Author: Ánh Nguyễn

การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้าน หรือวิธีการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพที่บ้านเป็นรูปแบบที่หลายคนสมัครเนื่องจากความคล่องตัวและความยืดหยุ่น อย่างไรก็ตาม การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านก็จะมีอุปสรรคมากมายที่ทำให้คุณ “อัพเกรดไม่ได้” มาร่วมกับ ELSA Speak เพื่อค้นหาว่า อุปสรรคเหล่านั้นคืออะไร จากนั้น ก็จะมีวิธีการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านที่มีประสิทธิภาพนะ!

“เปิดเผย” 5 วิธีการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้าน ฟรี ง่าย และมีประสิทธิภาพมากที่สุด

การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองเริ่มจากอะไร? การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้าน บางครั้งนำมาซึ่งอุปสรรคมากมายหากหากไม่มีวิธีการเรียนที่ถูกต้อง ในบทความนี้ ELSA Speak จะเผยให้คุณทราบเกี่ยวกับวิธีการเรียนภาษาอังกฤษที่บ้านเพื่อการสื่อสารให้ดี ซึ่งหลายคนเคยใช้แล้วสำเร็จจึงมาแบ่งปันต่อ

เตรียม/เลือกสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่มีประสิทธิภาพที่บ้าน

หนึ่งวิธีที่เร็วที่สุดในการพัฒนาภาษาอังกฤษคือ การข้าถึงสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษานั้นอย่างสม่ำเสมอ ถ้ามองในอีกด้าน ยังช่วยให้คุณจำและใช้ภาษาต่างประเทศทุกวัน จนป้องกันปัญหาการลืมความรู้ คุณสามารถจัดสภาพแวดล้อมภาษาอังกฤษรอบๆ ตัวคุณได้ง่ายๆ เริ่มจากโทรศัพท์ให้เปลี่ยนภาษาของมือถือเป็นภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ คุณควรเขียนกระดาษโน้ตโน้ตเป็นภาษาอังกฤษไว้ในบ้านด้วย

ฝึกออกเสียงมาตรฐานสากลตามสัทอักษรภาษาอังกฤษ IPA

จากประสบการณ์การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองเพื่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพของผู้ที่ประสบความสำเร็จหลายๆ คน การเรียนรู้การออกเสียงภาษาอังกฤษเป็นสิ่งจำเป็นปัจจัยสำคัญอันแรกที่จะช่วยให้คุณสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องและคล่องแคล่ว เมื่อคุณออกเสียงได้ดี เนื้อหาที่คุณต้องการสื่อก็จะสมบูรณ์กับผู้ฟังอย่างแท้จริง

คุณควรเรียนรู้การออกเสียงแต่ละคำตามระบบสัทอักษรสากล IPA นอกจากนั้น คุณสามารถใช้แอพฝึกพูดภาษาอังกฤษเพื่อทดสอบการออกเสียงก่อน จากนั้นจะมีเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสม

เรียนภาษาอังกฤษแบบ 1-1 กับ ELSA Speak

>> 1001 บทเรียนการสื่อสารภาษาอังกฤษพื้นฐานเต็มรูปแบบและมีประสิทธิภาพกับ ELSA Speak

ปัจจุบัน แอปพลิเคชัน ELSA Speak เป็นแอพการออกเสียงภาษาอังกฤษและสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยี AI เพื่อช่วยให้ผู้เรียนตรวจสอบข้อผิดพลาดในการออกเสียงและปรับเสียงให้ถูกต้อง คุณสามารถดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรี หรือซื้อ ELSA Speak แพ็คเกจ Pro เพื่อฝึกสื่อสารกับบทเรียนเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีเส้นทางการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านเฉพาะบุคคล มีผู้ช่วยส่วนตัวที่เป็นเจ้าของภาษา เหมือนเรียนกับติวเตอร์ หรือครูตามมาตรฐานสากลสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานและสามารถเรียนที่บ้านได้

ELSA Speak เป็นเหมือนสถาบันการสื่อสารภาษาอังกฤษขนาดจิ๋ว ที่นี่ คุณสามารถฝึกฝนการออกเสียงภาษาอังกฤษ และสื่อสารได้อย่างถูกต้องด้วยการสนับสนุนจาก AI แล้วมีชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่สนุกสนาน… และอื่นๆ อีกมากมาย

เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษตามหัวข้อ

การเรียนรู้คำศัพท์ยังเป็นอีกวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับคนทำงานซึ่งคุณอาจจะไม่เคยสังเกตมาก่อน คำศัพท์ที่ใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันมีตั้งแต่ 2,500 ถึง 3,000 คำ ขั้นแรก คุณควรเรียนภาษาอังกฤษตามหัวข้อที่มีคำศัพท์ทั่วไป เช่น การทักทาย ทิศทาง สถานที่ …

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิธีที่มีประสิทธิภาพในการเรียนรู้คำศัพท์คือ ไม่เรียนรู้คำศัพท์แต่ละคำแยกกัน เพราะจะทำให้ไม่เข้าใจบริบทของการใช้หรือสับสนเมื่อนำไปใช้ แทนที่นั้น ให้เรียนรู้คำศัพท์ตามวลีที่มีความหมาย คำในบริบทที่ถูกต้อง

>> เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองตามหัวข้อที่บ้าน

ตัวอย่างเช่น: “end” คุณต้องเรียนรู้วลี  “in the end”, “at the end”, by the end”

หรือ: “interested”ต้องเรียนคำวลีว่า “be interested in” เพื่อสร้างประโยค

ฝึกพูดทุกวัน

ฝึกพูดภาษาอังกฤษทุกวันเพื่อให้พูดได้คล่องและถูกต้องยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ฝึกฝนการออกเสียงภาษาอังกฤษมาตรฐานตามสัทอักษรสากล IPA การเรียนรู้ภาษาโดยทั่วไปและโดยเฉพาะภาษาอังกฤษล้วนสร้างขึ้นจากความชำนาญในการใช้งาน

เป้าหมายสูงสุดของคุณคือการสื่อสาร ดังนั้น ความเชี่ยวชาญควรเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง ในการทำเช่นนี้ คุณต้องฝึกพูดทุกวันเพื่อปรับปรุงระดับของคุณ

เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ฟรี เสริมทักษะการฟัง-ตอบกลับ

ทักษะการฟังและการตอบกลับจะช่วยให้คุณสร้างปฏิกิริยาตอบกลับที่ดีในการสื่อสาร วิธีเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านเพื่อสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ คุณสามารถลองตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:

ขั้นตอนที่ 1: ก่อนที่จะฟัง ให้นึกภาพหัวข้อ – หัวข้อที่คุณกำลังจะฟัง เกี่ยวกับสถานการณ์ และคำศัพท์

ขั้นตอนที่ 2: ฟังโดยทั่วไป เข้าใจเนื้อหาหลัก หลีกเลี่ยงการฟังทีละประโยค ทีละคำ

ขั้นตอนที่ 3: ฝึกปฏิกิริยาตอบกลับในการสนทนา

ขั้นตอนที่ 4: ทำซ้ำขั้นตอนข้างต้นจนชำนาญ

เคล็ดลับเล็ก ๆ ในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านเพื่อการสื่อสารคือ การบันทึกการออกเสียงของคุณเอง ซึ่งเมื่อฟังเสียงจากการบันทึกจะช่วยให้คุณรู้จำข้อผิดพลาดได้ง่าย จากนั้นก็จะช่วยแก้ไขและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น การบันทึกขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงของตัวเองยังเป็นแรงจูงใจที่จะช่วยให้คุณพยายามต่อไป

นอกจากนี้ คุณสามารถเรียนรู้วิธี shadowing เพิ่มเติม เพื่อฝึกการฟังและการตอบกลับได้อย่างรวดเร็วในสถานการณ์จริง

แพ็กเกจเรียน ELSA Premium
banner (compare free vs pro)

เส้นทางการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

กำหนดระดับของตัวเองก่อนที่จะเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

เพื่อให้มีเส้นทางการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่เหมาะสม คุณต้องกำหนดว่า ระดับภาษาอังกฤษของคุณอยู่ระดับไหน ตัวคุณเองมีทักษะอะไรและขาดทักษะอะไร จากนั้น ก็สามารถออกแบบเส้นทางการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมได้ หลีกเลี่ยงการทำซ้ำบทเรียนที่ง่ายเกินไปที่จะทำให้คุณรู้สึกเบื่อหน่าย

กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและเฉพาะเจาะจง

หลังจากทราบระดับภาษาอังกฤษของคุณแล้ว สิ่งต่อไปคือการกำหนดเป้าหมายเมื่อคุณต้องการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้เร็วที่สุด เพื่อให้ได้ผล เป้าหมายของคุณจะต้องชัดเจนและเฉพาะเจาะจง การตั้งเป้าหมายสำหรับตัวคุณเองทำให้ง่ายต่อการระบุทักษะและความรู้ที่ต้องจัดลำดับความสำคัญ หลีกเลี่ยงการเสียเวลาเรียนรู้สิ่งต่างๆ มากเกินไปและกระจายออกไป

เลือกวิธีการที่เหมาะสม

ขั้นตอนต่อไปที่คุณต้องทำคือเลือกวิธีที่เหมาะสมในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านเพื่อการสื่อสาร แต่ละคนจะมีวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมโดยเฉพาะ ดังนั้นคุณควรเลือกวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารที่บ้านให้สอดคล้องกับระดับและเป้าหมายปัจจุบันของคุณ การเลือกวิธีการที่เหมาะสมจะทำให้ความสามารถทางภาษาอังกฤษของคุณดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและรวดเร็ว

การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านควรฝึกอ่านและเรียนรู้คำศัพท์ใหม่อยู่เสมอ ระหว่างการเรียน ผู้เรียนอาจสงสัยว่า even if แปลว่า อะไร และการค้นหาความหมายของคำเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจภาษาอังกฤษได้ดียิ่งขึ้น

4 ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านเป็นเรื่องยากสำหรับคุณ

ไม่มีเส้นทางการเรียนภาษาอังกฤษที่บ้านที่เหมาะสม

หากคุณกำลังเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านและเริ่มต้นจากศูนย์ ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่คุณไม่สามารถสร้างเส้นทางการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่มีประสิทธิภาพที่บ้านได้ โฮมสคูลส่วนใหญ่สงสัยว่า “ควรเริ่มต้นจากตรงไหน” “เรียนอะไรก่อนดี” “เปลี่ยนจากพื้นฐานเป็นขั้นสูงได้อย่างไร”…

เมื่อคุณไม่สามารถสร้างเส้นทางการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่บ้านที่เหมาะกับตัวเองได้ “อาชีพ” ในการเรียนรู้การสื่อสารของคุณจะพังทลายลงอย่างรวดเร็ว

วิธีการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารที่บ้านอย่างไรให้ได้ผล / เรียนภาษาอังกฤษด้วยต

ไม่สามารถประเมินความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษได้

ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษของคุณอยู่ในระดับไหน? อ่อนแอ – ปานกลาง หรือดีแล้ว?

ทักษะการสื่อสารเป็นเรื่องยากที่จะประเมินด้วยตัวเอง ดังนั้นมันจึงเป็นหนึ่งในทักษะที่ยากที่สุดในการฝึกที่บ้าน หากคุณไม่ประเมินระดับของตัวเอง คุณจะไม่รู้จุดแข็งและจุดอ่อนของคุณ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการสื่อสารภาษาอังกฤษของคุณได้อย่างง่ายดาย

จิตใจเฉื่อยชา ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้

วินัยในตัวเองเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่มักจะคุ้นเคยกับการมีคนผลักดันการเรียนรู้ของพวกเขา การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองเพื่อการสื่อสารที่บ้านมีแนวโน้มที่จะสร้างความคิดที่เกียจคร้านและไม่มุ่งมั่นเพื่อเป้าหมายที่ตั้งไว้

ขาดสภาพแวดล้อมสำหรับการฝึกฝน

การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้าน มักจะไม่ค่อยมีโอกาสโต้ตอบกับความเป็นจริง โดยเฉพาะคือการพูดคุยกับเจ้าของภาษา ความสามารถในการพูดและการฟังภาษาอังกฤษยังไม่ใช้ถึงขีดสุด การขาดสภาพแวดล้อมการฝึกฝน จึงทำให้กระบวนการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองเพื่อการสื่อสารอย่างรวดเร็วของคุณน่าผิดหวังมากขึ้น

ท็อป 3 เว็บไซต์/แอพเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้าน ที่มีคุณภาพดีที่สุดปี 2566

ELSA Speak

เรียนภาษาอังกฤษด้วยแอป ELSA Speak ดีหรือไม่

ELSA Speak เป็นแอปฝึกพูดและสื่อสารภาษาอังกฤษที่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดในการออกเสียงของแต่ละพยางค์ได้ โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เมื่อฝึกฝนกับ ELSA Speak คุณจะได้รับคำตอบทันที โดยชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดและให้คำแนะนำในการแก้ไขโดยละเอียดและเฉพาะเจาะจง

นอกจากนี้ ELSA Speak ยังเป็นหนึ่งในแอปการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด ณ ปัจจุบัน ด้วยการพัฒนาหัวข้อในชีวิตจริงมากกว่า 200 หัวข้อ พร้อมบทเรียนมากกว่า 5,000 บท ที่มีพยางค์ครบถ้วนตามสัทอักษรสากล IPA ด้วยการฝึกฝนเพียง 10 นาทีต่อวัน ความสามารถในการออกเสียงและการสื่อสารก็จะดีขึ้นอย่างมากในเวลาเพียงไม่กี่เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ELSA Speak ยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัว ช่วยให้คุณออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ของตัวเองให้เหมาะกับความสามารถและเป้าหมายของแต่ละคน

British Council

British Council เป็นเว็บไซต์ขององค์กรสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือที่เชี่ยวชาญในด้านการศึกษาและวัฒนธรรมระหว่างประเทศ

ผู้เรียนสามารถหาสื่อการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านและคำแนะนำสำหรับทักษะการเรียนรู้ (Listening, Reading, Writing, Speaking) หรือไวยากรณ์ คำศัพท์ (Grammar and Vocabulary) นอกจากนี้ British Council ยังออกแบบเนื้อหาให้เหมาะสมกับเส้นทางการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับคนทำงาน (Business and Work) และการสอบ IELTS

Oxford Online English

Oxford Online English Test เป็นเว็บไซต์ทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษฟรีที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยม ได้ออกแบบตามมาตรฐานของ Oxford เว็บไซต์จัดทำแบบทดสอบสำหรับผู้เรียนครอบคลุมทั้ง 4 ทักษะที่สำคัญในภาษาอังกฤษ ได้แก่ การฟัง การอ่าน ไวยากรณ์ และคำศัพท์ จึงช่วยให้คุณประเมินระดับภาษาอังกฤษได้อย่างแม่นยำที่สุด และยังเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากในการฝึกฝนภาษาอังกฤษอีกด้วย

ท็อป 4 สื่อการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านที่ฟรีมีประสิทธิภาพมากที่สุด

Speak English Like An American

พูดภาษาอังกฤษเหมือนชาวอเมริกัน เป็นชื่อภาษาไทยของหนังสือเล่มดังกล่าว ด้วยเนื้อหาที่ตรงกับชื่อ คุณจะสามารถเข้าถึงประโยคการสื่อสารของชาวอเมริกันที่คุ้นเคย วิธีการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับผู้เริ่มต้น ควรเรียนรู้จากการฝึกพูดได้อย่างถูกต้อง

หนึ่งในการเรียนด้วยตัวเองที่บ้านที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบัน

เนื้อหาของหนังสือเป็นไปตามรูปแบบการเล่าเรื่อง 25 เรื่องพร้อมวิดีโอที่เล่าถึงช่วงขึ้นๆ ลงๆ ของครอบครัวหนึ่งที่เริ่มขายเค้ก ตัวละครหลักคือเด็กชายบ็อบ

ในหนังสือเล่มนี้ คุณจะได้เรียนรู้สถานการณ์การสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน สำนวน และคำสแลงที่สอดแทรกไว้อย่างแยบยล

English Pronunciation in Use

นี่คือหนังสือเรียนที่หลายประเทศทั่วโลกนำไปใช้ในการเรียนรู้การออกเสียงภาษาอังกฤษ ชุดหนังสือประกอบด้วย 3 เล่ม ที่สอดคล้องกับ 3 ระดับ ได้แก่ Elementar (พื้นฐาน) Intermediate (ระดับกลาง) และ Advanced (ขั้นสูง)

เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านด้วย English Pronunciation in Use

การเรียนรู้การออกเสียงตามสื่อการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านรวมกับไฟล์เสียงจะช่วยเพิ่มความสามารถในการสื่อสารของคุณ ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดของการเรียนรู้การสื่อสารภาษาอังกฤษด้วยวิธีนี้คือ คุณไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าออกเสียงถูกต้องหรือยัง อันนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณ และผู้คนที่ช่วยสนับสนุนตรวจสอบคุณ

Tactics for English

หากคุณอยากฝึกฟังภาษาอังกฤษที่บ้าน คุณไม่ควรมองข้ามวิธีการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารด้วยหนังสือ Tactics for English เล่มนี้ ชุด Tactics for English ประกอบด้วยหนังสือ 3 เล่ม เทียบเท่ากับ 3 ระดับ ได้แก่ ขั้นพื้นฐาน ขยาย และขั้นสูง แต่ละระดับก็มี 24 บทเรียนที่แตกต่างกันเกี่ยวกับหัวข้อในชีวิตประจำวัน

ฝึกฟังฝึกพูดภาษาอังกฤษที่บ้านสำหรับผู้เริ่มต้นด้วย Tactics for English

นอกจากนี้ คุณยังสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์เรียนภาษาอังกฤษที่บ้านฟรีที่มีประสิทธิภาพ เช่น:

BBC English – เว็บไซต์เรียนภาษาอังกฤษผ่านบทความ

BBC Learning English เป็นเว็บไซต์สำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษทั่วโลกเว็บไซต์นี้เป็นของหนังสือพิมพ์ BBC อังกฤษที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงของอังกฤษ จุดเน้นของการเรียนภาษาอังกฤษผ่าน BBC English คือ การเรียนรู้ผ่านบทความ เว็บไซต์ได้รับการออกแบบเพื่อให้ผู้เรียนภาษาอังกฤษทุกระดับก็สามารถใช้งานได้

ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ง่ายผ่านบทความ ไฟล์เสียงภาษาอังกฤษในหัวข้อต่างๆ อีกทั้งเสียงอ่านบนเว็บไซต์ BBC English ก็เป็นสำเนียงภาษาอังกฤษมาตรฐานสากล การทำความคุ้นเคยกับสำเนียงภาษาอังกฤษมาตรฐานสากลนั้นมีประโยชน์มากๆเมื่อทำการสอบเพื่อรับใบรับรอง เช่น IELTS, TOEIC…

แอพเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ / เรียนภาษาอังกฤษด้วยต

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทั่วไปในชีวิตประจำวัน

คุณสามารถฝึกฟังฝึกพูดภาษาอังกฤษได้ที่บ้านด้วยประโยคการสื่อสารพื้นฐานบางประโยค ดูเพิ่มเติมที่:

เพื่อให้การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านได้ผลดี คุณต้องมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนให้จบ หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่โชคร้ายเหล่านี้ การใช้วิธีการเรียนภาษาอังกฤษดังกล่าวข้างต้นจะช่วยให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ดีอย่างรวดเร็ว มาแบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับแอปพลิเคชันการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองฟรีที่บ้านกับ ELSA Speak กันนะ!

แอพเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ?

ELSA Speak – Cambridge Dictionary – Oxford dictionary

วิธีการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารที่บ้านอย่างไรให้ได้ผล?

ฝึกการออกเสียงตามการถอดเสียง IPA – เรียนรู้คำศัพท์ตามหัวข้อ – ฝึกพูดและฝึกฟังทุกวัน

In, On, At เป็นเหล่าคำบุพบท (prepositions) ที่ใช้บ่อยในภาษาอังกฤษเพื่อบอกเวลาและตำแหน่ง แต่ก็เป็นคำที่ทำให้สับสนได้ง่ายเมื่อนำมาใช้ มาศึกษาความหมายและวิธีใช้ที่ถูกต้องของ 3 บุพบทนี้ไปพร้อมกับ ELSA Speak กัน!

IN ON AT คืออะไร?

IN, ON, AT เป็นบุพบทที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาอังกฤษ ใช้เพื่อระบุเวลาและตำแหน่งของการกระทำ

ตัวอย่าง:

IN, ON, AT คืออะไร?

>>> อาจจะมีบางอย่างที่คุณยังไม่เคยรู้มาก่อน: เขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษจะใช้ In On หรือ At

หลักการ การใช้ IN ON AT

การเรียนภาษาอังกฤษบางครั้งอาจทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับการใช้ in, on, at. หลายคนอาจสงสัยว่า in on at ใช้ยังไง ให้ถูกต้อง ในบทความนี้จะมาอธิบายวิธีการใช้ที่ง่ายและจำง่าย:

วิธีใช้ IN

ในการใช้ IN ON AT จงจำไว้ว่า IN เป็นคำบุพบทที่มีช่วงที่กว้างที่สุดในสามคำนั้น IN มาพร้อมกับคำของเวลาและสถานที่ทั่วไปและเป็นสากล

วิธีใช้ IN

วิธีการใช้
ตัวอย่างข้อยกเว้น
สถานที่ใช้กับสถานที่ขนาดใหญ่ เช่น ประเทศ ทวีป โลก เมือง จังหวัด อำเภอ เขตที่อยู่อาศัย…in Thailand, in Asia, in Bangkok, in the world(หมายความว่า ในโลก แตกต่างจาก “on the earth” หมายถึง บนพื้นผิวโลก)…In ก็หมายถึงว่า “ภายใน”
ตัวอย่าง– in the box (ในกล่อง)– in the sea (ในทะเล)
เวลาใช้กับคำแสดงช่วงเวลาใหญ่ๆ เช่น ศตวรรษ พันปี ทศวรรษ เดือน ปี สัปดาห์ …in the 20th century, in 2022, in July, in the 3nd week of May, in the afternoon, in the morning, in the evening…

>>> มีเรื่องน่าสนใจที่คุณอาจยังไม่รู้: คำบุพบทบอกเวลา (preposition of time): การใช้พร้อมกับตัวอย่าง

วิธีใช้ ON

The range of places and times that go with the preposition ON is a middle range, wider than the preposition AT but more detailed than the preposition IN. That’s how IN ON AT is distinguished by its basic range.

วิธีใช้ ON
วิธีการใช้ตัวอย่าง
สถานที่ใช้กับสถานที่ที่เป็นพื้นผิวต่างๆ เช่น บนโต๊ะ พื้นน้ำ …
เมื่อใช้กับที่อยู่ ON จะเชื่อมโยงกับชื่อถนนโดยไม่มีบ้านเลขที่เฉพาะเจาะจง
On the desk, on the lake, on Khaosan Street…
เวลาใช้กับคำระบุวัน หรือครึ่งวันOn Monday, on July 15th, on Saturday morning,…

>>> Read more:

วิธีใช้ AT

The preposition AT comes with a time expression that indicates a specific time and place, and that is how to use IN ON AT.

วิธีใช้ AT
วิธีการใช้ตัวอย่างข้อยกเว้น
สถานที่ใช้กับสถานที่เล็กๆ เช่น บ้านเลขที่เฉพาะ บ้าน โรงเรียน มุมเล็กๆ ทางแยก…At school, at home, at 24 Rama II Street, at the corner…At the end of sth = จุดจบของ…
At the bottom of sth = ด้านล่างของ…
เวลาใช้กับคำที่ระบุกรอบเวลาเล็กๆ เช่น ช่วงสั้นๆ ระหว่างช่วงใหญ่ๆ ของวัน (ตอนบ่ายประมาณ 12.00 – 13.00 น. ตอนกลางคืนหลัง 22.00 น.) เวลาเฉพาะ…At 6 o’clock, at night, at noon…AT ยังใช้กับคำในโอกาสพิเศษ เช่น at New Year, at Christmas, at weekend…

บางกรณีพิเศษใน การใช้ IN ON AT

ช่วงเวลาในวัน

เมื่อพูดถึงช่วงเวลาภายในวัน แต่ละบุพบทจะมีวิธีใช้ที่ต่างกัน:

เทศกาลและวันหยุด

ในการใช้ภาษาอังกฤษ บุพบทที่ใช้กับเทศกาลและวันหยุดมีความแตกต่างที่ชัดเจน:

บอกสถานที่

ทั้งสามบุพบทนี้มักถูกใช้ในการบรรยายตำแหน่ง แต่มีความหมายไม่เหมือนกัน:

กรณีที่ไม่ใช้ IN, ON, AT

มีบางกรณีที่ไม่จำเป็นต้องใช้บุพบทก่อนคำนามที่บอกเวลา เช่น เมื่อมีคำกำหนดหรือเน้นเวลาอยู่แล้ว ได้แก่ each, every, next, last, this, that, some, any, all.  

ตัวอย่าง: I went to Beijing last month (ไม่ใช้ in last month).

มาร่วมทำความเข้าใจ การใช้ some any เพื่อให้ใช้อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีแยกความแตกต่างของแต่ละกรณีอย่างง่าย นอกจากนี้ยังมีแบบฝึกหัดให้คุณลองทำเพื่อช่วยให้จำได้ดีขึ้นด้วย

การแยกความหมาย on time และ in time

แม้ว่าทั้งสองคำจะใช้คู่กับคำว่า “time” แต่ก็มีความหมายที่แตกต่างกัน:

ข้อควรระวังในการใช้ in on at

>>> Read more:

เมื่อเรียนการใช้ in, on, at หลายคนมักสับสนกับคำเชื่อมและโครงสร้างประโยคอื่น ๆ ด้วย เช่น บางคนอาจสงสัยว่า even if แปลว่า อะไร และใช้ต่างจากคำเชื่อมอื่นอย่างไร เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในประโยคภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง มาดูกันเลย

แบบฝึกหัด in on at พร้อมเฉลย

บทที่ 1: แยกแยะ IN ON AT เพื่อเติมคำบุพบทที่เหมาะสมในช่องว่าง:

1. ___ 12st October6. ___ noon
2. ___ the future7. ___ party
3. ___ 19588. ___ 21st September 1928
4. ___ Saturday9. ___ Tuesday evening
5. ___ May10. ___ summer

คำตอบ:

คำถาม – คำตอบคำอธิบาย
1 – onใช้ on กับวันที่ที่เฉพาะเจาะจง (on + วัน/เดือน). → on 12th October.
2 – inใช้ in กับช่วงเวลาที่ยาวหรือไม่ชัดเจน เช่น in the future, in the past.
3 – inใช้ in กับปี เดือน ศตวรรษ (in 1958).
4 – onใช้ on กับวันในสัปดาห์ (on Monday, on Saturday).
5 – inใช้ in กับเดือน (in May).
6 – atใช้ at กับเวลาที่เฉพาะเจาะจงในวัน (at noon, at midnight).
7- atใช้ at กับเหตุการณ์ งานเลี้ยง (at a party, at a meeting).
8 – onใช้ on กับวัน/เดือน/ปีที่เฉพาะเจาะจง (on 21st September 1928).
9 – onใช้ on กับวัน + ช่วงเวลาในวัน (on Tuesday evening).
10 – inใช้ in กับฤดูกาล(in summer, in winter).

บทที่ 2: แยกแยะ IN ON AT เพื่อเติมประโยคต่อไปนี้ด้วยคำบุพบทที่เหมาะสม:

  1. Jack has lived ___ 21 Melbourn Street, Australia since 2003.
  2. Jenny was born ___ 2 June, 2005 and she is 3 years younger than Tom. 
  3. Tom often goes for a walk ___ the morning.
  4. Peter has to work overtime ___ night.
  5. Penny is taking care of his grandfather so you only can meet him ___ hospital.
  6. Sheldon was born ___ Texas.
  7. My sister is going ___ vacation.
  8. Jenny has something to do so let’s meet ___ 9PM.
  9. Tom is the most friendly person ___ my mind.
  10. Jenny is too short to reach the book ___ the bookshelf.

คำตอบ:

คำถาม – คำตอบประโยคสมบูรณ์คำอธิบายโดยละเอียด
1  – atJack has lived at 21 Melbourn Street, Australia since 2003. (แจ็ค อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 21 ถนน Melbourn ประเทศออสเตรเลีย ตั้งแต่ปี 2003)ใช้ at กับที่อยู่ที่เฉพาะเจาะจง (เลขที่บ้าน + ชื่อถนน) เพื่อระบุตำแหน่งที่แน่นอน
2 – onJenny was born on 2 June, 2005 and she is 3 years younger than Tom. (เจนนี่ เกิดวันที่ 2 มิถุนายน 2005 และอายุน้อยกว่า ทอม 3 ปี)ใช้ on กับวันที่เฉพาะเจาะจง (วัน + เดือน + ปี) เช่น on 2 June 2005 / on June 2, 2005
3 – inTom often goes for a walk in the morning. (ทอม มักไปเดินเล่นในตอนเช้า)ใช้ in กับช่วงเวลาของวัน: in the morning / in the afternoon / in the evening (ข้อยกเว้น: at night)
4 – atPeter has to work overtime at night. (ปีเตอร์ ต้องทำงานล่วงเวลาในตอนกลางคืน)ใช้ at กับช่วงเวลาโดยรวม “กลางคืน” → at night. (ถ้าพูดถึง “ระหว่างช่วงใดช่วงหนึ่งในกลางคืน” สามารถใช้ during the night.)
5 – atPenny is taking care of his grandfather so you only can meet him at (the) hospital.
(เพนนี กำลังดูแลคุณปู่ของเขา ดังนั้นคุณสามารถเจอเขาได้ที่โรงพยาบาลเท่านั้น)
มักใช้ at the hospital (ตำแหน่ง: ที่โรงพยาบาล) หมายเหตุ: ในภาษาอังกฤษ-อังกฤษ ถ้าจะบอกว่า “กำลังรักษาตัว” มักใช้ in hospital (ไม่มี the); ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันนิยมใช้ in/at the hospital
6 – inSheldon was born in Texas. (เชลดอน เกิดที่รัฐ เท็กซัส)ใช้ in กับรัฐ เมือง ประเทศ หรือพื้นที่ใหญ่ (in Texas, in London, in Japan)
7 – onMy sister is going on vacation. (พี่สาวของฉันกำลังจะไปพักผ่อน)สำนวน: go on vacation / go on holiday → ใช้ on
8 – atJenny has something to do so let’s meet at 9PM. (เจนนี่ มีธุระต้องทำ งั้นเรามาเจอกันตอน 3 ทุ่มนะ)ใช้ at กับเวลาที่เจาะจง: at 9 PM, at noon, at midnight
9 – inTom is the most friendly person in my mind. (ทอม เป็นคนที่เป็นมิตรที่สุดในความคิดของฉัน)in my mind =”ในความคิดของฉัน / ในหัวของฉัน” (ยังสามารถใช้ to me หรือ in my opinion ได้ตามน้ำเสียง)
10 – onJenny is too short to reach the book on the bookshelf. (เจนนี่ ตัวเตี้ยเกินไปที่จะหยิบหนังสือบนชั้นวางได้)ใช้ on กับสิ่งของที่สามารถวางวัตถุได้ (on the shelf/bookshelf, on the table)

คำถามที่พบบ่อย

เดือนเมษายนใช้ IN, ON หรือ AT?

เมื่อพูดถึงเดือน (เช่น เดือนเมษายน) ใช้ IN

เลขที่บ้านใช้ IN, ON หรือ AT?

เมื่อระบุที่อยู่ที่ชัดเจน (มีเลขที่บ้าน) ใช้ AT

การใช้ in on at กับ วัน เดือน ปี?

On ใช้กับอะไรได้บ้าง?

ใช้กับพื้นผิว (on the table), พาหนะสาธารณะ (on the bus), วันในสัปดาห์ (on Monday)

In ใช้กับอะไร?

ใช้กับพื้นที่ปิด (in the room), ประเทศ/เมือง (in Vietnam), เดือน/ปี (in July, in 2025)

การใช้ in on at กับ สถาน ที่ เป็นอย่างไร?

การใช้ in on at กับเวลาเป็นอย่างไร?

In → Long period of time: in July, in 2025, in the morning .

On → Day, day of the week, specific day: on Monday, on 15th June .

At → hour or short period of time: at 7 o’clock, at noon, at night .

Do you use in or on for the month?

ใช้ IN

Day use in or on?

Use ON

Year: use in or on?

