Author: lekien.260302@gmail.com
เรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารมานาน คุณได้รับรู้คำศัพท์เกี่ยวกับร่างกายของมนุษย์มากเท่าใด เข้าร่วมกับ ELSA Speak เพื่อสำรวจวงศัพท์เกี่ยวกับ ร่างกายภาษาอังกฤษ ให้ทันทีและฝึกฝนแบบฝึกหัดเพื่อจดจำคำศัพท์อย่างมีประสิทธิภาพผ่านบทเขียนต่อไปนี้
สรุปคำศัพท์ร่างกายภาษาอังกฤษ
คำศัพท์ ร่างกายภาษาอังกฤษ: ศีรษะและใบหน้า
| ภาษาอังกฤษ | IPA | ภาษาไทย |
| Hair | /heər/ | ผม |
| Part | /pɑːt/ | ผมแสก |
| Forehead | /ˈfɔːhed/ | หน้าผาก |
| Sideburns | /ˈsaɪd.bɜːnz/ | จอน |
| Ear | /ɪər/ | หู |
| Cheek | /tʃiːk/ | แก้ม |
| Mouth | /maʊθ/ | ปาก |
| Chin | /tʃɪn/ | คาง |
| Nostril | /ˈnɒstrəl/ | รูจมูก |
| Jaw | /dʒɔː/ | กราม |
| Beard | /bɪəd/ | หนวดเครา |
| Mustache | /ˈmʌstæʃ/ | หนวด |
| Tongue | /tʌŋ/ | ลิ้น |
| Tooth | /tuːθ/ | ฟัน |
| Lip | /lɪp/ | ริมฝีปาก |

คำศัพท์ ร่างกายภาษาอังกฤษ: ร่างกายส่วนบน
| ภาษาอังกฤษ | IPA | ภาษาไทย |
| Neck | /nek/ | คอ |
| Shoulder | /ˈʃəʊl.dəʳ/ | ไหล่ |
| Arm | /ɑːm/ | แขน |
| Upper arm | /ˈʌp.əʳ ɑːm/ | ต้นแขน |
| Elbow | /ˈel.bəʊ/ | ข้อศอก |
| Forearm | /ˈfɔː.rɑːm/ | ปลายแขน |
| Wrist | /rɪst/ | ข้อมือ |
| Knuckle | /ˈnʌkl/ | ข้อนิ้วมือ |
| Fingernail | /ˈfɪŋ.gə.neɪl/ | เล็บมือ |
| Thumb | /θʌm/ | นิ้วโป้ง |
| Hand | /hænd/ | มือ |
| Index finger | /ˈɪn.deks ˈfɪŋ.gəʳ/ | นิ้วชี้ |
| Middle finger | /ˈmɪd.lˈ fɪŋ.gəʳ/ | นิ้วกลาง |
| Ring finger | /rɪŋ ˈfɪŋ.gəʳ/ | นิ้วนาง |
| Little finger | /ˈlɪt.l ˈfɪŋ.gəʳ/ | นิ้วก้อย |
| Palm | /pɑːm/ | ฝ่ามือ |
| Armpit | /ˈɑːm.pɪt/ | รักแร้ |
| Back | /bæk/ | หลัง |
| Chest | /tʃest/ | หน้าอก |
| Waist | /weɪst/ | เอว |
| Hip | /hɪp/ | สะโพก |
| Abdomen | /ˈæb.də.mən/ | ช่องท้อง |
คำศัพท์ ร่างกายภาษาอังกฤษ: ร่างกายส่วนล่าง

| ภาษาอังกฤษ | IPA | ภาษาไทย |
| Buttocks | /’bʌtəks/ | ก้น |
| Leg | /leg/ | ขา |
| Thigh | /θaɪ/ | ต้นขา |
| Knee | /niː/ | เข่า |
| Calf | /kɑːf/ | น่อง |
| Ankle | /ˈæŋ.kl/ | ข้อเท้า |
| Heel | /hɪəl/ | ส้น |
| Instep | /ˈɪn.step/ | หลังเท้า |
| Ball | /bɔːl/ | เนินปลายเท้า |
| Big toe | /bɪg təʊ/ | นิ้วโป้งเท้า |
| Toe | /təʊ/ | นิ้วเท้า |
| Little toe | /ˈlɪt.l təʊ/ | นิ้วก้อยเท้า |
| Toenail | /ˈtəʊ.neɪl/ | เล็บเท้า |
คำศัพท์ ร่างกายภาษาอังกฤษ: ตาและส่วนใกล้เคียงต่าง ๆ
| ภาษาอังกฤษ | IPA | ภาษาไทย |
| Eyebrow | /ˈaɪ.braʊ/ | คิ้ว |
| Eyelid | /ˈaɪ.lɪd/ | เปลือกตา |
| Eyelashes | /ˈaɪ.læʃis/ | ขนตา |
| Iris | /ˈaɪ.rɪs/ | ม่านตา |
| Pupil | /ˈpjuː.pəl/ | รูม่านตา |

คำศัพท์ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายภาษาอังกฤษ: กระดูกและข้อ
| ภาษาอังกฤษ | IPA | ภาษาไทย |
| Skeleton | /ˈskelɪtən/ | โครงกระดูก |
| Skull | /skʌl/ | กะโหลกศีรษะ |
| Jawbone | /ˈdʒɑː.boʊn/ | กระดูกขากรรไกรล่าง |
| Spine | /spaɪn/ | กระดูกสันหลัง |
| Breastbone | /boʊn/ | กระดูกหน้าอก |
| Rib | /rɪb/ | ซี่โครง |
| Collarbone | /ˈkɒləbəʊn/ | กระดูกไหปลาร้า |
| Thigh bone | /’θaiboun/ | กระดูกต้นขา |
| Kneecap | /ˈniːkæp/ | กระดูกสะบ้า |
| Shin bone | /ˈʃɪn bəʊn/ | กระดูกหน้าแข้ง |
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับของเหลวในร่างกาย
| ภาษาอังกฤษ | IPA | ภาษาไทย |
| Blood | /blʌd/ | เลือด |
| Bile | /baɪl/ | น้ำดี |
| Tears | /teər/ | น้ำตา |
| Saliva | /səˈlaɪvə/ | น้ำลาย |
| Sweat | /swet/ | เหงื่อ |
| Mucus | /ˈmjuːkəs/ | เมือก |
| Phlegm | /flem/ | เสมหะ |
| Semen | /ˈsiːmən/ | น้ำอสุจิ |
| Vomit | /ˈvɒmɪt/ | แหวะ |
| Urine | /ˈjʊərɪn/ | ปัสสาวะ |
คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะอื่น ๆ
| ภาษาอังกฤษ | IPA | ภาษาไทย |
| Fat | /fæt/ | ไขมัน |
| Flesh | /fleʃ/ | เนื้อ |
| Muscle | /ˈmʌsl/ | กล้ามเนื้อ |
| Limb | /lɪm/ | แขนขา |
| Breathe | /briːð/ | หายใจ |
| Joint | /dʒɔɪnt/ | ข้อต่อ |
| Gland | /ɡlænd/ | ต่อม |
| Nerve | /nɜːv/ | เส้นประสาท |
| Sneeze | /sniːz/ | จาม |
| Skin | /skɪn/ | ผิว |
วลีคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับกิจกรรมของร่างกายมนุษย์
| วลี | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| Shake your head | ส่ายหน้า | She asked Jack if he’d seen Tom lately but he shook his head.(เธอถามแจ็คว่าเขาเห็นทอมเมื่อเร็ว ๆ นี้หรือไม่ แต่เขาส่ายหน้า) |
| Roll your eyes | กลอกตา | When I suggested they should buy a new house, she rolled her eyes in disbelief.(เมื่อฉันแนะนำว่าพวกเขาควรซื้อบ้านหลังใหม่เธอจึงกลอกตาด้วยความไม่เชื่อใจ) |
| Nod your head | ผงกศีรษะ | When I told her my old story, she listened sympathetically and nodded her head.(เมื่อฉันเล่าเรื่องเก่าของฉัน เธอฟังอย่างเห็นอกเห็นใจและผงกศีรษะ) |
| Turn your head | หันหัว/หันหน้า | He turned over right after he realized I was looking.(เขาหันไปข้างขวาหลังจากได้รู้ว่าฉันกำลังมองหาเขา) |
| Clear your throat | กระแอม | My grandfather cleared his throat and started his endless old speech.(ปู่ของฉันกระแอมแล้วเริ่มพูดด้วยเรื่องเก่า ๆ ที่ไม่มีจุดสิ้นสุดของท่าน) |
| Blink your eyes | กระพริบตา | You’ve got something in your eye, just try blinking a few times.(คุณอาจจะมีอะไรอยู่ในดวงตาแล้ว ลองกระพริบตาสองสามครั้งสิ) |

| Raise an eyebrow | ยักคิ้ว | My mom raised an eyebrow when I said I had completed the homework.(แม่ของฉันยักคิ้วเมื่อฉันบอกว่าฉันทำการบ้านเสร็จแล้ว) |
| Blow your nose | สั่งน้ำมูก | Tom blew his nose continuously, maybe he was sick.(ทอมสั่งน้ำมูกอย่างต่อเนื่องบางที เขาอาจจะกำลังป่วยแล้ว) |
| Shrug your shoulders | ยักไหล่ | Tim shrugged his shoulders and repeated the sentence.(ทิมยักไหล่แล้วซ้ำประโยค) |
| Stick out your tongue | แลบลิ้น | Stop sticking out your tongue while I am talking to you!(หยุดแลบลิ้นแบบนี้ในขณะที่ฉันกำลังคุยกับคุณ) |
สำนวนประกอบด้วยคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์
| สำนวน | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| A big mouth | พูดมาก/พูดไม่หยุด/ขี้คุย | You’re such a big mouth. You said you wouldn’t tell anyone but now everyone knows about it.(คุณขี้คุยจังเลย สัญญาว่าจะไม่บอกใคร แต่ตอนนี้ใคร ๆ ก็รู้เรื่องนี้แล้วอะ) |
| By heart | ท่องจำให้ขึ้นใจ | I hate learning history by heart. It’s so boring and exhausting.(ฉันเกลียดท่องบทเรียนประวัติศาสตร์ให้ขึ้นใจ การเรียนรู้แบบนี้น่าเบื่อและเหนื่อยมาก) |
| To cost an arm and a leg | แพงมาก | That car costs an arm and a leg. I don’t think I can afford it.(รถคันนั้นมีราคาสูงมาก ฉันคิดว่าจะไม่สามารถจ่ายได้) |
| To have a sweet tooth | ชอบกินหวาน | I admit I have a sweet tooth. I always eat at least 2-3 candies every day.(ฉันชอบกินหวานมาก ๆ ฉันมักจะกินลูกอมอย่างน้อย 2-3 ลูกทุกวัน) |
| Head over heels in love | รักกันอย่างหลงใหล | My parents were head over heels in love before they got married.(พ่อแม่ของฉันรักด้วยกันย่างหลงใหล ก่อนที่ได้แต่งงาน) |
| A long face | ความผิดหวัง/ความไม่พอใจ | My brother is walking around with a long face because my parents don’t allow him to go out.(พี่ชายของฉันกำลังเดินไปรอบ ๆ ด้วยความไม่พอใจ เพราะพ่อแม่ไม่อนุญาตให้ไปข้างนอก) |
| Nosey | สอดรู้สอดเห็น | Allen is so nosey. It seems like she knows everything about her friends.(อัลเลนชอบสอดรู้สอดเห็นมาก ดูเหมือนว่าเธอจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเพื่อน ๆ ของเธอ) |
| A pain in the neck | ใครบางคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกไม่พอใจ/ความรำคาญใจมาก ๆ | Talking to my brother is a pain in the neck. He’s very stubborn and always thinks he is right even though he is not.(การพูดคุยกับพี่ชายของฉันเป็นเรื่องรำคาญใจมาก ๆ เขาดื้อรั้นมากและคิดว่าตัวเองเป็นถูกต้องเสมอ) |
| Pull someone’s leg | โกหกใครบางคนเพื่อการหยอกล้อ | Don’t believe Nick! He was just pulling your leg. Anna didn’t say any bad words about you.(อย่าเชื่อนิค เขาแค่แกล้งคุณเท่านั้นอะ แอนนาไม่เคยพูดคำพูดที่ไม่ดีเกี่ยวกับคุณเลย) |
| See eye to eye | เห็นด้วยกับทุกสิ่ง | My parents always see eye to eye. I’ve never heard them arguing.(พ่อแม่ของฉันมักจะเห็นด้วยกับฉัน ฉันไม่เคยได้ยินพวกเขาโต้เถียงอะไรเลย) |
| Shake a leg | กระตุ้นให้ใครบางคนรีบร้อน | Shake a leg! We’re gonna be late!(รีบ ๆ หน่อย เราจะมาสายแล้ว) |
วิธีการจดจำคำศัพท์เกี่ยวกับร่างกายอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์พร้อมรูปภาพ
คนเรามักจะจดจำสิ่งของต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายโดยมองเห็นรูปภาพสีสันสดใส สวยงามและน่าประทับใจ เช่นเดียวกับการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับร่างกายนี้ ลองใช้ Google Image พิมพ์หาคำศัพท์สำคัญที่คุณต้องการเรียนรู้แล้วดูภาพประกอบ นอกจากนี้หากคุณมีความสามารถในการทำอาหาร คุณควรลองวาดภาพเองแล้วเขียนคำศัพท์ลงไปรูปนั้น วิธีการเรียนรู้คำศัพท์ที่มีประสิทธิภาพอย่างนี้อาจจะช่วยให้คุณจดจำคำศัพท์ได้อย่างรวดเร็วมาก ๆ และไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน
จดจำชื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายผ่านการกระทำ
วิธีการเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ยังเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ผู้คนมักนำมาใช้ในการเรียนภาษาอังกฤษ สำหรับแต่ละส่วนของอวัยวะ ลองให้ติดคู่กับการกระทำใดสักอย่าง แล้วทวนซ้ำและทำการกระทำนั้นด้วยตนเอง ตัวอย่างเช่น พึมพำคำว่า “head” แล้วเต้นแบบ “headbangz” คุณจะอึ้งเมื่อเห็นว่าตัวเองจำได้เร็วขนาดนั้น
เรียนรู้คำศัพท์ ร่างกายภาษาอังกฤษ พร้อมเพลง
ปกติ เราจะจำเนื้อเพลง 10 เพลงได้ง่าย แต่จะลืมความหมายของคำศัพท์ที่เพิ่งเรียนไปเมื่อ 10 นาทีที่แล้ว ดังนั้น ดนตรีจึงเป็นเครื่องมือที่ดีเยี่ยมเมื่อใช้กับการเรียนภาษาอังกฤษเสมอ ปัจจุบันนี้ มีเพลงมากมายที่มีคำศัพท์เกี่ยวกับร่างกายภาษาอังกฤษ คุณสามารถอ้างอิงและเรียนตามวิธีนี้ คุณจะไม่ผิดหวังกับการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษทุก ๆ วันด้วยวิธีนี้อย่างแน่นอน
แบบฝึกหัดคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอวัยวะของมนุษย์
ด้านล่างนี้คือแบบฝึกหัดคำศัพท์เกี่ยวกับร่างกายภาษาอังกฤษ เพื่อช่วยให้คุณจดจำคำศัพท์ได้ดีขึ้น
แบบฝึกหัดที่ 1 กรอกข้อมูลลงในช่องว่างด้วยตัวเลขที่เหมาะสม

