object คือ? ประเภทและรูปแบบของ object (กรรม)

หากคุณกำลังเรียนไวยากรณ์ โครงสร้างประโยค หรือ Tense ต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษ ก็อาจสงสัยว่า “กรรม (object)” คืออะไรใช่ไหม? บทความด้านล่างนี้จะจะพามาเรียนรู้เกี่ยวกับกรรมในภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นวิธีใช้ ตำแหน่ง และหน้าที่ของกรรมในประโยค เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจได้อย่างครบถ้วนยิ่งขึ้น

Object คือ

กรรม (Object) ในภาษาอังกฤษ คือองค์ประกอบหนึ่งของภาคแสดง (Predicate) มักวางหลังคำกริยา คำสันธาน หรือคำบุพบท มีหน้าที่ช่วยให้ความหมายของประโยคชัดเจนยิ่งขึ้น หรือแสดงความเชื่อมโยงระหว่างกรรมต่าง ๆ ผ่านคำสันธาน ในหนึ่งประโยคสามารถมีกรรมได้หลายตัว และมักอยู่กลางประโยคหรือท้ายประโยค

สอบก่อนเข้าฟรี

{{(sIndex/sentences.length)*100}}%
{{ sentences[sIndex].text }}.
loading

ตัวอย่าง:

  • Mary rides a bicycle. (แมรีขี่จักรยาน)
  • She loves her cat. (เธอรักแมวของเธอ)
  • They invited their friends to the party. (พวกเขาเชิญเพื่อนของพวกเขาไปงานปาร์ตี้)
object คือ

ตำแหน่งของกรรม (Object)

ตำแหน่งของกรรมในภาษาอังกฤษมักอยู่หลังคำกริยา คำบุพบท หรือคำสันธาน ในหนึ่งประโยคอาจมีกรรมหนึ่งตัวหรือหลายตัว อย่างไรก็ตาม กรรมจะสามารถวางได้เฉพาะส่วนกลางประโยคหรือท้ายประโยคเท่านั้น (ส่วนต้นประโยคเป็นประธาน) เมื่อในประโยคมีกรรมสองตัว คือ กรรมตรง และ กรรมรอง ลำดับของกรรมจะขึ้นอยู่กับว่ามีคำบุพบทตามมาหรือไม่

1. ตำแหน่งของกรรมเมื่อมีคำบุพบทตามหลัง

  • ตำแหน่ง: กรรมตรง + คำบุพบท + กรรมรอง
  • คำบุพที่พบบ่อย: to, for, at, with

ตัวอย่าง:

  • She makes a cake for me. (เธอทำเค้กให้ฉัน)
  • I gave him a book to read. (ฉันให้หนังสือเขาเล่มหนึ่งเพื่ออ่าน)

2. ตำแหน่งของกรรมเมื่อไม่มีคำบุพบท

ตัวอย่าง: My teacher has given me homework. (ครูของฉันให้การบ้านกับฉัน)

ตำแหน่งของกรรม (object)

Object ทำหน้าที่อะไร?

ในไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ กรรม (Object – O) เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ประโยคสมบูรณ์และชัดเจนขึ้น กรรมไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มข้อมูลเท่านั้น แต่ยังบ่งบอกถึงผู้หรือสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำ ทำให้ความหมายในประโยคกระชับและเข้าใจง่ายขึ้น ด้านล่างนี้คือหน้าที่หลักของกรรม:

1. เพิ่มความหมายให้กับคำกริยา

ประโยคภาษาอังกฤษจะไม่สมบูรณ์หากขาดกรรมในกรณีที่คำกริยาต้องการผู้รับการกระทำ กรรมทำให้กริยามี “เป้าหมาย” ที่จะกระทำ ช่วยหลีกเลี่ยงไม่ให้ประโยคขาดความหมาย

ตัวอย่าง: She bought a new dress. (เธอซื้อชุดใหม่หนึ่งชุด)

→ ในตัวอย่างนี้ a new dress คือกรรม ช่วยระบุสิ่งที่คำกริยา bought กระทำต่อ

2. แสดงผู้หรือสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำ

Object ช่วยระบุว่า “ใคร” หรือ “อะไร” เป็นผู้ได้รับผล ทำให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังเข้าใจเหตุการณ์ได้ชัดเจนขึ้น

