Author: Yến Nhi Thạch

คนที่เรียนภาษาอังกฤษไม่มีคนไหนที่จะไม่รู้จักคำศัพท์ง่าย ๆ เช่น fish (ปลา) shrimp (กุ้ง) crab (ปู)… แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้จักคำศัพท์เกี่ยวกับปลาชนิดต่างๆในภาษาอังกฤษ เช่น ปลาหมอ ปลาช่อน…คือคำว่าอะไร ดังนั้นหากคุณเป็นคนที่ชอบอาหารทะเล งั้นก็มาเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอาหารทะเลกับ ELSA Speak กันนะ

อาหารทะเล ภาษาอังกฤษ คืออะไร

อาหารทะเล ในภาษาอังกฤษเรียกว่า SEAFOOD และถอดเสียงได้เป็น /ˈsiː.fuːd/ ซีฟู้ด – SEAFOOD คือ อาหารทะเล ปลาหรือหอยทะเลที่ใช้กินเป็นอาหารมนุษย์

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอาหารทะเล – ปลาแต่ละประเภท

คำศัพท์เกี่ยวกับชื่อปลาแต่ละประเภท

คำศัพท์ภาษาอังกฤษการถอดเสียงแปล
Fish/fɪʃ/ปลา
Anchovy/ˈæntʃəvi/ปลากะตัก
Carp/kɑːrp/ปลาคาร์พ
Catfish/’kætfiʃ/ปลาดุก
Cod/kɒd/ปลาหิมะ
Flounder/ˈflaʊndər/ปลาลิ้นหมา
Flying fish/ˈflaɪɪŋ ˈfɪʃ/ปลานกกระจอก
Grouper/ˈɡruːpər/ปลาเก๋า
Haddock/ˈhædək/ปลาคอดชนิดหนึ่ง
Halibut/ˈhælɪbʌt/ปลาตาเดียว
Herring/ˈhɛrɪŋ/ปลาแฮร์ริ่ง
Mackerel/ˈmækərəl/ปลาทู
Ray/reɪ/ปลากระเบน
Red tilapia/rɛd tɪˈlɑːpiə/ปลาทับทิม
Salmon/ˈsæmən/ปลาหมอ
Sardine/sɑːrˈdiːn/ปลาซาร์ดีน
Snakehead/ˈsneɪkˌhɛd/ปลาช่อน
Snapper/ˈsnæpər/ปลากะพง
Sole/soʊl/ปลาช่อม่วง
Swordfish/ˈsɔːrdfɪʃ/ปลากระโทงดาบ
Tilapia/tɪˈlɑːpiə/ปลานิล
Trout/traʊt/ปลาเทราต์
Tuna/ˈtuːnə/ปลาทูน่า
คำศัพท์เกี่ยวกับชื่อปลาแต่ละประเภท

คำศัพท์เกี่ยวกับอวัยวะของปลา

คำศัพท์ภาษาอังกฤษการถอดเสียงแปล
Anal fin/ˈeɪnəl fɪn/ครีบทวาร
Caudal fin/ˈkɔːdəl fɪn/ครีบหาง
Dorsal fin/ˈdɔːrsəl fɪn/ครีบหลัง
Eyes/aɪz/ตา
Gill/ɡɪl/เหงือก
Gill cover/ɡɪl ˈkʌvər/แผ่นปิดเหงือก
Lateral line/ˈlætərəl laɪn/เส้นข้างลำตัว
Mouth/maʊθ/ปาก
Nostril/ˈnɑːstrəl/จมูก
Pectoral fin/ˈpektərəl fɪn/ครีบอก
Pelvic fin/ˈpelvɪk fɪn/ครีบเอว
Scales/skeɪlz/เกล็ด
คำศัพท์เกี่ยวกับอวัยวะของปลา

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสัตว์ทะเลประเภทอื่นๆ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษการถอดเสียงแปล
Abalone/ˌæbəˈloʊni/หอยเป๋าฮื้อ
Blood cockle/blʌd ˈkɒkl/หอยแครง
Clams/klæmz/หอยกาบ
Crab/kræb/ปู
Crayfish/ˈkreɪfɪʃ/ล็อบสเตอร์น้ำจืด
Cuttlefish/ˈkʌtlˌfɪʃ/ปลาหมึกกระดอง
Eel/iːl/ปลาไหล
Lobster/ˈlɒbstər/ล็อบสเตอร์
King Crab/kɪŋ kræb/ปูอลาสก้า
Mantis shrimp/ˈmæntɪs ʃrɪmp/กั้ง 
Mussels/ˈmʌsəlz/หอยแมลงภู่
Octopus/ˈɒktəpəs/ปลาหมึกสาย
Oysters/ˈɔɪstərz/หอยนางรม
Scallops/ˈskɒləps/หอยเชลล์
Sea cucumber/ˈsiː ˈkjuːkʌmbər/ปลิงทะเล
Sea urchin/siː ˈɜːrtʃɪn/หอยเม่น
Sentinel crab/ˈsɛntɪnəl kræb/ปูก้ามหัก
Shrimp/ʃrɪmp/กุ้ง
Squid/skwɪd/ปลาหมึก 
Grease snail/ɡriːs sneɪl/หอยตาวัว
Horn snail/hɔːn sneɪl/หอยจุ๊บแจง
Nail snail/neɪl sneɪl/หอยหลอด
Japanese bonnet snail/dʒæpəˈniːz ˈbɒnɪt sneɪl/หอยกระต่าย
Sweet snail/swiːt sneɪl/หอยหวาน
Wool snail/wʊl sneɪl/หอยทาก
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสัตว์ทะเลประเภทอื่นๆ

>>> Read more: คำศัพท์สัตว์ภาษาอังกฤษที่พบบ่อยที่สุด

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอาหารทะเล

คำศัพท์ภาษาอังกฤษการถอดเสียงแปล
Stew fish/stuː fɪʃ/สตูว์ปลา
Steamed fish/stiːmd fɪʃ/ปลานึ่ง
Grilled fish with scallion oil/ɡrɪld fɪʃ wɪð ˈskæljən ɔɪl/ปลาย่างน้ำมันต้นหอม
Fried fish/fraɪd fɪʃ/ปลาทอด
Mackerel in tomato sauce/mæˈkɛrəl ɪn təˈmeɪtoʊ sɔːs/ปลาทูในซอสมะเขือเทศ
Crab bisque/kræb bisk/ซุปปู
Steamed crab with beer/stimd kræb wɪθ bɪr/ปูนึ่งเบียร์
Stir Fry Crab with Tamarind/stɜr fraɪ kræb wɪθ ˈtæmərɪnd/ปูย่างมะขาม
Stir Fry Sentinel Crab with Tamarind/stɜr fraɪ ˈsɛntənəl kræb wɪð ˈtæmərɪnd/ปูก้ามหักย่าง
Calamari/ˌkæləˈmɑri/ปลาหมึกทอดกรอบ
Grilled squid with salt and chili/ɡrɪld skwɪd wɪð sɔlt ænd ˈtʃɪli/ปลาหมึกย่างเกลือพริก
Sweet and Sour Calamari/Swiːt ənd ˈsaʊr ˌkæləˈmɑːri/ปลาหมึกผัดเปรี้ยวหวาน
Grilled shrimp with salt and chili/ɡrɪld ʃrɪmp wɪð sɔlt ænd ˈtʃɪli/กุ้งย่างเกลือพริก
Shrimp scampi/ʃrɪmp ˈskæmpi/กุ้งลายเสือในซอสเนยกระเทียม
Steamed shrimp/steemd ʃrɪmp/กุ้งนึ่ง
Fried shrimp/fraɪd ʃrɪmp/กุ้งทอดกรอบ
Lobster roll/ˈlɑbstər roʊl/โรลกุ้งมังกร
Clam chowder/klæm ˈtʃaʊdər/ซุปหอยกาบ
Oyster Rockefeller/ˈɔɪstər ˈrɑkəˌfɛlər/หอยนางรมย่างชีส
Tuna salad/ˈtuːnə ˈsæləd/สลัดปลาทูน่า
Stir-fried Spaghetti with Seafood/ˈstɜː.fraɪ/ spəˈɡet.i/ wɪð/ ˈsiːfuːd ˈ/สปาเกตตีผัดฉ่าทะเล
Seafood hotpot/ˈsiːfuːd ˈhɒtspɒt/หม้อไฟทะเล
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอาหารทะเล

>>> Read more:

วิธีนำคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอาหารทะเลมาใช้ในชีวิตประจำวัน

เมื่อเรียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษแล้ว อย่าลืมนำคำศัพท์ไปใช้กับบทสนทนาในชีวิตประจำวัน เพื่อให้จำได้เร็วขึ้นและเข้าใจวิธีนำไปใช้มากขึ้น และหลีกเลี่ยงการเรียนรู้ด้วยการท่องจำ!

ด้านล่างนี้คือประโยคการสื่อสารบางส่วนที่ใช้คำศัพท์เกี่ยวกับอาหารทะเล เพื่อนๆลองนำไปปรับใช้ในชีวิตกันดูนะ

ในชีวิต

บทสนทนาที่ ๑

บทสนทนาที่ ๒

วิธีนำคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอาหารทะเลมาใช้ในชีวิตประจำวัน

ในร้านอาหารทะเล

จองโต๊ะ (Booking)

สำหรับลูกค้า

สำหรับพนักงาน

>>> Read more: อ่านเวลาและพูดเกี่ยวกับเวลาได้อย่างไร? วิธีการบอกเวลาภาษาอังกฤษแบบมาตรฐาน

ถามเกี่ยวกับเมนู (Asking about the menu)

สำหรับลูกค้า

สำหรับพนักงาน

สั่งอาหาร (Ordering)

สำหรับลูกค้า

สำหรับพนักงาน

>>> Read more: คำถามภาษาอังกฤษที่พบบ่อยเมื่อเข้าร้านอาหาร

ในร้านอาหารทะเล

ชำระเงิน (Get the bill)

สำหรับลูกค้า

สำหรับพนักงาน

วิธีเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอาหารทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับอาหารทะเลทั่วไปและคำศัพท์อาหารทะเลที่มีชื่อเฉพาะ นอกจากเรียนรู้ความหมายของคำศัพท์แล้ว ผู้เรียนยังสามารถเรียนรู้โดยใช้วิธีการดังต่อไปนี้

ตัวอย่างคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอเหารทะเล Blood cockle – หอยแครงเลือด คำว่า Blood คือเลือด

คุณสามารถนึกถึงภาพหอยแครงสีแดงเลือดและแต่งประโยคได้ “This blood cockle is blood-red in color”

บทความข้างต้นเป็นชื่ออาหารทะเลในภาษาอังกฤษที่เรานำมาให้ผู้อ่าน หวังว่าหลังจากอ่านบทความนี้แล้ว ผู้อ่านจะรู้วิธีประยุกต์ใช้คำศัพท์และประโยคตัวอย่างเหล่านี้ เพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ อย่าลืมติดตาม ELSA Speak เพื่อดูบทเรียนภาษาอังกฤษที่น่าสนใจอีกมากมายนะ!