แบบฝึกหัดที่ 2 Crossword Puzzle

ฝึกฝนคำศัพท์ ร่างกายภาษาอังกฤษกับ ELSA Speak
เพื่อให้จดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐานเกี่ยวกับร่างกายได้เร็วและนาน คุณต้องฝึกพูดและฝึกเขียนคำศัพท์ในทุก ๆ วัน
ลองใช้คำศัพท์เกี่ยวกับร่างกายภาษาอังกฤษในการสนทนาประจำวันกับครอบครัวและเพื่อน ๆ เพื่อให้คำศัพท์เหล่านั้นตราตรึงอยู่ในใจของคุณและช่วยปรับปรุงการตอบสนองภาษาอังกฤษของคุณให้ดีขึ้น
และเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองมีการออกเสียงอย่างถูกต้อง คุณสามารถฝึกฝนด้วย ELSA Speak ได้เลย ซึ่งเป็นหนึ่งในแอพพลิเคชั่นฝึกพูดภาษาอังกฤษชั้นนำของโลกในปัจจุบันที่คุณไม่ควรพลาด แอปพลิเคชันนี้ใช้ได้สำหรับทั้งผู้ที่เรียนรู้ภาษาอังกฤษ ระดับเริ่มต้นด้วย เพราะมีหัวข้อที่หลากหลายตั้งแต่ระดับง่ายจนถึงขั้นสูง
ด้วย ELSA Speak คุณจะได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงมาตรฐานสากลและฝึกฝนเสียงทั้งหมด 44 เสียงในระบบสัทศาสตร์ภาษาอังกฤษ พร้อมกับคำศัพท์มากกว่า 200 หัวข้อที่ถูกอัปเดตเป็นประจำ
ดังนั้น คุณจะมีโอกาสฝึกฝนแบบฝึกหัดมากกว่า 25,000 รายการและบทเรียนกว่า 5,000 บทที่ครอบคลุมทุกทักษะ ได้แก่ การออกเสียง การลงเสียงหนัก การฟังภาษาอังกฤษ การสนทนาและ intonation อีกด้วย
ปัจจุบัน ELSA Speak มีผู้ใช้มากกว่า 13 ล้านคนทั่วโลกและมากกว่า 5 ล้านคนในเมืองไทย เหตุผลที่หลาย ๆ คนเลือก ELSA Speak นั้นก็เพราะว่าเป็นแอปพลิเคชันฝึกการออกเสียงภาษาอังกฤษที่มีข้อดีที่โดดเด่นหลายประการ เช่น
- ระบุข้อผิดพลาดในแต่ละพยางค์และให้ผลตอบรับที่ถูกต้องทันที
- ให้คำแนะนำโดยละเอียดและเฉพาะเจาะจงและการปรับรูปปาก การปล่อยลมหายใจ และการวางลิ้นตามมาตรฐานเจ้าของภาษา
- ออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละระดับ ความสามารถและเป้าหมายของผู้เรียน
- ระบบพจนานุกรมการออกเสียงเฉพาะทาง ไม่เพียงแค่ค้นหาความหมายของคำได้แต่ยังสามารถตรวจสอบการออกเสียงอีกด้วย
ทั้งนี้เป็นชุดคำศัพท์เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ภาษาอังกฤษ พร้อมด้วยสำนวนและแบบฝึกหัดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเรียนรู้คำศัพท์และการฝึกพูดถูกต้องและมีประสิทธิภาพที่สุด อย่าลืมดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ELSA Speak เพื่อฝึกฝนทันทีนะ
จะลาออกจากงานเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างไร เมื่อต้องการลาออกจากงาน คุณแน่นอนอาจจะต้องการเขียนจดหมายลาออก ภาษาอังกฤษเพื่อไปส่งให้นายจ้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในการแสดงความเป็นมืออาชีพของตนเอง อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลส่วนใดที่ต้องการประกอบไปด้วยในการเขียนจดหมาย ลาออกภาษาอังกฤษ มาดูบทเขียนในวันนี้กับ ELSA Speak นะ
จดหมายลาออกจากงานในภาษาอังกฤษคืออะไร
จดหมายลาออกจากงานในภาษาอังกฤษเรียกว่า Letter of resignation, Goodbye Letter หรือ Farewell Letter ซึ่งเป็นจดหมายได้เขียนเพื่อส่งไปยังเจ้านายหรือผู้นำ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเลิกงานที่ผู้เขียนกำลังดำเนินการอยู่ ในจดหมายประเภทนี้ ผู้เขียนต้องการระบุอย่างชัดเจนว่า ตนเองต้องการลาออกจากงาน พร้อมกับเหตุผลเชิงบวกเพื่อทำให้เจ้านายหรือผู้นำสามารถพิจารณาอย่างง่ายดายและรวดเร็ว
อาจจะมีเหตุผลหลายประการในการกล่าวถึงว่ลาออกจากงาน อย่างไรก็ตาม ดังนี้เป็นเหตุผล 4 ประการทั่ว ๆ ไปและสมเหตุสมผลเป็นอย่างมาก
- การลาออกที่เกี่ยวข้องกับปัญหาครอบครัว: เรื่องนี้มักถือเป็นกลุ่มของเหตุผลที่เจ้านายหรือผู้นำอาจจะปฏิเสธได้น้อยที่สุด เนื่องจากเป็นปัญหาที่เราไม่สามารถควบคุมได้หรือไม่สามารถคาดคิดไปก่อนได้
- การลาออกที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายการทำงานในอนาคต: หากใช้ประการนี้ ผู้เขียนต้องมีความแคล่วคล่องในการกล่าวถึงเหตุผลการลาออก เนื่องจากเหตุผลประการนี้เป็นเหตุผลที่ละเอียดอ่อน ผุ้เขียนอาจสามารถกล่าวได้ว่า ตนเองคาดหวังที่จะท้าทายความสามารถในทิศทางหรือสาขาการทำงานใหม่
- ตนเองมีความรู้สึกไม่คล้อยกับการธุรกิจและทิศทางการพัฒนาของบริษัท: หลังจากทำงานที่บริษัทเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง คุณอาจจะรับรู้ได้ว่า ตนเองเหมาะกับการธุรกิจและทิศทางการพัฒนาของบริษัทหรือไม่ เรื่องนี้ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อแนวคิดการลาออกของคุณ ดังนั้น จงพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินนะ
- เหตุผลการลาออกที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการศึกษา: หากกำลังทำงานระหว่างยังไปเรียนอยู่ แล้วรู้สึกว่าตนเองต้องการมุ่งเน้นในการดำเนินการศึกษามากขึ้นเพื่อให้ประสบความสำเร็จในอนาคต คุณสามารถให้ละเอียดอย่างชัดเจนแบบนี้ในจดหมายลาออกจากงานได้เลย
อย่างไรก็ตาม หากน่าเสียดายที่เพื่อนร่วมงานของเราในบริษัทนานาชาติลาออกจากงานเพราะถูกไล่ออก อย่าลังเลที่จะแสดงความเสียใจเป็นภาษาอังกฤษเพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจนะ
ขั้นตอนการเขียนจดหมาย ลาออกภาษาอังกฤษ
วลีทั่วไปในการเขียนจดหมาย ลาออกภาษาอังกฤษ
- esign: การกล่าวถึงการลาออกจากงาน
- Resignation letter = Letter of Resignation: จดหมายลาออกจากงาน
- I made a difficult decision, sir and here is my letter of resignation: การลาออกเป็นเรื่องที่ทำให้ฉันลังเลมากแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจแล้วค่ะ นี่คือจดหมายลาออกของฉัน
- I quit because I want to spend more time for my parents: ฉันขอลาออกจากงานเพราะฉันต้องการใช้เวลากับพ่อแม่มากขึ้น
- I want to change my environment: ฉันต้องการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงาน
- I quit because I want to try something different: ฉันขอลาออกเนื่องจาดต้องการท้าทายตัวเองในทิศทางต่าง ๆ
ชื่อเรื่องสำหรับจดหมาย ลาออกภาษาอังกฤษ
ไม่เพียงแค่จดหมายลาออกจากงานเท่านั้น แต่ในจดหมายประเภทอื่น ๆ ก็จำเป็นต้องมีชื่อเรื่องเพื่อแจ้งเตือนให้ผู้อ่านรับทราบหัวข้อที่เราเขียนมา นอกจากนั้น ยังต้องการมีคำทักทายให้กับบุคคลที่ผู้เขียนส่งมา ด้วยโครงสร้างเป็นภาษาอังกฤษมักใช้: Dear Mr./Mrs/Ms. + ขื่อสกุลของผู้รับจดหมาย
| การใช้ ms mrs ในการเขียนจดหมายมีข้อควรระวังอะไรบ้าง มาศึกษาบทความนี้เพื่อเพิ่มความรู้เกี่ยวกับคำนำหน้าชื่อภาษาอังกฤษและวิธีการแยกความแตกต่างกัน |
ส่วนต้นของจดหมาย ลาออกภาษาอังกฤษ
ในบรรทัดแรกของจดหมาย อย่าใช้การเขียนที่ซับซ้อน วกไปวนมา เราควรเขียนโดยตรงเพื่อกล่าวถึงเรื่องที่เราต้องการลาออกจากงาน
ตัวอย่างเช่น
- I am writing this email to inform you of my resignation from [ตำแหน่งทำงาน], effective [วันที่ลาออกอย่างเป็นทางการ].
(ฉันเขียนมาเพื่อแจ้งให้คุณทราบถึงการลาออกจากงาน ฉันกำลังทำงานที่ … ต้องการลาออกจาดงานในวันที่ …)
หรือ
- Please accept this email as an official notice that I will be resigning [your position] to [company name]. My last day will be [main day off work].
(โปรดยอมรับอีเมลฉบับนี้เป็นประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการลาออกจาก [ตำแหน่งของคุณ] ที่ [ชื่อบริษัท] ในวันทำงานสุดท้ายของฉันคือ [วันหยุดหลัก])
ส่วนเนื้อหาของจดหมาย ลาออกภาษาอังกฤษ
ส่วนเนื้อหาของจดหมายลาออกจากงานถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ดังนั้น คุณจำเป็นต้องนำเสนอเหตุผลอย่างสมบูรณ์และละเอียดเกี่ยวกับการลาออกจากงานของตนเองโดยเฉพาะประการหลายประการต่อไปนี้

1. ใช้ความคิดเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับการทำงานที่บริษัทในช่วงเวลาผ่านมา
ตัวอย่างเช่น
- My experience with [company name] is very valuable.
(ประสบการณ์ของฉันกับ [ชื่อ บริษัท ] มีค่าเป็นอย่างมาก)
- I had the opportunity to work with a great team and a great manager. You all have helped me a lot in the past 2 years.
(ฉันมีโอกาสได้ร่วมงานกับทีมที่มีผู้จัดการที่ยอดเยี่ยม ผู้ร่วมงานทุก ๆ คนต่างก็ช่วยฉันได้มากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา)
2. ให้เหตุผลเชิงบวกสำหรับการลาออก
ตัวอย่างเช่น
- Recently, I received a very good opportunity to work in my hometown where my parents are living. And it means a lot to me.
(เมื่อเร็ว ๆ นี้ ฉันได้รับโอกาสที่ดีมากในการทำงานในบ้านเกิดของฉัน ที่พ่อแม่ของฉันอาศัยอยู่ ดังนั้น โอกาสครั้งนี้มีความหมายกับฉันเป็นอย่างมาก)
3. มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามความรับผิดชอบของเราและมอบงานให้กับผู้สืบทอดอย่างครบถ้วน เรื่องนี้จะแสดงความเป็นมืออาชีพและรับผิดชอบในการทำงานของคุณ
ตัวอย่างเช่น
- I will always be available to assist with training my replacement during my last 2 weeks with the company.
(ฉันจะพร้อมเสมอในการให้ความช่วยเหลือฝึกอบรมผู้ทดแทนของฉันในช่วงเวลา 2 สัปดาห์สุดท้ายทำงานกับบริษัท)
ส่วนท้ายของจดหมาย ลาออกภาษาอังกฤษ
ในตอนท้ายของจดหมาย คุณต้องการรับประกันกับเจ้านายหรือผู้นำว่า ตนเองจะพยายามอย่างดีที่สุดในการส่งมอบงานและหน้าที่ทำงานจนถึงหมดระยะเวลาลาทำงาน ในที่สุด แสดงขอบคุณและขอให้ผู้นำและเพื่อนร่วมงานทุก ๆ คนจะมีแต่สิ่งดี ๆ ในอนาคต ด้วยความเป็นประณีตในจดหมายฉบับนี้ ผู้เขียนมักจะได้ประโยชน์สองประการสำหรับตัวเอง: หนึ่งคือ เจ้านายหรือผู้นำจะมีความประทับใจที่ดี สองคือ ถ้ากลับไปทไงานที่บริษัท คุณจะยังคงได้คัดเลือกกับการจัดลำดับความสำคัญโดยทัศนคติระดับมืออาชีพของคุณ
ตัวอย่างเช่น
- I would like to thank the company very much for every opportunity and experience I have been given to me. I wish [company name] continued success in the future.
(ฉันขอขอบคุณบริษัทเป็นอย่างมากสำหรับทุก ๆ สิ่งและประสบการณ์ที่ฉันได้รับ ฉันหวังว่า [ชื่อบริษัท] จะประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในอนาคต)
บรรทัดสุดท้ายของจดหมายจะเป็นการลงนามของผู้เขียน เหมือนกับจดหมายต่าง ๆ
ตัวอย่างเช่น
Sincerely yours,
(ด้วยความเคารพ)
[ลายเซ็น]