ใช้ IN

>>> Read more:

ELSA Speak ก็สรุปวิธีการใช้ IN ON AT ให้คุณอย่างละเอียดแล้ว! จดไว้ทันทีในสมุดบันทึกภาษาอังกฤษของคุณเพื่อทบทวนเป็นประจำนะคุณยังคงดิ้นรนกับไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ? ลองดูหนึ่งในเส้นทางการเรียนรู้ของ ELSA Speak ด้านล่างนี้นะ

คำศัพท์เป็นส่วนสำคัญมากในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการสอบ IELTS แต่ต้องทำอย่างไรให้มีวิธีทบทวน คำ ศัพท์ IELTS ที่ได้ผล? คำศัพท์ที่ใช้มากที่สุดในการสอบ IELTS คืออะไรบ้าง? ในบทความต่อไปนี้ ELSA Speak จะตอบทุกคำถามของคุณ และรวบรวมคำศัพท์ตามหัวข้อเพื่อช่วยคุณปรับปรุงคลังคำศัพท์ของตนเองนะ!

สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ศัพท์ IELTS

เรียนภาษาอังกฤษด้วยแอป ELSA Speak ดีหรือไม่

ในกระบวนการเรียนรู้คำศัพท์ IELTS บางครั้งอาจจะมีความยากเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สามารถจดจำคำศัพท์ได้นาน และนำไปใช้กับแบบฝึกหัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรเรียนรู้ตามหัวข้อต่างๆ เรียนตามวลี และบริบทอีกด้วย

บางคนมีนิสัยชอบเรียนคําศัพท์ภาษาอังกฤษแยกกัน แต่แบบนี้ไม่ได้ให้ผลลัพธ์มากนัก เพราะเมื่อเรียนคำศัพท์แบบแยกกัน จะทำให้ไม่สามารถแยกแยะความหมายของคำในบริบทเฉพาะได้ หมายความว่าแต่ละคำจะมีความหมายหลายอย่าง และแต่ละความหมายก็จะอยู่ในบริบทที่ต่างกัน

ตัวอย่างเช่น: 

I caught my hair in the fan (แปลว่า: ผมของฉันถูกติดอยู่ที่พัดลม)

The painting on the wall catches everyone’s attention (แปลว่า: ภาพวาดบนผนังดึงดูดความสนใจของทุกคน)

จากตัวอย่างข้างต้น เราจะเห็นว่า การเรียนรู้คำศัพท์ตามหัวข้อ วลี และบริบทที่เฉพาะ จะช่วยให้เราจำได้นานขึ้นและแปลคำศัพท์ได้ถูกต้องมากขึ้น

วิธีการจดบันทึกคำศัพท์ IELTS

เรียนภาษาอังกฤษแบบ 1-1 กับ ELSA Speak

คุณต้องเตรียมสมุดบันทึกคำศัพท์ เพื่อจดบันทึกคำหรือวลีหลังจากเรียนรู้แต่ละครั้ง

ด้วยวิธีการเขียนคำศัพท์ด้านหนึ่ง แปลเป็นภาษาไทยอีกด้านหนึ่ง พร้อมตัวอย่างประกอบด้านล่าง จะช่วยให้คุณเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังต้องเรียนคำศัพท์ทั้งในด้านประเภทของคำ คำเหมือน การออกเสียง วิธีการใช้ ฯลฯ การจดบันทึกอย่างพิถีพิถันจะช่วยให้คุณจำคำศัพท์ได้ยาวนาน

หากไวยากรณ์ของคุณไม่แข็งแรง คุณสามารถดูตัวอย่างในพจนานุกรม Cambridge, Oxford, Longman หรือหนังสือ Vocabulary for IELTS ฯลฯ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม

วิธีแยกคำศัพท์ IELTS เมื่อวิเคราะห์บทตัวอย่าง

โดยปกติ วิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการแยกคำศัพท์ IELTS เมื่อวิเคราะห์บทตัวอย่างคือ การแยกตามวลี วิธีการแยกขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยต่อไปนี้:

ตัวอย่างเช่น: บทตัวอย่างในหัวข้อ Environment แยกได้วลี “global warming” และเมื่อคุณพบคำพ้องความหมายอื่นคือ “rising global temperatures” คุณจะต้องบันทึกไว้วลีทั้งสองนี้

ตัวอย่างเช่น: บทตัวอย่างในหัวข้อ Ageing population โดยมีวลี “chronic diseases” และ “life expectancy” => จดบันทึกประโยคในบทความที่มีวลีนี้

ต่อไปนี้คือคำศัพท์ทั่วไปบางคำที่ปรากฏในข้อสอบ IELTS สำหรับแต่ละหัวข้อที่แตกต่างกัน คุณสามารถอ้างอิงเพื่อเพิ่มคลังคำศัพท์ของคุณนะ!

คำศัพท์ IELTS ตามหัวข้อส่วนตัว

คำศัพท์ตามหัวข้อ Health – สุขภาพ

Obesity (n)โรคอ้วน
Obese(adj)อ้วน
Junk food – fast food (n)อาหารจานด่วน
Excessive consumption of…บริโภคมากเกินไป…
Rapid weight gainการเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
Weight problemsปัญหาเกี่ยวกับน้ำหนัก
Childhood obesity = child obesity = obesity among childrenโรคอ้วนในวัยเด็ก
Have a healthy diet = have a balanced dietรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และสมดุล
Have an unhealthy diet = have an imbalanced dietรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพและไม่สมดุล
Significant taxing of fast foodเก็บภาษีสูงสำหรับอาหารจานด่วน
Physical activityการออกกำลังกาย
Sedentary lifestylesการใช้ชีวิตแบบนั่งนิ่ง/เฉื่อยชา
Participate in = Take part in = engage inเข้าร่วม
Take regular exerciseออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
Make healthier food choicesเลือกอาหารที่ดีขึ้นต่อสุขภาพ
Try to eat more vegetables and fruitพยายามกินผักและผลไม้ให้มากขึ้น
Home-cooked foodอาหารปรุงเอง
Public health campaignsการรณรงค์เพื่อสุขภาพของประชาชน
Suffer from various health issuesมีปัญหาด้านสุขภาพต่างๆ
To be at a higher risk of heart diseasesมีความเสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจ
Treatment costsค่ารักษา
School education programmesโปรแกรมการศึกษาในโรงเรียน
Average life expectancyอายุขัยเฉลี่ย
The prevalence of fast food and processed foodความแพร่หลายของอาหารจานด่วนและอาหารแปรรูป
Raise public awarenessสร้างความตระหนักแก่สาธารณชน

คำศัพท์ตามหัวข้อ Lifestyle – วิถีชีวิต

คำ ศัพท์ ielts ตามหัวข้อ Lifestyle
Unwind = Relax (v)ผ่อนคลาย
Intensive training (n)การฝึกแบบเข้มข้นสูง
Hit the gym (v)ไปออกกำลังกาย ไปยิม
Lean body (n)ร่างกายลีน ผอมแต่สุขภาพดี
Treadmill (n)ลู่วิ่งสำหรับเดินวิ่ง
Health-conscious (adj)ใส่ใจสุขภาพ
Do wonders (for (Sb/St)) (v)ดีสำหรับใคร ดีสำหรับอะไร
Diabetes (n)โรคเบาหวาน
Chronic disease (n)โรคเรื้อรัง
Feasible methods (n)วิธีการที่เป็นไปได้
Speed up my metabolism (v)เร่งการเผาผลาญ
Balanced diet (n)อาหารที่สมดุล
Remedy (n)วิธีแก้ไข
Sculptureประติมากรรม
Eminent painter (n)จิตรกรที่มีชื่อเสียงและมีความสามารถ
Implement strict rules (v)ใช้กฎที่เข้มงวด
Fine art (n)ศิลปะโดยทั่วไป
Piece of artwork (n)งานศิลปะ
Abstract (adj)เชิงนามธรรม
Alignment (n)การจัดตำแหน่ง การจัดวาง
Disseminate (v)เผยแพร่ โฆษณาชวนเชื่อ
Classic (adj)คลาสสิค
Creativity (n)ความคิดสร้างสรรค์
Think outside the box (v)ความคิดที่เปิดกว้าง นอกกรอบ
Oil painting (n)ภาพวาดสีน้ำมัน
Elegant pursuit (n)ความสุขที่สง่างาม
Depict (v)พรรณนา
Admire (v)ชื่นชม
Innate talent (n)พรสวรรค์ที่มีมาแต่กำเนิด

คำศัพท์ตามหัวข้อ Travel – การท่องเที่ยว

คำ ศัพท์ ielts หัวข้อ Travel
Car rentค่าธรรมเนียมการเช่ารถ
Local specialtyความพิเศษของท้องถิ่น
Take the leadเป็นผู้นำ รับเสียงข้างมาก
Rat raceชีวิตที่วุ่นวาย
Carpoolingคาร์พูลลิ่ง
MRT journey (Mass Rapid Transport journey)การเดินทางโดย MRT (กำหนดการเดินทางของรถไฟใต้ดินในบางประเทศ เช่น สิงคโปร์ ไต้หวัน)
Local cuisineอาหารพื้นเมือง
Jam-packedแน่น แออัด
Wend one’s way forwardเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
Means of transportวิธีการขนส่ง
Breathtakingสวยจนหายใจไม่ออก
Cost-effectiveคุ้มค่าเงิน
Boardขึ้นรถ ขึ้นรถไฟ
Tranquillityความสงบสุข
Blastกิจกรรมที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน
Traffic congestion (n)การจราจรคับคั่ง
Worth-living city (n)เมืองน่าอยู่
It would be a miss (not to)มันจะพลาด (ถ้าไม่)
Embark on the journey (v)เริ่มต้นการเดินทาง
Recharge my battery (v)ชาร์จแบตเตอรี่ของฉัน
Fill up (v)เติมให้เต็ม
Tourist attraction (n)แหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว
Superb (adj)ยอดเยี่ยม
Electric minibus (n)รถมินิบัสไฟฟ้า
Rush hour (n)ชั่วโมงเร่งด่วน
Coastal city (n)เมืองชายฝั่ง
Unexpected expenses (n)ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด
Aerial walkway (n)สะพานคนเดินยกระดับ

คำศัพท์ตามหัวข้อ Marriage – การแต่งงาน

แพ็กเกจเรียน ELSA Premium
banner (compare free vs pro)
Spouse (n)สามี/ภรรยา
Big day (n)วันสำคัญ
Kind-hearted (adj)ใจดี อบอุ่น (บุคลิกภาพ)
Splash out on (St) (v)ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย
Arranged marriage (n)การแต่งงานแบบคลุมถุงชน
Quality time (n)เวลาอันมีค่า
Crucial role (n)มีบทบาทสำคัญ
Lavish wedding (n)งานแต่งงานที่หรูหรา
Lifelong commitment (n)ความมุ่งมั่นตลอดชีวิต
Nuclear family (n)ครอบครัวนิวเคลียร์ (รวมถึงพ่อแม่และลูก)
Determination (n)ความแน่วแน่
Tie the knot (v)เป็นสามีภรรยากัน
Close-knit family (n)ครอบครัวที่แน่นแฟ้น
Look on the bright side (v)มองโลกในแง่ดี
Childlessness (n)การไร้บุตร ภาวะมีบุตรยาก
Split up (v)หย่าร้าง
New phase of one’s life (n)ช่วงชีวิตใหม่ หน้าใหม่ในชีวิต
Immediate family (n)ครอบครัวที่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด
Strong-willed (adj)เอาแต่ใจ
Reproductive health (n)อนามัยการเจริญพันธุ์
Verbal abuse (n)คำพูดที่ทำร้ายผู้อื่น
Ups and downs of marriage (n)ขึ้นๆ ลงๆ ของการแต่งงาน
Domestic violence (n)ความรุนแรงในครอบครัว
Responsible citizen (n)พลเมืองที่รับผิดชอบ
คำ ศัพท์ ielts ตามหัวข้อ Marriage – การแต่งงาน

คำศัพท์ตามหัวข้อ City – เมือง

High-rise flatsอพาร์ทเม้นท์สูงระดับ
In the suburbsพื้นที่ในเขตชานเมือง
Multi-story car parksที่จอดรถหลายชั้น
Public spacesพื้นที่สาธารณะ
Out of town shopping center/retail parkห้างสรรพสินค้า/พื้นที่ค้าปลีกชานเมือง
Office blockอาคารสำนักงาน
To close downหยุดธุรกิจ ปิดตัวลง
Inner-cityเมืองชั้นใน
Residential areaพื้นที่อยู่อาศัย
Chain storesร้านค้าในเครือ
Run downการย่อยสลาย
Shopping centerห้างสรรพสินค้า
Boarded up shopsร้านค้าเก่าหยุดทำงาน
Pavement caféร้านคาเฟ่ริมทาง
Local facilitiesสิ่งอำนวยความสะดวก/โครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่
Sprawling cityเมืองกำลังเติบโต
Poor housingที่อยู่อาศัยยากจน
Fashionable boutiquesร้านบูติกแฟชั่น
Tourist attractionแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว
Places of interestสถานที่น่าสนใจ
To get aroundเดินทางไปรอบ ๆ เมือง
Shopping mallsห้างสรรพสินค้า
Traffic congestionการจราจรติดขัด
Upmarket shopsร้านค้าหรูหราระดับไฮเอนด์
Lively bars/restaurantsบาร์/ร้านอาหารที่มีชีวิตชีวา
Pub Public transport systemระบบขนส่งสาธารณะ

คำศัพท์ IELTS ตามหัวข้อเศรษฐศาสตร์

คำศัพท์ตามหัวข้อ Money – เงิน

คำ ศัพท์ ielts ตามหัวข้อ Money – เงิน
Get some great deals (v)ซื้อของด้วยราคาถูก
Hit the shop (v)ไปที่ร้าน
Saving (n)การออม
Independent store (n)ร้านค้าเดี่ยวๆ
Withdraw (v)ถอนเงิน
Mass production (n)การผลิตจำนวนมาก
Down payment (n)เงินดาวน์
Payday (n)วันที่ได้รับเงินเดือน
Flea market (n)ตลาดนัด
Treat oneself (v)ให้รางวัลตัวเอง
Smart investment (n)การลงทุนที่ชาญฉลาด
Piggy bank (n)กระปุกออมสิน
Cut down on (St) (v)ลด (ค่าใช้จ่าย)
Set saving goals (v)กำหนดเป้าหมายการออม
Transaction (n)ธุรกรรม
Pick up groceries (v)ซื้อของชำ
Overspend (v)ใช้จ่ายเกินตัว
Set aside (v)ประหยัด
Without breaking the bank (adv)ไม่ได้สูญเสียเงินมากนัก
Financial decision (n)การตัดสินใจทางการเงิน
Make ends meet (v)ทำมาหากิน เลี้ยงชีพ
Saving money for a rainy day (v) – (idm)(สำนวน) ออมเงินวันลำบาก
In the vicinity of (adv)ใกล้.., ในบริเวณใกล้เคียง…
Healthcare service (n)บริการสนับสนุนด้านสุขภาพ
Balance the expense (v)ปรับสมดุลค่าใช้จ่าย
(Excellent) craftsmanship (n)ความเฉลียวฉลาด
Brick-and-mortar shop (n)ร้านค้าแบบดั้งเดิม (ไม่ใช่ร้านค้าออนไลน์)

คำศัพท์ตามหัวข้อ Technology – เทคโนโลยี

คำศัพท์ ศัพท์ ielts ตามหัวข้อ Technology – เทคโนโลยี
Artificial intelligence (n)ปัญญาประดิษฐ์
Sophisticated (adj)พิถีพิถัน
Domestic tasks (n)งานบ้าน
Debut (n)การเปิดตัวสู่สาธารณะครั้งแรก
Humanoid (n)หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
Personality trait (n)ลักษณะบุคลิกภาพ
Important figure (n)ตัวละครหลัก, บุคคลสำคัญ
Strike up conversations (v)เริ่มการสนทนา
Era (n)ยุค
Demanding job (n)งานที่ต้องใช้ทักษะสูง
Performing surgery (v)ทำการผ่าตัด
Adverse effect (n)อิทธิพลเชิงลบ
Human labor (n)แรงงานมนุษย์ ทรัพยากรมนุษย์
Manufacturing zones (n)เขตการผลิต
Labor-intensive (adj)(สำหรับการทำงานเท่านั้น) ใช้แรงงานมาก
Automaton (n)หุ่นยนต์
Internet addict (n)ผู้ติดอินเทอร์เน็ต
Breakthrough (n)ความก้าวหน้า
Go online (v)ออนไลน์
Video-sharing website (n)เว็บไซต์แบ่งปันวิดีโอ
Stream video (v)สตรีมวิดีโอ
Eye-opening (adj)เปิดตา
Broadcasting-searching tool (n)เครื่องมือค้นหาการออกอากาศ
Tutorial video (n)วีดีโอแนะนำ
User-friendly (adj)เป็นมิตรกับผู้ใช้
Interactive (adj)เชิงโต้ตอบ
Simplify (v)ลดความซับซ้อน
Cybercriminal (n)อาชญากรไซเบอร์
Glued to the screen (adj)ติดอยู่กับหน้าจอ
Form virtual relationships (v)สร้างความสัมพันธ์เสมือน