ในภาษาอังกฤษ คำสรรพนามสัมพัทธ์เป็นหนึ่งในไวยากรณ์สำคัญที่ต้องรู้ คุณมักจะพบมันในข้อสอบของโรงเรียนการสอบใบรับรองระดับนานาชาติหรือในสถานการณ์การสื่อสารในชีวิตประจำวัน ในบทความนี้ ELSA Speak จะรวบรวมทฤษฎีและแบบฝึกหัดพร้อมเฉลยทั้งหมด เพื่อช่วยคุณทบทวนและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพิ่มมากขึ้น

Relative pronoun คือ?

คำสรรพนามสัมพัทธ์ (Relative pronoun) คือ คำสรรพนามที่ใช้เชื่อมประโยคหรือส่วนประกอบของประโยค ตำแหน่งของคำสรรพนามประเภทนี้จะอยู่หลังคำนาม ทำหน้าที่แทนคำนามที่กล่าวไปแล้ว คำสรรพนามสัมพัทธ์ที่พบบ่อยคือ “which,” “who,” “whom,” “whose,” และ “that”

ตัวอย่าง 

Do you know the boy who is sitting beside Alice? (คุณรู้จักเด็กที่นั่งข้างอลิซไหม?)

→ ในตัวอย่างดังกล่าวเรามีอนุประโยคสัมพันธ์ “who is sitting beside Alice” ด้วย ซึ่ง who เป็นประธานขยายประธานของอนุประโยคหลักคือ “the boy”

หน้าที่ของคำสรรพนามสัมพัทธ์

ในโครงสร้างภาษาอังกฤษ คำสรรพนามสัมพัทธ์ (Relative pronoun) สามารถเป็นทั้งประธานหรือกรรมของประโยคได้

คำสรรพนามสัมพัทธ์คือประธาน

สูตร 1: คำสรรพนามสัมพัทธ์ (Relative pronoun) เป็นประธานในอนุประโยคที่กำหนด

Relative Pronoun + V (+ O)

ตัวอย่าง The car which is parked in front of the bank is mine. (รถที่จอดอยู่หน้าธนาคารเป็นของฉัน)

→ อนุประโยคสัมพัทธ์ “which is parked” ในนั้น “which” มีหน้าที่เป็นประธาน

relative pronoun ใช้ยังไง

สูตร 2: คำสรรพนามสัมพัทธ์ (Relative pronoun)  เป็นประธานในอนุประโยคที่ไม่กำหนด

“,” + Relative Pronoun + V (+ O)

ตัวอย่าง: My best friend Tom, who is near my house, gave me an early birthday present. (ทอมคือเพื่อนสนิทซึ่งอาศัยอยู่ใกล้บ้านฉันและยังให้ของขวัญวันเกิดล่วงหน้าแก่ฉันด้วย)

→ อนุประโยคที่ไม่กำหนด “who is near my house” ในนั้น “who” มีหน้าที่เป็นประธาน

หมายเหตุ: ในกรณีนี้คำสรรพนามสัมพัทธ์ (Relative pronoun) เป็นประธานของอนุประโยคที่ไม่กำหนดจะต้องมีมีเครื่องหมายจุลภาคอยู่ข้างหน้า “,”

>>> Read more: Relative Clause คือ? โครงสร้าง หลักการใช้งาน ตัวอย่าง และแบบฝึกหัด

คำสรรพนามสำพัทธ์ที่เป็นกรรม

สูตร 1: คำสรรพนามสัมพัทธ์ (elative pronoun) เป็นกรรมในอนุประโยคที่กำหนด

Relative Pronoun + S + V (+ O)

ตัวอย่าง The car which Kwan bought last week is very expensive. (รถที่ขวัญซื้อเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีราคาแพงมาก)

→ อนุประโยคที่กำหนด “which Lan bought last week” มีกรรมอยู่หน้าประธานคือ “which”

สูตร 2: คำสรรพนามสัมพัทธ์ (Relative pronoun) เป็นกรรมในอนุประโยคที่ไม่กำหนด

“,” + Relative Pronoun + S + V (+ O)

ตัวอย่าง Amy’s car, which she bought last week, is very expensive. (รถของเอมี่ที่เธอซื้อเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีราคาแพงมาก)

→ ในกรณีนี้มีอนุประโยคที่ไม่กำหนด “which she bought last week” มี “which” ทำหน้าที่เป็นกรรมเพื่อขยายคำนามที่อยู่หน้า “Amy’s car”

หมายเหตุ: เมื่อเรียนโครงสร้างเกี่ยวกับสูตรของสรรพนามสัมพัทธ์ (Relative pronoun) คุณต้องระบุหน้าที่ของคำสรรพนามสัมพัทธ์ในประโยคให้ชัดเจน ทั้งอนุประโยคที่กำหนดและไม่กำหนด

relative pronoun หลักการใช้

Relative pronoun ใช้ยังไง

วิธีใช้ Relative Pronoun: Who

คำสรรพนามสัมพัทธ์ “Who” ใช้แทนคำสรรพนามที่แสดงถึงผู้กระทำ ใช้กับบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค 

“Who” มักใช้ในประโยคเพื่อระบุหรือขยายคำที่กล่าวถึงในประโยค

มาเรียน elative pronoun ตัวอย่างประโยคด่านล่างนี้

วิธีใช้ Relative Pronoun: Whom

คำสรรพนามสัมพัทธ์ “whom” เป็นคำสรรพนามสัมพัทธ์ที่ใช้เรียกคน (คล้ายกับ who) ใช้เพื่อระบุบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค หลังคำสรรพนาม whom จะเป็นกริยา

ตัวอย่าง

วิธีใช้ Relative Pronoun: Whose

คำสรรพนามสัมพัทธ์ “whose” เป็นคำสรรพนามสัมพัทธ์ที่ใช้เรียกคน ใช้แทนคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของในประโยคและหลัง whose จะเป็นคำนาม

ตัวอย่าง

วิธีใช้ Relative Pronoun: Which

คำสรรพนามสัมพัทธ์ “which” ใช้เพื่ออ้างถึงสิ่งต่าง ๆ และสรรพนามสัมพัทธ์นี้สามารถทำหน้าที่เป็นประธานหรือกรรมในประโยคได้

ตัวอย่าง 

วิธีการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารที่บ้านอย่างไรให้ได้ผล / เรียนภาษาอังกฤษด้วยต

วิธีใช้ Relative Pronoun: That

คำสรรพนามสัมพัทธ์ “That” เป็นสรรพนามที่สามารถใช้กับคำนามที่เป็นคน สัตว์ และสิ่งของได้ มักมีหน้าที่เป็นประธานหรือกรรมในอนุประโยคที่กำหนด

ตัวอย่าง The book that I’m reading is very interesting. (หนังสือที่ฉันอ่านน่าสนใจมาก)

ตัวอย่าง That’s the lady who/that we saw this morning.

ตัวอย่าง This is my car, that which I bought last year.

The house in that which I live is small.

ตัวอย่าง I saw a man and his dog that were familiar when I went to the park yesterday.

>>> Read more: 

การละเว้นคำสรรพนามสัมพัทธ์ในประโยค

การละเว้นคำสรรพนามสัมพัทธ์เป็นการตัดสรรพนามสัมพัทธ์ในประโยค แต่ไม่ทำให้ความหมายเปลี่ยนแปลงหรือผิดรูปไวยากรณ์ ต่อไปคือวิธีการละเว้นคำสรรพนามสัมพัทธ์ในประโยค

ตัวอย่าง This is the shoe shelf which I buy. –> This is the shoe shelf I buy. (นี่คือชั้นวางรองเท้าที่ฉันซื้อ)

–> ไม่มีเครื่องหมายจุลภาคหรือคำบุพบทนำหน้า ” which ” ดังนั้น ” which ” จึงสามารถละเว้นได้

ตัวอย่าง The man who is interested in my car will telephone later. -> The man interested in my car will telephone later. (คนที่สนใจรถของฉันจะโทรมาภายหลัง)

–> คำสรรพนาม who เป็นประธาน ด้านหลังเป็นวลีคำคุณศัพท์ ดังนั้นเราจึงสามารถละคำว่า “who is” ได้

ข้อควรรู้เมื่อใช้คำสรรพนามสัมพัทธ์

ใช้เครื่องหมายจุลภาคกับกรณี

ตัวอย่าง Bangkok, which is the capital of Thailand, is the most populous city in Thailand. (กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศไทย)

ตัวอย่าง This is Mike, who is an artist. (นี่คือไมค์ซึ่งเขาเป็นศิลปิน)

ตัวอย่าง  My brother, whom you just met, is a secondary student. (พี่ชายของฉันที่คุณเพิ่งพบเป็นนักเรียนมัธยมศึกษา)

ตัวอย่าง The Sun, which rises in the East, shows me the path to come home. (พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก มันทำให้ฉันเห็นเส้นทางกลับบ้าน)

วิธีใส่เครื่องหมายจุลภาค

ตัวอย่าง Mike, who is an artist, paints very well. (ไมค์ซึ่งเป็นศิลปินวาดภาพได้สวยมาก)

ตัวอย่าง This is Mike, who is an artist. (นี่คือไมค์ซึ่งเขาเป็นศิลปิน)

สังเกตกับอนุประโยคมี “That”

ตัวอย่าง The house in that which I live is small.

