกอบ
| How much | How many |
|---|---|
| อยู่หน้าคำนามนับไม่ได้ (uncountable nouns) | อยู่หน้าคำนามนับได้พหูพจน์ (plural countable nouns) |
| ใช้ถามเกี่ยวกับปริมาณ/ปริมาตร | ใช้ถามเกี่ยวกับปริมาณ |
| ใช้เพื่อถามราคา (How much is this book?) | ไม่ได้ใช้ในการถามราคา |
| ตัวอย่าง: – How much milk is left? (นมเหลืออยู่เท่าไหร่?) – How much does this shirt cost? (เสื้อตัวนี้ราคาเท่าไหร่?) | ตัวอย่าง: – How many students are in the class? (มีนักเรียนกี่คนในชั้นเรียน?) – How many books do you have? (คุณมีหนังสือกี่เล่ม?) |
ลีทั่วไปที่มีคำว่า how much และ how many
ในภาษาอังกฤษ นอกจากการใช้ how much และ how many เพื่อถามว่า “เท่าไหร่” คุณยังสามารถใช้วลีอื่นๆ ที่มีความหมายใกล้เคียงกันแทนได้อีกด้วย วลีเหล่านี้มักใช้ในงานเขียนเชิงวิชาการ งานวิจัยทางวิชาการ หรือเมื่อต้องการอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณ ขนาด ราคา ปริมาตร ฯลฯ อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
How much
- How much is that worth? (มันมีมูลค่าเท่าไหร่?)
- How much do you know about that? (คุณรู้เรื่องนั้นมากแค่ไหน?)
- How much do you care? (คุณสนใจขนาดไหน?)
- How much do you want? (คุณต้องการเท่าไหร่?)
- How much longer? (อีกนานแค่ไหน?)
- How much of a difference does it make? (มันสร้างความแตกต่างได้มากขนาดไหน?)
- How much of a problem is it? (ปัญหามันขนาดไหน?)
- How much of a hurry are you in? (คุณรีบขนาดไหน?)
- How much of a risk are you willing to take? (คุณพร้อมที่จะรับความเสี่ยงมากแค่ไหน?)
How many
- How many times have I told you that? (ฉันบอกคุณเรื่องนี้กี่ครั้งแล้ว?)
- How many people are there? (มีคนกี่คน?)
- How many ways are there to do that? (มีกี่วิธีที่จะทำเรื่องนั้น?)
- How many times have you been to the restaurant this week? (สัปดาห์นี้คุณไปร้านอาหารกี่ครั้งแล้ว?)
- How many times did I tell you not to do that? (ฉันบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำอย่างนั้น?)
- How many times did you say that? (คุณพูดแบบนั้นกี่ครั้งแล้ว?)
- How many times do I have to tell you? (ฉันต้องบอกคุณกี่ครั้งอีก?)
- How many times can I say I’m sorry? (ฉันจะพูดขอโทษได้กี่ครั้ง?)
- How many times do you think I’ve heard that? (คุณคิดว่าฉันเคยได้ยินเรื่องนี้กี่ครั้งแล้ว?)
คำพ้องความหมายและวิธีใช้ how much how many
ในภาษาอังกฤษ นอกจาก how much และ how many คุณยังสามารถใช้คำพ้องความหมายได้หลายคำเพื่อถามเกี่ยวกับปริมาณ ปริมาตร ขนาด หรือราคา วลีเหล่านี้มักใช้เป็นทางการหรือใช้ในบริบททางวิชาการ
| คำพ้องความหมาย | ความหมาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| What is the quantity of …? | การถามเกี่ยวกับปริมาณ (มักใช้ในการเขียน วิชาการ) | What is the quantity of books in the library? (หนังสือในห้องสมุดมีจำนวนเท่าไหร่?) |
| What is the amount of …? | การถามเกี่ยวกับปริมาณ (ใช้กับคำนามนับไม่ได้) | What is the amount of liquid allowed on an airplane? (ปริมาณของเหลวที่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องบินคือเท่าไร?) |
| What is the size of …? | การถามเกี่ยวกับขนาด | What is the size of the earth? (โลกมีขนาดเท่าไหร่?) |
| What is the volume of …? | การถามเกี่ยวกับปริมาตร | What is the volume of water? (ปริมาตรน้ำมีเท่าไหร่?) |
| What is the weight of …? | การถามเกี่ยวกับน้ำหนัก | What is the weight of this package? (น้ำหนักของแพ็คเกจนี้คือเท่าไหร่?) |
| What is the cost of …? | การถามเกี่ยวกับราคา | What is the cost of a Lamborghini? (ราคารถ Lamborghini คือเท่าไหร่?) |
| What is the number of …? | การถามเกี่ยวกับปริมาณนับได้ | What is the number of students in this class? (ชั้นเรียนนี้มีนักเรียนกี่คน?) |
| How many times …? | การถามเกี่ยวกับจำนวนครั้ง | How many times do you go to the gym per week? (คุณไปยิมกี่ครั้งต่อสัปดาห์?) |
| How many people …? | การถามเกี่ยวกับจำนวนบุคคล | How many people are there in your family? (ครอบครัวของคุณมีกี่คน?) |
| How many things …? | การถามเกี่ยวกับจำนวนสิ่งของ วัตถุ | How many things are on the table? (มีสิ่งของอยู่บนโต๊ะกี่ชิ้น?) |
แบบฝึกหัดเกี่ยวกับ “much” – “many” และ how much how many พร้อมคำตอบ
แบบฝึกหัด
แบบฝึกหัดที่ 1
แบบฝึกหัดที่ 1 เติม “many” “much” “how much” หรือ “how many” ในช่องว่าง
1. Sam doesn’t have ___________ bananas, and Sam doesn’t have ___________ fruit juice.
2. How _____________ is this? It’s six dollars.
3. How _________________ do she want? Eleven, please.
4. David wrote _________________ poems.
5. She visited _____________________ European cities.
6. Linda hasn’t got _________________ patience.
7. How ________ does this pants cost ?
8. ________ is a bar of soap?
9. ________ books and novels are there on the shelf?
10. How ________ oranges are there in the fridge?
แบบฝึกหัดที่ 2
แบบฝึกหัดที่ 2 เติมโครงสร้าง how much how many ในช่องว่างให้ถูกต้อง
1. ………………… oil is there in the boil?
2. ………………… dragon fruits do you want?
3. ………………… people are there in her class?
4. ………………… apples does her eat everyday?
5. .………………….. pens are there in her pencil case?
6. ………………… kilos of salt does her mother need?
7. ………………… pork is there in the kitchen?
8. ………………… berries do you want?
9. ………………… hours does Sam have to do?
10. ………………… chairs are there in my class?
11. ………………… coconut juice does Hoa drink everyday?
12. ………………… kilos of nut does your sister need?
13. ………………… loaves of bread does he want?
14. ……………………….. cats are there in your house.
15. ……………………….. wine did he drink?
แบบฝึกหัดที่ 3
แบบฝึกหัดที่ 3 เลือกคำตอบที่ถูกต้อง
1.________ salt does your elder sister want?
ก. How much ข. How many ค. How ง. How long
2. ________ sausages does she want?
ก. How often ข. How many ค. How much ง. How
3. ________ candies does the girl want? – Two.
ก. How many ข. How much ค. How ง. What
4. This shirt ________ $50.
ก. are ข. is ค. has ง. have
5. ________ rice does she need?
ก. How much ข. How many ค. How ง. What
6. ________ beef do you want?
ก. How much ข. How many ค. How long ง. What
7. How ________ bananas are there on the table?
ก. many ข. much ค. some ง. any
8. How ________ does the shirt cost?
ก. many ข. much ค. some ง. any
9. How much ________ the shoes?
ก. do ข. does ค. are ง. is
10.________ much is a loaf of bread?
