หากคุณกำลังเรียนไวยากรณ์ โครงสร้างประโยค หรือ Tense ต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษ ก็อาจสงสัยว่า “กรรม (object)” คืออะไรใช่ไหม? บทความด้านล่างนี้จะจะพามาเรียนรู้เกี่ยวกับกรรมในภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นวิธีใช้ ตำแหน่ง และหน้าที่ของกรรมในประโยค เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจได้อย่างครบถ้วนยิ่งขึ้น
Object คือ
กรรม (Object) ในภาษาอังกฤษ คือองค์ประกอบหนึ่งของภาคแสดง (Predicate) มักวางหลังคำกริยา คำสันธาน หรือคำบุพบท มีหน้าที่ช่วยให้ความหมายของประโยคชัดเจนยิ่งขึ้น หรือแสดงความเชื่อมโยงระหว่างกรรมต่าง ๆ ผ่านคำสันธาน ในหนึ่งประโยคสามารถมีกรรมได้หลายตัว และมักอยู่กลางประโยคหรือท้ายประโยค
สอบก่อนเข้าฟรี
ตัวอย่าง:
- Mary rides a bicycle. (แมรีขี่จักรยาน)
- She loves her cat. (เธอรักแมวของเธอ)
- They invited their friends to the party. (พวกเขาเชิญเพื่อนของพวกเขาไปงานปาร์ตี้)

ตำแหน่งของกรรม (Object)
ตำแหน่งของกรรมในภาษาอังกฤษมักอยู่หลังคำกริยา คำบุพบท หรือคำสันธาน ในหนึ่งประโยคอาจมีกรรมหนึ่งตัวหรือหลายตัว อย่างไรก็ตาม กรรมจะสามารถวางได้เฉพาะส่วนกลางประโยคหรือท้ายประโยคเท่านั้น (ส่วนต้นประโยคเป็นประธาน) เมื่อในประโยคมีกรรมสองตัว คือ กรรมตรง และ กรรมรอง ลำดับของกรรมจะขึ้นอยู่กับว่ามีคำบุพบทตามมาหรือไม่
1. ตำแหน่งของกรรมเมื่อมีคำบุพบทตามหลัง
- ตำแหน่ง: กรรมตรง + คำบุพบท + กรรมรอง
- คำบุพที่พบบ่อย: to, for, at, with
ตัวอย่าง:
- She makes a cake for me. (เธอทำเค้กให้ฉัน)
- I gave him a book to read. (ฉันให้หนังสือเขาเล่มหนึ่งเพื่ออ่าน)
2. ตำแหน่งของกรรมเมื่อไม่มีคำบุพบท
- ตำแหน่ง: คำกริยา + กรรมตรง + กรรมรอง
ตัวอย่าง: My teacher has given me homework. (ครูของฉันให้การบ้านกับฉัน)

