Author: ngcamthuy@gmail.com
คำศัพท์ครอบครัวเป็นหัวข้อทั่วไปสำหรับทุกคนในการเรียนภาษาต่างๆ แต่ลำดับชั้นในภาษาไทยค่อนข้างซับซ้อนกว่าภาษาอังกฤษ ดังนั้นในบทความต่อไปนี้ ELSA Speak จะช่วยคุณรวบรวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษทั้งหมดตามหัวข้อของครอบครัว ตามมานะ!
คำศัพท์เกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวภาษาอังกฤษ
ที่นี่ ELSA Speak จะรวบรวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับหัวข้อครอบครัวเป็นกลุ่ม เพื่อช่วยให้คุณจดจำและใช้คำศัพท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
1/ คําศัพท์ครอบครัวภาษาอังกฤษเกี่ยวกับคนรุ่นที่อายุมากกว่าตนเอง
- Grandparents /ˈɡrænpeərənt/: ปู่ย่าตายาย
- Grandfather /ˈɡrænfɑːðə(r)/: คุณปู่/คุณตา
- Grandmother /ˈɡrænmʌðə(r)/: คุณย่า/คุณยาย
- Aunt /ɑːnt/: ป้า / น้า
- Uncle /ˈʌŋkl/: ลุง
- Cousin /ˈkʌzn/: ลูกพี่ลูกน้อง
- Father-in-law /ˈfɑːðər ɪn lɔː/: พ่อของ สามี / ภรรยา
- Mother-in-law /ˈmʌðər ɪn lɔː/: แม่พ่อของ สามี / ภรรยา
- Sister-in-law /ˈsɪstər ɪn lɔː/: พี่สะใภ้ / น้องสะใภ้
- Brother-in-law /ˈbrʌðər ɪn lɔː/: พี่เขย / น้องเขย
2/ คำศัพท์เกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวภาษาอังกฤษ
- Parents /ˈpeərənt/: พ่อแม่
- Stepparent /ˈstepˌpeə.rənt/: พ่อแม่เลี้ยง
- Mother /ˈmʌðə(r)/: แม่
- Father /ˈfɑːðə(r)/: พ่อ
- Sibling /ˈsɪblɪŋ/: พี่น้อง
- Spouse /spaʊs/: สามีภรรยา
- Husband /ˈhʌzbənd/: สามี
- Wife /waɪf/: ภรรยา
- Child /Children /tʃaɪld/ tʃɪldrən/: ลูก
- Daughter /ˈdɔːtə(r)/: ลูกสาว
- Son /sʌn/: ลูกชาย
- Stepfather /ˈstepfɑːðə(r)/: พ่อเลี้ยง
- Stepmother /ˈstepmʌðə(r)/: แม่เลี้ยง
- Ex-husband /eksˈhʌzbənd/: อดีตสามี
- Ex-wife /eks-waɪf/: อดีตภรรยา
- Half-brother /ˈhɑːf brʌðə(r)/: พี่/น้องชายต่างมารดา/บิดา
- Step brother /ˈstepˌbrʌ.ðər/: ลูกชายของพ่อ/แม่เลี้ยง
- Half-sister /ˈhɑːf sɪstə(r)/: พี่/น้องสาวต่างมารดา/บิดา
- Step sister /ˈstepˌsɪs.tər/: ลูกสาวของพ่อ/แม่เลี้ยง
- Younger /Little sister/jʌŋər/ˈlɪt.əl sɪstər/: น้องสาว
- Younger /Little brother/jʌŋər/ˈlɪt.əl ˈbrʌðər/: น้องชาย
- Older sister /oʊldər sɪstər/: พี่สาว
- Older brother /oʊldər ˈbrʌðər/: พี่ชาย
3/ คำศัพท์เกี่ยวกับญาติภาษาอังกฤษ
- Grandchildren /ɡrændˈtʃɪl.drən/: หลาน (ของปู่ย่าตายาย)
- Granddaughter /ˈɡrændɔːtə(r)/: หลานสาว (ของปู่ย่าตายาย)
- Grandson /ˈɡrænsʌn/: หลานชาย (ของปู่ย่าตายาย)
- Nephew /ˈnefjuː/: หลานชาย (ของป้า/ป้า/ลุง …)
- Niece /niːs/: หลานสาว (ของป้า/ป้า/ลุง …)
4/ ประเภทของครอบครัวอังกฤษ
นี่คือประเภทของ ครอบครัวภาษาอังกฤษ:
- Nuclear family /ˈnu·kli·ər ˈfæm·ə·li/ (n): ครอบครัวเดี่ยว/ครอบครัวซึ่งประกอบด้วยพ่อแม่ลูก
- Extended family /ɪkˈsten·dɪd ˈfæm·ə·li/(n): ครอบครัวขยาย/ครอบครัวใหญ่
- Single parent /ˈsɪŋ.ɡəl ˈper.ənt/ (n): พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว
- Only child /ˌoʊn.li tʃaɪld/ (n): ลูกคนเดียว
- Immediate family: ครอบครัวใกล้ชิด (รวมถึงพ่อ แม่ และพี่น้อง)
- Loving family: close-knit family: ครอบครัวที่อบอุ่น (สมาชิกทุกคนในครอบครัวรักกันดี มีความสัมพันธ์ที่ดี)
- Dysfunctional family: ครอบครัวที่มีปัญหา (คนในครอบครัวไม่รักกัน ทะเลาะเบาะแว้ง … )
- Broken home: ครอบครัวแตกแยก
- Adoptive parents: ครอบครัวที่รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (พ่อแม่บุญธรรม)
5/ คำศัพท์อธิบายความสัมพันธ์ในครอบครัว
- Close to /kloʊs tə/: ใกล้ชิดกับ
- Get along with /ɡet əˈlɒŋ wɪð/: มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ
- Admire /ədˈmaɪr/: ชื่นชม
- Rely on /rɪˈlaɪ ɑːn/: พึ่งพา เชื่อใน
- Look after /lʊk ˈæf.tɚ/: ดูแล
- Bring up /brɪŋ ʌp/: ฟูมเลี้ยง
- Age difference /eɪdʒ ˈdɪf.ɚ.əns/: อายุห่างกัน
6/ คําศัพท์ครอบครัวภาษาอังกฤษอื่นๆ
- Family tree: โครงสร้างครอบครัวที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว
- Distant relative : ญาติห่างๆ (มีในญาติแต่ไม่สนิท)
- Carefree childhood: วัยเด็กที่สงบสุข (ไม่ต้องกังวลอะไรเลย)
- Troubled childhood: วัยเด็กที่ยากลำบาก (ยากจน ถูกทารุณกรรม ฯลฯ)
- Divorce (v) (n) การหย่าร้าง
- Bitter divorce: การแยกทาง (เนื่องจากแรงเสียดทานทางอารมณ์)
- Messy divorce: การหย่าร้างและมีข้อพิพาทด้านทรัพย์สิน
- Custody of the children: อำนาจปกครองบุตร (หลังหย่า บิดามารดาจะโต้แย้งอำนาจปกครองบุตร)
- Grant joint custody: สามีและภรรยาจะร่วมกันดูแลบุตร
- Sole custody: พ่อหรือแม่เท่านั้นที่มีอำนาจปกครองบุตร
- Pay child support: จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร
- Give the baby up for adoption: ให้เด็กเป็นบุตรบุญธรรม
- Blue blood: เชื้อสายราชวงศ์
- A/the blue-eyed boy: ลูกที่รัก
ลีภาษาอังกฤษหัวข้อครอบครัว
นอกจากคำศัพท์เกี่ยวกับครอบครัวภาษาอังกฤษข้างต้นแล้ว วลีคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับครอบครัวยังเป็นคำสำคัญที่คุณควรทราบ! มาดูเลย!
- Bring up: เลี้ยง/เลี้ยงดู
I was brought up by my grandparents from a young age (ฉันถูกเลี้ยงดูโดยปู่ย่าตายายตั้งแต่ยังเล็ก)
- Grow up: เติบโตขึ้น
When I grow up, I want to be a doctor (เมื่อฉันโตขึ้นฉันอยากเป็นหมอ)
- Take care of/Look after: ดูแล
My grandmother looked after me when I was sick (ยายของฉันดูแลฉันเมื่อฉันป่วย)
- Get married to sb: แต่งงานกับใครสักคนในฐานะสามี / ภรรยา
She has just got married (เธอเพิ่งแต่งงาน)
- Give birth to: ให้กำเนิดลูก
Anna has just given birth to a lovely girl (แอนนาเพิ่งให้กำเนิดเด็กหญิงที่สวยงาม)
- Take after: คล้ายกัน (รูปลักษณ์)
Everyone says I take after my father (ทุกคนบอกว่าฉันดูเหมือนพ่อของฉัน)
- Run in the family: ร่วมมีลักษณะทั่วไปในครอบครัว
ตัวอย่าง: The high nose runs in my family (ครอบครัวของฉันจมูกโด่ง)
- Have something in common: มีบางอย่างเหมือนกัน
I and john have many things in common (จอห์นกับฉันมีอะไรหลายอย่างเหมือนกัน)
- Get on with/get along with somebody: คลุกคลีกับใครสักคน
ตัวอย่าง: My father and always get along with each other (ฉันกับพ่อเข้ากันได้เสมอ)
- Get together: รวมตัวกัน
My family get together once a week (ครอบครัวของฉันรวมตัวกันสัปดาห์ละครั้ง)
- Tell off: ด่า
Mom told me off for breaking the vase (ฉันถูกแม่ด่าเพราะทำแจกันแตก)
- Fall out (with sb): ทะเลาะกับใครบางคน
Tim left home after falling out with his parents (ทิมหนีออกจากบ้านหลังจากโต้เถียงกับพ่อแม่ของเขา)
- Make up (with sb): คืนดีกับใครบางคน
You still haven’t made up with him? (คุณยังไม่คืนดีกับเขาอีกหรือ?)
ตัวอย่างประโยคที่ใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษในหัวข้อครอบครัว
ตัวอย่างการสนทนาถามตอบโดยใช้คำศัพท์ ครอบครัวภาษาอังกฤษ
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างคำถามและคำตอบที่น่าสนใจเกี่ยวกับหัวข้อครอบครัวโดยใช้คำข้างต้น:
A: Why do grandparents love their grandchildren so much?
(ทำไมปู่ย่าตายายถึงรักหลานมาก?)
B: They may seem to love their grandchildren more because now they are at a time of their life when they have time and money they may not have had when they were raising their children.
(พวกเขารักหลานมากขึ้นเพราะตอนนี้พวกเขามีเวลาและเงินที่พวกเขาอาจไม่มีในช่าวงเวลาที่พวกเขาเลี้ยงลูกของตน)
A: What is the difference between a half-brother and step-brother?
(พี่ชายต่างมารดา/บิดากับพี่ชายเลี้ยงต่างกันอย่างไร?)
B: A half-brother is one that shares mother or father with you. You can understand that either your mother, or your father, is also the natural parent of that person. A step-brother is one who is not blood relative at all. Rather, he is the natural child of a spouse of your father or mother.
(พี่ชายต่างมารดา/บิดาคือพี่/น้องที่มีพ่อหรือแม่เดียวกันกับคุณ คุณสามารถเข้าใจได้ว่าแม่หรือพ่อของคุณก็เป็นพ่อหรือแม่ทางสายเลือดของบุคคลนั้นเช่นกัน พี่ชายเลี้ยงคือบุคคลที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน เขาเป็นลูกติดของบิดาหรือมารดาของคุณ)

