Author: Bao Ngan Nguyen
คุณได้รู้จักวิธีชวนใครสักคนไปเที่ยวหรือพูดประโยคโรแมนติกในภาษาอังกฤษหรือยังเอ่ย ถ้ายัง ELSA Speak จะรวบรวมคำศัพท์และตัวอย่างประโยคเพื่อช่วยให้คุณสามารถสร้างความประทับใจให้กับคู่เดทของคุณนะ
ออกเดทภาษาอังกฤษคืออะไร
เมื่อไปออกเดทกับใครสักคน คุณจะใช้คําว่า “dating” หรือ “seeing” เวลาพูดถึงการออกเดท เราก็มักจะนึกถึงวลี “date someone” (คบหาดูใจกับใครสักคน) หรือ “go on a date with someone” (ไปออกเดทกับใครสักคน)
ตัวอย่าง: According to allkpop, it seems BLACKPINK’s Lisa went on a date to Greece with Frédéric Arnault (ตามข้อมูลจากเพจ allkpop มีข่าวลือว่าลิซ่า แบล็คพิงค์ ไปออกเดทกับเฟรเดริก อาร์โนลต์ ที่กรีซ)
นอกจากนี้ คําว่า “see” ก็ยังหมายถึง “คบ”
ตัวอย่าง: SCMP reports that the K-pop star could be seeing Tag Heuer CEO Frédéric Arnault (สํานักข่าว SCMP รายงานว่าดารา K-pop อาจจะกําลังคบกับ เฟรเดริก อาร์โนลต์ CEO ของ Tag Heuer)
วลีทั่วไปเกี่ยวกับการออกเดทในภาษาอังกฤษ
| คําศัพท์ | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| adore | รักหัวปักหัวปํา | I adore you so much. I can’t stop thinking about you. ฉันรักเธอหัวปักหัวปําจนหยุดคิดถึงเธอไม่ได้ |
| flirt | จีบ | Jack is a bad boy. He flirts with every girl he knows. แจ็คเป็นคนเจ้าชู้ เขาจีบผู้หญิงทุกคนที่เขารู้จัก |
| Be seeing anyone / be dating SO | กําลังคบกับใครสักคน | He is dating Mary and at the same time seeing Jane. What a two faced jerk! เขากําลังคบกับแมรี่และในเวลาเดียวกันก็คุยกับเจนอีกด้วย ไอ้คนเจ้าชู้ |
| To make a play for / to hit on / to try it on | จีบใครสักคน / แสดงอาการในเชิงเจ้าชู้ | Some guy hit on me when I was standing at the bar. ขณะที่ฉันกําลังยืนอยู่ที่บาร์ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาจีบฉัน |
| blind date | การนัดพบของคนสองคนที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน | I wish my friend would set up a blind date for me with a handsome and faithful guy. ฉันหวังว่าเพื่อนของฉันจะจัดการนัดกับผู้ชายที่ฉันไม่เคยเจอมาก่อน เป็นคนหนึ่งที่หล่อแถมซื่อสัตย์ให้กับฉัน |
| fall in love with sb | หลงรักใครสักคน | Do you think he truly falls in love with you? คุณคิดว่าเขาหลงรักคุณจริง ๆ ไหม |
| crazy about sb | คลั่งรักใครสักคน | Don’t you know I’m crazy about you? I can wait for you my whole life. เธอไม่รู้ว่าฉันคลั่งรักเธอเหรอ ฉันสามารถรอเธอได้ตลอดชีวิต |
| sweetheart | หวานใจ | What are you doing? Do you want to eat anything, my sweetheart? เธอกําลังทําอะไรอยู่เหรอ หวานใจเธออยากทานอะไรไหม |
| be seeing sb/be dating sb | คบกับใครสักคน | Guess what? I’m dating Andrea. I have to say that he is so hot and so caring. ลองเดาดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันกําลังคบกับแอนเดรียและต้องบอกว่าเขาเป็นที่หมายปองของสาว ๆ และห่วงฉันมาก |
| To go on a date with someone | ไปออกเดทกับใครสักคน | She goes on date with me. How happy I feel. เธอไปออกเดทกับฉัน รู้ไหมว่าฉันมีความสุขมากแค่ไหน |
| To have a crush on somebody | แอบปิ๊ง แอบชอบใครสักคน | My brother is having a crush on the girl next room. พี่ชายฉันกําลังแอบชอบผู้หญิงห้องข้าง ๆ |
| go steady with sb | มีความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับใครสักคน | Jane has been in a relationship with Mary for 6 years. He truly goes steady with Mary and they are going to get married at the end of this year. เจนกับแมรี่คบกันมา 6 ปีแล้ว เธอมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับแมรี่และพวกเขาจะแต่งงานกันในปลายปีนี้ |
| To have a soft spot for someone | ชอบคนนั้นมากจนใจดีหรือใจอ่อนให้ตลอด | When my husband says sorry, I always have a soft spot for him. ทุกครั้งที่สามีฉันพูดขอโทษ ฉันก็ใจอ่อนให้เขาตลอด |
| be made for each other | ถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน | I feel that I and Mark are made for each other. We understand each other without using words. ฉันรู้สึกว่าฉันกับมาร์คถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน เราเข้าใจกันเสมอแม้จะไม่ได้พูดอะไรก็ตาม |

| have no strings | ไม่ผูกมัดกับใคร | I want to follow a single lifestyle. Having no strings makes me feel free and happy. ฉันอยากใช้ชีวิตโสด การไม่ผูกมัดกับใครทําให้ฉันรู้สึกเป็นอิสระและมีความสุข |
| love at the first sight | รักแรกพบ | Do you believe in love at first sight? คุณเชื่อในรักแรกพบไหม? |
| match made in heaven | คู่ที่ฟ้าลิขิต | Jack and Mary will get married soon, I think so. They are a match made in heaven. ฉันว่าแจ็คกับแมรี่จะแต่งงานกันเร็ว ๆ นี้ พวกเขาเป็นคู่ที่ฟ้าลิขิตมาอย่างแท้จริง |
| To enjoy someone’s company | มีความสุขจากการได้อยู่กับใครสักคน | She enjoys his company and take care of him. เธอชอบเวลาที่เธออยู่กับเขาและอยากจะดูแลเขา |
| To fall head over heels for someone. | ตกหลุมรักใครสักคนอย่างหัวปักหัวปำ | He is my life. I fall head over heels for him. เขาเป็นทั้งชีวิตของฉัน ฉันตกหลุมรักเขาอย่างหัวปักหัวปํา |
| To be lovey-dovey | ตัวติดกันเหมือนปลาท่องโก๋ | Since falling in love, they are lovey-dovey. ตั้งแต่รักกันเขาก็ตัวติดกันตลอด |
| To cherish each other till death tears us apart | รักกันจนกว่าความตายจะพรากจาก | They cherish each other till death tears they apart. เขารักกันจนกว่าความตายจะพรากเขาจากกัน |
| split up/break up | เลิกกัน | I can’t believe Jack and Amy broke up. Last night, they still went to the cinema together. ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าแจ็คกับเอมี่เลิกกันแล้ว เมื่อคืนเขายังไปดูหนังด้วยกันอยู่เลย |
| go your own way | ไปตามทางของตัวเอง | Their marriage has to come to an end. They will go their own ways. ชีวิตการแต่งงานของพวกเขาสิ้นสุดลง พวกเขาต่างก็ต้องไปตามทางของตัวเอง |
| To let go | ทิ้งสิ่งเก่า ๆ ไว้ในอดีต | I think it’s best we let go our argument yesterday and make peace with each other. ฉันคิดว่ามันจะดีที่สุดถ้าเราปล่อยวางเรื่องทะเลาะกันเมื่อวานนี้และคืนดีกัน |
>>> Read more:
- 90+ คําคมความรักภาษาอังกฤษที่มีความหมาย สั้นๆ และโรแมนติกที่สุด
- 44 วิธีบอกคิดถึงภาษาอังกฤษที่น่าประทับใจและแสนหวานแทนใช้ I miss you
ตัวอย่างประโยคเกี่ยวกับการออกเดทในภาษาอังกฤษ
ตัวอย่างประโยคชวนอีกฝ่ายไปออกเดท
- Are you free this evening? (คืนนี้เธอว่างหรือเปล่า?)
- Can we meet on the 26th? (เราเจอกันวันที่ 26 ได้ไหม?)
- Can we meet sometime next week? (เราเจอกันอาทิตย์หน้าได้ไหม?)
- Do you want to go for a drink sometime? (เธออยากไปดื่มอะไรไหม?)
- Would you like to join me for a coffee? (เธออยากไปดื่มกาแฟกับฉันไหม)
- Do you fancy dinner sometime? (ว่าง ๆ ไปทานอาหารเย็นกันไหม)
- Do you fancy going to see a film sometime? (ว่าง ๆ ไปดูหนังกันไหม)
ตัวอย่างประโยคสนทนาระหว่างการออกเดทในภาษาอังกฤษ
ตัวอย่างประโยคเพื่อชมเชยคู่เดทในภาษาอังกฤษ
การชมเชยเป็นวิธีที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกมีความสุขและดีใจอยู่เสมอ ลองใช้คำชมข้างล่างเพื่อทำให้การออกเดทของคุณโรแมนติกยิ่งขึ้นนะ
- Today you look great!
(วันนี้เธอดูดีจัง)
- You look so beautiful tonight!
(คืนนี้เธอดูสวยมาก)
- The clothes you wear are so beautiful.
(ชุดที่เธอใส่นั้นสวยมาก)
- You’re really sexy!
(เธอดูเซ็กซี่มาก)
- You’ve got beautiful eyes!
(เธอมีดวงตาที่งดงามมาก)
>>> Read more: 150+ คำชมภาษาอังกฤษที่เรียบง่ายและดีที่สุด
ประโยคจีบคู่เดทเพื่อทําให้เขาหลงใหล
| ตัวอย่างประโยค | ความหมาย |
| If you were a triangle, you’d be A-cute one! | เธอใช่สามเหลี่ยมหรือเปล่า ทําไมถึงน่ารักจัง(เล่นคําว่า ‘‘acute’’ ที่หมายถึง มุมแหลม กับ ‘‘a cute one’’ ที่หมายถึง คนที่น่ารัก) |
| I think you are suffering from a lack of Vitamin Me. | ฉันว่าเธอกําลังขาดวิตามินฉัน |
| Do you like Harry Potter? Because I A-dumble-Dore you. | เธอชอบดูหนังเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ไหม? เพราะฉันชอบเธอมาก (เล่นคําว่า ‘‘Adore’’ ที่หมายถึง ชอบ กับ คําว่า Dumbledore ที่เป็นชื่อของตัวละครในหนังเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์) |
| I believe in following my dreams. Can I follow your Instagram? | ฉันเชื่อในการทําตามความฝันของตัวเอง งั้นฉันขอติดตามอินสตาแกรมของเธอได้ไหม(อินสตาแกรม: แอปโซเชียลมีเดีย) |