ตัวอย่าง She records everything that happens to her in her diary. เธอบันทึกทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอไว้ในสมุดบันทึก)

แบบฝึกหัด elative pronoun พร้อมเฉลย

แบบฝึกหัดที่ 1

วงกลมคำสรรพนามสัมพัทธ์ที่ถูกต้องในประโยคด้านล่างนี้

  1. My director, who/which was appointed last week, has no comment on the situation.
  2. That is the place which/where the accident happened last night.
  3. The new student in my class, who/whose name is Alice, seems really nice.
  4. This is the office which/where I’m working.
  5. All the people to who/ whom the invitations were sent attended the party.
  6. Did you see the movie which/who was on the TV last night?
  7. Do you remember the day which/when we met?
  8. Is that the girl who/whom we saw at the cinema last week?

แบบฝึกหัดที่ 2

จากประโยคที่ให้มา จงเขียนใหม่เป็นประโยคเดียวโดยใช้คำสรรพนามสัมพัทธ์ที่เหมาะสม

  1. I met a man. He had a dog with three legs.
  2. My new school looks very beautiful. I moved to it a month ago.
  3. The man was injured in the accident. He is now in the hospital.
  4. The building was destroyed in the fire. It is now being rebuilt.
  5. Hellen works for a company. The company makes furniture.

เฉลยและคำอธิบาย

เฉลยและคำอธิบายแบบฝึกหัดที่ 1

สำหรับแบบฝึกหัดนี้ ผู้เรียนต้องสังเกตว่าการเลือกคำสรรพนามสัมพัทธ์จะขึ้นอยู่กับคำนามที่อธิบายไว้ก่อนหน้าและบทบาทของคำสรรพนามในอนุประโยคสัมพัทธ์

ข้อ เฉลยอธิบาย 
1whoคำสรรพนามสัมพัทธ์ทำหน้าที่เป็นประธานของอนุประโยคสัมพัทธ์และอธิบายคำนามที่อ้างถึงบุคคล (Director) ดังนั้น “Who” จึงเป็นสรรพนามที่เหมาะสม
2whereคำสรรพนามสัมพัทธ์อธิบายถึงคำนามที่อ้างถึงสถานที่ (the place) ดังนั้น “where” จึงเป็นสรรพนามที่เหมาะสมผู้เรียนควรทราบว่าในกรณีนี้ “where” = “in which”
3whoseคำสรรพนามสัมพัทธ์ทำหน้าที่เป็นคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของในอนุประโยคสัมพัทธ์ และยังอธิบายคำนามที่อ้างถึงบุคคลข้างหน้า (new student) ดังนั้นจึงใช้ “whose”
4whereคำสรรพนามสัมพัทธ์อธิบายถึงคำนามของสถานที่ (the office) ดังนั้น “where” จึงเป็นสรรพนามที่เหมาะสมผู้เรียนควรทราบว่าในกรณีนี้ “where” = “in which”.
5whomคำสรรพนามสัมพัทธ์ทำหน้าที่เป็นสรรพนามกรรมในอนุประโยคสัมพัทธ์และยังอธิบายคำนามที่อ้างถึงบุคคลข้างหน้า (people) ดังนั้นจึงใช้ “whom”
6whichคำสรรพนามสัมพัทธ์ทำหน้าที่เป็นประธานของอนุประโยคสัมพัทธ์และอธิบายคำนามที่อ้างถึงสิ่งของ (the movie), ดังนั้น “which” จึงเป็นสรรพนามที่เหมาะสม “which”
7whenคำสรรพนามสัมพัทธ์อธิบายคำนามของเวลา (the day) ดังนั้น “when” จึงเป็นสรรพนามที่เหมาะสมผู้เรียนควรทราบว่าในกรณีนี้ “when” = “on which”.
8whomคำสรรพนามสัมพัทธ์ทำหน้าที่เป็นกรรมสรรพนามในอนุประโยคสัมพัทธ์และยังอธิบายคำนามที่อ้างถึงบุคคลข้างหน้า (the girl) ดังนั้นจึงใช้ “whom”

เฉลยและอธิบายแบบฝึกหัดที่ 2 

สำหรับแบบฝึกหัดนี้ ผู้เรียนต้องพิจารณาว่าประโยคใดเป็นประโยคหลัก และประโยคใดเป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่เติมข้อมูลและความหมายให้กับคำนามในประโยคหลัก สำหรับอนุประโยคสัมพัทธ์คุณต้องใช้คำสรรพนามสัมพัทธ์ที่เหมาะสม

ข้อ เฉลยอธิบาย 
1I met a man who had a dog with three legs.
ฉันได้พบกับชายคนหนึ่งที่มีสุนัขสามขา
ประโยค “I met a man” เป็นประโยคหลักของประโยค ส่วนประโยคที่เหลือจะทำหน้าที่เป็นประโยคสัมพัทธ์ที่ขยายความหมายให้กับคำนาม “a man” ในกรณีนี้ คำสรรพนามสัมพัทธ์จะอธิบายคำนามที่อ้างถึงบุคคล และยังทำหน้าที่เป็นประธานของอนุประโยคสัมพัทธ์อีกด้วย ดังนั้น ใช้ “who” จึงถูกต้อง
2My new school, which I moved to a month ago, looks very beautiful.
โรงเรียนใหม่ของฉันซึ่งฉันย้ายไปเมื่อเดือนที่แล้วดูสวยงามมาก
ประโยค “My new school looks very beautiful” เป็นประโยคหลักของประโยค ส่วนประโยคที่เหลือจะทำหน้าที่เป็นประโยคสัมพัทธ์ที่เพิ่มความหมายให้กับคำนาม “school” ในกรณีนี้คำสรรพนามสัมพัทธ์จะอธิบายถึงคำนาม (school) และยังทำหน้าที่เป็นกรรมในอนุประโยคสัมพัทธ์อีกด้วย ดังนั้นจึงใช้คำว่า “which”ผู้เรียนควรทราบว่านี่เป็นประโยคที่ไม่จำกัด (คำนามที่ขยายจะมาพร้อมกับคำคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ “my”) ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้จุลภาคเพื่อแยกประโยคสัมพัทธ์ออกจากประโยคหลักในประโยค
3The man who was injured in the accident is now in the hospital.
ชายผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุขณะนี้อยู่ในโรงพยาบาลแล้ว
ประโยค “The man is now in the hospital” เป็นประโยคหลัก ส่วนประโยคที่เหลือจะทำหน้าที่เป็นประโยคสัมพัทธ์ที่เพิ่มความหมายให้กับคำนาม “the man” ในกรณีนี้ คำสรรพนามสัมพัทธ์จะอธิบายคำนามที่อ้างถึงบุคคล และยังทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคสัมพัทธ์อีกด้วย ดังนั้น ใช้ “who” จึงถูกต้อง
4The building which was destroyed in the fire is now being rebuilt.
อาคารที่ถูกทำลายในเหตุเพลิงไหม้กำลังได้รับการสร้างขึ้นใหม่
ประโยค “The building is now being rebuilt” เป็นประโยคหลัก ส่วนประโยคที่เหลือจะทำหน้าที่เป็นประโยคสัมพัทธ์ที่เพิ่มความหมายให้กับคำนาม “the building” ในกรณีนี้ คำสรรพนามสัมพัทธ์จะอธิบายคำนามที่อ้างถึงสิ่งของ และยังทำหน้าที่เป็นประธานในประโยคสัมพัทธ์ ดังนั้นใช้ “which” จึงถูกต้อง
5Helen works for a company which makes furniture.
เฮเลนทำงานให้กับบริษัทที่ผลิตเฟอร์นิเจอร์
ประโยค “Helen works for a company” เป็นประโยคหลัก ส่วนประโยคที่เหลือจะทำหน้าที่เป็นประโยคสัมพัทธ์ที่เพิ่มความหมายให้กับคำนาม “a company” ในกรณีนี้ คำสรรพนามสัมพัทธ์จะอธิบายคำนามที่อ้างถึงสิ่งของ และยังทำหน้าที่เป็นประธานในประโยคสัมพัทธ์ ดังนั้นใช้ “which” จึงถูกต้อง

คำถามที่พบบ่อย 

Relative pronoun มีอะไรบ้าง

Relative pronoun ประกอบด้วยคำสรรพนาม who, who, who, which และ that ที่ใช้เชื่อมโยงหรือเชื่อมโยงอนุประโยคในประโยค

Relative pronoun that ใช้ยังไง

Relative pronoun “That” สามารถใช้กับคำนามที่เป็นคน สัตว์ และสิ่งของได้ มักมีหน้าที่เป็นประธานหรือกรรมในอนุประโยคที่กำหนด

ELSA Speak ช่วยให้คุณเรียนรู้เกี่ยวกับคำสรรพนามสัมพัทธ์ซึ่งเป็นความรู้ที่สำคัญในด้านไวยากรณ์ คุณต้องฝึกฝนและทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจและประยุกต์ใช้ให้ง่ายขึ้น ดูความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์และไวยากรณ์ที่สำคัญเพิ่มเติมได้ที่นี่ ขอให้ทุกคนมีการเรียนรู้ที่ดีนะ

คุณท้องเสีย แต่คุณไม่รู้ว่าในภาษาอังกฤษควรพูดอย่างไร ELSA Speak ขอนำข้อมูลเกี่ยวกับคำศัพท์และตัวอย่างประโยคที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มาฝากทุกคน งั้นพร้อมแล้วเรามาหาคำตอบด้วยกันเลย

ท้องเสียภาษาอังกฤษ

ท้องเสียภาษาอังกฤษคืออะไร

ท้องเสียภาษาอังกฤษคือ Diarrhea (คำนาม) ออกเสียงว่า: diarrhea  /ˌdaɪ.əˈriː.ə/.

ความหมายภาษาอังกฤษ Diarrhea is an illness in which the body’s solid waste is more liquid than usual and comes out of the body more often. 