A: คุณรู้หรือไม่ว่าทำไมแม่ถึงมีความสำคัญในชีวิตของเรามาก?
(คุณรู้หรือไม่ว่าทำไมแม่ถึงมีความสำคัญในชีวิตของเรามาก?)
The physical and emotional of a mother provides us with two things: protection from stress and emotional regulation, both of which are important to healthy brain development and everyone’s future well-being.
(ความผาสุกทางร่างกายและอารมณ์ของแม่ทำให้เรามีสองสิ่ง: การปกป้องพวกเราจากความเครียดและการควบคุมอารมณ์ ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาสมองที่แข็งแรงและส่งผลต่อความสุขในอนาคตของแต่ละคน)
สำหรับคำศัพท์หัวข้อครอบครัว ยังมีศัพท์อื่นๆ เช่น ปกติเวลาอยู่บ้าน ลูกๆ มักจะเรียกพ่อแม่ว่า “mom”, “dad” ส่วนสามีภรรยาก็จะมีคำเรียกหวานๆ ซึ้งๆ เช่น “honey”,…
ตัวอย่างประโยคสื่อสารทั่วไปในหัวข้อ ครอบครัวภาษาอังกฤษ
- This is a photo of my family: นี่คือรูปถ่ายของครอบครัวของฉัน
- How many children do you have: คุณมีลูกกี่คน?
- There are nine people in my family: ครอบครัวของฉันมีเก้าคน
- I have a large family: ฉันมีครอบครัวใหญ่
- You’re just like your mother: คุณเหมือนแม่ของคุณจัง
- You take after your father: เธอดูเหมือนพ่อมาก
- I’m the picture of my mother: ฉันคือภาพของแม่
- My gandparents are still living: ปู่ย่าตายายของฉันยังมีสุขภาพแข็งแรง
- My godparents are doctors: พ่อแม่อุปถัมภ์ของฉันล้วนเป็นหมอ
- I grew up in a very close, loving family: ฉันเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข
- I would like to thank my family: ฉันอยากจะขอบคุณครอบครัวของฉัน
- We are all family: เราทุกคนคือครอบครัวกัน
- Have you got a big family? คุณมีครอบครัวใหญ่หรือไม่?
- How many people are there in your family? ครอบครัวของคุณมีกี่คน?
- Have you got any brothers or sisters? คุณมีพี่ชายหรือน้องสาวหรือไม่?
- There are five people in my family ครอบครัวของฉันมี 5 คน
- What’s your sister name? พี่/น้องสาวของคุณชื่ออะไร
- What’s your brother name? พี่ชายของคุณชื่ออะไร
- May i have her name? ฉันขอทราบชื่อของเธอได้ไหม
- How’s the family? ครอบครัวคุณเป็นอย่างไรบ้าง?
- How’s everybody doing? ทุกคนเป็นยังไงบ้าง?
- Very well ดีมาก
บทสนทนาทั่วไปสำหรับหัวข้อ ครอบครัวภาษาอังกฤษ
มาใช้คำศัพท์ครอบครัวภาษาอังกฤษข้างต้นในการสนทนาในชีวิตประจำวันด้วยกัน นี่คือบทสนทนา 2 บทที่คุณสามารถอ้างถึงได้
บทสนทนาที่ 1
- Amit: Hugo, are you free this weekend?
- Hugo: Yes, I am. What’s up?
- Amit: We’ll organize a birthday party for my father. I’d like to invite you.
- Hugo: Thank you. I’d love to. Will your whole family be there?
- Amit: Yes. And some friends, my uncles, aunts. And some cousins will be attending the party.
- Hugo: Are your aunts your mother’s or father’s sister?
- Amit: They’re my father’s sisters.
- Hugo: Wow, you have a big family.
- Amit: Yes, I do.
บทสนทนาที่ 2
- Amit: Hugo, you’ve got a promotion and now earn more money.
- Hugo: Yes, but I’d like to thank my family for standing by me the whole time.
- Amit: Do you have any plans for the future?
- Hugo: Yes. I’d like to spend more time with my family.
- Amit: Great!
เพื่อจดจำคำศัพท์ครอบครัวภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ดูวิดีโอฝึกฟังภาษาอังกฤษในหัวข้อครอบครัวของ ELSA Speak ทันที!
จำคำศัพท์ครอบครัวภาษาอังกฤษอย่างไรให้ได้ผล
ครอบครัวภาษาอังกฤษ มีคำศัพท์เรียบง่ายและจำง่ายมาก แต่ถ้าคุณท่องจำด้วยวิธีดั้งเดิม คุณจะลืมคำศัพท์อย่างรวดเร็ว ต่อไปนี้เป็นวิธีที่แนะนำในการเรียนรู้คำศัพท์อย่างง่ายและมีประสิทธิภาพ
สร้างประโยคพร้อมคำที่อยากเรียน
การอ่านและการทำความเข้าใจวิธีการใช้คำนั้นไม่ใช่สิ่งทั้งหมดในการจำคำศัพท์ วิธีเดียวที่จะทำให้คำศัพท์กลายเป็นของคุณเองคือใช้มัน พยายามให้ตัวอย่างที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละความหมายของคำที่คุณเรียนรู้!
การบันทึกคำศัพท์
ยิ่งคุณใช้ความเข้าใจทางประสาทสัมผัสในการเรียนรู้มากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งจดจำความรู้ได้นานขึ้นเท่านั้น การฟังเสียงของเราเองเมื่อเราอ่านออกเสียงคำศัพท์จะช่วยให้เราจินตนาการถึงการเคลื่อนไหวของปากเมื่อออกเสียงน ซึ่งจะเป็นการสร้างการเชื่อมต่อภายใต้สมอง
ใช้แอปเครื่องบันทึกเสียงในโทรศัพท์ของคุณและบันทึกการออกเสียงของคำที่คุณกำลังเรียนรู้ โดยทำซ้ำแต่ละคำ 2-3 ครั้ง คุณสามารถบันทึกการบันทึกนี้และฟังได้ทุกที่แม้ในขณะนอนหลับ!
ทำบัตรคำศัพท์ จดบันทึก
Flashcards เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ คุณสามารถใช้กระดาษโน้ตที่มีสีสันและติดไว้ในที่ที่คุณเห็นบ่อยๆ หากคุณเป็นประเภทตนที่ชอบการเรียนรู้ด้วยภาพ การออกแบบรูปภาพง่ายๆ ที่อธิบายความหมายของคำนั้นจะเป็นวิธีที่ดี
ทุกวัน นำ FlashCards ของคุณออกมาและทบทวน
เรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
เมื่อเรียนรู้คำศัพท์ ครอบครัวภาษาอังกฤษ หากคุณกำลังเรียนคำ “child” อย่าหยุดเพียงแค่นั้น ใช้พจนานุกรมหรืออินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาคำที่เกี่ยวข้องและสำนวนอื่นๆ
ตัวอย่าง: คุณสามารถเห็นคำที่เกี่ยวข้อง เช่น children, childhood, childlike, childish, having a child,…
การเป็นเพื่อนกับพจนานุกรมเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเรียนรู้ภาษา โดยเริ่มต้นด้วยคำศัพท์เกี่ยวกับครอบครัว แต่คุณก็ได้เรียนรู้เพิ่มเติมได้อย่างรวดเร็วอีก 5 คำ และเนื่องจากความหมายของคำหลายคำนั้นมีความเกี่ยวข้องกัน จึงจะทำให้คุณเข้าใจและจดจำแต่ละคำได้ง่ายขึ้น
จงอดทน!
การที่คุณได้เรียนรู้คำศัพท์ในวันนี้ แต่จะลืมมันในวันถัดไปก็เป็นเรื่องปกติ
ในภาษาอังกฤษมีประโยคหนึ่งว่า: “Practice makes perfect” – การฝึกฝนเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ ก่อนจะเรียนรู้อะไร เราจำเป็นต้องฝึกฝนและทำซ้ำบ่อยครั้ง
ให้จัดสรรเวลา 30 นาทีในแต่ละวันเพื่อเรียนรู้คำศัพท์ การเรียนซ้ำคำที่คุณได้เรียนรู้แล้วและฝึกพูดภาษาอังกฤษในหัวข้อครอบครัวก็จะช่วยสร้างปฏิกิริยาโต้ตอบด้านบภาษาของคุณเอง!
ด้านบนคือ คำศัพท์ภาษาอังกฤษตามหัวข้อครอบครัว ที่ ELSA Speak ได้รวบรวมไว้ หากคุณมีคำถามใด ๆ ให้ แสดงความคิดเห็นด้านล่างนะ! ขอให้สนุกกับการเรียน
จากบทความข้างต้น คุณสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่น่าอายเพราะคุณไม่รู้ว่าจะเรียกคนอื่นว่าอย่างไร มาเอาชนะความกลัว “ไม่รู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษใดๆ” กับ ELSA Speak ด้วยวิธีพิเศษที่ได้รับความไว้วางใจจากหลายคน
ในภาษาอังกฤษ เวลาเป็นหนึ่งในเนื้อหาทั่วไปและพบบ่อยที่สุดในสถานการณ์การสื่อสารต่างๆ อย่างไรก็ตาม มีผู้เรียนจำนวนมากที่ยังสับสนเกี่ยวกับวิธีอ่านและการเขียนวันที่ภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง หรือยังไม่รู้วิธีอ่านที่ถูกต้อง ดังนั้น บทความต่อไปนี้จะแนะนำวิธีในการอ่านวันที่ภาษาอังกฤษที่ถูกต้องและคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องในสถานการณ์การสื่อสารต่างๆ
Key takeaways
- วันในสัปดาห์เป็นภาษาอังกฤษ: Monday, Tuesday, Wednesday, Thursday, Friday, Saturday, Sunday
- เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือนในปี: January, February, March, April, May, June, July, August, September, October, November, December
- วันภาษาอังกฤษอ่านเป็นลำดับ (1st, 2nd, 3rd, 4th,…)
- ปีสามารถอ่านได้ 2 แบบ ตัวเลขที่มี n หลักหรือแบ่งเป็น 2 ส่วน (สำหรับตัวเลข 3-4 หลัก)
คำศัพท์เกี่ยวกับวันที่ภาษาอังกฤษ
วันในสัปดาห์
คำศัพท์เกี่ยวกับวันในสัปดาห์เป็นภาษาอังกฤษ
| วัน | วันภาษาอังกฤษ | การถอดความ | คำย่อ |
| วันจันทร์ | Monday | /ˈmʌndeɪ/ | Mon |
| วันอังคาร | Tuesday | /ˈtjuːzdeɪ/ | Tue |
| วันพุธ | Wednesday | /ˈwenzdeɪ/ | Wed |
| วันพฤหัสบดี | Thursday | /ˈθɜːzdeɪ/ | Thu |
| วันศุกร์ | Friday | /ˈfraɪdeɪ/ | Fri |
| วันเสาร์ | Saturday | /ˈsætədeɪ/ | Sat |
| วันอาทิตย์ | Sunday | /ˈsʌndeɪ/ | Sun |
ตัวอย่าง:
- This class takes place on Friday every week.
(ชั้นเรียนนี้จัดขึ้นในวันศุกร์ของทุกสัปดาห์)
- What do you usually do on Sunday?
(คุณมักจะทำอะไรในวันอาทิตย์?)
วันของเดือน
วิธีอ่านวันของเดือนจะใช้การอ่านแบบลำดับ เช่น
| วันที่ | วันที่ภาษาอังกฤษ | คำย่อ |
| วันที่ 1 | The first | 1st |
| วันที่ 2 | The second | 2nd |
| วันที่ 10 | The tenth | 10th |
| วันที่ 21 | The twenty first | 21st |
| วันที่ 30 | The thirtieth | 30th |
ตัวอย่าง:
- There is a regular meeting on the 1st of every month.
- (มีการประชุมเป็นประจำทุกวันที่ 1 ของทุกเดือน)
- We are going to have a trip on the 18th of this month.
- (เรากำลังจะมีทริปวันที่ 18 เดือนนี้)
เดือนของปี
คำศัพท์เกี่ยวกับเดือนของปี
| เดือน | เดือนภาษาอังกฤษ | การถอดความ | ตัวย่อเดือนภาษาอังกฤษ |
| มกราคม | January | /ˈdʒænjuəri/ | Jan |
| กุมภาพันธ์ | February | /ˈfebruəri/ | Feb |
| มีนาคม | March | /mɑːtʃ/ | Mar |
| เมษายน | April | /ˈeɪprəl/ | Apr |
| พฤษภาคม | May | /meɪ/ | May |
| มิถุนายน | June | /dʒuːn/ | June |
| กรกฎาคม | July | /dʒuˈlaɪ/ | Jul |
| สิงหาคม | August | /ɔːˈɡʌst/ | Aug |
| กันยายน | September | /sepˈtembə(r)/ | Sep |
| ตุลาคม | October | /ɒkˈtəʊbə(r)/ | Oct |
| พฤศจิกายน | November | /nəʊˈvembə(r)/ | Nov |
| ธันวาคม | December | /dɪˈsembə(r)/ | Dec |
ตัวอย่าง:
- It often rains a lot in July here.
(ปกติที่นี่จะมีฝนตกชุกในเดือนกรกฎาคม)
- Songkran Festival is celebrated from April 13th to April 15th every year
เทศกาลสงกรานต์ ตรงกับวันที่ 13 เมษายน ถึง 15 เมษายน ของทุกปี

ปี
มีสองวิธีในการอ่านปีให้ถูกต้อง:
- อ่านเป็นตัวเลขหลายหลักในภาษาอังกฤษ:
- 2021: Two thousand and twenty one
- 2003: Two thousand and three
- 938: Nine hundred and thirty eight
- แบ่งเป็น 2 ส่วน เลขหน้า 2 หลัก เลขหลัง 2 หลัก (สำหรับเลข 4 หลัก)
- 2022: Twenty twenty two
- 2017: Twenty seventeen
- 1968: Nineteen sixty eight
ตัวอย่าง:
- There was a historic tsunami in japan in 2002.
(เกิดสึนามิครั้งประวัติศาสตร์ในญี่ปุ่นเมื่อปี 2002)
- This new policy will take effect in 2023.
(นโยบายใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ในปี 2023)