ตัวอย่าง: He kicked the ball. (เขาเตะลูกบอล)

→ The ball คือกรรมตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้รับผลโดยตรงจากการกระทำ kicked

3. ใช้ร่วมกับคำบุพบทเพื่อสร้างวลีบุพบท (Prepositional Phrase)

เมื่อ object ปรากฏในวลีบุพบท กรรมจะอยู่หลังคำบุพบทเสมอ ช่วยให้ความหมายของวลีสมบูรณ์ขึ้น วลีบุพบทมักใช้เพื่อบอกเวลา สถานที่ สาเหตุ หรือวัตถุประสงค์

ตัวอย่าง: She is waiting for her friend. (เธอกำลังรอเพื่อนของเธอ)

→ her friend เป็นกรรมของคำบุพบท for ทำให้วลี for her friend มีความหมายครบถ้วน

4. ทำให้ประโยคชัดเจนขึ้นเมื่อมีกรรมหลายตัว (กรรมตรงและกรรมรอง)

คำกริยาบางคำในภาษาอังกฤษต้องใช้กรรมสองตัว:

  • กรรมรอง (Indirect Object): บุคคลหรือสิ่งที่ได้รับการกระทำทางอ้อม
  • กรรมตรง (Direct Object): บุคคลหรือสิ่งที่ได้รับผลโดยตรงจากการกระทำ

ตัวอย่าง: He gave me a book. (เขาให้หนังสือหนึ่งเล่มแก่ฉัน)

  • me → กรรมรอง (ผู้รับ)
  • a book → กรรมตรง (สิ่งที่ถูกให้)
Object ทำหน้าที่อะไร?

>>> อ่านเพิ่มเติม: แยกแยะ Part of Speech 9 ประเภทในภาษาอังกฤษ: หลักการใช้ ตัวอย่าง แบบฝึกหัดโดยละเอียด

Object มี 3 ลักษณะ อะไรบ้าง ในภาษาอังกฤษ?

ในภาษาอังกฤษ ตำแหน่งและความหมายของ Object ในประโยคสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทดังนี้:

Object มี 3 ลักษณะ อะไรบ้าง ในภาษาอังกฤษ?

กรรมตรง (Direct Object)

กรรมตรงคือผู้หรือสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำโดยตรง กรรมตรงมักเป็นคำนามหรือสรรพนามที่บ่งบอกคนหรือสิ่งของ และจะอยู่หลังคำกริยาเสมอ

ตัวอย่าง: Lily makes a cake for her mom’s birthday (ลิลี่ทำเค้กวันเกิดให้แม่ของเธอ)

→ Cake คือกรรมตรง เพราะเป็นสิ่งที่ถูกทำขึ้นโดยการกระทำของ Lily

กรรมตรง (Direct Object)

กรรมรอง (Indirect Object)

กรรมรองคือผู้หรือสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำทางอ้อม ต้องผ่านกรรมตรงก่อน กรรมรองอาจเป็นคำนามหรือสรรพนามเช่นกัน

โดยทั่วไป กรรมรองอยู่หลังกรรมตรง และอาจมีหรือไม่มีคำบุพบทคั่นกลางก็ได้

ตัวอย่าง: Can I borrow your book? (ฉันขอยืมหนังสือของคุณได้ไหม?)

→ ประโยคนี้มีกรรมสองตัวคือ I และ your book

  • Your book คือกรรมรอง เพราะเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องผ่านการกระทำ “ยืม”
  • I คือ กรรมตรง
กรรมรอง (Indirect Object)

กรรมของคำบุพบท (Object of a preposition)

กรรมของคำบุพบทคือคำนาม สรรพนาม หรือกลุ่มนามที่อยู่หลังคำบุพบทโดยตรง เพื่อทำให้ความหมายของวลีบุพบทสมบูรณ์ บอกว่าใครหรืออะไรมีความเกี่ยวข้องกับตำแหน่ง การกระทำ หรือความสัมพันธ์

โครงสร้าง: คำบุพบท + กรรมของคำบุพบท

ตัวอย่าง: The book is on the bookshelf. (หนังสือวางอยู่บนชั้น)