ก. How ข. Where ค. When ง. What
11. How ____ water do you drink in the morning?
ก. many ข. much ค. some ง. any
12. This book ________ 100 Baht.
ก. cost ข. costs ค. is costing ง. costing
13. How much juice ________ there in the glass?
ก. be ข. am ค. is ง. are
14. How much ________ a kilo of sugar?
ก. be ข. am ค. is ง. are
15.________ dictionary are there on the shelf?
ก. Where ข. What ค. How much ง. How many
คำตอบ
แบบฝึกหัดที่ 1
| 1. much/many | 2. much | 3. many | 4. many | 5. many | 6. much | 7. much | 8. how much | 9. how many | 10. many |
แบบฝึกหัดที่ 2
| 1. How much | 2. How many | 3. How many | 4. How much | 5. How many | 6. How many | 7. How much | 8. How many |
| 9. How many | 10. How many | 11. How much | 12. How many | 13. How many | 14. How many | 15. How much |
แบบฝึกหัดที่ 3
| 1. ก | 2. ข | 3. ก | 4. ข | 5. ก | 6. ก | 7. ก | 8. ข |
| 9. ค | 10. ง | 11. ข | 12. ข | 13. ค | 14. ค | 15. ง |

ในบทความวันนี้ ELSA Speak ได้ให้ความรู้อย่างครบถ้วนเกี่ยวกับโครงสร้าง much – many และ how much how many ในภาษาอังกฤษแล้ว ความรู้ส่วนโครงสร้าง how much many การใช้แม้จะเรียบง่ายแต่ก็ทำให้สับสนได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้น คุณจึงต้องมีความรู้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ของโครงสร้าง เพื่อนำไปใช้ในการสอบและการสื่อสารในชีวิตประจำวันอย่างถูกต้อง หากต้องการความรู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษเพิ่มเติม โปรดไปที่เว็บไซต์ ELSA Speak เพื่อดูข้อมูลต่าง ๆ อีกมากมายนะ
ทักษะการ เขียนอีเมลภาษาอังกฤษ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงานในสภาพแวดล้อมนานาชาติ อีเมลภาษาอังกฤษที่มีโครงสร้างเหมาะสมและมีเนื้อหาครบถ้วนจะแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของคุณต่อคู่ค้าและลูกค้า มาดูวิธีการเขียนอีเมลภาษาอังกฤษ และตัวอย่างอีเมลภาษาอังกฤษที่เป็นมืออาชีพที่สุดกับ ELSA Speak นะ
วิธี เขียนอีเมลภาษาอังกฤษ ตามโครงสร้างที่ถูกต้อง
Greeting – การทักทาย
คำทักทายเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ในการ เขียนอีเมลภาษาอังกฤษ ทุกฉบับ อีเมลที่เป็นมืออาชีพมักจะเริ่มต้นด้วย Dear + Name/Surname
เพื่อเป็นการรักษามารยาท ผู้เขียนควรใช้คำสรรพนามว่า Mr. (นาย) หรือ Ms/Mrs (นางสาว/นาง) ร่วมกับชื่อหรือนามสกุลของผู้อ่านตามวัฒนธรรม เช่น Dear Mr. Smith หรือ Dear Mrs. Fray
ในกรณีที่ผู้เขียนไม่สามารถระบุชื่อของผู้อ่านได้ ควรใช้คำว่า “Dear Sir/Madam” อย่างไรก็ตาม อย่าใช้รูปแบบประโยคนี้เป็นบ่อยเมื่อไปเขียนอีเมลภาษาอังกฤษเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้อ่าน
บางครั้ง ในบางวัฒนธรรม เราต้องการทักทายผู้อ่านโดยใช้ชื่อแทนสกุลของท่าน ก่อนที่ไปอีเมลให้ชาวต่างชาติ ควรไปศึกษาค้นคว้าการทักทายของผู้อ่านท่านนั้น
| การใช้ ms mrs ให้ถูกต้อง มาศึกษากับ ELSA Speak กันเลยเกี่ยวกับคำนำหน้าชื่อ วิธีอ่าน และข้อควรระวังในการchatพร้อมกับแบบฝึกหัด |
Opening comment – การทักทายก่อนการกล่าวถึงเหตุผล
ส่วน Opening comment นี้มีจุดประสงค์เพื่อแสดงไมตรีจิตของผู้เขียนและในขณะเดียวกันก็สร้างความสบายใจให้ผู้อ่านต้อนรับข้อมูลในส่วนต่อ ๆ ไป ขึ้นอยู่กับผู้รับอีเมลคือใคร (ลูกค้า เพื่อนร่วมงาน คู่ค้า ฯลฯ) Opening comment จะแตกต่างกัน
เช่น

Introduction – การกล่าวถึงเหตุผล
หลังจากการเขียน Opening comment คุณควรกล่าวถึงเหตุผลที่ทำให้มีอีเมลครั้งนี้โดยตรงไปตรงมา จากนั้น ผู้อ่านจะเข้าใจเนื้อหาโดยรวมของอีเมลอย่างง่ายดาย
รูปแบบประโยคกล่าวถึงเหตุผลของอีเมล: I am writing this email to + เหตุผล
ตัวอย่าง
| I am writing this email to inform you about the results of your interview. | ฉันเขียนอีเมลมาเพื่อแจ้งเตือนให้คุณรับทราบเกี่ยวกับผลการสัมภาษณ์ |
| I am writing this email to negotiate the terms of the transfer contract with your company | ฉันเขียนอีเมลมาเพื่อเจรจาเงื่อนไขสัญญาการโอนบริษัทของคุณ |
Main point – เนื้อหาหลัก
เนื้อหาหลักเป็นส่วนที่คุณจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการติดต่อผู้อ่าน แต่อย่าลืมว่า เมื่อเขียนอีเมลภาษาอังกฤษ เราควรใช้ประโยคที่สั้นและกะทัดรัด เพื่อความลื่นไหลมากยิ่งขึ้น คุณสามารถใช้วลีในการเชื่อมโยงเช่น
| Regarding … / Concerning … | เกี่ยวกับ… |
| As you mentioned in the previous email, … | ดังที่คุณได้กล่าวถึงในอีเมลก่อนหน้านี้ … |
| According to the results of the last meeting, … | ตามผลการประชุมครั้งล่าสุด … |
| I would be interested in having more details about … | ฉันสนใจที่จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ … |
| After careful consideration we have decided that … | หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบเราได้ตัดสินใจแล้วว่า … |
| Attached to this email is … | แนบกับอีเมลนี้คือ … |
| We regret to inform you … | เราเสียใจที่ต้องการแจ้งเตือนให้คุณทราบว่า … |

Concluding sentence – ส่วนสรุปของอีเมล
ในส่วนนี้ คุณควรใช้ประโยคที่กระตุ้นให้ผู้อ่านดำเนินการต่อหรือเพียงแสดงความปรารถนาดีก็พอ
ประโยคลงลงท้ายอีเมลภาษาอังกฤษที่มักใช้ประโชค์ดังต่อไปนี้:
| I look forward to hearing from you. | หวังว่าจะได้รับการตอบกลับจากคุณ |
| Thanks for your cooperation. | ขอบคุณสำหรับความร่วมมือของคุณ |
| Please contact us if you are interested in this project. | โปรดติดต่อเราหากคุณสนใจในโครงการครั้งนี้ |
| If you have any questions, please email us. | หากคุณมีข้อสงสายส่วนใด โปรดติดต่อพวกเราทางอีเมลชุดนี้ |
Signing off – ลงนาม
เมื่อเขียนอีเมลเป็นภาษาอังกฤษ หากต้องการลงท้ายจดหมายอย่างเป็นทางการ คุณสามารถใช้วลีต่อไปนี้ ซึ่งมีความหมายว่า ด้วยความเคารพ หรือ ด้วยความจริงใจ
- Yours sincerely
- Best regards
- Respectfully
- Yours truly
ในกรณีเป็นจดหมายไม่เป็นทางการ คุณสามารถลงท้ายด้วยวลีดังนี้
- Love/Regards
- Thanks again
- Take care

>>> Read more:
- ประชุมงาน ภาษาอังกฤษ แปลว่าอะไร รวบรวมประโยคการประชุมที่พบบ่อยที่สุด