ความหมายภาษาไทย Diarrhea เป็นโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งมีอุจจาระเหลวและเป็นน้ำที่เป็นบ่อยกว่าปกติ

อาการท้องเสียในภาษาอังกฤษ

>>> Read more:

ตัวอย่างคำศัพท์ในหัวข้อปวดท้อง ภาษาอังกฤษ

ตามที่หมอระบุ ภาวะอาเจียนและท้องเสียเป็นน้ำเกิดขึ้นกับผู้ป่วยบางราย ที่มีผื่นนูนแดง ตาแดง และสะอึก

ตามที่นักวิจัยระบุ หนูแรกเกิดที่ได้รับภูมิคุ้มกันโดยตรงจากการดูดนมจะมีอาการท้องเสียน้อยกว่าหนูแรกเกิดที่มีการฉีดวัคซีน

ในปัจจุบัน ผู้คนราว 2.6 พันล้านคนขาดสุขอนามัยที่เหมาะสม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากอาการท้องร่วงรวมถึงเด็กจำนวนมากถึง 3.5 ล้านคนต่อปี

คำศัพท์เกี่ยวกับอาการปวดท้อง

คำศัพท์แปลตัวอย่างประโยค
abdominal pain and diarrheaปวดท้องท้องเสียAbdominal pain and diarrhea occurring at the same time are sometimes due to different causes.
ปวดท้องและท้องร่วงเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน มักเกิดจากสาเหตุหลายข้อ
illnessesเจ็บป่วยWe are lacking three members of staff due to illness.
รามีพนักงานไม่เพียงพอเนื่องจากป่วย 3 คน
flatulenceท้องอืดI’ve got flatulence.ฉันมีอาการท้องอืด
stomach fluท้องอืดThe laboratory has found a norovirus which the most common cause of a stomach flu that typically lasts several days.
ห้องแล็บ รายงานว่า โนโรไวรัส เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของกระเพาะและลำไส้อักเสบ ซึ่งการติดเชื้อจะแสดงอาการหลายวัน
stomach pumpเครื่องสูบหรือดูดกระเพาะYou can see a stomach pump at the hospital. 
คุณสามารถดูเครื่องสูบหรือดูดกระเพาะได้ที่โรงพยาบาล
non-ulcer stomach painโรคกระเพาะอาหารThe doctor said it was a non-ulcer stomach pain.
คุณหมอบอกว่า นั่นเป็นการปวดท้องที่ไม่ใช่การปวดแผล
abdominal painปวดท้องAbdominal pain is the pain that makes you feel anywhere between your chest and groin. This will be referred to as the stomach region or belly.
อาการปวดท้องคือความเจ็บปวดที่ทำให้คุณรู้สึกระหว่างหน้าอกและกล้ามเนื้อโคนขาหนีบ ซึ่งจะเรียกว่าบริเวณกระเพาะหรือท้อง
appendicitisไส้ติ่งอักเสบเป็นโรคที่ไส้ติ่งติดเชื้อและเจ็บปวดมักจะต้องผ่าตัดออกระหว่างการผ่าตัดAppendicitis can cause pain in your lower right abdomen. However, in the majority of people, pain will begin around the navel and then moves. 
ไส้ติ่งอักเสบสามารถให้เกิดอาการปวดท้องด้านขวาล่างได้ อย่างไรก็ตาม ในคนส่วนใหญ่ อาการปวดจะเริ่มบริเวณสะดือแล้วอาการปวดจะลามไปเรื่อยๆ
คำศัพท์เกี่ยวกับอาการปวดท้อง

“Stomach-ache” จะใช้เมื่อพูดถึง “ปวดท้อง” ซึ่งการปวดท้องอาจมีสาเหตุที่ไม่ได้มาจากโรคพื้นเดิม ตัวอย่างเช่น ท้องผูก ลมในท้อง การรับประทานมากเกินไป หรือความเครียด

 ถ้าวันหนึ่ง แฟนเก่าชวนคุณไปกินหอยนางรม แล้วคุณมีอาการปวดท้องตอนกลางคืน คุณจะไม่สามารถโพสต์ Facebook ว่า “I’ve got a stomach-ache” ได้ แต่คุณควรใช้คำว่า “upset stomach” จะเหมาะสมกว่า เพราะคำว่า  “upset” เป็นคำคุณศัพท์มักใช้ในกรณี “อารมณ์เสีย” แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้มันยังมีความหมายว่า “อาการปวดท้องขั้นรุนแรง” ด้วย ดังนั้น เมื่อคุณอยากจะบอกว่า “ฉันปวดท้อง” วลีที่คุณต้องพูดคือ “I have got an upset stomach”

ตัวอย่างเช่น

 – Hey Tim, what’s wrong? (เฮ้ Tim เป็นอะไรเหรอ?)
– I’ve got an upset stomach, it’s terrible! (ผมปวดท้อง มันเจ็บมาก)

อีกคำศัพท์ที่คุณสามารถใช้ถ้าคุณมีอาการ “อาหารเป็นพิษ” ก็คือ “food poisoning” ตัวอย่าง

– Why didn’t you come last night? (ทำไมเมื่อคืนคุณไม่มา)

– I’m sorry, I had food poisoning and couldn’t get out of my bed. (ขอโทษนะ ฉันมีอาการอาหารเป็นพิษจนลุกจากเตียงไม่ได้)

ตัวอย่างคำถามและคำตอบเกี่ยวกับอาการทางการแพทย์ที่คุณควรรู้

 ตัวอย่างประโยคที่ใช้ถามเกี่ยวกับอาการทางการแพทย์

ตัวอย่างคำตอบเมื่อถามถึงอาการทางการแพทย์

 ข้างต้นนี้เป็นบทความเกี่ยวกับอาการท้องเสีย ในภาษาอังกฤษ ELSA Speak หวังว่าความรู้ข้างต้นที่เรานำมาแบ่งปันจะช่วยให้คุณเข้าใจและประยุกต์ใช้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับการท้องเสียได้อย่างเหมาะสม และ ขอให้การเรียนของคุณดีเยี่ยมและประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษนะ

ในการสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ผู้เรียนใหม่ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการตอบว่า เห็นด้วย แทนที่จะปฏิเสธ ผู้อื่น เนื่องจากมีคำศัพท์ไม่เพียงพอ บทความนี้จะให้คำแนะนำโดยละเอียดเกี่ยวกับวิธีการปฏิเสธอย่างสุภาพที่สุดในภาษาอังกฤษ

คนส่วนใหญ่ที่เรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในสถานการณ์ประจำวันต้องเผชิญกับปัญหา นั้นคือการที่พวกเขาไม่รู้ว่าจะปฏิเสธภาษาอังกฤษอย่างสุภาพอย่างไร โดยไม่ทำร้ายผู้ฟัง

ผู้เรียนขั้นพื้นฐานมักจะมีคำศัพท์ที่ค่อนข้างจำกัดเมื่อต้องปฏิเสธใครสักคน ยังไม่พูดถึงความสามารถในการสร้างคำปฏิเสธภาษาอังกฤษที่สมบูรณ์ ไม่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกอึดอัด ดังนั้นพวกเขาจึงมักจะเห็นด้วยในลักษณะบังคับและไม่โต้ตอบ

บทความต่อไปนี้จะแนะนำให้ผู้อ่านวิธีปฏิเสธภาษาอังกฤษในข้อเสนอใดๆ อย่างสุภาพที่สุด

Key takeaways
ทุกคนจำเป็นต้องปฏิเสธในบางสถานการณ์ ดังนั้นจึงควรปฏิเสธอย่างสุภาพเพื่อไม่ให้ทำร้ายผู้ฟัง
เพื่อสร้างการปฏิเสธภาษาอังกฤษที่ดี ควรปฏิบัติตาม 4 ขั้นตอน
● ขั้นตอนที่ 1: พูดขอบคุณ
● ขั้นตอนที่ 2: ใช้คำที่บ่งบอกถึงการต่อต้าน
● ขั้นตอนที่ 3: ให้เหตุผลที่สมเหตุสมผล
● ขั้นตอนที่ 4: ทำข้อเสนออื่น
เพื่อปฏิเสธผู้อื่นอย่างสุภาพที่สุด ควร
ปฏิเสธที่จะจริงใจในภาษาอังกฤษแต่อย่าให้รายละเอียดมากเกินไป
อย่าจบการสนทนาด้วยคำตอบที่ไม่ชัดเจน
หากกลัวจะทำให้คนอื่นขุ่นเคือง ก็ควรพูดถึงความรู้สึก
หากตกลงโดยไม่ได้ตั้งใจ คุณควรปฏิบัติตาม 3 ขั้นตอนนี้ ขอโทษและอธิบาย 
แนะนำให้เปลี่ยนและหวังว่าทุกอย่างจะโอเค

เมื่อไหร่ที่ควรจะปฏิเสธ

ในชีวิต ทุกคนต้องปฏิเสธข้อเสนอแนะ คำเชิญชวน และคำร้องขอที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง โดยเฉพาะในสถานการณ์ต่อไปนี้

ความหมายของคำว่า “ปฏิเสธ” ในภาษาอังกฤษ

ในภาษาพูดและเขียนภาษาอังกฤษ มีคำกริยาหลายคำที่หมายถึง “ปฏิเสธ” และใช้ในบริบทและสถานการณ์ที่แตกต่างกันมากมาย นี่คือตัวอย่างบางส่วน

คำศัพท์ความหมาย
Refuseปฏิเสธ
Rejectไม่เห็นด้วย ถูกปฏิเสธ
Denyปฏิเสธ ไม่ยอมรับ
Disavowปฏิเสธไม่ยอมรับ
Give upยอมแพ้ ปฏิเสธ
Turn downปฏิเสธ
Declineปฏิเสธ

เหล่านี้เป็นคำศัพท์ที่มักใช้ในประโยคปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม ในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ควรใช้กฎ 4 ขั้นตอนในการปฏิเสธภาษาอังกฤษ