ในประโยคนี้:

  • on → คำบุพบท
  • the bookshelf → กรรมของคำบุพบท
กรรมของคำบุพบท (Object of a preposition)

การแยกความแตกต่างระหว่างกรรมตรงและกรรมรอง

การแยกแยะกรรมตรง (Direct Object) และกรรมรอง (Indirect Object) เป็นสิ่งสำคัญในการทำความเข้าใจโครงสร้างประโยค เมื่อคุณรู้หลักพื้นฐานแล้ว คุณจะสามารถระบุประเภทของกรรมได้ง่ายขึ้นทั้งในการเขียนและการพูด

กรรมไม่เคยอยู่ลำพัง แต่ต้องมีความสัมพันธ์กับกริยา คำบุพบท หรือคำสันธาน อย่างไรก็ตาม วิธีการใช้กรรมตรงและกรรมรองมีความแตกต่างกันดังนี้:

  • กรรมตรง: คือผู้หรือสิ่งที่ได้รับการกระทำโดยตรง
    ตัวอย่าง: Anna baked a cake.a cake คือกรรมตรง เพราะได้รับผลโดยตรงจาก baked
  • กรรมรอง: คือผู้หรือสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำทางอ้อม
    ตัวอย่าง: Anna baked her mother a cake.her mother คือกรรมรอง เพราะการกระทำ baked ส่งผลต่อเธอโดยอ้อม

นอกจากนี้ เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างกรรมตรงและกรรมรอง คุณสามารถสังเกตตำแหน่งของกรรมในประโยคได้

  • ไม่มีคำบุพบทคั้นกลางระหว่างสองกรรม: เมื่อประโยคมีกรรมสองตัวแต่ไม่มีคำบุพบทคั้นกลางกรรมตัวหน้ามักเป็นกรรมรอง กรรมตัวหลังเป็นกรรมตรง

ตัวอย่าง: He showed her the painting. → her เป็นกรรมรอง, the painting เป็นกรรมตรง

  • มีคำบุพบทระหว่างสองกรรม: หากมีคำบุพบทเช่น to หรือ for กรรมที่ตามหลังคำบุพบทจะเป็นกรรมรอง กรรมที่อยู่ก่อนเป็นกรรมตรง

ตัวอย่าง: He showed the painting to her. → the painting เป็นกรรมตรง, her เป็นกรรมรอง

ตัวอย่าง

  1. Mark writes his friend a letter.

his friend → กรรมรอง

a letter → กรรมตรง

(ไม่มีคำบุพบท กรรมตัวหน้าคือกรรมรอง กรรมตัวหลังคือกรรมตรง)

  1. Mark writes a letter to his friend.

a letter → กรรมตรง

his friend → กรรมรอง

(มีคำบุพบท to กรรมที่ตามหลังคำบุพบทเป็นกรรมรอง)

การแยกความแตกต่างระหว่างกรรมตรงและกรรมรอง

รูปแบบของ object ในประโยค

ในประโยค กรรมอาจปรากฏได้หลายรูปแบบ เช่น คำนาม, กริยารูป to-infinitive, กริยารูป V-ing, สรรพนามบุรุษ หรืออนุประโยค

กรรมที่เป็นคำนาม

คำนามและกลุ่มคำนามสามารถทำหน้าที่เป็นกรรมตรงหรือกรรมรองในประโยคได้ โดยมักอยู่หลังคำกริยาหรือคำบุพบท ทำหน้าที่เพิ่มเติมความหมายให้การกระทำ ทำให้ประโยคชัดเจนและสมบูรณ์

คำนามจะเป็นกรรมเมื่อเป็นสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำ หรือเป็นผู้/สิ่งที่ได้รับการส่งต่อของการกระทำทางอ้อม

  • กรรมตรง (Direct Object): ใช้กับคนหรือสิ่งที่ได้รับการกระทำโดยตรง
  • กรรมรอง (Indirect Object): ใช้กับคนหรือสิ่งที่ได้รับผลทางอ้อม หรือเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการกระทำ

ตัวอย่างกรรมตรง: I help my father fix the chair. (ฉันช่วยพ่อซ่อมเก้าอี้)

the chair เป็นคำนามทำหน้าที่กรรมตรง เพราะเป็นสิ่งที่ถูกกระทำโดยตรงจากกริยา fix

ตัวอย่างกรรมรอง: He sent her a letter. (เขาส่งจดหมายให้เธอ)

her เป็นกรรมรอง (ผู้รับการกระทำ) a letter เป็นกรรมตรง (สิ่งที่ถูกส่ง)

ตัวอย่างกรรมตรง & กรรมรอง: He sent a letter to her. (เขาส่งจดหมายให้เธอ)

a letter ยังคงเป็นกรรมตรง

her เป็นกรรมรองเพราะอยู่หลังคำบุพบท to

กรรมที่เป็นคำนาม

กรรมที่เป็นกริยา-ing (Gerund Object)

นอกจากคำนามและกลุ่มคำนามแล้ว gerund (กริยาที่เติม -ing แล้วทำหน้าที่เป็นคำนาม) ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของกรรมที่พบได้บ่อยเช่นกัน Gerund เกิดจากการเติม -ing หลังคำกริยา ทำให้กริยานั้นกลายเป็นคำนามภายในประโยค

ในหลายกรณี คำกริยาบางคำต้องการให้กริยาที่ตามหลังอยู่ในรูป V-ing เสมอ ซึ่ง V-ing ในตำแหน่งนี้จะทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยาหลัก

ตัวอย่าง: She enjoys swimming in the ocean. (เธอชอบว่ายน้ำในมหาสมุทร)
→ swimming เป็น gerund ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา enjoys

คำกริยาหลายคำในภาษาอังกฤษที่ต้องตามด้วยกรรมรูป V-ing เสมอ ได้แก่:

Admit (ยอมรับ)Enjoy (ชอบ/เพลิดเพลิน)Suggest (แนะนำ/เสนอ)
Appreciate (ซาบซึ้ง)Finish (ทำเสร็จ)Consider (พิจารณา)
Avoid (หลีกเลี่ยง)Miss (คิดถึง/พลาด)Mind (ขัดข้อง/รังเกียจ)
Can’t help (อด…ไม่ได้)Postpone (เลื่อน)Recall (นึกออก)
Delay (ล่าช้า/ทำให้ล่าช้า)Practice (ฝึกฝน)Risk (เสี่ยง)
Deny (ปฏิเสธ)Quit (เลิก)Repeat (ทำซ้ำ)
Resist (ต่อต้าน/อดทนไม่ทำ)Resume (ทำต่อ)Resent (ไม่พอใจ/ขุ่นเคือง)
กรรมที่เป็นกริยา-ing (Gerund Object)

กรรมที่เป็นสรรพนามบุรุษ

สรรพนามบุรุษ (Personal Pronouns) มี 2 รูป คือ รูปประธาน (subject pronouns) และ รูปกรรม (object pronouns)

รูปประธานรูปกรรม
IMe
YouYou
HeHim
SheHer
ItIt
WeUs
TheyThem

สรรพนามบุรุษจะทำหน้าที่เป็นกรรมเมื่อมันเป็นผู้รับการกระทำโดยตรงหรือโดยอ้อมจากกริยา หรือเมื่อยืนหลังบุพบทเพื่อทำให้ความหมายของวลีบุพบทสมบูรณ์

  • กรรมตรง (Direct Object): เมื่อสรรพนามเป็นผู้รับการกระทำ โดยตรง จากกริยา
  • กรรมรอง (Indirect Object): เมื่อสรรพนามเป็นผู้รับผลของการกระทำ หรือเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการกระทำนั้น
  • กรรมของบุพบท (Object of Preposition): เมื่อสรรพนามอยู่ หลังบุพบท ในวลีบุพบท เพื่อบอกว่ากริยาเกี่ยวข้องกับใคร/อะไร

ตัวอย่าง – กรรมตรง (Direct Object): I saw her at the library yesterday. (เมื่อวานฉันเห็นเธอที่ห้องสมุด)

→ her เป็นกรรมตรง ถูกกริยา saw กระทำโดยตรง

ตัวอย่าง – กรรมรอง (Indirect Object): She gave me a gift. (เธอมอบของขวัญให้ฉัน)