Object ทำหน้าที่อะไร?
ในไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ กรรม (Object – O) เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ประโยคสมบูรณ์และชัดเจนขึ้น กรรมไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มข้อมูลเท่านั้น แต่ยังบ่งบอกถึงผู้หรือสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำ ทำให้ความหมายในประโยคกระชับและเข้าใจง่ายขึ้น ด้านล่างนี้คือหน้าที่หลักของกรรม:
1. เพิ่มความหมายให้กับคำกริยา
ประโยคภาษาอังกฤษจะไม่สมบูรณ์หากขาดกรรมในกรณีที่คำกริยาต้องการผู้รับการกระทำ กรรมทำให้กริยามี “เป้าหมาย” ที่จะกระทำ ช่วยหลีกเลี่ยงไม่ให้ประโยคขาดความหมาย
ตัวอย่าง: She bought a new dress. (เธอซื้อชุดใหม่หนึ่งชุด)
→ ในตัวอย่างนี้ a new dress คือกรรม ช่วยระบุสิ่งที่คำกริยา bought กระทำต่อ
2. แสดงผู้หรือสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำ
Object ช่วยระบุว่า “ใคร” หรือ “อะไร” เป็นผู้ได้รับผล ทำให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังเข้าใจเหตุการณ์ได้ชัดเจนขึ้น
ตัวอย่าง: He kicked the ball. (เขาเตะลูกบอล)
→ The ball คือกรรมตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้รับผลโดยตรงจากการกระทำ kicked
3. ใช้ร่วมกับคำบุพบทเพื่อสร้างวลีบุพบท (Prepositional Phrase)
เมื่อ object ปรากฏในวลีบุพบท กรรมจะอยู่หลังคำบุพบทเสมอ ช่วยให้ความหมายของวลีสมบูรณ์ขึ้น วลีบุพบทมักใช้เพื่อบอกเวลา สถานที่ สาเหตุ หรือวัตถุประสงค์
ตัวอย่าง: She is waiting for her friend. (เธอกำลังรอเพื่อนของเธอ)
→ her friend เป็นกรรมของคำบุพบท for ทำให้วลี for her friend มีความหมายครบถ้วน
4. ทำให้ประโยคชัดเจนขึ้นเมื่อมีกรรมหลายตัว (กรรมตรงและกรรมรอง)
คำกริยาบางคำในภาษาอังกฤษต้องใช้กรรมสองตัว:
- กรรมรอง (Indirect Object): บุคคลหรือสิ่งที่ได้รับการกระทำทางอ้อม
- กรรมตรง (Direct Object): บุคคลหรือสิ่งที่ได้รับผลโดยตรงจากการกระทำ
ตัวอย่าง: He gave me a book. (เขาให้หนังสือหนึ่งเล่มแก่ฉัน)
- me → กรรมรอง (ผู้รับ)
- a book → กรรมตรง (สิ่งที่ถูกให้)

>>> อ่านเพิ่มเติม: แยกแยะ Part of Speech 9 ประเภทในภาษาอังกฤษ: หลักการใช้ ตัวอย่าง แบบฝึกหัดโดยละเอียด
Object มี 3 ลักษณะ อะไรบ้าง ในภาษาอังกฤษ?
ในภาษาอังกฤษ ตำแหน่งและความหมายของ Object ในประโยคสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทดังนี้:

กรรมตรง (Direct Object)
กรรมตรงคือผู้หรือสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำโดยตรง กรรมตรงมักเป็นคำนามหรือสรรพนามที่บ่งบอกคนหรือสิ่งของ และจะอยู่หลังคำกริยาเสมอ
ตัวอย่าง: Lily makes a cake for her mom’s birthday (ลิลี่ทำเค้กวันเกิดให้แม่ของเธอ)
→ Cake คือกรรมตรง เพราะเป็นสิ่งที่ถูกทำขึ้นโดยการกระทำของ Lily

กรรมรอง (Indirect Object)
กรรมรองคือผู้หรือสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำทางอ้อม ต้องผ่านกรรมตรงก่อน กรรมรองอาจเป็นคำนามหรือสรรพนามเช่นกัน
โดยทั่วไป กรรมรองอยู่หลังกรรมตรง และอาจมีหรือไม่มีคำบุพบทคั่นกลางก็ได้
ตัวอย่าง: Can I borrow your book? (ฉันขอยืมหนังสือของคุณได้ไหม?)
→ ประโยคนี้มีกรรมสองตัวคือ I และ your book
- Your book คือกรรมรอง เพราะเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องผ่านการกระทำ “ยืม”
- I คือ กรรมตรง

กรรมของคำบุพบท (Object of a preposition)
กรรมของคำบุพบทคือคำนาม สรรพนาม หรือกลุ่มนามที่อยู่หลังคำบุพบทโดยตรง เพื่อทำให้ความหมายของวลีบุพบทสมบูรณ์ บอกว่าใครหรืออะไรมีความเกี่ยวข้องกับตำแหน่ง การกระทำ หรือความสัมพันธ์
| โครงสร้าง: คำบุพบท + กรรมของคำบุพบท |
ตัวอย่าง: The book is on the bookshelf. (หนังสือวางอยู่บนชั้น)
ในประโยคนี้:
- on → คำบุพบท
- the bookshelf → กรรมของคำบุพบท