4 ขั้นตอนในการปฏิเสธภาษาอังกฤษ

ขั้นตอนที่ 1: พูดขอบคุณ

เมื่อตอบรับคำเชิญหรือข้อเสนอแนะของบุคคลอื่น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผู้พูดจะต้องแสดงความเคารพและความสุภาพขั้นต้นในการสื่อสาร สามารถใช้รูปแบบประโยคต่อไปนี้เพื่อขอบคุณอีกฝ่ายได้

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษแปลภาษา
Thank you (so much) for your …ขอบคุณ(มาก)สำหรับ….
I really appreciate your …ฉันขอบคุณจริงๆ เพราะ….
Thanks a lotขอบคุณมาก
That’s very kind/nice of youคุณเป็นคนดีมาก/ ใจดีมาก
Thank you for asking/inviting meขอบคุณที่ถาม/ เชิญฉัน

>>> Read more: 11 วิธีพูด Thank you – ขอบคุณภาษาอังกฤษที่สมบูรณ์ที่สุด

ขั้นตอนที่ 2: ใช้คำที่บ่งบอกถึงการต่อต้าน

หลังจากการขอบคุณจะมีส่วน “แต่” เพื่อแสดงการปฏิเสธคำเชิญ คำต่อไปนี้สามารถใช้เพื่อแสดงความตัดกันได้

คำศัพท์ความหมาย
Butแต่
Howeverอย่างไรก็ตาม
Neverthelessแม้ว่า
Yetอย่างไรก็ตาม
Nonethelessอย่างไรก็ตาม

ขั้นตอนที่ 3: ให้เหตุผลที่สมเหตุสมผล

เมื่อไม่ตอบรับคำเชิญควรมีเหตุผลเฉพาะ คำอธิบายควรเกี่ยวข้องกับประเด็นภายนอกเป็นหลัก (งานยุ่ง วันสำคัญ ไปโรงเรียน/ที่ทำงาน…)หรือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ (ความเจ็บป่วย, เหตุการณ์,…) เพื่อให้บุคคลอื่นสามารถเข้าใจและเห็นใจเหตุผลในการปฏิเสธได้โดยง่าย

คำเชิญควรมีเหตุผล
ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษแปลภาษา
 I have a previous engagementฉันมีนัดแล้วค่ะ
I have another appointmentฉันมีนัดอีกแล้ว
I’ve got to do some homeworkฉันต้องทำการบ้าน
I’m out of townฉันไม่ได้อยู่ในเมือง
I’m having some bad headachesฉันกำลังปวดหัว

ขั้นตอนที่ 4: ทำข้อเสนออื่น

เพื่อลดทัศนคติเชิงลบ (negativity) ของการถูกปฏิเสธ ผู้พูดควรมีข้อเสนอใหม่แทนที่ข้อเสนอเดิม

นั่นอาจเป็นการนัดหมายในเวลาอื่นหรือแนะนำกิจกรรมอื่นนอกเหนือจากที่แนะนำโดยมีเจตนาแสดงความปรารถนาดีและความสนใจในข้อเสนอเดิม

ตัวอย่างรูปแบบประโยค

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษแปลภาษา
How about / What about we …?แล้ว/ หรือเราควร…?
Shall we…?เราควร…ไหม?
Would you like to … another time?คุณอยากจะ… ในเวลาอื่นไหม?
Is … suitable for you?… จะโอเคกับคุณไหม?
4 ขั้นตอนในการปฏิเสธภาษาอังกฤษ

จะปฏิเสธภาษาอังกฤษของคนอื่นอย่างสุภาพได้อย่างไร?

ปฏิเสธที่จะจริงใจในภาษาอังกฤษแต่อย่าให้รายละเอียดมากเกินไป

เมื่อปฏิเสธใครสักคนเป็นภาษาอังกฤษ ข้อความสั้นๆ มีคุณค่ามากกว่าคำอธิบายที่ยาวและละเอียดเสมอ

ในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ความจริงใจเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ดังนั้นคำอธิบายที่ยุ่งยากเกินไปจะไม่สร้างความเห็นอกเห็นใจแก่ผู้ฟัง ในทางกลับกันก็อาจทำให้อีกฝ่ายสงสัยว่ามันเป็นเรื่องโกหกได้

ดังนั้น คำอธิบายที่กระชับจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้พูดและผู้ฟัง

ตัวอย่าง

(ผมขอโทษที่วันนี้มาไม่ได้ น้องสาวของผมปวดท้องมาก และผมต้องขับรถ 3 ชั่วโมงเพื่อซื้อยาให้เธอ)

(ผมขอโทษที่วันนี้มาไม่ได้ น้องสาวของผมป่วยหนัก หวังว่าทุกคนจะสนุก)

อย่าจบการสนทนาด้วยคำตอบที่ไม่ชัดเจน

หากตกอยู่ในสถานการณ์ที่ ” maybe” สถานการณ์ที่ผู้ฟังมีปัญหาในการคิดหาเหตุผลในการปฏิเสธอย่างสมเหตุสมผลเป็นภาษาอังกฤษและติดอยู่กับคำตอบที่คลุมเครือทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสับสนซึ่งอาจตีความได้ว่ายินยอม

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษแปลภาษา
I’m kinda busy right now, let’s see how things goตอนนี้ฉันยุ่งมาก เดี๋ยวก็รู้ รอดูไปก่อน
Let me think about itให้ฉันคิดดูก่อน
Can I answer you later?ฉันสามารถโทรกลับหาคุณในภายหลังได้ไหม?
Maybe, I’ll let you know laterบางทีฉันจะแจ้งให้คุณทราบในภายหลัง
I don’t know, let me see if I have anything dueฉันไม่รู้ ลองดูว่าฉันยุ่งไหม

คำตอบเหล่านี้บอกเป็นนัยว่ายังมีความเป็นไปได้ที่ผู้อ่านจะเห็นด้วย ถ้าอยากเน้นย้ำถึงการปฏิเสธภาษาอังกฤษ ผู้อ่านควรใช้ประโยคยืนยันที่ชัดเจนมากขึ้น เช่น

(ฉันเกรงว่าฉันจะต้องปฏิเสธคำเชิญของคุณ ขอโทษที่ตอนนี้ฉันติดงานอยู่)

(ฉันมีงานต้องทำมากเกินไป เลยไม่สามารถมาได้)

(ฉันไปไม่ได้จริงๆ เพราะฉันป่วยหนัก)

หากกลัวจะทำให้คนอื่นขุ่นเคือง ก็ควรพูดถึงความรู้สึก หากตกลงโดยไม่ได้ตั้งใจ คุณควรปฏิบัติตาม 3 ขั้นตอนนี้ ขอโทษและอธิบาย แนะนำให้เปลี่ยนและหวังว่าทุกอย่างจะโอเค

วิธีปฏิเสธภาษาอังกฤษเมื่อกลัวจะทำให้ผู้อื่นขุ่นเคือง

บางครั้ง ถ้าคนถูกปฏิเสธเป็นญาติหรือเพื่อนสนิทก็จะทำให้อารมณ์ลำบากขึ้น เพราะโอกาสที่จะขุ่นเคืองคนเหล่านั้นมีสูงขึ้น

นั่นคือ เรามักจะรู้สึกผิดเมื่อปฏิเสธเพื่อนและญาติมากกว่าคำพูดของคนที่เคยรู้จัก

ในเวลานั้นควรอธิบายเหตุผลของการปฏิเสธให้ชัดเจนและเพิ่มความรู้สึกเล็กน้อยซึ่งจะทำให้ผู้ฟังมีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้น

ตัวอย่าง

(ฉันต้องพูดว่า “ไม่” จริงๆ ฉันขอโทษ ช่วงนี้ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย)

(ฉันขอโทษจริงๆ ฉันอยากทำจริงๆ แต่ช่วงนี้งานเยอะมากและฉันก็เครียดมาก)

(ฉันยุ่งมาก ฉันไม่อยากทำให้คุณเสียใจ แต่ฉันไม่สามารถทำทุกอย่างได้ในคราวเดียวจริงๆ)

>>> Read more: 28 วิธีบอกว่า No ในภาษาอังกฤษ

คนวัยทำงานยังเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างดี

วิธีปฏิเสธเป็นภาษาอังกฤษหลังจากตกลงโดยไม่ตั้งใจ

เมื่อตกลงกันแล้ว การปฏิเสธจะยากขึ้นมาก ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือผู้อ่านได้ตกลงรับข้อเสนอมาก่อนแล้ว โดยปกติแล้วสถานการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้อ่านมีสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดและการทำให้อีกฝ่ายเชื่อว่าเหตุผลนั้นจะต้องใช้เวลาและความพยายามมากขึ้น

คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับสิ่งนี้คือ Backing out of something (การถอยหลังออกจากบางสิ่งบางอย่าง)

ในสถานการณ์เหล่านี้ บางทีผู้พูดอาจต้องการหาเหตุผลที่สมเหตุสมผลที่สุดเพื่อไม่แสดงให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองกำลังจัดลำดับความสำคัญของสิ่งอื่น วิธีที่ดีกว่าคือการอธิบายสถานการณ์ที่ยากนั้นและทำให้ชัดเจนว่าเราต้องปฏิเสธสิ่งที่เราทำไม่ได้อีกต่อไปหรือการไม่สามารถทำงานทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ ต้องอธิบายให้ชัดเจนและไม่ทำให้ผู้อ่านสับสน

จากนั้น ควรปฏิบัติตาม 3 ขั้นตอนเหล่านี้

ขั้นตอนที่ 1: ขอโทษและอธิบาย 

(ฉันขอโทษจริงๆ ที่ทำให้คุณต้องผิดหวัง แต่ฉันทำไม่ได้…ในแง่ของเวลา ฉันอยู่ตรงนั้นไม่ได้)

(ฉันรู้ ฉันสัญญาว่าจะไป แต่จู่ๆ ก็มีเรื่องสำคัญเกิดขึ้น ฉันขอโทษจริงๆ)

(ฉันรู้สึกแย่ที่พูดแบบนี้ แต่ฉันคงอยู่ไม่ได้ ตอนนี้ฉันมีงานมากเกินไป ฉันขอโทษ)

>>> Read more:

ขั้นตอนที่ 2: แนะนำให้เปลี่ยน

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษแปลภาษา
I’m free next week, though. Maybe we can see if …?แต่สัปดาห์หน้าฉันว่างบางทีเราสามารถ…?
How about I check if … is free to … with you?หรือฉันควรจะถาม… มีเวลาว่างเพื่อ… กับคุณไหม?
Maybe/ Perhaps … could … with you?บางที/หรือ…อาจจะ…กับคุณ?