แบบฟอร์มของจดหมายลาออกจากงานภาษาอังกฤษ
แบบฟอร์ที่ 1
Subject letter: Resignation letter from [position]’s post from [company name]
Dear Mr/Mrs [name manager]!
I would like to send this email to officially announce that I will be leaving the company with the position of [working position] with the reason of [reason for leaving] The last working day will be [last working day] . I regret that I will not be working at [company name] any time soon.
I would like to sincerely thank your company for creating favorable conditions for me to work in the past time. I feel very fortunate to have the opportunity to work with friendly colleagues in a good working environment, and at the same time I am very grateful for the support and facilitation of my superiors and colleagues. so that I can do all the work well. I have learned a lot of new experiences and knowledge during my work at the company and all these experiences will be my baggage in my future career.
I will try to complete the unfinished work in the last month when I work here, and at the same time guide and hand over the work to the person in charge. Besides, you can message anything so that I can help during the handover of the project.
Once again, I would like to thank your company and your company for trusting me in the past time. I wish the company every success and I hope to keep in touch with the company in the future.
Best regards,
[Your name]
แปล
เรื่อง/หัวข้อ: จดหมายลาออกจาก [ตำแหน่ง] ที่ [ชื่อ บริษัท ]
ถึง: Mr / Mrs [name manager]!
ฉันเขียนมาเพื่อแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการสำหรับการลาออกจากตำแหน่ง [ตำแหน่งการทำงาน] เนื่องจาก [เหตุผล] วันทำงานสุดท้ายของฉันจะเป็น [วันเวลา] ฉันขอขอแสดงความเสียใจที่จะลาออกจาก [ชื่อบริษัท]
ฉันขอขอบคุณบริษัทอย่างจริงใจที่ได้สร้างเงื่อนไขที่ดีสำหรับฉันในการทำงานในช่วงเวลาผ่านมา ฉันรู้สึกโชคดีมากที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับเพื่อนร่วมงานทุก ๆ คน ซึ่งเป็นมิตรในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ในขณะเดียวกัน ฉันรู้สึกขอบคุณมากสำหรับการสนับสนุนและการอำนวยความสะดวกของผู้นำและเพื่อนร่วมงาน ฉันได้เรียนรู้ประสบการณ์และความรู้ใหม่ ๆ มากมายในกระบวนการทำงานที่บริษัท ประสบการณ์ทั้งหมดเหล่านี้จะเป็นแนวทางที่มีค่าสำหรับอาชีพการงานในอนาคตของฉัน
ฉันจะพยายามดำเนินการกับงานที่ยังไม่เสร็จสิ้นในเดือนสุดท้ายที่บริษัท อีกทั้ง ฉันจะรับผิดชอบในการแนะนำและมอบงานให้กับบุคคลที่จะดำเนินการต่อไปนี้ นอกจากนั้น ฝ่ายบริษัทสามารถส่งข้อความเพื่อให้ความสงสัยสำหรับงานที่ฉันเคยรับผิดชอบมาก่อน
สุดท้าย ฉันขอขอบคุณฝ่ายบริษัทอีกครั้งที่ไว้วางใจฉันในช่วงเวลาที่ผ่านมา ฉันหวังว่าฝ่ายบริษัทจะประสบความสำเร็จและหวังว่าจะได้รับการติดต่อกับบริษัทในอนาคต
ด้วยความเคารพ
[ชื่อของคุณ]

แบบฟอร์ที่ 2
Hi everybody,
I would like to bid you all farewell and inform you that I will be leaving my position at []. Tomorrow is my last day at work.
I have enjoyed working for this company and I appreciate having this great opportunity to work with all of you.
During the past two years, all of you have supported me and through your encouragement and guidance, I have been able to successfully complete the projects assigned to me. With many of you, I have shared a unique friendship that I hope will continue in the years to come even though I will not be here with the company. Now I look forward to this new position bringing new challenges and adding more diverse experiences to my career.
I wish you and your company every success in all your future endeavors.
You can contact me by:
Email – ABC@gmail.com
Or call me at ()
Also, I would like to add you to my LinkedIn profile, if you want, please accept the invitation. I’ll be sending you a request to join my LinkedIn network soon.
Best regards,
[………………]
แปล
สวัสดีทุกคน,
ฉันอยากจะบอกลาและแจ้งให้ทุกคนทราบเกี่ยวกับการลาออกจากตำแหน่ง […] ของฉัน พรุ่งนี้จะเป็นวันทำงานสุดท้ายของฉันที่บริษัท
ฉันสนุกกับการทำงานในช่วงเวลาผ่านมาและซาบซึ้งที่ได้รับโอกาสที่ดีในการทำงานกับบริษัท
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ทุก ๆ คนได้สนับสนุนฉัน ในขณะเดียวกัน ผ่านการให้กำลังใจและคำแนะนำของทุก ๆ คน ฉันมีความสามารถในการเสร็จสิ้นโครงการที่ได้รับมอบหมายอย่างดีเยี่ยม กับเพื่อนร่วมงานหลาย ๆ คน ฉันได้แบ่งปันความเป็นมิตรที่ฉันหวังว่าจะดำเนินต่อในอนาคต แม้ว่าฉันจะไม่ได้ทำงานที่บริษัทอีก ตอนนี้ฉันหวังว่าการที่ได้รับตำแหน่งใหม่ของฉันจะนำความท้าทายใหม่ ๆ และเพิ่มประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับอาชีพของตนเอง
ฉันขอให้ทุก ๆ คุณและฝ่ายบริษัทจะประสบความสำเร็จในความพยายามในอนาคต
คุณสามารถติดต่อฉันได้ผ่าน
อีเมล – abc@gmail.com
หรือโทรหา ()
นอกจากนี้ ฉันต้องการเพิ่มคุณลงในโปรไฟล์ LinkedIn ของฉัน ถ้าเป็นไปได้ โปรดยอมรับคำเชิญของฉัน ฉันจะส่งไปใน LinkedIn เร็ว ๆ นี้
ด้วยความเคารพ
[………………]
แบบฟอร์ที่ 3
Dear all,
After an exciting and memorable year with [], I will be bidding on this company next week to pursue other career opportunities. As we move on, I want to take a moment to remember and cherish our time together. It was great to interact and get to know each and every one of you. Although I will miss you all here, I am looking forward to this new challenge and to starting a new phase in my career.
This is not goodbye, just “hasta luego” or “see you later”.
Keep contact.
My personal contacts are:
Email (xyz@yahoo.com)
Contact phone number (………………………………. ).
Please send a note with your personal contact on my mail id.

แปล
สวัสดีทุก ๆ คน
หลังจากหนึ่งปีที่น่าตื่นเต้นและน่าจดจำกับ […] ฉันจะมาร่วมงานให้กับ [บริษัทใหม่] ในสัปดาห์หน้าเพื่อดำเนินโอกาสต่าง ๆ ในการทำงาน ก่อนที่ลาออกจากงาน ฉันต้องการใช้เวลาสักครู่เพื่อจดจำและหวงแหนเวลาที่ผ่านมาของเราด้วยกัน จริง ๆ แล้ว การที่ได้รับความรู้จักกับทุก ๆ คน เป็นประสบการณ์ที่ดีของฉัน แม้ว่าฉันจะคิดถึงผู้ร่วมงานทุก ๆ คนในที่นี่ แต่ฉันยังก็รอคอยความท้าทายใหม่เพื่อเริ่มต้นทิศทางสาขาการทำงานใหม่ ๆ ในอาชีพการงานของฉัน
จดหมายฉบับนี้ไม่ใช่การบอกลา แค่เป็น “Hasta Luego” หรือ “พบกันใหม่” เท่านั้น
อย่าลืมติดต่อมาด้วยนะ
ข้อมูลติดต่อส่วนตัวของฉันคือ:
อีเมล (xyz@yahoo.com)
ติดต่อทางหมายเลขโทรศัพท์ (………………………………….)
กรุณาส่งบันทึกพร้อมด้วยข้อมูลติดต่อส่วนตัวของคุณผ่านอีเมลของฉัน
ขอให้โชคดีและขอให้คุณทุกคนได้รับความพยายามที่ดีที่สุด
ด้วยความเคารพ
แบบฟอร์ที่ 4
Letter of Subject: Letter of resignation from the post of [position] from [company name].
Dear Mr/Mrs [name manager]!
As I informed you during our meeting last week, my last day at [company name] was [end of business day].
I am extremely satisfied with my job at [company name], working under your guidance has been a learning and enjoyable experience. I thank you for your support and encouragement during these [years of service].
However, I felt that it was time to move on to new opportunities. This decision was not an easy one and it took a lot of consideration. I think this decision is in the best interest of accomplishing my career goals. I want to do my best to fulfill my existing responsibilities and then ensure a smooth transition.
In addition, I would like to thank you again and all others for your help and guidance during my years of service, and best wishes to the entire team.
Best regards,
[Your name]
เข้าใจแนวทางการใช้กาลต่างๆในภาษาอังกฤษอย่างมั่นคง:
- ประโยคอดีตกาลต่อเนื่อง (Past Continuous Tense): โครงสร้างและแบบฝึกหัด
- ประโยคอนาคตกาล ( Future Simple Tense ): โครงสร้างและแบบฝึกหัด
- Present Continuous Tense: โครงสร้าง หลักการใช้งาน
- Past Perfect Continuous Tense
- ประโยคปัจจุบันกาล (Present Simple Tense): โครงสร้าง การใช้งาน
- อนาคตกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง (Future Perfect Continuous Tense)
- Future Continuous Tense: โครงสร้างและหลักการใช้งาน
แปล
เรื่อง/หัวข้อ: จดหมายลาออกจาก [ตำแหน่ง] ที่ [ชื่อ บริษัท ]
ถึง: Mr / Mrs [name manager]!
ที่ฉันได้แจ้งให้คุณทราบในระหว่างการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วันสุดท้ายของฉันที่ [ชื่อบริษัท] คือ [วันเวลา]
ฉันพอใจอย่างมากกับงานของฉันที่ [ชื่อบริษัท] โดยการทำงานที่มีการแนะนำของผู้นำเป็นการเรียนรู้และประสบการณ์ที่สนุกสนาน ฉันขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนและกำลังใจของฝ่ายบริษัทในช่วง [เวลาที่ทำงานที่บริษัท]
อย่างไรก็ตาม ฉันรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องไปสู่โอกาสใหม่ ๆ การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องพิจารณาอย่างมาก ฉันคิดว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดในการสร้างเป้าหมายอาชีพของฉัน ฉันจะทำให้ดีที่สุดเพื่อเติมเต็มความรับผิดชอบที่มีอยู่ แล้วต้องการให้แน่ใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างราบรื่น
นอกจากนี้ ฉันขอขอบคุณอีกครั้งและเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ทั้งหมดสำหรับความช่วยเหลือและคำแนะนำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หวังว่าทุก ๆ คนในทีมจะโชคดีตลอดไป
ด้วยความเคารพ
[ชื่อของคุณ]

การพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนลาออกจากงาน
บทเขียนข้างต้นเพิ่งแบ่งปันวิธีการเขียนจดหมายลาออกจากงานเป็นภาษาอังกฤษด้วยรูปแบบพื้นฐานที่สุด นอกจากนี้ ก่อนที่จะลาออกจากงาน ELSA Speak ขอแนะนำให้คุณลองพิจารณาอย่างละเอียดและรอบคอบ ทั่วถึงตอบได้คำถามต่อไปนี้
- คุณแน่นอนได้คิดเกี่ยวกับการตัดสินใจลาออกจากงานหรือไม่ หรือเป็นเพียงความรู้สึกทางจิตวิทยาทั่วไปว่า ตนเองเมื่อแค่บางวันที่ไม่ดีสำหรับการทำงานเท่านั้น
- ลองพิจารณาเหตุผลสำหรับการลาออกจากงาน ลองตั้งคำถามว่า คุ้มค่าที่จะยอมแพ้งานที่ตนเองเคยอยู่ด้วยมาเป็นเวลานานและนำรายได้ให้กับเราหรือไม่ เพื่อนร่วมงานของเราเป็นคนที่ไม่ดีอย่างมากหรือเราแค่ยังไม่มีโอกาสพูดคุยเพื่อเห็นอกเห็นใจทุก ๆ คนเท่านั้น
- ที่สำคัญที่สุด หากงานนี้เปิดโอกาสให้คุณได้รับความก้าวหน้าและประสบการณ์ที่ดีขึ้น โปรดพิจารณาอีกครั้งนะ
- คุณได้วางแผนเตรียมตัวทางการเงินให้เพียงพอสำหรับกรณีที่ตัวเองลาออกจากงานแต่ยังไม่สามารถหางานที่เหมาะสมทันทีหรือยัง อย่าปล่อยให้เกิดสถานการณ์วิกฤติการเงินของตนเองนะ
หากคุณได้ตรวจสอบปัญหาข้างต้นอย่างรอบคอบไปแล้วและพบว่าคุณจริงจังกับการตัดสินใจและออกจากงาน จงเตรียมตัวเขียนจดหมายลาออกจากงานในภาษาอังกฤษหากทำงานกับบริษัทนานาชาติ ELSA Speak หวังว่าบทเขียนครั้งนี้นี้จะช่วยให้คุณคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณและเสริมให้ตัวคุณเองด้วยข้อมูลระดับมืออาชีพในการเขียนจดหมายลาออกจากงานเป็นภาษาอังกฤษ ขอให้คุณประสบความสำเร็จและมีงานใหม่ที่คุณต้องการนะ
Adjective เป็นไวยากรณ์ที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานเพื่อให้คุณสามารถพิชิตภาษานี้ได้อย่างง่ายดาย บทความวันนี้ที่ ELSA Speak นำมาให้หวังว่าผู้เรียนจะได้ข้อมูลและเข้าใจ Adjective คือ อะไร หรือ คําคุณศัพท์ คือ อะไร อย่าพลาดความรู้เกี่ยวกับ Adjective ในบทความนี้นะ
Adjective คืออะไร– คำนิยามของคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ
คำคุณศัพท์หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า adjective คือ คำที่ใช้เพื่อแสดงลักษณะ บุคลิกภาพ สี สถานะ ระดับ ขอบเขต เป็นต้น ของบุคคลหรือสิ่งของ คำคุณศัพท์ใช้เพื่อขยายคำนาม คำสรรพนามและคำกริยาเชื่อม (Linking Verb)
ตัวอย่าง:
- She is a beautiful girl. (เธอเป็นผู้หญิงที่สวย)
- The car is red. (รถคันนั้นเป็นสีแดง)
- He feels happy. (เขารู้สึกมีความสุข)

ประเภทของคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ
คําคุณศัพท์ มีอะไรบ้าง
ในภาษาอังกฤษ คำคุณศัพท์มีความหลากหลาย และมักแบ่งออกเป็น 13 หมวดหมู่ทั่วไปตามหน้าที่และความหมาย ดังต่อไปนี้:

เรียนรู้วิธีแต่งประโยคภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องและมั่นใจได้ที่นี่เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารของคุณ
คำคุณศัพท์บอกลักษณะ (Descriptive Adjectives)
คำอธิบาย: ใช้เพื่ออธิบายลักษณะภายนอก คุณสมบัติ รูปร่าง หรือสถานะของบุคคลหรือวัตถุ
คำศัพท์ทั่วไป: beautiful, tall, clever, short, fat, thin, strong, weak, happy…
ตัวอย่าง:
- She is a clever student. (เธอเป็นนักเรียนที่ฉลาด)
- The building is very tall. (อาคารหลังนี้สูงมาก)

คำคุณศัพท์บอกความรู้สึก/ความคิดเห็น (Opinion Adjectives)
คำอธิบาย: ใช้เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือการประเมินส่วนตัวของผู้พูดเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (ผู้พูดอาจคิดเช่นนั้น แต่คนอื่นอาจไม่คิดเช่นนั้น)
คำศัพท์ทั่วไป: delicious, boring, wonderful, terrible, amazing, awful, excellent…
ตัวอย่าง:
- This cake is delicious. (เค้กชิ้นนี้อร่อย)
- The movie was quite boring. (หนังเรื่องนี้ค่อนข้างน่าเบื่อ)

คำคุณศัพท์บอกสภาพ/สภาวะ (State/Condition Adjectives)
คำอธิบาย: ใช้เพื่ออธิบายสถานะปัจจุบันของสิ่งต่างๆ หรืออารมณ์ และสถานะทางชีวภาพของมนุษย์
คำศัพท์ทั่วไป: broken, empty, lonely, asleep, awake, alive…
ตัวอย่าง:
- The window is broken. (หน้าต่างแตก)
- The glass is empty. (แก้วว่างเปล่า)

คำคุณศัพท์จำแนกประเภท (Classifying Adjectives)
คำอธิบาย ใช้สำหรับจัดกลุ่มหรือจำแนกสิ่งต่างๆ ออกเป็นกลุ่มหรือหมวดหมู่เฉพาะ (เช่น อาชีพ สาขา วัสดุ ฯลฯ)
คำศัพท์ทั่วไป: medical, electric, wooden, digital, political, cultural, financial…
ตัวอย่าง:
- He is a medical student. (เขาเป็นนักศึกษาแพทย์)
- I want to buy an electric car. (ฉันต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า)

คำคุณศัพท์บอกชื่อเฉพาะ (Proper Adjectives)
คำอธิบาย: สร้างขึ้นจากชื่อเฉพาะของประเทศ เมือง หรือภูมิภาค เพื่อบ่งบอกถึงแหล่งกำเนิดหรือที่มา
หมายเหตุ: ต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ
คำศัพท์ทั่วไป: Thai, American, Japanese, Vietnamese, English, French…
ตัวอย่าง:
- I love Thai food. (ฉันชอบอาหารไทย)
- He is an American singer. (เขาเป็นนักร้องชาวอเมริกัน)

คำคุณศัพท์ขั้นกว่า (Comparative Adjectives)
คำอธิบาย: ใช้เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของลักษณะระหว่างวัตถุสองชิ้น (ขั้นเปรียบเทียบ) หรือเพื่อระบุลักษณะที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม (ขั้นสูงสุด)
คำศัพท์ทั่วไป: taller, biggest, faster, slower, better, worse, more, most, least.
หมายเหตุ:
- คำคุณศัพท์สั้น (1 หรือ 2 พยางค์ ลงท้ายด้วย -y): เติม -er (ขั้นเปรียบเทียบ) หรือ -est (ขั้นสูงสุด) และเปลี่ยน “y” เป็น “i” ก่อนเติมคำต่อท้าย
- คำคุณศัพท์ยาว (2 พยางค์ขึ้นไป): ใช้ more (ขั้นเปรียบเทียบ) หรือ the most (ขั้นสูงสุด) นำหน้าคำคุณศัพท์
ตัวอย่าง:
- ขั้นเปรียบเทียบ: This house is taller than that one. (บ้านหลังนี้สูงกว่าหลังนั้น)
- ขั้นสูงสุด: He is the biggest boy in the class. (เขาเป็นเด็กผู้ชายที่ตัวใหญ่ที่สุดในห้องเรียน)

คำคุณศัพท์บอกปริมาณ (Quantitative Adjectives)
คำอธิบาย: ใช้เพื่อระบุปริมาณโดยประมาณ ไม่ใช่จำนวนที่แน่นอน
คำศัพท์ทั่วไป: some, few, many, several, little, much, enough, a lot of, plenty of, a bit of.
ตัวอย่าง:
- I have many friends here. (ฉันมีเพื่อนมากมายที่นี่)
- She has some money. (เธอพอมีเงินอยู่บ้าง)

คำคุณศัพท์บอกจำนวน (Numeral Adjectives)
คำอธิบาย: ใช้เพื่อระบุการนับที่แม่นยำ (จำนวนนับ) หรือลำดับ (จำนวนเชิงอันดับ)
คำศัพท์ทั่วไป: one, two, first, second, hundred, million, last…
ตัวอย่าง:
- I have two cats. (ฉันมีแมวสองตัว)
- This is the first time I met him. (นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้พบเขา)

คำคุณศัพท์ไม่ระบุเจาะจง (Indefinite Adjectives)
คำอธิบาย: ใช้เพื่ออธิบายบุคคลหรือสิ่งของโดยทั่วไป โดยไม่ระบุรายละเอียดใดๆ อย่างชัดเจน
คำศัพท์ทั่วไป: some, any, several, another, other, such, certain, various.
ตัวอย่าง:
- Do you have any ideas? (คุณมีไอเดียอื่นบ้างไหม?)
- I need another pen. (ฉันต้องการปากกาอีกด้าม)

คำคุณศัพท์ชี้เฉพาะ (Demonstrative Adjectives)
คำอธิบาย: ใช้เพื่อระบุตำแหน่งหรือชี้ชัดบุคคล/สิ่งของที่กำลังกล่าวถึง
คำศัพท์ทั่วไป: this, that, these, those.
ตัวอย่าง:
- This book is mine. (หนังสือเล่มนี้เป็นของฉัน)
- Look at those birds! (ดูนกเหล่านั้นสิ!)

คำคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ (Possessive Adjectives)
คำอธิบาย: ใช้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ แสดงว่าคำนามนั้นเป็นของใคร
คำศัพท์ทั่วไป: my, your, his, her, their, our, its.
ตัวอย่าง:
- My car is parked outside. (รถของฉันจอดอยู่ข้างนอก)
- Is that your phone? (นั่นคือโทรศัพท์ของคุณใช่ไหม?)

คำคุณศัพท์บอกการแจกแจง (Distributive Adjectives)
คำอธิบาย: ใช้เพื่ออ้างถึงหน่วยย่อยหรือองค์ประกอบแต่ละส่วนภายในกลุ่ม
คำศัพท์ทั่วไป: each, every, either, neither.
ตัวอย่าง:
- Each student has a laptop. (นักเรียนแต่ละคนมีแล็ปท็อป)
- Every house on the street is white. (บ้านทุกหลังบนถนนสายนี้เป็นสีขาว)

คำคุณศัพท์คำถาม (Interrogative Adjectives)
คำอธิบาย: ใช้สำหรับถามคำถาม โดยวางไว้หน้าคำนามที่ถูกถามเสมอ เพื่อระบุประธาน
คำศัพท์ที่ใช้บ่อย: which, what, whose.
ตัวอย่าง:
- Which color do you like? (คุณชอบสีอะไร?)
- Whose pen is this? (ปากกานี้เป็นของใคร?)

แบบฟอร์มและข้อสังเกตเกี่ยวกับคำคุณศัพท์
ในภาษาอังกฤษ คำคุณศัพท์มักถูกระบุด้วยคำต่อท้าย (suffix) ที่เป็นเอกลักษณ์ การเข้าใจคำต่อท้ายเหล่านี้จะช่วยให้ระบุชนิดของคำและเข้าใจความหมายได้ง่ายขึ้น
ด้านล่างนี้เป็นตารางสรุปคำต่อท้ายคุณศัพท์ที่ใช้กันทั่วไป:
| คำต่อท้าย (Suffix) | ความหมายทั่วไป (สำหรับอ้างอิง) | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| -ant | มีลักษณะหรือคุณสมบัติบางอย่าง | important, elegant, fragrant |
| -al | เป็นของ เกี่ยวข้องกับ | economical, physical, ideal |
| -able | มีความสามารถ (ในการทำบางสิ่ง) | valuable, comparable, considerable |
| -ible | สามารถทำได้ (คล้ายกับ -able) | responsible, possible, flexible |
| -ive | มีคุณสมบัติหรือแนวโน้มบางอย่าง | protective, constructive, productive |
| -ous | เต็ม ประกอบด้วย มีลักษณะเฉพาะ | mountainous, poisonous, humorous |
| -ic | เป็นของ มีลักษณะบางอย่าง | athletic, economic, specific |
| -y | มีมาก เต็ม (โดยปกติหมายถึงลักษณะเฉพาะ) | happy, wealthy, heavy |
| -ly | มีลักษณะเฉพาะ คุณสมบัติ (พฤติกรรม/เวลา) | friendly, lovely, early |
| -ful | เต็ม มีมาก (ความหมายเชิงบวก) | useful, careful, harmful |
| -less | ขาด ไม่มี (ความหมายเชิงลบ) | useless, careless, harmless |
| -ing | ก่อให้เกิดความรู้สึก คุณสมบัติ (กริยาที่ต้องการกรรม) | interesting, boring, exciting |
| -ed | รู้สึก ได้รับผลกระทบ (กริยาที่ไม่ต้องการกรรม) | interested, bored, excited |
ตัวอย่างการใช้คำคุณศัพท์ที่มีคำต่อท้าย:
- She is a very careful driver. (เธอเป็นคนขับรถที่ระมัดระวังมาก)
- This chemical is poisonous. (สารเคมีนี้เป็นพิษ)

| Adjective ไม่ได้ใช้แค่บรรยายสิ่งต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังช่วยสร้าง คําชม ภาษาอังกฤษ ที่ไพเราะได้ด้วย ลองเลือกใช้คำคุณศัพท์เชิงบวกเพื่อให้คำชมของคุณมีพลังมากขึ้น |
หน้าที่และตำแหน่งของคำคุณศัพท์
- คำคุณศัพท์ขยายคำนามและอยู่หน้าคำนามที่ขยาย เช่น beautiful house, expensive car, informative report…
- คำคุณศัพท์ขยายคำนามและมักอยู่หลัง Linking Verbs เช่น be, seem, look, feel, appear, taste, smell, stay, sound, get, become, remain, go, turn, …
Ex: She seems unhappy. (ดูเหมือนเธอไม่ค่อยสนุก)
- คำคุณศัพท์ขยายกรรมและอยู่หลังกรรม คำกริยาเฉพาะบางคำมักใช้ในกรณีนี้ เช่น keep, make, find…
Ex: I found it useful. (ฉันคิดว่ามันมีประโยชน์)
Don’t make it more confusing. (อย่าทำให้มันสับสนไปมากกว่านี้)
- คำคุณศัพท์ใช้เหมือนเป็นคำนาม
คำคุณศัพท์บางคำใช้เหมือนเป็นคำนามเพื่ออ้างถึงกลุ่มบุคคลหรือแนวคิด ซึ่งมักนำหน้าด้วยคำว่า “the” เช่น the poor, the blind, the rich, the deaf, the sick, the handicapped, the good, the old, …
Ex: The rich do not know how the poor live. (คนรวยจะไม่รู้ว่าคนจนใช้ชีวิตอย่างไร)
- คำคุณศัพท์ใช้ในวลีที่อธิบายการวัด
Ex: The road is 5 km long. (ถนนยาว 5 กม.)
A building is ten storeys high. (อาคารหลังนี้สูงสิบชั้น)
- คำคุณศัพท์ขยายคำสรรพนามที่ไม่ชี้เฉพาะ เช่น something, anything, nothing, everything, someone, anyone, everyone…
Ex: I have something important to tell you. (ฉันมีเรื่องสำคัญบางเรื่องอยากบอกคุณ)
Let’s go somewhere romantic for dinner. (ไปทานอาหารเย็นที่ร้านโรแมนติกกันเถอะ)
- คำคุณศัพท์ที่ใช้ร่วมกับกริยาช่วย (Modal Verbs)
คำคุณศัพท์ไม่จำเป็นต้องตามหลังกริยาช่วย (can, could, should, must, may…) แต่ต้องมีกริยาช่วยพร้อมกริยาพื้นฐาน “be” (หรือกริยาเชื่อมอื่นๆ) เพื่อสร้างขึ้นเป็นภาคแสดง
ตัวอย่าง: It must be true. (มันต้องเป็นความจริง)
You should be careful. (คุณควรระมัดระวัง)
- คำคุณศัพท์ที่ใช้ร่วมกับคำกริยาวิเศษณ์ (Adverbs)
ในวลีคุณศัพท์ คุณศัพท์มักจะตามหลังคำวิเศษณ์บอกระดับ (very, too, so, quite, extremely…). คำวิเศษณ์จะขยายความคุณศัพท์เพื่ออธิบายระดับของลักษณะนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ตัวอย่าง:
- She is very talented. (เธอมีความสามารถมาก)
- The test was extremely difficult. (การทดสอบนั้นยากมาก)

| คุณมักจะสับสนเวลาใช้ some ไหมคะ? ถ้าใช่ ลองมาอ่านบทความนี้ที่จะช่วยอธิบายว่า some ใช้กับอะไร และแยกแยะการใช้งานในแต่ละกรณีให้เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ |
ลำดับคำคุณศัพท์ – กฎ OSASCOMP
เมื่อมีคำคุณศัพท์หลายคำที่ขยายคำนามและนำหน้าคำนาม คำคุณศัพท์จะถูกจัดเรียงในลำดับต่อไปนี้
OSASCOMP
Opinion – Size – Age – Shape – Color – Origin – Material – Purpose + NOUN
| หัวข้อ | Determiner | Opinion | Size | Age | Shape | Color | Origin | Material | Purpose | Noun |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Table | A | nice | small | new | – | white | British | wooden | dining | table |
| Lanterns | The | beautiful | – | old | round | – | Japanese | paper | – | lanterns |
| Belts | Two | expensive | long | – | – | black | Italian | leather | – | belts |
Ex:
A nice small new white British wooden dining table. (โต๊ะทานอาหารไม้สีขาวขนาดเล็กสไตล์อังกฤษตัวใหม่มีความสวยงาม)
The beautiful old round Japanese paper lanterns. (โคมไฟกระดาษทรงกลมแบบญี่ปุ่นโบราณมีความสวยงาม)
Two expensive long black Italian leather belts.(เข็มขัดหนังแท้สีดำยาวจากอิตาลีสองเส้นมีราคาแพง)