วิธีอ่านและเขียนวันที่และเดือนร่วมกัน
วิธีเขียนวันที่และเดือนภาษาอังกฤษ
วัน วันที่ เดือน ปี
ตัวอย่าง: What day is it today? – It’s Wednesday, July 28th 2020 (วันนี้เป็นวันอะไร – วันพุธ วันที่ 28 กรกฎาคม 2020)
วัน เดือน วันที่ ปี
ตัวอย่าง: What day is it today? – It’s Wednesday, 28th July 2020 (วันนี้เป็นวันอะไร – วันพุธ วันที่ 28 กรกฎาคม 2020)
วิธีอ่านวันที่และเดือนภาษาอังกฤษ
เดือน + the + วันที่
ตัวอย่าง: When is your birthday? – On December the 16th (คุณเกิดวันไหน – วันที่ 16 ธันวาคม)
The + วันที่ + of + เดือน
ตัวอย่าง: When is your birthday? – On the 16th of December (คุณเกิดวันไหน – วันที่ 16 ธันวาคม)
คำศัพท์อื่นๆ เกี่ยวกับเวลา
| คำศัพท์ | การถอดความ | ความหมาย |
| On/at the weekend | – | สุดสัปดาห์ |
| Every day/month/year | – | ทุกวัน/เดือน/ปี |
| A fortnight (n) | /ˈfɔːtnaɪt/ | 2 สัปดาห์; ครึ่งเดือน |
| Daily/monthly/yearly/annually (adv.) | – | รายวัน/เดือน/ปี |
| A decade (n) | /ˈdekeɪd/ | หนึ่งทศวรรษ (10 ปี) |
| A century (n) | /ˈsentʃəri/ | หนึ่งศตวรรษ (100 ปี) |
| A millennium (n) | /mɪˈleniəm/ | หนึ่งพันปี (1,000 ปี) |
| Spring (n) | /sprɪŋ/ | ฤดูใบไม้ผลิ |
| Summer (n) | /ˈsʌmə(r)/ | ฤดูร้อน |
| Autumn (n) | /ˈɔːtəm/ | ฤดูใบไม้ร่วง |
| Winter (n) | /ˈwɪntə(r)/ | ฤดูหนาว |
แบบฝึกหัดเกี่ยวกับวันที่ภาษาอังกฤษ
แบบฝึกหัดที่ 1: เขียนวิธีอ่านวันที่ภาษาอังกฤษในกรณีต่อไปนี้:
- 21/2/2019
- 3/6/1994
- Wed, 7/8/2030
- Sun, 1/1/1001
- 30/11/1305
แบบฝึกหัดที่ 2: แปลประโยคต่อไปนี้เป็นภาษาอังกฤษโดยใช้การสะกดวันที่ที่ถูกต้อง:
- วันนี้คือวันอังคาร 27/7/2021
- ภาคการศึกษาฤดูใบไม้ร่วงจะเริ่มในวันที่ 22/9/2022
- มีอุบัติเหตุร้ายแรงบนถนนสายนี้เมื่อวันที่ 8/8/2020
- วันส่งท้ายปีเก่าคือวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี
ข้อเสนอแนะสำหรับการบ้าน
บทที่ 1:
- February the 2nd (second)/The 2nd (second) of February, two thousand twenty one/twenty twenty one.
- June the 3rd (third)/The 3rd (third) of June, nineteen ninety four
- Wednesday, August the 7th (seventh)/The 7th (seventh) of August, two thousand thirty
- Sunday, January the 1st (first)/The 1st (first) of January, ten o one.
- November the 30th (thirtieth)/The 30th (thirtieth) of November, thirteen o five.
บทที่ 2:
- Today is Tuesday, July 27th/27th July 2021.
- The Fall Semesster will start on September 22nd/22nd September 2022.
- There was a serious accident on this road on August 8th/8th August 2020.
- The New Year’s Eve is one December 31st/31st December every year.
บทสรุป
การอ่านวันที่เป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของการสื่อสารภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน ดังนั้น ผู้เรียนสามารถอ้างอิงถึงวิธีการอ่านวันที่ภาษาอังกฤษที่ถูกต้องในบทความข้างต้น และในขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้คำศัพท์เพิ่มเติมเกี่ยวกับเวลาที่สามารถพบได้ในสถานการณ์อื่นๆ เพื่อให้เข้าใจบทความนี้อย่างถ่องแท้
คุณกำลังเตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์งาน แต่ยังลังเลว่าจะแนะนําตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งาน อย่างไรให้สร้างความประทับใจแก่ผู้สัมภาษณ์? ไม่ต้องกังวล บทความนี้จะช่วยแนะนำไอเดียการแนะนำตัวที่สั้น กระชับ ดูเป็นมืออาชีพ และดึงดูดตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณเริ่มพูด
ทำไมการแนะนำตัวภาษาอังกฤษถึงสำคัญเวลาสัมภาษณ์งาน
การแนะนําตัวเอง ภาษาอังกฤษ ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำกล่าวเปิดอย่างง่าย ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือน “ตั๋วผ่านประตู” ที่ช่วยให้คุณทำคะแนนได้ตั้งแต่นาทีแรก นี่คือโอกาสที่คุณจะสามารถ
- สร้างความประทับใจกับผู้สัมภาษณ์: การแนะนำตัวที่คล่องแคล่ว มั่นใจ จะช่วยให้คุณโดดเด่นตั้งแต่เริ่มต้น
- แสดงทักษะการสื่อสาร: วิธีการเลือกใช้คำ น้ำเสียง และความชัดเจน แสดงถึงความสามารถด้านภาษาและทักษะการถ่ายทอดข้อมูล
- ยืนยันความมั่นใจในตัวเอง: ความมั่นใจขณะพูดแนะนำตัวเป็นสัญญาณว่าคุณเตรียมตัวมาอย่างดีและพร้อมสำหรับตำแหน่งที่สมัคร
- พิสูจน์ความเหมาะสมกับงาน: คุณสามารถแทรกทักษะ ประสบการณ์ และเป้าหมายในอาชีพ เพื่อแสดงว่าตนเองคือผู้สมัครที่มีศักยภาพ
- เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน: เมื่อมีผู้สมัครจำนวนมาก การแนะนําตัวภาษาอังกฤษสัมภาษณ์งานที่ครบถ้วนและเป็นมืออาชีพ จะช่วยให้คุณแตกต่างและเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จ
>>> Read more: 300+ ชื่อผู้หญิงภาษาอังกฤษที่ไม่ควรพลาด
สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อไปสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ
เพื่อให้การสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษดำเนินไปอย่างราบรื่นและสร้างความประทับใจที่ดี คุณจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านความรู้และทักษะ โดยมีปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามดังนี้
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและตำแหน่งงานที่สมัคร: ก่อนเข้าสัมภาษณ์ ควรค้นคว้าอย่างละเอียดเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ โครงการเด่น ๆ รวมถึงคุณสมบัติที่ตำแหน่งนั้นต้องการ การแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจนี้จะช่วยสร้างความประทับใจและพิสูจน์ว่าคุณคือผู้สมัครที่จริงจัง
- เข้าใจและใช้คำศัพท์เฉพาะทางได้อย่างถูกต้อง: การเข้าใจและสามารถใช้คำศัพท์เทคนิคที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่สมัคร (เช่น Digital Marketing, SEO, Market Analysis ในสายงานการตลาด) จะช่วยให้คุณตอบคำถามได้อย่างมั่นใจและดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น อย่าลืมฝึกออกเสียงเพื่อให้การสื่อสารชัดเจน
- ใส่ใจเรื่องไวยากรณ์และการสื่อสาร: แม้ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาที่เป็นทางการเกินไป แต่การใช้ประโยคที่สมบูรณ์และชัดเจนจะเพิ่มความน่าเชื่อถือ ควรฝึกการใช้กาลปัจจุบันและกาลอดีตให้คล่องแคล่ว และหลีกเลี่ยงการใช้คำย่อหรือสำนวนที่ไม่เหมาะสมกับบริบทการสัมภาษณ์
คำศัพท์ที่ใช้บ่อยในการแนะนำตัวภาษาอังกฤษ
ในโครงสร้างด้านบน คุณจะเห็นส่วน … ที่ต้องเติมคำศัพท์เข้าไป ด้านล่างนี้ ELSA Speak จะให้กลุ่มคำบางคำที่คุณอาจค้นหาได้ยากในแหล่งข้อมูลอื่น ในแต่ละหมวดหมู่ ELSA Speak จะเลือกคำศัพท์ใหม่แทนคำศัพท์ที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว
สาขาวิชาและการทำงาน
| คำศัพท์ | การออกเสียง | ความหมาย |
|---|---|---|
| Accounting | /əˈkaʊn.tɪŋ/ | การบัญชี |
| Auditing | /ˈɔː.dɪ.tɪŋ/ | การสอบบัญชี |
| Banking | /ˈbæŋ.kɪŋ/ | การธนาคาร |
| Brand Management | /brænd ˈmæn.ɪdʒ.mənt/ | การบริหารแบรนด์ |
| Business Administration | /ˈbɪz.nəs ədˌmɪn.ɪˈstreɪ.ʃən/ | บริหารธุรกิจ |
| Design | /dɪˈzaɪn/ | การออกแบบ |
| E-commerce | /ˌiːˈkɒm.ɜːs/ | อีคอมเมิร์ซ |
| Finance | /faɪˈnæns/ hoặc /ˈfaɪ.næns/ | การเงิน |
| Human Resources Management | /ˈhjuː.mən rɪˈsɔːrs ˈmæn.ɪdʒ.mənt/ | การบริหารทรัพยากรมนุษย์ |
| Information Technology | /ˌɪn.fəˈmeɪ.ʃən tekˈnɒl.ə.dʒi/ | เทคโนโลยีสารสนเทศ |
| Marketing | /ˈmɑː.kɪ.tɪŋ/ | การตลาด |
| Purchasing | /ˈpɜː.tʃə.sɪŋ/ | การจัดซื้อ |

>>> Read more:
- การเขียนอีเมลสมัครงานภาษาอังกฤษ พร้อม 5 ตัวอย่างอีเมลที่ดีที่สุด
- 50+ คำศัพท์ควรรู้ในหัวข้อ ประกาศรับสมัครงาน ภาษาอังกฤษ
- การตอบ email confirm สัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษอย่างน่าประทับใจ
คำคุณศัพท์ที่อธิบายบุคลิกภาพ
| คำศัพท์ | การออกเสียง | ความหมาย |
|---|---|---|
| ambitious | /æmˈbɪʃ.əs/ | ความทะเยอทะยาน |
| cooperative | /kəʊˈɒp.ər.ə.tɪv/ | สหกรณ์/เกี่ยวกับความร่วมมือกัน |
| decisive | /dɪˈsaɪ.sɪv/ | เด็ดขาด |
| dedicated | /ˈded.ɪ.keɪ.tɪd/ | อุทิศ |
| dynamic | /daɪˈnæm.ɪk/ | กระตือรือร้น |
| proactive | /prəʊˈæk.tɪv/ | เชิงรุก |
| easy-going | /ˌiː.ziˈɡəʊ.ɪŋ/ | เป็นมิตร/สบายๆ |
| frank | /fræŋk/ | ซื่อตรง |
| humorous | /ˈhjuː.mə.rəs/ | ตลก |
| modest | /ˈmɒd.ɪst/ | เจียมเนื้อเจียมตัว |
| sincere | /sɪnˈsɪə/ | จริงใจ |
คำศัพท์เกี่ยวกับทักษะที่จำเป็นในการทำงาน
| คำศัพท์ | การออกเสียง | ความหมาย |
|---|---|---|
| creativity | /ˌkriː.eɪˈtɪv.ə.ti/ | ความคิดสร้างสรรค์ |
| critical thinking skills | /ˈkrɪt.ɪ.kəl ˈθɪŋ.kɪŋ skɪlz/ | ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ |
| independent working skills | /ˌɪn.dɪˈpen.dənt ˈwɜː.kɪŋ skɪlz/ | ทักษะการทำงานอิสระ |
| leadership skills | /ˈliː.dəʃɪp skɪlz/ | ทักษะความเป็นผู้นำ |
| presentation skills | /ˌpriː.zenˈteɪ.ʃən skɪlz/ | ทักษะการนำเสนอ |

โครงสร้างมาตรฐานในการแนะนำตัวภาษาอังกฤษ
การแนะนําตัวเอง ภาษาอังกฤษในการสัมภาษณ์งานควรมีโครงสร้างที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพ คุณสามารถอ้างอิงโครงสร้างมาตรฐานด้านล่างนี้ พร้อมตัวอย่างประกอบได้เลย

>>> Read more:
- รวบรวมตําแหน่งงานภาษาอังกฤษในบริษัทที่ใช้บ่อยที่สุด
- สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ – รวมคำตอบดีๆที่ควรทราบ
- วิธีแนะนำตัวสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษให้ประทับใจผู้ฟังที่สุด
การทักทายและขอบคุณเบื้องต้น
- Hello, I’m [name]. I really appreciate your time today. (สวัสดีครับ/ค่ะ ดิฉัน/ผม ชื่อ ดิฉัน/ผมรู้สึกขอบคุณอย่างมากสำหรับเวลาที่คุณสละให้ในวันนี้)
ตัวอย่าง: Hello, I’m Anna. I really appreciate your time today.
(สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อแอนนา ดิฉันขอขอบคุณเป็นอย่างมากสำหรับเวลาของคุณในวันนี้) - It’s an honor to be here today. My name is [name]. (ดิฉัน/ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้อยู่ที่นี่ในวันนี้ ดิฉัน/ผมชื่อ)
ตัวอย่าง: It’s an honor to be here today. My name is David.
(รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาที่นี่วันนี้ครับ ผมชื่อเดวิด)
แนะนำชื่อ อายุ และตำแหน่งที่สมัคร
- My name is [name], I am [age], and I’m excited to apply for the [position]. (ดิฉัน/ผมชื่อ อายุ และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สมัครในตำแหน่ง)
ตัวอย่าง: My name is Lisa, I am 25, and I’m excited to apply for the Marketing Executive position.
(ดิฉันชื่อลีซ่า อายุ 25 ปี และรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้สมัครตำแหน่งพนักงานการตลาด) - I’m [name], and I’m interested in the [position] position at your company. (ดิฉัน/ผมชื่อ… และให้ความสนใจกับตำแหน่ง…ในบริษัทของคุณ)
ตัวอย่าง: I’m Daniel, and I’m interested in the Sales Manager position at your company.
(ผมชื่อแดเนียล และผมสนใจในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัท) - My name is [name], currently [age] years old, and I would like to apply for the [position]. (ดิฉัน/ผมชื่อ…อายุ…ปี และต้องการสมัครงานในตำแหน่ง…)
ตัวอย่าง: My name is Minh, currently 27 years old, and I would like to apply for the HR Specialist position.
(ผมชื่อมินห์ อายุ 27 ปี และต้องการสมัครในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล)

การนำเสนอการศึกษาและประสบการณ์ทำงาน
- I hold a degree in [Major] from [University] and have experience working as a [position]. (ดิฉัน/ผมสำเร็จการศึกษาปริญญาด้าน…จาก…และมีประสบการณ์ทำงานในตำแหน่ง…)
ตัวอย่าง: I hold a degree in Business Administration from Oxford University and have experience working as a Project Coordinator.
(ดิฉัน/ผมสำเร็จการศึกษาปริญญาด้านการบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และมีประสบการณ์ทำงานในตำแหน่งผู้ประสานงานโครงการ - I studied [Major] at [University], and later worked at [Company] as a [position]. (ดิฉัน/ผมเรียนด้าน…ที่…จากนั้นทำงานเป็น…ที่บริษัท…)
ตัวอย่าง: I studied Computer Science at Stanford University, and later worked at Google as a Software Engineer.
(ผม/ดิฉันเรียนสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และต่อมาได้ทำงานที่กูเกิลในตำแหน่งวิศวกรซอฟต์แวร์) - With a background in [Major], I have gained [number] years of experience in [field]. (ด้วยพื้นฐานด้าน…ดิฉัน/ผมมีประสบการณ์…ปี ในด้าน…)
ตัวอย่าง: With a background in Finance, I have gained five years of experience in financial analysis.
(ด้วยพื้นฐานด้านการเงิน ดิฉัน/ผมมีประสบการณ์ 5 ปีในด้านการวิเคราะห์ทางการเงิน)
จุดแข็งและทักษะที่โดดเด่น
- One of my key strengths is [Skill], which allows me to [Result]. (หนึ่งในจุดแข็งหลักของดิฉัน/ผมคือ [ทักษะ] ซึ่งช่วยให้ดิฉัน/ผมสามารถ [ผลลัพธ์] ได้)
ตัวอย่าง: One of my key strengths is problem-solving, which allows me to handle challenges effectively.
(หนึ่งในจุดแข็งหลักของดิฉัน/ผมคือการแก้ปัญหา ซึ่งช่วยให้ดิฉัน/ผมสามารถรับมือกับความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ) - I’m confident in my ability to [Skill], and I believe this will add value to your team. (ดิฉัน/ผมมั่นใจในความสามารถด้าน [ทักษะ] ของตนเอง และเชื่อว่าสิ่งนี้จะสร้างคุณค่าให้กับทีมของคุณ)
ตัวอย่าง: I’m confident in my ability to manage projects, and I believe this will add value to your team.
(ดิฉัน/ผมมั่นใจในความสามารถด้านการบริหารโครงการ และเชื่อว่าสิ่งนี้จะสร้างคุณค่าให้กับทีม) - Colleagues often describe me as [personality/Skill], which I consider a strong asset for this role. (เพื่อนร่วมงานมักจะบรรยายดิฉัน/ผมว่าเป็นคน [ลักษณะนิสัย/ทักษะ] ซึ่งดิฉัน/ผมมองว่าเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากสำหรับบทบาทนี้)
ตัวอย่าง: Colleagues often describe me as detail-oriented, which I consider a strong asset for this role.
(เพื่อนร่วมงานมักบอกว่าดิฉัน/ผมเป็นคนใส่ใจรายละเอียด และดิฉัน/ผมมองว่านี่เป็นข้อได้เปรียบอย่างมากสำหรับตำแหน่งนี้)
เป้าหมายอาชีพระยะสั้นและระยะยาว
- In the short term, I aim to [short-term goal]. In the long term, I hope to [long-term goal]. (ในระยะสั้น ดิฉัน/ผมตั้งเป้าที่จะ [เป้าหมายระยะสั้น] และในระยะยาว ดิฉัน/ผมหวังว่าจะ [เป้าหมายระยะยาว])
ตัวอย่าง: In the short term, I aim to improve my leadership skills. In the long term, I hope to become a department manager.
(ในระยะสั้น ดิฉัน/ผมมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ และในระยะยาว ดิฉัน/ผมหวังว่าจะได้เป็นหัวหน้าแผนก) - My immediate goal is [goal], while my long-term ambition is [goal]. (เป้าหมายระยะสั้นของดิฉัน/ผมคือ [เป้าหมาย] ส่วนความมุ่งมั่นระยะยาวคือ [เป้าหมาย])
ตัวอย่าง: My immediate goal is to adapt quickly to the new role, while my long-term ambition is to contribute to strategic growth.
(เป้าหมายปัจจุบันของดิฉัน/ผมคือการปรับตัวให้เข้ากับบทบาทใหม่อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ความมุ่งมั่นระยะยาวคือการมีส่วนร่วมในการพัฒนากลยุทธ์) - I would like to develop [Skill] in the next few years and eventually take on a [higher position]. (ดิฉัน/ผมต้องการพัฒนาทักษะด้าน [ทักษะ] ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และในที่สุดจะก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่ง [ตำแหน่งที่สูงกว่า])
ตัวอย่าง: I would like to develop my negotiation skills in the next few years and eventually take on a senior management position.
(ดิฉัน/ผมต้องการพัฒนาทักษะการเจรจาต่อรองในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และต่อมาเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง)
การแบ่งปันความตื่นเต้นเกี่ยวกับโอกาสทำงานในบริษัท
- I’ve been impressed by [Company’s strength] and I’m excited about the chance to contribute. (ดิฉัน/ผมประทับใจกับ [จุดแข็งของบริษัท] และรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสที่จะได้มีส่วนร่วม)
ตัวอย่าง: I’ve been impressed by your company’s innovative projects and I’m excited about the chance to contribute.
(ดิฉัน/ผมประทับใจกับโครงการที่สร้างสรรค์ของบริษัทเป็นอย่างมาก และรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสที่จะได้มีส่วนร่วม) - Joining [Company] would be a great opportunity for me to grow and contribute to [Company’s goal]. (การเข้าร่วมกับ [บริษัท] จะเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมสำหรับดิฉัน/ผมในการพัฒนาและมีส่วนร่วมเพื่อ [เป้าหมายของบริษัท])
ตัวอย่าง: Joining ABC Corp would be a great opportunity for me to grow and contribute to its global expansion.
(การเข้าร่วมกับ ABC Corp จะเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมสำหรับดิฉัน/ผมในการพัฒนาและมีส่วนร่วมในแผนการขยายธุรกิจสู่ระดับโลก) - I admire [Company] for its [values/achievements], and I’m eager to become part of your team. (ดิฉัน/ผมชื่นชม [บริษัท] ในด้าน [คุณค่า/ความสำเร็จ] และตั้งตารอที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมของคุณ)
ตัวอย่าง: I admire Green Solutions for its commitment to sustainability, and I’m eager to become part of your team.
(ดิฉัน/ผมชื่นชม Green Solutions ในความมุ่งมั่นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และปรารถนาที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม)
คำถามสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษที่พบบ่อยและตัวอย่างคำตอบ
| คำถาม | แนะนำคำตอบ (แปล) |
|---|---|
| Can you tell me about yourself? (คุณช่วยแนะนำตัวเองได้ไหม?) | I’m [name], I graduated in [major] from [university], and I have [year] years of experience in [field]. I’m passionate about [skill/field] and excited about this opportunity. (ฉัน/ผมชื่อ…จบการศึกษาด้าน…จาก…และมีประสบการณ์…ปีในด้าน…ฉัน/ผมมีความหลงใหลใน…และรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสนี้) |
| Why do you want to work here? (ทำไมคุณถึงอยากทำงานที่นี่?) | I admire your company’s [values/achievements] and I believe my skills in [field/skill] will contribute to your team’s success. (ดิฉัน/ผมชื่นชม [คุณค่า/ความสำเร็จ] ของบริษัท และเชื่อว่าทักษะด้าน [ด้าน/ทักษะ] ของดิฉัน/ผมจะมีส่วนช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จ) |
| What are your strengths? (จุดแข็งของคุณคืออะไร?) | One of my strengths is [skill], which helps me [achieve/result in]. (หนึ่งในจุดแข็งของดิฉัน/ผมคือ [ทักษะ] ซึ่งช่วยให้ดิฉัน/ผมสามารถ [ผลลัพธ์] ได้) |
| What are your weaknesses? (จุดอ่อน ของคุณคืออะไร?) | Sometimes I [Weakness], but I’m working on it by [Ways to improve]. (บางครั้งดิฉัน/ผม [จุดอ่อน] แต่กำลังปรับปรุงโดยการ [วิธีปรับปรุง]) |
| Where do you see yourself in five years? (คุณเห็นตัวเองอยู่ตรงไหนในอีก 5 ปีข้างหน้า?) | In five years, I see myself taking on more responsibilities, possibly in a [Higher position], while continuing to contribute to the success of the company. (ในอีก 5 ปีข้างหน้า ดิฉัน/ผมหวังว่าจะรับผิดชอบงานมากขึ้น อาจอยู่ในตำแหน่ง [ตำแหน่งที่สูงกว่า] และยังคงมีส่วนร่วมในการสร้างความสำเร็จให้กับบริษัท) |
| Why should we hire you? (ทำไมเราถึงควรจ้างคุณ?) | I have the right skills and experience for this position, and I’m eager to contribute my knowledge and dedication to your team. (ดิฉัน/ผมมีทักษะและประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ และหวังว่าจะได้นำความรู้และความทุ่มเทของตนเองมามีส่วนร่วมกับทีม) |
| Do you prefer working alone or in a team? (คุณชอบทำงานคนเดียวหรือทำงานเป็นทีมมากกว่ากัน?) | I’m comfortable with both. I enjoy collaborating in a team to generate ideas, but I can also work independently when needed. (ดิฉัน/ผมสบายใจทั้งสองแบบค่ะ/ครับ ดิฉัน/ผมชอบทำงานเป็นทีมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ก็สามารถทำงานคนเดียวได้เมื่อจำเป็น) |
ตัวอย่างการแนะนำตัวภาษาอังกฤษตามกลุ่มผู้สมัคร
ผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานแล้ว
ตัวอย่าง:
Good morning, everyone! My name is Somchai Anong. I’m 20 years old and I’m from Bangkok. I’m a junior at the University of Journalism and Communication. My major is Digital Communication. I think I’m an active, hard-working and creative student. During my first and second year at university, I challenged myself in many fields such as digital marketing, journalism, etc. Finally, I have found my great passion for content writing. I have always wanted to become a content writer so that I can use my creativity to write interesting contents for my company and readers. That’s what I would like to talk about myself. Thanks for listening!
การแปล:
อรุณสวัสดิ์ทุกคน! ผมชื่อสมชาย อนงค์ครับ ผมอายุ 20 ปี มาจากกรุงเทพ ผมเป็นนักศึกษาปีที่สามที่มหาวิทยาลัยวารสารศาสตร์และการสื่อสาร วิชาเอกของผมคือการสื่อสารดิจิทัล ผมคิดว่าผมเป็นนักเรียนที่มีความกระตือรือร้น ขยัน และมีความคิดสร้างสรรค์ ในช่วงปีแรกและปีที่สองที่มหาวิทยาลัย ผมได้ท้าทายตัวเองในหลาย ๆ ด้าน เช่น การตลาดดิจิทัล สื่อสารมวลชน ฯลฯ ในที่สุดผมก็ค้นพบความรักในการเขียนเนื้อหาของตนเอง ผมอยากเป็นนักเขียนเนื้อหาที่ดี เพื่อที่จะได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเขียนเนื้อหาที่น่าสนใจสำหรับบริษัทและผู้อ่านของผม นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะพูดถึงตัวเอง ขอบคุณสำหรับการฟังครับ!
นักศึกษาจบใหม่
My name is Peter, and I am currently 22 years old. I just graduated with a bachelor’s degree in marketing from Chulalongkorn University. I love marketing because it helps me unleash my creativity. I myself am a lover of discovery, the discovery and the creation of new things to attract users and bring value to businesses.
คำแปล
ผมชื่อปีเตอร์ อายุ 22 ปี ผมเพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการตลาด จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมชอบการตลาดเพราะมันช่วยให้ผมปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ได้ ผมเป็นคนที่ชอบสำรวจและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อดึงดูดผู้ใช้และสร้างมูลค่าให้กับบริษัท
ผู้ที่เคยทำงานแล้วแต่ไม่มีประสบการณ์ในสายงานเดียวกัน
ตัวอย่าง:
Hello, everyone! First of all, I’m very happy to be here today. I would like to talk a little about myself. I’m LukKaew Srasrisuwan. You can call me LukKaew or Hanny. I’m currently studying at University of Economics Bangkok City. My major is Banking and Finance. I love singing, playing the guitar and writing songs. People always think I’m an active and hard-working person. I’m quite confident in my creativity and communication skills. I hope I’ll be a dynamic and helpful member of our club. Once again, it’s great to see you all today. Thank you for listening!
การแปล:
สวัสดีทุกคน! อย่างแรก ฉันมีความสุขมากที่ได้มาที่นี่ในวันนี้ ฉันอยากจะพูดเกี่ยวกับตัวเองเล็กน้อย ฉันชื่อ ลูกแก้ว ศรีศรีสุวรรณ คุณเรียกฉันว่าลูกแก้วหรือฮันนี่ก็ได้ ตอนนี้ฉันกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์กรุงเทพ วิชาเอกของฉันคือการธนาคารและการเงิน ฉันชอบร้องเพลง เล่นกีตาร์ และแต่งเพลง ทุกคนมักจะคิดว่าฉันเป็นคนกระตือรือร้นและขยัน ฉันค่อนข้างมั่นใจในความคิดสร้างสรรค์และทักษะในการสื่อสารของตนเอง ฉันหวังว่าฉันจะเป็นสมาชิกที่ดีและเป็นประโยชน์ในสโมสรของเรา ฉันดีใจมากที่ได้พบพวกคุณทุกคนในวันนี้ค่ะ ขอขอบคุณสำหรับการฟังนะคะ!
ตัวอย่างการแนะนำตัวภาษาอังกฤษตามสาขาอาชีพยอดนิยม
นำเข้า–ส่งออก
Hello, everyone! I’m Somchai. My full name is Somchai Anong. I’m in my 20s. I graduated from Foreign Trade University, Bangkok in 2019 with a bachelor’s degree in Logistics and Supply Chain Management. With over 2 years of working as a document staff at an export company, I’m confident about my professional skills and my soft skills. I’m often praised for my carefulness and creativity. I believe that if we want to work effectively and develop ourselves, carefulness is very important. That’s what I would like to share about myself. Thanks for listening!
การแปล:
สวัสดีทุกคน! ผมชื่อสมชาย ชื่อเต็มของผมคือ สมชาย อนงค์ ผมอายุ 20 ปี ผมจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยการค้าต่างประเทศ กรุงเทพฯ ในปี 2019 ด้วยปริญญาตรีสาขาการจัดการโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน ด้วยการทำงานเป็นพนักงานเอกสารที่บริษัทส่งออกมากว่า 2 ปี ผมมั่นใจในทักษะวิชาชีพและทักษะด้านอารมณ์ของตัวเอง ผมมักได้รับคำชมจากความรอบคอบและความคิดสร้างสรรค์ของผม ผมเชื่อว่าถ้าเราอยากทำงานให้มีประสิทธิภาพและพัฒนาตัวเองได้ ความรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญมาก นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะแบ่งปันเกี่ยวกับตัวผมเอง ขอบคุณสำหรับการฟังครับ!
การตลาด (Marketing)
Hello, everyone! It’s a pleasure meeting you today. Let me talk about myself. My name is Somchai Anong. I’m from ChiangMai Province. Since my graduation from ChiangMai University in 2019, I have been working as a digital marketer for a medium-sized company . I believe what makes me stand out from other digital marketers is my creativity and trend sensitivity. I have always put my heart and soul into work in order to promote the company’s image to more customers. That’s what I would like to share about myself. Thanks for listening!
การแปล:
สวัสดีทุกคน! ยินดีที่ได้พบคุณในวันนี้ ผมขอพูดถึงตัวเองนะครับ ผมชื่อสมชาย อนงค์ ผมมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ผมทำงานเป็นนักการตลาดดิจิทัลให้กับบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่งตั้งแต่ผมสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในปี 2019 ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ผมโดดเด่นกว่านักการตลาดดิจิทัลคนอื่นก็คือความคิดสร้างสรรค์และความไวต่อเทรนด์ของตน ผมทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจในการทำงานเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของบริษัทให้กับลูกค้ามากขึ้นอยู่เสมอ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะแบ่งปันเกี่ยวกับตัวผมเอง ขอบคุณสำหรับการฟังครับ!
ครู/อาจารย์
My name is Aaron. I am 24 years old, currently single and I graduated with a degree in English pedagogy from Silpakorn University. I love teaching and had the opportunity to work as a teaching assistant when I was a sophomore.
คำแปล
ฉันชื่อแอรอน ฉันอายุ 24 ปี และตอนนี้ยังโสด ฉันสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาการสอนภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ฉันรักการสอนและมีโอกาสทำงานเป็นผู้ช่วยสอนเมื่อตอนที่ฉันยังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2
เภสัชกร
Hello, everyone! I’m LukKaew Srasrisuwan. You can call me LukKaew or Helen. I graduated from Bangkok Medical University in 2017 with a bachelor’s degree in Pediatrics. I have nearly 4 years’ experience working as a pediatrician at one of the top public hospitals. In addition, I’ve got an IELTS band 7.0 overall and have taken several medical English courses. Therefore, I believe in my ability to deal with English-speaking patients. I think I’m a hard-working, patient, and devoted doctor. Patients’ health and satisfaction are always my top priorities. That’s what I would like to share about myself. Thanks for listening!
การแปล:
สวัสดีทุกคน! ฉันชื่อ ลูกแก้ว ศรีศรีสุวรรณ เรียกฉันว่าลูกแก้วหรือเฮเลนก็ได้ ฉันจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพในปี 2017 ด้วยปริญญาตรีสาขากุมารเวชศาสตร์ ฉันมีประสบการณ์เกือบ 4 ปีในการทำงานเป็นกุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลของรัฐชั้นนำแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ ฉันยังได้คะแนนรวม IELTS 7.0 และได้เรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษทางการแพทย์หลายหลักสูตร ดังนั้นฉันจึงเชื่อในความสามารถของฉันที่จะจัดการกับผู้ป่วยที่พูดภาษาอังกฤษได้ ฉันคิดว่าฉันเป็นหมอที่ขยัน อดทน และอุทิศตน สุขภาพและความพึงพอใจของผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของฉันเสมอ นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากจะแบ่งปันเกี่ยวกับตัวเอง ขอบคุณสำหรับการฟังค่ะ!

เทคโนโลยีสารสนเทศ
Good morning, everyone! Let me introduce myself. I’m Somchai. My full name is Somchai Anong. I have been working as a web developer since my graduation from Bangkok University in 2014. As I have stated in my CV I have cooperated with many small-sized and medium-sized companies and also worked on my personal projects. I believe what has helped me impress my clients are my good professional skills and my punctuality. Put my heart and soul into every single website that I develop, I always do that. I guess that’s all I have to share about myself. Thank you for listening!
คำแปล:
อรุณสวัสดิ์ทุกคน! ผมขอแนะนำตัวเองครับ ผมชื่อสมชาย ชื่อเต็มของผมคือ สมชาย อนงค์ ผมทำงานเป็นนักพัฒนาเว็บไซต์ตั้งแต่ผมสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพในปี 2014 ตามที่ผมได้ระบุไว้ในประวัติย่อของผม ผมได้ร่วมมือกับบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางหลายแห่ง และยังทำงานในโครงการส่วนตัวของผมด้วย ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ลูกค้าประทับใจกับผมก็คือทักษะทางวิชาชีพที่ดีและการตรงต่อเวลาของผม ผมทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับทุกๆ เว็บไซต์ที่ผมพัฒนา นั่นคือทั้งหมดที่ผมอยากแบ่งปันเกี่ยวกับตัวเอง ขอขอบคุณสำหรับการฟังครับ!

| การรู้วิธีแนะนำตัวภาษาอังกฤษอย่างมืออาชีพช่วยให้คุณเข้าใจการสื่อสารจุดเด่นของตัวเอง ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการเขียน cv ภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างความประทับใจตั้งแต่ผู้ว่าจ้างอ่านครั้งแรก |
การเงิน/บัญชี
Good afternoon! I’m LukKaew Srasrisuwan. I’m from ChiangMai. I am a fresh graduate from Banking University, Bangkok City. My major is Auditing. I have 2 years’ experience of working as an auditor intern at a large-sized auditing company in Thailand. I have also taken part in many auditing competitions and have won several prizes. My former boss and co-workers saw me as a skilled, careful and honest auditor. In my opinion, honesty and carefulness are two of the qualities that an auditor should have. That’s some information about me that I think would impress you. Thank you for listening!
การแปล:
สวัสดีตอนบ่าย! ฉันชื่อ ลูกแก้ว ศรีศรีสุวรรณ ฉันมาจากเชียงใหม่ ฉันเป็นนักษึกษาจบใหม่จากมหาวิทยาลัยการธนาคาร กรุงเทพมหานคร วิชาเอกของฉันคือการตรวจสอบบัญชี ฉันมีประสบการณ์ 2 ปีในการทำงานเป็นผู้สอบบัญชีฝึกงานที่บริษัทสอบบัญชีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในประเทศไทย ฉันได้เข้าร่วมการแข่งขันการสอบบัญชีบางอย่างและได้รับหลายรางวัลชนะด้วย อดีตเจ้านายและเพื่อนร่วมงานเห็นว่าฉันเป็นผู้สอบบัญชีที่มีทักษะ รอบคอบ และซื่อสัตย์ ในความเห็นของฉัน ความซื่อสัตย์และความระมัดระวังเป็นคุณสมบัติสองประการที่ผู้สอบบัญชีควรมี นั่นคือข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับตัวฉันที่ฉันคิดว่าจะคุณจะสนใจ ขอขอบคุณสำหรับการฟังค่ะ!

ทรัพยากรบุคคล
Hello, my name is John Lee, and I have three years of experience in Human Resources. I hold a bachelor’s degree in Business Administration. In my previous role, I managed recruitment processes and employee training programs. My strengths include effective communication and conflict resolution, and I am skilled in HR software like BambooHR. I am excited about the opportunity to enhance the employee experience at your company and contribute to a positive workplace culture.
การแปล:
สวัสดีครับ ผมชื่อ John Lee มีประสบการณ์สามปีในด้านทรัพยากรบุคคล ผมสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ ในตำแหน่งก่อนหน้านี้ ผมรับผิดชอบการบริหารกระบวนการสรรหาและโปรแกรมฝึกอบรมพนักงาน จุดแข็งของผมคือการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การแก้ไขข้อบัคหรือผิดพลาดในระบบ และความเชี่ยวชาญในการใช้ซอฟต์แวร์ HR เช่น BambooHR ผมตั้งใจที่จะพัฒนาประสบการณ์ของพนักงานในบริษัท และมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ดี
วิศวกร
Good morning! First of all, thank you for giving me the opportunity to be here today. I would like to introduce myself, my name is Thaklaew. I graduated as a civil engineer from the Silpakorn University, and now I have 2 years of experience as a construction supervisor. After working in the industry for a long time, I realized that I am a person with an inquisitive spirit and a good ability to absorb. In fact, after only 2 months of probation upon graduation, I was assigned to be in charge of small items.
คำแปล
สวัสดีตอนเช้า ก่อนอื่นเลย ขอขอบคุณที่ให้โอกาสผมได้มาที่นี่ในวันนี้ ขอแนะนำตัวเองครับ ผมชื่อทะแกล้ว ผมสำเร็จการศึกษาวิศวกรโยธาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร และผมมีประสบการณ์ 2 ปีในตำแหน่งหัวหน้างานก่อสร้าง หลังจากทำงานในวงการนี้มาเป็นเวลานาน ผมพบว่าตัวเองเป็นคนมีสปิริตที่อยากรู้อยากเห็นและมีความสามารถในการซึมซับได้ดี อันที่จริง หลังจากผ่านการทดลองเพียง 2 เดือนหลังสำเร็จการศึกษา ผมก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานชิ้นเล็กๆ
งานบริการลูกค้า
Hello, I’m Mina, a customer service representative with four years of experience in handling client inquiries and complaints. I hold a degree in Business Communication from Foreign Trade University. In my last role, I achieved a 95% customer satisfaction rate by resolving issues quickly and professionally. My strengths are empathy, problem-solving, and proficiency in CRM software like Salesforce. I look forward to creating a positive experience for your customers.
คำแปล
สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ Mina เป็นพนักงานฝ่ายบริการลูกค้าที่มีประสบการณ์สี่ปีในการจัดการคำร้องและข้อร้องเรียนของลูกค้า ดิฉันสำเร็จการศึกษาด้านการสื่อสารธุรกิจจากมหาวิทยาลัย Ngoại thương ในงานก่อนหน้านี้ ดิฉันสามารถทำให้ลูกค้าพึงพอใจได้ถึง 95% ด้วยการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ จุดแข็งของดิฉันคือความเห็นอกเห็นใจ ความสามารถในการแก้ไขปัญหา และความเชี่ยวชาญในการใช้ซอฟต์แวร์ CRM เช่น Salesforce ดิฉันหวังว่าจะมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของบริษัท
การท่องเที่ยว
Good morning, I’m Kavin, a tour guide with five years of experience in the travel and hospitality industry. I graduated from the University of Social Sciences and Humanities with a degree in Tourism Management. I have successfully led international groups and received outstanding guest feedback scores. My strengths include storytelling, cultural knowledge, and language proficiency in English and Japanese. I am eager to share memorable travel experiences with your clients.
คำแปล
สวัสดีตอนเช้าค่ะ/ครับ ดิฉัน/ผมชื่อ Kavin เป็นมัคคุเทศก์ที่มีประสบการณ์ห้าปีในด้านการท่องเที่ยวและโรงแรม ดิฉัน/ผมจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สังคมและมนุษยศาสตร์ในสาขาการจัดการการท่องเที่ยว ดิฉัน/ผมได้นำทัวร์กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติมากมายและได้รับคำติชมที่ยอดเยี่ยมจากลูกค้า จุดแข็งของดิฉัน/ผมคือความสามารถในการเล่าเรื่อง ความรู้ด้านวัฒนธรรม และความเชี่ยวชาญทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น ดิฉัน/ผมหวังว่าจะมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำให้กับลูกค้าของบริษัท
ข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นในการแนะนำตัวภาษาอังกฤษ
ผู้สมัครหลายคนเสียคะแนนตั้งแต่ช่วงแนะนำตัวเพราะทำผิดพลาดที่พบบ่อยดังนี้
- พูดยาวเกินไปและวกวน
- ออกเสียงผิดหรือพูดเร็วเกินไป
- ใช้คำศัพท์หรือไวยากรณ์ซับซ้อนเกินความจำเป็น
- ขาดความมั่นใจ เสียงพูดเบา ไม่ชัดเจน
- ไม่เน้นจุดแข็งที่เหมาะสมกับตำแหน่งที่สมัคร
- เลียนแบบคำพูดตามแบบแผน ขาดความเป็นธรรมชาติ
เคล็ดลับการแนะนำตัวภาษาอังกฤษให้สร้างความประทับใจ
เพื่อให้การแนะนำตัวของคุณดูเป็นมืออาชีพและดึงดูดผู้สัมภาษณ์ ควรใส่ใจประสบการณ์ดังต่อไปนี้
- เตรียมตัวและฝึกซ้อมล่วงหน้าเพื่อให้เนื้อหาชัดเจนและมั่นใจเมื่อพูด
- ออกเสียงให้ถูกต้อง ชัดเจน และหลีกเลี่ยงการพูดเร็วเกินไป
- ใช้ภาษากาย เช่น การสบตา รอยยิ้ม และท่าทางมือ เพื่อเพิ่มความเป็นมืออาชีพ
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและตำแหน่งงานอย่างละเอียด เพื่อให้เนื้อหาการแนะนำตัวสอดคล้องกับความต้องการของผู้สัมภาษณ์
- จัดโครงสร้างการแนะนำตัวภายใน 1–2 นาที ให้กระชับแต่ครบถ้วน
- หลีกเลี่ยงเรื่องที่ไม่ควรพูด เช่น เงินเดือนที่คาดหวัง หรือเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้อง
- สร้างความประทับใจเชิงบวกด้วยทัศนคติเชิงบวก ความกระตือรือร้น และความเป็นมืออาชีพ
>>> Read more
- [การ review อย่างละเอียด] App เรียนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กดีหรือไม่ราคาเท่าไหร่
- [รีวิวแบบละเอียด] ELSA Speak คืออะไร? แอปฝึกพูดภาษาอังกฤษสำหรับคนทำงานที่มีเวลาน้อย
เน้นการออกเสียง
คุณไม่จำเป็นต้องออกเสียงคำศัพท์ให้ถูกต้อง 100% แต่พยายามออกเสียงในระดับที่ผู้ฟังของคุณสามารถระบุคำศัพท์ได้อย่างถูกต้อง เพราะไม่ว่าเนื้อหาจะดีแค่ไหน ศัพท์ไพเราะและไวยากรณ์ ล้ำเลิศ แค่ไหน แค่ออกเสียงไม่ชัดหรือไม่ถูกต้องก็จะทำให้การส่งข้อมูลของคุณจะถูกจำกัดอย่างมาก
คำศัพท์และไวยากรณ์ ที่เลิศเลอ จะ ทำให้นายหน้าซาบซึ้งหรือไม่?

หลายคนมักจะคิดว่าการใช้คำศัพท์และโครงสร้างไวยากรณ์ที่ เลิศเลอ จะช่วยสร้างความประทับใจให้นายจ้างได้ อันที่จริง ก็กล่าวถูกต้องหากนายจ้างมีความรู้ภาษาอังกฤษดีหรือเป็นเจ้าของภาษา และคุณสามารถใช้คำและโครงสร้างเหล่านั้นได้
อย่างไรก็ตาม หากระดับภาษาอังกฤษของนายจ้างอยู่ในระดับปานกลาง สิ่งที่คุณคิดว่าสามารถช่วยให้คุณ ได้คะแนน กลับกลายเป็นการสร้างอุปสรรคในการสื่อสารระหว่างคุณกับนายจ้าง
ข้างต้นคือการรวบรวมเคล็ดลับ หมายเหตุ และความรู้ที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อให้สามารถแนะนําตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งานและในชีวิตประจะวันได้อย่างเชี่ยวชาญ ELSA Speak หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณมั่นใจและประทับใจในการแนะนำตัวเอง ขอบคุณที่อ่านบทความ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า!
หนึ่งใน 4 เกณฑ์การให้คะแนนของทั้ง IELTS Speaking & Writing คือ Grammatical range & accuracy (ความหลากหลายและความแม่นยำทางไวยากรณ์) ส่วนที่เป็นพื้นฐานและสำคัญที่สุดสำหรับการปูพื้นฐานไวยากรณ์ให้แน่น นั้นคือต้องเข้าใจคำกริยาในภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี ดังนั้น ให้ดูบทความด้านล่างเพื่อทำความเข้าใจ verb คือ อะไรนะ

คำกริยาในภาษาอังกฤษหรือ verb คือ อะไร?
คำกริยาในภาษาอังกฤษ Verb คือ คำหรือวลีที่ใช้แสดงการกระทำหรือสถานะบางอย่างของประธาน และมีหน้าที่ในการถ่ายทอดข้อมูลสำคัญ คำกริยาในภาษาอังกฤษเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักที่จำเป็นต้องมีในประโยคภาษาอังกฤษ เราไม่สามารถสร้างประโยคได้หากไม่มีคำกริยา
ตัวอย่าง:
- He goes to school on foot everyday (เขาเดินไปโรงเรียนทุกวัน)
→ Goes ใช้ยังไงในประโยคนี้ ด้วยประธาน He เราเติม “es” ต่อท้ายคำกริยา “go” ให้เป็น “goes“
- The sky is blue (ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า)

การจำแนกคำกริยาในภาษาอังกฤษโดยละเอียด
การจำแนกตามบทบาทของกริยา
verb to be คือ อะไร
คำกริยา To be จะเปลี่ยนตามองค์ประกอบต่อไปนี้:
- ประโยคอยู่ในรูปแบบบอกเล่า ปฏิเสธ คำถามใช่หรือไม่หรือคำถามที่มีคำเป็นคำถาม
- บุรุษของประธาน
- กาล
ประโยคบอกเล่า (Positive):
To be ในประโยคบอกเล่าจะอยู่หลังประธานและเปลี่ยนไปตามตัวประธาน โดยละเอียดดังตารางต่อไปนี้
| To be (บอกเล่า) | To be (บอกเล่า) | แบบสั้น (บอกเล่า) |
| I | am | I’m |
| He/She/It | is | He’s/She’s/It’s |
| We | are | We’re |
| You | are | You’re |
| They | are | They’re |
ตัวอย่าง
| POSITIVE | SHORT FORM | |||
| I | am | English. | I’m | English. |
| He/She/It | is | He’s/She’s/It’s | ||
| We | are | We’re | ||
| You | are | You’re | ||
| They | are | They’re | ||
ประโยคปฏิเสธ (negative):
to be ในประโยคปฏิเสธจะมีตำแหน่งและบุรุษเหมือนกันกับประโยคบอกเล่า แต่เราจะเติม “Not” หลังคำกริยา to be
| To be (ปฏิเสธ) | To be (ปฏิเสธ) | แบบสั้น (ปฏิเสธ) |
| I | am not | I’m not |
| He/She/It | is not | He/She/It + isn’t He’s/She’s/It’s + not |
| We | are not | We‘re not/ We aren’t |
| You | are not | You‘re not/ You aren’t |
| They | are not | They‘re not/ They aren’t |
ตัวอย่าง
| NEGATIVE | SHORT FORM | |||
| I | am not | French. | I’m not | French. |
| He/She/It | is not | He/She/It isn’t He’s/She’s/It’s not | ||
| We | are not | We aren’t/We‘re not | ||
| You | are not | You aren’t/You‘re not | ||
| They | are not | They aren’t/They‘re not | ||
ด้วยประเภทคำถามใช่หรือไม่ (Yes No Question):
to be มีหน้าที่นำหน้าประโยค ก่อนประธาน และผันตามบุรุษตามกฎที่เพิ่งกล่าวถึง
| Yes/No Questions | Short Answers | |||
| Am | I | late? | Yes, I am. | No, I‘m not. |
| Is | he/she/it | Yes, he/she/it is. | No, he/she/it isn’t. No he‘s/she‘s/it‘s not. | |
| Are | we | Yes, we are. | No, we aren’t/we‘re not. | |
| Are | you | Yes, you are. | No, you aren’t/you‘re not. | |
| Are | they | Yes, they are. | No, they aren’t/they‘re not. | |
ในคำถามแบบใช้คำถาม (WH-question):
เราจะใส่ to be ไว้หลังคำให้พื่อถาม และจะผันตามบุรุษตามกฎข้อที่แล้วด้วย
| Wh-QUESTIONS | ||
| Where | am | I? |
| Who | are | you? |
| What | is (‘s) | your job? |
| How old | is (‘s) | your brother? |
หน้าที่ของคำกริยา to be:
- To be ใช้เพื่ออธิบายผู้คนและสิ่งของ
- To be ใช้เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง
- To be ใช้เพื่ออธิบายตำแหน่งและเวลา
- To be ใช้เพื่ออธิบายข้อมูล เช่น อายุ สัญชาติ อาชีพ สี
คำกริยาการกระทำ (action verb)
คำกริยาการกระทำ Action verb คือกริยาที่แสดงการกระทำธรรมดาๆ
ตัวอย่าง:
- Peter listens to music when he is sad (Peter ฟังเพลงเมื่อเขาเศร้า)
→ ด้วยประธานคือ “Peter” กริยา “listen” เพิ่ม “s” เป็น “listens”
ตัวอย่าง
- Peter listens to music when he is sad.
- Peter works until 9pm every day.
คำกริยาช่วย (auxiliary verb)
ในภาษาอังกฤษ คำกริยาช่วย หรือ auxiliary verb คือคำกริยาที่ “สนับสนุน” คำกริยาอื่นๆ เพื่อสร้างโครงสร้างเกี่ยวกับกาลกริยา รูปแบบกรรมวาจก ฯลฯ คำกริยาช่วยทั่วไปบางคำในภาษาอังกฤษมักใช้คือ do, have
ตัวอย่าง
- I have studied English for three years. (ฉันเรียนภาษาอังกฤษมา 3 ปีแล้ว)
- We don’t like to eat onions. (เราไม่ชอบกินหัวหอม)
กริยาช่วย (Modal Verb)
Modal verb คือกริยาที่มีหน้าที่มีหน้าที่เสริมความหมายให้กริยาหลัก ใช้แสดงความเป็นไปได้ ความตั้งใจ ข้อห้าม ความจำเป็น คำกริยาช่วยทั่วไปรวมถึงคำเช่น can, could, may might, must, have to, need, should, ought to

อกรรมกริยาและสกรรมกริยาในภาษาอังกฤษ
อกรรมกริยา (Intransitive Verb)ในภาษาอังกฤษคืออะไร
ในภาษาอังกฤษ อกรรมกริยา หรือ Intransitive Verb คือคำกริยาที่ไม่จำเป็นต้องมีกรรมตามหลัง แต่ยังสามารถแสดงความหมายของประโยคได้อย่างเต็มที่
สกรรมกริยา (Transitive Verb) ในภาษาอังกฤษคืออะไร
ในภาษาอังกฤษ สกรรมกริยา หรือ Transitive Verb คือคำที่ต้องมีกรรมตามหลังเพื่อสร้างประโยคที่มีความหมายเฉพาะ ในด้านไวยากรณ์ สกรรมกริยาต้องมีอย่างน้อยหนึ่งกรรมตามหลังคำนั้น สกรรมกริยาเดี่ยวคือกริยาที่ต้องการเพียงกรรมเดียวตามหลัง สกรรมกริยาคู่คือ กริยาที่ต้องการกรรมสองอย่าง ซึ่งสามารถเป็นกรรมตรงหรือกรรมรอง
ตัวอย่าง
- Intransitive Verb: The children are playing in the park.
- Transitive Verb: She is saving money to buy a new house.
>>> Read more: Gerund and infinitive – หลักการใช้และแบบฝึกหัด
รูปแบบคำกริยาทั่วไปในภาษาอังกฤษ
กิริยาทางกาย (Physical verb)
กิริยาทางกายในภาษาอังกฤษหมายถึงคำที่อธิบายการกระทำของประธานในประโยค
ตัวอย่าง
- The cat is lying by the window.
- He threw the ball at me.
คำกริยาแสดงสภาวะ (Stative verb)
คำกริยาแสดงสภาวะ Stative verb คือคำที่ไม่ได้ใช้อธิบายการกระทำแต่ใช้เพื่อระบุการมีอยู่ของเหตุการณ์หรือสถานการณ์บางอย่างในชีวิต
ตัวอย่าง
- Mr. Tactful seems like a nice guy.
- This salad tastes delicious.
คำกริยาที่แสดงสภาวะทางความคิด (Mental verb)
คำกริยาที่แสดงสภาวะทางความคิดในภาษาอังกฤษเป็นคำที่มีความหมายทางความคิด ตัวอย่างเฉพาะ เช่น เข้าใจ รู้ คิด เป็นต้น เกี่ยวกับปัญหาหรือเหตุการณ์หนึ่งในชีวิต คำกริยาเหล่านี้จะไม่ถูกผันในกาลต่อเนื่อง
ตัวอย่าง
- I like her dress.
- I understand the problem you are having.

แบบฝึกหัดคำกริยาในภาษาอังกฤษ
แบบฝึกหัดกริยาปกติ
- I (listen) ___ to music every night.
- They (go) ___ to school every day.
- We (get) ___ up at 5 every morning.
- You (live) ___ in a big city.
- Nga and Lan (brush) ___ their teeth.
- Nam and Ba (wash) ___ their faces.
- I (have) ____ breakfast every morning.
- Na (have) ____ breakfast at 6 o’clock
- Every morning, Ba (get) ____ up.
- He (brush) ____ his teeth.
คำตอบ
- listen
- go
- get
- live
- brush
- wash
- have
- has
- gets
- brushes
แบบฝึกหัดทั่วไปเกี่ยวกับคำกริยาภาษาอังกฤษ
- I ___ anything about the night of the accident.
a. don’t remember
b. ‘m not remembering
c. wasn’t remembering
- After we broke up, she sold the ring that I ____ her for her birthday.
a. give
b. was giving
c. had given
- We ____ our website.
a. recently renewed
b. are recently renewing
c. have recently renewed
- We took off our clothes and ____ into the river.
a. were jumping
b. had jumped
c. jumped
คำตอบ
1/ a. don’t remember
2/ c. had given
3/ c. have recently renewed
4/ c. jumped
บทสรุป
ข้างต้นคือความรู้เกี่ยวกับคำกริยาในภาษาอังกฤษทั้งหมด ด้วยความรู้เหล่านี้ คุณจะได้เรียนรู้ด้วยวิธีที่ง่ายและสมบูรณ์ที่สุด! เพื่อการเลือกเส้นทางที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณในการพิชิตภาษาอังกฤษ ELSA Speak ยินดีที่ได้เป็นเพื่อนเดินทางของคุณ
การอวยพรให้โชคดีเป็นหนึ่งในคำพูดทั่วไปในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ในภาษาอังกฤษมีการอวยพรให้โชคดีหลายวิธีขึ้นอยู่กับผู้ฟังและสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้น บทความต่อไปนี้จะแนะนำให้ผู้เรียนรู้จักวิธีขอให้โชคดีภาษาอังกฤษในแบบต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนนำไปใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน
สำนวนขอให้โชคดีภาษาอังกฤษยอดนิยม
- Good luck! – ขอให้โชคดี (นี่คือคําอวยพรทั่วไปและใช้บ่อยที่สุด ผู้เรียนสามารถใช้คําอวยพรนี้กับผู้ฟังและสถานการณ์ต่างๆกันได้)
- All the best! – ทุกอย่างที่ดีที่สุด
- Wish you all the best – ขอให้ได้พบเจอแต่สิ่งดีที่สุดในทุก ๆ ด้าน
- Best of luck! – ขอให้โชคดี
- I wish you luck!- ฉันขอให้คุณโชคดี
- Best wishes – ขออวยพรที่ดีที่สุด
- Hope you do well! – หวังว่าคุณจะทำได้ดี
- Prayers be with you – ความปรารถนาจะอยู่กับคุณ
- I hope things will turn out fine. – ฉันหวังว่าทุกอย่างจะออกมาดี
- I hope things will work out all right – ฉันหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น
- Have fun storming the castle! – ขอให้โชคดีกับสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่
- Successfully pull off the heist! – ขอให้ปล้นความสำเร็จมาให้ได้
- May the good lord bless you – ขอให้พระเจ้าคุ้มครองคุณ
- I’m rooting for you – ฉันสนับสนุนคุณอย่างเต็มที่
- Press your thumbs together – อธิษฐานเผื่อทุกสิ่งที่ดี
- Many blessings to you – ขออวยพรให้คุณโชคดี
ใช้ทั้งเพื่อให้กำลังใจและขอให้โชคดี
- You were made for this! – คุณเกิดมาเพื่อสิ่งนี้
- You’ll do great! – คุณจะทำได้ดีมาก
- May the force be with you! – ขอพลังจงสถิตอยู่กับคุณ
ใช้เพื่อขอให้โชคดีในการสอบและการแข่งขัน
- Win big time! ชัยชนะครั้งใหญ่
- Go forth and conquer – ออกไปและพิชิต
- Take home the crown! – คว้ามงกุฎกลับมาที่บ้าน
- Believe in yourself and make it happen – เชื่อมั่นในตัวเองและทำมันให้สำเร็จ
- Bring home the trophy – นำถ้วยรางวัลกลับบ้าน
คำขอให้โชคดีและประสบความสำเร็จภาษาอังกฤษอื่นๆ
นอกจากการอวยพรให้โชคดีด้วยเหล่าประโยคข้างต้นในสถานการณ์ต่างๆ แล้ว ต่อไปนี้เรายังจะแนะนำให้ผู้เรียนรู้จักสำนวน (idiom) หรือกริยาวลี (Phrasal Verbs) ที่มีความหมายว่าโชคดีกับสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้คุณนำไปใช้ได้อย่างคล่องตัวในหลาย ๆ สถานการณ์
Break a leg
ตามพจนานุกรมของอ็อกซ์ฟอร์ด idiom นี้หมายถึง “used to wish somebody good luck, especially to an actor before they go on stage” (พจนานุกรมออกซ์ฟอร์ด) – ความหมาย: เคยอวยพรให้ใครสักคนโชคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสมาชิกนักแสดงก่อนที่จะขึ้นเวที
มักใช้กับคนที่ทำงานในวงการบันเทิง ศิลปะ หรือคนที่กำลังเตรียมการแสดง

Blow them away
ตามพจนานุกรมของอ็อกซ์ฟอร์ด phrasal verb นี้หมายถึง “to defeat somebody easily; to be much better than others of the same type” (พจนานุกรมออกซ์ฟอร์ด) – ความหมาย เพื่อเอาชนะใครง่ายๆ ดีกว่าคนอื่น ๆ ในประเภทเดียวกัน
โครงสร้าง: blow somebody away
หมายเหตุ: กรณีที่ใช้: ไม่เป็นทางการ สนิทสนม
Knock on wood
ตามพจนานุกรมของอ็อกซ์ฟอร์ด idiom นี้หมายถึง: “used when talking about your previous good luck or your hopes for the future, to avoid bringing bad luck” (พจนานุกรมออกซ์ฟอร์ด) – ความหมาย: ใช้เมื่อพูดถึงความโชคดีในอดีตหรือความหวังของคุณในอนาคต เพื่อหลีกเลี่ยงการนำโชคร้ายมาให้

Godspeed
ตามพจนานุกรมของ Oxford คำนี้หมายถึง: “used to express good wishes to a person starting on a journey” (พจนานุกรมออกซ์ฟอร์ด) – ความหมาย: ใช้เพื่อแสดงความปรารถนาดีต่อผู้ที่กำลังเริ่มต้นการเดินทาง
Fingers crossed
นี่คือการไขว้นิ้ว – การกระทำของคนสมัยก่อนในบางประเทศหมายถึงการนำโชคดีมาให้ ดังนั้นคำอวยพรนี้จึงถูกใช้ในสถานการณ์การสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษมากมาย
>>> Read more: 160+ วิธีบอก ขอให้เป็นวันที่ดี ภาษาอังกฤษ
ขอให้โชคดีในครั้งต่อไปเป็นภาษาอังกฤษ
- Better luck next time! – ขอให้โชคดีในครั้งต่อไป (คำอวยพรขอให้โชคดีในครั้งต่อไปที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ)
- Good luck next time!: ขอให้โชคดีในครั้งต่อไป
- Wish you luck next time!: หวังว่าครั้งหน้าคุณจะโชคดี
- Hope you do well next time!: หวังว่าคุณจะทำได้ดีกว่านี้ในครั้งต่อไป
บทสรุป
ข้างต้นเป็นวิธีทั่วไปในการอวยพรให้โชคดีเป็นภาษาอังกฤษ หวังว่าผู้เรียนจะสามารถนำไปใช้กับกระบวนการสื่อสารภาษาอังกฤษของตนเองได้มากที่สุด และสามารถส่งความปรารถนาดีไปยังคนรอบข้าง รวมทั้งใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตได้ง่ายขึ้น
>>> Read more:
- 80+ แคปชั่น อวยพรวันเกิดตัวเอง ภาษาอังกฤษที่มีความหมาย
- 80+ อวยพรงานแต่ง ที่เหมาะสมและไพเราะ มีความหมายที่ควรรู้
- Congratulations เรียนจบ : 50+ คำอวยพร เรียนจบภาษาอังกฤษสั้นๆ พร้อมคำแปล
หัวข้อ แนะนําเพื่อนภาษาอังกฤษ (Talk about your best friend) เป็นหัวข้อที่มักจะปรากฏในการสอบ IELTS Speaking Part 2 เสมอ บทความต่อไปนี้ของ ELSA Speak จะช่วยให้คุณถอดรหัสหัวข้อนี้โดยละเอียด คุณสามารถใช้คำตอบตัวอย่างนี้กับหัวข้อที่คล้ายกัน เช่น การแนะนําเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษ Talk about a friend, Talk About Your Close Friend, Describe one of your best friends, Talk about a good friend, Talk about a close friend you have,…
มาศึกษาคำศัพท์ (วลี) ที่จำเป็นสำหรับหัวข้อ แนะนําเพื่อนภาษาอังกฤษ ทบทวนโครงสร้างที่ดีสำหรับข้อสอบ IELTS Speaking Part 2 ดูตัวอย่าง + พอดแคสต์ที่รวบรวมรายละเอียดดังนี้!
โครงสร้างบทสนทนา แนะนําเพื่อนภาษาอังกฤษ (Talk about your best friend)
โดยปกติแล้วในการสอบ IELTS Speaking Part 2 เราจะนำเสนอด้วยโครงร่างและการ์ดที่มีอยู่ บทสนทนาภาษาอังกฤษแนะนําเพื่อน Part 2 ที่ดีจะประกอบด้วยบทนำ (introduction) เนื้อหา (body) และบทสรุป (conclusion) ในนั้น:
- บทนำ: บทนำใช้เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ฟัง เช่นเดียวกับการนำเสนอในชั้นเรียนด้วยการเปิดเรื่องที่เรียบง่ายและตรงประเด็น
ตัวอย่าง:
“OK so now I would like to share with you about a friend I love to spend time with.”
- เนื้อหา: ส่วนเนื้อหา เราจะตอบคำถามในการ์ดตามลำดับจากบนลงล่าง
หมายเหตุ: เมื่อตอบคำถามแต่ละข้อ พยายามให้คำตอบด้วยประมาณ 3 แนวคิด โดยแนวคิดแรกจำเป็นต้องตอบคำถามโดยตรง ส่วนแนวคิดที่ 2 และ 3 ใช้เพื่อชี้แจงความหมายของแนวคิดแรก
- ดังนั้นในส่วนเนื้อหาของบทความ เราจะมีคำตอบยาว ๆ 4 คำตอบ โดจยแต่ละคำตอบจะรวม 3 แนวคิดที่ระบุไว้ในวิธีการจดบันทึกต่อไปนี้:
+ What this person looks like: Sommai /50 years old, tall, bald/smart, nice, kind
+ When and where you met this person: 3 years ago/Christmas party/talking skill
+ What you do when you are together: keep in touch/send messages/never get bored or sad
+ And explain why he/she is one of your best friends: count on/help a lot/release stress
- บทสรุป: ข้อสรุปใช้เพื่อส่งสัญญาณให้ผู้ฟังทราบว่าการนำเสนอของผู้พูดสิ้นสุดลงแล้ว ในส่วนนี้ เราควรให้แนวคิดที่แสดงถึงความหวังที่จะเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับบทความ
ตัวอย่าง:
“So that’s all I would like to say about my best friend. I hope in the future we will have more time to hang out and create some more fun memories together.”
ต่อไปนี้คือภาพประกอบของโครงสร้างบทสนทนาแนะนําเพื่อนภาษาอังกฤษที่ดีสำหรับ IELTS Speaking Part 2:

คำศัพท์ แนะนําเพื่อนภาษาอังกฤษ (Talk about your best friend)
คำศัพท์เพื่ออธิบายอายุ
- Young at heart: จิตวิญญาณที่อ่อนเยาว์
- In her/ his twenties: ในวัยยี่สิบของเธอ / ของเขา
- In his/ her teenage years: ในช่วงวัยรุ่นของเขา/เธอ
- Middle-ages: วัยกลางคน
- Over the hill: ผู้สูงอายุ
คำศัพท์เพื่ออธิบายรูปลักษณ์
- Slender: เพรียวบาง
- Well-built: ร่างกายที่สวยงาม
- Muscular: กล้ามเนื้อ
- Stocky: แข็ง
- Slim: ผอมเพรียว
- Of medium/ average built: ปานกลาง
- Fit: พอดี
- Well-proportioned figure: รูปร่างสมส่วน
- Frail : อ่อนแอ เปราะบาง
- Plump: อ้วน
- Shortish: ค่อนข้างต่ำ

คำศัพท์ที่ใช้อธิบายส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
- Dark skin: ผิวคล้ำ
- Fair skin: ผิวสว่าง
- Tanned skin: ผิวสีแทน
- Neat hair: ผมเรียบร้อย
- Blonde: ผมสีบลอนด์
- Dyed: ย้อมผม
- Oval face: ใบหน้ารูปไข่
- High cheekbones: โหนกแก้มสูง
- High forehead: หน้าผากสูง
- Dimples: ลักยิ้ม
คำศัพท์เพื่ออธิบายบุคลิกภาพ
| Down-to-earth: ตรงไปตรงมา เป็นมิตร | Brave: กล้าหาญ |
| Gorgeous: น่าดึงดูดใจ | Careful: ระวัง |
| Snazzy: ทันสมัย น่าดึงดูด | Hard-working: ทำงานขยัน |
| Friendly: เป็นมิตร | Outgoing: เปิดกว้าง |
| Generous: ใจกว้าง | Intelligent: อัจฉริยะ |
| Soft: นุ่มนวล อ่อนโยน | Talented: มีความสามารถ มีพรสวรรค์ |
| Serious: จริงจัง | Cautious: ระมัดระวัง |
| Creative: มีความคิดสร้างสรรค์ | Competitive: ชิงดีชิงเด่น |
| Introverted: เก็บตัว | Rational: ปานกลาง มีเหตุผล |
| Imaginative: จินตนาการ | Sincere: จริงใจ |
| Humorous: อารมณ์ขัน | Honest: ซื่อสัตย์ |
วลีที่ดีควรใช้ในการทดสอบ การเขียน แนะนําเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษ
| to stay even when everyone else has left | อยู่ต่อแม้ในขณะที่ทุกคนหันหลังให้กับคุณ |
| never talk behind your back | ไม่พูดลับหลัง |
| to be there for you in any situation | จะอยู่เคียงข้างคุณในทุกสถานการณ์ |
| to speak openly from the heart | พูดตรงๆจากใจ |
| to keep their promises | รักษาสัญญา |
| to truly understand who you are | เข้าใจคุณจริงๆ |
| to be with you through thick and thin | อยู่กับคุณในทุกสถานการณ์เสมอ |
| since forever – for a long time | เป็นเวลานานมาก |
| share weal and woe in life | ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน |
| raises your spirits | ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น |
โครงสร้างประโยคที่ดีสำหรับหัวข้อ แนะนําเพื่อนภาษาอังกฤษ (Talk about your best friend)
Intro
- The friend I would like to tell you about today is ….. : เพื่อนที่อยากเล่าให้ฟังวันนี้คือ…
- The person who I consider my best friend is……: คนที่ฉันคิดว่าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันคือ…
- When it comes to my closest friend, I would say it’s….: ถ้าพูดถึงเพื่อนสนิท ฉันจะนึกถึง…
เวลาที่คุณและฉันรู้จักกัน
- I’ve known him/her for ….. years: ฉันรู้จักเขา/เธอมาเป็นเวลา….. ปีที่แล้ว
- I’ve known him/her since …..…..: ฉันรู้จักเขา/เธอตั้งแต่…
- To this day, I still remember vividly the first time we met was in …….: จนถึงทุกวันนี้ฉันยังจำได้ชัดเจนว่าครั้งแรกที่เราพบกันที่…
ความประทับใจแรกพบ
- When I first met him/her, I was very impressed by his/her …: เมื่อฉันพบเขา/เธอครั้งแรก ฉันรู้สึกประทับใจโดย…. ของเขา/เธอมาก
- My first impression about him/her was… : ความประทับใจแรกพบของฉันที่มีต่อเขา/เธอคือ….
วิธีเปลี่ยนแนวคิด

- Moving on to talking about his/her personality/appearance,…: ฉันขอพูดถึงรูปร่างหน้าตา/บุคลิกของเขา/เธอ
- Speaking of his/ her personality trait/appearance,…: เกี่ยวกับบุคลิก/รูปลักษณ์ของเขา/เธอ…
- Talking a little bit about ….: ในที่นี้ฉันขอพูดถึง….
- The best thing about him/her is that he is…: สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับเขา/เธอคือ…
- Regarding personality, he/she is such a…: เกี่ยวกับบุคลิกภาพ เขา/เธอเป็นคน…
- Another amazing trait of him/her is…: ลักษณะเด่นอีกอย่างหนึ่งของเขา/เธอคือ…
- What I mean is that…: ฉันหมายถึง
ตัวอย่าง แนะนําเพื่อนภาษาอังกฤษ (Talk About Your Best Friend) – IELTS speaking part 2
การ์ดตัวอย่าง:
Talk about your best friend.
You should say:
– What this person looks like?
– When and where you met this person?
– What you do when you are together?
– And explain why he/she is one of your best friends?
ตัวอย่าง แนะนําเพื่อนภาษาอังกฤษ (Talk about your best friend) – Band 5.0+
Introduction:
Okay, let me tell you about my best friend.
Body:
- His name is Sommai and he lives in America. He is around 30 years old with beards, average height and a bald head. About personality, he is very mature but young at heart, knowledgeable and sometimes very funny. Whenever he is around, he will make people laugh.
- I met him 3 years ago at a small party. My friend held that party for the Christmas celebration. Sommai was there as my friend invited him to come and I was there too. My first impression of him was his communication skills. To be honest, it was very easy for him to make new friends, including me.
- After the party, we became friends and kept in touch on social media because he had to go back to his country. We text each other every day. He is now far away but we still send messages every day and tell stories to each other. You know, I never feel bored or sad because I can share my feelings with him.
- I really like him because I can count on him if I have some problems in life. He helps me a lot when I feel sad at work. Before I go to sleep, I sometimes call him and tell him about what happens that day. This habit helps me a lot in releasing my stress and feeling happier when I wake up the next day.
Conclusion:
So, that is what I want to say. Thank you for your listening.

Sample answer Talk About Your Best Friend band 6.5+
Introduction:
Okay, let me tell you about the friend that I like to be with.
Body:
- His name is Sommai who is American and lives in the US. At the moment, he is in his fifties with beards, average height. He told me he chose to have a bald head because it is his style. Speaking of personality, he is very mature, down-to-earth but young at heart, knowledgeable and sometimes strikes people with his sense of humor. Wherever he goes, he will make people laugh.
- I bumped into him 3 years ago at a small party which was held by my friend for a Christmas celebration. Sommai was there as my friend invited him to come and so was I. To my surprise, I was really impressed by the way Sommai broke the ice with the people in the party. To be honest, I found it easy for him to form new friendships, including ours.
- After the party was over, we became friends and had to keep in touch on social media due to the fact that he had to go back to his country. However, we text each other every day. Though he is now far away, we still send daily messages and tell stories to each other. You know, it is him who helps me never get bored or sad because I can share how I feel with him.
- The reason why I really admire him is because I can count on him for some advice and guidance. I mean he helps me a lot when I feel under the weather or stressed at work. Before I go to sleep, I usually call him and tell him about what happens to me that day. This frequent habit allows me to not only reduce my work-related stress as well as improves my mood but also makes me feel calm and brings me motivation when I wake up the next day.
Conclusion:
So, that is what I would like to say. I hope that we will meet again and continue to share our stories together.
ตัวอย่างวง แนะนําเพื่อนภาษาอังกฤษ Talk About Your Best Friend 8.0+
Introduction
So now I would like to share with you a friend who makes me feel happy and willing to spend time with.
Body:
- The friend I would like to tell you about is Sommai, who is American and lives in the US. At the moment, he is a middle-aged man who is in his fifties with beards, average height. The highlight in his appearance is his bald head, the nerdy style that he chose 30 years ago as he believed to be his permanent look. In terms of personality, I would say he is pretty gorgeous, charming, outspoken but young at heart, knowledgeable and sometimes entertains people with his sense of humor. What I mean is wherever he goes, he will create an easy going atmosphere where people feel at home and comfortable enough to express themselves
- Regarding our first rendez-vous, it was in a small Christmas party which was organized by my friend 3 years ago where we commenced our friendship. That night, Sommai came to the party as an invitee and so was I. To my surprise, I was really impressed by the way Sommai broke the ice with all the strangers in the party. To be honest, I must admit that Sommai is the kind of person who never struggles in starting small talks with someone he meets for the first time.
- After the party was over, Sommai and I got closer and became soulmates. However, we had to keep in touch on social media due to the fact that he had to go back to his country. I mean we text each other every day. Despite the geographical distance, we never cease to catch up with each other by texting or sometimes video calling day by day, night by night. You know, it is undeniable that he is the one who helps me get over with boredom, sadness, stress, disappointment or even depression in life because I can confide everything to him without the fear of being judged or complained.
- I have always considered him not only my best friend but also my mentor because I can rely on him for some suggestions, aids and guidance. What I mean is he supports me a lot when I feel under the weather or stressed at an intense work schedule. Before I crash, I usually call him and tell him about what happens to me that day. This frequent bedtime activity allows me to not only reduce my work-related stress as well as improves my mood but also makes me feel calm and brings me motivation when I wake up the next day.
Conclusion:
So, those are the reasons why I chose to present to you about Sommai. I truly believe that no matter what happens, come rain come shine, Sommai will always be there and give out his hand with his guidance and support in bringing me to some proper life decision.
ด้านบนคือตัวอย่าง Band 5.0+, 6.5+, 8.0+ IELTS Speaking Part 2 – หัวข้อ แนะนําเพื่อนภาษาอังกฤษ Talk About Your Best Friend ที่ได้รวบรวมอย่างละเอียดโดยทีมผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการที่ ELSA Speak อย่าลืมว่าการจำคำศัพท์ (วลี) ที่สำคัญ และใช้เลย์เอาต์ IELTS Speaking Part 2 ที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและควบคุมคำตอบได้ จากตรงนั้น คุณจะสามารถเพิ่มคะแนนสอบให้ได้สูงสุด
ขอให้เรียนได้ผลดีกันทุกคนนะ