การแยกความแตกต่างระหว่างกรรมตรงและกรรมรอง
การแยกแยะกรรมตรง (Direct Object) และกรรมรอง (Indirect Object) เป็นสิ่งสำคัญในการทำความเข้าใจโครงสร้างประโยค เมื่อคุณรู้หลักพื้นฐานแล้ว คุณจะสามารถระบุประเภทของกรรมได้ง่ายขึ้นทั้งในการเขียนและการพูด
กรรมไม่เคยอยู่ลำพัง แต่ต้องมีความสัมพันธ์กับกริยา คำบุพบท หรือคำสันธาน อย่างไรก็ตาม วิธีการใช้กรรมตรงและกรรมรองมีความแตกต่างกันดังนี้:
- กรรมตรง: คือผู้หรือสิ่งที่ได้รับการกระทำโดยตรง
ตัวอย่าง: Anna baked a cake. → a cake คือกรรมตรง เพราะได้รับผลโดยตรงจาก baked - กรรมรอง: คือผู้หรือสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำทางอ้อม
ตัวอย่าง: Anna baked her mother a cake. → her mother คือกรรมรอง เพราะการกระทำ baked ส่งผลต่อเธอโดยอ้อม
นอกจากนี้ เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างกรรมตรงและกรรมรอง คุณสามารถสังเกตตำแหน่งของกรรมในประโยคได้
- ไม่มีคำบุพบทคั้นกลางระหว่างสองกรรม: เมื่อประโยคมีกรรมสองตัวแต่ไม่มีคำบุพบทคั้นกลางกรรมตัวหน้ามักเป็นกรรมรอง กรรมตัวหลังเป็นกรรมตรง
ตัวอย่าง: He showed her the painting. → her เป็นกรรมรอง, the painting เป็นกรรมตรง
- มีคำบุพบทระหว่างสองกรรม: หากมีคำบุพบทเช่น to หรือ for กรรมที่ตามหลังคำบุพบทจะเป็นกรรมรอง กรรมที่อยู่ก่อนเป็นกรรมตรง
ตัวอย่าง: He showed the painting to her. → the painting เป็นกรรมตรง, her เป็นกรรมรอง
ตัวอย่าง
- Mark writes his friend a letter.
his friend → กรรมรอง
a letter → กรรมตรง
(ไม่มีคำบุพบท กรรมตัวหน้าคือกรรมรอง กรรมตัวหลังคือกรรมตรง)
- Mark writes a letter to his friend.
a letter → กรรมตรง
his friend → กรรมรอง
(มีคำบุพบท to กรรมที่ตามหลังคำบุพบทเป็นกรรมรอง)

รูปแบบของ object ในประโยค
ในประโยค กรรมอาจปรากฏได้หลายรูปแบบ เช่น คำนาม, กริยารูป to-infinitive, กริยารูป V-ing, สรรพนามบุรุษ หรืออนุประโยค
กรรมที่เป็นคำนาม
คำนามและกลุ่มคำนามสามารถทำหน้าที่เป็นกรรมตรงหรือกรรมรองในประโยคได้ โดยมักอยู่หลังคำกริยาหรือคำบุพบท ทำหน้าที่เพิ่มเติมความหมายให้การกระทำ ทำให้ประโยคชัดเจนและสมบูรณ์
คำนามจะเป็นกรรมเมื่อเป็นสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำ หรือเป็นผู้/สิ่งที่ได้รับการส่งต่อของการกระทำทางอ้อม
- กรรมตรง (Direct Object): ใช้กับคนหรือสิ่งที่ได้รับการกระทำโดยตรง
- กรรมรอง (Indirect Object): ใช้กับคนหรือสิ่งที่ได้รับผลทางอ้อม หรือเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการกระทำ
ตัวอย่างกรรมตรง: I help my father fix the chair. (ฉันช่วยพ่อซ่อมเก้าอี้)
→ the chair เป็นคำนามทำหน้าที่กรรมตรง เพราะเป็นสิ่งที่ถูกกระทำโดยตรงจากกริยา fix
ตัวอย่างกรรมรอง: He sent her a letter. (เขาส่งจดหมายให้เธอ)
→ her เป็นกรรมรอง (ผู้รับการกระทำ) a letter เป็นกรรมตรง (สิ่งที่ถูกส่ง)
ตัวอย่างกรรมตรง & กรรมรอง: He sent a letter to her. (เขาส่งจดหมายให้เธอ)
→ a letter ยังคงเป็นกรรมตรง
→ her เป็นกรรมรองเพราะอยู่หลังคำบุพบท to

กรรมที่เป็นกริยา-ing (Gerund Object)
นอกจากคำนามและกลุ่มคำนามแล้ว gerund (กริยาที่เติม -ing แล้วทำหน้าที่เป็นคำนาม) ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของกรรมที่พบได้บ่อยเช่นกัน Gerund เกิดจากการเติม -ing หลังคำกริยา ทำให้กริยานั้นกลายเป็นคำนามภายในประโยค
ในหลายกรณี คำกริยาบางคำต้องการให้กริยาที่ตามหลังอยู่ในรูป V-ing เสมอ ซึ่ง V-ing ในตำแหน่งนี้จะทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยาหลัก
ตัวอย่าง: She enjoys swimming in the ocean. (เธอชอบว่ายน้ำในมหาสมุทร)
→ swimming เป็น gerund ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา enjoys
คำกริยาหลายคำในภาษาอังกฤษที่ต้องตามด้วยกรรมรูป V-ing เสมอ ได้แก่:
| Admit (ยอมรับ) | Enjoy (ชอบ/เพลิดเพลิน) | Suggest (แนะนำ/เสนอ) |
| Appreciate (ซาบซึ้ง) | Finish (ทำเสร็จ) | Consider (พิจารณา) |
| Avoid (หลีกเลี่ยง) | Miss (คิดถึง/พลาด) | Mind (ขัดข้อง/รังเกียจ) |
| Can’t help (อด…ไม่ได้) | Postpone (เลื่อน) | Recall (นึกออก) |
| Delay (ล่าช้า/ทำให้ล่าช้า) | Practice (ฝึกฝน) | Risk (เสี่ยง) |
| Deny (ปฏิเสธ) | Quit (เลิก) | Repeat (ทำซ้ำ) |
| Resist (ต่อต้าน/อดทนไม่ทำ) | Resume (ทำต่อ) | Resent (ไม่พอใจ/ขุ่นเคือง) |

กรรมที่เป็นสรรพนามบุรุษ
สรรพนามบุรุษ (Personal Pronouns) มี 2 รูป คือ รูปประธาน (subject pronouns) และ รูปกรรม (object pronouns)
| รูปประธาน | รูปกรรม |
|---|---|
| I | Me |
| You | You |
| He | Him |
| She | Her |
| It | It |
| We | Us |
| They | Them |
สรรพนามบุรุษจะทำหน้าที่เป็นกรรมเมื่อมันเป็นผู้รับการกระทำโดยตรงหรือโดยอ้อมจากกริยา หรือเมื่อยืนหลังบุพบทเพื่อทำให้ความหมายของวลีบุพบทสมบูรณ์
- กรรมตรง (Direct Object): เมื่อสรรพนามเป็นผู้รับการกระทำ โดยตรง จากกริยา
- กรรมรอง (Indirect Object): เมื่อสรรพนามเป็นผู้รับผลของการกระทำ หรือเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการกระทำนั้น
- กรรมของบุพบท (Object of Preposition): เมื่อสรรพนามอยู่ หลังบุพบท ในวลีบุพบท เพื่อบอกว่ากริยาเกี่ยวข้องกับใคร/อะไร
ตัวอย่าง – กรรมตรง (Direct Object): I saw her at the library yesterday. (เมื่อวานฉันเห็นเธอที่ห้องสมุด)
→ her เป็นกรรมตรง ถูกกริยา saw กระทำโดยตรง
ตัวอย่าง – กรรมรอง (Indirect Object): She gave me a gift. (เธอมอบของขวัญให้ฉัน)
→ me เป็นกรรมรอง (ผู้รับ) และ a gift เป็นกรรมตรง
ตัวอย่าง – กรรมของบุพบท (Object of Preposition): This present is for him. (ของขวัญนี้สำหรับเขา)
→ him เป็นกรรมของบุพบท for ทำให้ความหมายของวลีบุพบทสมบูรณ์

กรรมที่เป็นกริยารูปอินฟินิทีฟมี “to” (to V)
ในบางกรณี กริยาในประโยคสามารถตามด้วยกริยาอีกตัวหนึ่งในรูป to V (to-infinitive) เมื่อกริยารูป to V นี้ทำหน้าที่เป็นส่วนที่รับกริยา มันจะถือว่าเป็น Object ของกริยานั้น
คำกริยาที่มักตามด้วย to V: agree, attempt, claim, decide, demand, desire, expect, fail, forget, hesitate, hope, intend, learn, need, offer, plan, prepare, pretend, refuse, seem, strive, tend, want, wish,…
ตัวอย่าง: Nam decides to stay home for a few days. (นามตัดสินใจอยู่บ้านไม่กี่วัน.)

กรรมที่เป็นกริยารูป V-ing
เช่นเดียวกับ to–V กริยาบางคำเมื่อตามหลังด้วยกริยาอีกคำหนึ่งในรูป V-ing กริยา V-ing นั้นจะถือว่าเป็น “กรรม” ในประโยค
กริยาที่ต้องตามด้วย V-ing ได้แก่: admit, appreciate, avoid, can’t help, delay, deny, resist, enjoy, finish, miss, postpone, practice, quit, resume, suggest, consider, mind, recall, risk, repeat, resent
ตัวอย่าง: I consider visiting Da Lat when I have time. (ฉันวางแผนไปเยือนดาลัตเมื่อมีเวลา).

กรรมเป็นอนุประโยค
ในภาษาอังกฤษ กรรม (Object) ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คำเดี่ยว คำนาม กลุ่มคำนาม หรือกริยารูป gerund เท่านั้น แต่ยังอาจเป็น อนุประโยค (clause) ได้ด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้น อนุประโยคดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นวัตถุที่รับผลกระทบโดยตรงจากคำกริยาในประโยค
อนุประโยคจะกลายเป็นกรรมต่อเมื่อมันยืนอยู่หลังคำกริยาเพื่อชี้ชัดว่าการกระทำมุ่งไปยังใครหรืออะไร โดยส่วนใหญ่จะเป็น อนุประโยคชนิดคำนาม (noun clause) ซึ่งมักขึ้นต้นด้วยคำเช่น what, how, where, why, whether, if เป็นต้น
ตัวอย่าง: She knows how he feels without saying a word. (เธอรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรโดยไม่ต้องพูดสักคำ)
→ how he feels without saying a word เป็นอนุประโยคชนิดคำนาม ทำหน้าที่เป็น กรรมตรง ของคำกริยา knows

กรรมที่เป็นคำคุณศัพท์
กรรมในภาษาอังกฤษยังสามารถเป็น คำคุณศัพท์ที่ทำหน้าที่แทนคำนามกลุ่ม ได้ เมื่อคำคุณศัพท์ทำหน้าที่เช่นนี้ มันไม่เพียงบรรยายลักษณะเท่านั้น แต่ยังยืนแทนกลุ่มคนหรือสิ่งของ และทำหน้าที่เป็นกรรมในประโยคด้วย
ตัวอย่าง: We must help the poor. (พวกเราต้องช่วยเหลือคนยากจน)
→ the poor เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้แทนกลุ่มคนยากจน ทำหน้าที่เป็น กรรมตรง ของคำกริยา help