- Parallel Structure คืออะไร? การใช้ ตัวอย่าง แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย
คำย่อทั่วไปเมื่อ เขียนอีเมลภาษาอังกฤษ
| ภาษาอังกฤษ | คำย่อ | ความหมาย |
| ASAP | As soon as possible | โดยเร็วที่สุด |
| Cc | Carbon copy | ใช้ CC เมื่อคุณต้องการส่งอีเมลให้คนจำนวนมากในเวลาเดียวกัน โดยผู้อ่านสามารถเห็นรายชื่อผู้รับ |
| PS | Postscript | ปัจฉิมลิขิต→ ใช้เมื่อคุณต้องการเขียนข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากลงนามไปแล้ว (มักใช้กับจดหมายเขียนด้วยลายมือ) |
| RSVP | Please reply | กรุณาตอบกลับ |
| FW | Forward | ส่งต่อ |
| ETA | Estimated time arrival | เวลาโดยประมาณที่ยานพาหนะเช่นเรือและเครื่องบินจะเสร็จสิ้นระยะทาง มักจะใช้ในอุตสาหกรรมการขนส่ง |
รูปแบบประโยคทั่วไปเมื่อ เขียนอีเมลภาษาอังกฤษ
รูปแบบประโยคทักทาย
| I was very pleased to meet you at the 20th Medical Conference in Krungthep. | ฉันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบเจอคุณในการประชุมทางการแพทย์ครั้งที่ 20 ที่กรุงเทพฯ |
| We appreciate your interest in our company. | เราขอขอบคุณที่ได้รับความสนใจของคุณในบริษัทของเรา |
| I hope you are all doing well. | ฉันหวังว่าคุณสบายดี |
| We are very grateful to receive your contribution in the last project. | เรารู้สึกขอบคุณมากที่ได้รับเงินบริจาคของคุณในโครงการล่าสุด |
| Thanks for your feedback. | ขอขอบคุณสำหรับความคิดเห็น |
| We truly appreciate your business, and we’re so grateful for the trust you’ve placed in our company. | เราขอขอบคุณธุรกิจของคุณอย่างแท้จริงและเรารู้สึกขอบคุณสำหรับความไว้วางใจในบริษัทของเรา |
รูปแบบประโยคกล่าวถึงเหตุผล
| I am writing this email to confirm your hotel reservation. | ฉันกำลังเขียนอีเมลเพื่อยืนยันการจองโรงแรมของคุณ |
| We are contacting you because we received your feedback about the service attitude of our staff. | เรากำลังติดต่อคุณเพราะเราได้รับ feedback เกี่ยวกับทัศนคติการบริการของพนักงานของเรา |
| In this email, we will respond to your questions about the course. | ในอีเมลนี้เราจะตอบคำถามของคุณเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียน |
| I am writing this email to apply for a marketing position at your company. | ฉันเขียนอีเมลมาเพื่อสมัครตำแหน่งการตลาดที่ บริษัท ของคุณ |
| We would like you to provide some information to complete the membership card registration through this email. | เราต้องการให้คุณให้ข้อมูลบางเรื่องเพื่อดำเนินการสมัครบัตรสมาชิกเสร็จสมบูรณ์ผ่านอีเมลชุดนี้ |
| This email is to let you know about our company’s upcoming holiday travel plans. | เราเขียนอีเมลมาเพื่อแจ้งให้คุณทราบเกี่ยวกับแผนการเดินทางวันหยุดของ บริษัท |
รูปแบบประโยคสำหรับการขอร้อง
| We would appreciate it if you could provide valuable information about this plan. | ทางเราจะรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจคุณมากถ้าคุณสามารถให้ข้อมูลที่มีค่าเกี่ยวกับแผนเรื่องนี้ |
| I would be grateful if you could send me the job description. | ฉํนจะรู้สึกขอบคุณมาก ๆ ถ้าคุณสามารถส่งรายละเอียดงาน |
| I would like to receive more information about the Summer Music Festival. | ฉันต้องการรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทศกาลดนตรีฤดูร้อน |
| Could you please send me details about the conference? | คุณได้โปรดช่วยส่งรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมให้ฉันได้ไหม |
| Let us know your opinion on solving this problem. | จงแจ้งให้เราทราบความคิดเห็นของคุณเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องนี้ |
รูปแบบประโยคขอความช่วยเหลือ
| Our hotel is always willing to serve breakfast in the room for free when you need it. | โรงแรมของเรายินดีให้บริการอาหารเช้าในห้องฟรีเสมอเมื่อคุณต้องการ |
| The microwave you ordered is now available. Would you like us to deliver it to your home? | ไมโครเวฟที่คุณสั่งซื้อพร้อมใช้งานแล้ว คุณต้องการให้เราส่งไปที่บ้านของคุณหรือไม่ |
| We are willing to send you product samples upon your request. | เรายินดีที่จะส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ให้คุณตามความที่คุณต้องการ |
| If you need information about popular local restaurants, we would be happy to send it to you. | หากคุณต้องการข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารท้องถิ่นยอดนิยมเรายินดีที่จะส่งให้คุณ |
รูปแบบประโยคสำหรับการประกาศข่าวดี
| We are pleased to announce that you have been chosen as the team leader. | เรายินดีที่จะประกาศว่าคุณได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าทีม |
| I am delighted to inform you that your marketing plan has been approved. | ฉันดีใจที่ได้แจ้งให้คุณทราบว่าแผนการตลาดของคุณได้รับการอนุมัติแล้ว |
| I think you will be happy to know that you have passed the final exam. | ฉันคิดว่าคุณยินดีที่จะรู้ว่าคุณผ่านการสอบครั้งสุดท้ายแล้ว |
รูปแบบประโยคสำหรับการประกาศข่าวไม่ดี
| We regret to announce that your flight was canceled. | เราเสียใจที่จะประกาศว่าเที่ยวบินของคุณถูกยกเลิกไปแล้ว |
| I am afraid it would not be possible to send you the documents you requested in the previous email. | ฉันกลัวว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะส่งเอกสารที่คุณร้องขอในอีเมลก่อนหน้านี้ |
| After careful consideration, we have decided to stop working with your business on this project. | หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบ เราได้ตัดสินใจหยุดทำงานกับการธุรกิจของคุณในโครงการครั้งนี้ |
| Unfortunately we cannot currently offer delivery for this address | น่าเสียดายที่เราไม่สามารถเสนอการจัดส่งสำหรับที่อยู่นี้ได้ในปัจจุบัน |
รูปแบบประโยคสำหรับความข้องใจ
| I am writing to express my disappointment in your hotel service. | ฉันเขียนมาเพื่อแสดงความผิดหวังในบริการโรงแรมของคุณ |