คำศัพท์ตามหัวข้อ Education – การศึกษา

Send sb to….จะพาใครไปที่ไหน
Have the opportunity toมีโอกาสที่จะทำบางสิ่งบางอย่าง
There is little chance forมีโอกาสน้อยสำหรับ…
Learn a wide range of skillsเรียนรู้ทักษะที่หลากหลาย
Double-majorการเรียนรู้สองวิชาเอก
Seniorเป็นของนักศึกษาชั้นปีสุดท้าย
Elective subjectวิชาเลือก
Pass/fail the examผ่าน/ไม่ผ่านการสอบ
Drop out of schoolออกจากโรงเรียน
Explore each other’s perspectives, their similarities and differencesสำรวจมุมมอง ความเหมือนและความแตกต่างของกันและกัน
Get higher academic resultsรับผลการเรียนที่สูง
Co-existence and gender equalityการอยู่ร่วมกันและความเท่าเทียมทางเพศ
Flying colorsความสำเร็จสูง คะแนนสูง
Gain international qualificationsรับคุณวุฒิระดับนานาชาติ
Brings more benefits forนำประโยชน์ที่มากขึ้นมาสู่…
Study at ….school = e..school = enter…education =choose…schoolเรียนที่…
Separate schools = single-sex schools/education = single-gender schools/educationโรงเรียนเพศเดียว
Encourage independent learningส่งเสริมการศึกษาด้วยตนเอง
Learning materialsสื่อการเรียนรู้
Study environmentสภาพแวดล้อมการเรียน
Communication or teamwork skillsทักษะการทำงานเป็นทีมหรือการสื่อสาร
Early relationshipsความสัมพันธ์ช่วงต้น, ความรู้สึกช่วงต้น
Concentrate on = focus onจดจ่อกับบางสิ่ง…
Have deeper insight intoมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
Study abroad = study in a different countryเรียนต่อต่างประเทศ
Opposite-sex classmatesเพื่อนร่วมชั้นเพศตรงข้าม
Mixed schools = mixed-sex schools/education = mixed-gender schools/education = integrated schools/education = co-ed schools/educationโรงเรียนหลายเพศ, โรงเรียนสองเพศ
Gain in-depth knowledgeรับความรู้เชิงลึก
Improve educational outcomesปรับปรุงผลการศึกษา
Core subjects such as science, English and mathsวิชาแกน เช่น วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์
คำศัพท์ตามหัวข้อ Education – การศึกษา ศัพท์ ielts

คำศัพท์ตามหัวข้อ Invention – สิ่งประดิษฐ์

Practicality (n)การปฏิบัติจริง
Phonograph (n)โฟโนกราฟ, หีบเสียง
Failure (n)ความล้มเหลว
Innovations (n)การปรับปรุง, นวัตกรรม
Milestone in history (n)เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์
Get in touch (v)ติดต่อกัน
Browse websites (v)เรียกดูเว็บไซต์
Household appliance (n)เครื่องใช้, เครื่องใช้ในครัวเรือน
Light bulb (n)หลอดไฟ
Surf the net (v)ท่องเว็บ, ท่องเน็ต
Commercialized (adj)การค้า
Barrier (n)ประตูเมือง, เครื่องกั้น
Experiment (n)การทดลอง
Advent (n)การปรากฏตัวของ / การเกิด
Patents (n)สิทธิบัตร
Technical know-how (n)ความรู้ทางเทคโนโลยีและทางเทคนิค
Online application (n)แอปพลิเคชันออนไลน์
Automated robot (n)หุ่นยนต์อัตโนมัติ
Various purposes (n)จุดประสงค์ที่หลากหลาย, จุดประสงค์หลายอย่าง
Trial and error (n)การลองผิดลองถูก
Prolific inventor (n)นักประดิษฐ์ที่มีสิ่งประดิษฐ์มากมาย
Techie (n)ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
Cost-effective (adj)ประหยัดคุ้มค่า
Have (St) delivered to (v)ส่งของถึง
Revolutionary creations (n)การสร้างสรรค์ปฏิวัติ
Technological breakthrough (n)ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
คำศัพท์ตามหัวข้อ Invention – สิ่งประดิษฐ์ ศัพท์ ielts

คำศัพท์ IELTS ตามหัวข้อสังคม

คำศัพท์ IELTS ตามหัวข้อ Environment – สิ่งแวดล้อม

Ozone layer depletionการสูญเสียชั้นโอโซน
Human activityกิจกรรมของมนุษย์
Posing a serious threat toเป็นภัยคุกคามต่อ
Contaminationการปนเปื้อน
The burning of fossil fuelsการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล
Environmental pollutionมลพิษทางสิ่งแวดล้อม
The greenhouse effectปรากฏการณ์เรือนกระจก
Greenhouse gas emissionsการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
Sea levelsระดับน้ำทะเล
People’s healthสุขภาพของมนุษย์
Wildlife habitatsที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า
Produce = release + khí thải + into….ก๊าซไอเสียจะออกมาทางไหน
Power plants/ power stationsโรงไฟฟ้า
Average global temperatures ≈ the earth’s average temperatures ≈ our planet’s average temperaturesอุณหภูมิโลกเฉลี่ย, อุณหภูมิเฉลี่ยของโลก, อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเรา
The extinction of many species of animals and plantsการสูญพันธุ์ของสัตว์และพืชหลายชนิด
Global warming/ climate changeการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภาวะโลกร้อน
Carbon dioxide ≈ emissions (การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์) ≈ greenhouse gases (ก๊าซเรือนกระจก)
Introduce laws to…ออกกฎหมายเพื่อ….
Absorbดูดซับ
Deforestation ≈ illegal logging (การตัดต้นไม้อย่างผิดกฎหมาย) ≈ forest clearance ≈ cutting and burning trees
Extreme weather conditionsสภาพอากาศที่รุนแรงบางประเภท
Put heavy pressure on…กดดันอย่างหนักกับ…
Promote public campaignsสนับสนุนการส่งเสริมการรณรงค์ของชุมชน
Renewable energy from solar, water power or windพลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ หรือพลังงานลม
Melting of the polar ice capsการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก
Government’s regulation (n)ระเบียบ/กฎหมายของรัฐบาล
Limit/curb/control (v)จำกัด/ป้องกัน/ควบคุม
Produce pollution/CO2/greenhouse (gas) emissions (v)สร้างมลพิษ/การปล่อย CO2/ก๊าซเรือนกระจก
Cause/contribute to climate change (v)สาเหตุ/ส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ศัพท์ ielts environment

คำศัพท์ภาษาอังกฤษตามหัวข้อ Nature – ธรรมชาติ

Freezing cold weather (n)หนาวจัด, หนาวมาก
Torrential rain (n)ฝนตกหนัก, ฝนตกหนักมาก
Pouring rain (n)ฝนเท, ฝนเทกระหน่ำ
Scarce (adj)หายาก
Snowman (n)มนุษย์หิมะ
Snowflake (n)เกล็ดหิมะ
Tremble with cold (v)ตัวสั่นเพราะความหนาว
Breeze (n)สายลมเบา ๆ
Scorching heat (n)แดดร้อนเปรี้ยง
Humidity (n)ความชื้น
Extreme weather conditions (n)สภาพอากาศที่รุนแรง
Make (Sb) happy as a clam (v)ทำให้ใครคนหนึ่งรู้สึกมีความสุขมาก
Natural phenomenon (n)ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
Statistics (n)สถิติ
Global warming (n)ภาวะโลกร้อน
Deforestation (n)การตัดไม้ทำลายป่า
Inundated (adj)น้ำท่วม
Precipitation (n)หยาดน้ำฟ้า
Natural calamities (n)ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
Death toll (n)อัตราการเสียชีวิต
Emergency announcement (n)ประกาศด่วน
Bitterly cold weather (n)อากาศหนาวจัด
Vibe (n)อากาศ
Disturbance (n)รบกวน
Concerted effort (n)ความพยายามร่วมกัน
Dangerous epidemics (n)โรคระบาดที่เป็นอันตราย
Record high (adj)สูงเป็นประวัติการณ์
คำศัพท์ภาษาอังกฤษตามหัวข้อ Nature – ธรรมชาติ ศัพท์ ielts

คำศัพท์ตามหัวข้อ History – ประวัติศาสตร์

Ancestors (n)บรรพบุรุษ
Colonization (n)การล่าอาณานิคม
Origin (n)ต้นกำเนิด
Pay tribute to (Sb) (v)ระลึกถึงใครบางคน
Period of history (n)ช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์
Historical highlight (n)ไฮไลท์ของประวัติศาสตร์, เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์
Sacrifice (n)การเสียสละ
Resistance (n)การต่อต้าน
Heroines (n)วีรสตรี
Domination (n)การปกครอง
Historical figures (n)คคลสำคัญทางประวัติศาสตร์
Foreign invaders (n)ผู้รุกรานจากต่างประเทศ
Defeat (n)ความพ่ายแพ้
Victorious past (n)อดีตวีรบุรุษ, อดีตแห่งชัยชนะ
Memorial (n)อนุสรณ์สถาน
Misery (n)ความทุกข์ยาก
Prominent leader (n)ผู้นำที่โดดเด่น
Independence (n)ความเป็นอิสระ
sovereignty and integrity (n)อำนาจอธิปไตยและบูรณภาพ
Policy (n)นโยบาย, สัญญาประกันภัย
Preserve (v)รักษาไว้, เก็บรักษาไว้
Decisiveness (n)ความเด็ดขาด
Eliminate invaders (v)กำจัดผู้บุกรุก
Valuable tradition (n)ระเพณีล้ำค่า
Well-armed (adj)มีอาวุธครบมือ
Honor (v)ให้เกียรติ
Ups and downs (n)ขึ้นและลง
Patriotism (n)ความรักชาติ
คำศัพท์ตามหัวข้อ History – ประวัติศาสตร์

คำศัพท์ตามหัวข้อ Celebrities – คนดัง

Well-known (adj)มีชื่อเสียง, โด่งดัง
Buzz (n)เสียงกระซิบ, เสียงดัง
High-end clothes (n)เสื้อผ้าแบรนด์ระดับไฮเอนด์
Take an avid interest in (St) (v)ให้ความสนใจใน…
Cost a fortune (v)แพงมาก
Prejudice (n)อคติ
Make headlines (v)ล้นในหน้าหนังสือพิมพ์
Unending perseverance (n)ความพยายามอย่างไม่มีสิ้นสุด
Show off one’s status (v)แสดงฐานะ (แสดงบารมี)
Activist (n)นักกิจกรรม
Professional competing (n)การแข่งขันระดับมืออาชีพ
Trend-setter (n)ผู้กำหนด/เป็นผู้นำเทรนด์
Sense of humor (n)อารมณ์ขัน / ไหวพริบ
Standing ovation (n)การต้อนรับให้เกียรติ
Have a head for (St) (v)สามารถทำได้…
Role model (n)แบบในอุดมคติ
True philanthropist (n)ผู้ใจบุญที่แท้จริง
Gain a reputation for oneself (v)สร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง
Mere comedian (n)แค่นักแสดงตลก
Motivation (n)แรงจูงใจ
General public (n)ประชาชนทั่วไป
Monument of courage (n)อนุสาวรีย์แห่งความกล้าหาญ
Take the country by storm (v) (idm)คนหรือบางสิ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก / โด่งดังทุกที่
Decrease in popularity (v)ลดลงความนิยม
Cannot keep one’s eyes off St (v)ไม่สามารถละสายตาจาก
Endorse (v)รับรอง, ปรากฏในโฆษณา

คำศัพท์ตามหัวข้อ Media – โซเชียลเน็ตเวิร์ก

คำศัพท์ตามหัวข้อ City – เมือง
Rising star (n)ดาวรุ่ง (คนดัง)
View (v)ครั้งดู
Catchy (adj)น่าดึงดูด,จับใจ
Brief (adj)สั้น ๆ
Be really into (St) (v)ชอบอะไรสักอย่าง..
Youngsters (n)เยาวชน
Scroll down (v)เลื่อนลง
Up-to-date (adj)อัพเดทใหม่
Theme song (n)เพลงธีม
Eye-catching (adj)เตะตา, น่าดึงดูดใจ
Interrupting (a)ถูกขัดจังหวะ/น่ารำคาญ
Obsessed with (adj)หมกมุ่นอยู่กับ…
Cup of tea (n)งานอดิเรก
Keep oneself updated (v)อัพเดทตัวเอง
Celebrity endorsement (n)การปรากฏตัวของคนดังในการโฆษณา
Adult-related issue (n)ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่
Filter (n)เครื่องกรอง
Edit (v)แก้ไข
Influencer (n)ผู้มีอิทธิพล
Multi-functional (adj)หลายฟังก์ชั่น
Stylish (adj)ทันสมัย/มีสไตล์
Inappropriate content (n)เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
Commercial = Advertisement (n)โฆษณา
Unique feature (n)คุณลักษณะเฉพาะ คุณลักษณะพิเศษ
Emergence (n)การเกิดขึ้น
Ultimate choice (n)ตัวเลือกสุดท้าย
Brand image (n)ภาพลักษณ์ของแบรนด์
Social platform (n)แพลตฟอร์มโซเชียล
User-friendly (adj)เป็นมิตรกับผู้ใช้
Biggest beneficiary (n)ผู้รับผลประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุด

สรุป

ด้วยบทความข้างต้น หวังว่าคุณจะสามารถวาดแนวทางการเรียนรู้ IELTS Vocab ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดได้ด้วยตัวคุณเอง แล้วก็สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมคำศัพท์ IELTS ตามหัวข้อที่ ELSA Speak นำเสนอ หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียน IELTS Speaking คุณสามารถไปที่เว็บ ELSA Speak เพื่อดูข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมนะ!