| Call me your COVID-19 vaccine, cause all I want is to keep you safe. | เรียกฉันว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของเธอนะ เพราะสิ่งเดียวที่ฉันต้องการคือทำให้เธอปลอดภัย |
| So other than being my walking-talking mood booster, what do you do? | นอกจากการเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ของฉันแล้ว เธอยังเป็นอะไรอีกไหม |
| Have you seen my girlfriend? Oh no, wait. That was supposed to be you | เธอได้เจอแฟนของฉันยัง เดี๋ยวนะ นั่นก็คือเธอเอง |
| You’ve got something on your face, let me get it for you. Oh wait, that’s just cuteness. My bad. | มีอะไรติดที่หน้าเธออ่ะ ให้ฉันเอามันออกให้ไหม แต่เดี๋ยวนะ มันแค่เป็นความน่ารักของเธอเอง ขอโทษนะ |
| Did the sun come out, or did you just smile at me? | พระอาทิตย์กำลังขึ้นหรือเป็นเพราะรอยยิ้มที่สดใสของเธอกันแน่นะ |
ตัวอย่างประโยคแสดงความรู้สึกของตัวเอง
การแสดงความรู้สึกให้อีกฝ่ายรับรู้จะช่วยให้คุณเข้าใจกันมากขึ้น ลองดูตัวอย่างประโยคด้านล่างนี้เพื่อใช้แสดงความรู้สึกถึงเขานะ
| ตัวอย่างประโยค | ความหมาย |
| What do you think of me? | เธอคิดยังไงกับฉัน |
| I enjoy spending time with you. | ฉันชอบใช้เวลาอยู่กับเธอ |
| I find you very attractive. | ฉันว่าเธอมีเสน่ห์มาก |
| I like you very much. | ฉันชอบเธอมาก |
>>> Read more: 62 คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพื่อแสดงอารมณ์
ตัวอย่างประโยคเมื่อกําลังจะจบเดทในภาษาอังกฤษ
- What do you think of this place? (เธอมีความเห็นอย่างไรกับสถานที่นี้เหรอ)
- Shall we go somewhere else? (เราไปที่อื่นกันไหม)
- I know a good place. (ฉันรู้จักสถานที่ดี ๆ ที่หนึ่ง)
- Can I walk you home? (ฉันเดินไปส่งเธอที่บ้านได้ไหม)
- Can I drive you home? (ฉันขับรถไปส่งเธอที่บ้านได้ไหม)
- Would you like to come in for a coffee? (เธออยากเข้าไปดื่มกาแฟไหม)
- Thanks, I had a great evening (ขอบคุณนะ ที่ทําให้ฉันมีคํ่าคืนที่แสนวิเศษ)
- When can I see you again? (เมื่อไหร่ฉันจะได้เจอเธออีก)
- Give me a call! (โทรหาฉันด้วยนะ)
- I’ll call you! (ได้ ฉันจะโทรหาเธอ)
ตัวอย่างบทสนทนาออกเดทในภาษาอังกฤษ

| ตัวอย่างประโยค | ความหมาย | |
| A | Hi Ploy, what are you doing? | สวัสดีพลอย คุณทําอะไรอยู่เหรอ |
| B | I’m shopping with my friend, how about you? | ฉันกําลังไปช้อปปิ้งกับเพื่อน แล้วคุณล่ะ |
| A | I just got home from work. Are you free tomorrow? Can we go to the movies tomorrow? | ฉันเพิ่งกลับมาจากที่ทํางาน พรุ่งนี้คุณว่างไหม เราไปดูหนังด้วยกันนะ |
| B | Of course, I’m free tomorrow. What movie are we watching tomorrow? | ได้สิ พรุ่งนี้ฉันว่าง เราไปดูหนังเรื่องอะไรดี |
| A | I just knew a new 3D cinema that just opened. Do you want to try? | ฉันเพิ่งรู้จักโรงภาพยนตร์ 3 มิติแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิด คุณอยากลองไปดูไหม |
| B | Okay. So see you tomorrow at 7 p.m. | ได้เลย งั้นเจอกันพรุ่งนี้ เวลา 1 ทุ่ม นะ |
| A | Okay. I will come pick you up. See you tomorrow. | โอเค ฉันจะมารับคุณนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้ |
| B | See you tomorrow. | แล้วเจอกันพรุ่งนี้ |
>>> อ่านเพิ่มเติม:
- 100+ คำอวยพร Happy Valentine’s Day พร้อมคำแปล และไอเดียแคปชั่น 2026
- 100+ คําศัพท์ วันวาเลนไทน์ ภาษาอังกฤษ พร้อมคําอ่านและความหมายดี
ELSA Speak หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณและคู่เดทของคุณในการเดทสุดโรแมนติก และในบทความหน้า ELSA Speak จะพาไปเรียนรู้เรื่องอะไร อย่าลืมติดตามกันนะ แล้วพบกันใหม่
เมื่อไปช้อปปิ้ง คุณอาจจะพบสินค้าที่ถูกใจคุณมากแต่มันแพงเกินไปสําหรับความต้องการของคุณ การขอลดราคาภาษาอังกฤษจึงมีความจำเป็นอย่างมาก
คําศัพท์และสํานวนเกี่ยวกับราคา
คําศัพท์ทั่วไปเกี่ยวกับการลดราคาภาษาอังกฤษ
- Bulk discount: ลดราคาเมื่อซื้อจํานวนมาก
- Promotional discount: โปรโมชันส่วนลด
- Cash discount: ลดราคาถ้าชำระเป็นเงินสด
- Employee discount: ส่วนลดสําหรับพนักงาน
- Seasonal discount: ส่วนลดตามฤดูกาล
- Sale: การขายลดราคา
- Bargain: ต่อรองราคา
- Voucher: บัตรกำนัล
- 50% off/$10 off: ลดราคา 50%
- Discount code: โค้ดส่วนลด
- Coupon: คูปอง
- Rebate: การคืนเงิน
- Buy one, get one free (BOGO): ซื้อ 1 แถม 1
- Percent off: การลดเปอร์เซ็นต์
- Limited time offer: ข้อเสนอมีเวลาจำกัด
- Seasonal sale: การขายตามฤดูกาล
- Outlet: ร้านค้าลดราคา
- Customer loyalty program: สร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า
- Early bird discount: ปรโมชันที่กําหนดส่วนลดพิเศษสําหรับสินค้าใหม่ ๆ
- Sales tax: ภาษีการขาย
- Clearance rack: ชั้นวางสินค้า
- Discounted price: ราคาส่วนลด
- Free shipping: จัดส่งฟรี
- Money-back guarantee: การรับประกันคืนเงินหรือการรับประกันความพึงพอใจ
- Discounted rate: อัตราส่วนลด
- Price reduction: การลดราคา
- Discounted merchandise: สินค้าลดราคา
- Special discount: ส่วนลดพิเศษ
- Customer discount: ส่วนลดสำหรับลูกค้า
- Final sale: ลดล้างสต๊อก
- Online promotion: โปรโมชันออนไลน์
- In-store promotion: โปรโมชันของทางร้าน

- Discount voucher: บัตรกำนัลส่วนลด
- Volume discount: ส่วนลดตามปริมาณการสั่งซื้อของสินค้า
- Savings account (n): บัญชีออมทรัพย์
- Special offer: ข้อเสนอพิเศษ
- Closing down sale: ลดราคาเพื่อปิดการขาย
- Closing the Sale: ปิดการขาย ภาษาอังกฤษ
- Discount: ส่วนลด
- Promotion: โปรโมชัน
- Clearance: ล้างสต๊อก
- Special offer: ข้อเสนอพิเศษ
- Deal: การซื้อขาย
- Markdown: การลดราคา
- Bargain: การต่อรอง
- Coupon: คูปอง
- Offer: ข้อเสนอหรือให้ราคาพิเศษ
- Sale price: ราคาขายในโปรแกรมส่วนลดหรือการส่งเสริมการขาย
- Markdown: ส่วนลด ลดราคาขายจากราคาเดิม
- Bargain: ของราคาย่อมเยา การซื้อมาได้โดยราคาถูก
- Special deal: ดีลพิเศษที่มีราคาพิเศษหรือส่วนลด
- Clearance: ลดกระหนํ่าจนกว่าสินค้าจะหมด
- Sale: ส่วนลดตามประเภทของสินค้า
- Sales off: ส่วนลดภายในระยะเวลาสั้น
- Quantity discount: ส่วนลดปริมาณ
- Allowance: แลกเปลี่ยนสินค้าเก่าเป็นสินค้าใหม่
- Concessions: ส่วนลดสิทธิพิเศษสำหรับผู้รับผลประโยชน์
- Buy 1 get 1 half price: ลดครึ่งราคาเมื่อซื้อชิ้นที่สอง
- Flash sale: โปรโมชันการลดราคาสินค้าที่มีช่วงระยะเวลาสั้น ๆ
- Doorbuster: ส่วนลดพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้าโดยปกติจะอยู่ที่ร้านค้า
สํานวนในหัวข้อราคาที่เกี่ยวข้อง
- Cost an arm and a leg:
- ความหมาย: To be very expensive (แพงมาก)
- ตัวอย่าง: “Buying a new designer handbag can cost an arm and a leg.”
- Break the bank:
- ความหมาย: To spend a lot of money, especially more than one can afford (การใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะเกินกว่าที่คน ๆ นั้นสามารถจ่ายได้)
- ตัวอย่าง: “I won’t let this shopping spree break the bank; I’ll stick to my budget.”
- Shop till you drop:
- ความหมาย: To shop for an extended period, often until one is exhausted (ช้อปปิ้งเป็นเวลานานจนหมดแรง)
- ตัวอย่าง: “We shopped till we dropped during the Black Friday sales.”
- Cash cow:
- ความหมาย: A product or business that generates a steady income or profit (ผลิตภัณฑ์หรือธุรกิจที่สร้างรายได้หรือผลกำไรที่มั่นคง)
- ตัวอย่าง: “Their new line of smartphones has become a real cash cow for the company.”
- On the house:
- ความหมาย: ได้รับบางอย่างฟรี ๆ โดยไม่ต้องจ่าย
- ตัวอย่าง: “The restaurant gave us dessert on the house as a thank you for being regular customers.”
- Window shopping:
- ความหมาย: Looking at items in stores without intending to buy anything (การดูของในร้านค้าโดยไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไร)
- ตัวอย่าง: “We spent the afternoon window shopping and enjoying the holiday decorations.”
- Cash in on something:
- ความหมาย: To make a profit or take advantage of a situation (ขายทํากําไรหรือใช้ประโยชน์จากบางสิ่งบางอย่าง)
- ตัวอย่าง: “Many stores cash in on the holiday season with special promotions.”
- Pay through the nose:
- ความหมาย: To pay an excessive or exorbitant amount for something (การจ่ายเงินจำนวนมากหรือมากเกินไปเพื่อบางสิ่งบางอย่าง)
- ตัวอย่าง: “I had to pay through the nose for last-minute airline tickets during the peak travel season.”