| I am writing to complain about the noise from pets in our apartment. | ฉันกำลังเขียนเพื่อแสดงความข้องใจเกี่ยวกับเสียงจากสัตว์เลี้ยงในอพาร์ตเมนต์ของเรา |
| I want to make a complaint about the poor quality of your restaurant’s meals. | ฉันต้องการแสดงความที่ไม่สบายใจเกี่ยวกับคุณภาพที่ไม่ดีของมื้ออาหารในร้านอาหารของคุณ |
| I had bad experiences using your fast delivery service. | ฉันมีประสบการณ์ที่ไม่ดีโดยใช้บริการจัดส่งรวดเร็วของคุณ |
ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษธุรกิจเมื่อ เขียนอีเมลภาษาอังกฤษ ติดต่อเพื่อธุระต่าง ๆ
รูปแบบประโยคสำหรับการสั่งซื้อ
| We guarantee you will receive the goods before October 19th. | เรารับประกันว่าคุณจะได้รับสินค้าก่อนวันที่ 19 ตุลาคม |
| Please confirm receipt of your order. | โปรดยืนยันใบเสร็จรับเงินของคุณ |
| Your order is going to be processed as soon as possible. | คำสั่งซื้อของคุณจะได้รับการประมวลผลโดยเร็วที่สุด |
| We are sorry to inform you that your order will not be delivered on time due to bad weather. | เราเสียใจที่ต้องการแจ้งเตือนให้คุณทราบว่า คำสั่งซื้อของคุณจะไม่สามารถได้ส่งตรงเวลา เนื่องจากสภาพอากาศไม่ดี |
| Could you please cancel my order? | คุณได้โปรดช่วยยกเลิกคำสั่งซื้อของฉันได้ไหม |
>>> Read more
- ประโยคเงื่อนไข If Clause: โครงสร้าง วิธีใช้ แบบฝึกหัด และเคล็ดลับการท่องจำ
- บทกวีเกี่ยวกับการใช้ “IN” “ON” “AT” ช่วยให้คุณแยกแยะได้ง่าย
- Passive Voice: สูตร ตัวแปร และการใช้งานที่แม่นยำที่สุด (พร้อมแบบฝึกหัด)
รูปแบบประโยคสำหรับการสอบถามราคา
| Please send me the price list. | กรุณาส่งใบราคา |
| Could you please send me the price list of the hotel services? | คุณได้โปรดช่วยส่งใบราคาของบริการโรงแรมให้ฉันได้ไหม |
| The price list is attached in this email. | ใบราคาได้แนบในอีเมลฉบับนี้ |
| Can you offer some suggestions on the product’s price? | คุณสามารถเสนอคำแนะนำเกี่ยวกับราคาของผลิตภัณฑ์ได้หรือไม่ |
รูปแบบประโยคสำหรับการที่ต้องการติดต่อในครั้งต่อไป
| We would be pleased to have a great opportunity to work with your business. | เรายินดีที่จะมีโอกาสที่ดีในการทำงานกับบริษัทของคุณ |
| I look forward to a successful partnership between the two companies in the future. | ฉันหวังว่าจะเป็นหุ้นส่วนที่ประสบความสำเร็จระหว่างทั้งสองบริษัทในอนาคต |
| Looking forward to receiving cooperation from your company. | หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากบริษัทของคุณ |
ตัวอย่างการ เขียนอีเมลภาษาอังกฤษ ทางการ
อีเมลภาษาอังกฤษ ตัวอย่างเรื่องตอบกลับผลการรับสมัครเป็นภาษาอังกฤษ

Dear Mr.Andrew,
Thank you very much for meeting with us to talk about the open marketing position. It was a pleasure to get to know you. We have finished conducting our interview.
On behalf of A Company, I am pleased to inform you that you are the best candidate for this position.
If you decide to accept this offer, please reply to this email before November 19th.
We are looking forward to your response.
Sincerely,
Jade Company’s HR Room.
คำแปล
เรียน คุณ Andrew
ขอบพระคุณมากๆ ที่มาพบกันเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับตำแหน่ง makerting ผม/ดิฉันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รู้จักคุณ จนเราได้ดำเนินการสัมภาษณ์ไปจนเสร็จสิ้นเรียบร้อย
ในนามของบริษัท A ขอแจ้งว่า คุณเป็นผู้สมัครที่มีคุณสมบัติดีที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้
หากคุณยอมรับข้อเสนอนี้ โปรดตอบกลับอีเมลนี้ภายในวันที่ 19 พฤศจิกายน
หวังว่าจะได้รับการตอบกลับจากคุณ
ด้วยความเคารพ
ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัท Jade
อีเมลภาษาอังกฤษ ตัวอย่างเรื่องขอเชิญชวนเข้าร่วมการประชุม
Dear Mrs. Edna,
I hope you had a wonderful Christmas Holiday.
I am writing to invite you to the monthly company meeting. The main purpose of the meeting is to discuss the change in marketing department personnel.
The meeting will be at 8 a.m. on October 19.
I hope you will join on time.
Best regards,
Alina
คำแปล
เรียน คุณ Edna
หวังว่าคุณได้มีวันหยุดคริสต์มาสที่ยอดเยี่ยม
ดิฉันเขียนอิเมลนี้มาเพื่อขอเชิญคุณเข้าร่วมการประชุมประจำเดือนของบริษัท โดยวัตถุประสงค์หลักของการประชุมนี้คือหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงบุคลากรฝ่ายการตลาด
การประชุมจะจัดขึ้นในเวลา 8.00 น. วันที่ 19 ตุลาคม
หวังว่าคุณจะมาเข้าร่วมตรงเวลา
ด้วยความเคารพ
Alina

อีเมลภาษาอังกฤษ ตัวอย่างเรื่องขอโทษ
Dear Mr. David
We are writing to apologize for your bad experience with our restaurant.
Today, due to our staff’s fault, your order is delayed and confused. We want to give our deepest apologies for this incident. We will try to make sure it does not happen in the future.
Our restaurant will be pleased to serve you a free meal anytime you return to the restaurant. I hope you will have a better experience with us.
Once again, we are sorry for the trouble today.
Best regards,
Helen
คำแปล
เรียน คุณ David
ผมเขียนมาเพื่อขออภัยสำหรับประสบการณ์ที่ไม่ดีของคุณกับร้านอาหารของพวกเรา
วันนี้ เนื่องจากความผิดพลาดของพนักงานของเรา การสั่งอาหารของคุณจึงล่าช้าและถูกส่งผิด ผมอยากจะขอโทษอย่างสุดใจสำหรับเหตุการณ์นี้ เราจะพยายามชไม่ให้เกิดความที่ไม่สะดวกอย่างนี้ในอนาคต
ร้านอาหารของเรายินดีที่ได้บริการอาหารให้คุณเป็นหนึ่งครั้งฟรี ครั้งต่ไปที่กลับมาที่ร้านอาหาร เราหวังว่าคุณจะมีประสบการณ์ที่ดีมากขึ้น
ขออภัยอีกครั้งสำหรับปัญหาในวันนี้
ด้วยความเคารพ
Helen
อีเมลภาษาอังกฤษ ตัวอย่างเรื่องแสดงความข้องใจ
Dear Manager of Store Hilary,
I am writing to express my disappointment with your store’s service.
I ordered a t-shirt from your store last month. I received it 1 week later than the delivery time on the invoice. In addition, I chose a red shirt but received a black one. I am really disappointed with this order.