คำคุณศัพท์ประสม
คำคุณศัพท์ประสมเป็นคำคุณศัพท์ที่เกิดจากการนำคำ (ตั้งแต่ 2 คำขึ้นไป) มารวมกันและใช้เหมือนเป็นคำคุณศัพท์คำเดียว
ลักษณะการเขียน
- เขียนเป็นคำเดียว
life + long = lifelong (ตลอดชีวิต)
car + sick = carsick (เมารถ)
- เขียนเป็นคำที่มียัติภังค์
world + famous = world-famous (มีชื่อเสียงระดับโลก)
duty + free = duty-free (ปลอดภาษี)
โครงสร้างของคำคุณศัพท์ประสม
- คำนาม + คำคุณศัพท์:
snow-white (ขาวเหมือนหิมะ)
homesick (คิดถึงบ้าน)
- คำคุณศัพท์ + คำนาม:
long-distance (ระยะไกล)
second-hand
- คำนาม + คำกริยาที่เป็นส่วนประกอบ (participle)
handmade (ทำด้วยมือ)
heartbroken (อกหัก/เสียใจ)

- คำกริยาวิเศษณ์ (adverb) + คำกริยาที่เป็นส่วนประกอบ (participle)
well-known (มีชื่อเสียง)
outspoken (พูดตรงไปตรงมา)
- คำคุณศัพท์ + คำคุณศัพท์
blue-black (สีน้ำเงินอมดำ)
dark-brown (สีน้ำตาลเข้ม)
- คำคุณศัพท์ + คำกริยาที่เป็นส่วนประกอบ (participle)
easy-going (ง่ายๆ)
ready-made (สำเร็จรูป)
คำคุณศัพท์ประสมกับยัติภังค์
หมายเหตุ: คำนามที่ใช้กับคำคุณศัพท์ประสมจะเป็นประเภทเอกพจน์เสมอ
Ex:
- A four-year-old girl = The girl is four years old.
(เด็กหญิงผู้มีอายุสี่ขวบ = เด็กหญิงคนนี้อายุสี่ขวบ)A four-years-old girl
- A ten-storey building = The building has ten storeys.
(อาคารหลังนี้ 10 ชั้น = อาคารหลังนี้มี 10 ชั้น)A ten-storeys building
Participle – กริยาที่ทำหน้าที่เหมือนคุณศัพท์ (Adjective)
ในภาษาอังกฤษ Participles สามารถทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์เพื่อขยายคำนามได้ โดยปกติจะลงท้ายด้วย -ing หรือ -ed
Present Participle V-ing
การใช้: ใช้เพื่ออธิบายคุณสมบัติหรือลักษณะของคน สิ่งของ หรือเหตุการณ์ คำนามที่เติม V-ing คือที่มาของอารมณ์หรือผลกระทบนั้น
ตัวอย่าง:
- The film was boring. (หนังเรื่องนี้น่าเบื่อ)
- He is an interesting man. (เขาเป็นคนน่าสนใจ)
Past Participle V-ed
การใช้: ใช้เพื่อแสดงอารมณ์หรือความรู้สึกของบุคคลเมื่อได้รับผลกระทบจากบางสิ่ง (ประโยคที่เน้นการถูกกระทำ)
ตัวอย่าง:
- I was bored with the film. (ฉันรู้สึกเบื่อกับหนังเรื่องนี้)
- I am interested in his stories. (ฉันสนใจเรื่องราวของเขา)
รายชื่อคำคุณศัพท์ที่ใช้บ่อย
คำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายรูปลักษณ์ภายนอก & บุคลิกภาพ (Appearance & Personality)
| คำศัพท์ | คำอ่าน | ความหมาย |
|---|---|---|
| Beautiful | /ˈbjuːtɪfl/ | สวย |
| Handsome | /ˈhænsəm/ | หล่อ |
| Cute | /kjuːt/ | น่ารัก |
| Friendly | /ˈfrendli/ | เป็นมิตร |
| Kind | /kaɪnd/ | ใจดี |
| Generous | /ˈdʒenərəs/ | เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ |
| Selfish | /ˈselfɪʃ/ | เห็นแก่ตัว |
| Confident | /ˈkɒnfɪdənt/ | มั่นใจ |
| Honest | /ˈɒnɪst/ | ซื่อสัตย์ |
| Lazy | /ˈleɪzi/ | ขี้เกียจ |
คำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายอารมณ์ & ภาวะทางอารมณ์ (Emotions & Mood)
| คำศัพท์ | คำอ่าน | ความหมาย |
|---|---|---|
| Happy | /ˈhæpi/ | มีความสุข |
| Sad | /sæd/ | เศร้า |
| Angry | /ˈæŋɡri/ | โกรธ |
| Excited | /ɪkˈsaɪtɪd/ | ตื่นเต้น |
| Nervous | /ˈnɜːvəs/ | กังวล |
| Bored | /bɔːd/ | เบื่อ |
| Scared | /skeəd/ | กลัว |
| Surprised | /səˈpraɪzd/ | ประหลาดใจ |
| Confused | /kənˈfjuːzd/ | สับสน |
| Relaxed | /rɪˈlækst/ | ผ่อนคลาย |
คำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายขนาด & รูปร่าง (Size & Shape)
| คำศัพท์ | คำอ่าน | ความหมาย |
|---|---|---|
| Big | /bɪɡ/ | ใหญ่ |
| Small | /smɔːl/ | เล็ก |
| Tall | /tɔːl/ | สูง |
| Short | /ʃɔːt/ | สั้น |
| Long | /lɒŋ/ | ยาว |
| Round | /raʊnd/ | กลม |
| Square | /skweə(r)/ | สี่เหลี่ยม |
| Wide | /waɪd/ | กว้าง |
| Narrow | /ˈnærəʊ/ | แคบ |
| Flat | /flæt/ | แบน |
คำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายวัสดุ (Materials)
| คำศัพท์ | คำอ่าน | ความหมาย |
|---|---|---|
| Wooden | /ˈwʊdn/ | ไม้ |
| Plastic | /ˈplæstɪk/ | พลาสติก |
| Metal | /ˈmetl/ | โลหะ |
| Golden | /ˈɡəʊldən/ | ทอง |
| Silver | /ˈsɪlvə(r)/ | เงิน |
| Leather | /ˈleðə(r)/ | หนัง |
| Cotton | /ˈkɒtn/ | ผ้าฝ้าย |
| Silk | /sɪlk/ | ผ้าไหม |
| Woolen | /ˈwʊlən/ | ผ้าขนสัตว์ |
| Paper | /ˈpeɪpə(r)/ | กระดาษ |
คำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายสภาพแวดล้อมและทิวทัศน์ (Environment & Landscape)
| คำศัพท์ | คำอ่าน | ความหมาย |
|---|---|---|
| Peaceful | /ˈpiːsfl/ | สงบ |
| Noisy | /ˈnɔɪzi/ | เสียงดัง |
| Crowded | /ˈkraʊdɪd/ | แออัด |
| Polluted | /pəˈluːtɪd/ | มีมลพิษ |
| Clean | /kliːn/ | สะอาด |
| Fresh | /freʃ/ | สด |
| Ancient | /ˈeɪnʃənt/ | โบราณ |
| Modern | /ˈmɒdn/ | ทันสมัย |
| Natural | /ˈnætʃrəl/ | เป็นธรรมชาติ |
| Dry | /draɪ/ | แห้ง |
คำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายสุขภาพและสภาพร่างกาย (Health & Physical Condition)
| คำศัพท์ | คำอ่าน | ความหมาย |
|---|---|---|
| Healthy | /ˈhelθi/ | สุขภาพดี |
| Sick | /sɪk/ | ป่วย |
| Weak | /wiːk/ | อ่อนแอ |
| Strong | /strɒŋ/ | แข็งแรง |
| Tired | /ˈtaɪəd/ | เหนื่อย |
| Energetic | /ˌenəˈdʒetɪk/ | เต็มไปด้วยพลังงาน |
| Dizzy | /ˈdɪzi/ | เวียนหัว |
| Fit | /fɪt/ | สมดุล สุขภาพดี |
| Blind | /blaɪnd/ | ตาบอด |
| Deaf | /def/ | หูหนวก |

โครงสร้างประโยคทั่วไปที่มีคำคุณศัพท์
เพื่อให้สามารถใช้คำคุณศัพท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพในการสื่อสารและการเขียน คุณจำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างประโยคพื้นฐานต่อไปนี้
โครงสร้างพื้นฐานของการบรรยาย (โดยใช้กริยา To be)
โครงสร้าง: S + to be + Adjective
ความหมาย: ใช้เพื่ออธิบายลักษณะหรือคุณสมบัติของประธาน
ตัวอย่าง:
- She is beautiful. (เธอสวย)
- They are friendly. (พวกเขามีความเป็นมิตร)
โครงสร้างที่ใช้กริยาเชื่อม (Linking Verbs)
โครงสร้าง: S + Linking Verb (look/feel/seem/sound/taste…) + Adjective
ความหมาย: ใช้เพื่อแสดงการรับรู้ทางประสาทสัมผัสหรือสภาวะ
ตัวอย่าง:
- You look tired. (คุณดูเหนื่อยนะ)
- This soup tastes good. (ซุปนี้รสชาติดี)
โครงสร้าง “เกินกว่าที่…จะ…” (Too… to)
โครงสร้าง: S + to be + too + Adjective + (for O) + to V
ความหมาย: การอธิบายลักษณะเฉพาะอย่างเกินระดับที่อนุญาตทำให้ใครบางคนไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ตัวอย่าง: The coffee is too hot for me to drink. (กาแฟร้อนเกินกว่าที่ฉันจะดื่มได้)
โครงสร้าง “เพียงพอ” (Enough)
โครงสร้าง: S + to be + Adjective + enough + (for O) + to V
ความหมาย:การอธิบายถึงการมีลักษณะ/คุณสมบัติที่จำเป็นในการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ
ตัวอย่าง: He is tall enough to reach the shelf. (เขาสูงพอที่จะเอื้อมถึงชั้นวางของได้)
โครงสร้าง “มาก… จน” (So… that)
โครงสร้าง: S + to be + so + Adjective + that + S + V
ความหมาย: เน้นย้ำถึงระดับที่คำคุณศัพท์นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง
ตัวอย่าง: The movie was so boring that I fell asleep. (หนังเรื่องนั้นน่าเบื่อมากจนฉันเผลอหลับไป)
โครงสร้าง Subjunctive ใช้กับ “It”
โครงสร้าง: It + to be + Adjective + (for O) + to V
ความหมาย: การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกระทำ (นั่น…เพื่อทำ)
หมายเหตุ: ถ้าคำคุณศัพท์อธิบายถึงคุณลักษณะของบุคคล (kind, nice, brave, polite) เราจะใช้คำบุพบท “of” แทน “for”
ตัวอย่าง:
- It is difficult to learn English. (การเรียนภาษาอังกฤษนั้นยาก)
- It is important to be on time. (การตรงต่อเวลานั้นเป็นสิ่งสำคัญ)
โครงสร้าง “Make”
โครงสร้าง: S + make + O + Adjective
ความหมาย: ทำให้ใครบางคน/บางสิ่งกลายเป็นลักษณะใดลักษณะหนึ่ง
ตัวอย่าง:
- You make me happy. (คุณทำให้ฉันมีความสุข)
- Don’t make the room messy. (อย่าทำให้ห้องรกนะ)
โครงสร้าง “Find”
โครงสร้าง: S + find + O + Adjective
ความหมาย: มีความรู้สึก/รับรู้เกี่ยวกับใครบางคนหรือบางสิ่งบางอย่างในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง (การแสดงความคิดเห็น)
ตัวอย่าง:
- I find this book interesting. (ฉันว่าหนังสือเล่มนี้น่าสนใจ)
- We found the test hard. (พวกเรารู้สึกว่าข้อสอบยากมาก)
โครงสร้าง “Keep”
โครงสร้าง: S + keep + O + Adjective
ความหมาย: เพื่อรักษาบุคคล/สิ่งของให้อยู่ในสถานะใดสถานะหนึ่ง
ตัวอย่าง:
- Please keep your room clean. (โปรดรักษาความสะอาดห้องของคุณ)
- Keep it simple. (ทำให้มันง่ายเข้าไว้)
โครงสร้างการเปรียบเทียบ
โครงสร้าง: S + to be + as + Adjective + as + O
ความหมาย: เปรียบเทียบวัตถุสองชิ้นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
ตัวอย่าง: She is as beautiful as her mother. (เธอสวยเหมือนแม่ของเธอเลย)

แบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำคุณศัพท์
เพื่อให้เข้าใจบทความข้างต้น เรามาทบทวนด้วยแบบฝึกหัดสามข้อด้านล่างนี้ โดยเน้นที่กฎที่สำคัญที่สุด ได้แก่ ลำดับของคำคุณศัพท์ การแยกแยะระหว่างคำลงท้ายด้วย -ing และ -ed และชนิดของคำ
แบบฝึกหัดที่ 1: เรียงลำดับคำต่อไปนี้ให้เป็นคำคุณศัพท์ที่ถูกต้อง (OSASCOMP)
เรียงคำคุณศัพท์ในวงเล็บให้ถูกต้องเพื่อสร้างประโยคที่ถูกต้อง
- She has ………………………………….. hair. (black / long / beautiful)
- I bought a ………………………………….. table. (wooden / round / small)
- It is a ………………………………….. car. (German / new / sports / red)
- He gave me a ………………………………….. box. (metal / black / small)
- They live in a ………………………………….. house. (old / big / white)
เฉลย:
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 |
|---|---|---|---|---|
| beautiful long black hair | small round wooden table | new red German sports car | small black metal box | big old white house |
แบบฝึกหัดที่ 2: เลือกคำคุณศัพท์ที่เหมาะสมซึ่งลงท้ายด้วย -ing หรือ -ed
วงกลมหรือเติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่าง
- The movie was so (boring / bored) that I fell asleep.
- I was very (surprising / surprised) to hear the news.
- My job is quite (tiring / tired), I have to work 12 hours a day.
- She is (interesting / interested) in learning history.
- The children are very (exciting / excited) about the upcoming trip.
เฉลย:
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 |
|---|---|---|---|---|
| boring | surprised | tiring | interested | excited |
แบบฝึกหัดที่ 3: เติมคำในวงเล็บให้ถูกต้องตามรูปคำที่กำหนด (โครงสร้างคำ)
ใช้คำคุณศัพท์ที่มีคำต่อท้ายที่คุณได้เรียนรู้มาเพื่อเปลี่ยนรูปคำในวงเล็บ
- Thank you for your advice. It was very ……………….. (help)
- Be ……………….. when you cross the street. (care)
- Smoking is ……………….. to your health. (harm)
- She is a very ……………….. artist. (create)
- It is ……………….. to finish this project in one day. (impossibility)
เฉลย:
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 |
|---|---|---|---|---|
| helpful | careful | harmful | creative | impossible |

ในบทความนี้ ELSA Speak ได้นําความรู้เกี่ยวกับ Adjective คือ หรือ คําคุณศัพท์ คือ อะไร มาฝากคุณแล้ว หวังว่าจะช่วยให้คุณเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอย่าลืมติดตาม ELSA Speak เพื่อเรียนภาษาอังกฤษด้วยกันทุกวันนะ
คำกริยาเชื่อมหรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า LINKING VERB เป็นหนึ่งในคำกริยาประเภททั่วไป หากคุณยังไม่ทราบอย่างลึกซึ้งว่า linking verb คือ อะไรแล้ว linking verb มีอะไรบ้าง ขอแนะนำให้มาอ่านและเรียนรู้ทุก ๆ อย่างเกี่ยวกับคำกริยาเชื่อมกับ ELSA Speak ในบทเขียนของวันนี้นะ
คำกริยาเชื่อม หรือ Linking Verb คืออะไร
คำกริยาเชื่อม หรือ Linking Verb เป็นคำกริยาที่แตกต่างจากคำกริยาที่บอกการกระทำ (action verbs) Linking Verb แสดงสถานะและอารมณ์ของสิ่งของต่าง ๆ แต่ไม่ได้แสดงหรืออธิบายการกระทำที่เฉพาะเจาะจง
ประโยคที่มีคำกริยาที่บอกการกระทำ (action verb)
- I buy two beautiful pictures from Jay’s shop.
ในประโยคข้างบน action verb คือ buy
ประโยคที่มีคำกริยาเชื่อม (linking verb)
- Two pictures from Jay’s shop are beautiful.
ในประโยคข้างบน linking verb คือ “are” เชื่อมต่อคำคุณศัพท์ “beautiful” และประธาน “Two pictures from Jay’s shop” เพื่อทำหน้าที่ขยายความให้ประธาน
โดยแตกต่างจากคำกริยาที่บอกการกระทำ (action verb) คำกริยาเชื่อม หรือ linking verb มีหน้าที่แสดงออกความสัมพันธ์ระหว่างประธานและภาคแสดงในแต่ละประโยค แต่ไม่ได้แสดงการกระทำใดการกระทำหนึ่ง นอกจากนี้ ภาคแสดงในประโยคที่ได้กล่าวถึงมักเป็นคำคุณศัพท์หรือคำนามหรือนามวลี Linking verbs ที่พบบ่อยที่สุดคือคำกริยาว่า “be” และรูปแบบของมันเช่น: am, is, คือ, คือ, เป็น, เป็นและเป็น

คำกริยาเชื่อมยอดนิยม
นอกจาก “tobe” เป็น linking verb ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาอังกฤษแล้ว เรายังมีคำกริยาเชื่อมคำอื่น ๆ ที่ใช้ในการทดสอบจำนวนมาก แม้ว่าพวกคำนั้นจะไม่ได้อธิบายการกระทำ แต่มันก็มีการเชื่อมต่ออย่างใกล้ชิดและชัดเจนระหว่างประธานและข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งได้เรียกว่าภาคแสดง
ดังกล่าวคือคำกริยาเชื่อมทั่วไปในภาษาอังกฤษ
Become (กลายเป็น/เริ่ม/…): She becomes suspicious of everything they say. (เธอเริ่มคาใจในทุกสิ่งที่พวกเขาพูด)
Get (กลายเป็น/เริ่ม/…): It’s getting dark. (กำลังจะมืดแล้ว)
Grow (กลายเป็น): Anna grows prettier every day. (แอนนาสวยขึ้นทุก ๆ วัน)
Feel (รู้สึก): I feel worthy when the boss compliments me. (ฉันรู้สึกคุ้มค่าเมื่อได้รับคำชมเชยจากเจ้านาย)
Seem (ดูเหมือน): She seems happy after hearing the news. (เธอดูเหมือนมีความสุขหลังจากได้ยินข่าว)
Look (ดู): The puppy looks so cute. (ลูกสุนัขดูน่ารักมาก)
Smell (กลิ่น): The flowers smell sweet. (ดอกไม้มีกลิ่นหอมหวาน)
Sound (ดูเหมือน/ฟังดูเหมือน/…): You sound tired. (คุณฟังดูเหนื่อย ๆ นะ)
Taste (มีรสชาติ): The food tasted delicious. (อาหารมีรสชาติอร่อย)
Stay (ยัง/กำลัง/อยู่/…): They still stay cold toward each other after the fight. (พวกเขายังคงเย็นชาต่อกันหลังการต่อสู้)
Remain (ยังคง/ยัง/กำลัง/อยู่/…): She remains the mean girl as she always was. (เธอยังคงเป็นผู้หญิงที่ตระหนี่เหมือนเดิม)
Appear (ดูเหมือนจะ): She didn’t appear at all happy at the news. (เธอดูเหมือนจะไม่สนุกกับข่าวเรื่องนี้เท่าไร)

สัญญาณการรับรู้คำกริยาเชื่อม – การใช้ Linking Verb
มีหมายเหตุ 3 ข้อที่คุณต้องจำไว้ในการรับรู้และการใช้คำกริยาเชื่อม
- Linking verbs ไม่อยู่ในรูปแบบกริยาของ Present Continuous Tense ตลอดไป
- Linking verbs ได้เติมไปด้วยคำคุณศัพท์หรือคำนามหรือนามวลี
- Linking verbs เป็นคำกริยาที่ไม่มีหน้าที่บอกการกระทำ มันแค่อธิบายถึงสถานะหรือลักษณะของสิ่งของต่าง ๆ เท่านั้น
สรุปและแบบฝึกหัด
บทที่ 1: เลือกคำกริยาเชื่อม (Linking verb) ที่ถูกต้องในแต่ละประโยค
- The dress looks lovely on you.
- My father is a great cook.
- You seem furious about Ann’s joke.
- If you practice hard enough, you may become the winner.
- This notebook looks better in black.
- This tea pot was mine.
- The spaghetti tasted awful.
- These pottery dishes are Chinese.

บทที่ 2: เลือกคำกริยาเชื่อม (Linking verb) ที่ถูกต้อง โดยไม่เลือกคำกริยาบอกการกระทำ
- I have a cold and I feel miserable right now.
- That song sounds good, we should play it again.
- “Little Women” is my favorite movie, I have seen it five times.
- These oranges look very bright and taste really sweet.
- These jeans feel too tight, they must belong to my little sister.
- Lan’s car was blue until she damaged it and had it repainted.
- Did it sound natural?
- She appeared to be in her late forties.
คำตอบ
บทที่ 1
1 –looks , 2 – is, 3 – seem, 4 – become, 5 – looks, 6 – was, 7 – tasted, 8 – are
บทที่ 2
1 – feel, 2 – sounds, 3 – is, 4 – look, 5 – feel, 6 – was, 7 – sound, 8 – appeared
การเขียนเกี่ยวกับ งานอดิเรกภาษาอังกฤษ เป็นหนึ่งในหัวข้อที่มักปรากฏในบทเรียนและการทดสอบภาษาอังกฤษ เช่น TOEIC และ IELTS หรือมักจะเป็นเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ในบทความต่อไปนี้ เราจะได้เรียนรู้ว่าในเรื่องของ งานอดิเรกภาษาอังกฤษ กิจกรรมหรือ activities มีอะไรบ้าง รวมถึงวิธีการเขียนเกี่ยวกับ งานอดิเรกภาษาอังกฤษ ให้ดีและน่าประทับใจนะ
คำศัพท์ทั่วไปเกี่ยวกับ งานอดิเรกภาษาอังกฤษ
งานอดิเรกเป็นหัวข้อที่มักปรากฏเป็นการแนะนำตัวเองในภาษาอังกฤษ งานอดิเรกภาษาอังกฤษ สามารถเป็นคำนาม หรือ กริยานาม ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า gerund (คำกริยาเติม ing) มาดูกันว่า ในภาษาอังกฤษ งานอดิเรกมีอะไรบ้างนะ
- baking: การทำเค้ก
- binge-watching series/dramas: การดูซีรีส์/ละครติดต่อกันโดยไม่ได้พักผ่อน
- camping: การตั้งแคมป์
- cooking: การทำอาหาร
- crafting: หัตถกรรม
- cycling: การขี่จักรยาน
- debate: การอภิปราย
- going to the gym/hitting the gym: ไปยิม
- journaling: การเขียนบันทึกประจำวัน
- listening to podcasts: การฟังพอดแคสต์
- meditation: การนั่งสมาธิ
- planting: การปลูกต้นไม้
- playing sports: การเล่นกีฬา

- gardening: การทำสวน
- playing chess: การเล่นหมากรุก
- reading: การอ่าน
- scouting: การลูกเสือ
- shopping: การชอปปิง
- singing karaoke: การร้องคาราโอเกะ
- surfing the Internet: เล่นอินเทอร์เน็ต
- window shopping: การเดินทางไปดูสิ่งของต่าง ๆ (แต่ไม่ได้ซื้อ)
- trekking: การเดินป่าระยะไกล
- volunteering: การเป็นอาสาสมัคร
- wandering around the city: เดินไปรอบ ๆ เมือง
- yoga: โยคะ
วิธีการแนะนำ งานอดิเรกภาษาอังกฤษ – กิจกรรมภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง
คำถามเกี่ยวกับ งานอดิเรกภาษาอังกฤษ
- What are your hobbies/interests? (งานอดิเรกของคุณคืออะไรบ้าง)
- Do you have any hobbies/interests? (คุณมีงานอดิเรกไหม)
- What are you interested in/fond of/keen on? (คุณสนใจกับงานอดิเรกอะไร)
- What are your favorite leisure activities? (คุณสนใจกับกิจกรรมยามว่างอะไร)
- Why are you interested in/fond of/keen on + [noun (phrase)/V-ing] + ?
(ทำไมคุณถึงสนใจ/สนใจ…)
ตัวอย่าง:
Why are you interested in cycling? (ทำไมคุณถึงสนใจการปั่นจักรยาน)
- How often do you + verb (bare) + … + ?
คุณ (ทำ…) บ่อยแค่ไหน
ตัวอย่าง:
How often do you cook/bake? (คุณทำอาหาร/เบเกอรี่บ่อยแค่ไหน?)
- How do you spend your leisure/free time? (คุณใช้เวลาว่างอย่างไร?)
>>> Read more: การเขียน ที่อยู่ภาษาอังกฤษ ให้ถูกต้องที่สุด

ตอบคำถามเกี่ยวกับงานอดิเรกของตนเองในภาษาอังกฤษ
– My hobby/hobbies/interest(s) is/are + [noun (phrase)/V-ing].
⟶ งานอดิเรกของฉันคือ …
ตัวอย่าง: My interest is reading magazines.
⟶ งานอดิเรกของฉันคือการอ่านนิตยสาร
– I’m really into + [noun (phrase)/V-ing].
⟶ ฉันชอบ (กิจกรรม) จริง ๆ/เป็นอย่างมาก/มาก ๆ
ตัวอย่าง: I’m really into gardening.
⟶ ฉันชอบการทำสวนจริง ๆ/เป็นอย่างมาก/มาก ๆ
– I’m interested in/fond of/keen on + [noun (phrase)/V-ing].
⟶ ฉันสนใจ / สนุกกับ / รู้สึกสนใจ…
ตัวอย่าง: I’m keen on scouting.
⟶ ฉันรู้สึกสนใจการลูกเสือ
– I’m a big fan of + [noun (phrase)/V-ing].
⟶ ฉันชอบ (กิจกรรม) มาก
ตัวอย่าง: I’m a big fan of trekking.
⟶ ฉันชอบการเดินป่ามาก
– I spend most of my free/leisure time + on + noun (phrase) or V-ing.
⟶ ฉันใช้เวลาว่าง/พักผ่อนเป็นส่วนใหญ่ในการ …
ตัวอย่าง: I spend most of my free time journaling.
⟶ ฉันใช้เวลาว่าง/พักผ่อนเป็นส่วนใหญ่ในการเขียนบันทึกประจำวัน

วิธีการพูดเกี่ยวกับ งานอดิเรกภาษาอังกฤษ ในประโยคบอกเล่า
นอกจากโครงสร้างต่าง ๆ ที่ได้กล่าวถึงในส่วนข้างบนมาแล้ว เรายังมีโครงสร้างบางข้อที่สามารถใช้ได้ในรูปแบบของประโยคบอกเล่าดังนี้
– [Noun (phrase)/V-ing] + is/are (an) inseparable/indispensable part(s) of my life.
⟶ … เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง/ ส่วนสำคัญในชีวิตของฉัน
ตัวอย่าง: Music is an inseparable/indispensable part of my life.
⟶ ดนตรีเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในชีวิตของฉัน
– When it comes to interests/hobbies, I’m always excited/eager to express my love for + [noun (phrase)/V-ing].
⟶ เมื่อพูดถึงงานอดิเรก ฉันตื่นเต้นเสมอที่ได้แสดงความรักในการ …
ตัวอย่าง: When it comes to hobbies, I’m always excited to express my love for cycling.
⟶ เมื่อพูดถึงงานอดิเรก ฉันตื่นเต้นเสมอที่ได้แสดงความรักในการปั่นจักรยาน
– When someone asks me about my hobbies/interests, [noun (phrase)/V-ing] + is the first thing to cross my mind.
⟶ เมื่อมีคนถามฉันเกี่ยวกับงานอดิเรก การ … เป็นสิ่งแรกที่เข้ามาในความคิดของฉัน
ตัวอย่าง: When someone asks me about my hobbies, cooking is the first thing to cross my mind.
⟶ เมื่อมีคนถามฉันเกี่ยวกับงานอดิเรก การทำอาหารเป็นสิ่งแรกที่เข้ามาในความคิดของฉัน
วิธีการพูดเกี่ยวกับ งานอดิเรกภาษาอังกฤษ ด้วยประโยคปฏิเสธ
– I’m not a fan of + [noun (phrase)/V-ing].
⟶ ฉันไม่ชอบ …
ตัวอย่าง: I’m not a fan of camping.
⟶ ฉันไม่ชอบการตั้งแคมป์
– [noun (phrase)/V-ing] + isn’t/aren’t my cup of tea.
⟶ … ไม่ใช่สิ่งที่ฉันชอบ
ตัวอย่าง: Swimming isn’t my cup of tea.
⟶ การว่ายน้ำไม่ใช่สิ่งที่ฉันชอบ
– I’m not (very/really) interested in/keen on/fond of/into + [noun (phrase)/V-ing].
⟶ ฉันไม่ได้สนใจ .. (มากแค่ใหน)
ตัวอย่าง: I’m not keen on shopping and reading magazines.
⟶ ฉันไม่ได้สนใจการชอปปิงและการอ่านนิตยสาร

ตัวอย่างเรียงความเกี่ยวกับ งานอดิเรกภาษาอังกฤษ
เกี่ยวกับงานอดิเรกเป็นการอ่านภาพยนตร์สือ
การอ่านเป็นงานอดิเรกยอดนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมักปรากฏในการแนะนำตนเองเป็นภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียน ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างบทความ งานอดิเรกภาษาอังกฤษ ที่ ELSA Speak ได้รวบรวม
When someone asks me about my hobbies, I’m always eager to express my love for reading books. I started reading when I was in grade 6, and I have never regretted the decision. Reading has not only broadened my horizons but also added joy to my life. Thanks to reading, I have got to know more about the world and learn to appreciate simple things in life. Moreover, reading has trained my patience and concentration, which is very helpful for my study and work. I’m not bothered to give all book genres a try, but science-fiction is always at the top of my list. My favorite of this genre is Avatar by James Cameron. ‘brilliant, overwhelming and nerve-racking’ is what I can briefly say about this book. Despite my packed schedule, I always try to read at least two books a month. Entering the 11th year of being a bookworm, I’m still excited to see what miracles this hobby will bring into my life.
คำแปล
เมื่อมีใครมาถามเกี่ยวกับงานอดิเรกของฉัน ฉันมักจะกระตือรือร้นที่จะแสดงความรักในการอ่านภาพยนตร์สือเสมอ ฉันเริ่มอ่านภาพยนตร์สือเมื่ออยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และฉันไม่เคยเผิดหวังกับการตัดสินใจในเรื่องนี้ การอ่านภาพยนตร์สือไม่เพียงเปิดโลกทัศน์ของฉันให้กว้างขึ้นเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความสุขให้กับชีวิตของฉันอีกด้วย ด้วยการอ่าน ฉันจึงได้เรียนรู้เกี่ยวกับโลกในนี้ให้มากขึ้น รวมถึงได้เรียนรู้ที่จะชื่นชมสิ่งเรียบง่ายในชีวิต นอกจากนี้ การอ่านยังฝึกความอดทนและสมาธิของฉัน ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการเรียนและการทำงานของฉัน จริง ๆ แล้ว ฉันไม่ได้สนใจที่จะลองอ่านภาพยนตร์สือทุกประเภทแต่นิยายวิทยาศาสตร์มักจะอยู่ในอันดับต้น ๆ ของฉันเสมอ เรื่องนิยายวิทยาศาสตร์ที่ฉันชอบคือ Avatar ของ James Cameron ‘ยอดเยี่ยม รุนแรง และลนมาก ๆ’ คือลักษณะที่ฉันสามารถพูดสั้น ๆ เกี่ยวกับภาพยนตร์สือเล่มนี้ได้ แม้ว่าตารางงานจะแน่น ฉันก็พยายามอ่านภาพยนตร์สืออย่างน้อยเดือนละสองเล่มเสมอ เข้าสู่ปีที่ 11 ของการเป็นหนอนภาพยนตร์สือ ฉันยังคงตื่นเต้นที่รอเห็นว่างานอดิเรกงานนี้จะนำสิ่งปาฏิหาริย์สิ่งใดมาในชีวิตของฉัน
เกี่ยวกับงานอดิเรกเป็นการฟังเพลง
Music is an indispensable part of my life. By saying that, I’m not mentioning singing, dancing or playing instruments but listening to music. I picked up this hobby when I was a secondary student. I still remember putting on my sister’s headphone for the first time and immediately falling for the catchy and joyful melody of the song Que Sera Sera by Doris Day. Since then, listening to music has always been my healing therapy. When I grieve, I seek empathy from music, and when I feel clueless, music is where I find my balance, peace and courage. I’m not a picky listener, but I prefer jazz and R&B. My favorite artist is Alicia Keys, a well-known R&B female artist. Her music always inspire me and heal my soul. Overall, music is one of the greatest inventions in the world, and I always feel blessed to get to enjoy it.
คำแปล
ดนตรีเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญในชีวิตของฉัน โดยที่ฉันไม่ได้หมายถึงว่าเป็นการร้องเพลง เต้นรำหรือว่าเล่นเครื่องดนตรี แต่หมายถึงเป็นการฟังเพลงเท่านั้น ฉันเริ่มงานอดิเรกงานนี้ในตอนที่ฉันยังเป็นนักเรียนมัธยมต้น ฉันยังสามารถจำครั้งแรกที่ใส่หูฟังของน้องสาวได้และตกหลุมรักทำนองเพลงที่ไพเราะ Que Sera Sera ของ Doris Day ให้ทันที จากนั้น การฟังเพลงก็กลายเป็นการบำบัดรักษาของฉันมาโดยตลอด ในขณะที่ฉันเศร้าใจ ฉันแสวงหาความเห็นอกเห็นใจจากเสียงดนตรีและเมื่อฉันรู้สึกสับสน ดนตรีคือที่ที่ฉันพบความสมดุล ความสงบสุขและความกล้าหาญ ฉันไม่ใช่นักฟังที่จู้จี้จุกจิก แต่ฉันชอบดนตรีแจ๊สและอาร์แอนด์บีเป็นส่วนใหญ่ ศิลปินคนโปรดของฉันคือ Alicia Keys ศิลปินอาร์แอนด์บีหญิงชื่อดัง ดนตรีของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันและรักษาจิตวิญญาณของฉันเสมอ สรุปสั้น ๆ ดนตรีเป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกและฉันรู้สึกโชคดีเสมอที่มีโอกาสได้เพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรี
เกี่ยวกับงานอดิเรกเป็นการเล่นกีฬา
When someone asks me about my interests, I’m always proud to say that I’m a sports lover. I spend most of my free time playing sports, and I have challenged myself in different sports such as soccer, badminton, volleyball, etc. The euphoria I feel when playing sports is what nurtures my love for this hobby. Moreover, I have seen positive changes in my physical and mental health since I started playing sports. Sports have also made me a more disciplined, dynamic and confident person. Despite playing lots of sports, I still put soccer at the top of the list since this sport enables me to interact with people and improve my teamwork skills. I usually play soccer with my college friends on weekends or whenever we have free time. When my schedule is too tight for me to play sports with friends, I hit the gym to train my stamina with some specialized workouts. No matter how busy I am, I always try my best to make time for sports as it’s my source of energy. In conclusion, playing sports is an inseparable part of my life and I’m always eager to try new sports in the future.
คำแปล
เมื่อมีใครมาถามผมว่า งานอดิเรก มีอะไรบ้าง ผมจะตอบอย่างภาคภูมิใจเสมอว่าผมเป็นคนรักกีฬา ผมใช้เวลาว่างส่วนใหญ่กับการเล่นกีฬาและได้ท้าทายตัวเองในกีฬาหลายประเภท เช่น ฟุตบอล แบดมินตัน วอลเลย์บอล ฯลฯ ความตื่นเต้นในการเล่นกีฬาคือสิ่งที่กระตุ้นให้ผมรักงานอดิเรกงสนนี้ นอกจากนี้ ผมยังสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผมตั้งแต่เริ่มเล่นกีฬา กีฬายังทำให้ผมเป็นคนมีระเบียบวินัย กระตือรือร้นและมีความมั่นใจมากขึ้น แม้ว่าผมจะเล่นกีฬาหลายประเภท แต่ผมก็ยังวางฟุตบอลไว้ด้านบนสุดของรายการโปรดของผม เพราะฟุตบอลทำให้ผมมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนและพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ผมมักจะเล่นฟุตบอลกับเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยในช่วงปลายสัปดาห์หรือทุกครั้งที่เรามีเวลาว่าง เมื่อตารางงานของผมแน่นเกินไปที่จะเล่นฟุตบอลกับเพื่อน ๆ ผมจะไปยิมเพื่อสร้างความอดทนด้วยการออกกำลังกายเฉพาะทาง สรุปสั้น ๆ การเล่นกีฬาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของผมและผมก็กระตือรือร้นที่จะลองเล่นกีฬาใหม่ ๆ ในอนาคตอยู่เสมอ
เกี่ยวกับงานอดิเรกเป็นการดูภาพยนตร์
I’m a big fan of movies and I watch movies whenever I have free time. I was introduced to this interest when I was in grade 5. Back then, I was watching Harry Potter with my parents and was blown away by the plot, the acting and the screen effects. Since then, watching movies has always been my favorite free time activity. Watching movies gives me a chance to experience different lives of different characters and adds lots of joy to my life. Besides, watching movies help me widen my horizons and have a more profound look on life. My favorite movie genres are romantic comedy and science-fiction. My favorite movies are Star Wars and The Proposal. As mentioned above, I watch movies whenever I have free time, and I prefer enjoying movies alone as I think it’s the best way to completely immerse myself in the story. Plus, I always choose to go to the cinema as I think that’s where I can get the best experience. To conclude, watching movies has made my life much more lively and joyful. I can’t wait to enjoy more mind-blowing movies in the future.
คำแปล
ฉันชอบดูภาพยนตร์มาก ๆ และฉันดูภาพยนตร์ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง ฉันเริ่มงานอดิเรกงานนี้ในตอนที่ฉันอยู่เกรด 5 ในตอนนั้น ฉันกำลังดูแฮร์รี่ พอตเตอร์กับพ่อแม่และทึ่งไปกับโครงเรื่อง การแสดงและเอฟเฟกต์หน้าจอ ตั้งแต่นั้นมา การรับชมภาพยนตร์ก็กลายเป็นกิจกรรมยามว่างที่ฉันชอบมาโดยตลอด การดูภาพยนตร์ทำให้ฉันมีโอกาสได้สัมผัสชีวิตที่แตกต่างกันของตัวละครต่าง ๆ และเพิ่มความสุขให้กับชีวิตมากมาย นอกจากนี้ การดูภาพยนตร์ยังช่วยให้ฉันเปิดโลกทัศน์และมองชีวิตให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นอีกด้วย แนวภาพยนตร์ที่ฉันชอบคือโรแมนติกคอมเมดี้และนิยายวิทยาศาสตร์ ภาพยนตร์เรื่องโปรดของฉันคือ Star Wars และ The Proposal ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ฉันจะดูภาพยนตร์ทุกครั้งที่มีเวลาว่างและฉันชอบดูภาพยนตร์คนเดียวมากกว่า เพราะฉันคิดว่า นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดื่มด่ำไปกับเรื่องราวนี้อย่างเต็มที่ นอกจากนั้น ฉันมักจะเลือกที่จะไปดูภาพยนตร์เพราะฉันคิดว่านั่นคือที่ที่ฉันจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด สรุปสั้น ๆ การดูภาพยนตร์ทำให้ชีวิตฉันมีชีวิตชีวาและสนุกสนานมากขึ้น ฉันแทบรอไม่ไหวที่จะเพลิดเพลินไปกับภาพยนตร์ที่น่าทึ่งอีกมากมายในอนาคต
เกี่ยวกับงานอดิเรกเป็นการเล่นเกม

My friends usually call me ‘game nerd’ due to my great passion for games. I first played games when I was in high school. The first game I played is League of Legends, and this is also my favorite. I prefer mobile online games as they are various and convenient. Lots of people may associate a gamer with addiction and an unbalanced lifestyle. In fact, I have great confidence in my ability to balance my life and my gaming passion. Every day, I just spend around one to two hours on games. Plus, I never skip meals or sleep for games. I have actually benefited a lot from them. Playing games helps me train my concentration, improve my reaction speed, stimulate my brain and develop my problem-solving skills. Moreover, this hobby can spark my interest and lead to many career paths such as game streaming, game developing, game design, computer animation, etc. Besides, playing games is an effective way to connect with people and to relax after a long day at school. In conclusion, I feel happy and lucky to have gaming as my interest.
คำแปล
เพื่อนของผมมักจะเรียกผมว่า ‘เด็กเนิร์ด’ เนื่องจากความหลงใหลในเกมเป็นอย่างมาก ผมเล่นเกมครั้งแรกเมื่อผมอยู่มัธยมปลาย เกมแรกที่ผมเล่นคือ League of Legends และนี่ก็เป็นเกมโปรดของผมด้วย ผมชอบเกมออนไลน์บนมือถือมากกว่าเพราะมีความหลากหลายและสะดวกสบาย ผู้คนจำนวนมากอาจเชื่อมโยงนักเล่นเกมกับการเสพติดและวิถีชีวิตที่ไม่สมดุล ที่จริงแล้ว ผมมีความมั่นใจอย่างมากในความสามารถในการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและความหลงใหลในการเล่นเกมของผม ทุก ๆ วัน ผมแค่ใช้เวลาเล่นเกมประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมง นอกจากนี้ผมไม่เคยข้ามมื้ออาหารหรือนอนเพื่อเล่นเกม ผมได้รับประโยชน์มากมายจากพวกเขาจริง ๆ การเล่นเกมช่วยให้ผมฝึกสมาธิ เพิ่มความเร็วในการตอบสนอง กระตุ้นสมอง และพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา นอกจากนี้ งานอดิเรกงานนี้ยังสามารถจุดประกายความสนใจของผมและนำไปสู่เส้นทางอาชีพมากมาย เช่น เกมสตรีมมิ่ง การพัฒนาเกม ออกแบบเกม คอมพิวเตอร์แอนิเมชั่น ฯลฯ นอกจากนี้ การเล่นเกมยังเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อกับผู้คนและผ่อนคลายหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน โรงเรียน โดยสรุป ผมรู้สึกมีความสุขและโชคดีที่มีการเล่นเกมเป็นที่สนใจของผม
เข้าใจแนวทางการใช้กาลต่างๆในภาษาอังกฤษอย่างมั่นคง:
- ประโยคอดีตกาลต่อเนื่อง (Past Continuous Tense): โครงสร้างและแบบฝึกหัด
- ประโยคอนาคตกาล ( Future Simple Tense ): โครงสร้างและแบบฝึกหัด
- Present Continuous Tense: โครงสร้าง หลักการใช้งาน
- Past Perfect Continuous Tense
- ประโยคปัจจุบันกาล (Present Simple Tense): โครงสร้าง การใช้งาน
- อนาคตกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง (Future Perfect Continuous Tense)
- Future Continuous Tense: โครงสร้างและหลักการใช้งาน
เกี่ยวกับงานอดิเรกเป็นการท่องเที่ยว
If you asked me about my hobby, I would be eager to share with you about my wanderlust. My passion for travelling has been nurtured since I was a child. I have been to many places in Vietnam and other countries. Despite my packed schedule, I always manage to travel every two months. I prefer backpacking and solo travel as they enable me to completely immerse myself in the experience. There are many reasons for my burning desire to travel. First of all, travelling helps me disconnect with the chaotic world out there and recharge myself. Secondly, I get to expose myself to new things and broaden my horizons when I travel. Thirdly, travelling boosts my immagination and creativity, which is very helpful for a content creator like me. Last but now least, travelling in general and backpacking in particular make me physically healthier as they usually include lots of physical activities such as walking, wandering around beautiful places, trekking, rock climbing, swimming, etc. In conclusion, travelling has been an indispensable part of my life and it forever will be. I’m looking forward to exploring more amazing places in my country and the world.
คำแปล
หากคุณถามเกี่ยวกับงานอดิเรกของฉัน ฉันอยากจะเล่าการที่อยากเดินทางของฉันให้คุณฟัง ความหลงใหลในการเดินทางของฉันได้รับการเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ฉันเคยไปหลายแห่งทั่งเมืองไทยและประเทศอื่น ๆแล้ว แม้ว่าตารางงานที่แน่นเท่าใด ฉันก็สามารถเดินทางได้ทุก ๆ สองเดือนเสมอ ฉันชอบการเที่ยวแบกเป้และเดินทางคนเดียวมากกว่า เนื่องจากทำให้ฉันดื่มด่ำกับประสบการณ์ได้อย่างเต็มที่ มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้ฉันปรารถนาที่จะเดินทาง ก่อนอื่นเลย การเดินทางช่วยให้ฉันหลุดพ้นจากโลกที่วุ่นวายและเติมพลังให้ตัวเอง ประการที่สองคือ ฉันได้เปิดเผยตัวเองกับสิ่งใหม่ ๆ และเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้นเมื่อเดินทาง ประการที่สามคือ การเดินทางช่วยเพิ่มจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับผู้สร้างเนื้อหาเช่นฉัน แล้วสุดท้ายนี้ การเดินทางโดยทั่วไปและการแบกเป้โดยเฉพาะทำให้ฉันมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น เนื่องจากจะรวมกิจกรรมทางกายมากมาย เช่น การเดิน เที่ยวชมสถานที่สวยงาม การเดินป่า ปีนหน้าผา ว่ายน้ำ เป็นต้น สรุปสั้น ๆ ว่า การเดินทางเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ส่วนหนึ่งของชีวิตของฉันและมันจะเป็นตลอดไป ฉันตั้งตารอที่จะได้สำรวจสถานที่ที่น่าทึ่งอื่น ๆ ในประเทศและทั่วโลกของฉัน
เกี่ยวกับงานอดิเรกเป็นการทำอาหาร
Born and raised in a food-loving family, I am always interested in cooking. I cook for myself and my family whenever I have time. I can make a variety of dishes including Vietnamese and foreign ones. To be honest, cooking with my family is great but I prefer to do it alone since I want to have as much freedom of creativity as possible. Cooking helps me relieve stress and anxiety. When I cook, my attention is absolutely taken away from the current negative things in life. Besides, cooking helps train my patience, meticulousness and creativity. Moreover, cooking is my love language. I always want to cook for the ones I love and absolutely feel contented to see them enjoy the food. Knowing how to cook is also one of the key to saving money. Just imagine being able to recreate your favorite restaurant dish or not having to pay for overpriced dishes on food delivery apps. To sum up, cooking has added lots of joy and interesting experiences to my life. I can’t way to try new recipes and enjoy delicious home-made dishes with my family.
คำแปล
เกิดและเติบโตในครอบครัวที่ชอบอาหาร ฉันสนใจในการทำอาหารมาโดยตลอด ฉันมักทำอาหารให้ตัวเองและครอบครัวทุกครั้งที่มีเวลา ฉันสามารถทำอาหารได้หลากหลาย ทั้งอาหารไทยและต่างประเทศ พูดตามตรง การทำอาหารกับครอบครัวเป็นสิ่งที่ดีแต่ฉันชอบทำคนเดียวมากกว่า เพราะฉันต้องการมีอิสระในการสร้างสรรค์ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การทำอาหารช่วยให้ฉันคลายความเครียดและความวิตกกังวลได้ เมื่อฉันทำอาหาร ความสนใจของฉันจะถูกดึงออกไปจากสิ่งลบ ๆ ในชีวิตโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ การทำอาหารยังช่วยฝึกความอดทน ความพิถีพิถันและความคิดสร้างสรรค์ของฉันอีกด้วย นอกจากนี้ การทำอาหารเป็นภาษารักของฉัน ฉันอยากทำอาหารให้คนที่ฉันรักอยู่เสมอและรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งที่ได้เห็นพวกเขาเพลิดเพลินกับอาหาร การที่รู้วิธีทำอาหารก็เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญในการประหยัดเงิน ลองจินตนาการถึงความสามารถในการสร้างสรรค์อาหารจานโปรดในร้านอาหารของคุณ หรือไม่ต้องจ่ายค่าอาหารที่แพงเกินไปบนแอปส่งอาหาร สรุปสั้น ๆ การทำอาหารได้เพิ่มความสนุกสนานและประสบการณ์ที่น่าสนใจให้กับชีวิตของฉันมากมาย ฉันไม่สามารถลองสูตรอาหารใหม่ ๆ และเพลิดเพลินกับอาหารโฮมเมดแสนอร่อยกับครอบครัวได้
>>> Read more
- ประโยคเงื่อนไข If Clause: โครงสร้าง วิธีใช้ แบบฝึกหัด และเคล็ดลับการท่องจำ
- บทกวีเกี่ยวกับการใช้ “IN” “ON” “AT” ช่วยให้คุณแยกแยะได้ง่าย
- Passive Voice: สูตร ตัวแปร และการใช้งานที่แม่นยำที่สุด (พร้อมแบบฝึกหัด)
เกี่ยวกับงานอดิเรกเป็นการชอปปิง
I am really into shopping. Lots of people may associate that with being addicted and wasting money on things that are unecessary. However, to me, shopping is an art. I love writing down things that I want and things that I need. When I receive my salary, I take out the lists and identify my priorities. I do both online and offline shopping, but for clothes, I prefer coming to the store to try the items on. If a product can be found in different shops, I will absolutely compare the prices and read the review carefully in order to make a right decision. My love for shopping was sparked by many factors. Firstly, shopping lifts my mood. Whenever I find a good item within my budget, I feel absolutely elated. Secondly, offline shopping enables me to interact with more people and brush up one my communication skills after hours staring at my laptop screen. Last but not least, shopping is my love language. I feel happy and excited to shop for the ones I love, especially on special ocassions such as Christmas, Lunar New Year, etc. Overall, I appreciate the joy shopping has brought me, and I’m excited to welcome more cool items to my team.
คำแปล
ฉันชอบชอปปิงจริง ๆ หลาย ๆ คนอาจเชื่อมโยงสิ่งนั้นกับการเสพติดและเสียเงินกับสิ่งที่ไม่จำเป็น อย่างไรก็ตาม สำหรับฉัน การชอปปิงถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ฉันชอบจดสิ่งที่ฉันต้องการและสิ่งที่ฉันต้องการ เมื่อฉันได้รับเงินเดือน ฉันจะแยกรายการและระบุลำดับความสำคัญของฉัน ฉันชอปปิงทั้งออนไลน์และออฟไลน์ แต่สำหรับเสื้อผ้า ฉันชอบมาที่ร้านเพื่อลองสวมมากกว่า หากผลิตภัณฑ์สามารถพบได้ในร้านค้าต่าง ๆ ฉันจะเปรียบเทียบราคาและอ่านบทวิจารณ์อย่างละเอียดเพื่อประกอบการตัดสินใจที่ถูกต้อง ความรักในการชอปปิงของฉันเกิดจากหลายปัจจัย ประการแรก การชอปปิงทำให้อารมณ์ของฉันดีขึ้น เมื่อไรก็ตามที่ฉันเจอของดี ๆ ภายในงบประมาณของฉัน ฉันก็รู้สึกดีใจสุด ๆ ประการที่สอง การชอปปิงแบบออฟไลน์ทำให้ฉันมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนได้มากขึ้นและฝึกฝนทักษะการสื่อสารของฉันหลังจากจ้องมองหน้าจอแล็ปท็อปเป็นเวลาหลายชั่วโมง สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด การชอปปิงคือภาษาความรักของฉัน ฉันรู้สึกมีความสุขและตื่นเต้นที่ได้เลือกซื้อของให้คนที่ฉันรักโดยเฉพาะในโอกาสพิเศษ เช่น คริสต์มาส ตรุษจีน ฯลฯ โดยรวมแล้ว ฉันซาบซึ้งกับการชอปปิงที่สนุกสนานและรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ต้อนรับสินค้าเจ๋ง ๆ เข้ามา
นอกจากการเขียนเพื่อทุกคนได้รู้ว่า ในแต่ละกิจกรรมหรือ activity มีอะไรบ้าง คุณยังสามารถเรียนรู้วิธีการพูดเกี่ยวกับหัวข้ออื่น ๆ ที่ website ของ ELSA Speak ได้ เช่น การแนะนำครอบครัว การแนะนำบ้านเกิดหรือว่าการแนะนำอาชีพเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งนี้เป็นหัวข้อที่จะช่วยคุณสื่อสารได้อย่างมั่นใจในชีวิตประจำวัน ดังกล่าวเป็นบทสรุปวิธีการเขียนเกี่ยวกับ งานอดิเรกภาษาอังกฤษ ที่ ELSA Speak ส่งให้คุณเพื่อใช้เป็นเอกสารอ้างอิง หวังว่าความรู้ข้างต้นจะช่วยให้คุณเข้าใจโครงสร้างประโยคได้อย่างมั่นคงและฝึกฝนการเขียนภาษาอังกฤษได้ดี ขอให้โชคดีนะ
ในบทเรียนนี้ ELSA Speak จะช่วยให้ผู้เรียนมีข้อมูลเพิ่มเติ่มคำศัพท์และประโยคทั่วไปเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์หรือ เงินเดือน ภาษาอังกฤษ
คำศัพท์เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และเงินเดือน ภาษาอังกฤษ
- income: รายได้
- salary: เงินเดือน
- wage: ค่าจ้าง (รายชั่วโมง)
- compensation: ค่าตอบแทน
- pension: เงินบำนาญ
- pay raise: ขึ้นค่าแรง
- bonus: โบนัส/เงินโบนัส

ประโยคการสื่อสารทั่วไปเกี่ยวกับ เงินเดือน ภาษาอังกฤษ
1. By the way, what is your present monthly salary?
อีกอย่าง เงินเดือนของคุณบัดนี้เป็นเท่าไรแล้ว
2. How much do you hope to get a month here?
คุณคาดหวังจะได้รับเดือนละเท่าไรหากมาทำงานที่นี่
3. That’s not the problem I care about. You can decide on my capacity and experience
นั่นยังไม่ใช่เป็นเรื่องที่ฉันกังวลมาก ท่านสามารถตัดสินใจได้ ตามความสามารถและประสบการณ์ของฉัน
4. Our salary scale is different. We pay on weekly basic
กรอบเงินเดือนของเราแตกต่างกันไป เราจ่ายค่าจ้างรายสัปดาห์
5. We give bonuses semi-annually
เราจ่ายโบนัสเป็นรายครึ่งปี
6. How much do you expect to be paid?
คุณคาดหวังจะได้รับเงินเดือนเป็นเท่าไหร่
7. Referring to your job description seeking people with construction engineering qualifications, I would like to state that I am fully qualified with a degree and on-site engineering experience. I would appreciate it if you could look at my background when considering my salary
อ้างในรายละเอียดคำบรรยายลักษณะงาน บริษัทต้องการหาพนักงานที่มีคุณสมบัติทางวิศวกรรมก่อสร้าง ฉันจึงต้องการระบุว่าฉันมีคุณสมบัติครบถ้วนด้วยประสบการณ์การทำงานด้านวิศวกรรมก่อสร้าง ฉันรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งหากคุณสามารถมองดูและตรวจสอบประวัติการศึกษาและการทำงาน ของฉันอย่างละเอียดแล้วพิจารณาเกี่ยวกับเงินเดือนของฉัน
8. I am not sure what kind of salary range you have been thinking about for this position. I am open to a salary that is fair for the position
ฉันยังไม่แน่ใจว่า กรอบเงินเดือนสำหรับตำแหน่งอย่างนี้ที่บริษัทจะได้อเท่าไร อย่างไรก็ตาม ฉันก็จะรู้สึกสบายใจกับเงินเดือนที่สุด
| นอกจากเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และเงินเดือนแล้ว ลองฝึกถามจำนวนและปริมาณด้วย how much how many เช่น How much is the salary? หรือ How many leave days do I have? เพื่อให้ถามข้อมูลได้แม่นยำและมั่นใจมากขึ้น |
ประโยคภาษาอังกฤษทั่วไปเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ในการทำงาาน
1.What perks does this job give you?
งานนี้จะให้คุณสิทธิพิเศษอะไรบ้าง
2. A perk is something you receive outside your salary for doing a job.
สิทธิพิเศษเป็นสิ่งที่คุณสามารถได้รับในการทำงาน ซึ่งไม่ใช่เป็นเงินเดือน
3. Nowadays, many jobs offer extra benefits-perks to employees.
ปัจจุบันนี้ งานที่หลายแห่งต่างก็มีสิทธิพิเศษสำหรับพนักงาน
4. How many bonus you can get depends on your performance in the company?
จำนวนโบนัสที่คุณได้รับจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของคุณในการทำงานที่บริษัท
5. I think the bonus you can get depends on your performance in the company.
ฉันคิดว่าโบนัสที่คุณสามารถได้รับขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของคุณในที่บริษัท

6. I think the bonus is actually a salary extension.
ฉันคิดว่าโบนัสแค่เป็นส่วนขยายของเงินเดือน
7. We always get a quite handsome bonus every month.
เราได้รับโบนัสที่น่าสนใจทุก ๆ เดือน
8. The boss said that he’ll cut my bonus if I don’t work harder.
เจ้านายบอกว่า เขาจะตัดโบนัสของฉันไปถ้าฉันไม่ได้ทำงานขยันมากกว่านี้
9. Our female employees have a three-week vacation a year.
พนักงานหญิงของเราจะได้รับช่วงวันหยุด 3 สัปดาห์ต่อปี
10. We offer 1% commission on all your sales.
เราขอแนะนำ 1% ค่าคอมมิชชั่น (เงินตอบแทนการขาย) สำหรับการขายทั้งหมดของคุณ