ขั้นตอนที่ 3: หวังว่าทุกอย่างจะโอเค

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษแปลภาษา
I hope you can understandฉันหวังว่าคุณจะเข้าใจ
I hope you can forgive meฉันหวังว่าคุณจะให้อภัยได้
I hope you can find someone else for …ฉันหวังว่าคุณจะสามารถหาคนอื่นที่จะ…
 I hope everything goes wellฉันหวังว่าทุกอย่างจะออกมาดี

โครงสร้างการปฏิเสธภาษาอังกฤษแบบสุภาพ

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษแปลภาษา
Thank you (thank you for asking, thank you very much, etc.) but, I have to + Vขอขอบคุณ (ขอบคุณที่ถาม ขอบคุณมากๆ …) แต่ฉันต้อง…
I’d (really) rather not + Vฉันไม่ชอบทำ…
I don’t particularly like + V-ingฉันพิเศษไม่ชอบ…
I’m afraid I can’t + Vฉันกลัวว่าไม่ทำ…ได้
It’s not my idea of + V-ingนั่นไม่ใช่ความคิดของฉันเกี่ยวกับ…
I’m not (really) fond of + V-ingจริงๆ ฉันไม่ชอบ…
โครงสร้างการปฏิเสธภาษาอังกฤษ

สถานการณ์การปฏิเสธภาษาอังกฤษที่แท้จริง

ปฏิเสธคำเชิญ

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษแปลภาษา
I really appreciate your invitation, but …ฉันขอขอบคุณคำเชิญของคุณ แต่…
Well, that’s very kind of you, but …คุณใจดีมาก แต่…
That sounds great, but …ฟังดูดี แต่…
What a pity. I’ll be abroad then …ช่างน่าเสียดาย ฉันจะไปต่างประเทศในเวลานั้น
I’m sorry, but I can’t …ฉันขอโทษ แต่ฉันทำไม่ได้…
I wish I could come, but unfortunately …ฉันหวังว่าจะมาได้ แต่น่าเสียดาย…
That’s a very kind invitation, but …นั่นเป็นการเชิญชวนที่ใจดีมาก แต่…
I’d really like to, but …ฉันอยากได้จริงๆ แต่…
That’ll be great, but I’m sorry …คงจะยอดเยี่ยมมาก แต่…
I’m afraid I can’t make it …ฉันเกรงว่าจะไปไม่ได้ค่ะ…

ปฏิเสธข้อเสนอ

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษแปลภาษา
That would really be great, but …นั่นคงจะยอด แต่…
I appreciate the offer, but …ฉันซาบซึ้งกับข้อเสนอนี้ แต่…
 I’m awfully sorry I have to refuse such an offer, but …ฉันขอโทษจริงๆ ที่ต้องปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว แต่…
That’s very kind of you; unfortunately, I can’t …คุณใจดีมาก แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่สามารถ…
Thank you very much for the offer, but …ขอบคุณมากสำหรับข้อเสนอ แต่…

ปฏิเสธคำขอ

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษแปลภาษา
I wish I could, but right now, I can’t …หวังว่าฉันจะทำได้ แต่ตอนนี้ฉัน…
I really wish I could help, but I can’t …หวังว่าฉันจะช่วยแต่ฉัน แต่ตอนนี้ฉันทำไม่ได้…
 I’m sorry I can’t help you here …ฉันขอโทษ แต่ตอนนี้ฉันไม่ช่วยคุณได้…
Normally, I’d be able to help, but …ปกติฉันก็สามารถช่วยได้ แต่…
I’m sorry, I’ll help another time, but I can’t today …ฉันขอโทษ ฉันจะช่วย แต่ไม่ใช่วันนี้
I’d love to help, but right now, I’m too busy …ฉันอยากช่วย แต่ตอนนี้ฉันยุ่งมาก…
I wish I could, but right now, I can’t …ฉันหวังว่าจะทำได้ แต่ตอนนี้ฉันไม่…
เรียนภาษาอังกฤษด้วยแอป ELSA Speak ดีหรือไม่

ตัวอย่างประโยคปฏิเสธในภาษาอังกฤษ

>>> Read more: 

สรุป

ข้างต้นคือคำแนะนำโดยละเอียดและตัวอย่างเฉพาะเกี่ยวกับวิธีปฏิเสธภาษาอังกฤษที่สุภาพที่สุดซึ่ง ELSA Speak สนับสนุนให้ผู้เรียนนำไปใช้ในอนาคต

เพียงใช้โครงสร้าง 4 ขั้นตอนที่ร่างไว้และประโยคตัวอย่างที่ให้ไว้

นอกจากนี้ เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิเสธภาษาอังกฤษ ผู้เรียนควรฝึกฝนกับครูเจ้าของภาษาเพื่อฝึกฝนความสามารถในการปฏิเสธภาษาอังกฤษ แม้ว่าคุณจะเคยตกลงมาก่อนแล้วก็ตาม

ดูหลักสูตรการสื่อสารภาษาอังกฤษเพิ่มเติมได้ที่ ELSA Speak ช่วยให้ผู้เรียนฝึกการตอบสนองการสื่อสารตามธรรมชาติที่ใช้ในสถานการณ์การเรียนและการทำงาน

การออกเสียงภาษาอังกฤษมาตรฐานไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณถ่ายทอดความคิดเห็นได้อย่างถูกต้องที่สุด แต่ยังทำให้ผู้ฟังชื่นชมภาษาอังกฤษของคุณอีกด้วย แม้ว่าคุณแค่ใช้คำศัพท์หรือโครงสร้างไวยากรณ์ง่าย ๆ – โดยเฉพาะกรณีเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองที่บ้าน ร่วมกับ ELSA Speak เรียนรู้กฎระเบียบบางอย่างที่ช่วยการออกเสียงมาตรฐานนานาชาติตามตารางการถอดเสียงภาษาอังกฤษ IPA และวิธีออกเสียงมาตรฐานตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูง

กฎระเบียบการออกเสียงมาตรฐานนานาชาติตามตารางการถอดเสียงภาษาอังกฤษ IPA

ตารางสัทอักษรสากล IPA (International Phonectic Alphabet) คือสัญลักษณ์สัทศาสตร์สากล ถอดเสียงภาษาอังกฤษคืออักขระละตินที่รวมกันเพื่อสร้างการอ่านคำ นี่คือระบบสัญลักษณ์การออกเสียงที่สร้างและใช้โดยนักภาษาศาสตร์เพื่อแสดงพยางค์ในภาษาอังกฤษ (ประกอบด้วยพยัญชนะและสระในภาษาอังกฤษ) อย่างถูกต้อง

ตาราง IPA ประกอบด้วย 44 เสียงพื้นฐาน ได้แก่ 20 สระและ 24 พยัญชนะ

ตารางการถอดเสียงภาษาอังกฤษ IPA

เสียงในตารางการถอดเสียงภาษาอังกฤษนานาชาติแบ่งเป็น 2 ส่วน: เสียงก้องและเสียงไม่ก้อง มาเรียนรู้เกี่ยวกับเสียงก้องและเสียงไม่ก้องที่ ELSA Speak กล่าวถึงได้แก่ สระและพยัญชนะ

อธิบายตัวอักษรในตาราง IPA ภาษาอังกฤษ

แนวตั้ง

– Vowels: สระ

– Consonants: พยัญชนะ

แนวนอน

– Monophthongs: สระเสียงสั้น

– Diphthongs: สระเสียงยาว

วิธีการฝึกออกเสียง 44 เสียงในภาษาอังกฤษมาตรฐานนานาชาติให้ผู้เริ่มต้น

จาก 44 เสียงพื้นฐานในสัทอักษรสากล IPA ถึงกลุ่มเสียงที่มีการออกเสียงยาก ปรากฏการณ์ทางสัทศาสตร์ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงขั้นสูง: การเน้นเสียง, การตัดเสียง,  การเชื่อมเสียง,…

สิ่งเหล่านี้อาจทำให้หลายคนเบื่อและยอมแพ้ทันทีที่เพิ่งเริ่มต้น ดังนั้นควรเลือกวิธีเรียนรู้ที่สามารถสร้างกำลังใจให้ตัวเองด้วย

วิธีการเรียนการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ 1: บริหารกล้ามเนื้อปาก

อย่างที่ทราบกันอยู่แล้ว วิธีอ่านพยางค์ในภาษาอังกฤษไม่เหมือนภาษาไทย ครั้งแรกที่สัมผัสกับพยางค์ภาษาอังกฤษ คุณอาจจะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อออกเสียงให้ถูกต้อง นั่นคือเหตุผลที่หลายคนออกเสียงผิดและทำให้ผู้ฟังไม่เข้าใจ

มีแบบฝึกหัดออนไลน์บางอย่างที่คุณสามารถเรียนรู้ได้ เช่น: บริหารกล้ามเนื้อปาก, เป่าลมปาก, ออกกำลังกายกล้ามเนื้อลิ้น, วิธีหายใจออกจากช่องท้อง,…

วิธีการเรียนการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ 2: เรียนกฎระเบียบการออกเสียงขั้นพื้นฐาน – ตารางการถอดเสียงภาษาอังกฤษ IPA

สัทอักษรสากล IPA แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก

ส่วนบนคือสระที่ประกอบด้วยส่วนเล็กๆ 2 ส่วน: สระเดี่ยวและสระคู่ เมื่อเรียนคุณต้องเรียนทั้งการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษตามสัทศาสตร์ ส่วนล่างคือพยัญชนะ (consonants) หลายคนคิดว่า เรียนการสื่อสารภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานไม่จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการอ่านและเขียน จริงๆแล้วสิ่งนี้เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้ผู้เรียนก้าวหน้าขึ้น