แบบฝึกหัดเกี่ยวกับกรรม (Object) ในภาษาอังกฤษ
แบบฝึกหัด 1: เขียนประโยคใหม่โดยใช้คำที่ให้มา – ระวังวางตำแหน่ง object ให้ถูกต้อง:
- me / please? / Can you / the salt, / pass
- bedtime. / read / at / a short story / my children / always / I
- for 500US. / me / sell / wants to / My brother / his old car /
- me / get / Could you / a couple of sandwiches / at / the café?
- a better job. / Maybe / will find / the agency / you
- shouldn’t we / them / are visiting, / If you parents / some dinner? / cook
- Could you / this money / Alice? / to / give
- someone else. / I’m sorry / the job / offered / but / we’ve / to
- you / wrote / to / When was / a friend? / a letter / the last time.
- Shall I / some tickets / us? / for / book
เฉลย:
- Can you pass me the salt, please?
- I always read my children a short story at bedtime.
- My brother wants to sell me his old car for 500 USD.
- Could you get me a couple of sandwiches at the café?
- Maybe the agency will find you a better job.
- If your parents are visiting, shouldn’t we cook them some dinner?
- Could you give this money to Alice?
- I’m sorry but we’ve offered the job to someone else.
- When was the last time you wrote a letter to a friend?
- Shall I book some tickets for us?
แบบฝึกหัด 2: แบบทดสอบปรนัย เลือก object ที่ถูกต้อง
- She loves ____ very much.
A. him
B. he
C. she
D. her
- I don’t know ____.
A. they
B. she
C. them
D. we
- Can you help ____ with this problem?
A. I
B. me
C. my
D. mine
- We invited ____ to our wedding
A. their
B. they
C. theirs
D. them
- Please give this book to ____.
A. her
B. she
C. hers
D. herself
- I saw ____ at the bus stop this morning.
A. he
B. him
C. his
D. he’s
- Don’t tell ____ the secret!
A. us
B. we
C. our
D. ours
- My mom is waiting for ____.
A. them
B. they
C. their
D. theirs
- The teacher asked ____ to answer the question.
A. me
B. I
C. my
D. mine
- I met ____ in the park yesterday.
A. she
B. her
C. hers
D. herself
เฉลย:
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | |
| เฉลย | A | C | B | D | A | B | A | A | A | B |
คำถามที่พบบ่อย
Objects มีอะไรบ้าง?
Objects ประกอบด้วย Direct Object (กรรมตรง), Indirect Object (กรรมรอง) และ Object of a Preposition (กรรมของคำบุพบท)
Subject + Verb + Object คือ?
เป็นโครงสร้างประโยคพื้นฐานในภาษาอังกฤษ: Subject + Verb + Object เช่น: She reads a book.
Object มี อะไร บ้าง?
Object อาจเป็นคน สิ่งของ หรือเหตุการณ์ที่การกระทำมีผลถึง
Object ทํา หน้าที่ อะไร?
Object คือผู้ที่รับหรือได้รับผลจากการกระทำที่ทำโดย subject
กรรม Object คือ?
ในประโยคซับซ้อนหรือประโยคผสม (complex/compound sentences) วัตถุอาจเป็นกรรมตรงหรือกรรมรองที่มาพร้อมกับหลายอนุประโยค
Object Pronoun คือ?
มีรูปแบบเป็นสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรม เช่น: me, you, him, her, it, us, them
Object ใช้ ยัง ไง?
- มักวางหลังคำกริยาเพื่อรับผลกระทบ: She likes him.
- วางหลังคำบุพบทเพื่อเป็นกรรมของคำบุพบท: This gift is for her.
Direct object คือ?
กรรมตรง (Direct object) คือกรรมที่รับผลโดยตรงจากคำกริยา เช่น: I eat an apple. → an apple คือ direct object.

ELSA Premium 1 year
8,497 บาท ->3,230 บาท

ELSA Pro 1 year
2,499 บาท ->1,780 บาท
แม้ว่าหลักการเกี่ยวกับกรรม object คืออะไรจะไม่ซับซ้อนมาก แต่ในบางกรณีก็ยังเกิดความสับสนได้ง่าย ดังนั้นควรฝึกบ่อย ๆ และทำความเข้าใจจากชุดแบบฝึกหัดไวยากรณ์ของ ELSA Speak เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของคุณอย่างรอบด้านนะคะ!