I hope you will return my shirt as soon as possible.
sincerely,
Elysia
คำแปล
เรียน ผู้จัดการร้าน Hilary
ฉันเขียนมาเพื่อแสดงความผิดหวังกับบริการของร้านค้าของคุณ
ฉันได้สั่งซื้อเสื้อยืดจากร้านของคุณเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ได้รับสินค้าช้ากว่าเวลาจัดส่งในใบแจ้งหนี้ 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ ฉันเลือกเสื้อสีแดงแต่ได้สีดำ ฉันผิดหวังจริง ๆ กับการสั่งซื้อในครั้งนี้
ฉันหวังว่าคุณจะคืนเสื้อมาให้ฉันโดยเร็วที่สุด
ด้วยความเคารพ
Elysia
หมายเหตุของการเขียนอีเมลภาษาอังกฤษ
ในขณะที่ฝึกเขียนอีเมลภาษาอังกฤษ คุณควรคำนึงถึงประเด็นต่อไปนี้:
- เขียนเนื้อหาของจดหมายให้สั้นกะทัดรัด
- ใช้ประโยคที่มีโครงสร้างและไวยากรณ์ที่ถูกต้อง
- ในกรณีของการเขียนอีเมลภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ ไม่ควรใช้คำย่อ
- ใช้เวลาในการอ่านและแก้ไขอีเมลก่อนที่จะส่ง

หวังว่าการแบ่งปันที่เป็นประโยชน์ของ ELSA Speak จะช่วยให้คุณ เขียนอีเมลภาษาอังกฤษ เป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น นอกจากการฝึกฝนประโยคที่แนะนำข้างต้นแล้ว คุณยังควรปรับปรุงคำศัพท์ภาษาอังกฤษด้วยตนเองกับ ELSA Speak เพื่อประยุคต์ใช้ในการเขียนอีเมลที่ดีมากขึ้น
ปัจจุบัน ELSA Speak ได้พัฒนาบทเรียนมากกว่า 5,000 บทและแบบฝึกหัดมากกว่า 25,000 บทในหัวข้อที่คุ้นเคย 290+ หัวข้อ ทั้งในด้านการทำงานและชีวิต ระบบบทเรียนได้รับการออกแบบตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง คุณจะได้เรียนรู้คำศัพท์ วลี และบทสนทนาภาษาอังกฤษผ่านคลิปวิดีโอที่สีสันสวยงาม
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณต้องเขียนอีเมลภาษาอังกฤษเพื่อการทำงานเป็นบ่อยครั้ง ELSA Speak เป็นผู้ช่วยอันทรงพลังที่คุณขาดไม่ได้ คุณจะได้ฝึกฝนรูปแบบประโยคทั่วไปในการโน้มน้าวลูกค้า การเจรจากับคู่ค้า และหัวข้อการสื่อสารทางธุรกิจอื่น ๆ มากกว่า 50 หัวข้อ
ด้วยวิธีนี้ คุณสามารถนำไปใช้ได้อย่างง่ายดายในสถานการณ์ที่คุณต้องเขียนอีเมลและพูดภาษาอังกฤษได้คล่องมากขึ้นในการทำงาน ด้วยเหตุนี้ งานของคุณจึงราบรื่นมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำงานในบริษัทนานาชาติ
จุดเด่นของ ELSA Speak คือ A.I. จะจำรับรู้เสียงแบบพิเศษ ระบบจะบันทึกเสียงของคุณแล้วเปรียบเทียบกับข้อมูลการออกเสียงของเจ้าของภาษา คุณจะได้เห็นข้อผิดพลาดในการออกเสียงในแต่ละพยางค์ รวมทั้งได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการเน้นเสียง การปล่อยลมหายใจ และวิธีการวางลิ้นที่ถูกต้อง
ฝึกฝนเพียงแค่ 10 นาทีต่อวันกับ ELSA Speak คุณสามารถพัฒนาระดับภาษาอังกฤษของคุณได้มากถึง 40% ปัจจุบัน แอป ELSA Speak มาพร้อมกับผู้ใช้มากกว่า 40 ล้านคนทั่วโลก ลงทะเบียน ELSA Pro อย่างรวดเร็ว เพื่ออัพเกรดภาษาอังกฤษของคุณ – พัฒนาอาชีพของคุณวันนี้
เช่นเดียวกับภาษาไทย ภาษาอังกฤษมีคำพ้องความหมายมากมายที่จะอ้างถึง คำว่า เพื่อน หรือ คนที่ทำงานในหน่วยงานเดียวกัน แล้วคำว่า เพื่อนภาษาอังกฤษ สามารถแปลเป็นคำไหนได้บ้าง มาเรียนรู้เพิ่มเติมกับ ELSA Speak ในบทเขียนวันนี้
คำว่า เพื่อนภาษาอังกฤษ แปลเป็นคำไหนบ้าง
– Schoolmate /ˈskuːlmeɪt/: เพื่อนร่วมโรงเรียน
– Classmate /ˈklæsmeɪt/: เพื่อนร่วมชั้น หรือ เพื่อนรุ่นเดียวกัน
– Roommate /ˈruːmmeɪt/: เพื่อนร่วมห้อง หรือ ผู้ที่พักห้องเดียวกัน
– Playmate /ˈpleɪmeɪt/: เพื่อนเล่น หรือ คู่ขา
– Soulmate /ˈsoʊlmeɪt/: เนื้อคู่ หรือ บางครั้งสามารถแปลได้ว่า คู่ขา หรือ เพื่อนที่สนิทสนมกัน
– Colleague /ˈkɑːliːɡ/: เพื่อนร่วมงาน
– Comrade /ˈkɑːmræd/: สหาย หรือ มิตรสนิท
– Partner /ˈpɑːrtnər/: หุ้นส่วน คู่หู คนรัก เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมทีมในการเล่นกีฬา
– Associate /əˈsoʊʃieɪt/: ความหมายเดียวกันกับ “Partner” หากแปลว่า หุ้นส่วน เพื่อนร่วมงาน แต่ไม่มีความหมายเป็น คู่หู คนรัก หรือ เพื่อนร่วมทีมในการเล่นกีฬา
– Buddy /ˈbʌdi/: เพื่อนที่ค่อนข้างสนิทสนมกัน
– Ally /ˈælaɪ/: พันธมิตร
– Companion /kəmˈpæniən/: เพื่อน (ใช้กับเพื่อนที่เป็นคู่กัน มีแค่สองคนในกลุ่มเพื่อนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง)
– Boyfriend /ˈbɔɪfrend/: เพื่อนเป็นผู้ชาย หรือ ส่วนใหญ่แปลว่า แฟน (ที่เป็นผู้ชาย)

– Girlfriend /ˈɡɜːrlfrend/: เพื่อนเป็นผู้หญิง หรือ ส่วนใหญ่แปลว่า แฟน (ที่เป็นผู้หญิง)
– Best friend /best frend/: เพื่อนที่สนิทสนมกันมาก ๆ เพื่อนรักภาษาอังกฤษ
– Close friend /kloʊz frend/ หรือ Bosom friend /ˈbʌksəm frend/: เพื่อนสนิท
– Pal /pæl/: เพื่อน เช่น “Penpal” หมายถึง เพื่อนทางจดหมาย
สำนวนเกี่ยวกับมิตรภาพในภาษาอังกฤษ
นอกจากคำศัพท์ต่าง ๆ เกี่ยวกับหัวข้อ เพื่อนภาษาอังกฤษ แล้ว บทเขียนในวันนี้ยังมีสำนวนภาษาอังกฤษบางคำเกี่ยวกับมิตรภาพอีกด้วย มาเรียนรู้เพิ่มเติมด้านล่าง
– With friends like that, who needs enemies: ใช้เมื่อพูดถึงคนที่เราคิดว่าเป็นมิตร แต่สุดท้ายคนคนนั้นประพฤติต่อเราเองด้วยมารยาทที่ไม่ดีเท่าไร
– A friend in need is a friend indeed: เพื่อนแท้เป็นเพื่อนที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ในขณะที่เราประสบความทุกข์

– A fair-weather friend: เพื่อนที่ไม่ได้คบด้วยความจริงใจ อยู่กับเราในแต่ยามดีเท่านั้น
– Short reckonings make long friends: ความเป็นมิตรต้องคิดถึงความเป็นธรรม
– A man is known by the company he keeps: ดูคนให้ดูที่เพื่อนของเขา
– A man must eat a peck of salt with his friend before he know him: คนให้ความช่วยหลือในยามทุกข์เป็นเพื่อนที่แท้จริงของตัวเรา
– Birds of a feather flock together: คนแบบเดียวกันต้องอยู่ด้วยกัน
– Two peas in a pod: คนสองคนเป็นเหมือนกันมากถึงไม่สามารถแยกแยะได้
– The sparrow near a school sings the primer: ใกล้คนดี ก็จะกลายเป็นคนดี ใกล้คนเลว ก็จะกลายเป็นคนเลว
– He that lives with cripples learns to limp: อยู่ร่วมกับคนอย่างไร ตัวเราก็จะกลายเป็นคนแบบนั้น
– Friends are like fine wines, they improve with age: มิตรภาพเหมือนไวน์ ไวน์เก็บที่ยิ่งกว่ายิ่งเข้มข้น
– In dress, the newest is the finest, in friends, the oldest is the best: ในการแต่งตัว เสื้อผ้าใหม่ที่สุดคือสวยที่สุด ในเรื่องของมิตรภาพ เพื่อนเก่าที่สุดคือดีที่สุด
– Prosperity makes friends, adversity tries them: ความสำเร็จสร้างมิตรภาพ ความยากลำบากท้าทายมิตรภาพ
– Friendship that flames goes out in a flash: มิตรภาพมาง่าย ก็ไปได้ง่าย
>>> Read more
- ประโยคเงื่อนไข If Clause: โครงสร้าง วิธีใช้ แบบฝึกหัด และเคล็ดลับการท่องจำ
- บทกวีเกี่ยวกับการใช้ “IN” “ON” “AT” ช่วยให้คุณแยกแยะได้ง่าย
- Passive Voice: สูตร ตัวแปร และการใช้งานที่แม่นยำที่สุด (พร้อมแบบฝึกหัด)

ย่อหน้าพรรณนาเพื่อนสนิทเป็นภาษาอังกฤษ
ตัวอย่างย่อหน้าที่ 1
Mina is one of my best friends. We have known each other since childhood. My house and Mina are next to each other, so we often go to school and hang out together. Mina is a beautiful girl who studies well and is very hardworking. Therefore, when she was at school, Mina was loved by her teachers and friends. Outside of school, Mina and I often share everything in life: from happy stories, sad stories, dreams, …. Now, even though we both go to work, each of us has a place but always spend time together.