เวลาเรียน สัทอักษรสากล IPA เราจะเรียนจากสระเดี่ยว สระคู่ถึงพยัญชนะ หลังจากนั้น คุณสามารถสร้างวิธีอ่านภาษาอังกฤษที่ไม่ต้องการถอดเสียง

เสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของกล่องเสียง คือเสียงเกิดเมื่อลมหายใจจากกล่องเสียงไปยังริมฝีปากโดยไม่มีสิ่งกีดขวางเสียงเหล่านี้เรียกว่าสระ สระสามารถแยกเดี่ยวหรืออยู่หน้าหรือหลังพยัญชนะและประกอบด้วย 12 สระเดี่ยวและ 8 สระคู่

ประกอบด้วยสระเดี่ยวทั้งหมด 12 ตัวแบ่งเป็น 3 แถว 4 คอลัมน์

สำหรับสระเดี่ยว คุณควรเรียนตามแถว

สระเดี่ยวสองตัวที่ต่างกันจะรวมกันเป็นสระคู่ 

สำหรับสระคู่ คุณควรเรียนตามคอลัมน์

พยัญชนะ คือ เสียงที่เปล่งออกมาจากกล่องเสียง ซึ่งไปสัมผัสกับริมฝีปากและสิ่งขวางกั้น เช่น ริมฝีปากชนกันลิ้น ฟัน ริมฝีปาก 2 ข้างชนกัน…ในกระบวนการออกเสียง ห้ามใช้พยัญชนะเดี่ยวแต่ต้องมีสระประกอบคำเพื่อให้ออกเสียงเป็นคำพูด

คำแนะนำในการอ่านแต่ละเสียงในตาราง IPA ภาษาอังกฤษ

สระอธิบายตำแหน่งของริมฝีปากและลิ้นตัวอย่าง
/ ɪ /ออกเสียงเหมือนเสียงอิของภาษาไทยแต่สั้นกว่า ( = ½ เสียง i)ให้เปิดริมฝีปากกว้างไปสองข้างวางลิ้นให้ต่ำkit /kɪt/, bid bɪd/
/i: /เสียง i ยาว ออกเสียง i ให้ยาวขึ้น โดยจะออกมาจากช่องปาก ไม่ใช่เป่าลมริมฝีปากเปิดกว้างไปสองข้างราวกับกำลังยิ้ม ลิ้นยกสูงขึ้นkey /kiː/,  please /pliːz/
/ ʊ/เสียง u สั้นคล้ายเสียง อุในภาษาไทย ไม่ใช้ริมฝีปากเพื่อออกเสียงแต่ดันลมให้สั้นออกจากคอทำริมฝีปากรูปกลมวางลิ้นให้ต่ำลงgood /ɡʊd/, put /pʊt/
/u:/เสียง u ยาว ทำให้เสียง u ยาวขึ้น เสียงมาจากช่องปาก แต่ไม่เป่าลมริมฝีปากกลม ลิ้นลดลงgoose /ɡuːs/, school /sku:l/
/ e/คล้ายกับเสียง แ- ในภาษาไทยแต่ออกเสียงสั้นกว่าริมฝีปากเปิดไปสองข้างกว้างกว่าเสียง /i / วางลิ้นต่ำdress /dres/, test /test/
/ ə/ฟังดูเหมือนเสียง เออในภาษาไทยแต่สั้นและเบากว่าริมฝีปากเปิดเล็กน้อยวางลิ้นตามสบายabout /ə’baʊt/, butter /ˈbʌt.ər/
/ɜ:/เป็นเสียง เออแต่งอลิ้น คุณออกเสียง/ ə /แล้วกระงอลิ้นขึ้นออกเสียงจากช่องปากริมฝีปากเปิดเล็กน้อยงอลิ้นขึ้นลิ้น แตะเพดานปากเมื่อสิ้นเสียงburn /bɜːn/, birthday /ˈbɜːθdeɪ/
/æ/เสียงแบนๆ เหมือน a กับ e นิดหน่อย รู้สึกบีบๆปากเปิดกว้าง ริมฝีปากล่างลดลง ใบมีดต่ำมากsquare /skweə(r)/, fair /feər/
/ɔ:/
ออกเสียงเหมือนเสียงโอของไทย แต่กระดกลิ้นขึ้นเสียงออกจากปากริมฝีปากกลม ลิ้น โค้งขึ้นแตะเพดานปากเมื่อสิ้นเสียงball /bɔːl/, law /lɔː/



>>> ดูเพิ่มเติม:

หลังจากการเรียนตาราง IPA ภาษาอังกฤษแล้ว คุณต้องจำเสียงหลัก 8 เสียงในภาษาอังกฤษให้แม่น: /iː/, /ɜː/, /ɑː/, /eɪ/, /dʒ/, /j/, /θ/, /l/ เพราะ 8 เสียงนี้มักปรากฏในคำภาษาอังกฤษ

นี่ก็คือเสียงที่ยากที่สุดสำหรับผู้เรียนคนไทยที่กำลังศึกษาภาษาอังกฤษเพราะรูปปากไม่เหมือนกับเสียงใดๆ ในภาษาไทย

เพื่อเรียนเสียงเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพ คุณควรเปรียบเทียบเพื่อรับรู้ถึงความแตกต่าง สิ่งที่สำคัญคือต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่องทุก ๆ วันและฝึกให้มาก

ถ้าคุณรู้สึกลำบากหรือเบื่อ คุณสามารถเปลี่ยนสไตล์การเรียนรู้ในแต่ละวัน เช่น ฝึกตามวีดีโอที่แนะนำการออกเสียง บันทึกเสียงของตัวเองและเปรียบเทียบ เรียนกับเพื่อน ๆ ผสมผสานวิธีการเรียนการออกเสียงภาษาอังกฤษกับ ELSA Speak…นอกจากนั้น เมื่อพบคำศัพท์ใดคุณควรค้นหาการถอดเสียงภาษาอังกฤษของมันเพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราออกเสียงได้ถูกต้อง เนื่องจากบางครั้งอาจมีคำศัพท์บางคำที่คุ้นเคยแต่เรามักจะออกเสียงผิด

การพยายามค้นหาวิธีอ่านที่เทียบเท่ากับภาษาไทยเป็นวิธีที่ผิดอย่างสิ้นเชิง ฝึกฟังเสียงอย่างถูกต้องและฝึกพูดจนกว่าคุณจะออกเสียงได้เหมือนเจ้าของภาษาทุกประการ นอกจากนี้คุณยังสามารถเข้าร่วมเว็บไซต์เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีเพื่อฝึกฝนเป็นประจำและพัฒนาความจำของคุณอีกด้วย

วิธีการเรียนการออกเสียงภาษาอังกฤษ 3: เรียนเทคนิคการเน้นเสียง

ตัวอย่าง 

 “การเน้นเสียงของคำมีหน้าที่ที่สำคัญมากในการออกเสียงภาษาอังกฤษ เพราะช่วยให้เราแยกแยะคำหนึ่งจากอีกคำหนึ่งเมื่อเราฟังและพูดภาษาอังกฤษ

ตัวอย่าง 

Record มีสองวิธีในการเน้นหนักเสียง.

ถ้าเน้นหนักที่พยางค์แรก /ˈrek.ɚd/ จะเป็นคำนาม, ความหมายคือตำนาน

เมื่อเน้นหนักที่พยางค์ที่สอง /rɪˈkɔːrd/ จะเป็นคำกริยา, ความหมายคือบันทึก แผ่นเสียง 

คุณจะได้รู้ว่ามีคำบางคำเขียนเหมือนกัน แต่การเน้นหนักเสียงต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของคำ เพราะฉะนั้น คุณต้องฝึกการเน้นเสียงเพื่อสามาถรแยกแยะคำได้ในการสื่อสาร

วิธีการเรียนการออกเสียงภาษาอังกฤษ 4: ทำความเข้าใจกฎและปรับปรุงการออกเสียงคำที่ลงท้ายด้วย s, es และ ed

นอกจากการถอดเสียงภาษาอังกฤษมาตรฐานนานาชาติ 44 เสียงข้างต้น วิธีการออกเสียงคำที่ลงท้ายด้วย ed และ s, es เป็นเสียงที่มักปรากฏในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ดังนั้นคุณต้องฝึกฝนให้มากขึ้นเกี่ยวกับ 3 เสียงนี้

ผู้เริ่มต้นหรือนักเรียนระดับประถม 1 จะได้รู้จักกับตารางตัวอักษรภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษประกอบด้วยตัวอักษร 26 ตัว

ตัวอักษร 26 ตัว

>>> ดูเพิ่มเติม:

หมายเหตุบางประการเมื่อฝึกการออกเสียง 44 เสียงตามตารางการถอดเสียงนานาชาติ

เกี่ยวกับกล่องเสียง

– การสั่น (เปล่งเสียง): ด้วยสระ /b/, /d/, /g/, /v/, /z/, /m/, /n/, /w/, /j/, /dʒ/, /ð/, /ʒ/

– ไม่มีการสั่น (ไม่มีเสียง): /p/, /t/, /k/, /f/, /s/, /h/, /∫/, /θ/, /t∫/

เกี่ยวกับลิ้น

– ลิ้นสัมผัสฟัน: /f/, /v/

– งอปลายลิ้นเพื่อสัมผัสเหงือก: / t /, / d /, / t∫ /, / dʒ /, / η /, / l /

– ปลายลิ้นโค้งแตะเพดานแข็ง: / ɜ: /, / r /

– ยกโคนลิ้น: / ɔ: /, / ɑ: /, / u: /, / ʊ /, / k /, / g /, / η /

– ลิ้นแตะฟัน: /ð/, /θ/

เกี่ยวกับริมฝีปาก

– ริมฝีปากย่น: /∫/, /ʒ/, /dʒ/, /t∫/

– ริมฝีปากเปิดปานกลาง: / ɪ /, / ʊ /, / æ /

– ริมฝีปากกลม: /u: /, / əʊ /

นอกจากนั้น เพื่อออกเสียง 44 เสียงภาษาอังกฤษมาตรฐานนานาชาคิ คุณควรสังเกตกฎบางอย่างเมื่อออกเสียงสระและพยัญชนะในภาษาอังกฤษ เช่น พยัญชนะ G พยัญชนะ C พยัญชนะ R…