- To shop around:
- ความหมาย: To compare prices or look for the best deal before making a purchase (เปรียบเทียบราคาหรือค้นหาข้อเสนอที่ดีที่สุดก่อนที่จะช้อปปิ้ง)
- ตัวอย่าง: “Before buying the new phone, I decided to shop around to find the best price.” (สํานวนเหล่านี้สามารถเพิ่มอรรถรสและบริบทเมื่อมีการสนทนาเกี่ยวกับประสบการณ์การช้อปปิ้งและการชำระเงิน)
>>> Read more: สำนวนธีมซื้อของ (Idiom ธีม shopping)
ตัวอย่างประโยคต่อรองราคาแบบสุภาพและรวบรัด ภาษาอังกฤษ
- Is that your best price? (นี่เป็นราคาที่ดีที่สุดแล้วหรอคะ)
- Can you lower the price? (ลดราคาได้ไหมคะ)
- Can you make it lower? (ลดราคาหน่อยได้ไหมคะ)
- That’s too expensive. How about $…? (มันแพงเกินไป แล้ว…ล่ะคะ)
- Is there any discount? (มีส่วนลดอะไรไหมคะ)
- What is your point on…? (คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับ…)
- Do you have any recommendation for…? (คุณมีคําแนะนําอะไรสําหรับ…ไหม)
- What do you think about…? (คุณคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับ…)
- Can you come down a little? (คุณช่วยลดราคาอีกนิดหน่อยได้ไหมคะ)
- What if I give you a half? (ลดให้ครึ่งหนึ่งได้ไหมล่ะ)
- Can you sell it at this price? ขายให้ฉันราคานี้ได้ไหมคะ)
- I can’t afford to buy this car (ฉันไม่สามารถซื้อรถคันนี้ได้)
- I suppose so, but I can’t go any higher. (ฉันก็หวังว่าอย่างนั้น แต่ฉันไม่สามารถจ่ายราคาสูงกว่านี้ได้)
- This is my best and final offer. (นี่คือราคาที่ดีที่สุดและราคาสุดท้ายของฉัน)
- This is the best price. (นี่คือราคาที่ดีที่สุดแล้ว)
- It’s on sale these days. (สินค้าชิ้นนี้กําลังลดราคาในช่วงนี้)
- Give me a discount please! (ลดราคาให้ฉันหน่อยนะ)
ตัวอย่างประโยคขอลดราคาแบบสุภาพ ภาษาอังกฤษตามบริบทที่พบบ่อย
| บริบท | ตัวอย่างประโยค | แปล |
| เริ่มต่อราคา | I will give you + ราคา | (ฉันให้ $…) |
| I will buy it for + ราคา | (ฉันจะซื้อในราคา $…) |
| Can you lower the price? | ลดหน่อยได้ไหม | |
| Can you make it lower? | ช่วยลดราคานิดหน่อยได้ไหม | |
| I can’t afford it. Lower the price a bit? | ช่วยลดราคาอีกหน่อยนะ | |
| That’s too expensive. How about $… ? | แพงจัง $… ได้ไหม | |
| คนขายให้ราคาที่ต่างจากที่คุณต้องการจะจ่าย | Is that the best price you can give me? | นี่คือราคาที่ดีที่สุดแล้วเหรอ |
| How about + price ? | คุณให้ได้เท่าไหร่ | |
| That’s my last offer. | ราคาสุดท้ายของฉันแล้วแหละ | |
| How much is this and this altogether? | ทั้งหมดนี้เท่าไหร่ครับ | |
| Is this the best price? | นี่คือราคาที่ดีที่สุดแล้วเหรอคะ | |
| Is that the best you can do? | นั่นคือราคาที่ดีที่สุดที่คุณสามารถขายได้แล้วเหรอคะ | |
| Is that your best price? | นั่นคือราคาที่ดีที่สุดแล้วเหรอคะ | |
| Can I get a discount? | ขอลดราคาได้ไหมคะ | |
| Is there any discount? | มีส่วนลดไหมคะ |
ตัวอย่างประโยคตกลงการลดราคาให้ลูกค้า ภาษาอังกฤษ
- The original price is 50 baht, but I can offer it to you for 40 baht. (ราคาเดิมคือ 50 baht แต่ฉันให้คุณ 40 baht)
- We have a special promotion right now, so you can get it for 60 baht. (เรากําลังจัดโปรโมชันพิเศษอยู่ คุณสามารถซื้อได้ในราคา 60 บาท)
>>> Read more: คำถามภาษาอังกฤษเมื่อพบคู่ค้า
วิธี ปฏิเสธ ลูกค้า ต่อราคา ภาษาอังกฤษ
เมื่อลูกค้าต่อรองราคา คุณสามารถใช้ตัวอย่างประโยคเพื่อปฏิเสธการต่อรอง ดังนี้:
- I’m sorry, but I can’t make it any cheaper. (ขอโทษครับ แต่ผมไม่สามารถลดได้แล้วครับ)
- I am really sorry, but I can’t give you a discount. (ขอโทษจริง ๆ ค่ะ แต่ฉันลดไม่ได้ค่ะ)
- This is our lowest price, I can’t do more reduction. (ลดสุด ๆ ที่จะลดได้แล้วค่ะ ไม่สามารถลดได้อีกหรอกค่ะ)
- I can’t do reduction. The prices are fixed. (ลดไม่ได้ครับ นี่คือราคาทุนแล้วครับ)
- I can’t give you a discount. Our prices are fixed – (ให้ส่วนลดไม่ได้หรอกครับ นี่คือราคาทุนแล้วครับ)
ตัวอย่างบทสนทนาลดราคา ภาษาอังกฤษ

| ประโยค | แปล | |
| A | But I still think you’re too expensive. | แต่ฉันยังคิดว่าสินค้าของคุณมันแพงเกินไป |
| B | But we are the best. | แต่สินค้าของพวกเราคือดีที่สุดแล้ว |
| A | But I can no longer afford it. | แต่ฉันไม่สามารถจ่ายได้อีกแล้ว |
| B | This is a difficult situation. | นี่เป็นสถานการณ์ที่ลําบาก |
| A | Look, I have to lower my expenditures. | ดูนี่ ฉันต้องลดการใช้จ่ายลง |
| B | How long have we done business together? | เราทําธุรกิจร่วมกันมานานแค่ไหนแล้ว |
| A | 15 years and I’ve been a good customer. | 15 ปีแล้วและฉันก็เป็นลูกค้าที่ดีมาตลอด |
| B | Okay. I can give you a seven percent discount. | โอเค ฉันจะให้ส่วนลดคุณ 7% |
| A | Great. | เยี่ยม |
คําถามที่พบบ่อย
ลดล้างสต๊อก ภาษาอังกฤษ หมายถึงอะไร
ลดล้างสต๊อก ภาษาอังกฤษ คือ Knockout หมายถึงการลดราคาเมื่อขายของในราคาถูก
ฉันลดราคาให้คุณ ภาษาอังกฤษ คืออะไร
ฉันลดราคาให้คุณ ภาษาอังกฤษ คือ I’ll give you a discount หรือ I can give you a discount.
โปรโมชั่น ภาษาอังกฤษ คืออะไร
โปรโมชั่น ภาษาอังกฤษ คือ Promotion หมายถึงแคมเปญโฆษณาเพื่อเพิ่มยอดขาย มักมาพร้อมกับส่วนลดหรือข้อเสนอพิเศษ
ในบทความนี้ ELSA Speak ได้แบ่งปันวิธีต่อรองลดราคาภาษาอังกฤษเมื่อซื้อของ แน่นอนว่านี่จะเป็นความรู้ที่มีประโยชน์ต่อคุณ โดยเฉพาะต่อคนที่ชอบการช้อปปิ้ง ซึ่งคุณสามารถนําไปประยุกต์ใช้และลองปฏิบัติได้ทันทีเลย อย่าลืมเวลาเรียนภาษาอังกฤษกับผู้ช่วยเสมือนจริง เพราะ ELSA มีการออกโปรโมชั่นต่างๆ หรือ Voucher ELSA Speak ที่น่าสนใจเป็นประจำสำหรับผู้ใช้เลยนะ
เมื่อครอบครัวและเพื่อนๆ ต้องเดินทางไกล เช่น กลับบ้านเกิด ไปเที่ยว ไปเรียนต่อต่างประเทศ ไปทำงาน ฯลฯ ใครๆ ก็อยากจะอวยพรให้คนที่เรารักโชคดีและปลอดภัยอยู่เสมอ ดังนั้น ELSA Speak จึงได้รวบรวมคำอวยพรการเดินทาง ภาษาอังกฤษที่มีความหมายดี อ่านง่ายจำได้แม่นมาให้แล้ว
เดินทางปลอดภัย ภาษาอังกฤษ แปลว่าอะไร
เดินทางปลอดภัยในภาษาอังกฤษแปลว่า have a good trip, have a nice trip, safe journey, enjoy your trip แปลว่า หรือ safe trip,… วลีเหล่านี้หมายถึงการเดินทางที่ปลอดภัย ราบรื่นดี ไม่มีอุปสรรคระหว่างทาง ซึ่งมักจะพูดกับคนกำลังจะเดินทางไกลไกลหรือบอกลา
ขอให้เดินทางปลอดภัยภาษาอังกฤษสั้นๆ ความหมายดีๆ
| คำอวยพรขอให้ เดินทาง ปลอดภัย ภาษาอังกฤษ | คำแปล |
| Take care. | ดูแลตัวเองด้วยนะ |
| All the best. | ขอให้ทุกอย่างราบรื่น |
| I hope everything goes well. | ฉันหวังว่าทุกอย่างจะไปได้ด้วยดี |
| You are going to have a nice trip. | ขอให้เดินทางปลอดภัย |
| Drive carefully/ Drive safely. | ขับรถดีๆ นะ |
| Have a safe travel. Have a safe journey. Have a safe trip. Have a nice journey. Have a safe ride. | ขอให้เดินทางปลอดภัย |
| Have a safe flight. Have a good flight. | ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ |
| Have fun, see you next week! | ขอให้สนุกนะ แล้วพบกันใหม่ |
| Enjoy the journey. Enjoy your trip. | ขอให้เที่ยวสนุกและเดินทางปลอดภัยนะ |
| Wishing you a safe journey. | ขอให้เดินทางปลอดภัย |
| Bon voyage. | เป็นคำภาษาฝรั่งเศส หมายความว่า ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ |

>>>Read more: 95+ คำอวยพรวันเกิดภาษาอังกฤษที่ดีพร้อมคำแปลภาษาไทย
| To wish somebody bon voyage/a pleasant journey/a nice trip. | ขอให้(คนๆนั้น)เดินทางปลอดภัย |
| You are going to have a nice trip. | คุณจะมีการเดินทางที่ดี |
| Wishing you a healthy journey! | ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดการเดินทาง |
| Hope you have an amazing time! | ขอให้มีช่วงเวลาที่ดี |
| May your journey be filled with joy and adventures! | ขอให้การเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความสุขและการผจญภัย |
เที่ยวให้สนุกนะ ภาษาอังกฤษใช้คำไหนบ้าง
- Time to rest has arrived. Let’s enjoy this wonderful moment together.
คำแปล: ถึงเวลาพักผ่อนแล้ว มาสนุกกับช่วงเวลาอันแสนวิเศษนี้ด้วยกันนะ
- Have a nice trip and bring me back a lot of souvenirs, my dear, remember me all the time.
คำแปล: ขอให้เที่ยวให้สนุกและนำของฝากมาเยอะๆ ด้วยนะที่รัก คิดถึงฉันตลอดเวลานะ
- How wonderful would it be if you just focus on yourself and try the best that you can do.
คำแปล: จะดีแค่ไหนถ้าคุณแค่มุ่งมั่นไปที่ตัวเองและพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
- For now, just listen to yourself, have a nice vacation, close your eyes or read a book, babe.
คำแปล: สำหรับตอนนี้ แค่ฟังเสียงหัวใจตัวเอง ขอให้เป็นวันหยุดที่ดี และหลับตาพักผ่อนหรืออ่านหนังสือนะที่รัก
- Try not to think of the problems that you might have to come back to after this, calm down.
คำแปล: พยายามอย่าคิดถึงปัญหาที่ยังมาไม่ถึง และหลังจากนี้ ต้องใจเย็นๆ นะ
- Vacation is a time for us to experience beautiful memories together.
คำแปล: วันหยุดเป็นเวลาที่เราจะได้สัมผัสประสบการณ์ความทรงจำที่สวยงามร่วมกัน
- Have you been fully prepared for this vacation? Wish you have a great vacation.
คำแปล: วันหยุดนี้คุณเตรียมตัวเต็มที่แล้วหรือยัง? ขอให้เที่ยวให้สนุกนะ
- Hope this vacation will be a meaningful one for my family.
คำแปล: ขอให้วันหยุดครั้งนี้เป็นวันหยุดที่มีความหมายกับครอบครัวของเรา
- This vacation lasts for a week. We will have time to travel together.
คำแปล: วันหยุดครั้งนี้มีเวลาหนึ่งสัปดาห์ เราจะมีเวลาไปเที่ยวด้วยกันนะ
- I will prepare you and your parents a plane ticket to travel. Wish you parents a great holiday.
คำแปล: หนูจะเตรียมตั๋วเครื่องบินให้พ่อแม่ไปเที่ยว ขอให้พ่อแม่เที่ยวให้สนุกนะ
>>> Read more:
- วันหยุดภาษาอังกฤษ วันหยุดเทศกาลต่าง ๆ ประจำปี
- ลากิจ ภาษาอังกฤษ ใช้ยังไงดี?
- 11 วิธีพูด Thank you – คำขอบคุณภาษาอังกฤษที่สมบูรณ์ที่สุด
ขอให้ เดินทาง ปลอดภัย ภาษาอัง กฤษ เมื่อมีญาติตั้งถิ่นฐานในต่างประเทศ
คุณสามารถใช้ประโยคเหล่านี้เพื่ออวยพรให้ญาติเดินทางไปตั้งถิ่นฐานในต่างประเทศอย่างปลอดภัย:
| คำอวยพรการเดินทาง ภาษาอังกฤษ | คำแปล |
| May you and your family have a safe journey. | ขอให้คุณและครอบครัวเดินทางปลอดภัย |
| Hope to see you soon. | หวังว่าจะได้เจอกันเร็วๆ นี้ |
| Stay in touch! | ส่งข่าวถึงกันอยู่เสมอนะ |
| I will miss you so much. | ฉันจะคิดถึงคุณมากๆ |
| Wish you success and get back to winning soon! | ขอให้คุณประสบความสำเร็จและพบกันใหม่เร็วๆ นี้นะ |
| If you have free time, come visit us again! | หากคุณมีเวลาว่างกลับมาหาเราอีกครั้งนะ |
| Call me when you get there. | ถึงแล้วโทรหาฉันด้วยนะ |
| Remember to stay healthy, goodbye! | อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะ |
| Remember to take good care of yourself. | อย่าลืมดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะ |
| Everything is fine. | ทุกสิ่งทุกอย่างจะราบรื่น |
| Hope we can meet again. | หวังว่าเราจะได้พบกันอีก |

ขอให้เดินทางปลอดภัยภาษาอังกฤษ (โดยสารเครื่องบิน)
หวังว่าคุณจะสามารถเลือกใช้คำอวยพรให้เดินทางปลอดภัยโดยเครื่องบิน ภาษาอังกฤษ ด้านล่างนี้อย่างเหมาะสม
- I may not be with you on this journey, but my love and prayers are always with you. Safe travels!
คำแปล: ฉันอาจจะไม่ได้อยู่กับคุณในการเดินทางครั้งนี้ แต่ความรักและคำอวยพรอวยพรของฉันจะอยู่กับคุณเสมอ เดินทางปลอดภัยนะ
- Sending you all my love and best wishes for a smooth and comfortable first flight. Have fun!
คำแปล: ขอส่งความรักและคำอวยพรทั้งหมดให้กับคุณ เพื่อให้เที่ยวบินแรกราบรื่น สะดวกสบาย และมีความสุขนะ!
- Wishing you a smooth and peaceful journey, my beautiful wife. Can’t wait to see you soon.
คำแปล: ขอให้เดินทางปลอดภัย ผมรอเจอภรรยาคนสวยของผมแทบไม่ไหวแล้ว

>>> Read more:
- รวบรวม 150+ คําคมการเดินทาง ภาษาอังกฤษที่มีความหมายที่ดีที่สุด
- Safe flight ใช้ยังไง? วิธีส่งคำอวยพรเดินทางปลอดภัยจากใจจริงของคุณ
- 100+ แคปชั่น relax time ในภาษาอังกฤษพร้อมความหมายที่ดีที่สุด
- Wishing you a safe and comfortable flight, dear parents. Enjoy your travels and make unforgettable memories.
คำแปล: ขอให้พ่อแม่เดินทางโดยสวัสดิภาพและราบรื่น เที่ยวให้สนุกและเก็บความทรงจำที่ดีเหล่านี้ไว้นะ
- Fly safe, fly high and enjoy your journey. Sending you all my love!
คำแปล: ขอให้เป็นเที่ยวบินที่ดี และเพลิดเพลินกับการเดินทางของคุณนะ ขอส่งความรักทั้งหมดไปถึงคุณ
- My dear sister, may your flight be as safe as the love and support we have for you. Safe travels!
คำแปล: น้องสาวที่รัก ขอให้เดินทางปลอดภัยเหมือนกับความรักและการสนับสนุนที่พี่ๆ มีให้ เดินทางปลอดภัยนะ
- Have a pleasant flight, my darling husband. Can’t wait to hear all about your adventures.
คำแปล: ขอให้มีความสุขกับการบินนะสามีที่รักของฉัน รอที่จะได้ยินการผจญภัยของคุณแทบไม่ไหวแล้ว
- May your flight be as amazing as you are, my dear wife. Take care and have a great time!
คำแปล: ขอให้คุณมีการเดินทางที่ดีตามที่คุณหวังนะภรรยาที่รักของผม ขอให้มีช่วงเวลาที่ดีนะ
- Congratulations on your first flight! Wishing you a safe and memorable journey!
คำแปล: ขอแสดงความยินดีกับเที่ยวบินแรกของคุณ ขอให้คุณเดินทางปลอดภัยและเป็นที่น่าจดจำ
>>> Read more: คำอวยพรขอให้โชคดีภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด
ขอให้เดินทางปลอดภัยภาษาอังกฤษในการเดินทาง
| คำอวยพรขอให้ เดินทางปลอดภัยภาษาอังกฤษ | คำแปล |
| Get on the road smoothly. | เดินทางอย่างราบรื่นนะ |
| Good luck to you. | ขอให้คุณโชคดีนะ |
| Safe and sound. | ปลอดภัยนะ |
| Wishing you all the best! | ขอให้คุณเจอ แต่เรื่องดี ๆ |
| Fingers crossed! | ขอให้โชคดี |
| Wishing you lots of luck! | ขอให้โชคดีแบบสุดๆ นะ |
| Have a blast! | มีความสุขมากๆ นะ |
| Best wishes! | ขออวยพรที่ดีที่สุดให้แก่คุณ |
| Many blessings to you! | ขออวยพรที่ดีที่สุดให้แก่คุณ |
| May luck be in your favor! | ขอให้โชคเข้าข้าง |
| Here’s a four-leaf clover! | ใบไม้ 4 แฉก (สัญลักษณ์ให้ความโชคดี) |
| Wish you good health! | ขอให้คุณมีสุขภาพดี |
| Hope to see you soon. | หวังว่าจะได้เจอกันอีกเร็วๆนี้นะ |

>>> Read more:
- วิธีใช้ am pm อย่างถูกต้องในภาษาอังกฤษอย่างรายละเอียด
- กลับบ้าน ภาษาอังกฤษ คืออะไร? วลีเกี่ยวกับกลับบ้านในภาษาอังกฤษ
- Vacation แปลว่า? แยกแยะ vacation, holiday, day off ในภาษาอังกฤษ
คำถามที่ใช้บ่อย
Have a good tripใช้ยังไง?
Have a good trip ใช้เพื่ออวยพรและให้กำลังใจใครสักคนก่อนที่จะเริ่มการเดินทางใหม่ อาจเป็นทริป หรือการเดินทางไหนก็ตาม
Safe flight ใช้ยังไง?
Safe flight ใช้ยังไงให้ถูกต้อง Safe flight หมายถึง “ขอให้เดินทางปลอดภัยโดยเครื่องบิน” และใช้เพื่อบอกลาหรือขอให้ใครสักคนบินโดยสวัสดิภาพ
ขับรถ ดีๆ เดินทางปลอดภัยภาษาอังกฤษ
มักใช้ประโยคเช่น Drive safe หรือ Have a safe drive
เดินทางปลอดภัยภาษาอังกฤษพูดแบบไหนได้บ้าง?
เดินทางปลอดภัยภาษาอังกฤษ สามารถใช้ประโยคเช่น: Have a safe travel. Have a safe journey. Have a safe trip. Have a nice journey. Have a safe ride, …
ข้างต้นคือคำอวยพร เดินทางปลอดภัยภาษาอังกฤษ ที่ ELSA Speak อยากแบ่งปันให้กับคุณ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์สำหรับคุณ และขอขอบคุณที่สนใจบทความของ ELSA Speak!
>>> Read more:
- วิธีพูด Thank you – ขอบคุณภาษาอังกฤษที่สมบูรณ์ที่สุด
- 150+ คำชมภาษาอังกฤษที่เรียบง่ายและดีที่สุดในทุกสถานการณ์
- 12 วิธีการพูดและเขียนแทน “Looking forward to hearing from you”

แพ็กเกจ Conversation Bundle มีคู่หูที่สมบูรณ์ที่จะช่วยให้คุณปรับปรุงทักษะการพูดภาษาอังกฤษอย่างมาก มาค้นหาแต่ละคุณสมบัติในแพ็กเกจ Conversation Bundle กันนะ
Conversation Bundle คืออะไร?
Conversation Bundle เป็นแพ็กเกจที่พรีเนียมที่สุดของ ELSA Speak ในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ELSA AI และ Speech Analyzer ที่ไม่ได้มีการจำหน่ายปลีกในตลาด ปัจจุบันถูกรวมเข้ากับ Conversation Bundle ด้วย และมีระยะเวลาใช้งานได้ตลอดชีวิต
สนทนาโดยตรงกับติวเตอร์ ELSA AI
สำหรับ ELSA AI คุณจะได้ฝึกการสนทนาโดยตรงกับติวเตอร์ AI ELSA แม้ว่าคุณจะสนทนากับ AI แต่คุณก็จะได้รับความรู้สึกไม่ต่างจากการสนทนากับคนจริง เพราะนี่เป็น AI ที่อยู่ 5 อันดับแรกของโลกที่คอยรับฟังและฟีดแบคการออกเสียงของคุณในแต่ละพยางค์อย่างถูกต้อง
- เลือกสถานการณ์สมมติ: สถานการณ์การสนทนาถูกสร้างขึ้นแบบสุ่มแต่ยังสอดคล้องกับความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งทำให้คุณคุ้นเคยเมื่อสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ด้วย ELSA AI คุณสามารถเลือกสถานการณ์ที่คุณต้องการฝึกฝน เช่น การสัมภาษณ์ การเชิญคู่ค้าไปทานอาหาร การแชร์เป้าหมายในอาชีพของคุณ เป็นต้น
- แสดงบทบาทสมมติและสนทนากับ AI: คุณสามารถสร้างสถานการณ์แบบสุ่มได้ตามแบบของคุณเองเพื่อปรับปรุงทักษะการโต้ตอบและทักษะการพูดของคุณ
- รับฟีดแบคอย่างรวดเร็ว: ติวเตอร์ ELSA AI จะประเมินการสนทนาของคุณตั้งแต่การออกเสียง คำศัพท์ ไปจนถึงไวยากรณ์ การประเมินนี้จะช่วยให้คุณรู้ได้อย่างชัดเจนว่าจุดไหนยังไม่ดีและจุดไหนต้องแก้ไขอย่างไรเพื่อให้สามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น
>>> Read more: คู่มือการใช้ ELSA AI แบบละเอียด

Speech Analyzer
Speech Analyzer เป็นผู้ช่วยที่ชาญฉลาดของติวเตอร์ ELSA AI ที่จะช่วยให้คุณปรับปรุงและพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษอย่างครอบคลุม ได้แก่
- การออกเสียง: แก้ไขข้อผิดพลาดในการออกเสียงทันทีเพื่อช่วยให้คุณตระหนักถึงข้อผิดได้อย่างง่ายและจดจำการออกเสียงที่ถูกต้อง
- น้ำเสียง: เน้นคำหลักที่สำคัญในประโยคเพื่อช่วยให้คุณสื่อสารได้น่าดึงดูดมากขึ้น
- ความคล่องแคล่ว: ชี้ให้เห็นถึงการโต้ตอบขณะที่คุณพูดและแนะนำวิธีเว้นวรรคอย่างถูกต้องเพื่อช่วยให้คุณสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- ไวยากรณ์: ให้คะแนนไวยากรณ์และแนะนำโครงสร้างไวยากรณ์ขั้นสูง
- คำศัพท์: ประเมินคำศัพท์ตามมาตรฐาน CEFR นอกจากนี้ Speech Analyzer ยังแนะนำคำศัพท์ระดับสูงเพื่อช่วยให้คุณมีคลังคำศัพท์ที่กว้างมากขึ้น
นอกจากนี้ Speech Analyzer ยังมีคุณสมบัติการคาดการณ์คะแนนสอบพูดสำหรับใบรับรองระดับสากล เช่น IELTS TOEIC TOEFL อย่างถูกต้อง นี่เป็นเครื่องมือชาญฉลาดอย่างมากสำหรับผู้ที่กำลังเตรียมสอบใบรับรองระดับสากล คุณสามารถเรียนกับ ELSA Speech Analyzer และรับฟีดแบคได้ทุกวัน
คุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งที่โดดเด่นยิ่งขึ้นก็คือคุณสามารถใช้ Speech Analyzer ได้โดยตรงทั้งบนเว็บไซต์และบนแอป มันสะดวกจริงๆ ใช่ไหม! ELSA จะเคียงข้างคุณในการเรียนรู้อยู่เสมอ เรียนได้ทุกที่ 24/7 ทั้งสะดวก รวดเร็วและง่ายดาย
Conversation Bundle ราคาเท่าไหร่
ปัจจุบัน Conversation Bundle มีราคา 5340 บาท ประหยัด 25% เมื่อเทียบกับราคาเดิมคือ 7,164 บาท ด้วยราคาเพียง 4 พันกว่าบาท คุณสามารถใช้คุณสมบัติพิเศษทั้งหมดของ ELSA Speak โดยไม่ต้องกังวลเรื่องระยะเวลาการใช้งานที่จำกัด
ELSA Speak จะมีโปรโมชั่นทุกเดือนเพื่อมอบสิทธิพิเศษให้แก่ผู้เรียน อย่าลืมติดตาม ELSA Speak เพื่ออัปเดตราคาโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่องนะ
ข้อสังเกต : ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. เป็นต้นไป ELSA จะจำหน่ายเฉพาะแพ็กเกจ ELSA Premium ได้แก่ แพ็กเกจ 1 เดือน, 3 เดือน และ 1 ปี เท่านั้น และจะหยุดจำหน่ายแพ็กเกจ ELSA Pro และ Conversation Bundle
ใครสามารถซื้อ Conversation Bundle ได้?
Conversation Bundle เป็นแพ็กเกจพิเศษที่ใช้กับผู้เรียนลงทะเบียน ELSA Pro ตลอดชีพก่อนวันที่ 5 ก.พ. 2568 เท่านั้น ไม่มีอะไรดีกว่าการมี ELSA Pro ตลอดชีพ รวมกับ Conversation Bundle เมื่อมีสองแพ็กเกจนี้คุณจะออกเสียงเหมือนเจ้าของภาษาอย่างแน่นอน
ควรซื้อ Conversation Bundle หรือไม่?
คำตอบก็คือ ควร เพราะเมื่อเทียบกับ ELSA Pro แล้ว ELSA Premium Conversation Bundle เป็นแพ็กเกจพรีเนียมและดีที่สุดของ ELSA Speak ซึ่งเหมาะสมสำหรับทุกสถานการณ์สื่อสารและทุกความต้องการในการใช้งาน
ด้วยเป้าหมายที่อยากช่วยให้ทุกคนสามารถพูดภาษาอังกฤษเหมือนเจ้าของภาษา ELSA Speak เชื่อว่า Conversation Bundle จะเป็นเพื่อนที่ดีให้กับคุณในการเดินทางเพื่อพิชิต Speaking อย่าลืมฝึกฝนวันละ 10 นาทีทุกวัน เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของคุณนะ นอกจากนี้ คุณสามารถอัปเดตคุณสมบัติที่โดดเด่นของ ELSA ที่นี่ ไว้เจอกันใหม่ในบทความอื่นนะคะ
How old are you? หมายถึง “คุณอายุเท่าไหร่” ซึ่งใช้เพื่อถามอายุของคนอื่นแต่ควรจำกัดการใช้งานกับคนแปลกหน้า มาเรียนรู้คำถามที่พบบ่อย How old are you กับ ELSA Speak นะ
How old are you คืออะไร
How old are you เป็นคำถามที่ใช้เพื่อถามอายุของคนอื่น นี่เป็นประโยคที่พบบ่อยและถูกใช้มากในการสื่อสารภาษาอังกฤษ
เมื่อคุณออกไปข้างนอกและพบชาวต่างชาติ คุณสามารถเริ่มบทสนทนากับพวกเขาและถามอายุพวกเขาได้
มีอีกประโยคที่มีความหมายเหมือนกับ How old are you คือ What is your age? แต่ชาวต่างชาติไม่ได้ค่อยใช้เพราะมันไม่เป็นธรรมชาติ
ผู้เริ่มเรียนหลายคนมักจะมีความสับสนระหว่าง How old are you และ How are you ดังนั้นเมื่อได้ยินคนอื่นถามคำถาม คุณต้องตั้งใจฟังนะ
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอายุที่คุณควรรู้
เรามักแบ่งกลุ่มตามอายุ เช่น เด็ก วัยรุ่น วัยหนุ่มสาว ผู้สูงอายุ เป็นต้น และในภาษาอังกฤษก็มีการแบ่งแยกเช่นนั้นด้วย หากคุณอยากถามตอบเรื่องอายุอย่ามองข้ามวลีต่อไปนี้
คำศัพท์เกี่ยวกับอายุและร่างกาย
- Baby: เด็กทารก (อายุ 0 – 1 ปี)
- Toddler: เด็กวัยหัดเดิน (อายุ 1 – 3 ปี)
- Child: เด็ก (อายุ 4 – 12 ปี)
- Teenager: วัยหนุ่มสาว (มีอายุระหว่าง 13 ถึง 19 ปี)
- Adolescent: วัยรุ่น (มีอายุระหว่าง 19 ถึง 25 ปี)
- Adult: ผู้ใหญ่
- Senior citizen: ผู้สูงอายุ
ตัวอย่าง
- ฉันเป็นเด็ก => I’m a child.
- ฉันเป็นเด็กวัยหัดเดิน => I’m toddler.

คำศัพท์เกี่ยวกับกลุ่มอายุในภาษาอังกฤษ
- Age group – กลุ่มอายุ มักใช้สำหรับวัยรุ่นและมีความแม่นยำในระดับสูง
Children in the 10-15 age group need help to choose which subjects to specialise in at school. (เด็กในกลุ่มอายุ 10 -15 ปีต้องการความช่วยเหลือในการเลือกวิชาเฉพาะที่โรงเรียน)
- Age bracket – วลีเฉพาะทางมากขึ้น
Most of our students are in the 14-18 age bracket. (ส่วนใหญ่นักเรียนของเราอยู่ในช่วงอายุ 14 -18 ปี)
- Peer group – กลุ่มคนที่มีอายุเท่ากันและมีระดับการศึกษาหรือภูมิหลังครอบครัวเดียวกัน
When I went to school and interacted with my peer group, I was exposed to a different culture outside my home. (เมื่อฉันไปโรงเรียนและมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อน ฉันได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอื่นที่แตกต่างจากในบ้านของฉัน)
วิธีตอบคำถาม How old are you
วีธีตอบที่พบบ่อยที่สุด
เพราะนี่เป็นคำถามที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน จึงถูกใส่ไว้ใน Simple tense เมื่อผสมกับ old (หมายถึงอายุ) จะมีโครงสร้างคำถามและคำตอบดังนี้
คำถาม: How old are you?
คำตอบ:
S + to be + ตัวเลขอายุ + year(s) old
ตัวอย่าง:
- ตอบว่า ฉันอายุ 10 ปี : I am ten years old.
- ตอบว่า เขาอายุ 5 ขวบ: He is five years old.
- ตอบว่า เธออายุ 1 ขวบ: She is one year old.
จากตัวอย่างข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า
- ถ้าอายุมากกว่า 1 ปี เราต้องเติม s อยู่หลัง year => years
- ถ้าอายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 ปี เราใช้เฉพาะ year โดยไม่ต้องเติม s
หากคุณไม่ได้ยินคำถามของผู้ถามอย่างชัดเจน คุณสามารถขอให้เขาทวนคำถามโดยพูดว่า Sorry!
เพียงเท่านั้นเขาจะถามคำถามซ้ำให้คุณ
วิธีตอบด้วยการผสมคำกริยาวิเศษณ์
คุณสามารถผสมคำกริยาวิเศษณ์เพื่อแสดงอารมณ์ ซึ่งช่วยให้คำตอบมีบริบทมากขึ้น
- Early: ยังหนุ่มอยู่ มีอายุน้อย
ตัวอย่าง เด็กที่มีอายุเพียง 5 ขวบ คุณจะเห็นว่าเขายังเด็กมาก
Linda is early five years old. // ลินดาอายุ 5 ขวบต้นๆ
- My mid: อยู่กลางของช่วงอายุหนึ่งๆ
ใช้คำนี้เมื่อคุณเดาอายุของคนอื่นโดยไม่ทราบอายุของเขาอย่างแน่นอน
Winny is in my mid 50 years old. // วินนี่อายุ 50 กลางๆ
- Late: อยู่ปลายของช่วงอายุหนึ่งๆ
Our are late 30 years old. // เราอายุ 30 ปลายๆ แล้ว
บทสนทนาใช้ How old are you
- Anna: Hi!
(สวัสดีค่ะ)
- Winne: Hi. Nice to meet you. What’s your name?
(สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้พบคุณ คุณชื่ออะไรคะ)
- Anna: I am Anna. And you?
(ฉันชื่อแอนนา แล้วคุณล่ะ)
- Winne: I’m Winne. How old are you?
(ฉันชื่อวินน์ คุณอายุเท่าไหร่ )
- Anna: I am 22 years old. And you?
(ฉันอายุ 22 ปี แล้วคุณล่ะ)
- Winne: I’m 22 years old.
(ฉันอายุ 22 ปี)
- Anna: What date is your birthday?
(วันเกิดของคุณคือวันที่เท่าไหร่คะ)
- Winne: My date of birth is 1/1/1996. When’s your birthday?
(วันเกิดของฉันคือวันที่ 1 มกราคม 2539 แล้ววันเกิดของคุณคือเมื่อไหร่)
- Anna: My birthday is on 15th of June. Where do you live?
(วันเกิดของฉันคือวันที่ 15 มิถุนายน คุณอาศัยอยู่ที่ไหน)
- Winne: I live in Paris. It is very beautiful. Where are you from?
(ฉันอาศัยอยู่ที่ปาริส ที่นี่สวยมาก คุณมาจากไหน)
- Anna: I am from Tokyo. (ฉันมาจากโตเกียว)
>>> คุณอาจจะสนใจ:
- Top 10 บทความภาษาอังกฤษพื้นฐานและเข้าใจง่าย
- 200+ คำอวยพรวันเกิดภาษาอังกฤษสำหรับครอบครัว คนรัก เพื่อน และเพื่อนร่วมงาน ล่าสุดปี 2026
ข้อสังเกตเมื่อใช้ How old are you ในภาษาอังกฤษ
เรามักเรียกคนอื่นโดยการใช้คำว่า พี่ ป้า อา ลุง เป็นต้น เพื่อแสดงความสุภาพ แต่ในภาษาอังกฤษเราใช้ You เท่านั้นกับทุกวัย ดังนั้นเราต้องสังเกตนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
How old are you แปลว่า?
How old are you หมายถึง “คุณอายุเท่าไหร่” ใช้เพื่อถามอายุของผู้อื่นในภาษาอังกฤษ นี่เป็นประโยคที่พบบ่อยในการสื่อสาร
How old are you อ่านว่า?
ตามวิธีอ่านของคนไทย How old are you จะอ่านว่า ฮาว โอลฺ อาร์ ยู หากอ่านตามตาราง IPA จะอ่านว่า How /haʊ/ old /oʊld/ are /ɑːr/ you /juː/
How old are you now แปลว่า?
How old are you now หมายถึง “ตอนนี้คุณอายุเท่าไหร่” คำถามนี้มีความหมายเหมือนกับ how old are you
ELSA Speak หวังว่าบทความข้างต้นในหัวข้อ How old are you ภาษาอังกฤษ จะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากมายสำหรับคุณ และช่วยปรับปรุงความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษของคุณนะ
คำบุพบทบอกเวลา (Preposition of time) เป็นหนึ่งในหัวข้อไวยากรณ์สำคัญ ช่วยให้ผู้พูดพรรณนาเวลาของเหตุการณ์และการกระทำ อย่างไรก็ตาม ผู้เรียนภาษาอังกฤษหลายคนยังไม่เข้าใจอย่างชัดเจนถึงวิธีการใช้คำบุพบทบอกเวลาแต่ละประเภท ในบทความนี้ ELSA Speak จะช่วยให้คุณเรียนรู้ความรู้โดยละเอียดเกี่ยวกับคำบุพบทบอกเวลา มาดูกันนะคะ!
Preposition of time (คำบุพบทบอกเวลา) คืออะไร
คำบุพบทบอกเวลาทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมระหว่างคำกริยากับคำบอกเวลาในประโยค การใช้คำบุพบทบอกเวลาแสดงข้อมูลเกี่ยวกับเส้นเวลาหรือระยะเวลาที่เกิดขึ้นการกระทำ
ตัาอย่างเช่น
- Everyday, Martin gets up at 5 am. (ทุกวันมาร์ตินจะตื่นนอนตอนตี 5)
- Jenny decided to go to the library on Friday. (เจนนี่ตัดสินใจไปห้องสมุดในวันศุกร์)
วิธีการใช้ คำบุพบทบอกเวลา (Preposition of time)
คำบุพบทบอกเวลา “At”
| วิธีการใช้คำบุพบทบอกเวลา “At” | ตัวอย่าง | ความหมาย |
| คำบุพบทบอกเวลา “At” สามารถใช้เพื่อบอกเวลาที่เฉพาะเจาะจงลงไป เช่นเวลาตามนาฬิกาหรือมื้ออาหารในแต่ละวัน (breakfast, lunch, dinner…), วัยอายุ, ช่วงเวลาในแต่ละวัน (midday, midnight, night, bedtime, sunset, sunrise) | She leads such an unhealthy lifestyle. She often goes to bed late and gets up at midday. | เธอมีวิถีชีวิตที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เธอมักจะนอนดึกและตื่นตอนเที่ยง |
| คำบุพบทบอกเวลา “At” ก็สามารถใช้กับช่วงวันหยุดสั้นๆได้ด้วย เช่น New Year, Christmas, Easter, the weekend,… | Our family usually goes traveling at New Year. She spends a whole day shopping at the weekend. | ครอบครัวของเรามักจะไปเที่ยวในช่วงปีใหม่เธอใช้เวลาทั้งวันให้การช้อปปิ้งในช่วงสุดสัปดาห์ |
| At สามารถนำมารวมกับคำนามบางคำเพื่อสร้างวลีบอกระยะเวลาได้: at the end of, at the beginning of, at the moment, at that time,… | At the end of this month, I will go abroad for studies. My mom is not at home at the moment. You can come back later. | สิ้นเดือนนี้ฉันจะไปเรียนต่อต่างประเทศตอนนี้ แม่ของฉันไม่อยู่บ้านคุณสามารถกลับมาใหม่ที่หลัง |
คำบุพบทบอกเวลา “In”
| วิธีการใช้คำบุพบทบอกเวลา “In” | ตัวอย่าง | ความหมาย |
| คำบุพบทบอกเวลา “In” สามารถใช้เพื่อแสดงช่วงเวลาที่กว้างที่สุด เช่น เดือน ปี ฤดูกาล ทศวรรษ ศตวรรษ… | Jenny was born in 2001. This building was built in the 19th century. | เจนนี่เกิดในปี พ.ศ. 2544อาคารตึกนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 |
| คำบุพบทบอกเวลา “In” ใช้สำหรับการระบุวันหยุดลงไป หลักสูตร หรือสามารถใช้ in the morning, in the afternoon, in the evening ก็ได้ด้วย | Hanna will arrive at 7 o’clock in the morning. Peter looks for a temporary job in the summer holidays. | ฮันนาจะมาถึงเวลา 7 โมงเช้าปีเตอร์มองหางานชั่วคราวในช่วงวันหยุดฤดูร้อน |
| คำบุพบทบอกเวลา “In” อ้างถึงระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินการบางอย่างให้เสร็จสิ้นในอนาคต | Jenny did the crossword in 10 minutes. | เจนนี่เล่นปริศนาอักษรไขว้ใน 10 นาที |
>>> Read more: วิธีใช้คำบุพบทกับเดือนภาษาอังกฤษ
คำบุพบทบอกเวลา “On”
| วิธีการใช้คำบุพบทบอกเวลา “On” | ตัวอย่าง | ความหมาย |
| คำบุพบทบอกเวลา “On” บอกเวลาวันในสัปดาห์หรือเดือนของปี | Jenny’s birthday is on 14th May. Anna will meet John on Sunday. | วันเกิดของเจนนี่คือวันที่ 14 พฤษภาคมแอนนาจะพบกับจอห์นในวันอาทิตย์ |
| คำบุพบทบอกเวลา “On” สามารถใช้เพื่ออ้างถึงวันหนึ่งในช่วงวันหยุดหรือ เวลาเฉพาะเจาะจงในวัน | Hanna often goes out on Sunday evening. My class had a party on Christmas Day. | ฮันนามักจะออกไปข้างนอกในคืนวันอาทิตย์ชั้นเรียนของฉันจัดปาร์ตี้ในวันคริสต์มาส |
ข้อสังเกต:
ไม่ใช้คำบุพบทบอกเวลา “in on at” นำหน้าบางคำ เช่น “all, each, every, some, last, next, this, today, tomorrow, yesterday”
ตัวอย่าง:
- Hanna will see you next Monday. (ฮันนาจะพบคุณวันจันทร์หน้า)
- Is Tom free tomorrow evening? (คืนพรุ่งนี้ทอมว่างไหม?)
| คุณสงสัยว่า some ใช้กับอะไร? มาศึกษาบทความนี้กับเราเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ some วิธีแยก some กับ any และฝึกทำแบบฝึกหัดกัน |

>>> Read more:
คำบุพบทบอกเวลา “Before”
คำบุพบทบอกเวลา “Before” ในภาษาอังกฤษมักใช้เพื่ออ้างถึงเวลาก่อนจุดใดจุดหนึ่งกรณีเฉพาะและกรณีการใช้งานจำแนกออกได้ตามตารางด้านล่างนี้เกณฑ์ที่ใช้จำแนก
| บอกช่วงเวลาหนึ่งของวัน: Before noon (ก่อนเที่ยง), before sunset (ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน), before midnight (ก่อนเที่ยงคืน) | I have to finish this project before noon. | ฉันต้องทำโปรเจ็กต์นี้ให้เสร็จก่อนเที่ยง |
| อ้างถึงวันใดวันหนึ่งเป็นการเฉพาะในระหว่างเทศกาลหนึ่งหรือวันหยุดพิเศษ: Before Christmas (ก่อนวันคริสต์มาส), before New Year’s Eve (ก่อนวันส่งท้ายปีเก่า), before Valentine’s Day (ก่อนวันวาเลนไทน์) | We need to buy presents before Christmas. | เราต้องซื้อของขวัญก่อนวันคริสต์มาส |
| บอกถึงเหตุการณ์เฉพาะในอนาคต: Before the deadline (ก่อนกำหนดเวล), before the meeting (ก่อนการประชุม), before the flight (ก่อนขึ้นเครื่องบิน ) | We have to submit the report before the deadline. | เราต้องส่งรายงานก่อนกำหนดเวลา |
| อ้างถึงการกระทำเฉพาะก่อนเวลาที่ได้กำหนด: Before going to bed (ก่อนเข้านอน), before leaving the house (ก่อนออกจากบ้าน), before starting the car (ก่อนสตาร์ทรถ) | Don’t forget to turn off the lights before going to bed. | อย่าลืมปิดไฟก่อนเข้านอนนะคะ |
คำบุพบทบอกเวลา “After”
คำบุพบทบอกเวลา “After” ในภาษาอังกฤษมักใช้เพื่ออ้างถึงเวลาก่อนจุดใดจุดหนึ่ง:
| บอกช่วงเวลาหนึ่งของวัน : Afternoon (ตอนบ่าย), after sunset (หลังพระอาทิตย์ตก), after midnight (หลังเที่ยงคืน) | I will call you afternoon. | ฉันจะโทรหาคุณตอนบ่าย |
| กล่าวถึงวันหรือเดือนที่แน่นอน: After Christmas (หลังวันคริสต์มาส), after New Year’s Day (หลังวันปีใหม่), after Valentine’s Day (หลังวันวาเลนไทน์) | We usually have a big sale after Christmas. | เรามักจะลดราคาครั้งใหญ่หลังวันคริสต์มาส |
| กล่าวถึงเหตุการณ์เฉพาะในอดีตหรืออนาคต: After the party (หลังงานปาร์ตี้), after the meeting (หลังการประชุม), after the game (หลังเกม) | We will discuss the results after the meeting. | เราจะหารือเกี่ยวกับผลงานหลังการประชุม |
| กล่าวถึงช่วงเวลาหนึ่งหลังจากเหตุการณ์เฉพาะหนึ่งๆ: After a few minutes (หลังจากไม่กี่นาที), after an hour (หลังจากอีกหนึ่งชั่วโมง), after a week (หลังผ่านไปหนึ่งสัปดาห์) | I usually feel better after a few minutes of rest. | ฉันมักจะรู้สึกดีขึ้นหลังจากพักผ่อนไม่กี่นาที |
| กล่าวถึงการกระทำเฉพาะหลังจากเวลาที่ได้กำหนด: After finishing work (หลังจากเสร็จงาน), after leaving the office (หลังจากออกจากสำนักงาน), after getting home หลังจากกลับบ้าน). | I usually take a shower after finishing work. | ฉันมักจะอาบน้ำหลังจากทำงานเสร็จ |

คำบุพบทบอกเวลา “During”
คำบุพบทบอกเวลา “During” ในภาษาอังกฤษมักใช้เพื่ออ้างถึงเวลาในช่วงเวลาหรือเหตุการณ์เฉพาะ:
| บอกช่วงเวลาหนึ่งของวัน: During the day (ระหว่างวัน), during the night (ระหว่างคืน), during the morning (ในช่วงเช้า), during the afternoon (ในช่วงบ่าย), during the evening (ในช่วงเย็น). | I like to drink coffee during the morning. | ฉันชอบดื่มกาแฟในในช่วงเช้า. |
| บอกช่วงเวลาหนึ่งระหว่างสัปดาห์: During the week (ระหว่างสัปดาห์), during the weekend (ระหว่างสุดสัปดาห์) | I usually study during the week and relax during the weekend. | ฉันมักจะอ่านหนังสือระหว่างสัปดาห์และพักผ่อนระหว่างสุดสัปดาห์. |
| บอกถึงเหตุการณ์เฉพาะ: During the concert (ในระหว่างการแสดงคอนเสิร์ต), during the meeting (ในระหว่างการประชุม), during the game (ระหว่างเกม). | Please be quiet during the concert. | อย่าส่งเสียงดังในระหว่างการแสดงคอนเสิร์ต |
| บอกถึงช่วงเวลาหนึ่งของปี: During summer (ในระหว่างฤดูร้อน), during winter (ในระหว่างฤดูหนาว), during the holidays (ระหว่างวันหยุด). | We usually go to the beach during summer. | เรามักจะไปเที่ยวทะเลในระหว่างฤดูร้อน. |
| บอกถึงการกระทำเฉพาะที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง: During the party (ในระหว่างงานปาร์ตี้), during the class (ในระหว่างเรียน), during the movie (ระหว่างดูภาพยนตร์). | Please don’t talk during the movie. | อย่าพูดคุยกันระหว่างดูภาพยนตร์ |
คำบุพบทบอกเวลา “Until”
คำบุพบทบอกเวลา “Until” ในภาษาอังกฤษมักใช้เพื่ออ้างถึงเวลาจนถึงเวลาที่ได้กำหนด กรณีเฉพาะต้องใช้ “until” ในภาษาอังกฤษ:
| บอกช่วงเวลาหนึ่งของวัน: Until noon (ถึงเที่ยงวัน), until sunset (ถึงพระอาทิตย์ต), until midnight (ถึงเที่ยงคืน). | You can play outside until sunset. | คุณสามารถเล่นข้างนอกได้จนถึงพระอาทิตย์ตก |
| บอกวันหรือเดือนที่เฉพาะเจาะจง: Until Christmas (จนถึงวันคริสต์มาส), until New Year’s Eve (จนถึงวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่), until Valentine’s Day (จนถึงวันวาเลนไทน์). | We need to finish the project until New Year’s Eve. | เราต้องทำโครงการให้เสร็จจนถึงวันส่งท้ายปีเก่า |
| บอกเหตุการณ์เฉพาะในอนาคต: Until the deadline (จนถึงกำหนดเวลา), until the meeting (จนถึงการประชุม), until the flight (จนกระทั่งเที่ยวบิน). | We have to wait until the flight arrives. | เราต้องรอจนกว่าเที่ยวบินจะมาถึง |
| บอกระยะเวลาหนึ่งจนถึงเหตุการณ์เฉพาะ: Until then (จนกระทั่ง), until next week (จนกว่าอาทิตย์หน้า), until the end of the month (จนถึงสิ้นเดือน). | We can’t start the project until we have all the necessary materials. | เราไม่สามารถเริ่มโครงการได้จนกว่าเราจะมีวัสดุพื้นฐาน. |
| บอกการกระทำเฉพาะจนถึงเวลาที่ได้กำหนด: Until I finish work (จนกว่าฉันจะทำงานเสร็จ), until you come back (จนกว่าคุณจะกลับมา), until the movie ends (จนกว่าหนังจะจบ). | I won’t go to bed until I finish my work. | ฉันจะไม่นอนจนกว่าฉันจะทำงานเสร็จ |
ข้อผิดพลาดทั่วไป
ไม่ใส่ “In”, “On”, “At” ก่อนวลีบอกเวลา
วลีบอกเวลาที่ขึ้นต้นด้วย each, every, next, last, some, this, that, one, any, all.
ตัวอย่าง:
- He plays football every Saturday. (เขาเล่นฟุตบอลทุกวันเสาร์.)
- Are you free next Monday at two o’clock? (ตอนบ่ายสองวันจันทร์หน้าคุณว่างไหม)
- Last summer we rented a villa in Portugal.(ฤดูร้อนที่แล้วเราเช่าวิลล่าหลังหนึ่งในโปรตุเกส.)
ไม่ใช้ “At” เมื่ออ้างถึงวันที่ที่ระบุ
ตัวอย่าง: He will be teaching at 14 October.
→ คำตอบที่ถูกต้อง: He will be teaching on 14 October. (เขาจะสอนในวันที่ 14 ตุลาคม)
| หลังจากเข้าใจการใช้คำบุพบทบอกเวลาอย่าง in, on, at แล้ว ลองต่อยอดความรู้ด้วยการเรียนรู้ linking verb เพิ่มเติม เพราะคำกริยาประเภทนี้ช่วยเชื่อมประธานเข้ากับข้อมูลสำคัญ ทำให้ประโยคภาษาอังกฤษของคุณลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น |
แบบฝึกหัดเกี่ยวกับการใช้คำบุพบทบอกเวลา (Preposition of time)
แบบฝึกหัดที่ 1
เลือกคำตอบที่ถูกต้อง:
1. I usually get up _____________ 6 o’clock in the morning to go to school.
A. in
B. at
C. on
D. for
2. The outdoor workers will check out their shift _________ the afternoon.
A. at
B. for
C. when
D. in
3. Thompson was born ______ a small town_______January 8th.
A. in – on
B. in – at
C. at – on
D. for – over
4. What are you going to buy ________ Black Friday?
A. on
B. at
C. in
D. when
5. The weather tends to be more hot and humid ________ summer.
A. at
B. on
C. when
D. in
แบบฝึกหัดที่ 2
เติมคำบุพบทในช่องว่างให้ถูกต้อง (During, for, over, throughout)
1. Ms. Ha has been working in this company _______ 10 years.
2. _______ the summer, Lan has practiced the IELTS test _____ order to study abroad.
3. The Heineken advertisement is the most well-known video all _______ the world.
4. Hung and his friend spent 3 years together _________ the highschool years.
5. They had lived in Frankfurt _________ 8 years before moving to Vietnam.
แบบฝึกหัดที่ 3
เลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมคำบุพบทในช่องว่างให้ถูกต้อง
1. The number of food waste increased ______ 2012_______2018.
2. _____ the time she gets twenty, she will be an independent girl.
3. The teacher did not believe in her eyes ________ John jumped out of the window in the middle of the lesson.
4. Your requirement will be canceled ______ 4 days after the day of registration.
5. We would like to see you __________ Christmas Day.
>>> Read more: A An The ใช้ยังไง ทฤษฎีและแบบฝึกหัดในภาษาอังกฤษ
คำเฉลย
แบบฝึกหัดที่ 1:
1. B (6 โมงเช้าเป็นชั่วโมงเฉพาะ ตามทฤษฎี “at” ข้างต้น คำตอบ B เป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด)
2. D (คำตอบ A คือ “at” ซึ่งจะพร้อมกับเวลาที่ได้กำหนด คำตอบ B “for” มักจะเชื่อมโยงกับช่วงเวลาหนึ่ง และคำตอบ C “WHEN” เป็นคำเชื่อม ดังนั้นคำตอบจะตามด้วยอนุประโยค => คำตอบ D เป็นคำตอบที่ถูกต้อง)
3. A (Small town เป็นสถานที่ที่ไม่เจาะจงเกินไป ดังนั้นให้ใช้ IN และวันที่ 8 มกราคม เป็นวันที่เจาะจง ดังนั้นคำบุพบทจะเป็น on)
4. A (Black Friday เป็นวันที่เจาะจง ดังนั้นคำตอบที่เหมาะสมคือ on)
5. D (ตามทฤษฎีข้างต้น ผู้เรียนจะใช้คำบุพบท IN สำหรับฤดูกาล)
แบบฝึกหัดที่ 2:
1. For ( สำหรับประโยคปัจจุบันสมบูรณ์แบบต่อเนื่อง,เพื่ออธิบายบุคคลที่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง ผู้เรียนใช้คำบุพบท For)
2. During – in (คำบุพบท During ใช้เมื่อพูดถึงการกระทำที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการกระทำหรือเหตุการณ์หลักอื่นเกิดขึ้น และ “ใน IN ไปด้วยกับ Order to)
3. Over (collocation “all over the world)
4. Throughout (“throughout” อธิบายระยะเวลาไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อ – “highschool years”)
5. For (“for”ที่นี้ให้ข้อมูลว่าการกระทำนั้นกินเวลานานเท่าใด ในประโยคนี้คือ “8 years”)
แบบฝึกหัดที่ 3:
1. From – to (เพื่อแสดงช่วงเวลาด้วยข้อมูลที่แน่นอนตั้งแต่กี่ปีถึงกี่ปี ผู้เรียนจึงใช้โครงสร้าง “from…to”)
2. By (สำหรับความหมายของประโยคและไวยากรณ์ ประโยคนี้ใช้ อนาคตกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง ผู้เรียนใช้โครงสร้าง by the time – ในขณะนั้น)
3. Until (ตามความหมายของประโยค – จนกระทั่ง…)
4. In (“4 days after the day of registration” เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างเจาะจง จึงจะใช้ ณ์)
5. On (Christmas Day เป็นวันที่ระบุ ดังนั้นผู้เรียนจึงใช้ on ในกรณีนี้)
คำถามที่พบบ่อย
Preposition of time ใช้ยังไง
Preposition of time ใช้เป็นคำเชื่อมระหว่างกริยากับคำบอกเวลาในประโยค
Preposition of time มีอะไรบ้าง
Preposition of time รวมถึงคำต่างๆ เช่น in, on, at นอกจากนี้ยังมี in time, on time, during, for, since, from, to, by, before, after, until, within và between
ข้อความดังกล่าว ELSA Speak ได้รวบรวม และหวังว่าจะช่วยให้คุณมีความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคำบุพบทบอกเวลาในภาษาอังกฤษอย่างละเอียด เช่น วิธีการใช้งาน ตัวอย่าง และข้อฝึกหัดที่มีคำตอบ เพื่อให้คุณเตรียมตัวสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปรดอ้างอิงข้อมูลนี้เพื่อเตรียมสอบอย่างเต็มที่นะคะ