ELSA Speak Premium

กระบวนการโลกาภิวัตน์ได้นำมาซึ่งโอกาสในการทำงานมากมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้น การเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับคนทำงานจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขยายความสัมพันธ์และพัฒนาทางอาชีพ ในบทความนี้ ELSA Speak จะรวบรวมประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทั่วไปสำหรับคนทำงาน เพื่อใช้ในบางกรณีที่จำเป็น

เรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารออนไลน์สำหรับคนทำงาน

ประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในธุรกิจสำหรับคนทำงาน ดังต่อไปนี้ จะช่วยคุณได้มากในการทำงาน

ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร_thumbnail
เรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารตามหัวข้อแบบออนไลน์สำหรับคนทำงานกับ ELSA Speak

>> ดูเพิ่มเติม: เผยแพร่ 10 วิธีการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทั่วไปในชีวิตประจำวัน

ในสภาพแวดล้อมในสำนักงาน ณ ปัจจุบัน จะมีหลาย ๆ กรณีที่คุณต้องสนทนากับเพื่อนร่วมงานหรือคู่ค้าชาวต่างชาติโดยไม่มีล่าม ดังนั้น การเตรียมพร้อมประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทั่วไปสำหรับคนทำงาน จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอายเพราะไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกัน ในขณะเดียวกัน ยังช่วยให้คุณพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษแปลเป็นภาษาไทย
How long have you worked here?คุณทำงานที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว?
I’m going out for lunch.ฉันจะออกไปข้างนอกทานอาหารกลางวัน
I’ll be back at 1.30 PM.ฉันจะกลับมาเวลาบ่ายโมงครึ่ง
How long does it take you to get to work?คุณใช้เวลานานแค่ไหนในการไปที่ทำงาน?
The traffic was terrible today. วันนี้การจราจรแย่มาก
How do you get to work?คุณไปทำงานได้อย่างไร?
Here’s my business card. นี่คือนามบัตรของฉัน!
She’s on maternity leave.เธอลาคลอด
He’s off sick today.วันนี้เขาลาป่วย
He’s not in today.วันนี้เขาไม่ได้มาทำงาน
She’s on holiday.เธออยู่ในช่วงวันหยุด

เรียนรู้วิธีแต่งประโยคภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องและมั่นใจได้ที่นี่เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารของคุณ

ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับคนทำงานที่ใช้ในการพบลูกค้า

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษแปลเป็นภาษาไทย
He’s with a customer at the moment.ในขณะนี้เขากำลังรับลูกค้า
I’ll be with you in a moment.ฉันจะอยู่กับคุณในอีกสักครู่
I’m so sorry to keep you waiting.ฉันขอโทษมากนะที่ให้คุณรอ
May I help you?ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง
Do you need any help?คุณต้องการความช่วยเหลือไหม
What can I do for you?ฉันจะทำอะไรให้คุณได้บ้าง

ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานในสำนักงาน

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษแปลเป็นภาษาไทย
He’s in a meeting.เขากำลังประชุมอยู่
What time does the meeting start?การประชุมจะเริ่มกี่โมง
What time does the meeting finish?การประชุมสิ้นสุดลงเมื่อไหร่
The reception’s on the first floor.แผนกต้อนรับอยู่ที่ชั้นหนึ่ง
I’ll be free after lunch.ฉันจะว่างหลังทานอาหารกลางวัน
She’s having a leaving-do on Friday.เธอมีงานเลี้ยงอำลาในวันศุกร์
She’s resigned.เธอลาออกแล้ว
He’s been promoted.เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่ง
Can I see the report?ฉันสามารถดูรายงานได้ไหม
I need to do some photocopying.ฉันต้องถ่ายเอกสารบางส่วน
Where’s the photocopier?เครื่องถ่ายเอกสารอยู่ที่ไหน
The photocopier is jammed.เครื่องถ่ายเอกสารติดขัดแล้ว
I’ve left the file on your desk.ฉันทิ้งเอกสารไว้บนโต๊ะของคุณ
There’s a problem with my computer.คอมพิวเตอร์ของฉันมีปัญหาแล้ว
The system’s down at the moment.ตอนนี้ระบบกำลังขัดข้อง
The internet’s down at the moment.ตอนนี้อินเทอร์เน็ตกำลังขัดข้อง
I can’t access my email.ฉันไม่สามารถเข้าถึงอีเมลได้
The printer isn’t working.เครื่องพิมพ์เสียหายแล้ว

5 เว็บไซต์เรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารออนไลน์ที่ฟรีสำหรับคนทำงาน

การกำหนดเส้นทางการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารด้วยตนเองสำหรับคนทำงาน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีสื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และเว็บไซต์เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ ต่อไปนี้คือ 5 เว็บไซต์สำหรับการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารออนไลน์ที่ฟรี มีชื่อเสียง และมีคุณภาพ ได้แก่

BBC Learning English

BBC LEARNING ENGLISH ถือเป็นเว็บไซต์ที่คุ้นเคยสำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษจำนวนมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเว็บไซต์เรียนภาษาอังกฤษสำหรับคนทำงานที่ไม่มีพื้นฐาน นอกเหนือจากการรวมหัวข้อที่หลากหลายด้วยทุกประเภทแล้ว BBC ยังมีบท TEST เพื่อทดสอบความรู้ของคุณหลังการฝึกฝน สำหรับคนทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลา BBC เป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่ค่อนข้างมีประโยชน์สำหรับพวกเขา

English Online

หากคุณกำลังดิ้นรนหาวิธีสะสมคำศัพท์หรือความรู้เพิ่มเติมสำหรับตัวคุณเอง ENGLISH ONLINE คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณ เรียนกับ ENGLISH ONLINE คุณจะได้ฝึกฝนความสามารถในการเข้าใจและการอ่านข่าวประจำวัน ด้วยคำศัพท์ที่ค่อนข้างเข้าใจง่าย นอกจากนั้น คุณยังมีโอกาสได้เรียนรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากคำศัพท์ที่มีอยู่ในแต่ละหัวข้อ

American Stories For Learning English

เว็บไซต์นี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับสหรัฐอเมริกา  หากคุณเป็นคนรักวัฒนธรรมของประเทศนี้ American Stories For Learning English จะเป็นเว็บไซต์ที่เหมาะสำหรับคุณ

Exam English

คุณต้องการความก้าวหน้าในอาชีพการงานในอนาคตด้วยเงินเดือนที่เหมาะสมไหม? เงื่อนไขหลักประการหนึ่งที่คุณต้องมีคือภาษาต่างประเทศ EXAM ENGLISH เป็นเว็บไซต์สำหรับคนทำงานที่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อสอบรับประกาศนียบัตร โดย EXAM ENGLISH สามารถช่วยให้คุณทดสอบระดับของตนเองด้วยทักษะการฟัง การพูด ไวยากรณ์ และการเขียนหลังการเรียนแต่ละครั้ง มาลองกันนะ!

ELSA Speak

ติดอยู่ในท็อป 4 บริษัท ที่ใช้ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ในการเปลี่ยนแปลงโลก ELSA ได้เปลี่ยนชีวิตของผู้คนมากมาย จากที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับภาษาอังกฤษเลยจนกลายเป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว มาร่วมกับ ELSA ผู้ใช้จะมีโอกาสใช้แอปได้ฟรีในเวลา 7 วัน พร้อมทักษะการออกเสียง การฟัง การเน้นเสียง การสนทนา และ intonation สำหรับคนที่มีงานยุ่งและไม่มีเวลาฝึกฝนภาษาอังกฤษมากนัก ELSA มั่นใจว่าจะเป็นแอปการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

คอร์สเรียน/เส้นทางการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารออนไลน์สำหรับคนทำงานด้วยแอป ELSA Speak

ผู้เข้าร่วมเส้นทางการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารออนไลน์สำหรับคนทำงานกับ ELSA Speak

ประโยชน์จากเส้นทางการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารแบบ 1-1 ของ ELSA Speak

1. คอร์สเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารออนไลน์สำหรับทุกอาชีพ

ELSA Speak มีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษสำหรับคนทำงานที่ไม่มีพื้นฐาน ในทุกอาชีพ แผนก และตำแหน่งงานในบริษัท ด้วยหัวข้อมากกว่า 290 หัวข้อ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษสำหรับพนักงานในอุตสาหกรรมบริการ การตลาด – การขาย การเงิน – การธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศ และอาชีพอื่นๆ

นอกจากนี้ คุณจะได้เรียนรู้บทสนทนาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในสำนักงานมากกว่า 50 บท เช่น การสนทนากับเพื่อนร่วมงาน ภาษาอังกฤษสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจ ภาษาอังกฤษธุรกิจ ตัวอย่างประโยคการสื่อสารเมื่อสัมภาษณ์งานหรือสื่อสารกับลูกค้า

ผ่านบทเรียนต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง คุณก็จะสามารถนำไปใช้ได้ทันที และสื่อสารกับลูกค้า เพื่อนร่วมงานได้อย่างมั่นใจ เจรจากับคู่ค้าต่างประเทศได้สำเร็จ

ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร_thumbnail
ELSA Speak – แอปเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารออนไลน์ที่มีชื่อเสียงสำหรับคนทำงาน

2. คลังบทเรียนขนาดใหญ่: 5,000+ บทเรียน และ 25,000+ แบบฝึกหัด

ปัจจุบัน ELSA Speak ได้พัฒนาคลังบทเรียนเป็นจำนวนมาก ด้วยบทเรียนมากกว่า 5,000 บท แบบฝึกหัด 25,000 บทตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับสูง ผู้ใช้จะได้ฝึก 44 พยางค์ตามแผนภูมิการออกเสียง IPA ระบบบทเรียนก็จะถูกปรับตามแต่ละระดับ: การฟัง การฝึกออกเสียงคำเดี่ยว การออกเสียงวลี การออกเสียงตามบทสนทนา

ในขณะเดียวกัน คุณก็จะได้เรียนรู้ด้วยการใช้ภาพ  ที่มาจากวิดีโอคลิปการสนทนาในหัวข้อต่างๆ เช่น: First week at work, Meeting new coworkers. ELSA Speak ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (ยูเพนท์) เพื่อเสนอคอร์สเรียน ENGLISH FOR CAREER DEVELOPMENT ซึ่งจะช่วยให้คุณได้สัมผัสกับหัวข้อที่จำเป็นในกระบวนการสมัครงาน และการสัมภาษณ์

นอกจากนี้ แอปพลิเคชัน ELSA Speak ยังได้รวบรวมและพัฒนาแบบฝึกหัดการพูด IELTS และ TOEIC เพิ่มเติม โดยมีหัวข้อที่คุ้นเคยมากกว่า 60 หัวข้อ อีกทั้ง คุณสามารถเข้าร่วมชุมชน ELSA Speak เพื่อดูบทเรียนเพิ่มเติมที่แบ่งปันโดยผู้เรียนคนอื่นๆ

3. เทคโนโลยี A.I. รู้จำเสียงพูดที่เป็นกรรมสิทธิ์ แก้ไขข้อผิดพลาดในการออกเสียงถึงแต่ละพยางค์

ELSA Speak เป็นแอปเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารแอปเดียวสำหรับคนทำงานที่ใช้เทคโนโลยี A.I. รู้จำเสียงพูดที่เป็นกรรมสิทธิ์ เมื่อผู้ใช้ออกเสียงภาษาอังกฤษ ระบบจะบันทึกและเปรียบเทียบกับเสียงเจ้าของภาษา จากนั้นจะให้คะแนนการออกเสียงและชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดในแต่ละพยางค์

คุณจะได้รับคำแนะนำในการแก้ไขข้อผิดพลาดทันที ตั้งแต่การเน้นเสียง การปล่อยลม การวางลิ้นและรูปปาก เรียนกับ ELSA เพียงแค่ 10 นาทีต่อวัน คุณก็จะพัฒนาทักษะการออกเสียงภาษาอังกฤษเป๊ะได้ถึง 90% ใน 3 เดือน

แบบฝึกหัดฝึกพูดและฝึกฟังภาษาอังกฤษกับ ELSA Speak

4. เส้นทางการเรียนรู้ภาษาอังกฤษส่วนบุคคลสำหรับคนทำงาน

แตกต่างจากศูนย์ภาษาอังกฤษอื่นๆ ในตลาด เมื่อเรียนกับ ELSA Speak คุณจะได้รับการออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ส่วนบุคคลตามความสามารถของแต่ละคน ผ่านแบบทดสอบก่อนเข้า 16 ประโยค ระบบจะให้คะแนนการออกเสียง และชี้ให้เห็นถึงทักษะที่คุณต้องปรับปรุง จากนั้น ELSA Speak จะออกแบบบทเรียนที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ ในระหว่างกระบวนการเรียนรู้ ระบบจะบันทึกผลการตรวจสอบของคุณ แล้วก็รวบรวมจำนวนบทเรียน จำนวนชั่วโมงเรียนตามรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน ดังนั้น คุณจะเห็นความก้าวหน้าของตนเอง ถือเป็นแรงจูงใจในการมุ่งมั่น

ในระหว่างขั้นตอนนี้ ELSA Speak ก็จะแก้ไขบทเรียนโดยอัตโนมัติอีกด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความคืบหน้าและคะแนนการฝึกฝนของคุณ

5. คอร์สเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารออนไลน์สำหรับคนทำงาน แบบ 1 ต่อ 1

สำหรับคนทำงานที่มีงานยุ่ง คอร์สเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารออนไลน์ที่ครอบคลุมอย่าง ELSA Speak เป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพียงแค่มีโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต คุณก็สามารถอัปเกรดทักษะภาษาต่างประเทศของตนเองได้ทุกที่ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมติดตามความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของตัวคุณเองอย่างกระตือรือร้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ช่วยเสมือนจริง ELSA จะทำหน้าที่เป็นครูส่วนตัว สอน 1 ต่อ 1 ระบบจะมีการแจ้งเตือนให้คุณเข้าเรียนทุกวัน โดยให้บทเรียนตามเป้าหมายอาชีพที่คุณตั้งไว้ แล้วก็ปรับเทียบหลักสูตรทุกวันโดยอัตโนมัติ เพื่อให้สอดคล้องกับระดับของแต่ละบุคคล

เปรียบเทียบ ELSA Speak ฟรี กับ ELSA Pro เสียเงิน

ไม่ต้องไปหาคอร์สออฟไลน์ตามท้องตลาด แค่เรียนออนไลน์กับ ELSA Speak คุณก็จะสามารถสื่อสารได้อย่างมั่นใจเมื่อไปทำงาน เพิ่มโอกาสในการทำงานให้กับตัวคุณเอง ตอนนี้ ELSA Speak มีผู้เรียนมากกว่า 40 ล้านคนทั่วโลก ผู้เรียน 10 ล้านคนในประเทศไทย ซึ่งช่วยให้พนักงานเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ถึง 50% ผ่านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

งั้นคุณยังรออะไรอยู่ ลงทะเบียน ELSA Speak เพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษ – ก้าวหน้าในอาชีพการงาน ทันทีวันนี้เลย!

ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภาษานี้มอบโอกาสนับไม่ถ้วนให้กับคุณ เช่นเดียวกับความสุขในการทำงานและการเรียนอีกด้วย มาฝึกพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับคนทำงาน 2-3 ประโยคทุกวัน เพื่อให้เป็นนิสัยกันเถอะ แน่ใจว่า คุณจะก้าวหน้าอย่างมากในไม่ช้า!

ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษมีความสำคัญมาก ส่งผลโดยตรงต่อผลการเรียนและการทำงานของคุณ แต่ว่า ไม่ใช่ใคร ๆ ก็รู้วิธีการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และใช้ประโยคภาษาอังกฤษทั่วไปได้อย่างยืดหยุ่น แตกต่างจากรูปแบบประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับคนทำงาน ประโยคเพื่อการสื่อสารตามหัวข้อประจำวันจะเรียนรู้ได้ง่ายกว่าและเข้าถึงได้เร็วกว่าด้วย มาร่วมกับ ELSA Speak เพื่อเรียนรู้ประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทั่วไปในบทความดังต่อไปนี้!

ประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารพื้นฐาน: หัวข้อ การทักทาย/Greeting

Helloสวัสดี
Good Morningสวัสดีตอนเช้า
Good Afternoonสวัสดีตอนกลางวัน
Good Eveningสวัสดีตอนเย็น
Who is there?นั่นคือใคร?
Who are you?คุณคือใคร?
Are you Thailand?คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า?
How are you?สบายดีไหม?
I am fine. Thank youฉันสบายดี ขอบคุณ
Please, sit downกรุณานั่งลง
Sit hereนั่งที่นี่
Wait for meรอฉันด้วย
Wait a minuteรอแป๊บนึง
Wait a momentรอสักครู่ ภาษาอังกฤษ​
Come with meไปกับฉัน
I am happy to make your acquaintanceฉันดีใจมากที่ได้รู้จักคุณ
I am very pleased to meet youฉันรู้สึกยินดีมากที่ได้พบคุณ
Glad to meet youดีใจจังที่ได้พบคุณ
Please come inเชิญเข้ามาข้างใน
Where are you coming from?คุณมาจากที่ไหน?
I don’t understand English wellฉันไม่เข้าใจภาษาอังกฤษดีนัก
You speak too fastคุณพูดเร็วจัง
Please speak more slowlyกรุณาพูดช้ากว่านี้หน่อย
Does anybody here speak Thai? มีใครที่นี่พูดภาษาไทยได้บ้าง?
What do you wish?คุณต้องการอะไร?
I want to see youฉันอยากเจอคุณ
Can I help you?ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง
What is this called in English? อันนี้ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร?
What does this word mean? คำนี้หมายความว่าอย่างไร?
Please repeatกรุณาทำซ้ำ
I knowฉันรู้
I don’t knowฉันไม่รู้
I’m afraidฉันกลัว
I think soฉันคิดอย่างนั้น
I don’t think soฉันไม่คิดอย่างนั้น
Its seem to meดูเหมือนว่าถึงฉัน
I have forgottenฉันลืมไปแล้ว
How do you do?คุณเป็นอย่างไรบ้าง?
Very well, thank you. And you?สบายดีมาก ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ?
I am fine. Thank youฉันสบายดี ขอบคุณ
I am not very wellฉันไม่ค่อยสบาย
How is your wife? ภรรยาคุณเป็นอย่างไรบ้าง?
She is rather out of sortsเธอไม่ค่อยสบาย
She is sickเธอป่วย
I’m glad to meet youฉันดีใจที่ได้พบคุณ
I’m sorryฉันขอโทษ
Excuse me..ขอโทษ…
I beg your pardonกระผม/ดิฉันขอโทษครับ/ค่ะ!
Pleaseโปรด..
Come this way, if you pleaseโปรดมาทางนี้เลย
Pardonขอโทษ
Pardon meยกโทษให้ฉัน
Give me… ให้ฉัน
Bring me… นำมาให้ฉัน
Good luckขอให้โชคดี
See you againแล้วพบกันใหม่
Please repeatกรุณาทำซ้ำ
Please come inเชิญเข้ามาข้างใน
Please sit downกรุณานั่งลง
Please drinkเชิญดื่ม
What do you say? คุณพูดอะไร
Don’t speak too fastอย่าพูดเร็วเกินไป
Where do you live? คุณอาศัยอยู่ที่ไหน?
You are very kindคุณใจดีมากๆ
How old are you? คุณอายุเท่าไร?
Who are you? คุณคือใคร?
Sit hereนั่งที่นี่
I knowฉันรู้
I am in a hurryฉันกำลังรีบ
I am very sorryฉันขอโทษมากๆ
I have no timeฉันไม่มีเวลา
I must goฉันต้องไป
What time is it now?ตอนนี้กี่โมงแล้ว?
How long have you been here?คุณอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่แล้ว?
How many people?มีกี่คน
How far?ไกลแค่ไหน?
My husband is outสามีของฉันออกไปข้างนอกแล้ว

>>> คุณอาจจะสนใจ:

สรุปตัวอย่างประโยคคำถามภาษาอังกฤษและประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในโรงแรมและร้านอาหาร ที่พบบ่อยที่สุด

ประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทั่วไป: หัวข้อ การบอกลา/Saying Goodbye

Goodbyeลาก่อน
Goodnightราตรีสวัสดิ์
I’m afraid I have to be leaving nowฉันเกรงว่าฉันต้องออกไปแล้ว
See you next weekเจอกันอาทิตย์หน้า
I think I should be goingฉันคิดว่าฉันควรจะไป
Well, I gotta goฉันต้องไปแล้ว
See you laterแล้วพบกันใหม่
Take careดูแลตัวเองด้วยนะ
See you againเจอกันใหม่
Drop me a lineส่งจดหมายให้ฉัน
See you on Mondayเจอกันวันจันทร์นะ
Have a nice weekendขอให้มีความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์
Give me a call sometimeไว้โทรมาหากันบ้างนะ
Please give my best regards to your motherฝากความคิดถึงของฉันไปให้คุณแม่คุณด้วยนะ
Please say hello to John for meโปรดทักทายจอห์นแทนฉัน
Have a nice tripเที่ยวให้สนุกนะ
Good luckขอให้โชคดี
See you this eveningเจอกันเย็นนี้
Have a good dayขอให้เป็นวันที่ดี
เรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารอย่างรวดเร็วในชีวิตประจำวันด้วยตัวอย่างประโยคการบอกลา
ลองฝึกปิดท้ายการสนทนาด้วยคำอวยพรน่ารัก ๆ อย่าง good night ฝันดีน่ารัก ๆ สิ จะช่วยทำให้บทสนทนาของคุณดูอบอุ่นและเป็นกันเองมากกว่าเดิม

ประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทั่วไป: หัวข้อ การแนะนำตัว

Please let me introduce myself. I’m Tanฉันขออนุญาตแนะนำตัวเอง ฉันชื่อตัน
May I introduce myself, I’m Toyฉันขออนุญาตแนะนำตัวเอง ฉันชื่อทอย
It’s a pleasure to make your acquaintance. My name is Earnฉันยินดีอย่างยิ่งที่ได้รู้จักคุณ ฉันชื่อ Earn
Hello, It’s very nice to meet you, tooสวัสดี ยินดีที่ได้รู้จักคุณเช่นกัน
I’m Thi. Nice to meet you, tooฉันคือทิป ยินดีที่ได้พบคุณเช่นกัน
Let me introduce my friend, mister Fhaขอแนะนำเพื่อนฉัน คุณฟ้า
I’m pleased to meet youเป็นความกรุณาอย่างยิ่งที่ได้พบคุณ
It’s a pleasure to meet you, Mr Airยินดีอย่างยิ่งที่ได้พบคุณแอร์

คุณอาจจะสนใจ:

ประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทั่วไป: หัวข้อ ขอบคุณ

Thanksขอบคุณ
Cheersขอบคุณมาก
Thank you very muchขอบคุณมาก
I really appreciate itฉันซาบซึ้งจริงๆ
That’s so kind of youคุณดีกับฉันมากเลย
I am most gratefulฉันรู้สึกขอบคุณอย่างยิ่ง
Thanks a lotขอบคุณมาก
It’s my pleasureเป็นเกียรติของฉัน
Don’t worry about itไม่ต้องเป็นห่วงนะ
No problemไม่เป็นไร

เรียนรู้บทสนทนาภาษาอังกฤษที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันได้ที่นี่ เพื่อช่วยให้คุณสื่อสารได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทั่วไป: หัวข้อ การขอโทษ

I’m so sorryฉันขอโทษ
Pardon (me)ยกโทษให้ฉัน
Sorry, it was all my faultขอโทษ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉัน
Please excuse my ignoranceโปรดยกโทษให้กับความไม่รู้ของฉัน
Please accept our sincerest apologiesโปรดยอมรับคำขอโทษอย่างจริงใจของฉัน
My mistake, i had that wrongความผิดพลาดของฉัน ฉันผิดเอง

คุณต้องการฝึกฟังภาษาอังกฤษตามหัวข้อ ด้วยการออกเสียงที่ถูกต้อง? มาดู คำแนะนำในการติดตั้งแพคเกจ ELSA Speak ตลอดชีพ ทันทีเลย

ประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทั่วไป: หัวข้อ การชื่นชม

That’s a great ideaนั่นเป็นความคิดที่ดี
Coolดีเยี่ยม
That’s really niceนั่นเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ
You did that very wellคุณทำได้ดีมาก
That’s quite an improvementทำได้ดีขึ้นมากเลย
You’re doing fineคุณทำได้ดี
Couldn’t have done it better myselfไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้

ประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทั่วไป: การให้คำแนะนำ

I reckon you should stop nowฉันคิดว่าคุณควรหยุดได้แล้ว
In my experience…จากประสบการณ์ของฉัน…
As far as I’m concerned…เท่าที่ฉันรู้…
If you don’t mind me saying…ถ้าคุณไม่รังเกียจที่ฉันพูด…
I would strongly advise you to stopฉันขอแนะนำให้คุณหยุด
If I were you, I’d stop nowถ้าฉันเป็นคุณ ฉันจะหยุดเดี๋ยวนี้

>> ดูเพิ่มเติม: [รีวิวแบบละเอียด] ELSA Speak คืออะไร? แอปฝึกพูดภาษาอังกฤษสำหรับคนทำงานที่มีเวลาน้อย

ประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทั่วไป: การขอความช่วยเหลือ

ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารพื้นฐานในชีวิตประจำวันด้วยตัวอย่างประโยคขอความช่วยเหลือ
Can you give me a hand with thisคุณช่วยฉันด้วยสิ่งนี้ได้ไหม?
I wonder if you could help me with thisไม่แน่ใจว่า คุณจะช่วยฉันในเรื่องนี้หรือเปล่า
I can’t manage, can you helpฉันจัดการไม่ได้ คุณช่วยได้ไหม
Could you spare a momentฉันขอเวลาสักครู่ได้ไหม?
Could you help me outคุณสามารถช่วยฉันได้ไหม?
ประโยคสนทนาทั่วไปช่วยให้คุณเริ่มบทสนทนาได้ดี แต่ถ้าอยากสร้างความประทับใจแรก ลองใช้ คําชม ภาษาอังกฤษ ร่วมด้วย รับรองว่าการพูดคุยจะอบอุ่นและเป็นกันเองขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ประโยคคำถามภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารที่พบบ่อย

What’s up?เป็นอย่างไรบ้าง? เกิดอะไรขึ้น?
How’s it going?เป็นอย่างไรบ้าง?
What’s new?มีอะไรใหม่บ้าง?
What have you been up to lately?ช่วงนี้คุณทำอะไรอยู่?
Do you have any idea?คุณมีความคิดอะไรไหม?

ข้างต้นเป็นการรวบรวมตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารแบบง่ายๆ ในหัวข้อทั่วไปในการทำงานและชีวิตประจำวัน แต่ว่า เพื่อปรับปรุงพื้นฐานภาษาต่างประเทศของตนเอง คุณต้องขยายคลังคำศัพท์และฝึกพูดภาษาอังกฤษมาตรฐานเจ้าของภาษาตามแผนภูมิสัทอักษรสากล IPA

หากคุณต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษให้ดีขึ้นถึง 40% หลังจากฝึกฝนเพียง 10 นาทีต่อวัน คุณสามารถเลือกเข้าร่วมกับคอร์สเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของ ELSA Speak ซึ่งเป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันการเรียนรู้ภาษาอังกฤษชั้นนำ ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อรู้จำเสียงพูดและแก้ไขข้อผิดพลาดในการออกเสียงทันที

นอกจากนี้ คุณจะได้ใช้พจนานุกรมฟรี ค้นหาทั้งความหมายและการทับศัพท์ของคำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณสามารถค้นหาคำศัพท์ผ่านการออกเสียงหรือสแกนรูปภาพได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ด้วยแอปพลิเคชัน ELSA Speak คุณสามารถฝึกออกเสียงคำศัพท์หลังจากค้นหาความหมายแล้ว วิธีการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองแบบนี้จะช่วยให้คุณเรียนรู้คำศัพท์ได้เร็วขึ้น รวมทั้งสามารถอ่านออกเสียงด้วยสำเนียงมาตรฐานเจ้าของภาษาได้ตั้งแต่เริ่มต้น จากนั้น ทักษะการสื่อสารของคุณจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะ เมื่อติดตั้งแอปพลิเคชัน ELSA Speak คุณก็จะได้ทำบททดสอบก่อนเข้า โดยระบบจะให้คะแนนและชี้ให้ทราบว่า ทักษะไหนยังไม่ดีและต้องปรับปรุงเพิ่มเติม จากนั้นจะออกแบบเส้นทางการเรียนรู้เฉพาะบุคคลตามความสามารถของแต่ละคน

ตอนนี้ มีผู้ใช้มากกว่า 10 ล้านคนในประเทศไทยไว้วางใจ ELSA Speak แล้ว แล้วคุณล่ะ พร้อมที่จะสื่อสารภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงมาตรฐานเจ้าของภาษากับ ELSA Speak หรือยัง?

แอพฟรีที่ดีที่สุดที่จะช่วยฝึกการสื่อสารภาษาอังกฤษ

ELSA Speak – TED – Siri/Google Assistant – BBC English

วิธีการเรียนรู้คำศัพท์เพื่อสนับสนุนการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพที่สุด?

ตั้งเป้าหมายการเรียน – เรียนรู้คำศัพท์ในระดับที่เหมาะสม – ฟังแบบพาสซีฟ – ใช้คำศัพท์ในทางปฏิบัติ

ประโยคเงื่อนไข If Clause (conditional sentence) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ที่สำคัญในภาษาอังกฤษ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักศึกษามัธยมปลาย หรือคนทำงานที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการทำงาน แน่ใจว่า คุณเคยได้ยิน “ประโยคเงื่อนไข”, “If Clauses”… อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ใช่ไหม? แต่คุณมีความรู้และสามารถใช้ไวยากรณ์ประเภทนี้ได้อย่างคล่องแคล่วหรือไม่?

ในบทความที่แล้ว เราได้เรียนรู้วิธีการแยกแยะประโยคเงื่อนไข If Clause แบบที่ 1 และแบบที่ 2 แล้ว

ในบทความวันนี้ ELSA Speak จะแบ่งปันโครงสร้าง วิธีใช้ และแบบฝึกหัดประยุกต์ใช้ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 0, 1, 2, 3 และแบบผสมในภาษาอังกฤษ พร้อมหมายเหตุสำคัญในการใช้ประโยคเงื่อนไข

ประโยคเงื่อนไข If Clause คืออะไร?

คำนิยาม: ประโยคเงื่อนไข If Clause (Conditional Sentence) เป็นประโยครูปแบบหนึ่งที่ใช้แสดงสมมติฐานว่า เมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น แล้วนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ตามมา

ประโยคเงื่อนไขสรุปมีโครงสร้างเป็นประโยคที่ซับซ้อน ประกอบด้วยประโยคย่อย 2 ประโยค  ได้แก่:

โดยปกติแล้ว ประโยคที่ขึ้นต้นด้วย “if” จะอยู่ต้นประโยค  ควรมีเครื่องหมายจุลภาคระหว่าง 2 ประโยค อย่างไรก็ตาม เรายังสามารถให้อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย “if” ไว้ข้างหลังได้อีกด้วย โดยไม่มีเครื่องหมายจุลภาคระหว่าง 2 ประโยค

ตัวอย่างเช่น: If we had more money, we would buy that house.

→ ถ้าพวกเรามีเงินมากกว่านี้ พวกเราจะซื้อบ้านหลังนั้น

We would buy that house if we had more money.

→ พวกเราจะซื้อบ้านหลังนั้นถ้าพวกเรามีเงินมากกว่านี้

วิเคราะห์: “พวกเรามีเงินไม่มากและไม่ได้ซื้อบ้านหลังนั้น.” ประโยคเงื่อนไข 2 ประโยคข้างต้นเป็นประโยคเงื่อนไขแบบที่ 1 สมมติฐานเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่จริงในปัจจุบัน

เรียนภาษาอังกฤษด้วยแอป ELSA Speak ดีหรือไม่

โครงสร้าง If Clause ในภาษาอังกฤษ

รูปแบบประโยคเงื่อนไขIf clauseMain clause
แบบที่ 0If + S+ V(-s/es) +…,S+ V(-s/es) +…
แบบที่ 1If + S+ V(-s/es) +…,S+ will + V(bare) +…
แบบที่ 2If + S+ V2/Ved +…,S+ would/could/… + V(bare) +…
แบบที่ 3If + S+ had + V3/Ved + …,S+ would/could/… + have + V3/Ved + …
แบบผสม If 3 – Main 2If + S+ had + V3/Ved + …,S+ would/could/… + V(bare) +…
แบบผสม If 2 – Main 3If + S+ V2/Ved +…,S+ would/could/… + have + V3/Ved + …
คุณรู้ have has ใช้ยังไง ในโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษแล้วหรือยัง อ่านบทความนี้เพื่อเพิ่มความรู้และนำ have, has, had ไปใช้ให้ถูกต้อง

ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 0 (zero conditional)

คำนิยาม: ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 0 คือรูปแบบประโยคที่ใช้ในการแสดงความจริงตามธรรมชาติเกี่ยวกับโลก สังคม ธรรมชาติ ฯลฯ หรือลักษณะทั่วไป อุปนิสัยใจคอของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

ตัวอย่างที่ 1: If you heat ice, it melts. 

→ ถ้าคุณให้ความร้อนกับน้ำแข็ง มันจะละลาย 

วิเคราะห์: นี่คือความจริงตามธรรมชาติเกี่ยวกับธรรมชาติและวิทยาศาสตร์

โครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบที่ 0:

If clauseMain clause
If + S+ V(-s/es) +…S+ V(-s/es) +…

ดูรายละเอียดโครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบที่ 0 ในรูปต่อไปนี้:

if clause-โครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบที่ 0

หมายเหตุ:

ตัวอย่างที่ 1: If you pour oil into water, it floats.

→ ถ้าคุณเทน้ำมันลงในน้ำ มันจะลอย

ตัวอย่างที่ 2: My baby sister cries loudly if she is hungry.

→ น้องสาวของฉันร้องเสียงดัง ถ้าเธอหิว

ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 1

คำนิยาม: ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 1 เป็นรูปแบบประโยคที่ใช้ในการแสดงเงื่อนไขที่สามารถเกิดขึ้นในปัจจุบันหรือในอนาคต ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ในอนาคต

ตัวอย่างเช่น: If I win this competition, my parents will be proud. 