→ me เป็นกรรมรอง (ผู้รับ) และ a gift เป็นกรรมตรง

ตัวอย่าง – กรรมของบุพบท (Object of Preposition): This present is for him. (ของขวัญนี้สำหรับเขา)

→ him เป็นกรรมของบุพบท for ทำให้ความหมายของวลีบุพบทสมบูรณ์

กรรมที่เป็นสรรพนามบุรุษ

กรรมที่เป็นกริยารูปอินฟินิทีฟมี “to” (to V)

ในบางกรณี กริยาในประโยคสามารถตามด้วยกริยาอีกตัวหนึ่งในรูป to V (to-infinitive) เมื่อกริยารูป to V นี้ทำหน้าที่เป็นส่วนที่รับกริยา มันจะถือว่าเป็น Object ของกริยานั้น

คำกริยาที่มักตามด้วย to V: agree, attempt, claim, decide, demand, desire, expect, fail, forget, hesitate, hope, intend, learn, need, offer, plan, prepare, pretend, refuse, seem, strive, tend, want, wish,…

ตัวอย่าง: Nam decides to stay home for a few days. (นามตัดสินใจอยู่บ้านไม่กี่วัน.)

กรรมที่เป็นกริยารูปอินฟินิทีฟมี “to” (to V)

กรรมที่เป็นกริยารูป V-ing 

เช่นเดียวกับ to–V กริยาบางคำเมื่อตามหลังด้วยกริยาอีกคำหนึ่งในรูป V-ing กริยา V-ing นั้นจะถือว่าเป็น “กรรม” ในประโยค

กริยาที่ต้องตามด้วย V-ing ได้แก่: admit, appreciate, avoid, can’t help, delay, deny, resist, enjoy, finish, miss, postpone, practice, quit, resume, suggest, consider, mind, recall, risk, repeat, resent

ตัวอย่าง: I consider visiting Da Lat when I have time. (ฉันวางแผนไปเยือนดาลัตเมื่อมีเวลา).

กรรมที่เป็นกริยารูป V-ing

กรรมเป็นอนุประโยค

ในภาษาอังกฤษ กรรม (Object) ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คำเดี่ยว คำนาม กลุ่มคำนาม หรือกริยารูป gerund เท่านั้น แต่ยังอาจเป็น อนุประโยค (clause) ได้ด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้น อนุประโยคดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นวัตถุที่รับผลกระทบโดยตรงจากคำกริยาในประโยค

อนุประโยคจะกลายเป็นกรรมต่อเมื่อมันยืนอยู่หลังคำกริยาเพื่อชี้ชัดว่าการกระทำมุ่งไปยังใครหรืออะไร โดยส่วนใหญ่จะเป็น อนุประโยคชนิดคำนาม (noun clause) ซึ่งมักขึ้นต้นด้วยคำเช่น what, how, where, why, whether, if เป็นต้น

ตัวอย่าง: She knows how he feels without saying a word. (เธอรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรโดยไม่ต้องพูดสักคำ)

→ how he feels without saying a word เป็นอนุประโยคชนิดคำนาม ทำหน้าที่เป็น กรรมตรง ของคำกริยา knows

กรรมเป็นอนุประโยค

กรรมที่เป็นคำคุณศัพท์

กรรมในภาษาอังกฤษยังสามารถเป็น คำคุณศัพท์ที่ทำหน้าที่แทนคำนามกลุ่ม ได้ เมื่อคำคุณศัพท์ทำหน้าที่เช่นนี้ มันไม่เพียงบรรยายลักษณะเท่านั้น แต่ยังยืนแทนกลุ่มคนหรือสิ่งของ และทำหน้าที่เป็นกรรมในประโยคด้วย

ตัวอย่าง: We must help the poor. (พวกเราต้องช่วยเหลือคนยากจน)

→ the poor เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้แทนกลุ่มคนยากจน ทำหน้าที่เป็น กรรมตรง ของคำกริยา help

กรรมที่เป็นคำคุณศัพท์

แบบฝึกหัดเกี่ยวกับกรรม (Object) ในภาษาอังกฤษ

แบบฝึกหัด 1: เขียนประโยคใหม่โดยใช้คำที่ให้มา – ระวังวางตำแหน่ง object ให้ถูกต้อง:

  1. me / please? / Can you / the salt, / pass
  2. bedtime. / read / at / a short story / my children / always / I
  3. for 500US. / me / sell / wants to / My brother / his old car /
  4. me / get / Could you / a couple of sandwiches / at / the café?
  5. a better job. / Maybe / will find / the agency / you
  6. shouldn’t we / them / are visiting, / If you parents / some dinner? / cook
  7. Could you / this money / Alice? / to / give
  8. someone else. / I’m sorry / the job / offered / but / we’ve / to
  9. you / wrote / to / When was / a friend? / a letter / the last time.
  10. Shall I / some tickets / us? / for / book

เฉลย: 

  1. Can you pass me the salt, please?
  2. I always read my children a short story at bedtime.
  3. My brother wants to sell me his old car for 500 USD.
  4. Could you get me a couple of sandwiches at the café?
  5. Maybe the agency will find you a better job.
  6. If your parents are visiting, shouldn’t we cook them some dinner?
  7. Could you give this money to Alice?
  8. I’m sorry but we’ve offered the job to someone else.
  9. When was the last time you wrote a letter to a friend?
  10. Shall I book some tickets for us?

แบบฝึกหัด 2: แบบทดสอบปรนัย เลือก object ที่ถูกต้อง

  1. She loves ____ very much.

A. him

B. he

C. she

D. her

  1. I don’t know ____.

A. they

B. she

C. them

D. we

  1. Can you help ____ with this problem?

A. I

B. me

C. my

D. mine

  1. We invited ____ to our wedding

A. their

B. they

C. theirs

D. them

  1. Please give this book to ____.

A. her

B. she

C. hers

D. herself

  1. I saw ____ at the bus stop this morning.

A. he

B. him

C. his

D. he’s

  1. Don’t tell ____ the secret!

A. us

B. we

C. our

D. ours

  1. My mom is waiting for ____.

A. them

B. they

C. their

D. theirs

  1. The teacher asked ____ to answer the question.

A. me

B. I

C. my

D. mine

  1. I met ____ in the park yesterday.

A. she

B. her

C. hers

D. herself

เฉลย:

12345678910
เฉลยACBDABAAAB

คำถามที่พบบ่อย 

Objects มีอะไรบ้าง?

Objects ประกอบด้วย Direct Object (กรรมตรง), Indirect Object (กรรมรอง) และ Object of a Preposition (กรรมของคำบุพบท)

Subject + Verb + Object คือ?

เป็นโครงสร้างประโยคพื้นฐานในภาษาอังกฤษ: Subject + Verb + Object เช่น: She reads a book.

Object มี อะไร บ้าง?

Object อาจเป็นคน สิ่งของ หรือเหตุการณ์ที่การกระทำมีผลถึง

Object ทํา หน้าที่ อะไร?

Object คือผู้ที่รับหรือได้รับผลจากการกระทำที่ทำโดย subject

กรรม Object คือ?

ในประโยคซับซ้อนหรือประโยคผสม (complex/compound sentences) วัตถุอาจเป็นกรรมตรงหรือกรรมรองที่มาพร้อมกับหลายอนุประโยค

Object Pronoun คือ?

มีรูปแบบเป็นสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรม เช่น: me, you, him, her, it, us, them

Object ใช้ ยัง ไง?

  • มักวางหลังคำกริยาเพื่อรับผลกระทบ: She likes him.
  • วางหลังคำบุพบทเพื่อเป็นกรรมของคำบุพบท: This gift is for her.

Direct object คือ?

กรรมตรง (Direct object) คือกรรมที่รับผลโดยตรงจากคำกริยา เช่น: I eat an apple. → an apple คือ direct object.

ELSA Premium 1 year

8,497 บาท ->3,230 บาท

ELSA Pro 1 year

2,499 บาท ->1,780 บาท

แม้ว่าหลักการเกี่ยวกับกรรม object คืออะไรจะไม่ซับซ้อนมาก แต่ในบางกรณีก็ยังเกิดความสับสนได้ง่าย ดังนั้นควรฝึกบ่อย ๆ และทำความเข้าใจจากชุดแบบฝึกหัดไวยากรณ์ของ ELSA Speak เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของคุณอย่างรอบด้านนะคะ!

🔥 ELSA Premium 1 ปี ลด 39%