หมายเหตุบางประการเมื่อฝึกการออกเสียง 44 เสียง

เรียนรู้การออกเสียงมาตรฐานตามตารางการถอดเสียง IPA ผ่านแอป ELSA Speak 

การเรียนรู้การออกเสียงภาษาอังกฤษเป็นกระบวนการที่ยาวนานจริงๆ ซึ่งต้องฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณยังคงสับสนกับตารางการถอดเสียง IPA นี้ ELSA Speak จะช่วยคุณได้

ELSA Speak เป็นแอปเรียนรู้การออกเสียงที่ทันสมัยที่สุดในโลก โดยอยู่ใน 5 แอปพลิเคชันยอดนิยมที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ได้รับการยกย่องจาก Google และเป็นแอปพลิเคชันการเรียนรู้ภาษาอังกฤษอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐาน เมื่อมาที่ ELSA Speak คุณจะได้สัมผัสกับ

ตรวจสอบการออกเสียงภาษาอังกฤษ

ด้วยข้อได้เปรียบข้างต้น 40 ล้านคนทั่วโลกได้เลือกที่จะใช้ ELSA Speak แล้วคุณล่ะ? คุณพร้อมที่จะสมัคร ELSA Speak เพื่อพูดภาษาอังกฤษได้ดีหรือยัง?

สรุป

สัทอักษรสากล IPA คืออะไร

ตาราง IPA (International Phonetic Alphabet) เป็นระบบตัวอักษรนานาชาติ  ตาราง IPA มีทั้งหมด 44 เสียงที่ประกอบด้วย สระ 20 ตัวและพยัญชนะ 24 ตัว

วิธีการเรียนการออกเสียงภาษาอังกฤษมาตรฐานเหมือนเจ้าของภาษาตามตาราง IPA

 1. บริหารกล้ามเนื้อปาก

2. เรียนรู้กฎการออกเสียงตามตาราง IPA

3. เรียนรู้การเน้นเสียง

4. เข้าใจกฎและปรับปรุงการออกเสียงคำที่ลงท้ายด้วย s, es, ed

หลังจากดูบทเรียนนี้แล้ว คุณเก็บไว้ได้ความรู้เกี่ยวกับการออกเสียงในภาษาอังกฤษแล้วใช่ไหม ELSA Speak ขอให้คุณประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างเร็ว

คำถาม “How are you?” เก่าแล้ว มาเรียนรู้วิธีถามแบบอื่นและวิธีตอบที่น่าสนใจยิ่งกว่าเดิม ในการสื่อสารภาษาอังกฤษ แน่นอนว่าคุณคงเคยได้ยินคำทักทาย “How are you?” งั้น How are you คืออะไร ในภาษาอังกฤษ ในบทความนี้ ELSA Speak จะอธิบายเกี่ยวกับคำถาม How are you วิธีใช้และวิธีตอบในสถานการณ์และการสนทนาเฉพาะของตนเอง มาค้นพบตอนนี้เลย

How are you คืออะไร

How are you

How are you เป็นคำถามที่มีความหมายว่า “คุณสบายดีไหม” “คุณรู้สึกเป็นอย่างไร” หรือ “สบายดีไหม” เป็นคำทักทายทั่วไป

วิธีใช้ How are you

คำถาม “How are you?” ใช้เพื่อทักทายและถามถึงผู้อื่นเมื่อพบเจอ นี่เป็นวิธีเริ่มการสนทนา ในความเป็นจริง เมื่อพบกัน เจ้าของภาษาจะพูดว่า “Hello/ Hi, How are you?” หรือ “How are you today?” 

วิธีตอบ How are you

How are you ตอบว่าอะไร How are you ตอบอย่างไร เรามักถูกสอนให้ตอบคำถาม How are you เป็นประจำ “I’m fine. Thank you. And you?” แต่คนเราได้มีเพียง “Fine” (สบายดี/โอเค) เสมอไป

มีหลายวิธีในการตอบภาษาอังกฤษ How are you ขึ้นอยู่กับอารมณ์หรือสุขภาพของคุณ แนะนำตอบคำถาม “how are you” ดังนี้

เมื่ออยู่ในภาวะที่ดีมาก มีความสุข ทุกอย่างดี

>>> Read more: 60+ วิธีบอกว่าใช่ภาษาอังกฤษ นอกจาก Yes No เรียนง่าย จำง่าย จำไม่ลืม

เมื่อคุณอยู่ในสภาวะปกติและไม่พิเศษ

วิธีตอบ How are you

เมื่อคุณไม่อยู่ในสภาพที่ดี

หมายเหตุเกี่ยวกับวิธีการตอบคำถาม How are you

เมื่อเจ้าของภาษาพบคุณบนถนนและถามว่า “How are you?” จะเป็นเพียงการทักทายทางสังคม ในกรณีนี้ คุณไม่จำเป็นต้องตอบด้วยความรู้สึกที่แท้จริงของคุณ เพราะพวกเขาไม่สนใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร แต่สอบถามเพื่อซึ่งแสดงถึงความสุภาพเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

หากคุณตกอยู่ในสถานการณ์นั้น คุณสามารถตอบว่า “I’m fine” หรือ “I’m Ok” ด้วย Thanks/ Thank you และยิ้ม

หลีกเลี่ยงการตอบว่า “ฉันไม่สบาย” – “I’m sick” “ฉันรู้สึกแย่มาก” – “I’m felling terrible”…คำตอบ how are you อย่างงั้นจะทำให้การสื่อสารอึดอัดและจะยากสำหรับคุณสองคนที่จะสนทนาต่อเพราะอารมณ์ของคุณทั้งสองถูกลากลงมาโดยความคิดเชิงลบในคำตอบของคุณ

สรุปว่า เมื่อตอบคำถาม How are you ให้ใส่ใจกับบริบทเพื่อเลือกวิธีตอบ How are you ที่เหมาะสมที่สุด

การสนทนาถามว่า How are you พร้อมคำตอบที่พบบ่อย

เมื่อพบคุณครู

เมื่อถูกถามแล้วรู้สึกมีความสุข

การสนทนาถามว่า How are you

กรรมการ/พนักงานขายของบริษัทที่หวังว่าคุณจะเป็นลูกค้าของพวกเขา คุณเจอกันสักพักกับเขาและเขาโทรมาถามเรื่องสุขภาพของคุณก่อนที่จะเริ่มงาน

วิธีทักทายเป็นภาษาอังกฤษแทน “How are you”

วิธีอื่นในการถามแทนการถามว่า how are you

ประโยคความหมาย
What is going on?เกิดอะไรขึ้น?
What is new with you?
What’s new?
มีอะไรใหม่สำหรับคุณไหม
What’s up?มีเรื่องอะไรหรอ
How have you been?ช่วงนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง
How is everything?
How are things going?
ทุกอย่างเป็นยังไงบ้าง
How is it going?ทุกสิ่งเป็นยังไง มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง
You all right?
Are you OK?
คุณโอเคไหม
How is your day going?วันนี้ทุกสิ่งเป็นยังไงบ้าง
What are you up to?คุณกำลังทำอะไร
วิธีการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารที่บ้านอย่างไรให้ได้ผล / เรียนภาษาอังกฤษด้วยต
How are you doing?เป็นอย่างไรบ้าง
Must be tough, huh?ต้องแข็งแกร่งขึ้น ใช่ไหม
What is happening?เกิดอะไรขึ้น
How’s it rolling?ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง
How’s everything little thing in your life?สิ่งต่างๆ ในชีวิตของคุณเป็นอย่างไรบ้าง
How is life sailing?ชีวิตคุณเป็นอย่างไรบ้างในช่วงนี้
What’s with the face?ใบหน้าของคุณมีอะไรผิดปกติ
How are things coming along?ทุกอย่างเกิดขึ้นได้อย่างไร
What’s going on?เรื่องอะไรเกิดขึ้น
What’s new with you?มีอะไรใหม่สำหรับคุณ
What’s sizzling?อะไรจะน่าหลงใหลขนาดนั้น
What’s up with the flow?เรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอ
Is there anything concerning you?มีสิ่งอะไรเกี่ยวข้องกับคุณเหรอ
How do you fare?เป็นยังไงกันบ้าง
Howdy!สวัสดีนะ
Sup?เป็นอะไร
What have you been doing since we last talked?คุณทำอะไรตั้งแต่ที่เราคุยกันครั้งล่าสุดหรือเปล่า
How long has it been?นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน
How do you do?ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง
How have you been?คุณทำได้อย่างไร
How are you feeling?คุณรู้สึกอย่างไร
How’s everything?ตอนนี้ทุกๆอย่างดีไหม
How’s everything coming together?ทุกอย่างมากับคุณได้อย่างไร
How’s it going?คุณเป็นอย่างไรแล้ว
What’s shakin’?คืออะไร
What’s the latest buzz in your world?ข่าวล่าสุดที่คุณรู้คืออะไร
Are you well?คุณสบายดีไหม
Anything interesting happening in your life lately?มีอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นในชีวิตของคุณในช่วงนี้ไหม
How are things?เป็นยังไงบ้าง
Hey, Long time no see!เฮ้ ไม่เจอกันนานเลย
What are you heading?คุณกำลังมุ่งหน้าไปอะไร
How was your day?วันนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง
How are you holding up?คุณรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร คุณโอเคไหม
What was the highlight of your day, so far?จนถึงตอนนี้ อะไรคือจุดเด่นในวันของคุณ

บทความนี้ได้แชร์วิธีตอบคำถาม  How are youในแต่ละบริบท ELSA Speak หวังว่า คุณจะได้เรียนรู้วิธีต่างๆ ในการตอบ How are you และเพิ่มความสามารถในการทักทายมากขึ้น

>>> ดูเพิ่มเติม: