Author: ngcamthuy@gmail.com
หัวข้อ ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ เป็นหัวข้อพื้นฐานที่มีหลายคนสนใจและใกล้เคียงกับชีวิตจริง ดังนั้น ELSA Speak จึงรวบรวมคำศัพท์ สำนวน และบทความที่สำคัญทั้งหมดเกี่ยวกับหัวข้อนี้ไว้ในบทความดังต่อไปนี้
คำศัพท์ ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ
ธรรมชาติในภาษาอังกฤษคือ nature และ ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ คําอ่านว่า /ˈneɪ.tʃɚ/ รวมถึงองค์ประกอบต่างๆ รอบตัวมนุษย์แต่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ เช่น สิ่งมีชีวิต ปรากฏการณ์ สิ่งแวดล้อม เป็นต้น
คำศัพท์เกี่ยวกับองค์ประกอบทางธรรมชาติในภาษาอังกฤษ
คำศัพท์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ
| คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
| Soil | /sɔɪl/ | ดิน |
| Water | /ˈwɑː.t̬ɚ/ | น้ำ |
| Climate | /ˈklaɪ.mət/ | ภูมิอากาศ |
| Creature | /ˈkriː.tʃɚ/ | สิ่งมีชีวิต |
| Ocean | /ˈoʊ.ʃən/ | มหาสมุทร |
| Mountain | /ˈmaʊn.tən/ | ภูเขา |
| Forest | /ˈfɔːr.ɪst/ | ป่า |
| Desert | /ˈdez.ɚt/ | ทะเลทราย |
| Island | /ˈaɪ.lənd/ | เกาะ |
| Cave | /keɪv/ | ถ้ำ |
| Atmosphere | /ˈæt.mə.sfɪər/ | อากาศ |
| Humidity | /hjuːˈmɪdəti/ | ความชื้น |
| Temperature | /ˈtempərətʃər/ | อุณหภูมิ |
| Precipitation | /prɪˌsɪpɪˈteɪʃən/ | ปริมาณฝน |
| Dirt | /dɜːt/ | ฝุ่น |

ดูเพิ่มเติม: 50+ คำศัพท์เกี่ยวกับฤดูกาล
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอวกาศ
| คําศัพท์ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
| Asteroid | /ˈæs.tər.ɔɪd/ | อุกกาบาต |
| Comet | /ˈkɒm.ɪt/ | ดาวหาง |
| Constellation | /ˌkɒn.stəˈleɪ.ʃən/ | กลุ่มดาว |
| Eclipse | /ɪˈklɪps/ | อุปราคา |
| Galaxy | /ˈɡæl.ək.si/ | กาแล็กซี |
| Meteor | /ˈmiː.ti.ər/ | ดาวตก |
| Nebula | /ˈneb.jə.lə/ | เนบิวลา |
| Orbit | /ˈɔː.bɪt/ | วงโคจร |
| Planet | /ˈplæn.ɪt/ | ดาวเคราะห์ |
| Solar System | /ˈsəʊ.lər ˈsɪs.təm/ | ระบบสุริยะ ภาษาอังกฤษ |
| Space | /speɪs/ | ช่องว่าง |
| Star | /stɑːr/ | ดาว |
| Universe | /ˈjuː.nɪ.vɜːrs/ | จักรวาล |
| Black Hole | /blæk həʊl/ | หลุมดำ |
| Exoplanet | /ˈek.soʊˌplæn.ɪt/ | ดาวเคราะห์นอกระบบ |
| Moon | /muːn/ | ดวงจันทร์ |
| Satellite | /ˈsæt.əl.aɪt/ | ดาวเทียม |
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ
| คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
| Natural Disaster | /ˈnæʧrəl dɪˈzɑːstəz/ | ภัยพิบัติทางธรรมชาติ |
| Disaster | /di’zɑ:stə/ | ภัยพิบัติ |
| Valanche | /ˈæv.əl.ɑːntʃ/ | หิมะถล่ม |
| Drought | /draʊt/ | ภัยแล้ง |
| Earthquake | /ˈɜːθ.kweɪk/ | แผ่นดินไหว |
| Flood | /flʌd/ | น้ำท่วม |
| Forest fire | /ˈfɒr.ɪst ˌfaɪər/ | ไฟป่า |
| Global warming | /ˌɡləʊ.bəl ˈwɔː.mɪŋ/ | ภาวะโลกร้อน |
| Hailstone | /ˈheɪl.stəʊn/ | ลูกเห็บ |
| Landslide | /ˈlænd.slaɪd/ | ดินถล่ม |
| Salinity intrusion | /səˈlɪn.ə.ti ɪnˈtruː.ʒən/ | การรุกล้ำของน้ำเค็ม |
| Snow storm | /snəʊ stɔːm/ | พายุหิมะ |
| Storm | /stɔːm/ | พายุ |
| Volcanic eruption | /vɒlˈkæn.ɪk ɪˈrʌpt/ | ภูเขาไฟระเบิด |
| Tornado | /tɔːˈneɪ.dəʊ/ | ทอร์นาโด |
| Tsunami | /tsuːˈnɑː.mi/ | สึนามิ |
| Twister | /ˈtwɪs.tər/ | ลมกรด |

คําศัพท์ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ : พลังงานและทรัพยากร
| คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
| Biogas | /ˈbaɪ.əʊˌɡæs/ | ก๊าซชีวภาพ |
| Coal | /kəʊl/ | ถ่านหิน |
| Fossil fuel | /ˈfɒs.əl ˌfjʊəl/ | เชื้อเพลิงฟอสซิล |
| Hydro power | /haɪ.drəʊ ˈpaʊər/ | พลังงานน้ำ |
| Mineral | /ˈmɪn.ər.əl/ | แร่ |
| Natural gas | /ˌnætʃ.ər.əl ˈɡæs/ | ก๊าซธรรมชาติ |
| Nuclear power | /ˌnjuː.kli.ə ˈpaʊər/ | พลังงานนิวเคลียร์ |
| Petroleum | /pəˈtrəʊ.li.əm/ | ปิโตรเลียม |
| Solar power | /ˌsəʊ.lə ˈpaʊər/ | พลังงานแสงอาทิตย์ |
| Wind power | /wɪnd ˈpaʊər/ | พลังงานลม |
| Mineral | /ˈmɪnərəl/ | แร่ |
| Gemstone | /ˈʤɛmstoʊn/ | พลอย |
คำศัพท์ที่ใช้บรรยายธรรมชาติภาษาอังกฤษ
คําศัพท์ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ ที่ใช้อธิบายต้นไม้ พืช ดอกไม้
| คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
| Lush | /lʌʃ/ | เขียวชอุ่ม |
| Grassy | /ɡrɑːsy/ | ปกคลุมไปด้วยหญ้า |
| Floral | /ˈflɔː.rəl/ | ประกอบด้วยดอกไม้ |
| Vivid | /ˈvɪv.ɪd/ | มีชีวิตชีวา |
| Abloom | / əbluːm/ | บานสะพรั่ง |
| Vibrant | /ˈvaɪ.brənt/ | มีสีสัน |
| Dense | /dens/ | หนาแน่น |
| Earthy | /ˈɜː.θi/ | เกี่ยวกับดิน |
| Diversified | /daɪˈvɜː.sɪ.faɪd/ | มีความหลากหลาย |
| Scarce | /skeəs/ | หายาก |
| Dry | /draɪ/ | แห้ง |
| Bare | /beər/ | พอดี |
| Dead | /ded/ | ตาย |
| Oversaturated | /ˈəʊ.vər sætʃ.ər.eɪ.tɪd/ | ความอิ่มตัว |
| Flooded | /ˈflʌd.ɪd/ | มีน้ำขัง |
| Flowering | /flaʊər/ | กำลังออกดอก |
| Budding | /ˈbʌd.ɪŋ/ | กำลังเบ่งบาน |
คําศัพท์ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ ที่ใช้อธิบายภูมิทัศน์
| คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
| Hilly | /hɪl/ | เป็นเนินเขา |
| Mountainous | /ˈmaʊn.tɪ.nəs/ | ภูเขา |
| Wavy | /ˈweɪ.vi/ | คลื่น |
| Rolling | /ˈrəʊ.lɪŋ/ | การม้วนตัว (ของคลื่น) |
| Stormy | /ˈstɔː.mi/ | พายุ |
| Misty | /ˈmɪs.ti/ | หมอก |
| Frigid | /ˈfrɪdʒ.ɪd/ | เยือกเย็น |
| Desolate | /ˈdes.əl.ət/ | รกร้าง |
| Untouched | /ʌnˈtʌtʃt/ | ดั้งเดิม |
| Pristine | /ˈprɪs.tiːn/ | บริสุทธิ์ |
| Tropical | /ˈtrɒp.ɪ.kəl/ | เขตร้อน |
| Arid | /ˈær.ɪd/ | แห้งแล้ง |
คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้อธิบายสภาพอากาศ
| คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย |
| Sunny | /ˈsʌn.i/ | แดดจัด |
| Humid | /ˈhjuː.mɪd/ | เปียก |
| Stifling | /ˈstaɪ.fəl.ɪŋ/ | ร้อน รู้สึกไม่สบายตัว |
| Gloomy | /ˈɡluː.mi/ | มืดมัว |
| Rainy | /reɪn/ | ฝนตก |
| Dry | /draɪ/ | แห้ง |
| Cloudy | /ˈklaʊ.di/ | มีเมฆมาก |
| Foggy | /fɒɡy/ | มีหมอกลง |
| Clear | /klɪər/ | โปร่ง โล่งสบาย |
| Crisp | /krɪsp/ | เย็น |
| Cool | /kuːl/ | เย็นสบาย |
| Windy | /wɪndy/ | ลมแรง |
| Breezy | /ˈbriː.zi/ | มีลมพัด |
| Wet | /wet/ | เปียก |
| Fair | /feər/ | แจ่มใส |
| Mild | /maɪld/ | อบอุ่น |
| Still | /stɪl/ | เงียบ |
| Overcast | /ˈəʊ.və.kɑːst/ | มืดครึ้ม |
ดูเพิ่มเติม:
Idioms เกี่ยวกับธรรมชาติภาษาอังกฤษ
Idioms เกี่ยวกับ ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ

| Idioms | ความหมาย |
| A breath of fresh air | บุคคลหรือสิ่งแปลกใหม่ที่ทำให้รู้สึกสดชื่น |
| To be on cloud nine | มีความสุขสุดๆ |
| To chase rainbows | ต้องการไขว่คว้าในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ |
| To be in full bloom | ดอกไม้กำลังเบ่งบานอย่างสมบูรณ์แบบ |
| To go green | เปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม |
| To be a fish out of water | รู้สึกอึดอัดเพราะอยู่ในสถานที่แปลกหรือไม่เหมาะสม |
| To turn over a new leaf | เริ่มต้นชีวิตใหม่หรือเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ |
| To weather the storm | เอาชนะความยากลำบากและความท้าทาย |
| To be as free as a bird | มีอิสระและไม่ถูกจำกัด |
| To be as clear as crystal | ชัดเจนและเข้าใจง่าย |
| A drop in the ocean | สิ่งเล็กน้อย เรื่องขี้ปะติ๋ว |
| A ray of sunshine | ใช้เพื่อแสดงการมองโลกในแง่ดีและความเชื่อในอนาคตที่สดใส |
| Beat around the bush | พูดอ้อมค้อม หลีกเลี่ยงการพูดถึงเรื่องร้ายแรง |
| Clear as mud | ยากที่จะเข้าใจ |
| Can’t see the wood for the trees | การไม่เข้าใจสถานการณ์โดยรวมเพราะมัวแต่จดจ่อที่จุดเล็ก ๆ |
| Down to earth | กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง |
| Under the weather | การป่วยหรือไม่สบาย |
ดูเพิ่มเติม:
Idioms ทั่วไปเกี่ยวกับธรรมชาติภาษาอังกฤษ
| วลี | ความหมาย |
| In the great outdoors | กลางแจ้ง ในสถานที่ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ |
| Nature’s beauty | ความงามของธรรมชาติ |
| Natural habitat | ถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติของสัตว์หรือพืช |
| Wildlife sanctuary | เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า |
| Scenic view | วิวทิวทัศน์ |
| Nature reserve | เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ |
| Flora and fauna | พืชและสัตว์พื้นถิ่น |
| Natural disaster | ภัยพิบัติทางธรรมชาติ |
| Eco-friendly | เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม |
| Green energy | พลังงานสีเขียว พลังงานสะอาด |
คําคม และ แคปชั่น ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ

| Life hurt, Nature heal. | บางครั้งชีวิตมันก็เจ็บปวด แต่ธรรมชาติจะช่วยเยียวยาเราได้ |
| If Life is a journey, the forest is my destination. | ถ้าชีวิตคือการเดินทาง ปลายทางของฉันคือการเข้าป่า |
| Don’t worry, Beach happy. | ไม่ต้องกลุ้มนะ ชายหาดจะทำให้เธอมีความสุขเอง |
| Watch more sunsets than Netflix. | ออกไปดูเดือน ดูตะวันให้มากกว่าดูเน็ตฟลิกซ์เถอะ |
| On top of mountains and beneath the stars. | บนยอดภูเขาและภายใต้ดวงดาวมากมาย |
| I have a therapist, her name is nature. | ฉันมีนักบำบัดที่ชื่อ “ว่าธรรมชาติ” |
| Air, mountains, tree, people. I thought this is what it is to be happy. | อากาศ ภูเขา ต้นไม้ และผู้คน เป็นสิ่งที่ฉันคิดว่า ทำให้ฉันมีความสุข |
| Colors are the smile of nature. | สีสันต่างๆ ที่เห็น คือรอยยิ้มของธรรมชาติ |
| Jobs fill your pockets, nature fill your soul. | การทำงานเต็มเติมเงินในกระเป๋า แต่ธรรมชาติเต็มเต็มจิตวิญญาณ |
| Head in the clouds, on to the next destination. | เพ้อฝันและจินตนาการไปสู่ที่ท่องเที่ยวในครั้งหน้า |
| If you truly love nature, you will find beauty everywhere. | หากคุณรักธรรมชาติอย่างแท้จริง คุณจะพบกับความสวยงามได้ทุกที่ |
| Study nature, love nature, stay close to nature. It will never fail you. | ให้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ รักธรรมชาติ ใกล้ชิดกับธรรมชาติ มันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง |
| My wish is to stay always like this, living quietly in a corner of nature. | ความปรารถนาของฉันคือการอยู่แบบนี้ตลอดไป ใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบในมุมหนึ่งของธรรมชาติ |
| Look deep into nature, and then you will understand everything better. | มองให้ลึกลงไปในธรรมชาติแล้วคุณจะเข้าใจทุกอย่างดีขึ้น |
| Sun, Sand, and Pineapple in hand. | พระอาทิตย์ หาดทราย และสับปะรดในมือ |
| Nature is a mutable cloud which is always and never the same. | ธรรมชาติก็เหมือนก้อนเมฆ เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอและไม่เคยเหมือนเดิม |
| Autumn is a second spring when every leaf is a flower. | การที่ใบไม้เปลี่ยนสีก็มีสีสันมากมายไม่ต่างกับสีสันของดอกไม้ |
บทความที่ใช้คําศัพท์เกี่ยวกับธรรมชาติภาษาอังกฤษ
Natural disasters are always a tragedy for humanity. Phenomena such as floods, earthquakes, hurricanes, or forest fires have the potential to devastate everything in terms of human lives and property. One of the heartbreaking scenes is the sight of houses being swept away, gardens vanishing, and the loss of loved ones. However, natural disasters also serve as a time when humans demonstrate unity and compassion. We come together to support and rebuild what has been lost.
ความหมาย
ภัยพิบัติทางธรรมชาติถือเป็นโศกนาฏกรรมสำหรับมนุษยชาติมาโดยตลอด ปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุเฮอริเคน หรือไฟป่า มีศักยภาพทำลายล้างทุกสิ่งในชีวิตและทรัพย์สินของมนุษย์ ฉากที่สะเทือนใจฉากหนึ่งคือภาพบ้านเรือนถูกพัดพัง สูญหาย และการสูญเสียคนที่รัก อย่างไรก็ตาม ภัยพิบัติทางธรรมชาติยังเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์แสดงความสามัคคีและความเห็นอกเห็นใจซึ่งกัน ดังนั้นเรามาร่วมกันสนับสนุนและฟื้นฟูสิ่งที่สูญเสียไปกันเถอะ

แบบฝึกหัดการประยุกต์ใช้คำศัพท์
เลือกคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เหมาะสมแล้วเติมลงใน ประโยคภาษาอังกฤษเกี่ยวกับธรรมชาติ
- _____ is used to produce fuel for vehicles.
A. Wave power
B. Gem
C. Timber
D. Petroleum - Bengal Tigers is one of the most _____ in India.
A. environmental pollution
B. endangered species
C. biodiversity
D. groundwater - After the _____, it took weeks for the water level to go down.
A. flood
B. wildfire
C. drought
D. landslide - When you live in the _____, water is your most vital resource.
A. meadow
B. valley
C. desert
D. hill - Some books suggest that this _____ caused a significant tsunami.
A. avalanche
B. drought
C. earthquake
D. famine - We’re having the party in the garden, so I’m praying it’ll be _____.
A. sunny
B. foggy
C. gloomy
D. cloudy - Much of the coast has been _____ by trash and plastic bottles.
A. reduced
B. preserved
C. controlled
D. contaminated - We could hear waves crashing against the _____.
A. shore
B. canyon
C. volcano
D. waterfall - He announced that tomorrow is rather _____, a good day for a picnic.
A. foggy
B. windy
C. gloomy
Dhumid - _____ is the conversion of energy from sunlight into electricity
A. Wind power
B. Solar power
C. Wave power
D. Nuclear power
คำตอบ
| 1.D | 2.B | 3.A | 4.C | 5.C |
| 6.A | 7.D | 8.A | 9.B | 10.B |
คำถามที่พบบ่อย
ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ มีอะไรบ้าง?
ธรรมชาติรวมถึงอากาศ (atmosphere) ภูมิอากาศ (climate) น้ำ (water) ทรัพยากรธรรมชาติ (natural resource) สิ่งมีชีวิต (creature)…
ธรรมชาติภาษาอังกฤษเขียนแบบไหน?
ธรรมชาติภาษาอังกฤษ เขียนว่า Nature เขียนดังนี้ N-A-T-U-R-E
Natural อ่านว่าอะไร?
Natural อ่านว่า /ˈnætʃ.ɚ.əl/
จากบทเรียนนี้ คุณสามารถเข้าใจได้ว่าคำศัพท์ คําคมธรรมชาติ ภาษาอังกฤษ เป็นความรู้ที่สำคัญในกระบวนการเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อให้คุณสามารถแสดงความรักต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบได้ ELSA Speak หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเพิ่มพูนคำศัพท์และพัฒนาความสามารถในการสื่อสารของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาสำรวจหัวข้อที่น่าสนใจเพิ่มเติมกับ ELSA Speak ผ่านบทเรียนที่มีเนื้อหาคล้ายกันดังต่อไปนี้
คำกริยารูปปกติ (Infinitive) เป็นความรู้ขั้นพื้นฐานที่ไม่สามารถมองข้ามได้หากคุณต้องการพิชิตคะแนนสูงสุดในการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาหรือการสอบ IELTS ในบทความของวันนี้ ELSA Speak จะแบ่งปันความรู้ที่สมบูรณ์ที่สุดที่ควรทราบเกี่ยวกับหัวข้อไวยากรณ์นี้กับคุณ ศึกษาบทความตอนนี้เลยเพื่อเรียนให้ดีขึ้นทุกวัน!
ภาพรวมของคำกริยา infinitive
Verb infinitive คืออะไร?
Verb infinitive คือรูปแบบพื้นฐานของคำกริยาในภาษาอังกฤษ กริยารูปนี้มี 2 แบบ คือ มี to และไม่มี to:
- Infinitive มี “to” ตัวอย่าง: She decided to go to Korea. (เธอตัดสินใจไปเกาหลี)
- Infinitive ไม่มี “to” ตัวอย่าง: I’d rather not eat chicken. (ฉันไม่อยากกินไก่)
ตัวอย่างอื่นๆ:
- I want to eat bread.
- I must wash dishes.
รูปแบบของ verb infinitive
ในภาษาอังกฤษ เมื่อพูดถึง infinitive โดยปกติเราจะพูดถึง infinitive ในรูปแบบ Present ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยที่สุดและได้เจอมากที่สุด อย่างไรก็ตาม infinitive ยังมีรูปแบบอื่นอีกสี่รูปแบบ ได้แก่:
- Infinitive ในรูปของ perfect
- Infinitive ในรูปของ perfect continuous
- Infinitive ในรูปของ continuous
- Infinitive ในรูป passive
อย่างไรก็ตาม ในบทความนี้เราจะเน้นไปที่การแนะนำเกี่ยวกับ infinitive ในรูปแบบ Present เท่านั้น โดย infinitive ในรูปแบบ Present มี 2 รูปแบบดังนี้:
- Infinitive มี “to” = to + ส่วนดั้งเดิม
- Zero infinitive = ส่วนดั้งเดิม
ตัวอย่าง:
| infinitive มี “to” | Zero infinitive |
| to go | go |
| to become | become |
| to eat | eat |
| to wash | wash |
Infinitive รูปแบบปฏิเสธในภาษาอังกฤษเกิดจากการวางคำ “not” หน้ารูป infinitive ใดๆ ตัวอย่างเช่น:
- I decided not to go to Thailand. (ฉันตัดสินใจว่าจะไม่ไปประเทศไทย)
- I’d rather not vegetable. (ฉันไม่อยากกินผัก)
>>> Read more:
- รูปแบบของ verb to be มีอะไรบ้าง
- Gerund and infinitive – หลักการใช้และแบบฝึกหัด
โครงสร้างและการใช้ infinitive ที่มี “to”
Infinitive ใช้เป็นประธานในประโยค
กริยา infinitive ที่มี “to” มักใช้เป็นประธานในประโยค ตัวอย่างเฉพาะได้แก่:
- To visit Korea is my life-long dream. (การได้ไปเที่ยวเกาหลีคือความฝันตลอดชีวิตของฉัน)
- To become a famous writer is her goal. (การเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงคือเป้าหมายของเธอ)
Infinitive ใช้เป็นกรรมในประโยค
Infinitive ใช้เป็นกรรมของกริยา
กรรมของกริยา: ความรู้ทางไวยากรณ์นี้มาหลังคำกริยาบางคำ (เรียนรู้ที่นี่) ซึ่งใช้เป็นกรรมของคำกริยาเหล่านั้น
ตัวอย่างเช่น: It’s very important for Anna to be patient with her little brother ตารางคำกริยาบางคำที่ตามด้วย “to infinitive” (คำกริยา + to V infinitive):
| ลําดับ | กริยา (Verbs) | ความหมาย (Meaning) | ลําดับเลขที่ | กริยา (Verbs) | ความหมาย (Meaning) |
| 1 | Hope | หวัง | 13 | seem | ดูเหมือน |
| 2 | Offer | แนะนำ | 14 | Decide | ตัดสินใจ |
| 3 | Expect | คาดหวัง | 15 | Manage | จัดการ |
| 4 | Plan | วางแผน | 16 | Agree | เห็นด้วย |
| 5 | Refuse | ปฏิเสธ | 17 | Afford | ตอบสนอง |
| 6 | Want | ต้องการ | 18 | Arrange | จัด |
| 7 | Promise | สัญญา | 19 | Appear | ดูเหมือน |
| 8 | Pretend | แกล้งทำ | 20 | Learn | เรียนรู้ |
| 9 | Fail | ล้มเหลว | 21 | Would like | อยากจะ |
| 10 | Attempt | พยายาม | 22 | Offer | เสนอ |
| 11 | Tend | มีแนวโน้ม | 23 | Intend | ตั้งใจ |

เรียนรู้วิธีแต่งประโยคภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องและมั่นใจได้ที่นี่เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารของคุณ
Infinitive ใช้เป็นกรรมของคำคุณศัพท์
นอกจากนี้ infinitive ยังใช้เป็นกรรมของคำคุณศัพท์ภาษาอังกฤษอีกด้วย ตัวอย่างเช่น:
- It’s good to talk with you. (ดีใจที่ได้คุยกับคุณ)
- It’s important for Tony to be patient with his little sister. (สิ่งสำคัญคือโทนี่จะต้องอดทนกับน้องสาวของเขา)
Infinitive ใช้ในโครงสร้าง Verbs + Object + To infinitive
เรามักจะใช้โครงสร้าง “to + V infinitive” ถ้ามีกริยาต่อไปนี้อยู่ข้างหน้า:
| เลขที่ | กริยา (Verbs) | ความหมาย (Meaning) | เลขที่ | กริยา (Verbs) | ความหมาย (Meaning) |
| 1 | Advise | แนะนำ | 14 | Invite | เชิญ |
| 2 | Allow | อนุญาต | 15 | Need | ต้องการ |
| 3 | Ask | ถาม | 16 | Order | สั่ง |
| 4 | Beg | ร้องขอ | 17 | Permit | อนุญาต |
| 5 | Cause | ทำให้ | 18 | Persuade | โน้มน้าวใจ |
| 6 | Challenge | ท้าทาย | 19 | Remind | เตือน |
| 7 | Convince | โน้มน้าวใจ | 20 | Require | ขอ |
| 8 | Encourage | ให้กำลังใจ | 21 | Recommend | แนะนำ |
| 9 | Expect | คาดหวัง | 22 | Teach | สอน |
| 10 | Forbid | ห้าม | 23 | Tell | บอก |
| 11 | Force | บังคับ | 24 | Urge | กระตุ้น |
| 12 | Hire | จ้าง | 25 | Want | ต้องการ |
| 13 | Instruct | สั่งสอน | 26 | Warn | เตือน |
ตัวอย่างเช่น:
- My teach allowed me to use her headphones. (ครูของฉันอนุญาตให้ฉันใช้หูฟังของเธอ)
- I ask my mom recipe to cook a meal. (ฉันขอสูตรทำอาหารจากแม่)
Infinitive อยู่หลังสรรพนามคำถาม
นอกจากนี้ infinitive ในภาษาอังกฤษยังมาหลังสรรพนามคำถามอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เราควรทราบว่า to V infinitive จะไม่อยู่หลังคำใช้เพื่อถาม Why ตัวอย่างเช่น:
- My mom asked me how to use an oil-free fryer. (แม่ถามฉันวิธีใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน)
- You can tell me when to press the button. (คุณสามารถบอกฉันได้ว่าจะกดปุ่มเมื่อใด)
โครงสร้างและการใช้ infinitive ที่ไม่มี “to”
Infinitive มาพร้อมกับคำกริยา เช่น make/ let/ help
S + Make/ Let/ Help + Object + V infinitive
ตัวอย่างเฉพาะ:
- His parents let him stay out late. (พ่อแม่ของเขาปล่อยให้เขาออกไปข้างนอกสาย)
- Let’s go to the station tonight. (คืนนี้ไปที่สถานีกัน)

Infinitive มาหลังคำกริยาแสดงความรู้สึก
S + Verbs of perception + Object + V infinitive/ V-ing
- กิริยาที่บ่งบอกการรับรู้ (hear, sound, smell, taste, feel, watch, notice, see, listen, find,…) + O + V infinitive
- กิริยาที่บ่งบอกการรับรู้ (hear, sound, smell, taste, feel, watch, notice, see, listen, find,…) + O + V-ing
ตัวอย่างเฉพาะ:
- I saw my friend get on the taxi. (ฉันเห็นเพื่อนขึ้นแท็กซี่)
- We saw him closing his eyes. (เราเห็นเขากำลังหลับตาลง)
Infinitive อยู่ข้างหลัง “had better”
ตัวอย่างรายละเอียดบางอย่างของ infinitive ที่ไม่มี “to” อยู่หลัง “had better” ได้แก่:
- They had better take some warm clothing. (พวกเขาควรจะสวมเสื้อผ้าที่อบอุ่น)
- You’d better give your friend your address. (คุณควรให้ที่อยู่ของคุณแก่เพื่อนของคุณ)
| วิธีใช้ had better และ modal verb อื่น ๆ คืออะไร? มาศึกษาจากบทความเรื่อง “Modal Verb คืออะไร? คำจำกัดความ ตัวอย่าง วิธีใช้งานที่เข้าใจง่าย” ด้านล่างนี้เลย |
Infinitiveใช้ร่วมกับ Why
การใช้ infinitive ที่ไม่มี “to” ร่วมกับ Why เมื่อให้คำแนะนำ เช่น
- Why wait until tomorrow? (ทำไมต้องรอถึงพรุ่งนี้)
- Why walk when we can go in the car? (จะเดินทำไมในเมื่อเราใช้รถยนต์ได้?)
>>> Read more:

แบบฝึกหัด Infinitive ด้านไวยากรณ์ในภาษาอังกฤษ
เพื่อให้เข้าใจความรู้ด้านไวยากรณ์ของ Infinitive ในภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น ให้ฝึกฝนแบบฝึกหัดต่อไปนี้:
แบบฝึกหัด: ใส่รูปแบบคำกริยาที่ถูกต้องในวงเล็บ:
- He wanted (see) _____________________the house where the president was born.
- He is expected (arrive) _____________________in a few days.
- I would like him (go) ________ to a university but I can’t (make) ________ him go.
- I arranged (meet) _____________________them there.
- He urged us (work) _____________________faster.
- I wish (see) _____________________the manager.
- He warned her (not touch) _____________________the wire.
- Don’t forget (lock) _____________________the door before going to bed.
- My mother told me (not speak) _____________________to anyone about it.
- He tried (explain) ________but she refused (listen) ______.
- He decided (disguise) __________________ himself by dressing as a woman.
- I am prepared (wait) _____________________here all night if necessary.
- Would you mind showing me how (work) _____________________the lift.
- After walking for three hours we stopped (rest) ________ and let the others (catch) ____ up with us.
- I am beginning (understand) _____________________what you mean.
- I regret (inform) _____________________you that your application has been refused.
- I don’t allow my family (smoke) _____________________at all.
- I tried (persuade) ____________him (agree) _________with your proposal.
- Your windows need (clean) __________. Would you like me (do) ___________them for you?
- Stop (talk) _____________. I am trying (finish) ________a letter.
- His doctor advised him (give) _____________________up jogging.
- Some people seem (have) _____________the passion for writing to the newspapers.
- He expects me (answer) _____________by return but I have no intention of replying at all.
- He postponed making a decision until it was too late (do) _____________anything.
- Try (forget) _____________it. It isn’t worth worrying about it.
- The horse won’t be well enough (run) _______ in tomorrow’s race. He doesn’t seem (have) _______ recovered from his long journey.
- It wouldn’t be safe (start) _____________down now; we will have (wait) _____________till the mist clears.
- It’s not much use having a bike if you don’t know how (use) _____________it.
- I distinctly remember (pay) _____________him. I gave him 2$.
- Did you remember (give) _____________him the key of the safe? – No, I didn’t. I will go and do it now.
| คุณสามารถทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจ have has ใช้ยังไง ในบทความนี้ มาลองอ่านบทความเพื่อเรียนรู้วิธีใช้ have และ has ให้ถูกต้องกันเถอะ |
คำตอบ:
| 1. to see | 2. to arrive | 3. to go – make | 4. to meet |
| 5. to work | 6. to see | 7. not to touch | 8. to lock |
| 9. not to speak | 10. to explain – to listen | 11. to disguise | 12. to wait |
| 13. to work | 14. to rest – catch | 15. to understand/ understanding | 16. to inform |
| 17. to smoke | 18. to persuade – to agree | 19. to be cleaned/ cleaning – to do | 20. talking – to finish |
| 21. to give | 22. to have | 23. to answer | 24. to do |
| 25. to forget | 26. to run – to have | 27. to start – to wait | 28. to use |
| 29. paying | 30. giving |
ข้างต้นคือความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับกริยา infinitive ในภาษาอังกฤษ หวังว่าความรู้เหล่านี้จะช่วยให้คุณพิชิตความรู้ด้านไวยากรณ์อย่างง่ายที่สุด หากคุณยังคงมีคำถามเกี่ยวกับความรู้ด้าน infinitive โปรดติดต่อ ELSA Speak โดยตรงเพื่อขอคำแนะนำและคำตอบที่ละเอียดที่สุดจากเรา!
WH Question เป็นคำถามประเภทหนึ่งที่ใช้กันทั่วไปในการค้นหาข้อมูลโดยละเอียด เช่น บุคคล สิ่งของ เวลา สถานที่ หรือเหตุผล อย่างไรก็ตาม ผู้เรียนหลายคนมักสับสนระหว่างคำถาม เช่น What Which Who และ Whom ทำให้เกิดคำถามที่ไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์หรือไม่เหมาะสม ตาม ELSA Speak มาทำความเข้าใจวิธีการใช้คําเพื่อถามใน WH Question อย่างถูกต้อง เพื่อให้คุณสามารถสร้างประโยคที่ถูกต้องและเป็นธรรมชาติ
WH question คืออะไร? วิธีใช้ WH questions
WH Question เป็นคำถามประเภทหนึ่งในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลโดยละเอียด และมักเริ่มต้นด้วยคำถามประเภท WH เช่น what, who, where, when, why, which…
คำถามที่ใช้บ่อยสำหรับคำถามประเภทนี้ ได้แก่:
| คำใช้เพื่อถาม | ความหมาย | wh-question ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| Who | ใคร ผู้ใด | Who are you? – คุณคือใคร? |
| Whom | ใคร (ใช้เมื่อถามถึงสิ่งที่เป็นวัตถุ ซึ่งก็คือบุคคล) | Whom did you meet yesterday? – เมื่อวานคุณเจอใครบ้าง? |
| Where | ที่ไหน – สอบถามสถานที่ | Where did she live in France? – เธออาศัยอยู่ที่ไหนในฝรั่งเศส? |
| What | อะไร สิ่งใด | What is the best vacuum cleaner on the market?– เครื่องดูดฝุ่นที่ดีที่สุดในตลาดคือยี่ห้ออะไร? |
| When | เมื่อไร – ถามเวลา | When will you go to school? – คุณจะไปโรงเรียนเมื่อไหร่? |
| Why | ทำไม – ถามสาเหตุ | Why don’t you pay for this item? – ทำไมคุณไม่ชำระค่าสินค้าชิ้นนี้? |
| Which | ถามเกี่ยวกับตัวเลือก อันไหน / คนไหน | Which is the best choice in this situation?– ในสถานการณ์นี้ ตัวเลือกใดดีที่สุด? |
| Whose | ของใคร – ถามถึงความเป็นเจ้าของ | Whose white cat is this? – แมวสีขาวของใคร? |
| How | อย่างไร/โดยวิธีการใด (ถามเกี่ยวกับวิธีการ สถานะ) | How do you go to work? – คุณเดินทางไปทำงานอย่างไร? |

>>> อ่านเพิ่มเติม: Gerund and infinitive – การใช้และแบบฝึกหัด
รวมวิธีการใช้คำถาม WH-Question ทั้ง 9 ประเภท
Who
Who เป็นคำที่ใช้เมื่อต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล มักปรากฏในประโยคที่ถามถึงตัวตน บทบาท ตำแหน่ง หรือบุคคลที่กำลังกระทำการใด ๆ
ตัวอย่าง:
- Who is your English teacher? (ครูสอนภาษาอังกฤษของคุณคือใคร?)
→ My English teacher is Mr. David. (ครูสอนภาษาอังกฤษของฉันคือคุณครูเดวิด) - Who sent this email? (ใครเป็นคนส่งอีเมลนี้?)
→ Anna sent this email. (แอนนาเป็นคนส่งอีเมลนี้) - Who will lead the meeting tomorrow? (พรุ่งนี้ใครจะเป็นผู้นำการประชุม?)
→ The marketing manager will lead the meeting. (ผู้จัดการฝ่ายการตลาดจะเป็นผู้นำการประชุม)

Where
Where เป็นคำถามที่ใช้ถามเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของเหตุการณ์ สถานที่ที่บุคคลนั้นอยู่ หรือสถานที่ที่กิจกรรมกำลังดำเนินอยู่
ตัวอย่าง:
- Where do you live? (คุณอาศัยอยู่ที่ไหน?)
→ I live in Bangkok. (ฉันอาศัยอยู่ในกรุงเทพ) - Where is the nearest hospital? (โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน?)
→ The nearest hospital is on Phra Ram 9. (โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอยู่บนถนนพระราม 9) - Where did they meet for the first time? (พวกเขาพบกันครั้งแรกที่ไหน?)
→ They met at a coffee shop. (พวกเขาพบกันที่ร้านกาแฟ)

What
What เป็นคำถามที่ใช้กันทั่วไปใน WH Question เพื่อถามเกี่ยวกับสิ่งของ กิจกรรม ข้อมูล หรืออาชีพ คำถามประเภทนี้มีความหลากหลายเพราะสามารถใช้ได้ในหลายสถานการณ์
ตัวอย่าง:
- What is in your bag? (ในกระเป๋าของคุณมีอะไร?)
→ There is a book in my bag. (ในกระเป๋าของฉันมีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง) - What did you do yesterday? (เมื่อวานคุณทำอะไร?)
→ I visited my grandparents yesterday. (เมื่อวานฉันไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่า) - What is your phone number? (เบอร์โทรศัพท์ของคุณคืออะไร?)
→ My phone number is 0987 123 456. (เบอร์โทรศัพท์ของฉันคือ 0987 123 456)

When
When เป็นคำถามที่ใช้เมื่อต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับเวลา เช่น จุดเวลาที่เฉพาะเจาะจง วันที่ หรือช่วงเวลาที่เหตุการณ์เกิดขึ้น
ตัวอย่าง:
- When does the movie start? (ภาพยนตร์เริ่มฉายเมื่อไหร่?)
→ It starts at 7 p.m. (เริ่มฉายเวลา 19.00 น.) - When is the assignment deadline? (กำหนดส่งงานคือเมื่อไหร่?)
→ The deadline is next Monday. (กำหนดส่งคือวันจันทร์หน้า) - When will you come back? (คุณจะกลับมาเมื่อไหร่?)
→ I will come back next week. (ฉันจะกลับมาสัปดาห์หน้า)

Why
Why เป็นคำถามที่ใช้เมื่อต้องการทราบเหตุผล สาเหตุ หรือแรงจูงใจเบื้องหลังการกระทำหรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง
ตัวอย่าง:
- Why did you leave your job? (ทำไมคุณถึงลาออกจากงาน?)
→ I left because I wanted a new opportunity. (ฉันลาออกเพราะฉันต้องการหาโอกาสใหม่) - Why is the door locked? (ทำไมประตูถึงล็อก?)
→ The door is locked because the office is closed. (ประตูถูกล็อกเพราะสำนักงานปิดทำการแล้ว) - Why do you think that way? (ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้น?)
→ Because I have experienced a similar situation before. (เพราะฉันเคยเจอสถานการณ์คล้าย ๆ แบบนี้มาก่อนแล้ว)

Which
Which เป็นคำที่ใช้ถามเมื่อมีตัวเลือกเฉพาะหลายอย่าง และผู้ถามต้องการระบุตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่ง ต่างจาก What (คำถามปลายเปิด) Which มักใช้เมื่อตัวเลือกมีจำกัด
ตัวอย่าง:
- Which dress do you like? (คุณชอบชุดเดรสไหน?)
→ I like the blue dress. (ฉันชอบชุดเดรสสีฟ้า) - Which bus goes to the airport? (รถประจำทางสายไหนไปสนามบิน?)
→ Bus number 12 goes to the airport. (รถประจำทางหมายเลข 12 ไปสนามบิน) - Which movie did you watch last night? (เมื่อคืนคุณดูหนังเรื่องอะไร?)
→ I watched the new action movie. (ฉันดูหนังแอ็คชั่นเรื่องใหม่)

Whose
Whose เป็นคำถามที่ใช้ถามเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของ หมายถึงการหาข้อมูลว่าใครเป็นเจ้าของสิ่งของหรือวัตถุนั้น ๆ
ตัวอย่าง:
- Whose book is this? (หนังสือเล่มนี้เป็นของใคร?)
→ It is my brother’s book. (เป็นหนังสือของพี่ชายฉัน) - Whose car is parked outside? (รถที่จอดอยู่ข้างนอกเป็นของใคร?)
→ It is Mr. Naam’s car. (เป็นรถของคุณนํ้า) - Whose phone is ringing? (โทรศัพท์ใครกำลังดัง?)
→ It is Ly’s phone. (โทรศัพท์ของลี่)

Whom
Whom เป็นคำถามที่ใช้ถามเกี่ยวกับบุคคล แต่ในประโยคนี้มันทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค (ผู้รับการกระทำ) ในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน “whom” มักถูกแทนที่ด้วย “who” แต่ก็ยังคงใช้กันทั่วไปในงานเขียนที่เป็นทางการ
ตัวอย่าง:
- Whom did you meet yesterday? (เมื่อวานคุณเจอใคร?)
→ I met my teacher yesterday. (เมื่อวานฉันเจอคุณครูของฉัน) - Whom are you talking to? (คุณกำลังคุยกับใครอยู่?)
→ I am talking to my friend. (ฉันกำลังคุยกับเพื่อนของฉัน) - Whom should I contact for more information? (ฉันควรติดต่อใครเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม?)
→ You should contact the manager. (คุณควรติดต่อผู้จัดการ)

How
How เป็นคำถามที่ใช้สอบถามเกี่ยวกับลักษณะ สภาพ หรือระดับของเหตุการณ์ นอกจากนี้ “how” มักใช้ร่วมกับคำอื่น ๆ เช่น how much, how many, how long… เป็นต้น เพื่อถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาณ เวลา หรือความถี่
ตัวอย่าง:
- How are you today? (วันนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง?)
→ I’m fine, thank you. (ฉันสบายดี ขอบคุณนะ) - How did you learn English so well? (คุณเรียนภาษาอังกฤษได้ดีขนาดนี้ได้อย่างไร?)
→ I practiced speaking every day. (ฉันฝึกพูดทุกวัน) - How much does this book cost? (หนังสือเล่มนี้ราคาเท่าไหร่?)
→ It costs 10 dollars. (ราคา 10 ดอลลาร์)

| คำเพื่อถาม | ความหมาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| How | อย่างไร | How are you today? (วันนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง?) |
| How much | เท่าไหร่ (นับไมได้) | How much does this shirt cost? (เสื้อตัวนี้ราคาเท่าไหร่?) |
| How many | จํานวนเท่าไหร่ (นับได้) | How many students are in the class? (มีนักเรียนกี่คนในชั้นเรียน?) |
| How long | นานแค่ไหน | How long will the meeting last? (การประชุมจะใช้เวลานานเท่าใด?) |
| How often | บ่อยแค่ไหน | How often do you exercise? (คุณออกกำลังกายบ่อยแค่ไหน?) |
| How far | ไกลแค่ไหน | How far is the airport from here? (สนามบินอยู่ห่างจากที่นี่แค่ไหน?) |
| How old | อายุเท่าไหร่ | How old are you? (คุณอายุเท่าไร?) |
| How tall | สูงเท่าไหร่ | How tall is your brother? (พี่ชายของคุณสูงเท่าไหร่?) |
| How fast | เร็วแค่ไหน | How fast can this car go? (รถคันนี้สามารถไปได้เร็วแค่ไหน?) |
| How late | สายแค่ไหน / ถึงกี่โมง | How late is the store open? (ร้านเปิดถึงกี่โมงคะ?) |
คำทั้งสามคำคือ “Who,” “Whom,” และ “Whose” ล้วนใช้ถามเกี่ยวกับบุคคล แต่มีบทบาททางไวยากรณ์ที่แตกต่างกันในประโยค ตารางด้านล่างนี้แสดงความแตกต่างของคำถามทั้งสามคำนี้:
| คำเพื่อถาม | ความหมาย | ตัวอย่าง | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| Who | ใช้เมื่อถามเกี่ยวกับประธาน (บุคคลที่กระทำกริยา) | Who called you last night? | เมื่อคืนใครโทรหาคุณ? |
| Whom | ใช้เมื่อถามเกี่ยวกับกรรม (บุคคลที่รับกริยา) | Whom did you see in the park? | คุณเห็นใครในสวนสาธารณะ? |
| Whose | ใช้เมื่อถามเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของ (สิ่งใดเป็นของใคร) | Whose book is this? | หนังสือเล่มนี้เป็นของใคร? |
โครงสร้าง WH question
โครงสร้างของ WH question ประกอบด้วยอะไรบ้าง และมีสองกรณีดังนี้: โครงสร้างที่มีกริยาช่วยหรือ Modal verb และโครงสร้างที่ไม่มีกริยาช่วยหรือ Modal verb
โครงสร้างของ WH question เมื่อมีกริยาช่วยหรือ Modal verb
ในกรณีนี้ คำถามจะมีโครงสร้างแบบ:
| WH-question + (Auxiliary verb/Model verb) + Subject + Verb + …? |
กริยาช่วยในกรณีนี้ประกอบด้วย do, does และกริยา to be
Modal verb ได้แก่ will, shall, could, can, must, should, might หรือ may…
ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น WH question ถูกใช้เพื่อรับข้อมูล ดังนั้นในการตอบกลับ คุณต้องให้ข้อมูลผู้ถามแทนที่จะตอบ Yes, No อย่างเดียว
>> ดูเพิ่มเติม: Question Tag หรือคำถาม Yes-No ใช้ยังไง?
wh-question ตัวอย่าง:
1. Who are you? – I am her nephew. (คุณเป็นใคร? – ผมเป็นหลานชายของเธอ)
2. Where are my books? –They are on the bookshelf in her room.
(หนังสือของฉันอยู่ที่ไหน? –พวกมันอยู่บนชั้นหนังสือในห้องของเธอ)
3.Why are you crying? –I miss him. (คุณร้องไห้ทำไม? – ฉันคิดถึงเขา)
4. Whose is this cat? –Mine. (แมวตัวนี้ของใคร? – มันเป็นของฉัน)
5. When can you go to the market? – I think it is about 10 am. (คุณสามารถไปตลาดได้เมื่อไหร่? – ฉันคิดว่าน่าจะประมาณ 10 โมงนะคะ)
6. Which is the best laptop for my work? –I don’t know. (แล็ปท็อปตัวไหนที่ดีที่สุดสำหรับงานของฉัน – ฉันไม่รู้)

โครงสร้างประโยค wh-question สรุปตามกาลทั้ง 12 แบบ:
| กาล | โครงสร้าง WH Question | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ปัจจุบันกาลธรรมดา (Present Simple) | WH + do/does + S + V1? | What do you do every day? (ในทุกๆวัน คุณมักจะทำอะไร?) |
| ปัจจุบันกาลต่อเนื่อง (Present Continuous) | WH + am/is/are + S + V-ing? | What are you doing now? (ตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่?) |
| ปัจจุบันกาลสมบูรณ์ (Present Perfect) | WH + have/has + S + V3/ed? | Where have you been? (คุณไปอยู่ที่ไหนมา?) |
| ปัจจุบันกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง (Present Perfect Continuous) | WH + have/has + S + been + V-ing? | How long have you been studying English? (คุณเรียนภาษาอังกฤษมานานแค่ไหนแล้ว?) |
| อดีตกาลธรรมดา (Past Simple) | WH + did + S + V1? | Where did you go yesterday? (เมื่อวานคุณไปที่ไหน?) |
| อดีตกาลต่อเนื่อง (Past Continuous) | WH + was/were + S + V-ing? | What were you doing at 8 p.m.? (ตอน 20.00 น. คุณกำลังทำอะไรอยู่?) |
| อดีตกาลสมบูรณ์ (Past Perfect) | WH + had + S + V3/ed? | Why had she left before the meeting? (ทำไมเธอถึงออกไปก่อนการประชุม?) |
| อดีตกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง (Past Perfect Continuous) | WH + had + S + been + V-ing? | How long had they been waiting? (พวกเขารอมานานแค่ไหนแล้ว?) |
| ประโยคอนาคตกาล (Future Simple) | WH + will + S + V1? | When will you arrive? (คุณจะมาถึงเมื่อไหร่?) |
| กาลอนาคตอันใกล้ – be going to (Near Future) | WH + am/is/are + S + going to + V1? | What are you going to do tonight? (คืนนี้คุณจะทำอะไร?) |
| อนาคตกาลกำลังกระทำอยู่ (Future Continuous) | WH + will + S + be + V-ing? | What will you be doing this time tomorrow? (พรุ่งนี้เวลานี้ คุณจะทำอะไร?) |
| อนาคตกาลสมบูรณ์ (Future Perfect) | WH + will + S + have + V3/ed? | When will you have finished the project? (เมื่อไหร่คุณจะทำโครงการนี้เสร็จ?) |
โครงสร้างของ WH question เมื่อไม่มีกริยาช่วยหรือ Modal verb
ประโยคคําถามภาษาอังกฤษมีโครงสร้างดังนี้:
| WH-question + V + …? |
กรณีนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเราใช้คำถามว่า What, which, who หรือ whose ซึ่งถือเป็นประธานหรือส่วนหนึ่งของประธานในประโยค กริยาช่วยในกรณีนี้ไม่จำเป็น
WH question ตัวอย่าง:
1. Which fruit to eat? – Apple in the basket. (ผลไม้อะไรน่ากิน – แอปเปิลในตะกร้า)
2. Whose dog is barking? – His dog. (สุนัขของใครเห่า? – สุนัขของเขา)
3. Who did this? – One of my friends did it. (ใครเป็นคนทำสิ่งนี้ – เพื่อนของฉันเป็นคนทำ)

WH question อยู่ในรูปแบบปฏิเสธ
ในรูปแบบปฏิเสธ คุณเพียงต้องเพิ่มกริยาช่วย “do” ในรูปแบบปฏิเสธของกริยาตามกาลที่ถูกต้อง โดยไม่จำเป็นต้องแทนที่ด้วยกริยาช่วยหรือ Modal verb อื่น ๆ
wh-question ตัวอย่าง:
1. Which restaurant didn’t open during this period? => Which restaurant doesn’t open during this period?
(ร้านไหนเปิดช่วงนี้บ้าง? =>ร้านไหนไม่เปิดช่วงนี้?)
2. Who went to this house? => Who didn’t go to this house?
(ใครไปบ้านหลังนี้? => ใครไม่ได้ไปบ้านหลังนี้?)
หมายเหตุ: เพื่อเน้นความสนใจของคุณเมื่ออยากถามข้อมูลโดยใช้ WH question ให้เติมหรือเน้นคำกริยาช่วย “do” ในประโยค คุณสามารถเห็นวิธีนี้อย่างชัดเจนเมื่อสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ
- เน้นกริยาช่วย “do” เมื่อคำใช้เพื่อถามเป็นกรรม
- เพิ่มกริยาช่วย “do” เมื่อคำใช้เพื่อถามเป็นประธาน

>> ดูเพิ่มเติม: วิธีการใช้คำสรรพนามสัมพัทธ์ (Relative Pronouns): Who, Whom, Which, Whose, That
ตัวอย่างบทสนทนาแบบถาม-ตอบที่ใช้ WH question
ด้านล่างนี้คือตัวอย่างบทสนทนาสั้น ๆ ในสถานการณ์การสื่อสารในชีวิตประจำวัน โดยใช้คำถาม
WH Question บทสนทนาเหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจวิธีการถามและตอบคำถามในสถานการณ์จริง
บทสนทนาที่ 1: สอบถามเกี่ยวกับสถานที่
| A: Where is the nearest coffee shop? B: It is on Phra Ram 9 Street, next to the bookstore. A: How far is it from here? B: It is about a five-minute walk. แปล: A: ร้านกาแฟที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน? B: อยู่บนถนนพระราม 9 ข้างๆ ร้านหนังสือเลย A: ไกลจากที่นี่ไหม? B: เดินแค่ประมาณ 5 นาทีเอง |
บทสนทนาที่ 2: สอบถามเกี่ยวกับตัวบุคคลและข้อมูล
| A: Who is the new teacher in our class? B: She is Ms. Anna, the English teacher. A: When will she start teaching? B: She will start next Monday. แปล: A: ครูคนใหม่ของเราคือใครหรอ? B: ครูแอนนา ครูสอนภาษาอังกฤษของเราเอง A: ครูจะเริ่มสอนเมื่อไหร่? B: ครูจะเริ่มสอนวันจันทร์หน้าน่ะ |
ฝึกออกเสียงให้เหมือนเจ้าของภาษาด้วย ELSA Speak
หากต้องการฝึกฝนเพิ่มเติมเกี่ยวกับ WH question ในภาษาอังกฤษ คุณสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันฝึกออกเสียง – ELSA Speak ได้ทันที ELSA Speak ได้ออกแบบมาพร้อมกับแบบฝึกหัดกว่า 6,000 แบบ ช่วยให้คุณสามารถพัฒนาความรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็ว คุณจะมีความมั่นใจมากขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตจริง และรู้วิธีใช้ภาษาอังกฤษอย่างเหมาะสมที่สุด
สำหรับ WH Question ที่ใช้ถามข้อมูลทั่วไป ผู้พูดมักจะลดระดับเสียงลงในช่วงท้ายประโยค
เมื่อฝึกฝนกับ ELSA Speak คุณสามารถผสมผสานการฝึกออกเสียงกับกฎการเน้นเสียงเพื่อให้คำถามฟังดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นและเหมือนเจ้าของภาษา
นอกจากนี้ ELSA Speak ยังมีเส้นทางการเรียนรู้ส่วนบุคคลเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียนแต่ละคน โดยเฉพาะการฝึกออกเสียงสำหรับคนไทยเมื่อเรียนภาษาอังกฤษ ด้วยแบบฝึกหัดการออกเสียง 44 พยางค์เต็มรูปแบบ พจนานุกรมการออกเสียงภาษาอังกฤษมาตรฐานสากล และฟังก์ชันตรวจสอบและตรวจจับข้อผิดพลาดในการออกเสียง ELSA Speak ได้ช่วยให้ผู้เรียนออกเสียงได้อย่างถูกต้องมากกว่า 90% และ 95% ผู้เรียนมีความมั่นใจมากขึ้นเมื่อสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษหลังเรียนคอร์สของ ELSA Speak
คําถามที่พบบ่อย
ทําไม How จึงถูกรวมอยู่ใน WH questions?
แม้ว่าคำว่า How จะไม่ได้ขึ้นต้นด้วย WH แต่ก็ยังจัดอยู่ในประเภท WH Questions เพราะใช้เป็นคำถามเพื่อรวบรวมข้อมูล คล้ายกับ “what,” “where,” “when,” “why”… นอกจากนี้ “How” ยังสามารถนำไปรวมกับคำอื่น ๆ เพื่อสร้างคำถามที่เจาะจงมากขึ้นได้ เช่น “how much,” “how many,” “how long,” “how often”…
ตัวอย่าง:
- How are you today? (วันนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง?)
- How many students are in the class? (มีนักเรียนในห้องเรียนกี่คน?)
- How long will the meeting last? (การประชุมจะใช้เวลานานเท่าไหร่?)
ความแตกต่างระหว่าง What และ Which?
ทั้ง What และ Which สามารถเอาไปใช้ในการถามเกี่ยวกับสิ่งของหรือตัวเลือก แต่ความแตกต่างอยู่ที่ขอบเขตของตัวเลือกนั้น ๆ
| คําเพื่อถาม | ใช้เมื่อไหร่ | ตัวอย่าง | แปล |
|---|---|---|---|
| What | ใช้เมื่อไม่มีตัวเลือกที่จำกัด และผู้ถามไม่ทราบตัวเลือกล่วงหน้า | What is your favorite movie? | ภาพยนตร์เรื่องโปรดของคุณคืออะไร? |
| Which | ใช้เมื่อมีตัวเลือกเฉพาะหลายตัวเลือกให้เลือก | Which movie do you want to watch, the comedy or the action movie? | คุณอยากดูภาพยนตร์เรื่องไหน ระหว่างหนังตลกกับหนังแอ็คชั่น? |
วิธีแยกแยะระหว่าง Why กับ What-for?
ทั้ง Why และ What for ต่างก็ใช้เพื่อถามถึงจุดประสงค์หรือเหตุผล แต่การใช้งานของทั้งสองคำนั้นแตกต่างกันในบางแง่มุม
| คําเพื่อถาม | วิธีใช้ | ตัวอย่าง | แปล |
|---|---|---|---|
| Why | ถามถึงสาเหตุหรือเหตุผลของการกระทำ | Why are you late? | ทำไมคุณถึงมาสาย? |
| What for | ถามถึงจุดประสงค์หรือประโยชน์ของการกระทำ | What did you buy this book for? | คุณซื้อหนังสือเล่มนี้ไปทำไม? |

แบบฝึกหัดเกี่ยวกับ WH-questions
ด้านล่างนี้เป็นแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้คุณฝึกฝนการใช้ WH Question ในภาษาอังกฤษ มาลองทำแบบฝึกหัดเหล่านี้ก่อนดูเฉลยเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของคุณนะ
แบบฝึกหัดที่ 1: จงเติมคำถามที่เหมาะสม (Who, What, Where, When, Why, How) ลงในช่องว่าง
- ______ did you go yesterday?
- ______ is your favorite subject?
- ______ are you talking to on the phone?
- ______ do you exercise every week?
- ______ is the meeting scheduled?
เฉลย:
| 1. Where did you go yesterday? | 2. What is your favorite subject? | 3. Who are you talking to on the phone? | 4. How do you exercise every week? | 5. When is the meeting scheduled? |
แบบฝึกหัดที่ 2: จงตั้งคำถาม WH เพื่อหาคำตอบต่อไปนี้
- คําตอบ: I bought this book at the bookstore.
- คําตอบ: She is my English teacher.
- คําตอบ: The meeting starts at 9 a.m.
เฉลย
| 1. Where did you buy this book? | 2. Who is she? / Who is your English teacher? | 3.When does the meeting start? |
แบบฝึกหัดที่ 3: จงเลือกคําตอบที่ถูกต้อง
1. ______ movie do you prefer, the comedy or the drama?
A. What
B. Which
C. Who
2.______ is that man standing near the door?
A. Who
B. Where
C. How
3.______ did you learn English?
A. Who
B. How
C. Which
เฉลย:
| 1. B – Which | 2. A – Who | 3. B – How |
ELSA Speak เป็นเพื่อนที่เชื่อถือได้และสามารถทำให้คุณมั่นใจมากขึ้นบนเส้นทางพิชิตภาษาอังกฤษของคุณ
วันหยุดภาษาอังกฤษเป็นหัวข้อที่ควรทราบสำหรับทุกคน แต่ยังมีหลายคนยังไม่รู้ว่าจะเรียกชื่อวันหยุดแห่งปีเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร ในบทความนี้ ELSA Speak จะรวมชุดคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับเทศกาลทั่วโลกและในประเทศไทยให้กับคุณ
ชื่อวันหยุดภาษาอังกฤษแห่งปีในทั่วโลก
- New Year’s Day: วันปีใหม่
- April Fools’ Day: วันแห่งการโกหก วันเมษาหน้าโง่
- Easter: วันอีสเตอร์
- Good Friday: วันศุกร์ประเสริฐ
- Easter Monday: วันจันทร์อีสเตอร์
- May Day: วันแรงงานสากล
- Christmas: วันคริสต์มาส
- Christmas Eve: วันคริสต์มาสอีฟ
- Christmas Day: วันคริสต์มาส
- Boxing Day: วันเปิดกล่องของขวัญ (หลังวันคริสต์มาส)
- New Year’s Eve: วันสุดท้ายก่อนขึ้นวันปีใหม่
- Mother’s Day: วันแม่ภาษาอังกฤษ
- Father’s Day: วันพ่อภาษาอังกฤษ
- Valentine’s Day: วันวาเลนไทน์
- Bank holiday (public holiday): วันหยุดธนาคาร
- Chinese New Year: ตรุษจีน ภาษาอังกฤษ
- Independence Day: วันประกาศอิสรภาพ
- Thanksgiving: วันขอบคุณพระเจ้า
- Halloween: วันฮาโลวีนภาษาอังกฤษ (วันสวมหน้ากาก)
- Saint Patrick’s Day: วันนักบุญแพทริค
ชื่อวันหยุดภาษาอังกฤษแห่งปีในประเทศไทย
- New Year’s Day: วันขึ้นปีใหม่
- Makha Bucha Day: วันมาฆบูชา
- Chakri Memorial Day: วันจักรี
- Songkran Thai Festival Festival Day: วันสงกรานต์
- Labour Day: วันแรงงานแห่งชาติ
- Coronation Day: วันฉัตรมงคล
- Royal Ploughing Ceremony Day: วันพืชมงคล
- Visakha Bucha Day: วันวิสาขบูชา
- Asanha Bucha Day: วันอาสาฬหบูชา
- Buddhist Lent Day: วันเข้าพรรษา
- H.M. The Queen’s Birthday or Mother’s Day: วันแม่แห่งชาติ
- Chulalongkorn Memorial Day: วันปิยะมหาราช
- H.M. The King’s birth Day or Father’s Day: วันพ่อแห่งชาติ
- Constitution Day: วันรัฐธรรมนูญ
- New Year’s Eve: วันสิ้นปี

ตัวอย่างการสื่อสารเกี่ยวกับวันหยุดภาษาอังกฤษ
- Did you get up to anything interesting?
คุณได้ทำอะไรที่น่าสนใจบ้างไหม?
- Did you see the New Year in?
คุณได้เฉลิมฉลองวันส่งท้ายปีเก่าหรือไม่?
- How many days off during Songkran?
สงกรานต์หคุณมีวันหยุดกี่วัน?
- Did you get any plans for Songkran?
คุณได้วางแผนสำหรับวันสงกรานต์แล้วหรือยัง?
- Got any plans for Christmas and New Year?
คุณมีแผนสำหรับคริสต์มาสและปีใหม่บ้างไหม?
- What do you intend to give your girlfriend on Valentine’s Day?
คุณมีแผนจะให้อะไรแฟนในวันวาเลนไทน์?
- How was your day off?
วันหยุดของคุณเป็นอย่างไรบ้าง?
- Are you at home over Christmas, or are you going away?
คุณจะอยู่บ้านในวันคริสต์มาสหรือจะออกไปข้างนอก?
- What are you up to over Christmas?
คุณวางแผนจะทำอะไรในวันคริสต์มาส?
- Wishing you and your boyfriend a happy Valentine’s Day.
ขออวยพรให้คุณและแฟนของคุณมีความสุขในวันวาเลนไทน์
- Are you at home over Songkran, or are you going away?
คุณจะเฉลิมฉลองวันสงกรานต์ที่บ้านหรือออกไปข้างนอก?
- You know what? Christmas is coming.
คุณรู้อะไรไหม? คริสต์มาสกำลังจะมาแล้ว
- How many days off during Songkran?
วันสงกรานต์นี้คุณมีวันหยุดกี่วัน?
- My school allows students to take 5 days off.
โรงเรียนของฉันอนุญาตให้นักเรียนหยุดได้ 5 วัน
- Did you get any plans for Songkran?
คุณได้วางแผนสำหรับวันสงกรานต์แล้วหรือยัง?
- With your family have a good holiday.
ขอให้ครอบครัวของคุณมีวันหยุดที่ดี
- What do you intend to give your girlfriend on Valentine’s Day?
คุณมีแผนจะให้อะไรแฟนในวันวาเลนไทน์?
- I am sending her a large bouquet to her office, accompanied by a letter and a necklace which she liked.
ผมจะส่งช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ให้เธอไปที่ออฟฟิศของเธอ พร้อมด้วยจดหมายและสร้อยคอที่เธอชอบมาเป็นเวลานาน
- For me, Songkran reminds me of many fascinating activities.
สำหรับฉัน เทศกาลสงกรานต์ทำให้ฉันนึกถึงกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย
- On Christmas Day, we sit in front of the fire and take turns reading Christmas stories.
ในวันคริสต์มาส เรานั่งข้างกองไฟและเล่าเรื่องคริสต์มาสด้วยกัน
- Oh, come on, no work on holidays.
อย่าทำงานในวันหยุดนะ

- I wish I could come with you guys. But I still have some projects I need to catch up on.
ฉันอยากจะได้ไปกับทุกคน แต่ฉันยังมีอีกหลายโครงการที่ต้องทำ
- How was your day off?
วันหยุดของคุณเป็นอย่างไรบ้าง?
- Did you get up to anything interesting?
คุณได้ทำอะไรที่น่าสนใจบ้างไหม?
- We got away for a couple of days.
เราออกไปเที่ยวสองสามวัน
- Did you see the New Year in?
คุณเฉลิมฉลองวันส่งท้ายปีเก่าหรือไม่?
- The usual same old, same old.
ก็แค่เหมือนเดิม
- Wonderful thanks!
เยี่ยมมาก ขอบคุณ
ดูเพิ่มเติม
คำถามเกี่ยวกับวันหยุดภาษาอังกฤษ
คำถาม Wh_question เกี่ยวกับวันหยุดภาษาอังกฤษ
- What is the name of the festival? – เทศกาลนั้นชื่ออะไร?
- Where is it held? – มันจัดขึ้นที่ไหน?
- When is it held? – มันจัดขึ้นเมื่อไหร่?
- Who can participate in that festival? – ใครสามารถเข้าร่วมเทศกาลนั้นได้บ้าง?
- Why is it organized? – ทำไมถึงจัดเทศกาลนั้น?
- How is it decorated? – ตกแต่งเทศกาลยังไงบ้าง?

- What do you intend to give your girlfriend on Valentine’s Day? – คุณมีแผนจะให้อะไรแฟนในวันวาเลนไทน์?
- What are you up to over Christmas? – คุณวางแผนจะทำอะไรในวันคริสต์มาส?
- How many days off during Songkran? – วันสงกรานต์นี้คุณมีวันหยุดกี่วัน?
- How was your day off? – วันหยุดของคุณเป็นอย่างไรบ้าง?
- Got any plans for summer break? – คุณมีแผนสำหรับช่วงปิดเทอมฤดูร้อนบ้างไหม?
- What do you usually have for New Year’s dinner? – ปกติคุณกินอะไรเป็นมื้อเย็นปีใหม่?
- How do you celebrate Christmas Day? – คุณฉลองคริสต์มาสอย่างไร?
- What is the name of the festival? – เทศกาลนั้นชื่ออะไร?
ดูเพิ่มเติม
คำถาม Yes/No question เกี่ยวกับวันหยุดภาษาอังกฤษ
- Did you get up to anything interesting? – คุณได้ทำอะไรที่น่าสนใจบ้างไหม?
- Did you get up to anything special? – คุณได้ทำอะไรเป็นพิเศษหรือไม่?
- Did you see the New Year in? – คุณเฉลิมฉลองวันส่งท้ายปีเก่าหรือไม่?
- Did you get any plans for Songkran? – คุณมีแผนสำหรับวันสงกรานต์หรือไม่?
- Got any plans for Christmas and New Year? – คุณมีแผนสำหรับคริสต์มาสและปีใหม่บ้างไหม?
- Are you at home over Christmas, or are you going away? – คุณจะอยู่บ้านในวันคริสต์มาสหรือคุณจะออกไปข้างนอก?
- Are you at home over New Year, or are you going away? – คุณจะฉลองปีใหม่ที่บ้านหรือคุณจะออกไปข้างนอก?
- Do anything exciting over the Christmas? – มีอะไรน่าสนใจให้ทำในช่วงคริสต์มาสหรือไม่?
ดูเพิ่มเติม
ตัวอย่างย่อหน้าที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวันหยุดภาษาอังกฤษพร้อมการแปล
ตัวอย่างย่อหน้าเกี่ยวกับวันสงกรานต์
ตัวอย่าง
Songkran is a significant festival celebrated in Thailand, typically occurring in April but sometimes extending into May. It is a time when Thais engage in traditional rituals to cleanse the air, rooted in our cultural legends.
During Songkran, we commonly fill plastic containers or cans with water and engage in playful water fights that can last for an extended period. This celebration symbolizes the purification of the air and the beginning of a new life in the upcoming year.
การแปล
สงกรานต์เป็นเทศกาลที่สำคัญที่ได้ฉลองในประเทศไทย ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน แต่บางครั้งก็อาจจะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม นับเป็นเวลาที่คนไทยนิยมทำพิธีกรรมล้างอากาศในตำนานของพวกเรา
ในวันสงกรานต์ พวกเราจะนำน้ำมาใส่พลาสติกหรือกระป๋อง แล้วใช้น้ำให้หลุดออกมาสาดกันเป็นช่วงเวลาหนึ่ง การฉลองนี้มีความหมายในการล้างอากาศและเริ่มต้นชีวิตใหม่ในปีหน้า
ตัวอย่างย่อหน้าเกี่ยวกับ Halloween
ตัวอย่าง
Halloween is a holiday celebrated on October 31st. The most common colors of the day are orange and black. Halloween comes from the ancient Celtic festival Samhain. The ancient Celts believed that on October 31st, now known as Halloween, the boundary between the living and the deceased is not clear, and the dead become dangerous for the living by causing problems such as sickness or damaged crops.
On Halloween, the ancient Celts would place a skeleton by their window to represent the dead. Believing that the head was the most powerful part of the body, containing the spirit and knowledge, the Celts used the “head” of the vegetable to decorate their houses.
On this day people often wear strange clothes as characters in horrible novels or movies to frighten others. People usually like to dress as ghosts, skeletons, or witches. Now Halloween is an official holiday in almost all European countries.
การแปล
วันฮาโลวีนเป็นการเฉลิมฉลองในวันที่ 31 ตุลาคมแห่งปีใน สียอดนิยมของวันนี้คือสีส้มและสีดำ วันฮาโลวีนมาจากเทศกาลเซลติกโบราณ Samhain โดยชาวเคลต์โบราณเชื่อว่าในวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งปัจจุบันคือวันฮาโลวีน ขอบเขตระหว่างความเป็นและความตายไม่มีความชัดเจน และคนตายจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตโดยสร้างปัญหาต่างๆ เช่น ความเจ็บป่วยหรือต้นไม้เสียหาย
ในวันฮาโลวีน ชาวเคลต์โบราณจะวางโครงกระดูกไว้บนหน้าต่างเพื่อเป็นตัวแทนของคนตาย ด้วยความเชื่อว่าศีรษะเป็นส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดของร่างกาย ซึ่งประกอบไปด้วยจิตวิญญาณและความรู้ ชาวเคลต์จึงใช้ “หัว” ของพืชในการตกแต่งบ้านของตน
ในวันนี้ ทุกคนจะสวมเสื้อผ้าแปลกๆ เช่น ตัวละครในนิยายสยองขวัญหรือภาพยนตร์เพื่อทำให้ผู้อื่นหวาดกลัว โดยชอบแต่งตัวเป็นผี โครงกระดูก หรือแม่มด ตอนนี้วันฮาโลวีนเป็นวันหยุดอย่างเป็นทางการในประเทศยุโรปส่วนใหญ่
ตัวอย่างย่อหน้าเกี่ยวกับ Yi Peng Lantern Festival

ตัวอย่าง
The Yi Peng Lantern Festival, also known as Yee Peng or Loy Krathong Sai, is a highly popular traditional festival in northern Thailand, typically celebrated in Chiang Mai. It involves releasing lanterns into the sky on the same evening as the Loy Krathong festival.
Key features of the Yi Peng Lantern Festival include: Sky Lanterns (Khom Loi), Ceremonial Offerings, Candle-lit Processions, Loy Krathong Rituals.
This festival has gained global recognition, attracting numerous tourists who come to experience the beauty of lanterns illuminating the night sky and to connect with the cultural and spiritual significance of the event for the Thai people.
การแปล
เทศกาลโคมลอยปีหลวงหรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า ยี่เป็ง หรือลอยกระทงไฟในภาษาไทยเหนือ คือเทศกาลทางประเพณีที่ได้รับความนิยมมากในภาคเหนือของประเทศไทย โดยมักจะถูกฉลองในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีการปล่อยโคมลอยสู่ท้องฟ้าในยามค่ำคืนของวันเดียวกันกับเทศกาลลอยกระทง
คุณลักษณะสำคัญของเทศกาลโคมลอยปีหลวง ได้แก่ โคมลอย พิธีการบูชา ขบวนแห่พร้อมเทียน พิธีกรรมลอยกระทง
เทศกาลนี้ได้รับการยอมรับทั่วโลกและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมากมายที่มาสัมผัสกับการปล่อยโคมลอยที่สวยงามในท้องฟ้า ทำให้เทศกาลโคมลอยปีหลวงไม่เพียงแค่งดงามตาเท่านั้น แต่ยังมีความหมายทางวัฒนธรรมและศิลปะทางจิตใจสำหรับคนไทยอีกด้วย
ด้านบนนี้เป็นสรุปวันหยุดประจำปีเป็นภาษาอังกฤษ หวังว่าบทความนี้จะนำความรู้ที่เป็นประโยชน์มาให้คุณ
นอกจากนี้ คุณควรเรียนคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับวันหยุดภาษาอังกฤษเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้คุณมั่นใจในการสื่อสารมากขึ้น ELSA Speak ขอให้คุณเรียนดีๆ!
การเขียนจดหมายภาษาอังกฤษเป็นกิจกรรมยอดนิยมสำหรับทุกคนในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณจะทราบวิธีการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษแล้ว แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคุณได้ประยุกต์ใช้วิธีนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ ด้านล่างนี้คือโครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษที่สมบูรณ์ที่สุด ดูรายละเอียดใน ELSA Speak กัน!
โครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษที่สมบูรณ์ที่สุด
การเขียนส่วนขึ้นต้นจดหมาย – Beginning
การเขียนขึ้นต้นจดหมายมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากนี่คือส่วนที่คุณจะสร้างความประทับใจให้กับผู้อ่าน โครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษเริ่มต้นมีหลักการเขียน 2 ประการ นั้นคือ การทักทาย และ การแนะนำตัวเอง
| ส่วนที่ | เนื้อหาเกี่ยวกับโครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษ |
| 1. คำขึ้นต้น (Salutation) | คำขึ้นต้นเป็นส่วนแรกของจดหมาย ในส่วนนี้คุณต้องระบุชื่อผู้รับจดหมาย โครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษของคำขึ้นต้น: Dear + recipient’s name (ชื่อผู้รับ) ● ด้านล่างนี้คือโครงสร้างคำทักทายพิเศษสำหรับการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษ: รู้ชื่อผู้รับแต่ไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด → Dear + title + surname (นามสกุล) ตัวอย่างเช่น: Dear Mrs Adam, Dear Mr Lopez, Dear Ms. Winfrey,… ● รู้ชื่อผู้รับและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด → Dear + first name (ชื่อสามัญ) ตัวอย่างเช่น: Dear Leonardo, Dear Jennifer,… ● ไม่รู้ชื่อผู้รับจดหมาย → Dear Sir/Madam |
| 2. การแนะนำตัวเอง (Introduction) | หลังจากการทักทายแล้ว เราจะแนะนำตัวเองกันก่อน ด้านล่างนี้คือโครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษเพื่อแนะนำตัวเอง: My name is + your name. We met at/in + date, location (ฉันชื่อ + (ชื่อคุณ) เราพบกันที่ + (เวลา สถานที่) |
| การใช้ ms mrs ให้ถูกต้องเมื่อต้องเขียนจดหมาย วิธีอ่าน และข้อผิดพลาดในการใช้คำนำหน้าชื่อที่คุณควรรู้ มาดูบทความนี้นะคะ |
ใจความจดหมาย – Body
หลังจากส่วนขึ้นต้นจดหมายแล้ว ส่วนต่อไปในโครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษคือ ส่วน Body เพื่อให้จดหมายมีคุณค่า คุณจะต้องนำเสนอข้อมูลที่คุณต้องการส่งไปยังผู้รับอย่างชัดเจน สอดคล้องกัน และมีรายละเอียด เนื้อความของจดหมายแบ่งส่วนหลักออกเป็น 3 ประการ ได้แก่ การทักทายแบบแสดงความคิดเห็น เหตุผลในการเขียนจดหมาย และเนื้อหาหลัก
| ส่วนที่ | เนื้อหาเกี่ยวกับโครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษ |
| 1. การทักทายแบบแสดงความคิดเห็น (Opening comment) | ในการเขียนการทักทายแบบแสดงความคิดเห็น ให้ถามคำถามเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวผู้รับจดหมาย เช่น สุขภาพ การงาน ครอบครัว ชีวิต… ด้านล่างนี้เป็นโครงสร้างการเขียน จดหมายภาษาอังกฤษส่วนการทักทายแบบแสดงความคิดเห็น: ● การสอบถามสุขภาพอย่างใกล้ชิด – How are you? How are things? How have you been? (คุณเป็นอย่างไรบ้าง) ● การสอบถามสุขภาพอย่างเป็นทางการ – I hope you have a good day. (ฉันหวังว่าคุณจะมีวันที่ดี) – I hope you are doing well recently. (ฉันหวังว่าคุณยังสบายดี) ● เริ่มต้นด้วยวลี “Thank you” หากนี้เป็นจดหมายตอบกลับ – Thank you for your letter. (ขอบคุณสำหรับจดหมายของคุณ) – Thank you for responding to my letter. (ขอบคุณที่ตอบจดหมายของฉัน) – Thank you for contacting us. (ขอบคุณที่ติดต่อเรา) |
| 2. เหตุผลในการเขียนจดหมาย (Reason to write) | ต่อไปในส่วนที่ 2 ต้องระบุเหตุผลที่ต้องการส่งจดหมาย ซึ่งส่วนนี้จะเริ่มต้นด้วยโครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษทั่วไปดังนี้ I am writing/ I will talk about… ● ตัวอย่างจดหมายที่ใกล้ชิด – In this letter, I will talk about … (ในจดหมายฉบับนี้ฉันจะพูดถึง … ) – I am writing this letter to tell you about … (ฉันกำลังเขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อบอกคุณเกี่ยวกับ…) – I am writing this letter to let you know about … (ฉันกำลังเขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อแจ้งให้คุณทราบเกี่ยวกับ…) ● ตัวอย่างจดหมายอย่างเป็นทางการ – I am writing to enquire about/ ask about … (ฉันกำลังเขียนเพื่อถามเกี่ยวกับ…) – We are writing to inform you that/request/complain /apologize/explain/… (เราเขียนเพื่อแจ้ง/ร้องเรียน/ขอโทษ/อธิบายเกี่ยวกับ…) – I am writing with reference to (ฉันกำลังเขียนเพื่ออ้างอิงถึง…) – I am contacting you for the following reasons (ฉันกำลังติดต่อคุณด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้) – I am currently interested in receiving/obtaining … (ขณะนี้ฉันสนใจที่จะรับ/ได้รับ…) – I received your mail last week and would like to (ฉันได้รับจดหมายของคุณเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และต้องการ…) |
| 3. เนื้อหาหลัก (Main point) | เนื้อหาหลักของจดหมายเป็นส่วนสำคัญแต่ก็ต้องพยายามเขียนให้สั้น กระชับ และเข้าใจง่ายด้วย ดังนั้น โปรดทราบว่าเมื่อเขียนส่วนนี้เพื่อนำไปใช้จะต้องตรงประเด็น ด้านล่างนี้คือโครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษส่วนเนื้อหาหลัก: ● จดหมายขอบคุณ – Thank you so much for… (ขอบคุณมากสำหรับ…) – I was excited to receive your gifts and want to express my thanks to… (ฉันดีใจมากที่ได้รับของขวัญจากคุณ และต้องการแสดงความขอบคุณต่อ…) ● จดหมายแสดงความยินดี – New year is coming so I want to wish you and your family good luck and health (ปีใหม่ที่กำลังจะมา ถึงฉันอยากจะขอให้คุณและครอบครัวโชคดีและสุขภาพแข็งแรง) – Today is your birthday. I wish you good luck, happiness and health in your new age (วันนี้เป็นวันเกิดของคุณ ขอให้โชคดี มีความสุข และสุขภาพแข็งแรงในปีหน้าของคุณ) ● จดหมายสอบถาม – How are things? How is your family? Is your business still stable? How is your children’s study? (คุณเป็นยังไงบ้าง? ครอบครัวของคุณเป็นยังไงบ้าง? ธุรกิจของคุณยังมั่นคงอยู่หรือเปล่า? การเรียนของลูกของคุณเป็นยังไงบ้าง?) ● จดหมายร้องเรียน – I think the reason is that …. (ฉันคิดว่าเหตุผลก็คือ…) – Could you tell your department to check the ……? (คุณสามารถขอให้แผนกของคุณตรวจสอบ…?) – It should put the matter right if ……… (ปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องหาก…) – I think the best solution would be ……… (ฉันคิดว่าวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ…) ● จดหมายเชิญ – It would be an honor for us if you can join… (มันจะเป็นเกียรติสำหรับเราถ้าคุณสามารถเข้าร่วม…) – I am thrilled if you could join us on… (ฉันมีความสุขมากหากคุณสามารถเข้าร่วมกับเราใน…)” |

การลงท้ายจดหมาย – Complimentary Close
และสุดท้าย การลงท้ายจดหมายเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้สำหรับจดหมายใด ๆ โครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษส่วนปิดของจดหมาย ประกอบด้วย 2 ประการหลัก คือ ประโยคสรุป & การลงชื่อ
| ส่วนที่ | เนื้อหาเกี่ยวกับโครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษ |
| ประโยคลงท้าย (Concluding sentence) | คุณสามารถอ้างอิงถึงโครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษส่วนลงท้ายด้วยบางประโยคต่อไปนี้: – Please respond at your earliest convenience (กรุณาตอบกลับในทันทีที่สะดวก) – Hope to hear from you soon (หวังว่าจะได้ยินจากคุณเร็ว ๆ นี้) – I’m looking forward to seeing you (ฉันรอคอยที่จะได้พบคุณ) – Please get back to me as soon as possible (กรุณาตอบกลับโดยเร็วที่สุด) – Let me know if you need more information (โปรดแจ้งให้เราทราบหากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติม)” |
| การลงชื่อ (Signing off) | ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างการลงนาม โปรดดูโครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษในส่วนลงนาม: ● ในกรณีใกล้ชิด: Best wishes/ Take care/ Love/ All the best/ Bye. ● ในกรณีที่เป็นทางการ (ทราบชื่อผู้รับ): Yours sincerely/ Best regards/ Warm regards. ● ในกรณีที่เป็นทางการ (ไม่ทราบชื่อผู้รับ): Yours faithfully. |
Read more:
- วิธีเขียนอีเมลภาษาอังกฤษแบบมืออาชีพและเหมาะสำหรับทุกสถานการณ์
- 5 ตัวอย่างย่อหน้าเขียนแนะนำตัวเองภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษา
- Cover letter คืออะไร ตัวอย่างและวิธีการเขียน cover letter ภาษาอังกฤษแบบมืออาชีพ
คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยในจดหมาย
ดูตารางด้านล่างเพื่อรเรียนคำศัพท์ที่ใช้กันทั่วไปในโครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษ!
| คำศัพท์ | คำอ่าน | การ |
| Dear (adj) | /dɪr/ | เรียน |
| Letter (n) | /ˈlɛtər/ | จดหมาย |
| Look forward to st (v) | /lʊk/ /ˈfɔrwərd/ /tu/ | รอคอยที่จะ |
| Yours truly (n) | /jʊrz/ /ˈtruli/ | ขอแสดงความนับถือ |
| Yours faithfully (n) | /jʊrz/ /ˈfeɪθfəli/ | ขอแสดงความนับถืออย่างสูง |
| Sincerely (adv) | /sɪnˈsɪrli/ | ขอแสดงความนับถืออย่างสูง/ ขอแสดงความนับถือ |
| Best wishes (n) | /bɛst/ /ˈwɪʃɪz/ | ด้วยความปรารถนาดี |
| Best regards (n) | /bɛst/ /rɪˈgɑrdz/ | ขอแสดงความนับถืออย่างสูง |

กรณีควรทราบเมื่อเขียนจดหมายภาษาอังกฤษ
เนื้อหาไม่ใช่สิ่งเดียวที่เราต้องใส่ใจในการเขียนจดหมายอย่างสมบูรณ์แบบ เราต้องสนใจในแง่ของรูปแบบของจดหมายด้วย ด้านล่างนี้เป็นหมายเหตุพิเศษบางประการในโครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษ:
- ไม่ควรใช้ตัวย่อ แทนที่จะใช้ I’m, She’s, He’s… ให้เขียนว่า I am, She is, He is,… เพียงใช้ตัวย่อเฉพาะในกรณีที่คุณสนิทกับผู้รับจดหมายจริง ๆ
- ความสุภาพและความเป็นมิตรถือเป็นสิ่งสำคัญเมื่อเขียนจดหมาย โปรดจำไว้ว่ามี Dear ตอนเริ่มต้นเสมอ (ตามโครงสร้างของการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษในส่วน Beginning) และ Please เมื่อคุณต้องการขออะไรบางอย่าง
- เพื่อให้จดหมายได้สุภาพมากขึ้น แทนที่จะใช้ want ให้ใช้ would like ใช้ may แทนที่จะใช้ can,…
- นำเสนอจดหมายโดยย่อและกระชับ อย่าลืมตรวจสอบข้อผิดพลาดด้านไวยากรณ์และการสะกดคำก่อนที่จะส่งจดหมาย
ตัวอย่างจดหมายภาษาอังกฤษ
ด้านล่างนี้เป็นจดหมายภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการสอบถาม การร้องเรียน และการส่งคำเชิญ อ่านตอนนี้เพื่อเรียนรู้โครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษให้ดีขึ้น!
ตัวอย่างจดหมายสอบถาม
ตัวอย่างและโครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษ – สอบถาม:
Dear Luk Kaew,
I’m Chalita, your best friend.
A few days ago, I found that you didn’t reply to my message. I asked your boyfriend and I have heard that you’re feeling appendicitis. Are you ok? Can you eat anything? Are you better now? On the days when you didn’t reply to my message, I was unfortunate because I had no one to talk to me. I miss you.
Take a rest and take enough medicine. I hope you feel better soon to go to the coffee shop with me.
Take care,
Chalita
เรียน ลูกแก้วที่รัก
ฉันคือชลิตา เพื่อนสนิทของเธอ
เมื่อไม่กี่วันก่อน ฉันเห็นว่าคุณไม่ตอบข้อความของฉัน ฉันจึงถามแฟนของเธอและได้ข่าวมาว่าเธอรู้สึกไส้ติ่งอักเสบ เธอโอเคไหม เธอกินอะไรได้ไหม ตอนนี้เธอดีขึ้นหรือยัง ในวันที่เธอไม่ตอบข้อความของฉัน ฉันรู้สึกเศร้าใจมากเพราะไม่มีใครคุยกับฉัน ฉันคิดถึงเธอนะ
พักผ่อนให้ดี ๆ และอย่าลืมรับประทานยาให้ตรงเวลานะ ฉันหวังว่าเธอจะรู้สึกดีขึ้นเร็วๆ นี้ และเราจะไปร้านกาแฟด้วยกัน
ดูแลตัวเองให้ดี
ชลิตา

ตัวอย่างจดหมายร้องเรียน
ตัวอย่างและโครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษ – ร้องเรียน:
Dear Madam,
I am writing this letter to express my disappointment with the quality of service from your firm. I booked a package tour to Thailand on the application of your firm but unfortunately, the travel did not live up to my expectations.
When it comes to my trip, I was deeply dissatisfied not only with the delayed flight but also the low-quality service from your firm. As I booked an all-inclusive vacation package, the hotel at least should have provided necessities to satisfy my demands but it did not. For two days, my family and I had to live in a cramped, narrow and lightly furnished room. In addition, the television and the toilet were out of order, which really annoyed me. Moreover, a visit to the aquarium was canceled unwarrantedly only because of drizzling.
In this worst-case scenario, I expect to receive a refund from your firm for all the charges I paid or any measures you could take to compensate me. I look forward to a swift solution to this matter.
Yours sincerely,
Jennifer
เรียนคุณผู้หญิง
ฉันเขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อแสดงความผิดหวังกับคุณภาพการบริการจากบริษัทของคุณ ฉันจองแพ็กเกจทัวร์ประเทศไทยโดยใช้แอปพลิเคชั่นของบริษัทของคุณ แต่น่าเสียดายที่การเดินทางไม่เป็นไปตามความคาดหวังของฉัน
เมื่อพูดถึงการเดินทางของฉัน ฉันรู้สึกไม่พอใจอย่างมากไม่เพียงแต่กับเที่ยวบินล่าช้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริการคุณภาพต่ำจากบริษัทของคุณด้วย ตอนที่ฉันจองแพ็กเกจวันหยุดแบบรวมทุกอย่าง อย่างน้อยทางโรงแรมควรจะจัดหาสิ่งที่จำเป็นให้ตรงกับความต้องการของฉันแต่กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น ในช่วงสองวันที่ผ่านมา ฉันและครอบครัวต้องอยู่ในห้องที่โทรมและคับแคบ นอกจากนี้โทรทัศน์และห้องน้ำยังใช้งานไม่ได้ ซึ่งทำให้ฉันรำคาญมาก ยิ่งกว่านั้น การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำถูกยกเลิกอย่างไม่มีเหตุผลเพียงเพราะมีฝนตกปรอย ๆ
ในสถานการณ์กรณีที่เลวร้ายที่สุดนี้ ฉันคาดว่าจะได้รับเงินคืนจากบริษัทของคุณสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ฉันจ่ายไปหรือมาตรการใด ๆ ที่คุณอาจใช้เพื่อชดเชยให้ฉัน ฉันรอคอยวิธีแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วสำหรับเรื่องนี้จากคุณ
ขอแสดงความนับถือ
เจนนิเฟอร์
ตัวอย่างจดหมายเชิญ

ตัวอย่างและโครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษ – จดหมายเชิญ:
Dear Toni,
We will have some days off during the Songkran holiday. Do you have any plans for it? I am going to hold a small party in my house with cakes and candies to welcome the new year. Would you like to join us? I think that party will be very fun.
I look forward to seeing you.
Give my love to your parents and wish for a happy new year!
Your friend,
Cherry
เรียน โทนี่
เราจะมีวันหยุดหลายวันในช่วงวันสงกรานต์ คุณมีแผนสำหรับวันนั้นหรือไม่ ฉันจะจัดงานปาร์ตี้เล็ก ๆ ที่บ้านพร้อมเค้กและลูกกวาดเพื่อต้อนรับปีใหม่ คุณอยากมาร่วมกับเราไหม ฉันคิดว่าปาร์ตี้นั้นคงจะสนุกมาก
ฉันหวังว่าจะได้พบคุณ
มอบความรักของฉันให้กับพ่อแม่ของคุณและขออวยพรให้มีแต่ความสุขในวันปีใหม่
เพื่อนของคุณ
เชอร์รี่
ข้างต้นคือตัวอย่างและโครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษที่สมบูรณ์ที่สุดที่รวบรวมโดย ELSA Speak ให้อ่านดี ๆ เพื่อเรียนรู้วิธีเขียนจดหมายถึงเพื่อนและญาติให้ถูกต้องที่สุด นอกจากนี้ โปรดดูหลักสูตร IELTS, TOEIC และ National High School ด้านล่างเพื่ออัพเกรดระดับภาษาอังกฤษของคุณอย่างรวดเร็ว
เรียกความสนใจจากนายจ้าง ด้วย CV ที่น่าประทับใจและบุคลิกภาพที่มีความเป็นมืออาชีพอาจยังคงไม่พอ Cover letter ถือเป็นสิ่งแรกที่นายจ้างทุกคนต้องการดูก่อน และเป็นที่อ้างอิงเพื่อตัดสินใจว่าจะรับคุณหรือไม่ งั้น cover letter คืออะไร วิธีการเขียน cover letter อย่างไรให้ดี ทำไมการเขียนจดหมายสมัครงานจึงเป็นประโยชน์สำหรับผู้สมัครงานเช่นนี้ มาทำความเข้าใจพร้อมกันนะ

Cover letter คืออะไร
Cover letter หรือที่รู้จักกันในชื่อจดหมายสมัครงาน เป็นเอกสารสั้น ๆ ที่แนบมาพร้อมกับประวัติย่อ (CV) เพื่อแนะนำตัวเอง อธิบายแรงจูงใจในการสมัคร และอธิบายว่าทำไมผู้สมัครจึงเหมาะสมกับตำแหน่งงานที่ประกาศรับสมัคร แตกต่างจากประวัติย่อ (CV) ที่จะเน้นการแสดงข้อมูลเท่านั้นแต่จดหมายสมัครงานจะเน้นเรื่องราว ทัศนคติ และความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้สมัครที่มีต่อตำแหน่งงานนั้น ๆ
ในกระบวนการสรรหาบุคลากร จดหมายสมัครงานมักเป็นจุดเริ่มต้นของการติดต่อระหว่างผู้สมัครและฝ่ายทรัพยากรบุคคล ผ่านจดหมายสมัครงานนี้ ผู้สรรหาสามารถประเมินทักษะการสื่อสาร ความสามารถในการคิด การนำเสนอ และความเข้าใจในตำแหน่งงานและบริษัทของผู้สมัครได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะอ่านประวัติย่อของผู้สมัครต่อไปหรือไม่
โดยทั่วไปแล้ว Cover Letter จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน ดังนี้:
- Application Letter
The Application Letter สําหรับส่งใบสมัครงานไปยังบริษัท
- Prospecting Letter
The Prospecting Letter สําหรับการส่งใบสมัครไปยังบริษัทที่คุณสนใจ แต่พวกเขายังไม่ได้ประกาศรับสมัครงานใด ๆ
- Networking Letter
The Networking Letter สําหรับการส่งต่อให้คนรู้จัก อดีตเพื่อนร่วมงาน หรือผู้มีอิทธิพลในวงการ พร้อมขอให้พวกเขาแนะนำ/ชี้แนะคุณ

>>> อ่านเพิ่มเติม: วิธีแนะนำตัวสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษให้ประทับใจผู้ฟังที่สุด
จำเป็นต้องส่ง Cover letter ในการสมัครงานหรือไม่
Cover letter ที่มีคุณภาพจะช่วยให้คุณสร้างความประทับใจอย่างมากในสายตาของนายจ้าง การคัดกรองผู้สมัครเบื้องต้นเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับนายจ้างทุกคน ดังนั้นให้ตั้งใจนำเสนอตัวเองในฐานะผู้สมัครที่มีศักยภาพผ่าน Cover letter สั้น ๆ แต่กระชับและน่าเชื่อถือ
Cover letter มีความสำคัญมากเนื่องจากเป็นคำอธิบายทั่วไปเกี่ยวกับการวางแนวอาชีพและเป้าหมายของผู้สมัคร จะมีผลกระทบอย่างมากต่อการตัดสินใจของนายจ้าง ดังนั้น การเขียน Cover letter เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษจึงเป็นสิ่งที่นักศึกษาส่วนใหญ่และแม้แต่คนทำงานยังคงกังวลอยู่เสมอ แล้วเราจะต้องสร้าง CV อย่างไรให้เป็นมืออาชีพและน่าประทับใจ คุณจะได้คำตอบในบทความต่อจากนี้
สถิติแสดงให้เห็นว่า 40% ของนายจ้างให้ความสำคัญกับผู้สมัครที่มีจดหมายสมัครงาน ในขณะที่ 10% ยินดีที่จะปฏิเสธใบสมัครที่ไม่มีจดหมายสมัครงาน นี่แสดงให้เห็นว่าจดหมายสมัครงานยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการสรรหาบุคลากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับตำแหน่งงานที่ต้องการทักษะการสื่อสารที่แข็งแกร่งและทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์
อย่างไรก็ตาม คุณไม่จำเป็นต้องเขียนจดหมายสมัครงานหากบริษัทได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าไม่จำเป็น ไม่ว่ากรณีใด การอ่านรายละเอียดงานอย่างละเอียดและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ใบสมัครของคุณโดดเด่น

>>> อ่านเพิ่มเติม: การตอบ email confirm สัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษอย่างน่าประทับใจ
ส่วนประกอบสำคัญของ Cover Letter
เพื่อสร้างความประทับใจต่อนายจ้างจดหมายสมัครงานภาษาอังกฤษควรมีความยาวประมาณ 200 – 300 คำ และนอกเหนือจากย่อหน้าหลักแล้ว คุณยังต้องมีคำทักทายตอนต้นของจดหมายด้วย วิธีเขียนคำทักทายตอนต้นจดหมายขึ้นอยู่กับข้อมูลที่คุณมีอยู่เกี่ยวกับบริษัทนั้น

>>> อ่านเพิ่มเติม: สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ – รวมคำตอบดีๆที่ควรทราบ
คำทักทายตอนต้น
ทางที่ดีที่สุด คุณควรทราบชื่อนายจ้างหรือบุคคลที่จะสัมภาษณ์โดยตรงเพื่อระบุโดยเฉพาะเจาะจง เช่น Dear… (ชื่อนายจ้าง) ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาคหรือจุด และให้แน่ใจว่าผู้รับ cover letter ของคุณคือเพศใดเพื่อจะเพิ่มคำเรียกที่เหมาะสม เช่น Mr, Ms, Dr… แต่ในกรณีที่คุณไม่ทราบชื่อนายจ้าง คุณสามารถเขียนว่า “Dear Hiring Manager”, “Dear Recruiting Team” ” หรือ “Dear (ชื่อบริษัท)”

นอกจากนี้ คุณยังสามารถเขียนว่า “To whom it may concern” อย่างไรก็ตาม ELSA Speak แนะนำให้คุณไม่ควรใช้คำทักทายนี้เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นจดหมายตัวอย่าง
เคล็ดลับในการค้นหาชื่อฝ่ายทรัพยากรบุคคล: คุณสามารถค้นหาได้ใน LinkedIn เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัท (ในส่วน “เกี่ยวกับเรา” หรือ “การสรรหาบุคลากร”) หรือโทร/ส่งอีเมลไปที่แผนกต้อนรับโดยตรงเพื่อสอบถามว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบด้านการสรรหาบุคลากร
ย่อหน้าเปิด
ย่อหน้าแรกของ Cover letter ใช้เพื่อพูดถึงงานที่คุณสมัคร และวิธีการที่คุณพบข้อประกาศรับสมัครงานนี้ โดยนำเสนอนี้ใน 1-2 ประโยคเท่านั้น
ตัวอย่างย่อหน้าแรกในภาษาอังกฤษ:
- I am writing to apply for the Marketing Executive position that I found on your company’s website. (ฉันเขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อสมัครงานในตำแหน่งผู้บริหารฝ่ายการตลาดที่ฉันพบในเว็บไซต์ของบริษัทของคุณ)
- I am excited to submit my job application for the Customer Service position advertised on LinkedIn. (ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ส่งใบสมัครงานในตำแหน่งบริการลูกค้าที่ประกาศไว้ใน LinkedIn)
- I am writing in response to your job posting for the Graphic Designer role on SUNSU. (ฉันเขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อตอบรับประกาศรับสมัครงานตำแหน่งนักออกแบบกราฟิกของบริษัทคุณบนเว็บไซต์ SUNSU)
- I learned about the Sales Executive vacancy through a referral and would like to apply for this position. (ฉันได้ทราบเกี่ยวกับตำแหน่งผู้บริหารฝ่ายขายจากคำแนะนำ และต้องการสมัครตำแหน่งนี้)
- I am applying for the English Teacher position recently posted by your company and believe my background is well suited for this role. (ดิฉันกำลังสมัครงานตำแหน่งครูสอนภาษาอังกฤษที่บริษัทของคุณประกาศรับสมัครเมื่อเร็วๆ นี้ และเชื่อว่าประวัติของดิฉันเหมาะสมกับตำแหน่งนี้เป็นอย่างดี)
เนื้อหาหลักของจดหมาย
หากสังเกตดีๆ คุณจะเห็นว่า Cover letter มักจะมีเพียง 1-2 ย่อหน้าเท่านั้น สิ่งนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้นายจ้างเสียเวลาอ่านจดหมายที่ยาวเกินไป ในส่วนเขียนเนื้อหาหลัก ให้ลองตอบคำถามต่อไปนี้:
- ทำไมคุณถึงสมัครตำแหน่งนี้
- สิ่งใดทำให้คุณคิดว่าคุณมีคุณสมบัติสำหรับตำแหน่งนี้
- คุณมีประสบการณ์อะไรบ้างที่ตรงกับข้อกำหนดของงานนี้
- ทำไมคุณถึงอยากทำงานในบริษัทที่คุณสมัคร

เนื้อหาต่างๆ จะต้องแสดงออกมาอย่างกระชับ แต่มีเหตุผล และเพียงพอที่ทำให้นายจ้างรู้สึกว่าคุณทุ่มเท มีความสนใจ และต้องการทำงานที่บริษัทจริง ๆ
| เกณฑ์ | ผู้สมัครที่มีประสบการณ์ | ผู้สมัครที่ไม่มีประสบการณ์ |
|---|---|---|
| รูปแบบและน้ำเสียงในการเขียน | ตรงไปตรงมา มั่นใจ และมุ่งเน้นคุณค่าที่ส่งมอบให้กับธุรกิจ | อ่อนน้อมถ่อมตน มีความคิดริเริ่ม ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และศักยภาพในการเติบโต |
| คำศัพท์ทั่วไป | experienced, proven skills, achieved, managed, contributed, delivered results | eager to learn, motivated, strong foundation, quick learner, enthusiastic |
| ตัวอย่าง | With over three years of experience in digital marketing, I have successfully managed multiple campaigns that increased brand awareness.My previous role allowed me to develop strong problem-solving and leadership skills relevant to this position. | Although I have limited work experience, I am eager to apply my academic knowledge and develop my skills in a professional environment.I believe my strong willingness to learn and adaptability make me a suitable candidate for this role. |
วิธีการเขียนย่อหน้าสุดท้ายของจดหมาย
ในตอนท้ายของจดหมาย คุณควรสรุปเกี่ยวกับสิ่งที่คุณจะทำต่อเพื่อสมัครงานตำแหน่งนี้ ดังนี้:
- ย้ำอีกครั้งว่าทำไมคุณถึงอยากทำงานในบริษัทนี้ และคิดว่าตัวเองคือผู้สมัครที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งนี้
- หารือเกี่ยวกับแผนงาน ทิศทาง และแนวคิดสำหรับงานที่คุณจะทำต่อไป เช่น คุณต้องการได้รับการสัมภาษณ์เพื่อพูดเพิ่มเติมเกี่ยวกับทักษะและประสบการณ์ของตนเอง
- กล่าวถึง Resume – CV หรือเอกสารอ้างอิงที่แนบพร้อม (ถ้ามี)
- ให้ข้อมูลติดต่อของคุณ: หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่ เพื่อให้นายจ้างสามารถติดต่อคุณได้สะดวก
- อย่าลืมขอบคุณคนที่ใช้เวลาสัมภาษณ์คุณ
>>> อ่านเพิ่มเติม: เขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษใน CV ยังไงดี?
ตัวอย่างย่อหน้าสรุปในภาษาอังกฤษ:
- I would welcome the opportunity to discuss how my skills and experience can contribute to your team. Please find my CV attached. Thank you for your time and consideration. (ฉันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้หารือเกี่ยวกับทักษะและประสบการณ์ของดิฉัน และดิฉันสามารถช่วยทีมของคุณได้ โปรดดูประวัติย่อของดิฉันที่แนบมาด้วยนี้ ขอบคุณสำหรับเวลาและการพิจารณาของคุณค่ะ/ครับ)
- I am very interested in this position and would be pleased to attend an interview to further discuss my qualifications. My CV is attached for your reference. Thank you for your consideration. (ฉันสนใจตำแหน่งนี้เป็นอย่างยิ่ง และยินดีที่จะเข้ารับการสัมภาษณ์เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับคุณสมบัติของฉันเพิ่มเติม ฉันได้แนบประวัติส่วนตัว (CV) มาให้ท่านพิจารณาแล้ว ขอขอบคุณสำหรับการพิจารณาค่ะ/ครับ)
- Thank you for taking the time to review my application. I look forward to the opportunity to speak with you and can be reached at the contact information provided above. (ขอขอบคุณที่สละเวลาพิจารณาใบสมัครของฉัน ฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีโอกาสได้พูดคุยกับท่าน และสามารถติดต่อฉันได้ตามข้อมูลติดต่อที่ระบุไว้ข้างต้น)
ปิดท้าย cover letter
วิธีทั่วไปในการปิดท้าย Cover letter คือเขียนว่า “Best” หรือ “Sincerely” ในเวลาเดียวกัน ให้พิมพ์ชื่อนามสกุลของคุณแทนลายเซ็นเพื่อปิดจบ Cover letter เป็นภาษาอังกฤษอย่างกระชับแต่เป็นมืออาชีพ

วิธีการจัดรูปแบบ cover letter อย่างมืออาชีพ
นอกจากเนื้อหาแล้ว รูปแบบการนำเสนอ cover letter ของคุณมีผลโดยตรงต่อความประทับใจแรกที่ผู้คัดเลือกมีต่อคุณ การจัดวางที่ชัดเจนและอ่านง่ายจะช่วยให้ข้อความของคุณได้รับการพิจารณาเร็วขึ้นและแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพในสไตล์การทำงานของคุณ
ความยาว
จดหมายสมัครงานควรมีความยาวไม่เกินหนึ่งหน้ากระดาษ A4 โดยมีความยาวเพียงพอที่จะถ่ายทอดข้อมูลสำคัญ โดยทั่วไปแล้ว 3-4 ย่อหน้าสั้น ๆ ก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถนำเสนอวัตถุประสงค์ในการสมัครงาน จุดแข็งที่สำคัญ และส่วนที่ต้องการพูดคุยเพิ่มเติม โดยรบกวนเวลาของผู้อ่านมากเกินไป
ขนาดตัวอักษร
ควรเลือกใช้แบบอักษรที่เป็นทางการและอ่านง่ายทั้งบนหน้าจอและตัวพิมพ์ แบบอักษรที่เป็นที่นิยม เป็นกลาง และเหมือนกัน เช่น Times New Roman หรือ Arial
- ขนาดตัวอักษรที่เหมาะสมสำหรับเนื้อหาหลักคือ 11 – 12pt
- หลีกเลี่ยงการใช้ตัวอักษรที่เล็กเกินไปจนอ่านยาก หรือตัวอักษรที่ใหญ่เกินไปจนทำให้การจัดวางไม่สวยงาม
- ห้ามใช้ตัวอักษรที่มีรูปแบบเฉพาะหรือตัวอักษรตกแต่ง
ขอบกระดาษ
ระยะขอบมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเว้นพื้นที่ว่างสำหรับข้อความ cover letter ที่มีระยะขอบที่จัดวางอย่างเหมาะสมจะดูเรียบร้อยและเป็นมืออาชีพมากขึ้น
- โดยทั่วไป ระยะขอบบน/ล่างจะอยู่ที่ 1 นิ้ว (2.54 เซนติเมตร) และระยะขอบซ้าย/ขวาก็จะอยู่ที่ 1 นิ้ว (2.54 เซนติเมตร) เช่นกัน
- หลีกเลี่ยงการลดระยะขอบมากเกินไปเพื่อใส่เนื้อหาเพิ่ม เพราะจะทำให้จดหมายดูรกและไม่น่าสนใจ
ระยะห่างระหว่างตัวอักษร
ระยะห่างระหว่างบรรทัดและย่อหน้าส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการอ่านอย่างรวดเร็วและระดับความสนใจของผู้สรรหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจาก Cover Letter แต่ละฉบับมักถูกดูเพียง 20-30 วินาทีเท่านั้น การนำเสนอที่มีโครงสร้างที่ดีจะทำให้เนื้อหาเข้าใจง่ายและสร้างความประทับใจในความเป็นมืออาชีพตั้งแต่แรกเห็น
- ใช้การเว้นวรรคบรรทัดแบบ 1 หรือ 1.15 ในแต่ละย่อหน้า เพื่อให้ข้อความกระชับ หลีกเลี่ยงข้อความที่หนาแน่นเกินไป ในขณะเดียวกันก็รักษาความชัดเจนไว้
- เว้นบรรทัดว่างหนึ่งบรรทัดระหว่างย่อหน้าจะช่วยแยกความคิดต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน ทำให้ผู้อ่านสามารถอ่านข้อมูลได้อย่างรวดเร็วโดยไม่รู้สึกว่ามีข้อมูลมากเกินไป
- หลีกเลี่ยงการเว้นวรรค การจัดเรียงข้อความให้เท่ากัน หรือการปรับระยะห่างระหว่างตัวอักษรด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้เกิดช่องว่างที่ไม่เหมาะสมระหว่างคำ ทำให้จดหมายสมัครงานดูไม่เป็นธรรมชาติและไม่เป็นมืออาชีพ

เคล็ดลับสำคัญในการเขียน cover letter
จดหมายสมัครงานที่ดีนั้นไม่ใช่แค่การแนะนำตัวเองเท่านั้น แต่ยังต้องแสดงให้เห็นว่าคุณเป็นผู้สมัครที่มีความสามารถและเหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้นอย่างแท้จริง เคล็ดลับด้านล่างนี้จะช่วยให้คุณปรับปรุงเนื้อหาและหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทั่วไปได้
แสดงศักยภาพของคุณออกมา
Cover letter เป็นส่วนที่คุณจะแสดงให้ผู้จ้างงานเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตในอนาคต ไม่ใช่แค่สิ่งที่คุณเคยทำสำเร็จในอดีต ให้เน้นที่ความคิด ทัศนคติ ความสามารถในการเรียนรู้ และวิธีที่คุณสามารถมีส่วนร่วมกับทีมได้หากได้รับโอกาส สิ่งนี้สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาหรือผู้ที่กำลังเปลี่ยนสายอาชีพ
ควรใช้ข้อมูลที่สอดคล้องกันทั้งใน cover letter และ resume
ข้อมูลทั้งหมดใน cover letter ควรสอดคล้องกับประวัติย่อ ตั้งแต่ตำแหน่งที่สมัครและช่วงเวลา ไปจนถึงประสบการณ์ทำงาน Cover letter ไม่ควรคัดลอกเนื้อหาทั้งหมดจากประวัติย่อ แต่ควรใช้เพื่ออธิบายและชี้แจงจุดเด่นที่ระบุไว้แล้ว เพื่อให้การสมัครงานมีความสมเหตุสมผลและน่าเชื่อถือมากขึ้น
แสดงทักษะที่เกี่ยวข้องซึ่งตรงกับข้อกำหนดในรายละเอียดงาน
จดหมายสมัครงานที่ดีนั้นควรเขียนโดยอิงจากรายละเอียดงานที่เฉพาะเจาะจง ไม่ใช่การเขียนแบบทั่วไปสำหรับทุกตำแหน่ง เลือกทักษะและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อกำหนดในรายละเอียดงาน จากนั้นอธิบายด้วยภาษาที่ชัดเจน โดยเชื่อมโยงกับบริบทของงานจริง
เน้นย้ำทักษะที่โดดเด่น
แทนที่จะระบุทักษะมากมายแบบกระจัดกระจาย คุณควรเลือกทักษะที่โดดเด่นที่สุด 1-2 อย่าง และอธิบายอย่างชัดเจนว่าคุณได้นำทักษะเหล่านั้นไปใช้ในการเรียนหรือการทำงานอย่างไร การเน้นจุดสำคัญจะช่วยให้ผู้สรรหาจดจำคุณค่าที่คุณนำมาได้อย่างรวดเร็ว
สิ่งที่คุณไม่ควรเขียนใน cover letter
เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียคะแนน คุณควรหลีกเลี่ยง:
- เขียนวกไปวนมา ยาวเหยียด หรือเล่าเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ใช้ภาษาทั่วไป หรือคัดลอกมา
- บ่นเกี่ยวกับงานเก่า หัวหน้างานเก่า หรือเหตุผลเชิงลบที่ทำให้ลาออก
- พูดถึงเงินเดือน สวัสดิการ หรือคำขอส่วนตัวเร็วเกินไป
จดหมายสมัครงานที่ดีจะต้องแสดงถึงความเป็นมืออาชีพและทัศนคติเชิงบวกโดยเน้นคุณค่าที่ตนเองสามารถมอบให้ได้มากกว่าที่จะมุ่งเน้นแต่ความต้องการส่วนตัวเพียงอย่างเดียว

>>> อ่านเพิ่มเติม: โครงสร้างการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษประกอบด้วย 3 ส่วน คำขึ้นต้น ใจความ และคำลงท้าย!
สิ่งที่ควรทราบเมื่อเขียน Cover letter
- อย่าเขียน Cover letter ที่ยาวเกินไป ตามหลักการแล้ว ควรมีความยาวเพียงหน้าเดียว หรือประมาณ 3-4 ย่อหน้า โดยนำเสนออย่างมีเหตุผล เรียบร้อย
- อย่าเขียนชื่อนายจ้างและเพศผิด หรือเลือกคำเรียกที่ไม่ถูกต้องระหว่าง Mr กับ Ms
- อย่าให้เนื้อหาของย่อหน้าไม่เกี่ยวข้องกัน ข้อมูลทั้งหมดใน Cover letter จะต้องจับคู่และประสานกันเพื่อให้นายจ้างสามารถเห็นความสามารถและคุณศัพท์ของคุณได้
- ไม่แสดงตัวตนส่วนบุคคลที่ไม่เป็นความจริง Cover letter เป็นสิ่งแรกสำหรับนายจ้างในการทำความเข้าใจบุคลิกภาพและลักษณะนิสัยของคุณ ซึ่งจะทำให้เห็นว่าคุณเหมาะสมกับงานนี้เพียงใด แต่โปรดทราบ ห้ามให้ข้อมูลอันเป็นเท็จโดยเด็ดขาด ถ้าบุคลิกหรือความสามารถของคุณไม่เหมาะจริง ๆ ก็ลองหาโอกาสอื่นจะดีที่สุด
- ตรวจสอบการสะกดคำและไวยากรณ์อย่างละเอียดก่อนส่งอีเมล ข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของคุณ
- ระบุข้อมูลติดต่อให้ครบถ้วนในตอนท้ายของอีเมล รวมถึงชื่อเต็ม หมายเลขโทรศัพท์ และที่อยู่อีเมล เพื่อให้ผู้สรรหาบุคลากรสามารถตอบกลับได้ง่าย
- ส่งสำเนาอีเมลไปให้ตัวเองเพื่อตรวจสอบรูปแบบ เนื้อหา และตรวจสอบให้แน่ใจว่าอีเมลถูกส่งไปเรียบร้อยแล้ว

>>> อ่านเพิ่มเติม:
- 150 คำศัพท์เกี่ยวกับ อาชีพภาษาอังกฤษ สำหรับทุกอาชีพ
- 5 ตัวอย่างย่อหน้าเขียนแนะนำตัวเองภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษา
CV vs Cover letter กับ Resume ต่างกันยังไง?
CV และ Cover letter ไม่เหมือนกัน
- CV ย่อมาจากคำ Curriculum Vitae, CV จะมีประวัติการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน และทักษะต่างๆ ของคนสมัครงาน
- Cover letter คือจดหมายสมัครงานที่แสดงความสนใจเกี่ยวกับงานที่คุณสมัคร เช่นเหตุผลที่คุณสมัครงานนี้ เหมาะสมกับงานยังไงและอื่นๆ
- Resume คือบทสรุปโดยย่อเกี่ยวกับประสบการณ์การทำงาน ทักษะ และความสำเร็จที่โดดเด่นของผู้สมัคร ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้กันทั่วไปในแวดวงธุรกิจระหว่างประเทศ

ตัวอย่าง Cover letter ภาษาอังกฤษ

>>> อ่านเพิ่มเติม: 50+ คำศัพท์ควรรู้ในหัวข้อ ประกาศรับสมัครงาน ภาษาอังกฤษ
มาดู ตัวอย่างจดหมายสมัครงาน ที่ใช้สมัครงานในสายร้านอาหาร-โรงแรมกันด้านล่างนี้!
ตัวอย่างที่ 1 – ตัวอย่าง cover letter มาตรฐานที่นิยมใช้
| 1788 New Petchaburi Rd Khet Huai Khwang Krung Thep Maha Nakhon November 1st Wissa SrisuwanFront Desk Agent The Bangkok Hotel 123 Sukhumvit Road, Bangkok, Thailand Dear Ms Anna, I am writing in regard to the front desk clerk position advertised on your hotel’s website. For your review, I have enclosed a copy of my resume. As you can see, I graduated from Siam University this May in Hotel and Restaurant Management. Last year, I successfully completed a six – month internship at Siam Hotel. I strongly believe I will fit in well with your team as I am an outgoing, helpful person with good language skills. I am available for an interview at your convenience. I can be reached at 0945-xxx-xxx. I am looking forward to meeting you and will make the most of any opportunity that you give me. Thank you for your consideration. I hope to hear from you soon. Sincerely yours, Wissa Srisuwan |
ตัวอย่างที่ 2 – สำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์
| Dear Hiring Manager, I am writing to apply for the Food and Beverage Assistant position advertised on your hotel website. I recently graduated with a degree in Hospitality Management and completed a three-month internship at a local restaurant, where I developed basic customer service and teamwork skills. Although my practical experience is limited, I am eager to learn and highly motivated to grow in a professional hotel environment. I would appreciate the opportunity to attend an interview to further discuss how I can contribute to your team. My CV is attached for your review. Thank you for your time and consideration. Kind regards, James Miller |
ตัวอย่างที่ 3 – สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์แล้ว
| Dear Ms. Anderson, I am writing to express my interest in the Front Office Supervisor position at your hotel. With over four years of experience working in front desk operations at international hotels, I have developed strong communication, problem-solving, and guest service skills. In my previous role, I consistently handled guest inquiries and supported the front office team to maintain high service standards. I would welcome the opportunity to discuss how my experience can add value to your hotel. Please find my CV attached. Thank you for considering my application. Sincerely, Michael Brown |
หวังว่าด้วยข้อมูลในการเขียนจดหมายสมัครงานที่ ELSA Speak มอบให้ในวันนี้ คุณจะสามารถสร้าง Cover letter ที่น่าประทับใจของตนเองและได้ตำแหน่งงานที่คุณอยากได้อย่างรวดเร็วนะ