→ ถ้าฉันชนะการแข่งขันนี้ พ่อแม่จะภูมิใจ

วิเคราะห์: ปัจจุบันตัวละคร “ฉัน” ยังไม่ชนะการแข่งขัน แต่ถูกตั้งสมมุติว่า ถ้าบุคคลนี้ชนะ  บางสิ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งก็คือ “พ่อแม่จะภูมิใจ”

โครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบที่ 1:

If clauseMain clause
If + S+ V(-s/es) +…S+ will + V(bare) +…

ดูรายละเอียดโครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบที่ 1 ในรูปต่อไปนี้:

if clause_โครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบที่ 1

หมายเหตุ:

ตัวอย่างที่ 1: If you are tired, I will make you some soup.

→ ถ้าคุณเหนื่อย ฉันจะทำซุปให้คุณ

ตัวอย่างที่ 2: They will be mad if they know about your mistake. 

→ พวกเขาจะโกรธ ถ้ารู้ความผิดพลาดของคุณ

ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2

คำนิยาม: ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2 เป็นรูปแบบประโยคที่ใช้ในการแสดงสมมติฐานที่ไม่เป็นความจริงในปัจจุบัน และนำไปสู่ผลที่ไม่เป็นความจริงในปัจจุบันด้วย

ตัวอย่างเช่น: If Sarah had a car, she could commute conveniently. 

→ ถ้าซาร่าห์มีรถยนต์ เธอก็สามารถเดินทางได้สะดวก

วิเคราะห์: อันที่จริง ตอนนี้ซาร่าไม่มีรถยนต์ และเธอไม่สามารถไปไหนมาไหนได้สะดวก

ตัวอย่างเช่น: If I were you, I wouldn’t lend him money.

→ ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันจะไม่ให้เขายืมเงิน

วิเคราะห์: ในความเป็นจริง ณ ปัจจุบัน ผู้ได้รับคำแนะนำยังไม่ได้ให้ “เขา” ยืมเงิน ผู้พูดให้คำแนะนำโดยตั้งสมมติฐานว่า ถ้าฉันเป็นผู้ได้รับคำแนะนำ ฉันจะไม่ให้ยืมเงิน

โครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2:

If clauseMain clause
If + S+ V2/Ved +…S+ would/could/… + V(bare) +…

ดูรายละเอียดโครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2 ในรูปต่อไปนี้:

if clause-โครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2

หมายเหตุ:

ตัวอย่างที่ 1: If their son were taller, he could be a model.

→ ถ้าลูกชายของพวกเขาสูงกว่านี้ เขาสามารถเป็นนายแบบได้ 

ตัวอย่างที่ 2: They wouldn’t have a lot of money if they didn’t work hard. 

→ พวกเขาจะไม่มีเงินเยอะ ถ้าไม่ทำงานหนัก

ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3

คำนิยาม: ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 เป็นรูปแบบประโยคที่ใช้ในการแสดงสมมติฐานที่ไม่เป็นความจริงในอดีต และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นความจริงในอดีตด้วย

ตัวอย่างเช่น: Last night, if that man hadn’t driven carelessly, he wouldn’t have caused that accident. 

→ เมื่อคืน ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ขับรถประมาท เขาคงไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุแบบนั้น 

วิเคราะห์: อันที่จริง เมื่อคืน เขาขับรถโดยประมาท และเกิดอุบัติเหตุนั้น

โครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3:

If clauseMain clause
If + S+ had + V3/Ved + …S+ would/could/… + have + V3/Ved + …

ดูรายละเอียดโครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 ในรูปต่อไปนี้:

ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3

หมายเหตุ:

ตัวอย่างที่ 1: Yesterday, if I hadn’t gone to work late, my boss wouldn’t have been upset. 

→ เมื่อวาน ถ้าฉันไม่ไปทำงานสาย เจ้านายของฉันคงไม่อารมณ์เสีย

ตัวอย่างที่ 2: He wouldn’t have lost his job if he had worked harder. 

→ เขาจะไม่ตกงาน ถ้าเขาทำงานหนักขึ้น

วิธีใช้ would could และ modal verb อื่น ๆ คืออะไร? มาศึกษาจากบทความเรื่อง “Modal Verb คืออะไร? คำจำกัดความ ตัวอย่าง วิธีใช้งานที่เข้าใจง่าย” ด้านล่างนี้เลย

ประโยคเงื่อนไขแบบผสม If 3 – Main 2

คำนิยาม: ประโยคเงื่อนไขแบบผสม if 3 – main 2 สร้างสมมติฐานที่ไม่เป็นความจริงในอดีต  แต่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นความจริงในปัจจุบัน

ตัวอย่างเช่น:

Last night, if our son had gone to bed early, he wouldn’t feel tired now. 

→ เมื่อคืน ถ้าลูกชายของเราเข้านอนแต่หัวค่ำ ตอนนี้เขาคงไม่รู้สึกเหนื่อยแล้ว

วิเคราะห์: อันที่จริง ลูกชายของพวกเขาเข้านอนดึกเมื่อคืนนี้ และตอนนี้เขารู้สึกเหนื่อย

โครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบผสม if 3 – main 2: ชื่อแสดงให้เราเห็นแล้วว่า ประโยคเงื่อนไขผสม if 3 – main 2 ใช้ if clause ในประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 และใช้ main clause ในประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2

If clauseMain clause
If + S+ had + V3/Ved + …S+ would/could/… + V(bare) +…

ดูรายละเอียดโครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบผสม if 3 – main 2 ในรูปต่อไปนี้:

if clause-ประโยคเงื่อนไขแบบผสม If 3 – Main 2

หมายเหตุ:

ตัวอย่างที่ 1: If we hadn’t been lazy, we wouldn’t get low scores now. 

→ ถ้าพวกเราไม่ขี้เกียจ พวกเราคงไม่ได้คะแนนต่ำในตอนนี้

ตัวอย่างที่ 2: My younger brother couldn’t play tennis well now if he hadn’t practiced in the past. 

→ น้องชายของฉันไม่สามารถเล่นเทนนิสได้ดีในตอนนี้ ถ้าเขาไม่ได้ฝึกฝนมาก่อน

ในบทเรียนเกี่ยวกับ If Clause นอกจากคำว่า if แล้ว ยังมีคำเชื่อมอื่นที่ใช้ในประโยคเงื่อนไข เช่น even if หลายคนจึงมักค้นหาว่า even if แปลว่า อะไร และใช้ในสถานการณ์แบบไหน มาทำความเข้าใจการใช้งานของคำนี้ให้ชัดเจนกัน

ประโยคเงื่อนไขแบบผสม If 2 – main 3

คำนิยาม: ประโยคเงื่อนไขแบบผสม If 2 – main 3 สร้างสมมติฐานที่ไม่เป็นความจริงทั้งในอดีตและปัจจุบัน นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นความจริงในอดีต

ตัวอย่างเช่น: If I were taller, I could have helped you paint the walls yesterday.  

→ ถ้าฉันสูงกว่านี้ ฉันคงช่วยคุณทาสีกำแพงเมื่อวานได้

วิเคราะห์: อันที่จริง ไม่ว่าในวันนี้หรือ “เมื่อวาน” ฉันยังไม่สูงพอที่จะช่วยคุณทาสีกำแพงได้ มีผู้เรียนบางคนอาจจะสงสัยว่า ใช้ main clause แบบที่ 3 แล้ว ทำไมไม่ใช้ if clause แบบที่ 3 แต่ใช้ if clause แบบที่ 2

ถ้าเราทำเช่นนั้น เราจะแสดงได้เพียงว่า “เมื่อวานฉันสูงไม่พอ” แต่ไม่สามารถแสดงได้ว่า “ตอนนี้ฉันก็สูงไม่พอเช่นกัน” ในประโยคแบบผสม if 2 – main 3 แบบนี้ ถ้าเราต้องการสมมติฐานสิ่งที่ตรงกันข้ามไม่ใช่แค่อดีตแต่รวมถึงปัจจุบันด้วย (และแม้แต่อนาคตด้วย) if clause ก็ต้องใช้แบบที่ 2

โครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบผสม if 2 – main 3: ชื่อแสดงให้เราเห็นแล้วว่า ประโยคเงื่อนไขแบบผสม if 2 – main 3 ใช้ ประโยคเงื่อนไข ในประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2 และใช้ main clause ในประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3

If clauseMain clause
If + S+ V2/Ved +…S+ would/could/… + have + V3/Ved + …

ดูรายละเอียดโครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบผสม if 2 – main 3 ในรูปต่อไปนี้:

if clause-ประโยคเงื่อนไขแบบผสม If 2 – main 3

หมายเหตุ:

→ ถ้าครอบครัวเรามีสมาชิกมากกว่านี้ เราคงได้เข้าร่วมการแข่งขันเมื่อเดือนที่แล้ว 

วิเคราะห์: ไม่ว่าจะย้อนกลับไปเมื่อ “เดือนที่แล้ว” หรือปัจจุบัน “ครอบครัวเรา” ก็ “ไม่มีสมาชิก” ที่จะ “เข้าร่วมการแข่งขัน”

→ ฉันจะไม่ซื้อชุดนั้น ถ้าฉันเป็นคุณ

วิเคราะห์: ไม่ว่าในเวลาที่ “คุณ” ซื้อชุดนั้นหรือในปัจจุบัน (และแน่นอนว่าทั้งในอนาคต) “ฉัน” ก็ไม่ใช่ “คุณ”

กรณีอื่นๆ ของประโยค If Clause

‘unless’ =  ‘if… not…’

‘unless’ สามารถใช้แทน ‘if… not…’ ใน if clause ของประโยคเงื่อนไขทุกแบบ

a. ประโยค If Clause แบบที่ 0 และแบบที่ 1: ‘unless’ + Simple Tense

– Ice melts if you don’t put it into a fridge.

⟶ Ice melts unless you put it into a fridge.

⟶ น้ำแข็งละลายเว้นแต่คุณใส่ในตู้เย็น

– She will have a headache if she doesn’t stop working now.

⟶ She will have a headache unless she stops working now.

⟶ เธอจะปวดหัวเว้นแต่เธอจะหยุดทำงานตอนนี้

b. ประโยค If Clause แบบที่ 2: ‘unless’ + Simple Past

If you didn’t have to go to school, you could go to the zoo with us now.

⟶ Unless you have to go to school, you could go to the zoo with us now.

⟶ ถ้าคุณไม่ต้องไปโรงเรียน ก็ไปสวนสัตว์กับพวกเราได้นะตอนนี้

c. ประโยค If Clause แบบที่ 3: ‘unless’ + Past Perfect

Yesterday, I would have come to your wedding if I hadn’t worked overtime.

⟶ Yesterday, I would have come to your wedding unless I had worked overtime. 

⟶ เมื่อวาน ฉันจะไปงานแต่งงานของคุณ ถ้าฉันไม่ต้องทำงานล่วงเวลา

บางวลีสามารถแทน ‘if’ ได้

a. ‘suppose’/ ‘supposing’: “สมมติว่า”

– ใช้ในการตั้งสมมติฐาน

– ใช้กับประโยคเงื่อนไขเกือบทุกแบบ

– ตัวอย่างเช่น:

+ Supposing you win this competition, what will you do?

⟶ สมมติว่าคุณชนะการแข่งขันนี้ คุณจะทำอย่างไร?

+ Suppose I had been there last night, I would have saved her.

⟶ สมมติว่า ฉันอยู่ที่นั่นเมื่อคืนนี้ ฉันคงช่วยเธอไว้ได้

b. ‘even if’: “แม้ว่า”/ “ถึงแม้ว่า”

– เน้นว่าไม่ว่าจะมีเงื่อนไขเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม สภาพ/สถานการณ์ใน Main Clause ก็ไม่เปลี่ยนแปลง

– ใช้กับประโยคเงื่อนไขเกือบแบบ

– ตัวอย่างเช่น:

+ Even if I win this lottery, I will still work hard.

⟶ แม้ว่าฉันจะถูกลอตเตอรี ฉันก็ยังทำงานหนัก

+ Even if she weren’t busy now, she wouldn’t go out with you.

⟶ แม้ว่าตอนนี้เธอจะไม่ยุ่ง แต่เธอก็จะไม่ไปเที่ยวกับคุณ

c. ‘as long as’/ ‘so long as’/ ‘provided (that)’/ ‘on condition (that)’: “ตราบเท่าที่”/ “โดยมีเงื่อนไขว่า”

– เน้นเงื่อนไขที่ต้องบรรลุเพื่อนำไปสู่สถานการณ์/สภาพ/… ใน Main Clause

– มักใช้ในประโยคเงื่อนไขแบบที่ 0 และแบบที่ 1 เท่านั้น

– ตัวอย่างเช่น:

+ I will lend you my car as long as you drive it carefully.

⟶ ฉันจะให้คุณยืมรถของฉัน ตราบเท่าที่คุณขับรถอย่างระมัดระวัง

+ Your children are allowed to enter this area so long as they keep quiet. 

⟶ ลูกของคุณได้รับอนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่นี้ได้ ตราบเท่าที่พวกเขานิ่งเงียบ

+ Your younger sister can have a cat provided (that) she takes good care of it.

⟶ น้องสาวของคุณสามารถเลี้ยงแมวได้ โดยมีเงื่อนไขว่าเธอดูแลมันเป็นอย่างดี

+ He can stay here on condition (that) he follows the rules.

⟶ เขาสามารถอยู่ที่นี่ได้โดยมีเงื่อนไขว่าเขาปฏิบัติตามกฎ

d. ‘without’: ‘ถ้าไม่มี’/ ‘ถ้าขาด’/ ‘ถ้าไม่ใช่เพราะ’

– ใช้ในการสันนิษฐานว่า Main Clause จะเปลี่ยนไปอย่างไรหากไม่มีใคร/อะไร/เหตุการณ์ใด/…

– ใช้กับประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2 และแบบที่ 3

– ‘without’ ตามด้วยคำนาม (วลี)

– ตัวอย่างเช่น:

+ Without your help, we couldn’t have passed the exam last week.

⟶ ถ้าไม่มีความช่วยเหลือของคุณ พวกเราคงสอบไม่ผ่านเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

+ You could play the piano well without your laziness.

⟶ คุณสามารถเล่นเปียโนได้ดี ถ้าไม่ใช่เพราะความขี้เกียจของคุณ

ประโยค Wish/if only

– นอกจากประโยค If Clause แล้ว ประโยค ‘Wish‘ ยังมีลักษณะเกือบเหมือนกับประโยค If Clause และใช้โครงสร้างส่วนใหญ่ของ If Clause ดังนั้นคุณควรเรียนรู้เพิ่มเติม

– ประโยค ‘wish’ แสดงความเสียใจและความปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างในปัจจุบันหรือในอดีต

– ในทางกลับกัน ‘wish’ ยังใช้เพื่อแสดงความฝันเกี่ยวกับอนาคต

– ‘wish’ สามารถแทนที่ด้วย ‘if only’ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง

a. วิธีใช้ ‘wish’ เพื่อปรารถนาในปัจจุบัน

– แสดงความปรารถนาในสิ่งที่ไม่มีจริงในปัจจุบัน หรือสมมุติในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับปัจจุบัน

– โครงสร้าง:

(เหมือนกับประโยค If Clause แบบที่ 2)

(+) S + wish (es) + (that) + S + V2/ed

(-) S + wish (es) + (that) + S + didn’t + V (bare infinitive)

*หมายเหตุ: ถ้า V ในที่นี้คือ ‘be’ ในประโยคยืนยัน เราจะใช้ ‘were’ สำหรับหัวเรื่องทุกแบบ แต่ว่าในสถานการณ์การสื่อสารที่ไม่เป็นทางการ เราสามารถใช้ ‘was’ และ ‘were’ สำหรับแต่ละหัวเรื่องได้ตามปกติ

– ตัวอย่างเช่น:

+ I wish I were taller.

⟶ ฉันหวังว่าฉันจะสูงขึ้น

+ They wish they had a bigger house.

⟶ พวกเขาปรารถนาว่า มีบ้านหลังใหญ่ขึ้น

+ The children wish they didn’t have to go to school today.

⟶ เด็กๆ หวังว่า วันนี้ไม่ต้องไปโรงเรียน

b. วิธีใช้ ‘wish’ เพื่อปรารถนาในอดีต

– แสดงความปรารถนาหรือเสียใจในสิ่งที่ไม่มีจริงในอดีตหรือสมมุติในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับอดีต

– โครงสร้าง:

(เหมือนกับประโยค If Clause แบบที่ 3)

S + wish (es) + (that) + S + had (not) + V3/ed

– ตัวอย่างเช่น:

+ She wishes that she hadn’t quit her job last month.

⟶ เธอหวังว่า เธอจะไม่ลาออกจากงานเมื่อเดือนที่แล้ว

+ My parents wish they had bought that house when it was still cheap.

⟶ พ่อแม่ของฉันหวังว่า พวกเขาซื้อบ้านหลังนั้นตอนที่มันยังถูกอยู่

c. วิธีใช้ ‘wish’ เพื่อปรารถนาในอนาคต

– แสดงความปรารถนาสำหรับบางสิ่งในอนาคต

– โครงสร้าง: S + wish (es) + (that) + S + would/could (not) + V (bare infinitive)

– ตัวอย่างเช่น:

+ He wish he would become a singer in the future.

⟶ เขาหวังว่า เขาจะเป็นนักร้องในอนาคต

+ I wish it would stop raining. I want to go out.

⟶ ฉันหวังว่า ฝนจะหยุดตก ฉันต้องการที่จะออกไป

ELSA Speak ดีหรือไม่

เคล็ดลับในการจำโครงสร้าง If Clause

เพื่อช่วยให้คุณจำโครงสร้างของประโยค If Clause ได้ง่าย ELSA Speak จะแบ่งปันกฎและเคล็ดลับบางอย่าง ดังนี้:

รูปแบบประโยคเงื่อนไขIf clauseMain cause
แบบที่ 0  Present Simple Tense: If + subject + V(-s/es) +…,Present Simple Tense: subject + V(-s/es) +…
แบบที่ 1Present Simple Tense: If + subject + V(-s/es) +…Simple Future Tense: subject + will + V(bare) +…
แบบที่ 2Past Simple Tense:   If + subject + V2/Ved +…,‘will’ เปลี่ยนเป็น ‘would’ (หรือ ‘could’/…) เก็บส่วนที่เหลือให้เหมือนเดิมไว้ในโครงสร้าง: subject + would/could/… + V(bare) +…
แบบที่ 3Past Perfect Tense:   If + subject + had + V3/Ved + …,หลัง ‘would’ (หรือ ‘could’/…) เติม ‘have’ + V3/Ved: subject + would/could/… + have + V3/Ved + …
การใช้กริยาไม่เป็นไปตามกฎ (Irregular Verbs) ใน Past Perfect Tense ต้องใช้ให้ถูกต้องอย่างไร มาร่วมอ่านบทความต่อไปนี้เพื่อทำความเข้าใจกรณีต่าง ๆ ในการใช้ irregular verbs กัน

หมายเหตุบางประการเกี่ยวกับการใช้ If Clause

ใช้เครื่องหมายจุลภาคระหว่าง 2 อนุประโยค

ตัวอย่างเช่น:

+ If she has a sore throat, I will make her some honey lime tea.

+ I will make her some honey lime tea if she has a sore throat.

Read more:

อย่าลืมคำกริยา to-be

เมื่อเรียนรู้โครงสร้างของประโยค If Clause ผู้เรียนมักจะสนใจเฉพาะโครงสร้างที่มีกริยาปกติ และเกือบจะลืมเกี่ยวกับโครงสร้างที่มีกริยา to-be ขณะที่สำหรับอนุประโยคที่ใช้ Present Simple และ Past Simple กริยา to-be จะถูกแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับหัวเรื่อง (am – is – are และ was – were)

ดังนั้น แทนที่จะแสดงรายการแต่ละโครงสร้างด้วยกริยาปกติ คุณสามารถดูด้านบนได้ ELSA Speak ได้แสดงรายการโครงสร้างของอนุประโยค 2 ประโยคที่มีทั้ง to-be และกริยาปกติ โปรดอ่านตารางโครงสร้างอย่างละเอียด

สามารถใช้ ‘was’/‘wasn’t’ ในประโยค If Clause แบบที่ 2 ไหม

นี่ก็เป็นคำถามที่ผู้เรียนหลายคนสนใจเช่นกัน เพราะว่า เวลาเรียนในโรงเรียนมัธยมหรือเรียนที่ศูนย์ ผู้เรียนมักถูกเตือนว่ากริยา to-be ใน If Clause แบบที่ 2 ต้องเป็น ‘were’/ ‘weren’t’ เท่านั้น ไม่ว่าหัวเรื่องจะเป็นอะไรก็ตาม เอกพจน์หรือพหูพจน์

แต่ในความเป็นจริง เวลาดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ (โดยเฉพาะหนังและเพลงอเมริกัน) หรือเมื่อฟังเจ้าของภาษา (โดยเฉพาะชาวอเมริกัน) คุยกัน เรายังคงเห็นบางกรณีของการใช้ ‘was’/’wasn’t’ สำหรับหัวเรื่องเป็นบุคคลที่สามที่เอกพจน์ใน If Clause แบบที่ 2

เราสามารถเข้าใจปัญหานี้ได้ดังนี้:

ตัวอย่างเช่น:

+ รูปแบบที่เป็นไปตามกฎทางวิชาการ:

If Emily weren’t tired now, she could work overtime.

→ ถ้าตอนนี้เอมิลี่ไม่เหนื่อย เธอก็สามารถทำงานล่วงเวลาได้

วิเคราะห์: เอมิลี่เป็นบุคคลที่สามที่เอกพจน์ ตามกฎ to-be ใน Simple Past Tense เอมิลี่ต้องคู่กับ was/wasn’t แต่ตามกฎเคร่งครัดเกี่ยวกับ If Clauses แบบที่ 2 ไม่ว่าจะเป็นบุคคลไหน เอกพจน์ยังไปรวมกับ to-be ที่เป็น were/weren’t

+ รูปแบบในการสื่อสาร ไม่เคร่งครัดเรื่องไวยากรณ์:

If Emily wasn’t tired now, she could work overtime. 

→ ถ้าตอนนี้เอมิลี่ไม่เหนื่อย เธอก็สามารถทำงานล่วงเวลาได้ 

วิเคราะห์: ในภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิธีการสื่อสารของชาวอเมริกันจำนวนมาก เมื่อพวกเขาใช้ If Clauses แบบที่ 2 เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากและความสับสน พวกเขายังคงปฏิบัติตามกฎ to-be ใน Past Simple: was/wasn’t สำหรับบุคคลที่สามที่เอกพจน์ และ were/weren’t สำหรับบุคคลที่เหลือ

รูปแบบของประโยคเงื่อนไข If Clause ที่พิเศษ

นอกจากรูปแบบประโยคเงื่อนไขพื้นฐานข้างต้นแล้ว ในภาษาอังกฤษยังมีรูปแบบประโยคเงื่อนไขที่พิเศษอีกด้วย อย่างเช่น:

เพื่อจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบประโยคเงื่อนไขที่พิเศษเหล่านี้ โปรดติดตามบทความถัดไปของ ELSA Speak นะ

เปรียบเทียบ ELSA Speak ฟรี กับ ELSA Pro เสียเงิน

เคล็ดลับบางประการเมื่อทำแบบฝึกหัด

กำหนดประเภทของแบบฝึกหัด

– ประการแรก ประโยค If Clause มักปรากฏในรูปแบบการแต่งประโยคใหม่ – ‘sentence transformation’

– คุณอาจจะได้แต่งประโยคเงื่อนไขที่มี 2 อนุประโยค หรือคู่ประโยคที่ไปด้วยกัน ซึ่งจะมีอนุประโยค/ประโยคหนึ่งที่เป็นเงื่อนไข/ปัจจัยกำหนด กระทบ หรือนำไปสู่อนุประโยค/ประโยคที่เหลือ ตัวอย่างเช่น:

+ He’s not tall. He can’t become a model.

⟶ ปัจจัยกำหนด: ‘He’s not tall.’

ผลลัพธ์: ‘He can’t become a doctor.’

+ She sneezes a lot when she comes near flowers.

⟶ ปัจจัยกำหนด: ‘she comes near flowers’

ผลลัพธ์: ‘she sneezes a lot’

วิธีการกำหนดรูปแบบของประโยค If Clause อย่างถูกต้อง

– ขึ้นอยู่กับกาลและความหมายของอนุประโยคทั้งสองในประโยคหรือคู่ประโยคเพื่อเลือกรูปแบบของประโยคเงื่อนไข ดังนี้:

+ Present Simple Tense (หรือรวมกับ Future Simple): ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 0, 1 และ 2 จากนั้นเราก็อาศัยความหมายของประโยคในการตัดสิน ดังนี้:

⟶ แบบที่ 0 (ไม่สมมุติตรงกันข้าม)

ตัวอย่างเช่น:

When you heat ice, it melts.

⟶ If you heat ice, it melts.

⟶ แบบที่ 1 (ไม่สมมุติตรงกันข้าม)

ตัวอย่างเช่น:

Once I win this competition, I will buy you guys food and milk tea.

⟶ If I win this competition, I will buy you guys food and milk tea.

⟶ แบบที่ 2 (สมมุติตรงกันข้าม)

ตัวอย่างเช่น:

I don’t have to go to work today, so I can sleep in.

⟶ If had to go to , I couldn’t sleep in.

+ Past Tense

⟶ แบบที่ (สมมุติตรงกันข้าม)

ตัวอย่างเช่น:

Last night, I felt tired, so I didn’t go out with them.

⟶ Last night, if I hadn’t felt tired, I would have gone out with them.

When I was young, I felt sad because I didn’t have many friends.

⟶ When I was young, I wouldn’t have felt sad if I had had many friends.

แบบฝึกหัดเกี่ยวกับประโยคเงื่อนไข

นอกจากการท่องจำความรู้ทางทฤษฎีแล้ว คุณควรฝึกฝนแบบฝึกหัดประโยคเงื่อนไขอย่างสม่ำเสมอ และนำไปใช้กับการสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน เพื่อจดจำและเชี่ยวชาญในโครงสร้างของประโยคเงื่อนไขได้!

แบบฝึกหัดเกี่ยวกับ If Clause แบบที่ 0

ผันคำกริยาในวงเล็บให้อยู่ในรูปที่ถูกต้อง

  1. If you …… (kick) a ball against a wall, it …… (bounce) back. 
  2. If David …… (eat) strawberries, he …… (get) an allergy. 
  3. A plant …… (die) if you …… (not water) it for a long time. 
  4. A child …… (not grow) up well, if you …… (not feed) him or her properly. 
  5. If you …… (tickle) Lucy, she …… (laugh) unstoppably. 
  6. If a stranger …… (touch) my dog, he …… (bark) immediately. 
  7. If you …… (heat) ice-cream, it …… (melt).

Answer:

1. kick – bounces
2. eats – gets
3. dies – water
4. doesn’t grow – don’t feed
5. tickle – laughs 
6. touches – barks 
7. heat – melts 

แบบฝึกหัดเกี่ยวกับ If Clause แบบที่ 1

ผันคำกริยาในวงเล็บให้อยู่ในรูปที่ถูกต้อง 

  1. If my younger sister …… (win) this race, we …… (be) proud. 
  2. If I …… (get) that job, I …… (earn) more money. 
  3. If that client …… (agree) to sign the contract, she …… (let) us know soon. 
  4. My family …… (have) a better life if we …… (move) to that city. 
  5. If their nephews …… (pass) the exam, they …… (buy) them some new toys. 
  6. If that student …… (stop) talking in class, the teacher …… (be) very happy.
  7. His elder sister …… (get) mad if she …… (know) that he broke her favorite mug. 

Answer:

1. wins – will be
2. get – will earn
3. agrees – will let
4. will have – move
5. pass – will buy
6. stops – will be
7. will get – knows

แบบฝึกหัดเกี่ยวกับ If Clause แบบที่ 2

ผันคำกริยาในวงเล็บให้อยู่ในรูปที่ถูกต้อง

  1. If he …… (be) more good-looking, he …… (be) a model. 
  2. We …… (have) a better life if we …… (earn) more money. 
  3. If I …… (be) you, I …… (buy) that expensive bag. 
  4. His younger sister …… (have) more friends if she …… (be) more sociable. 
  5. If our parents …… (not be) too strict, we …… (not live) under pressure. 
  6. If that student …… (not talk) in class, the teacher …… (be) less annoyed. 
  7. If she …… (live) near her company, she …… (not have) to get up at 5am every day. 

Answer:

1. were – would/ could be
2. would/ could have – earned
3. were – wouldn’t buy
4. would/ could have – were
5. weren’t – wouldn’t live 
6. didn’t talk – would be
7. lived near – wouldn’t have 

แบบฝึกหัดเกี่ยวกับ If Clause แบบที่ 3

ผันคำกริยาในวงเล็บให้อยู่ในรูปที่ถูกต้อง

  1. Last night, if that woman …… (drive) carelessly, she …… (not cause) that accident. 
  2. That employee …… (not lose) his job if he …… (work) efficiently. 
  3. Yesterday, if that boy …… (not break) the vase, his father …… (not be) mad. 
  4. Last month, I …… (not meet) him if I …… (not go) to that party. 
  5. That day, she …… (not find) her dog if she …… (not go) into the garden. 
  6. Yesterday, if my brother …… (do) his homework, his teacher …… (not scold) him. 
  7. Last Friday, if she …… (know) your phone number, she …… (call) you. 

Answer:

1. had driven – wouldn’t have caused
2. wouldn’t have lost – had worked
3. hadn’t broken – wouldn’t have been
4. wouldn’t/ couldn’t have met – hadn’t gone
5. wouldn’t/ couldn’t have found – hadn’t gone
6. had done – wouldn’t have scolded 
7. had known – would/ could have called 

แบบฝึกหัดประโยคเงื่อนไขแบบผสม If 3 – Main 2 

ผันคำกริยาในวงเล็บให้อยู่ในรูปที่ถูกต้อง

  1. If that student …… (go) to bed early last night, he …… (not feel) sleepy now. 
  2. You …… (not have) a stomachache now if you …… (not drink) a lot of milk tea this afternoon.
  3. If we …… (not forget) our umbrellas yesterday, we …… (not be) sick now. 
  4. He …… (get) promoted now if he …… (work) hard in the past. 
  5. She …… (take) part in the race now if she …… (not break) her arm yesterday. 

Answer:

1. had gone – wouldn’t feel
2. wouldn’t have – hadn’t drunk
3. hadn’t forgotten – wouldn’t be
4. would get promoted now – had worked hard
5. could take – hadn’t broken

แบบฝึกหัดประโยคเงื่อนไขแบบผสม If 2 – Main 3

หมายเหตุ: นี่เป็นแบบฝึกหัดที่ค่อนข้างยากและต้องใช้ความคิดเชิงตรรกะและจินตนาการในสถานการณ์ที่ถูกต้อง โปรดอ่านทฤษฎีอย่างละเอียดก่อนทำการทดสอบ

ผันคำกริยาในวงเล็บให้อยู่ในรูปที่ถูกต้อง

  1. If I …… (be) you, I …… (help) that poor lady yesterday. 

(ฉันในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ต่างก็ไม่ใช่คุณ)

  1. If we …… (have) children, they …… (take) care of us when we were in hospital last month. 

(พวกเราไม่ว่าจะในเดือนที่แล้ว – ‘last month’ หรือตอนนี้ก็ไม่มีลูก)

  1. I …… (save) that child if I …… (be) you. 

(ฉันในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ต่างก็ไม่ใช่คุณ)

  1. She …… (take) that cup off the high shelf this morning if she …… (be) taller. 

(เธอในเช้านี้ – ‘this morning’ และตอนนี้ ต่างก็ไม่สูงพอที่จะรับถ้วยนั้น) 

  1. He …… (make) more friends at the party last night if he …… (be) a friendly person.

(เขามักจะไม่เป็นมิตร ไม่ว่าจะในเมื่อคืน – ‘last night’ หรือตอนนี้)

Answer:

1. were – would have helped
2. had – would have taken
3. would have saved – were
4. would/could have taken – were
5. would/could have made – were

ในบทความข้างต้น ELSA Speak ได้สังเคราะห์ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้าง วิธีใช้ และแบบฝึกหัดสำหรับประโยค If Clause ในภาษาอังกฤษ ELSA Speak หวังว่าด้วยบทเรียนดังกล่าว คุณจะสามารถใช้ประโยคเงื่อนไขได้อย่างมั่นใจ ยืดหยุ่น และถูกต้อง ขอบคุณมากๆที่เข้ามาอ่าน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า!