Author: Bao Ngan Nguyen
คําลงท้าย อีเมล ในภาษาอังกฤษดูเรียบง่าย แต่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความเป็นทางการที่คุณมีต่อผู้รับ ในแต่ละสถานการณ์และผู้รับที่แตกต่างกัน วิธีการเขียนคำลงท้ายอีเมลและการลงนามก็จะแตกต่างด้วยเช่นกัน มาเรียนรู้รายละเอียดวิธีการเขียนคําลงท้ายอีเมลอย่างถูกต้องกับ ELSA Speak กันนะคะ
การเขียนคำลงท้าย Email ในภาษาอังกฤษ จะเขียนอะไรบ้าง?
ส่วนเปิดท้ายอีเมลในภาษาอังกฤษประกอบด้วยเนื้อหาหลัก 2 ส่วน:
- ส่วนลงท้ายอีเมล: ส่วนนี้จะอยู่ถัดจากเนื้อหาหลัก ใช้เพื่อแสดงการสิ้นสุดการเขียนอีเมลและหลีกเลี่ยงการลงท้ายอีเมลที่สั้นเกินไป
- ส่วนลายเซ็น: ส่วนนี้แสดงถึงความเป็นทางการและความเป็นมืออาชีพของผู้เขียนจดหมาย และยังแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับและผู้เขียนอีกด้วย
คําลงท้ายที่มักจะใช้บ่อย
คําลงท้ายจดหมาย ภาษาอังกฤษ ทางการ
คําลงท้ายอีเมลที่ใช้บ่อย เช่น Sincerely, Kind regards, Best regards, Yours truly, Yours faithfully หมายถึงด้วยความเคารพแต่ใช้ในกรณีต่างกัน ดังนี้:
- Sincerely
→ ไม่ระบุตัวตน มักใช้ในอีเมลธุรกิจ อีเมลที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
- Kind regards
→ ไม่แสดงทัศนคติที่ใกล้ชิดกับผู้รับจนเกินไป
- Best regards
→ แสดงถึงทัศนคติที่เป็นกันเองแต่ไม่ใกล้ชิดจนเกินไป
- Yours truly
→ เป็นทางการและสุภาพ ชาวอเมริกันมักจะใช้
- Yours faithfully
→ มักจะใช้ในการทำงาน
>>> Read more:
คำลงท้ายที่ใช้กับคนสนิท
เมื่อส่งจดหมายหรืออีเมลถึงเพื่อนและญาติควรเลือกใช้คำที่แสดงถึงความใกล้ชิดและสนิทสนม เพื่อมอบความสัมพันธ์ที่ดีและเป็นกันเอง ได้แก่:
- Warm regards (ขอแสดงความนับถือ)
- Best (ด้วยความปรารถนาดี)
- Take care (ระวัง)
- Thanks (ขอขอบคุณ)
- Yours truly (ด้วยความจริงใจ)
- As ever (เช่นเคย)
- Love, (ด้วยรัก)
- See you! /See ya! (เจอกัน)
- All for now, (แค่นี้แหละ)
- Write soon! (เดี๋ยวตอบกลับในไม่ช้า)
- Good-bye for now, (แค่นี้นะ)
- Bye for now! (ไปก่อนนะ)
- Later, (เจอกันใหม่)
- Bye-bye, (ลาก่อน)
- Talk to you later, (ไว้คุยกันใหม่)
คําลงท้ายจดหมายแบบมืออาชิพที่ใช้บ่อยที่สุด
สำหรับใช้ในธุรกิจ
| ตัวอย่าง | ความหมาย |
| I look forward to your feedback. Please let me know if you need any additional information. Sincerely, [Your Name] [Your Position] [Your Company] [Optional: Contact Information] | ฉันหวังว่าจะได้รับความคิดเห็นจากคุณ โปรดแจ้งให้ฉันทราบหากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ด้วยความจริงใจ |
ในกรณีที่ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้
| ตัวอย่าง | ความหมาย |
| I apologize for any inconvenience this may cause. Sincerely, Mike. | ฉันขอโทษสำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น ด้วยความจริงใจ Mike. |
เมื่อขอคำแนะนำจากเพื่อนร่วมงาน
| ตัวอย่าง | ความหมาย |
| Let me know if that is convenient for you. Regards, Linda | แจ้งให้เราทราบหากมันสะดวกสำหรับคุณ ด้วยความเคารพ Linda. |
คําลงท้ายจดหมาย ขอบคุณ
| ตัวอย่าง | ความหมาย |
| Once again, thank you and your department for your time. Yours sincerely, Nichi | ขอขอบคุณแผนกและคุณที่สละเวลามาอีกครั้ง ด้วยความจริงใจ Nichi. |
จดหมายร้องเรียน ร้องทุกข์ ร้องขอ
| ตัวอย่าง | ความหมาย |
| I expect an email from you by 5 pm today at the latest, to inform me how you are going to resolve this issue. Yours sincerely, Tom. | ฉันคาดว่าวันนี้จะได้รับอีเมลจากคุณภายในเวลา 17.00 น. เป็นอย่างช้าที่สุด เพื่อชี้แจงให้ทราบเกี่ยวกับวิธีแก้ไขปัญหานี้ ด้วยความจริงใจ Tom. |
จดหมายขอโทษ
| ตัวอย่าง | ความหมาย |
| Once again, please accept my apologies for any inconvenience caused by our service. Yours sincerely, Smith | ขออภัยอีกครั้งสำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นจากบริการของเรา ด้วยความจริงใจ Smith |

ข้อสังเกตเมื่อเขียนคำลงท้ายอีเมลในภาษาอังกฤษ
ในการทำงาน การเขียนอีเมลในภาษาอังกฤษไม่เพียงแต่แสดงถึงความเป็นมืออาชีพเท่านั้น แต่ยังสะท้อนภาพลักษณ์ของบริษัททั้งบริษัทต่อคู่ค้าอีกด้วย ดังนั้น นอกเหนือจากส่วนเปิดและเนื้อหาหลักในอีเมลแล้ว คุณควรสังเกตประเด็นต่อไปนี้เพื่อให้การสิ้นสุดอีเมลถูกต้องมากขึ้น
- ควรใช้ลายเซ็นที่แนบมา โดยระบุตำแหน่งของคุณและบริษัทที่คุณทำงานด้วย
- ไม่ควรย่อชื่อ-นามสกุล หรือใช้ตัวย่ออักษรตัวแรก ควรเขียนชื่อ – นามสกุลของคุณแบบเต็มเมื่อเซ็นชื่อที่ท้ายอีเมล เช่น เขียน John Jonas แทน JJ
- อย่าใช้คำสแลงในภาษาอังกฤษหรือคำย่อ เช่น Thx, Rgrds
- หากคุณส่งอีเมลถึงที่เกี่ยวข้องกับการทำงานคุณไม่ควรใช้คำที่ไม่เหมาะสม เช่น Love, Your truly.
- ไม่ควรใช้ประโยคคำพูด เช่น See you later, Nice to meet you
- ไม่ควรใช้คำที่มีความหมายแฝงทางศาสนา เช่น Have a blessed day, God bless you.
>>> Read more: หมายเหตุของการเขียนอีเมลภาษาอังกฤษ
คำถามที่พบบ่อย
Best regard คือ อะไร
Best Regards เป็นวลีภาษาอังกฤษ แปลว่า “ด้วยความเคารพอย่างที่สุด” หรือ “ด้วยความเคารพอย่างที่สุด” ซึ่งเป็นคำที่ให้เกียรติมักจะอยู่ท้ายอีเมลก่อนลายเซ็นเพื่อแสดงความปรารถนาดี
Best regard ใช้ยังไง?
Best regards ใช้เพื่อส่งความปรารถนาดีถึงใครบางคนที่ท้ายอีเมลหรือจดหมาย
Your sincerely กับ Best regards ต่างกันอย่างไร?
Your sincerely เป็นวลีที่ใช้ลงท้ายจดหมายในภาษาอังกฤษแบบอัวกฤษ ผู้จะเขียนใช้ Your sincerely เมื่อรู้ข้อมูลของผู้รับอย่างชัดเจน
Best regards แปลว่า “ด้วยความเคารพ” ซึ่งทั้งสองวลีนี้ใช้ในการสิ้นสุดโดยปกติในอีเมล
คำศัพท์ใหม่ของบทเรียน คําลงท้ายอีเมลในภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการที่ใช้ได้ทุกสถานการณ์
| คำศัพท์ | การสะกดคำ | ความหมาย |
| additional | /əˈdɪʃ.ən.əl/ | ที่เพิ่มขึ้น |
| inconvenience | /ˌɪn.kənˈviːn.jəns/ | ความไม่สะดวก |
| convenient | /kənˈviː.ni.ənt/ | สะดวก |
| inform | /ɪnˈfɔːrm/ | แจ้ง |
| resolve | rɪˈzɑːlv/ | แก้ปัญหา |
บทความข้างต้นได้แนะนำคุณเกี่ยวกับวิธีการเขียนคำลงท้ายอีเมลในภาษาอังกฤษอย่างถูกต้อง เพื่อสร้างความประทับใจอย่างมืออาชีพให้กับบุคคลอื่น หากต้องการฝึกฝนการเขียนประโยคอีเมลให้ดียิ่งขึ้น อย่าลืมดาวน์โหลดแอปและเรียนรู้กับ ELSA Speak ด้วยกันนะคะ!
Marketing กำลังเป็นงานที่วัยรุ่นให้ความสนใจมากในปัจจุบัน งานด้าน Marketing เป็นตำแหน่งที่สำคัญมากในบริษัทและธุรกิจต่างๆ แต่เพื่อให้สามารถทำงานในสาขานี้ได้ นักการตลาดจำเป็นต้องเข้าใจภาษาอังกฤษ งั้นมาเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษด้าน Marketing ต่อไปนี้กับ ELSA Speak กันนะ
การตลาดภาษาอังกฤษคืออะไร?
การตลาดในภาษาอังกฤษ คือ Marketing อ่านว่า /ˈmɑːr.kɪ.t̬ɪŋ/ Marketing เป็นกิจกรรมต่างๆ ที่นำผลิตภัณฑ์หรือบริการจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภค
ตําแหน่งงานด้าน Marketing
ตารางด้านล่างนี้เป็นชื่อตําแหน่งงานด้าน Marketing ในภาษาอังกฤษ เรามาเรียนรู้ไปพร้อมกันนะ
| คำศัพท์ | ความหมาย |
| Chief marketing officer (CMO) | ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด |
| Creative director | หัวหน้าครีเอทีฟ |
| Account manager | ผู้จัดการบัญชี |
| Marketing Research Manager | ผู้จัดการฝ่ายวิจัยการตลาด |
| Trade Marketing Manager | ผู้จัดการฝ่ายการตลาด |
| Trade Marketing Assistant | ผู้ช่วยฝ่ายการตลาด |
| Marketing Manager | ผู้จัดการฝ่ายการตลาด |
| Marketing Executive | ผู้บริหารการตลาด |
| PR manager | ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ |
| Brand Manager | ผู้จัดการแบรนด์ |
| Assistant brand manager | ผู้ช่วยผู้จัดการแบรนด์ |
| Account executive | ผู้บริหารงานลูกค้า |
| Copywriter/Content | นักสร้างไอเดียและเขียนไอเดีย |
| Designer | นักออกแบบ |

| SEO Executive | ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO |
| PPC Executive | ผู้เชี่ยวชาญด้านการโฆษณา |
| Social Media Marketing Specialist | ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดบนโซเชียลมีเดีย |
| Media Planner | นักวางแผนสื่อ |
| Digital Marketing Specialist | ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ |
| Internship Marketing | นักศึกษาฝึกงานด้านการตลาด |
>>> Read more: 36 ตําแหน่งงานภาษาอังกฤษในบริษัทที่ใช้บ่อยที่สุด
คำศัพท์ทั่วไปด้าน Marketing
| คำศัพท์ | วิธีอ่าน | ความหมาย |
| Advertisement | /ədˈvɜːrtɪsmənt/ | การโฆษณา |
| Advertising Agency | /ˈædvərˌtaɪzɪŋ ˈeɪdʒənsi/ | บริษัทโฆษณา |
| Brand awareness | /brænd əˈwɛər.nəs/ | การจดจำแบรนด์ |
| Brand equity | /brænd ˈɛkwɪti/ | คุณค่าของแบรนด์ |
| Brand identity | /brænd aɪˈdɛntɪti/ | เอกลักษณ์ของแบรนด์ |
| Brand image | /brænd ˈɪm.ɪdʒ/ | ภาพลักษณ์ของแบรนด์ |
| Brand loyalty | /brænd ˈlɔɪəlti/ | ความไว้วางใจต่อแบรนด์ |
| Brand positioning | /brænd pəˈzɪʃənɪŋ/ | จุดยืนของแบรนด์ |
| Brand preference | /brænd ˈprɛfərəns/ | ความชื่นชอบในตัวแบรนด์ |
| Buyer persona | /ˈbaɪ.ər pərˈsoʊ.nə/ | การจำลองกลุ่มลูกค้าสมมติ |
| Campaign | /kæmˈpeɪn/ | การรณรงค์ |
| Campaign reach | /kæmˈpeɪn riːʧ/ | การรณรงค์การเข้าถึงลูกค้า |
| Cash discount | /kæʃ ˈdɪsˌkaʊnt/ | ส่วนลดหากชำระเป็นเงินสด |
| Channel level | /ˈtʃænəl ˈlɛvl/ | ระดับของช่องทางการจัดจำหน่าย |
| Channel management | /ˈtʃænəl ˈmænɪdʒmənt/ | การบริหารช่องทางการขาย |
| Communication channel | /kəˌmjuːnɪˈkeɪʃən ˈtʃænəl/ | ช่องทางการสื่อสาร |
| Consumer location | /kənˈsjuːmər loʊˈkeɪʃən/ | ช่องทางที่ลูกค้าเจอสินค้า |
| Contextual marketing | /kənˈtɛk.stʃu.əl ˈmɑːr.kɪ.tɪŋ/ | การตลาดแบบอิงตามบริบท |
| Conversational marketing | /ˌkɑːn.vəˈseɪ.ʃən.əl ˈmɑːr.kɪ.tɪŋ/ | การตลาดผ่านการสนทนา |
| Coverage | /ˈkʌvərɪdʒ/ | ความครอบคลุมของช่อง |
| Customer-segment pricing | /ˈkʌstəmər ˈsɛgmənt ˈpraɪsɪŋ/ | กำหนดราคาตามกลุ่มลูกค้า |
| Demand generation | /dɪˈmænd ˌdʒɛn.əˈreɪ.ʃən/ | การสร้างอุปสงค์ |
| Demographic environment | /ˌdɛməˈɡræfɪk ɪnˈvaɪrənmənt/ | การศึกษาถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับประชากร |
| Digital marketing | /ˈdɪdʒɪtl ˈmɑːrkɪtɪŋ/ | การตลาดออนไลน์ |
| Direct marketing | /dɪˈrɛkt ˈmɑːrkɪtɪŋ/ | การตลาดทางตรง |
| Distribution channel | /ˌdɪstrɪˈbjuːʃən ˈʧænəl/ | ช่องทางการจัดจำหน่าย |
| E-commerce | /ˈiːˌkɒmɜrs/ | การซื้อขายผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ |
| E-marketing | /iː ˈmɑːr.kɪ.tɪŋ/ | การตลาดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ |
| Early adopter | /ˈɜːrli əˈdɒptər/ | ลูกค้ารายแรกหรือผู้นำกระแส |
| Economic environment | /ˌiːkəˈnɒmɪk ɪnˈvaɪrənmənt/ | สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ |
| End-user | /ɛnd ˈjuː.zər/ | ผู้บริโภค |
| Exclusive distribution | /ɪkˈskluːsɪv ˌdɪstrɪˈbjuːʃən/ | การจัดจำหน่ายแบบผูกขาด |
| Franchising | /ˈfræntʃaɪzɪŋ/ | แฟรนไชส์ |
| Ideal customer profile (ICP) | /aɪˈdiːl ˈkʌs.tə.mər ˈproʊ.faɪl/ | โปรไฟล์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย |
| Lead nurturing | /liːd ˈnɜːr.tʃər.ɪŋ/ | การเปลี่ยนลูกค้าธรรมดาให้เป็นลูกค้าเป้าหมาย |
| Market niche | /ˈmɑːr.kɪt nɪtʃ/ | ตลาดเฉพาะกลุ่ม |
| Market research | /ˈmɑːr.kɪt rɪˈsɜːrtʃ/ | การวิจัยการตลาด |
| Market share | /ˈmɑːr.kɪt ʃɛər/ | ส่วนแบ่งทางการตลาด |
| Market size | /ˈmɑːrkɪt saɪz/ | ขนาดของตลาด |
| Marketing Collateral | /ˈmɑːr.kɪ.tɪŋ kəˈlæt.ər.əl/ | หลักประกันทางการตลาด |
| Marketing mix | /ˈmɑːrkɪtɪŋ mɪks/ | ส่วนประสมทางการตลาด |
| Marketing Objective | /ˈmɑːr.kɪ.tɪŋ əˈbʤɛk.tɪv/ | วัตถุประสงค์ทางการตลาด |
| Marketing strategy | /ˈmɑːrkɪtɪŋ ˈstrætəʤi/ | กลยุทธ์การตลาด |
| Performance management | /pərˈfɔːr.məns ˈmæn.ɪdʒ.mənt/ | การบริหารผลการปฏิบัติงาน |
| Personal selling | /ˈpɜrsənəl ˈsɛlɪŋ/ | การขายโดยบุคคล |
| Price boom | /praɪs buːm/ | ราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว |
| Price cut | /praɪs kʌt/ | การลดราคา |
| Price hike | /praɪs haɪk/ | การขึ้นราคา |
| Price leader | /praɪs ˈliːdər/ | การตั้งราคาตามผู้นำ |
| Price tag | /praɪs tæg/ | ป้ายราคา |
| Price war | /praɪs wɔːr/ | การแข่งขันทางด้านราคา |
| Product catalog/ mix/ portfolio | /ˈprɒdʌkt ˈkætəlɒg/mɪks/pɔːtˈfəʊlioʊ/ | แค็ตตาล็อกสินค้า |
| Product life cycle | /ˈprɒdʌkt laɪf ˈsaɪkəl/ | วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ |
| Product placement | /ˈprɒdʌkt ˈpleɪsmənt/ | การโฆษณาแฝงสินค้าในรายการ หนัง ละคร |
| Product positioning | /ˈprɒdʌkt pəˈzɪʃənɪŋ/ | การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ |
| Product range/line | /ˈprɒdʌkt reɪnʤ/laɪn/ | กลุ่ม/ไลน์ผลิตภัณฑ์ |
| Public relations | /ˈpʌblɪk rɪˈleɪʃənz/ | การประชาสัมพันธ์ |
| Sales promotion | /seɪlz prəˈmoʊ.ʃən/ | การส่งเสริมการขาย |
| Word-of-mouth marketing | /ˌwɝːd.əvˈmaʊθ ˈmɑːr.kɪ.t̬ɪŋ/ | การตลาดแบบปากต่อปาก |
คำศัพท์เฉพาะด้าน Marketing
| คำศัพท์ | ความหมาย |
| Auction-type pricing | การกำหนดราคาแบบประมูลราคา |
| By-product pricing | พิจารณาสินค้าที่เป็นผลพลอยได้ |
| Captive-product pricing | การตั้งราคาสินค้าหลักให้ต่ำแล้วทำกำไรกับสินค้าเสริม |
| Customer-segment pricing | การกำหนดราคาตามกลุ่มลูกค้า |
| Door-to-door sales | การขายสินค้าถึงบ้าน |
| Long-run Average Cost – LAC | ต้นทุนเฉลี่ยในระยะยาว |
| Marketing decision support system | ระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางการตลาด |
| Marketing information system | ระบบสารสนเทศทางการตลาด |
| Mass-customization marketing | การตลาดแบบการผลิตสินค้าปริมาณมากเฉพาะกลุ่ม |
| MRO-Maintenance Repair Operating | สินค้าอุตสาหกรรมอยู่ในกลุ่มอุปทาน |
| OEM – Original Equipment Manufacturer | ผู้รับจ้างผลิตสินค้าให้กับบริษัทที่จะไปขายในแบรนด์ของตัวเอง |
| Political-legal environment | สภาพแวดล้อมทางด้านการเมือง และกฎหมาย |
| Product-building pricing | การตั้งราคาแบบรวมทุกอย่าง |
| Research and Development (R & D) | การวิจัยและพัฒนา |
| Short-run Average Cost –SAC | ต้นทุนเฉลี่ยระยะสั้น |
| Social –cultural environment | ปัจจัยทางด้านสังคมและวัฒนธรรม |
| The order-to-payment cycle | วงจรการสั่งซื้อและชำระเงิน |
คำศัพท์เฉพาะด้าน Content marketing
| คำศัพท์ | การสะกดคำ | ความหมาย |
| Affiliate marketing | /əˈfɪliət ˈmɑːrkɪtɪŋ/ | การตลาดแบบพันธมิตร |
| Alt-text | /ælt tɛkst/ | กลุ่มคำ หรือ ข้อความสั้นๆ ที่ใช้ตั้งชื่อรูปภาพต่างๆ |
| Anchor text | /ˈæŋkər tɛkst/ | ข้อความที่เป็นลิงก์ซึ่งใช้เชื่อมโยงระหว่างเว็บไซต์ |
| Article Marketing | /ˈɑːtɪkl ˈmɑːrkɪtɪŋ/ | การตลาดผ่านบทความ |
| Blog article | /blɒg ˈɑːrtɪkl/ | บทความบล็อก |
| Celebrity-Driven Content | /səˈlɛbrəti ˈdrɪvn ˈkɒntɛnt/ | การทำการตลาดกับคนที่มีชื่อเสียง |
| Conversions | /kənˈvɜːrʒənz/ | การเปลี่ยนแปลง |
| Copyright | /ˈkɒpiraɪt/ | ลิขสิทธิ์ |
| Clickbait | /ˈklɪk.beɪt/ | การใช้คำหรือรูปภาพพาดหัวที่ทำให้ดูชวนสงสัย |
| Dimensions | /dɪˈmɛnʃənz/ | ขนาดโฆษณา |
| Domain authority | /dəˈmeɪn ɔːˈθɒrɪti/ | ระดับความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ |
| Dynamic content | /daɪˈnæmɪk ˈkɒntɛnt/ | คอนเทนต์ที่มีเนื้อหาปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ |
| Editing | /ˈɛdɪtɪŋ/ | การตรวจแก้บทความ |
| Google Analytics | /ˈɡuːɡəl ˌænəˈlɪtɪks/ | เครื่องมือวิเคราะห์ผู้เข้าชมของเว็บไซต์ |
| Heading/subheading | /ˈhɛdɪŋ/ˈsʌbhɛdɪŋ/ | หัวเรื่อง/หัวเรื่องย่อย |
| Hyperlink | /ˈhaɪpərlɪŋk/ | การเชื่อมโยงหลายมิติ |
| Influencers | /ˈɪnfluənsərz/ | ผู้ที่มีชื่อเสียง |
| Infographic | /ˌɪnfəˈɡræfɪk/ | อินโฟกราฟิก |
| Leads/lead generation | /liːdz/ | การสร้างลูกค้าที่มีคุณภาพสูง |
| Marketing funnel | /ˈmɑːrkɪtɪŋ ˈfʌnəl/ | กรวยทางการตลาด |
| Marketing plan | /ˈmɑːrkɪtɪŋ plæn/ | แผนการตลาด |
| Marketing strategy | /ˈmɑːrkɪtɪŋ ˈstrætəʤi/ | กลยุทธ์การตลาด |
| Metadata | /ˈmɛtədeɪtə/ | ข้อมูลที่อธิบายชุดข้อมูล |
| Native Advertising | /ˈneɪtɪv ˈædvərtaɪzɪŋ/ | การแฝงเนื้อหาเข้าไปอยู่ในคอนเท้นต์ต่างๆ |
| Persona | /pərˈsoʊnə/ | ตัวตนของผู้ซื้อ |
| Plagiarism | /ˈpleɪʤərɪzəm/ | การลอกเลียนแบบ |
| Proof reading | /ˈpruːfˌriːdɪŋ/ | การพิสูจน์อักษร |
| Schedule/publish | /ˈʃɛdjuːl/ˈpʌblɪʃ/ | กำหนดเวลาโพสต์บทความ |
| Title tag | /ˈtaɪtl tæg/ | ข้อความที่บอกชื่อเรื่องของหน้าเว็บนั้น ๆ |
| Traffic | /ˈtræfɪk/ | การเพิ่มยอดขาย |
| Tone of voice | /toʊn/ /əv/ /vɔɪs/ | สิ่งที่ช่วยให้ลูกค้าเห็นตัวตนของแบรนด์มากขึ้น |
| Unique Selling Point (USP) | /juːˈniːk/ /ˈselɪŋ/ /pɔɪnt/ | การสร้างจุดขายที่แตกต่าง |
>>> Read more: วิธีแนะนำตัวสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษให้ประทับใจผู้ฟังที่สุด
คำศัพท์เฉพาะด้าน Digital Marketing
| คำศัพท์ | ความหมาย |
| Average Position | อันดับเฉลี่ย |
| Big data | ชุดข้อมูล |
| Bounce rate | อัตราการคลิกเข้าชมเว็บไซต์ |
| Call To Action | คำกระตุ้นการตัดสินใจ |
| Chat Bot | แอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนโดย AI |
| Competitive Analysis | การวิเคราะห์คู่แข่ง |
| Conversion rate | อัตราส่วนระหว่างยอดจำหน่ายสินค้าตามจริง |
| Customer acquisition | การดึงดูดลูกค้า |
| Digital Marketing Advertising | การโฆษณาออนไลน์ |
| Digital Marketing Automation | ระบบการตลาดออนไลน์อัตโนมัติ |
| Digital Marketing Campaigns | แคมเปญการตลาดออนไลน์ |
| Digital Marketing Channels | ช่องทางการตลาดออนไลน์ |
| Digital Marketing Report | รายงานการตลาดออนไลน์ |
| Digital Marketing Strategie | กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ |
| Digital Marketing Tools | เครื่องมือออนไลน์ |

| Direct Traffic | การจราจรโดยตรง |
| Email Blast | การส่งข้อความผ่านอีเมล |
| Impression | จำนวนครั้งที่แสดงโฆษณาออกไป |
| Keywords | คำสำคัญ |
| Marketing analytics | การวิเคราะห์ทางการตลาด |
| Pull marketing | การดึงให้ลูกค้ามีความสนใจในสินค้าของเรา |
| Push marketing | การผลักสินค้าออกไปหาลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย |
| Search Engine Optimization (SEO) | การทำอันดับข้อมูลให้เด่นสุด |
| Social Media | ช่องทางโซเชียลมีเดีย |
ตัวอย่างประโยคสนทนาโดยใช้คำศัพท์ด้าน Marketing
- Our plan is to use a page in the magazine of your esteemed company. (แผนของเราคือการใช้หน้านิตยสารทั้งหมดของบริษัทของคุณ)
- Our sales were up to the fifteenth percent compared to last year. (ยอดขายของเราเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว)
- We have a professional sales-force. (เรามีทีมงานขายมืออาชีพ)
- We want to run the advertisement for our products in your newspaper. (เราต้องการลงโฆษณาผลิตภัณฑ์ของเราในหนังสือพิมพ์ของคุณ)
- We are the best quality distributor. (เราคือผู้จัดจำหน่ายที่มีคุณภาพดีที่สุด)
- There are two types of marketing communication claims-objective and subjective. (การสื่อสารการตลาดมี 2 ประเภทคือ อัตวิสัย และ วัตถุวิสัย)
- The third stage of the marketing communication process occurs when a channel or medium delivers the message to the customers. (ขั้นตอนที่สามของกระบวนการสื่อสารการตลาดจะเกิดขึ้นเมื่อช่องทางหรือสื่อส่งข้อความถึงลูกค้า)
- Developments from integrated marketing communications have evolved into three categories; inside-out approach, outside-in approach, and cross-functional strategic approach. (การพัฒนาจากการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการได้พัฒนาเป็นสามประเภท คือ การพัฒนาจากภายในสู่ภายนอก การพัฒนาจากภายนอกสู่ภายใน และแนวทางเชิงกลยุทธ์ข้ามสายงาน)

- I would really appreciate it if I am allowed first to have a clear understanding of your marketing strategy. (ฉันจะซาบซึ้งมากหากคุณสามารถชี้แจงกลยุทธ์การตลาดของคุณให้ฉันได้)
- Before we move on to the next product, let us not overlook the importance of competitive products. (ก่อนที่จะก้าวสู่ผลิตภัณฑ์ถัดไป เราไม่สามารถละเลยความสำคัญของผลิตภัณฑ์คู่แข่ง)
ตัวอย่างบทสนทนาด้าน Marketing
Marie: Hi, Alex. What’s this? The company’s launch of new products?
Alex: Yes. I just want to review a few things. I have a meeting with the board next week, and I want to make sure I have all of the information I need.
Marie: I understand why you want to be prepared, then.
Alex: Our team has to drive demand for the product by co-opting the tactics. Therefore, I think that I need to do some research on the market.
Marie: That’s pretty much what I thought. I have all the information you’ll need here.
Alex: I knew I could count on you.
Alex: To launch the new products, it’s better if we can come up with the concept through a focus group because right now we did many of the same things other teams did with their teams. Listening to a group of people will allow us to log an early win. Otherwise, we can try to make our products adopted in more than one industry.
Marie: That’s right. Along with the packaging strategy, we’ve been tweaking our pricing.
Marie: Sounds like the perfect strategy.
Alex: It is, I’m sure.
คำแปล
Marie: คุณอเล็กซ์ นี่คืออะไรคะ บริษัทกำลังเตรียมที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เหรอ
Alex: ใช่ครับ ผมต้องการทบทวนบางสิ่งในที่ประชุมกับคณะกรรมการในสัปดาห์หน้า และผมต้องแน่ใจสำหรับข้อมูลในการประชุมครั้งนี้
Marie: ค่ะ ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณถึงอยากเตรียมตัว
Alex: เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของลูกค้ามีการดำเนินการตามแผน ดังนั้นทีมของเราจะต้องร่วมกันเลือกกลยุทธ์ในการทำการวิจัยการตลาด โดยร่วมเลือกกลยุทธ์ ดังนั้นผมคิดว่าผมจำเป็นต้องทำการวิจัยการตลาด
Marie: มันก็คล้ายกับสิ่งที่ฉันคิดไว้และฉันก็มีข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการ
Alex: ผมรู้ว่าผมสามารถพึ่งพาคุณได้
Alex: แต่ผมว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ จะดีกว่าถ้าเราสามารถสร้างแนวคิดผ่านการประชุมทีมได้ เพราะตอนนี้เราทำหลายสิ่งหลายอย่างเหมือนกับทีมอื่นๆ ทำ ดังนั้นการฟังความคิดเห็นของคนในทีมจะทำให้เราสามารถประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่เริ่ม และเราสามารถทำให้ผลิตภัณฑ์ของเราถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมมากกว่าหนึ่งอุตสาหกรรมได้อีกด้วย
Marie: เห็นด้วยค่ะ นอกจากกลยุทธ์ด้านบรรจุภัณฑ์แล้ว เรายังสามารถปรับราคาอีกด้วย
Marie: ฟังแล้ว ฉันว่ามันอาจจะเป็นกลยุทธ์ที่สมบูรณ์แบบได้เลยนะ
Alex: ใช่ครับ ผมมั่นใจ
>>> Read more: สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ – รวมคำตอบดีๆที่ควรทราบ
บทความข้างต้น ELSA Speak ได้รวบรวมคำศัพท์และตัวอย่างประโยคในหัวข้อ Marketing มาให้กับทุกคน หวังว่าบทความนี้จะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ และช่วยให้ทุกคนมีความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Marketing นะ
หากคุณกำลังทำงานที่โรงแรมและมักสื่อสารกับแขกชาวต่างชาติ คุณชอบเดินทางไปต่างประเทศหรือเตรียมตัวสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจระยะยาว อย่าลืมที่จะเตรียมคำศัพท์และบทสนทนาภาษาอังกฤษเกี่ยวกับโรงแรมที่พบบ่อยที่สุดไว้ใช้ยามจำเป็นกับ ELSA Speak กันนะคะ
รวมคำศัพท์ที่ใช้ในโรงแรม
| คำภาษาอังกฤษ | การออกเสียง | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| Book (v) | /bʊk/ | จอง | Yesterday, I booked a hotel package for my wife and me. (เมื่อวานผมจองแพ็คเกจเข้าพักโรงแรมให้ภรรยาและผม) |
| Check in (v) | /ʧɛk ɪn/ | เช็คอิน(การลงทะเบียนเข้าพักในโรงแรมหรือที่พัก) | Marry goes to the hotel and checks in. (แมรี่ไปที่โรงแรมและเช็คอิน) |
| Check out (v) | /ʧɛk aʊt/ | เช็คเอาท์(การลงทะเบียนออกจากโรงแรมหรือที่พัก) | You need to check out at 12 p.m. (คุณต้องเช็คเอาท์เวลา 12.00 น) |
| Single room (n) | /ˈsɪŋɡl ruːm:/ | ห้องเดี่ยว(ห้องพักเตียงเดียวสำหรับผู้เข้าพักคนเดียว) | I want to book a single room. (ฉันต้องการจองห้องเตียงเดี่ยว) |
| Double room (n) | /ˈdʌbᵊl ruːm:/ | ห้องที่มีเตียงขนาดใหญ่สำหรับผู้เข้าพักสองคน | I want to book a double room. (ฉันต้องการจองห้องเตียงคู่) |
| Twin room (n) | /twɪn ruːm:/ | ห้องที่มีสองเตียงเดี่ยวสำหรับผู้เข้าพักสองคน | I want to book a twin room for two people.(ฉันต้องการจองห้องเตียงคู่สำหรับสองคน) |

| Identity card (n) | /aɪˈdɛntɪti kɑːd:/ | บัตรประจำตัวประชาชน | To make a reservation, you need to present your identity card. (คุณต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อจองห้องพัก) |
| Luggage (n) | /ˈlʌɡɪʤ:/ | กระเป๋าเดินทาง | Is this Jim’s luggage? (นี่คือกระเป๋าเดินทางของจิมใช่ไหม) |
| Housekeeping (n) | /ˈhaʊsˌkiːpɪŋ/ | แม่บ้านทำความสะอาด | This hotel has good housekeeping and customer service.(โรงแรมนี้มีบริการทำความสะอาดและการบริการลูกค้าที่ดีจังเลย) |
>> Read more: AM PM คือะไรในภาษาอังกฤษ
บทสนทนาภาษาอังกฤษที่ใช้ในการสื่อสารสำหรับพนักงานโรงแรม
นอกจากเตรียมคำศัพท์แล้ว คุณยังต้องเตรียมรูปแบบประโยคล่วงหน้าเพื่อให้กระบวนการสื่อสารในโรงแรมราบรื่นมากยิ่งขึ้น ในบางสถานการณ์การใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารพนักงานโรงแรมจะต้องให้ความสำคัญและใช้ให้เหมาะสมกับบริบทดังต่อไปนี้:
บทสนทนาภาษาอังกฤษในโรงแรมสำหรับพนักงานต้อนรับ
| ภาษาอังกฤษ | ความหมาย |
| Good morning/ afternoon/ evening, Mr/ Ms/ Miss/ Sir/ Madam. | สวัสดีตอนเช้า/ตอนบ่าย/ตอนเย็น นาย/คุณ/นาง/ท่าน/คุณผู้หญิง |
| May I help you? | มีอะไรให้ช่วยไหมคะ/ครับ |
| Do you have a reservation? | คุณได้จองห้องพักไว้ไหมคะ/ครับ |
| Could I see your passport or identity card? | ขอดูหนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวประชาชนได้ไหมคะ/ครับ |
| How long will you be staying for? | คุณจะพักทั้งหมดกี่คืนคะ/ครับ |
| What sort of room would you like? | คุณต้องการห้องพักแบบไหนคะ/ครับ |
| Could I see your passport/Identity card? | ขอดูหนังสือเดินทาง/บัตรประจำตัวประชาชนได้ไหมคะ/ครับ |
| Do you want a smoking or non-smoking room? | คุณต้องการห้องสูบบุหรี่หรือห้องปลอดบุหรี่คะ/ครับ |
บทสนทนาภาษาอังกฤษในโรงแรมที่ใช้ในการประกาศบริการ
| ภาษาอังกฤษ | ความหมาย |
| Good morning, housekeeping! | อรุณสวัสดิ์ แม่บ้านทำสะอาดค่ะ/ครับ |
| Do you want breakfast? | คุณต้องการอาหารเช้าหรือเปล่าคะ/ครับ |
| Do you need help with your luggage? | คุณต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับกระเป๋าเดินทางหรือเปล่าคะ/ครับ |
| Breakfast is served from 6:30 to 9:30 a.m. | ทางเราจะมีอาหารเช้าบริการในเวลา 06.30 น. ถึง 09.30 น. นะคะ/ครับ |
| If you come back after midnight, you’ll need to ring the bell. | ถ้าคุณกลับมาหลังเที่ยงคืน คุณจะต้องโกดกริ่งนะคะ/ครับ |
บทสนทนา โรงแรม ภาษาอังกฤษ เมื่อตอบรับคำขอของลูกค้า
| ภาษาอังกฤษ | ความหมาย |
| Certainly, sir/madam. | แน่นอนค่ะ/ครับ ท่าน/คุณ |
| I’ll get right on it, sir/madam. | ฉันจะทำทันทีเลยค่ะ/ครับ ท่าน/คุณ |
| I’ll ask housekeeping to check it right now. | ฉันจะถามแม่บ้านทำสะอาดตรวจสอบตอนนี้เลยค่ะ/ครับ |
บทสนทนาภาษาอังกฤษในโรงแรมเมื่อปฏิเสธคำขอของลูกค้า
| ภาษาอังกฤษ | ความหมาย |
| Sorry, we don’t have any rooms available. | ขออภัย เราไม่มีห้องว่างค่ะ/ครับ |
| I’m sorry we don’t have this kind of service. | ขอโทษด้วยนะคะ/ครับ เราไม่มีบริการนี้ค่ะ/ครับ |
| I’m sorry, it is against the hotel’s rules. | ขอโทษด้วยนะคะ/ครับ สิ่งนี้ขัดต่อกฎหมายโรงแรมค่ะ/ครับ |
>>> Read more: ประโยคปฏิเสธอย่างสุภาพในภาษาอังกฤษที่จำง่าย
บทสนทนาภาษาอังกฤษในโรงแรมที่ใช้ในการขอโทษลูกค้า
| ภาษาอังกฤษ | ความหมาย |
| Sorry to have kept you waiting. | ขอโทษที่ทำให้รอนะคะ/ครับ |
| I’d like to apologize for the mistake. | ขอโทษสำหรับความผิดพลาดค่ะ/ครับ |
| I’m very sorry for the delay. | ต้องขออภัยในความล่าช้าค่ะ/ครับ |
| I’m very sorry for the mistake. | กราบขอโทษมากสำหรับความผิดพลาดค่ะ/ครับ |
บทสนทนา โรงแรม ภาษาอังกฤษ เพื่อตอบกลับเมื่อลูกค้าขอโทษ
| ภาษาอังกฤษ | ความหมาย |
| That’s all right, sir/madam. | ไม่เป็นไรค่ะ/ครับ ท่าน/คุณ |
| Don’t worry about that, sir/madam. | ไม่ต้องห่วงนะคะ/ครับ ท่าน/คุณ |
บทสนทนาภาษาอังกฤษในโรงแรมที่ใช้ในการตอบรับความพึงพอใจของลูกค้า
| ภาษาอังกฤษ | ความหมาย |
| It’s my pleasure. | ด้วยความยินดีค่ะ/ครับ |
| I’m glad to be of service. | ยินดีให้บริการค่ะ/ครับ |
| You’re welcome. | ไม่เป็นไรค่ะ/ครับ |

บทสนทนา เช็คเอ้าท์ โรงแรม ภาษาอังกฤษ ที่ใช้เมื่อลูกค้าต้องการเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม
เมื่อพนักงานต้อนรับเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมให้ลูกค้า คุณควรขอบคุณลูกค้าสำหรับความไว้วางใจและส่งมอบความปรารถนาดีให้ลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้โรงแรมของคุณสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ดีขึ้น คุณสามารถใช้คําอวยพรที่เรียบง่ายและมีความหมายในภาษาอังกฤษ ดังนี้
หากลูกค้ายังพักและกลับมาที่โรงแรม:
| ภาษาอังกฤษ | ความหมาย |
| Have a nice day! | ขอให้เป็นวันที่ดี |
| Have an enjoyable evening! | ขอให้ค่ำนี้มีแต่ความสุข |
| Have a pleasant weekend! | ขอให้มีวันหยุดสุดสัปดาห์ที่น่ารื่นรมย์ |
หากลูกค้าต้องการเช็คเอาท์ ออกจากโรงแรม
| ภาษาอังกฤษ | ความหมาย |
| Thank you for staying with us. | ขอบคุณสำหรับการเข้าพักที่โรงแรมของเรา |
| We hope you enjoyed staying with us. | เราหวังว่าคุณจะพอใจกับการพักผ่อนที่โรงแรมของเรา |
บทสนทนาภาษาอังกฤษที่ใช้เมื่อเช็คเอ้าท์ โรงแรมสำหรับลูกค้า
หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวหรือต้องการจองห้องพักในโรงแรม บทสนทนาพื้นฐานในภาษาอังกฤษสำหรับลูกค้าต่อไปนี้จะช่วยให้คุณสามารถสื่อสารกับพนักงานต้อนรับหรือพนักงานทำความสะอาดห้องพักได้
บทสนทนา การจอง โรงแรม ภาษาอังกฤษ
| ภาษาอังกฤษ | ความหมาย |
| Is it necessary to book a room ahead of time? | ฉัน/ผมจำเป็นต้องจองที่พักล่วงหน้าหรือไม่ |
| Does your hotel have an available room? | โรงแรมของคุณมีห้องว่างหรือเปล่าคะ/ครับ |
| What’s the price per night? | ราคาห้องพักคืนละเท่าไหร่คะ/ครับ |
| Can you offer me any discount? | คุณสามารถลดให้ฉันได้ไหมคะ/ครับ |
| Do you have any cheaper rooms? | คุณมีห้องราคาถูกกว่านี้ไหมคะ/ครับ |
| Could I see the room? | ฉันขอดูห้องได้ไหมคะ/ครับ |
| What time do I need to check out? | ฉันจะเช็คเอาท์ได้กี่โมงคะ/ครับ |
| Ok, I’ll take it. | โอเคค่ะ/ครับ ยืนยันการจองค่ะ/ครับ |
บทสนทนาที่ใช้ในการสอบถามเกี่ยวกับบริการ
| ภาษาอังกฤษ | ความหมาย |
| Does the hotel have a restaurant? | ที่โรงแรมมีร้านอาหารไหมคะ/ครับ |
| What time is the breakfast offered? | อาหารเช้าเริ่มกี่โมงคะ/ครับ |
| Can I check out late? | มีวิธีไหนบ้างไหมคะ/ครับ ถ้าจะขอเช็คเอาท์ล่าช้ากว่าเวลาตามที่กำหนด |
| Do the rooms have refrigerators? | ห้องพักมีตู้เย็นไหมคะ/ครับ |
| Do the rooms have internet access/ air conditioner/ television/ electric water heater…? | มีบริการไวไฟฟรี/เครื่องปรับอากาศ/โทรทัศน์/เครื่องทำน้ำอุ่น… ไหมคะ/ครับ |
| Are there any laundry facilities? | มีอุปกรณ์ซักอบรีดไหมคะ/ครับ |
บทสนทนา เช็คอิน โรงแรม ภาษาอังกฤษที่แผนกต้อนรับ
การเช็คอินโรงแรมในภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่คุณควรเข้าใจอย่างชัดเจน เพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการเช็คอินเป็นไปได้อย่างถูกต้องและแม่นยำที่สุด ประโยคทั่วไปที่ใช้ในการเช็คอินที่แผนกต้อนรับมีดังนี้:
| ภาษาอังกฤษ | ความหมาย |
| Hello, I would like to check in. | สวัสดีค่ะ/ครับ ฉันต้องการเช็คอินค่ะ/ครับ |
| Here is my identity card. | นี่คือบัตรประจำตัวประชาชนของฉันค่ะ/ครับ |
| I have got a reservation. | ฉันได้ทำการจองไว้ล่วงหน้าแล้วค่ะ/คนรับ |
| Sorry, I would like to pay with a credit card. | ขออภัยค่ะ/ครับ ฉันต้องการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต |
บทสนทนาที่ใช้ในการร้องเรียนเกี่ยวกับการบริการของโรงแรม
| ภาษาอังกฤษ | ความหมาย |
| The air conditioner doesn’t work. Please help me! | เครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน กรุณาช่วยเช็คให้ด้วยค่ะ/ครับ |
| One of the lights isn’t working. | ในห้องมีไฟ 1 ดวงที่ไม่ติดค่ะ/ครับ |
| This room is too noisy. | ห้องนี้เสียงดังรบกวนมากเกินไป |
| My room has not been made up. | ห้องฉันยังไม่ได้ทำสะอาด |
| Have you got anything cheaper/ bigger/ quieter…? | โรงแรมมีห้องพักที่ถูกกว่า/ใหญ่กว่า/เงียบกว่า…หรือไม่ |
บทสนทนาที่ใช้ในกรณีอื่นๆ
| ภาษาอังกฤษ | ความหมาย |
| I haven’t got a reservation. | ฉันยังไม่ได้จองห้องไว้ |
| I will return to the hotel now. | ฉันจะกลับโรงแรมทันที |
| I’d like to check out. | ฉันต้องการเช็คเอาท์ |
>>> Read more: วิธีคอมเพลนเป็นภาษาอังกฤษอย่างสุภาพในทุกกรณี
ตัวอย่างบทสนทนาภาษาอังกฤษในโรงแรม

ตัวอย่างบทสนทนา 1: คุณต้องการจองห้องพักโดยตรง
พนักงานต้อนรับ: Welcome to Lux Hotel! How may I help you? (ยินดีต้อนรับสู่โรงแรม Lux Hotel มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ/ครับ)
David: I’d like a room for two people, for three nights please. (ผมต้องการห้องสำหรับ 2 คน ทั้งหมด 3 คืนครับ)
พนักงานต้อนรับ: Ok, I just need you to fill in this form please. (โอเคค่ะ/ครับ โปรดกรอกแบบฟอร์มนี้นะคะ/ครับ)
พนักงานต้อนรับ: Do you want breakfast? (คุณต้องการอาหารเช้าด้วยไหมคะ/ครับ)
David: Sure! (แน่นอนครับ)
พนักงานต้อนรับ: Breakfast is from 8 to 10 each morning in the dining room. Here is your key. Your room number is 218, on the second floor. Enjoy your stay! (อาหารเช้าจะเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 8.00 น. ถึง 10.00 น. ทุกวันที่ห้องอาหาร นี่คือกุญแจของคุณ หมายเลขห้องคือ 218 ที่ชั้นสอง พักผ่อนให้สบายนะคะ/ครับ)
David: Thank you! (ขอบคุณครับ)
ตัวอย่างบทสนทนา 2: คุณต้องการเช็คเอาท์ โรงแรม
Helen: Hello. I would like to check out, please. (สวัสดีค่ะ ฉันต้องการเช็คเอาท์ค่ะ)
พนักงานต้อนรับ: Good Morning. What is your room number? (อรุณสวัสดิ์ค่ะ/ครับ หมายเลขห้องของคุณคืออะไรคะ/ครับ)
Helen: 208
พนักงานต้อนรับ: OK. That’s $120, please. (โอเคค่ะ/ครับ ทั้งหมด $120 ค่ะ/ครับ)
Helen: Here you go. (นี่ค่ะ)
พนักงานต้อนรับ: Thank you! See you again! (ขอบคุณค่ะ/ครับ แล้วพบกันใหม่นะคะ/ครับ)
ตัวอย่างบทสนทนา 3: เมื่อคุณต้องการขอให้พนักงานทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
Peter: We ran out of toilet paper. Is it possible to get more? (กระดาษชำระหมดแล้วครับ ช่วยเอามาเพิ่มที่ห้องฉันหน่อยได้ไหมครับ)
พนักงาน: Of course, ma’am. I’ll send more up immediately. Is there anything else you require? (ได้ค่ะ/ครับ ฉันจะนำไปเติมให้ทันที มีอะไรอีกที่ต้องการไหมคะ/ครับ)
Peter: Now that you mention it, could you also bring up a two pack of Heineken? (ช่วยเอาเบียร์ Heineken มาให้ฉัน 2 กระป๋องได้ไหมครับ)
พนักงาน: Yes, I’ll notify room service and have them send some to your room. (ค่ะ/ครับ ฉันจะแจ้งให้บริกรและจะนำไปให้ที่ห้องคุณทันทีคะ/ครับ)
Peter: That would be great, thanks. (ดีเลยครับ ขอบคุณครับ)
ข้างต้นคือบทสนทนาทั่วไปที่ใช้ในโรงแรมสำหรับทั้งพนักงานและลูกค้า หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเก็บเกี่ยวความรู้ที่เป็นประโยชน์มากขึ้นสำหรับตัวเอง อย่าลืมฝึกฝนเป็นประจำกับ ELSA Speak เพื่อสื่อสารได้มีประสิทธิภาพและคล่องแคล่วมากยิ่งขึ้น
วิธีถามทางในภาษาอังกฤษ
วิธีถามทางในภาษาอังกฤษ
| คำถาม | แปล |
| Can you give me directions to the library? | คุณช่วยบอกทางไปห้องสมุดหน่อยได้ไหม? |
| Could you tell me the way to the bakery? | คุณช่วยบอกทางไปร้านขนมหน่อยได้ไหม? |
| How can I get to the supermarket? | ฉันสามารถไปซุปเปอร์มาร์เก็ตได้อย่างไร? |
| What’s the best way to get to the central park? | วิธีไหนที่จะไปเซ็นทรัลปาร์คได้เร็วที่สุด? |
| What’s the quickest way to get to the cinema? | วิธีไหนที่จะไปโรงหนังได้เร็วที่สุด? |
| What’s the easiest way to get to the restaurant? | มีวิธีไหนที่ง่ายที่สุดในการไปร้านอาหารนี้? |
| Please show me the way to the bus station. | ช่วยบอกทางไปป้ายรถเมล์ให้ฉันหน่อยได้ไหม? |
>>> Read more: บทสนทนาภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการถามทาง
วิธีถามสถานที่ปัจจุบันเป็นภาษาอังกฤษ
| ภาษาอังกฤษ | แปล |
| Would you be so kind to tell me where I am? | ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมว่าฉันกำลังอยู่ที่ไหน |
| Pardon me, can you tell me what this street is? | ขอโทษค่ะ/ครับ คุณช่วยบอกฉันได้ไหมว่านี่คือถนนเส้นไหน |
| Excuse me, where am I? | ขอโทษนะคะ/ครับ ช่วยบอกทีว่าตอนนี้ฉันกำลังอยู่ที่ไหน |
ถามสถานที่บนแผนที่เป็นภาษาอังกฤษ
| ภาษาอังกฤษ | แปล |
| I am trying to get to the movie theater. Can you show me on the map? | ฉันกำลังพยายามไปโรงหนัง คุณสามารถบอกทางบนแผนที่นี้ให้ฉันหน่อยได้ไหม? |
| Do you have a map with you? | คุณมีแผนที่ไหม? |
| Are we on the right road to the theatre? | เรามาถูกทางที่จะไปโรงละครแล้วใช่ไหม? |
| Is this the right way to the mall? | นี่คือทางไปห้างสรรพสินค้าใช่ไหม |
| Is this the bus to the destination? | ใช่รถเมล์ที่จะไปที่นี่หรือเปล่า? |
วิธีถามระยะทางเป็นภาษาอังกฤษ
เมื่อต้องการทราบระยะทางล่วงหน้า ผู้อ่านสามารถใช้ตัวอย่างประโยคต่อไปนี้ได้
| คำถาม | แปล |
| How far is it? | มันอยู่ไกลแค่ไหน? |
| How far is it to…from here? | จากที่นี่ ถึง… ไกลแค่ไหน? |
| How long does it take? | ไปถึงนั่นต้องใช้เวลานานแค่ไหน? |
| How far am i from the ASIA commercial bank? | ฉันอยู่ห่างจากธนาคารเอเชียพาณิชย์ไกลแค่ไหน? |
| How long does it take to go on foot from here to the bookshop? | เดินจากที่นี่ไปร้านหนังสือไกลแค่ไหน? |
| Is it far? | มันไกลจากที่นี่ไหม? |
| Is it a long way? | มันค่อนข้างไกลใช่ไหม? |
วิธีบอกทางเป็นภาษาอังกฤษ
วิธีบอกทางเป็นภาษาอังกฤษเกี่ยวกับทิศทาง
| ภาษาอังกฤษ | แปล |
| It’s this way. | ไปทางนี้ |
| It’s that way. | ไปทางนั้น |
| It’ll be on your left/ on your right/ straight ahead of you. | มันจะอยู่ ทางซ้ายของคุณ/ ทางขวาของคุณ/ ข้างหน้าของคุณ |
| It’ll be … | สถานที่นั้นอยู่ใน… |
| It’s over there. | อยู่ที่นู่น |
| Is there a bus station near hear? | มีป้ายรถเมล์อยู่ใกล้ ๆ ไหม? |
| Here it is. | อยู่ที่นี่ |
| Go down there. | ไปทางนั้น |
| Go straight. Turn to the left. | ตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย |

| Go straight ahead. | ตรงไปข้างหน้า |
| Straight ahead of you. | ตรงหน้าคุณ |
| On your left. | ด้านซ้ายของคุณ |
| On your right. | ด้านขวาของคุณ |
| At the first cross-road, turn to the left. | ถึงทางแยกแรกให้เลี้ยวซ้าย |
| Take this road. | ไปถนนสายนี้ |
| Take the first on the left. | เจอทางแยกแรกให้เลี้ยวซ้าย |
| Take the second on the right. | เจอทางแยกที่สองให้เลี้ยวขวา |
| Turn right at the crossroads. | เมื่อถึงสี่แยกให้เลี้ยวขวา |
| Turn round, you’re going the wrong way. | เลี้ยวกลับเลยค่ะ/ครับ คุณมาผิดทางแล้ว |
| Drive to…. and turn left/right | ขับรถตรงไป…. และเลี้ยวซ้าย/ขวา |
| Continue straight ahead for about a kilometer. | ตรงต่อไปอีกประมาณหนึ่งกิโลเมตร |
| Continue pass the fire station. | เลยสถานีดับเพลิงไปอีก |
| Keep going for another (hundred yards). | เดินต่อไปอีก 90 เมตร (90 เมตร = 100 หลา) |
| You’re going the wrong way. | คุณกำลังไปผิดทาง |
| You’re going the in the wrong direction. | คุณกำลังไปผิดทาง |
| You’ll pass a supermarket on your left. | คุณจะผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตทางซ้ายมือ |
วิธีบอกทางภาษาอังกฤษแก่คนขับ
- Follow the signs for the town center Birmingham. (ไปตามป้ายบอกทางแล้วไปยังกลางเมืองเบอร์มิงแฮม)
- Go over the roundabout. (ไปวนรถตรงวงเวียนนั้น)
- Take the second exit at the roundabout. (ใช้ทางออกที่สองตรงวงเวียน)
- Turn right at the T-junction. (เลี้ยวขวาที่สามแยก)
- Go under the bridge. (ลงใต้สะพาน)
- Go over the bridge. (ขึ้นบนสะพาน)
- You’ll cross some railway lines. (คุณจะต้องข้ามทางรถไฟ)
วิธีบอกเกี่ยวกับระยะทาง
| ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ | แปล |
| It is quite close. | มันค่อนข้างใกล้ |
| It is a long way to walk/on foot. | ถ้าเดินจะใช้เวลานาน |
| It takes a while. | ใช้เวลาสักพักเลย |
| It is about a ten-minute bus ride. | ใช้เวลานั่งรถบัสประมาณ 10 นาที |
| It’s … quite close quite a long way a long way on foot about a mile from here | ที่นั่น … ค่อนข้างใกล้ ค่อนข้างไกล ค่อนข้างไกลถ้าเดิน ห่างจากที่นี่ประมาณ 1 ไมล์ |
คำศัพท์และวลีที่จำเป็นในการบอกทางภาษาอังกฤษ
คำศัพท์บอกทางภาษาอังกฤษที่ต้องรู้
คำศัพท์ทั่วไปบางส่วนเกี่ยวกับถนน
| คำศัพท์ | ถอดเสียง | ความหมาย |
| Avenue | /ˈæv.ə.nuː/ | ถนนใหญ่ |
| Road | /roʊd/ | ถนน ทาง เส้นทาง |
| Crosswalk | /ˈkrɑːs.wɑːk/ | ทางม้าลายสำหรับผู้เดินเท้า |
| Bridge | /brɪdʒ/ | สะพาน |
| Curve | /kɝːv/ | ทางโค้ง |
| Dual carriageway | /ˌduː.əl ˈker.ɪdʒ.weɪ/ | ทางคู่ขนาน |
| Hill | /hɪl/ | เนินเขา |
| Roundabout | /ˈraʊnd.ə.baʊt/ | วงเวียน |
| Traffic light | /ˈtræf.ɪk ˌlaɪt/ | ไฟจราจร |
| T-junction | /ˈtiːˌdʒʌnk.ʃən/ | สามแยก |
| Turning | /ˈtɝː.nɪŋ/ | ทางแยก |
| Roadway narrow | /ˈroʊd.weɪ ˈner.oʊ/ | ซอยหรือตรอก |
| Pavement | /ˈpeɪv.mənt/ | ฟุตบาท |
| Pedestrian subway | /pəˈdes.tri.ən ˈsʌb.weɪ/ | ทางเท้า |
| Bus station | /ˈbʌs ˌsteɪ.ʃən/ | ป้ายรถเมล์ |
| Car park/Parking lot | /ˈkɑːr ˌpɑːrk/ /ˈpɑːr.kɪŋ ˌlɑːt/ | ที่จอดรถ |
| Crossroads | /ˈkrɑːs.roʊdz/ | สี่แยก |
| Railway line | /ˌʃɔːrt.laɪn ˈreɪl.weɪ/ | ทางรถไฟ |
>>> Read more: รวบรวมคำศัพท์ที่ได้ใช้บ่อยเกี่ยวกับป้ายจราจร
ตัวอย่างวลีบอกทางภาษาอังกฤษ
คำศัพท์เกี่ยวกับการบอกทางทั่วไปที่ผู้อ่านสามารถใช้ถามเส้นทางได้
| วลี | ความหมาย |
| Cross | ข้าม |
| Follow the signs | ไปตามป้ายบอกทาง |
| Continue/Follow | ไปต่อ |
| Continue pass | เดินเลยไป |
| Go over | เลยไปอีก |
| Go under | ลอดใต้… |
| Go along | เดินไปตาม |
| Go around | ไปรอบ ๆ |
| Over there | อยู่ที่นั่น |
| Here | อยู่ที่นี่ |
| On the…avenue/street | ที่ถนนใหญ่/ทาง… |
| On your left/right | อยู่ในด้านซ้าย/ขวามือของคุณ |
| To the left/right of | ไปทางซ้าย/ขวาของ… |
| Turn left/right at… | เลี้ยวซ้าย/เลี้ยวขวาที่…. |
| Turn back/go back | กลับรถ |
| Make a left/right turn | เลี้ยวซ้าย/ขวา |
| Make an U-turn | กลับรถ |
| Take the first/second… exit | ใช้ทางออกแรก/ทางออกที่สอง |
| At the crossroads/intersection | ที่สี่แยก |
| Around the corner | ที่หัวมุมถนน |
| This way/That way | อยู่ทางนี้ /อยู่ทางนั้น |
| Down there | กลับไปทางนั้น |
| Straight ahead | ตรงไป |
| Head to | ตรงไปถึง |
| Walk along | เดินตรงไป |
| Walk straight down.. | เดินตรงไป… |
| Wrong way/direction | ผิดทาง/ผิดทิศทาง |
| The easiest way | เส้นทางที่สะดวกที่สุด |
| The quickest way | เส้นทางที่เร็วที่สุด |
| The best way | เส้นทางที่ดีที่สุด |
คำบุพบทเกี่ยวกับการบอกทางภาษาอังกฤษ
- Opposite: ตรงข้ามกับ
ตัวอย่าง It’s opposite the bank.
- Next to: อยู่ถัดจาก..
ตัวอย่าง The New York Marriott Marquis hotel is next to the Richard Rodgers Theatre.
- Near: ใกล้กับ
ตัวอย่าง The Rockefeller Center Station is near West 46th Street.
- In front of: อยู่ข้างหน้า
ตัวอย่าง When you turn a corner, you’ll find yourself in front of the church.
- Between: อยู่ระหว่าง
ตัวอย่าง The Broadhurst Theatre is between the PlayStation Theater and the Majestic Theatre.
- Beside: อยู่ข้าง
ตัวอย่าง The Imperial Theatre is beside the New York Marriott Marquis hotel.
- Behind: ข้างหลัง
ตัวอย่าง The restaurant is just behind the metro station.
>>> Read more:
- เคล็ดลับในการใช้ IN ON AT ในภาษาอังกฤษ
- Prepositions of place (คำบุพบทบอกสถานที่) คืออะไร? วิธีใช้และแบบฝึกหัด
ตัวอย่างบทสนทนาเกี่ยวกับวิธีบอกทางในภาษาอังกฤษ

ตัวอย่างที่ 1
Visitor: Excuse me. Can you tell me the way to the bookstore? (ขอโทษครับ คุณช่วยบอกทางไปร้านหนังสือหน่อยได้ไหมครับ?)
Susie: Yes, sure. Turn right at the end of this street. (ได้ค่ะ สุดซอยแล้วเลี้ยวขวาค่ะ)
Visitor: At the traffic lights or the crossroad? (ตรงสัญญาณไฟจราจร หรือสี่แยกครับ)
Susie: At the traffic lights, then go as far as the roundabout. (ตรงสัญญาณไฟจราจรแล้วไปจนสุดวงเวียน)
Visitor: And what do I do next? (แล้วไปทางไหนต่อครับ?)
Susie: Turn left at the roundabout into ABC Road. (เมื่อถึงวงเวียน ให้คุณเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนน ABC)
Visitor: OK … left at the roundabout. (ผมเข้าใจแล้ว เลี้ยวซ้ายที่วงเวียน)
Susie: Go down ABC Road. The bookstore is on the right. (เดินต่อไปบนถนน ABC ร้านหนังสือจะอยู่ที่ขวามือคุณค่ะ)
Visitor: Thank you very much. (ขอบคุณมากครับ)
Susie: You’re welcome. (ไม่เป็นไรค่ะ)
ตัวอย่างที่ 2
Marshall: Is this the right way to ABC Resort? (นี่คือทางไป ABC รีสอร์ตใช่ไหมคะ?)
Annie: You’re going the wrong way. (ไม่ใช่ค่ะ คุณกำลังไปผิดทางแล้ว)
Marshall: Please tell me how to get there. (ช่วยบอกทางไปที่นั่นให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ?)
Annie: I’ll give you directions. No need to worry. (ได้สิ ฉันจะบอกทางคุณเอง ไม่ต้องกังวลนะ)
Marshall: How far is it from here to the resort? (แล้วจากที่นี่ไปรีสอร์ตไกลแค่ไหนคะ?)
Annie: It’s pretty far from here. Oh, on the way here, did you see a park? (ค่อนข้างไกลนะ ระหว่างทางมาที่นี่ คุณเห็นสวนสาธารณะไหม?)
Marshall: Yes, I saw a park named ABC Park. (เห็นค่ะ ฉันเห็นสวนสาธารณะที่ชื่อ ABC)
Annie: Turn left after the park. Take this path. You’ll pass a convenience store on your right. It is behind the store. (เมื่อถึงสวนสาธารณะแล้วให้เลี้ยวซ้าย แล้วไปเรื่อยๆ คุณจะผ่านร้านสะดวกซื้อและรีสอร์ตก็จะอยู่หลังร้านเลยค่ะ)
Marshall: Thank you so much. (ขอบคุณมากนะคะ)
ในบทความนี้ ELSA Speak นำความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์และตัวอย่างประโยคทั่วไปที่ใช้ในการถามทางเป็นภาษาอังกฤษมาให้ผู้อ่าน หวังว่าทุกคนจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพนะ
คุณได้รู้จักวิธีชวนใครสักคนไปเที่ยวหรือพูดประโยคโรแมนติกในภาษาอังกฤษหรือยังเอ่ย ถ้ายัง ELSA Speak จะรวบรวมคำศัพท์และตัวอย่างประโยคเพื่อช่วยให้คุณสามารถสร้างความประทับใจให้กับคู่เดทของคุณนะ
ออกเดทภาษาอังกฤษคืออะไร
เมื่อไปออกเดทกับใครสักคน คุณจะใช้คําว่า “dating” หรือ “seeing” เวลาพูดถึงการออกเดท เราก็มักจะนึกถึงวลี “date someone” (คบหาดูใจกับใครสักคน) หรือ “go on a date with someone” (ไปออกเดทกับใครสักคน)
ตัวอย่าง: According to allkpop, it seems BLACKPINK’s Lisa went on a date to Greece with Frédéric Arnault (ตามข้อมูลจากเพจ allkpop มีข่าวลือว่าลิซ่า แบล็คพิงค์ ไปออกเดทกับเฟรเดริก อาร์โนลต์ ที่กรีซ)
นอกจากนี้ คําว่า “see” ก็ยังหมายถึง “คบ”
ตัวอย่าง: SCMP reports that the K-pop star could be seeing Tag Heuer CEO Frédéric Arnault (สํานักข่าว SCMP รายงานว่าดารา K-pop อาจจะกําลังคบกับ เฟรเดริก อาร์โนลต์ CEO ของ Tag Heuer)
วลีทั่วไปเกี่ยวกับการออกเดทในภาษาอังกฤษ
| คําศัพท์ | ความหมาย | ตัวอย่าง |
| adore | รักหัวปักหัวปํา | I adore you so much. I can’t stop thinking about you. ฉันรักเธอหัวปักหัวปําจนหยุดคิดถึงเธอไม่ได้ |
| flirt | จีบ | Jack is a bad boy. He flirts with every girl he knows. แจ็คเป็นคนเจ้าชู้ เขาจีบผู้หญิงทุกคนที่เขารู้จัก |
| Be seeing anyone / be dating SO | กําลังคบกับใครสักคน | He is dating Mary and at the same time seeing Jane. What a two faced jerk! เขากําลังคบกับแมรี่และในเวลาเดียวกันก็คุยกับเจนอีกด้วย ไอ้คนเจ้าชู้ |
| To make a play for / to hit on / to try it on | จีบใครสักคน / แสดงอาการในเชิงเจ้าชู้ | Some guy hit on me when I was standing at the bar. ขณะที่ฉันกําลังยืนอยู่ที่บาร์ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาจีบฉัน |
| blind date | การนัดพบของคนสองคนที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน | I wish my friend would set up a blind date for me with a handsome and faithful guy. ฉันหวังว่าเพื่อนของฉันจะจัดการนัดกับผู้ชายที่ฉันไม่เคยเจอมาก่อน เป็นคนหนึ่งที่หล่อแถมซื่อสัตย์ให้กับฉัน |
| fall in love with sb | หลงรักใครสักคน | Do you think he truly falls in love with you? คุณคิดว่าเขาหลงรักคุณจริง ๆ ไหม |
| crazy about sb | คลั่งรักใครสักคน | Don’t you know I’m crazy about you? I can wait for you my whole life. เธอไม่รู้ว่าฉันคลั่งรักเธอเหรอ ฉันสามารถรอเธอได้ตลอดชีวิต |
| sweetheart | หวานใจ | What are you doing? Do you want to eat anything, my sweetheart? เธอกําลังทําอะไรอยู่เหรอ หวานใจเธออยากทานอะไรไหม |
| be seeing sb/be dating sb | คบกับใครสักคน | Guess what? I’m dating Andrea. I have to say that he is so hot and so caring. ลองเดาดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันกําลังคบกับแอนเดรียและต้องบอกว่าเขาเป็นที่หมายปองของสาว ๆ และห่วงฉันมาก |
| To go on a date with someone | ไปออกเดทกับใครสักคน | She goes on date with me. How happy I feel. เธอไปออกเดทกับฉัน รู้ไหมว่าฉันมีความสุขมากแค่ไหน |
| To have a crush on somebody | แอบปิ๊ง แอบชอบใครสักคน | My brother is having a crush on the girl next room. พี่ชายฉันกําลังแอบชอบผู้หญิงห้องข้าง ๆ |
| go steady with sb | มีความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับใครสักคน | Jane has been in a relationship with Mary for 6 years. He truly goes steady with Mary and they are going to get married at the end of this year. เจนกับแมรี่คบกันมา 6 ปีแล้ว เธอมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับแมรี่และพวกเขาจะแต่งงานกันในปลายปีนี้ |
| To have a soft spot for someone | ชอบคนนั้นมากจนใจดีหรือใจอ่อนให้ตลอด | When my husband says sorry, I always have a soft spot for him. ทุกครั้งที่สามีฉันพูดขอโทษ ฉันก็ใจอ่อนให้เขาตลอด |
| be made for each other | ถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน | I feel that I and Mark are made for each other. We understand each other without using words. ฉันรู้สึกว่าฉันกับมาร์คถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน เราเข้าใจกันเสมอแม้จะไม่ได้พูดอะไรก็ตาม |

| have no strings | ไม่ผูกมัดกับใคร | I want to follow a single lifestyle. Having no strings makes me feel free and happy. ฉันอยากใช้ชีวิตโสด การไม่ผูกมัดกับใครทําให้ฉันรู้สึกเป็นอิสระและมีความสุข |
| love at the first sight | รักแรกพบ | Do you believe in love at first sight? คุณเชื่อในรักแรกพบไหม? |
| match made in heaven | คู่ที่ฟ้าลิขิต | Jack and Mary will get married soon, I think so. They are a match made in heaven. ฉันว่าแจ็คกับแมรี่จะแต่งงานกันเร็ว ๆ นี้ พวกเขาเป็นคู่ที่ฟ้าลิขิตมาอย่างแท้จริง |
| To enjoy someone’s company | มีความสุขจากการได้อยู่กับใครสักคน | She enjoys his company and take care of him. เธอชอบเวลาที่เธออยู่กับเขาและอยากจะดูแลเขา |
| To fall head over heels for someone. | ตกหลุมรักใครสักคนอย่างหัวปักหัวปำ | He is my life. I fall head over heels for him. เขาเป็นทั้งชีวิตของฉัน ฉันตกหลุมรักเขาอย่างหัวปักหัวปํา |
| To be lovey-dovey | ตัวติดกันเหมือนปลาท่องโก๋ | Since falling in love, they are lovey-dovey. ตั้งแต่รักกันเขาก็ตัวติดกันตลอด |
| To cherish each other till death tears us apart | รักกันจนกว่าความตายจะพรากจาก | They cherish each other till death tears they apart. เขารักกันจนกว่าความตายจะพรากเขาจากกัน |
| split up/break up | เลิกกัน | I can’t believe Jack and Amy broke up. Last night, they still went to the cinema together. ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าแจ็คกับเอมี่เลิกกันแล้ว เมื่อคืนเขายังไปดูหนังด้วยกันอยู่เลย |
| go your own way | ไปตามทางของตัวเอง | Their marriage has to come to an end. They will go their own ways. ชีวิตการแต่งงานของพวกเขาสิ้นสุดลง พวกเขาต่างก็ต้องไปตามทางของตัวเอง |
| To let go | ทิ้งสิ่งเก่า ๆ ไว้ในอดีต | I think it’s best we let go our argument yesterday and make peace with each other. ฉันคิดว่ามันจะดีที่สุดถ้าเราปล่อยวางเรื่องทะเลาะกันเมื่อวานนี้และคืนดีกัน |
>>> Read more:
- 90+ คําคมความรักภาษาอังกฤษที่มีความหมาย สั้นๆ และโรแมนติกที่สุด
- 44 วิธีบอกคิดถึงภาษาอังกฤษที่น่าประทับใจและแสนหวานแทนใช้ I miss you
ตัวอย่างประโยคเกี่ยวกับการออกเดทในภาษาอังกฤษ
ตัวอย่างประโยคชวนอีกฝ่ายไปออกเดท
- Are you free this evening? (คืนนี้เธอว่างหรือเปล่า?)
- Can we meet on the 26th? (เราเจอกันวันที่ 26 ได้ไหม?)
- Can we meet sometime next week? (เราเจอกันอาทิตย์หน้าได้ไหม?)
- Do you want to go for a drink sometime? (เธออยากไปดื่มอะไรไหม?)
- Would you like to join me for a coffee? (เธออยากไปดื่มกาแฟกับฉันไหม)
- Do you fancy dinner sometime? (ว่าง ๆ ไปทานอาหารเย็นกันไหม)
- Do you fancy going to see a film sometime? (ว่าง ๆ ไปดูหนังกันไหม)
ตัวอย่างประโยคสนทนาระหว่างการออกเดทในภาษาอังกฤษ
ตัวอย่างประโยคเพื่อชมเชยคู่เดทในภาษาอังกฤษ
การชมเชยเป็นวิธีที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกมีความสุขและดีใจอยู่เสมอ ลองใช้คำชมข้างล่างเพื่อทำให้การออกเดทของคุณโรแมนติกยิ่งขึ้นนะ
- Today you look great!
(วันนี้เธอดูดีจัง)
- You look so beautiful tonight!
(คืนนี้เธอดูสวยมาก)
- The clothes you wear are so beautiful.
(ชุดที่เธอใส่นั้นสวยมาก)
- You’re really sexy!
(เธอดูเซ็กซี่มาก)
- You’ve got beautiful eyes!
(เธอมีดวงตาที่งดงามมาก)
>>> Read more: 150+ คำชมภาษาอังกฤษที่เรียบง่ายและดีที่สุด
ประโยคจีบคู่เดทเพื่อทําให้เขาหลงใหล
| ตัวอย่างประโยค | ความหมาย |
| If you were a triangle, you’d be A-cute one! | เธอใช่สามเหลี่ยมหรือเปล่า ทําไมถึงน่ารักจัง(เล่นคําว่า ‘‘acute’’ ที่หมายถึง มุมแหลม กับ ‘‘a cute one’’ ที่หมายถึง คนที่น่ารัก) |
| I think you are suffering from a lack of Vitamin Me. | ฉันว่าเธอกําลังขาดวิตามินฉัน |
| Do you like Harry Potter? Because I A-dumble-Dore you. | เธอชอบดูหนังเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ไหม? เพราะฉันชอบเธอมาก (เล่นคําว่า ‘‘Adore’’ ที่หมายถึง ชอบ กับ คําว่า Dumbledore ที่เป็นชื่อของตัวละครในหนังเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์) |
| I believe in following my dreams. Can I follow your Instagram? | ฉันเชื่อในการทําตามความฝันของตัวเอง งั้นฉันขอติดตามอินสตาแกรมของเธอได้ไหม(อินสตาแกรม: แอปโซเชียลมีเดีย) |

| Call me your COVID-19 vaccine, cause all I want is to keep you safe. | เรียกฉันว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของเธอนะ เพราะสิ่งเดียวที่ฉันต้องการคือทำให้เธอปลอดภัย |
| So other than being my walking-talking mood booster, what do you do? | นอกจากการเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ของฉันแล้ว เธอยังเป็นอะไรอีกไหม |
| Have you seen my girlfriend? Oh no, wait. That was supposed to be you | เธอได้เจอแฟนของฉันยัง เดี๋ยวนะ นั่นก็คือเธอเอง |
| You’ve got something on your face, let me get it for you. Oh wait, that’s just cuteness. My bad. | มีอะไรติดที่หน้าเธออ่ะ ให้ฉันเอามันออกให้ไหม แต่เดี๋ยวนะ มันแค่เป็นความน่ารักของเธอเอง ขอโทษนะ |
| Did the sun come out, or did you just smile at me? | พระอาทิตย์กำลังขึ้นหรือเป็นเพราะรอยยิ้มที่สดใสของเธอกันแน่นะ |
ตัวอย่างประโยคแสดงความรู้สึกของตัวเอง
การแสดงความรู้สึกให้อีกฝ่ายรับรู้จะช่วยให้คุณเข้าใจกันมากขึ้น ลองดูตัวอย่างประโยคด้านล่างนี้เพื่อใช้แสดงความรู้สึกถึงเขานะ
| ตัวอย่างประโยค | ความหมาย |
| What do you think of me? | เธอคิดยังไงกับฉัน |
| I enjoy spending time with you. | ฉันชอบใช้เวลาอยู่กับเธอ |
| I find you very attractive. | ฉันว่าเธอมีเสน่ห์มาก |
| I like you very much. | ฉันชอบเธอมาก |
>>> Read more: 62 คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพื่อแสดงอารมณ์
ตัวอย่างประโยคเมื่อกําลังจะจบเดทในภาษาอังกฤษ
- What do you think of this place? (เธอมีความเห็นอย่างไรกับสถานที่นี้เหรอ)
- Shall we go somewhere else? (เราไปที่อื่นกันไหม)
- I know a good place. (ฉันรู้จักสถานที่ดี ๆ ที่หนึ่ง)
- Can I walk you home? (ฉันเดินไปส่งเธอที่บ้านได้ไหม)
- Can I drive you home? (ฉันขับรถไปส่งเธอที่บ้านได้ไหม)
- Would you like to come in for a coffee? (เธออยากเข้าไปดื่มกาแฟไหม)
- Thanks, I had a great evening (ขอบคุณนะ ที่ทําให้ฉันมีคํ่าคืนที่แสนวิเศษ)
- When can I see you again? (เมื่อไหร่ฉันจะได้เจอเธออีก)
- Give me a call! (โทรหาฉันด้วยนะ)
- I’ll call you! (ได้ ฉันจะโทรหาเธอ)
ตัวอย่างบทสนทนาออกเดทในภาษาอังกฤษ

| ตัวอย่างประโยค | ความหมาย | |
| A | Hi Ploy, what are you doing? | สวัสดีพลอย คุณทําอะไรอยู่เหรอ |
| B | I’m shopping with my friend, how about you? | ฉันกําลังไปช้อปปิ้งกับเพื่อน แล้วคุณล่ะ |
| A | I just got home from work. Are you free tomorrow? Can we go to the movies tomorrow? | ฉันเพิ่งกลับมาจากที่ทํางาน พรุ่งนี้คุณว่างไหม เราไปดูหนังด้วยกันนะ |
| B | Of course, I’m free tomorrow. What movie are we watching tomorrow? | ได้สิ พรุ่งนี้ฉันว่าง เราไปดูหนังเรื่องอะไรดี |
| A | I just knew a new 3D cinema that just opened. Do you want to try? | ฉันเพิ่งรู้จักโรงภาพยนตร์ 3 มิติแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิด คุณอยากลองไปดูไหม |
| B | Okay. So see you tomorrow at 7 p.m. | ได้เลย งั้นเจอกันพรุ่งนี้ เวลา 1 ทุ่ม นะ |
| A | Okay. I will come pick you up. See you tomorrow. | โอเค ฉันจะมารับคุณนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้ |
| B | See you tomorrow. | แล้วเจอกันพรุ่งนี้ |
>>> อ่านเพิ่มเติม:
- 100+ คำอวยพร Happy Valentine’s Day พร้อมคำแปล และไอเดียแคปชั่น 2026
- 100+ คําศัพท์ วันวาเลนไทน์ ภาษาอังกฤษ พร้อมคําอ่านและความหมายดี
ELSA Speak หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณและคู่เดทของคุณในการเดทสุดโรแมนติก และในบทความหน้า ELSA Speak จะพาไปเรียนรู้เรื่องอะไร อย่าลืมติดตามกันนะ แล้วพบกันใหม่
เมื่อไปช้อปปิ้ง คุณอาจจะพบสินค้าที่ถูกใจคุณมากแต่มันแพงเกินไปสําหรับความต้องการของคุณ การขอลดราคาภาษาอังกฤษจึงมีความจำเป็นอย่างมาก
คําศัพท์และสํานวนเกี่ยวกับราคา
คําศัพท์ทั่วไปเกี่ยวกับการลดราคาภาษาอังกฤษ
- Bulk discount: ลดราคาเมื่อซื้อจํานวนมาก
- Promotional discount: โปรโมชันส่วนลด
- Cash discount: ลดราคาถ้าชำระเป็นเงินสด
- Employee discount: ส่วนลดสําหรับพนักงาน
- Seasonal discount: ส่วนลดตามฤดูกาล
- Sale: การขายลดราคา
- Bargain: ต่อรองราคา
- Voucher: บัตรกำนัล
- 50% off/$10 off: ลดราคา 50%
- Discount code: โค้ดส่วนลด
- Coupon: คูปอง
- Rebate: การคืนเงิน
- Buy one, get one free (BOGO): ซื้อ 1 แถม 1
- Percent off: การลดเปอร์เซ็นต์
- Limited time offer: ข้อเสนอมีเวลาจำกัด
- Seasonal sale: การขายตามฤดูกาล
- Outlet: ร้านค้าลดราคา
- Customer loyalty program: สร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า
- Early bird discount: ปรโมชันที่กําหนดส่วนลดพิเศษสําหรับสินค้าใหม่ ๆ
- Sales tax: ภาษีการขาย
- Clearance rack: ชั้นวางสินค้า
- Discounted price: ราคาส่วนลด
- Free shipping: จัดส่งฟรี
- Money-back guarantee: การรับประกันคืนเงินหรือการรับประกันความพึงพอใจ
- Discounted rate: อัตราส่วนลด
- Price reduction: การลดราคา
- Discounted merchandise: สินค้าลดราคา
- Special discount: ส่วนลดพิเศษ
- Customer discount: ส่วนลดสำหรับลูกค้า
- Final sale: ลดล้างสต๊อก
- Online promotion: โปรโมชันออนไลน์
- In-store promotion: โปรโมชันของทางร้าน