แปล
มีนาเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่ดีที่สุดของฉัน เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก บ้านและแลนของฉันอยู่ติดกัน ดังนั้น เรามักจะไปโรงเรียนและออกไปเที่ยวด้วยกัน มีนาเป็นสาวงามที่เรียนเก่งและทำงานหนักมาก เมื่ออยู่ที่โรงเรียน มีนาก็เป็นที่รักของครูและเพื่อนๆ นอกโรงเรียน มีนาและฉันมักจะแบ่งปันทุกอย่างในชีวิต: จากเรื่องราวที่มีความสุข เรื่องเศร้า ความฝัน …. ตอนนี้แม้ว่าเราทั้งคู่จะไปทำงานคนละที่ แต่ยังมีเวลาให้กันกันเสมอ

ตัวอย่างย่อหน้าที่ 2
My best friend is Suda, I met her on college day. Suda impressed me with her beautiful appearance, sparkling eyes and very gentleness. Incidentally, Suda and I in the same class, sitting next to each other, have played together until now. We tell each other many things about life around us, from the smallest things. 4 years of university have passed, Suda has been by my side and encouraged me a lot. Helped me grow and achieve the results I am today. Even though we each have our own families now, we still often spend time together, helping each other in life.
แปล
เพื่อนที่ดีที่สุดของฉันคือ สุดา ฉันได้เจอเธอในวันวิทยาลัย ฉันประทับใจเธอด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงาม ดวงตาที่เปล่งประกายและความอ่อนโยน โดยบังเอิญ สุดา และฉันอยู่ในห้องเรียนเดียวกัน นั่งข้างกัน เล่นด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ เราเล่าให้กันฟังเกียวกับหลายสิ่งหลายอย่างรอบตัวแม้แต่สิ่งที่เล็กที่สุด ตลอด 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัย เธอได้อยู่เคียงข้างและให้กำลังใจฉันเสมอมา ช่วยให้ฉันเติบโตและบรรลุผลลัพธ์ที่ฉันเป็นทุกวันนี้ แม้ว่าตอนนี้เราแต่ละคนจะมีครอบครัวที่เป็นของตัวเอง แต่เราก็ยังมีเวลาให้กัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ด้านบนนี้เป็นคำศัพท์และข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับ เพื่อนภาษาอังกฤษ ที่ ELSA Speak รวบรวมไว้ให้ผู้เรียนภาษาอังกฤษทุกคนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยพัฒนาภาษาอังกฤษของทุกคนให้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ อย่าลืมมาอ่านบทเขียนต่าง ๆ ของ ELSA Speak เป็นประจำ เพื่ออัปเดตข้อมูลในการเรียนภาษาอังกฤษล่าสุดนะ
การเรียนรู้ภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับผู้เรียนที่ไม่มีพื้นฐานเป็นวิธีการเรียนที่มีความยืดหยุ่นทั้งในด้านเวลาและสถานที่ ซึ่งมีหลาย ๆ คนรับเลือกในการให้พัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การศึกษาด้วยตนเองที่บ้านทำให้ผู้เรียนฟุ้งซ่านได้ง่าย เนื่องจากถูกปัจจัยต่าง ๆ รอบข้างต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อ ทำให้จากนั้น การเรียนจึงไม่มีผลดีมากเท่าไร งั้นอย่างนั้น วิธีที่มีประสิทธิภาพในการ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ โดยไม่ทำให้ผู้เรียนเบื่อหน่ายง่ายก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้าสำหรับผู้เรียนคืออะไร มาค้นพบกับ ELSA Speak ในบทเขียนวันนี้นะ
วิธีการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด
การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีมีหลายรูปแบบ เช่น การเรียนที่เว็บไซต์ฟรีหรือการเรียนภาษาอังกฤษฟรีออนไลน์ด้วยวิดีโอที่มีคำแนะนำ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม 2 วิธีการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ที่มีประสิทธิภาพดังต่อไปนี้อาจจะเกิดผลการเรียนที่ดีที่คุณคาดคิดไม่ได้เลย
การ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ด้วยตนเองกับการช่วยเหลือจากแอปพลิเคชัน หรือ แอปพลิเคชัน 1-1
บัดนี้ การเรียนภาษาอังกฤษกับแอปพลิเคชัน หรือการเรียนรู้ภาษาอังกฤษออนไลน์อาจไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจเท่าไร อย่างไรก็ตาม เพื่อได้คัดเลือกแอปพลิเคชันที่ดี คุณควรปรึกษาและพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่เข้าไปใช้ ผู้เรียนแต่ละคนอาจมีความสามารถที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น จุดประสงค์ของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของแต่ละคนจะมีเส้นทางที่แตกต่างกันไป ELSA Speak ขอเสนอให้ผู้เรียนควรใช้แอปพลิเคชันที่มีชื่อเสียง มีคุณภาพสูงที่จะได้รับการชื่นชมจากผู้เรียนหลาย ๆ คน นอกจากนี้ ลองใช้เวอร์ชันทดลองก่อนที่จะตัดสินใจใช้จริง
เรียนออนไลน์ด้วยความช่วยเหลือจากติวเตอร์ออนไลน์
ปกติ การเรียนภาษาอังกฤษกับคุณครูออนไลน์มักจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการเรียนภาษาอังกฤษที่บ้านด้วนตนเองคนเดียวเท่านั้น เนื่องจากติวเตอร์จะมีความสามารถในด้านการรับรู้ระดับภาษาอังกฤษ วัตถุประสงค์ หรือแม้แต่การวัดผลประเมินผลจากการเรียนของคุณเพื่อให้คำแนะนำพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ
เข้าใจแนวทางการใช้กาลต่างๆในภาษาอังกฤษอย่างมั่นคง:
- ประโยคอดีตกาลต่อเนื่อง (Past Continuous Tense): โครงสร้างและแบบฝึกหัด
- ประโยคอนาคตกาล ( Future Simple Tense ): โครงสร้างและแบบฝึกหัด
- Present Continuous Tense: โครงสร้าง หลักการใช้งาน
- Past Perfect Continuous Tense
- ประโยคปัจจุบันกาล (Present Simple Tense): โครงสร้าง การใช้งาน
- อนาคตกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง (Future Perfect Continuous Tense)
- Future Continuous Tense: โครงสร้างและหลักการใช้งาน
ข้อดีของการ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ กับ ELSA Speak
แอปเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารออนไลน์ ELSA Speak ได้รับการออกแบบตามตารางการเรียนรู้ของแต่ละผู้เรียน ซึ่งประกอบด้วยความสามารถและวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของแต่ละคน ELSA Speak จะช่วยให้คุณเรียนรู้พื้นฐานภาษาอังกฤษอย่างรวดเร็วและลึกซึ้ง ทั้งในการออกเสียง การฟัง การพูด และการสื่อสารอย่างราบรื่น หลังจากการเรียนในระยะเวลาสั้น
เลือกเวลาเรียนอย่างกระฉับกระเฉง
หากคุณเป็นคนที่ยุ่งกับการทำงาน การจัดเวลาเพื่อมีตารางการเรียนอย่างถาวรที่สถานที่ศึกษาต่าง ๆ หรือการเรียนกับติวเตอร์ที่บ้านแบบตัวต่อตัว อาจจะกลายเป็นเรื่องยาก ดังนั้น คุณต้องการค้นหาวิธีการเรียนรู้ภาษาอังกฤษออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่น ด้วยมือถือเครื่องที่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์จะง่ายดายมากยิ่งขึ้นกับ ELSA Speak คุณสามารถกำหนดเวลาอย่างกระฉับกระเฉง สามารถเลือกระดับการเรียนและวัตถุประสงค์ของการเรียน ติวเตอร์ AI จะช่วยออกแบบหลักสูตรการเรียนใน ELSA Speak เพื่อให้คุณมีความยืดหยุ่นในการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา แค่ 5 นาทีในแต่ละวัน การเรียนรู้ภาษาอังกฤษกับ ELSA Speak จะช่วยให้พัฒนาระดับภาษาอังกฤษของคุณดีมากยิ่งขึ้น
การเรียนรู้ทันสมัยขั้นสูงด้วย AI
ผู้เรียนแต่ละจะมีติวเตอร์ AI (เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์) ของตนเอง – แนวโน้มการพัฒนาใหม่เพื่อช่วยให้โปรแกรมมีความแม่นยำมากขึ้น และแผนงานการเรียนรู้ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยติวเตอร์ AI ทำหน้าที่เหมือนกับคุณครูที่มีทักษะการสอน การฝึกอบรมทางวิทยาศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ

ประหยัดและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้เรียน
ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องชำระเงินแพงลิ่วเพื่อได้รับหลักสูตรภาษาอังกฤษออนไลน์ สำหรับผู้เรียนที่ไม่มีพื้นฐานต้องการพัฒนาทักษะการสื่อสารในภาษาอังกฤษหรือการออกเสียงเหมือนกับเจ้าของภาษา เนื่องจาก ELSA Speak เป็นแอปพลิเคชันที่ตรวจพบการออกเสียงที่ผิดถึงขั้นพยางค์ (95%) และคู่มือการแก้ไขอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อระบุเสียงพิเศษ มาตรการคือสำเนียงกลางตะวันตกในสหรัฐอเมริกา – สำเนียงที่ฟังได้ง่ายและถูกต้องที่สุด
หลักสูตรที่หลากหลาย เหมาะสำหรับผู้เรียนทุก ๆ คน
บทเรียนต่าง ๆ ใน ELSA Speak ในหัวข้อที่หลากหลายเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน จะช่วยให้คุณรู้สึกสนใจและเรียนรู้ภาษาอังกฤษออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นที่บ้าน ปัจจุบัน ELSA Speak มีหัวข้อมากกว่า 4,000 เรื่องที่มีแบบฝึกหัดมากกว่า 6,000 รายการ ช่วยให้คุณฟื้นความมั่นใจในทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น บทเรียนและหัวข้อทั้งหมดต่างได้รับการสำรวจวิจัยและรวบรวมโดยแอปพลิเคชัน ELSA Speak เพื่อให้เหมาะกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวไทยโดยเฉพาะและประเทศอื่น ๆ โดยทั่วไป หากคุณต้องการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ 1:1 ที่มีประสิทธิภาพสำหรับคนในวัยทำงานหรือผู้เรียนระดับเริ่มต้น ELSA Speak จะมาพร้อมกับเป้าหมายทั้งหลายของคุณ
โปรแกรม เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ กับติวเตอร์ AI ของ ELSA Speak
การ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับบุคคลทั่วไป
นี่เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับผู้เรียนแต่ละคนเท่านั้นที่ช่วยให้คุณเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพในแต่ละวัน ปัจจุบัน ELSA Speak ได้ดำเนินการโปรแกรมนี้เป็นเวลาหลายปีและได้รับการตอบรับเชิงบวกจากผู้เรียนหลาย ๆ คน คุณสามารถอ้างถึงแพ็คเกจการเรียนได้ที่ ELSA Pro
การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับองค์กรธุรกิจ
สำหรับองค์กรต่าง ๆ ภาษาอังกฤษเป็นปัจจัยที่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจองค์กรนั้นพัฒนาทั่วทุกมุมโลกได้ ELSA Speak มีการออกแบบโปรแกรมการเรียนภาษาอังกฤษสำหรับองค์กรธุรกิจที่มีระดับบุคลากรที่แตกต่างกัน ตั้งแต่มาตราส่วนเล็กไปจนถึงมาตราส่วนใหญ่ ซึ่งช่วยบุคลากรทุกคนในองค์กรพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น องค์กรธุรกิจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่: https://elsaspeak.com/b2b/homepage
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในระดับใดก็ตาม การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองที่บ้านนั้นดูค่อนข้างคลุมเครือไม่มากก็น้อย ไม่ทราบว่าต้องการเริ่มต้นตรงไหน ไม่รู้ว่าระดับปัจจุบันของตนเองอยู่ใน level ใด ควรไม่ทราบว่าจะทำการทดสอบภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานได้ที่ไหนที่น่าเชื่อถือ ด้วยคำถามเหล่าแห่งนี้ มาเข้าร่วมกับ ELSA Speak เพื่อทำ แบบทดสอบภาษาอังกฤษ และมีคำแนะนำที่มีประโยชน์ต่อการเรียนภาษาอังกฤษของตัวเองเรานะ
แผนการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตนเองที่บ้านในทุกระดับ
ตั้งเป้าหมาย
ขั้นตอนแรกในการวางแผนการเรียน IELTS ด้วยตนเองนั้น คือการรับรู้วัตถุประสงค์เฉพาะของตนเอง คุณสามารถอ้างถึงแหล่งข้อมูล เช่น YouTube หนังสือพิมพ์ออนไลน์และโพสต์ต่าง ๆ ในกลุ่มเรียนรู้ภาษาอังกฤษออนไลน์ ผู้เรียนส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จมักมีเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับตัวเองตั้งแต่ต้นอยู่เสมอ
ลองใช้เวลา 1-2 วันเพื่อไปเที่ยวรอบ ๆ แหล่งที่มาต่าง ๆ แล้วเลือกแผนการเรียนรู้ที่ดีและเหมาะที่สุดให้ตนเองนะ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่คุณสามารถลองดูได้
- บรรลุ IELTS 6.5 เพื่อมีคุณสมบัติอย่างครบถ้วนสำหรับการศึกษาต่างประเทศ อีกทั้งยังทำให้ CV ของเราเองดูมีความเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น บรรลุ IELTS 7.0 ขึ้นไป
- เวลาดำเนินการ goal 6.5: ภายใน 6 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมถึงวันที่ 1 เมษายนของปีถัดไป
- วิธี: ฝึกการออกเสียงภาษาอังกฤษด้วยตนเองกับ app ELSA Speak ที่บ้านและอ้างถึงแหล่งที่มาของ YouTube หรือฟังพอดแคสต์ต่าง ๆ
หากคุณยังคงสงสัยว่าระดับปัจจุบันของคุณเองกำลังอยู่ที่ level ไหน แล้วต้องตั้งเป้าหมายอย่างไรให้ถูกต้อง ทั้งนี้ คุณสามารถทำได้บนเว็บไซต์ออนไลน์ต่าง ๆ ด้วยการค้นหาใน Google ว่า “ แบบทดสอบภาษาอังกฤษ 20 ข้อ” หรือ “250 แบบทดสอบภาษาอังกฤษ ฟรี” นอกจากนี้ คุณยังสามารถดูการประเมินที่ ELSA Web Assessment เพื่อทำการทดสอบพื้นฐานในการออกเสียงภาษาอังกฤษ
เพื่อให้มีความมั่นใจในการบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ คุณยังสามารถลงทะเบียนข้อสอบ IELTS ซึ่งมีวันเวลาสอบตรงกับช่วงหมดระยะเวลาดำเนินการเป้าหมายนั้น การที่คุณได้ “จ่ายเงินมัดจำ” จำนวนมากสำหรับข้อสอบ IELTS นั้นแล้ว อาจจะเป็นกำลังใจให้คุณได้ตั้งใจเรียนมากขึ้นในแต่ละวัน
เข้าใจแนวทางการใช้กาลต่างๆในภาษาอังกฤษอย่างมั่นคง:
- ประโยคอดีตกาลต่อเนื่อง (Past Continuous Tense): โครงสร้างและแบบฝึกหัด
- ประโยคอนาคตกาล ( Future Simple Tense ): โครงสร้างและแบบฝึกหัด
- Present Continuous Tense: โครงสร้าง หลักการใช้งาน
- Past Perfect Continuous Tense
- ประโยคปัจจุบันกาล (Present Simple Tense): โครงสร้าง การใช้งาน
- อนาคตกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง (Future Perfect Continuous Tense)
- Future Continuous Tense: โครงสร้างและหลักการใช้งาน
เลือกวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสม
หลังจากพิจารณาเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง ลองเริ่มเรียนรู้ตัวเองเพื่อหาวิธีการเรียนที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้การเรียนภาษาอังกฤษที่บ้านมีประสิทธิภาพ ELSA Speak มีข้อเสนอแนะบางประการดังนี้
- เรียนรู้ผ่านช่อง IELTS ต่าง ๆ บน YouTube
- ฝึกฝนการฟังผ่านพอดแคสต์
- ฝึกฝนการพูดผ่านภาพยนตร์อเมริกันที่มีชื่อเสียงหรือซีรี่ส์ Netflix เช่น How I Met Your Mother, Friends, The Office, …
- ฝึกเขียนผ่านเว็บไซต์ IELTS รวมถึงข้อทดสอบและบทแนะนำเฉพาะ ถ้าเป็นไปได้ ควรหาติวเตอร์เพื่อแก้ไขบทความออนไลน์ของตนเอง
- ฝึกฝนการอ่านด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ เหมือนกับวิธีฝึกฝนการเขียน และต้องการตั้งเวลาทำแบบฝึกหัดด้วยนะ
- ฝึกฝนการออกเสียงภาษาอังกฤษมาตรฐานด้วย app ELSA Speak ทุก ๆ วัน

ตรวจสอบความรู้พื้นฐาน
ขั้นตอนข้อนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างมาก ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น คุณจำเป็นต้องรู้ว่าระดับปัจจุบันของตนเองเพื่อให้ตั้งเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงและสมเหตุสมผล
สำหรับการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองที่บ้าน คุณสามารถทำการทดสอบภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับเว็บไซต์ออนไลน์ที่มีชื่อเสียงและฟรีด้วย 4 ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน
ตรวจสอบเพื่อวัดระดับภาษาอังกฤษกับ ELSA Speak
- ทำการทดสอบการออกเสียงภาษาอังกฤษกับ ELSA Speak ที่นี่
ในระหว่างการเรียนรู้ด้วยตนเองของการพูด IELTS ที่บ้าน ผู้เรียนอาจจะขาดการทดสอบที่ไม่เหมือนกับการเรียนที่โรงเรียนหรือสถานศึกษาต่าง ๆ ดังนั้น ผู้เรียนมักจะเกิดข้อสงสัยว่าระดับการออกเสียงในปัจจุบันของตนเองเป็นอย่างไรแล้ว ผู้เรียนบางคนคุ้นเคยกับการออกเสียงผิดของคำบางคำแต่ยังไม่รู้ตัวจึงออกเสียงผิดต่อไป ถึงเวลาที่เข้าไปสอบถึงเห็นว่า “แก้ไม่ทันแล้ว”
อย่างไรก็ตาม คุณไม่ต้องกังวลมาก เพราะ Web Assessment ของ ELSA Speak อยู่ที่นี่เพื่อช่วยตรวจสอบภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานด้วยการพูดยาวประมาณ 5-10 ประโยค ข้อทดสอบข้อนี้จะช่วยผู้เรียนไม่ว่าจะอยู่ในระดับใดหรือการออกเสียงในปัจจุบันถูกต้องหรือไม่ นอกจากนี้ หลังข้อทดสอบ คุณจะเห็นส่วนที่ตนเองต้องการปรับปรุงและคุณเองกำลังอยู่ในระดับ Beginner – Intermediate – หรือ Advanced
หลังจากฝึกพูดกับ ELSA Speak คุณจะได้รับคำตอบทันทีจากผู้สอน A.I เพื่อแก้ไขการออกเสียงของแต่ละคำผ่านสีน้ำเงิน – สีส้ม – สีแดง คุณจะได้รับ feedback เกี่ยวกับวิธีการออกเสียงคำศัพท์ที่แม่นยำที่สุดจากเทคโนโลยีการจำรู้เสียงพิเศษของ ELSA Speak
หากคุณต้องการรับการประเมินทั้ง 5 ทักษะในการออกเสียง ได้แก่ Pronunciation, Word Stress, Intonation, Listening และ Fluency ลองไปเยี่ยมชม ELSA Speak เวอร์ชัน Mobile นี่จะเป็นรูปแบบเพนตากอนที่แม่นยำที่สุด ซึ่งได้ออกแบบเฉพาะตามข้อทดลอบของคุณเอง โดยผลการออกแบบจะได้ฝากไว้หลังจากคุณบันทึกเสียง 16 ประโยคภาษาอังกฤษพื้นฐานให้เสร็จสิ้น
ทดลองเรียนกับ ELSA Speak หวังว่าหลังจากบทเขียนนี้ ผู้เรียนที่เรียนภาษาอังกฤษที่บ้านด้วยตนเองจะมีมุมมองในการวางแผนการเรียนให้ละเอียดและมีขั้นตอนที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เริ่มทำการทดสอบภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานตอนนี้เลยเพื่อรู้ระดับความสามารถของตนเองนะ
>>> Read more