- Discount voucher: บัตรกำนัลส่วนลด
- Volume discount: ส่วนลดตามปริมาณการสั่งซื้อของสินค้า
- Savings account (n): บัญชีออมทรัพย์
- Special offer: ข้อเสนอพิเศษ
- Closing down sale: ลดราคาเพื่อปิดการขาย
- Closing the Sale: ปิดการขาย ภาษาอังกฤษ
- Discount: ส่วนลด
- Promotion: โปรโมชัน
- Clearance: ล้างสต๊อก
- Special offer: ข้อเสนอพิเศษ
- Deal: การซื้อขาย
- Markdown: การลดราคา
- Bargain: การต่อรอง
- Coupon: คูปอง
- Offer: ข้อเสนอหรือให้ราคาพิเศษ
- Sale price: ราคาขายในโปรแกรมส่วนลดหรือการส่งเสริมการขาย
- Markdown: ส่วนลด ลดราคาขายจากราคาเดิม
- Bargain: ของราคาย่อมเยา การซื้อมาได้โดยราคาถูก
- Special deal: ดีลพิเศษที่มีราคาพิเศษหรือส่วนลด
- Clearance: ลดกระหนํ่าจนกว่าสินค้าจะหมด
- Sale: ส่วนลดตามประเภทของสินค้า
- Sales off: ส่วนลดภายในระยะเวลาสั้น
- Quantity discount: ส่วนลดปริมาณ
- Allowance: แลกเปลี่ยนสินค้าเก่าเป็นสินค้าใหม่
- Concessions: ส่วนลดสิทธิพิเศษสำหรับผู้รับผลประโยชน์
- Buy 1 get 1 half price: ลดครึ่งราคาเมื่อซื้อชิ้นที่สอง
- Flash sale: โปรโมชันการลดราคาสินค้าที่มีช่วงระยะเวลาสั้น ๆ
- Doorbuster: ส่วนลดพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้าโดยปกติจะอยู่ที่ร้านค้า
สํานวนในหัวข้อราคาที่เกี่ยวข้อง
- Cost an arm and a leg:
- ความหมาย: To be very expensive (แพงมาก)
- ตัวอย่าง: “Buying a new designer handbag can cost an arm and a leg.”
- Break the bank:
- ความหมาย: To spend a lot of money, especially more than one can afford (การใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะเกินกว่าที่คน ๆ นั้นสามารถจ่ายได้)
- ตัวอย่าง: “I won’t let this shopping spree break the bank; I’ll stick to my budget.”
- Shop till you drop:
- ความหมาย: To shop for an extended period, often until one is exhausted (ช้อปปิ้งเป็นเวลานานจนหมดแรง)
- ตัวอย่าง: “We shopped till we dropped during the Black Friday sales.”
- Cash cow:
- ความหมาย: A product or business that generates a steady income or profit (ผลิตภัณฑ์หรือธุรกิจที่สร้างรายได้หรือผลกำไรที่มั่นคง)
- ตัวอย่าง: “Their new line of smartphones has become a real cash cow for the company.”
- On the house:
- ความหมาย: ได้รับบางอย่างฟรี ๆ โดยไม่ต้องจ่าย
- ตัวอย่าง: “The restaurant gave us dessert on the house as a thank you for being regular customers.”
- Window shopping:
- ความหมาย: Looking at items in stores without intending to buy anything (การดูของในร้านค้าโดยไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไร)
- ตัวอย่าง: “We spent the afternoon window shopping and enjoying the holiday decorations.”
- Cash in on something:
- ความหมาย: To make a profit or take advantage of a situation (ขายทํากําไรหรือใช้ประโยชน์จากบางสิ่งบางอย่าง)
- ตัวอย่าง: “Many stores cash in on the holiday season with special promotions.”
- Pay through the nose:
- ความหมาย: To pay an excessive or exorbitant amount for something (การจ่ายเงินจำนวนมากหรือมากเกินไปเพื่อบางสิ่งบางอย่าง)
- ตัวอย่าง: “I had to pay through the nose for last-minute airline tickets during the peak travel season.”

- To shop around:
- ความหมาย: To compare prices or look for the best deal before making a purchase (เปรียบเทียบราคาหรือค้นหาข้อเสนอที่ดีที่สุดก่อนที่จะช้อปปิ้ง)
- ตัวอย่าง: “Before buying the new phone, I decided to shop around to find the best price.” (สํานวนเหล่านี้สามารถเพิ่มอรรถรสและบริบทเมื่อมีการสนทนาเกี่ยวกับประสบการณ์การช้อปปิ้งและการชำระเงิน)
>>> Read more: สำนวนธีมซื้อของ (Idiom ธีม shopping)
ตัวอย่างประโยคต่อรองราคาแบบสุภาพและรวบรัด ภาษาอังกฤษ
- Is that your best price? (นี่เป็นราคาที่ดีที่สุดแล้วหรอคะ)
- Can you lower the price? (ลดราคาได้ไหมคะ)
- Can you make it lower? (ลดราคาหน่อยได้ไหมคะ)
- That’s too expensive. How about $…? (มันแพงเกินไป แล้ว…ล่ะคะ)
- Is there any discount? (มีส่วนลดอะไรไหมคะ)
- What is your point on…? (คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับ…)
- Do you have any recommendation for…? (คุณมีคําแนะนําอะไรสําหรับ…ไหม)
- What do you think about…? (คุณคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับ…)
- Can you come down a little? (คุณช่วยลดราคาอีกนิดหน่อยได้ไหมคะ)
- What if I give you a half? (ลดให้ครึ่งหนึ่งได้ไหมล่ะ)
- Can you sell it at this price? ขายให้ฉันราคานี้ได้ไหมคะ)
- I can’t afford to buy this car (ฉันไม่สามารถซื้อรถคันนี้ได้)
- I suppose so, but I can’t go any higher. (ฉันก็หวังว่าอย่างนั้น แต่ฉันไม่สามารถจ่ายราคาสูงกว่านี้ได้)
- This is my best and final offer. (นี่คือราคาที่ดีที่สุดและราคาสุดท้ายของฉัน)
- This is the best price. (นี่คือราคาที่ดีที่สุดแล้ว)
- It’s on sale these days. (สินค้าชิ้นนี้กําลังลดราคาในช่วงนี้)
- Give me a discount please! (ลดราคาให้ฉันหน่อยนะ)
ตัวอย่างประโยคขอลดราคาแบบสุภาพ ภาษาอังกฤษตามบริบทที่พบบ่อย
| บริบท | ตัวอย่างประโยค | แปล |
| เริ่มต่อราคา | I will give you + ราคา | (ฉันให้ $…) |
| I will buy it for + ราคา | (ฉันจะซื้อในราคา $…) |
| Can you lower the price? | ลดหน่อยได้ไหม | |
| Can you make it lower? | ช่วยลดราคานิดหน่อยได้ไหม | |
| I can’t afford it. Lower the price a bit? | ช่วยลดราคาอีกหน่อยนะ | |
| That’s too expensive. How about $… ? | แพงจัง $… ได้ไหม | |
| คนขายให้ราคาที่ต่างจากที่คุณต้องการจะจ่าย | Is that the best price you can give me? | นี่คือราคาที่ดีที่สุดแล้วเหรอ |
| How about + price ? | คุณให้ได้เท่าไหร่ | |
| That’s my last offer. | ราคาสุดท้ายของฉันแล้วแหละ | |
| How much is this and this altogether? | ทั้งหมดนี้เท่าไหร่ครับ | |
| Is this the best price? | นี่คือราคาที่ดีที่สุดแล้วเหรอคะ | |
| Is that the best you can do? | นั่นคือราคาที่ดีที่สุดที่คุณสามารถขายได้แล้วเหรอคะ | |
| Is that your best price? | นั่นคือราคาที่ดีที่สุดแล้วเหรอคะ | |
| Can I get a discount? | ขอลดราคาได้ไหมคะ | |
| Is there any discount? | มีส่วนลดไหมคะ |
ตัวอย่างประโยคตกลงการลดราคาให้ลูกค้า ภาษาอังกฤษ
- The original price is 50 baht, but I can offer it to you for 40 baht. (ราคาเดิมคือ 50 baht แต่ฉันให้คุณ 40 baht)
- We have a special promotion right now, so you can get it for 60 baht. (เรากําลังจัดโปรโมชันพิเศษอยู่ คุณสามารถซื้อได้ในราคา 60 บาท)
>>> Read more: คำถามภาษาอังกฤษเมื่อพบคู่ค้า
วิธี ปฏิเสธ ลูกค้า ต่อราคา ภาษาอังกฤษ
เมื่อลูกค้าต่อรองราคา คุณสามารถใช้ตัวอย่างประโยคเพื่อปฏิเสธการต่อรอง ดังนี้:
- I’m sorry, but I can’t make it any cheaper. (ขอโทษครับ แต่ผมไม่สามารถลดได้แล้วครับ)
- I am really sorry, but I can’t give you a discount. (ขอโทษจริง ๆ ค่ะ แต่ฉันลดไม่ได้ค่ะ)
- This is our lowest price, I can’t do more reduction. (ลดสุด ๆ ที่จะลดได้แล้วค่ะ ไม่สามารถลดได้อีกหรอกค่ะ)
- I can’t do reduction. The prices are fixed. (ลดไม่ได้ครับ นี่คือราคาทุนแล้วครับ)
- I can’t give you a discount. Our prices are fixed – (ให้ส่วนลดไม่ได้หรอกครับ นี่คือราคาทุนแล้วครับ)
ตัวอย่างบทสนทนาลดราคา ภาษาอังกฤษ

| ประโยค | แปล | |
| A | But I still think you’re too expensive. | แต่ฉันยังคิดว่าสินค้าของคุณมันแพงเกินไป |
| B | But we are the best. | แต่สินค้าของพวกเราคือดีที่สุดแล้ว |
| A | But I can no longer afford it. | แต่ฉันไม่สามารถจ่ายได้อีกแล้ว |
| B | This is a difficult situation. | นี่เป็นสถานการณ์ที่ลําบาก |
| A | Look, I have to lower my expenditures. | ดูนี่ ฉันต้องลดการใช้จ่ายลง |
| B | How long have we done business together? | เราทําธุรกิจร่วมกันมานานแค่ไหนแล้ว |
| A | 15 years and I’ve been a good customer. | 15 ปีแล้วและฉันก็เป็นลูกค้าที่ดีมาตลอด |
| B | Okay. I can give you a seven percent discount. | โอเค ฉันจะให้ส่วนลดคุณ 7% |
| A | Great. | เยี่ยม |
คําถามที่พบบ่อย
ลดล้างสต๊อก ภาษาอังกฤษ หมายถึงอะไร
ลดล้างสต๊อก ภาษาอังกฤษ คือ Knockout หมายถึงการลดราคาเมื่อขายของในราคาถูก
ฉันลดราคาให้คุณ ภาษาอังกฤษ คืออะไร
ฉันลดราคาให้คุณ ภาษาอังกฤษ คือ I’ll give you a discount หรือ I can give you a discount.
โปรโมชั่น ภาษาอังกฤษ คืออะไร
โปรโมชั่น ภาษาอังกฤษ คือ Promotion หมายถึงแคมเปญโฆษณาเพื่อเพิ่มยอดขาย มักมาพร้อมกับส่วนลดหรือข้อเสนอพิเศษ
ในบทความนี้ ELSA Speak ได้แบ่งปันวิธีต่อรองลดราคาภาษาอังกฤษเมื่อซื้อของ แน่นอนว่านี่จะเป็นความรู้ที่มีประโยชน์ต่อคุณ โดยเฉพาะต่อคนที่ชอบการช้อปปิ้ง ซึ่งคุณสามารถนําไปประยุกต์ใช้และลองปฏิบัติได้ทันทีเลย อย่าลืมเวลาเรียนภาษาอังกฤษกับผู้ช่วยเสมือนจริง เพราะ ELSA มีการออกโปรโมชั่นต่างๆ หรือ Voucher ELSA Speak ที่น่าสนใจเป็นประจำสำหรับผู้ใช้เลยนะ

