คำศัพท์ 12 เดือนภาษาอังกฤษ: คำย่อ การออกเสียง และวิธีใช้

การจดจำชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนภาษาอังกฤษจะช่วยให้คุณมั่นใจมากขึ้นในการเขียนอีเมล การวางแผนตารางการทำงาน และการสื่อสารในชีวิตประจำวัน การเข้าใจรูปแบบคำย่อ การออกเสียงที่ถูกต้อง รวมถึงหลักการใช้คำบุพบทให้เหมาะสม จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่ไม่จำเป็นได้ บทความนี้จาก ELSA Speak ได้รวบรวมตารางชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนภาษาอังกฤษไว้อย่างครบถ้วนที่สุด พร้อมให้คุณใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้อย่างสะดวก มาค้นพบไปพร้อมกันเลย!

ประเด็นสำคัญ
  • ระบบ 12 เดือนในภาษาอังกฤษ มีชื่อเรียก การออกเสียงที่ถูกต้อง และรูปแบบคำย่อเฉพาะของแต่ละเดือน
  • การเขียนวันที่ในแต่ละเดือนจำเป็นต้องใช้ เลขลำดับ (Ordinal Numbers) ร่วมกับคำลงท้ายที่กำหนด
  • รูปแบบการเขียนวันที่ที่นิยมมี 2 แบบ ได้แก่ British English ซึ่งเขียนวันก่อนเดือน และ American English ซึ่งเขียนเดือนก่อนวัน
  • ตามหลักไวยากรณ์ ต้องใช้คำบุพบท in ก่อนชื่อเดือน และใช้ on เมื่อมีวันที่ระบุร่วมด้วย
  • ชื่อเดือนในภาษาอังกฤษล้วนมีที่มาจากเรื่องราวและตำนานเทพปกรณัมของโรมันโบราณ

ชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนภาษาอังกฤษ

รายชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนภาษาอังกฤษ ได้แก่ January (มกราคม), February (กุมภาพันธ์), March (มีนาคม), April (เมษายน), May (พฤษภาคม), June (มิถุนายน), July (กรกฎาคม), August (สิงหาคม), September (กันยายน), October (ตุลาคม), November (พฤศจิกายน) และ December (ธันวาคม)

สอบก่อนเข้าฟรี

{{(sIndex/sentences.length)*100}}%
{{ sentences[sIndex].text }}.
loading

ด้านล่างนี้คือตารางสรุปชื่อเดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือนพร้อมคำอ่าน คำย่อ การออกเสียงตามหลัก IPA และคำอ่านภาษาไทย หวังว่าผู้เรียนจะเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับคำถาม เดือนภาษาอังกฤษอ่านว่าอย่างไร นะคะ:

เดือนชื่อเดือนภาษาอังกฤษคำย่อการออกเสียงตาม IPAการอ่านภาษาไทย
มกราคมJanuaryJan./ˈdʒæn.ju.ə.ri/แจน-ยัว-รี
กุมภาพันธ์FebruaryFeb./ˈfeb.ru.ə.ri/เฟบ-รู-เออ-รี
มีนาคมMarchMar./mɑːtʃ/มาร์ช
เมษายนAprilApr./ˈeɪ.prəl/เอ-พริล
พฤษภาคมMayMay/meɪ/เม
มิถุนายนJuneJun./dʒuːn/จูน
กรกฎาคมJulyJul./dʒuˈlaɪ/จู-ลาย
สิงหาคมAugustAug./ɔːˈɡʌst/ออ-กัส
กันยายนSeptemberSep. / Sept./sepˈtem.bər/เซ็ป-เทม-เบอร์
ตุลาคมOctoberOct./ɒkˈtəʊ.bər/ออท-โท-เบอร์
พฤศจิกายนNovemberNov./nəʊˈvem.bər/โน-เวม-เบอร์
ธันวาคมDecemberDec./dɪˈsem.bər/ดี-เซ็ม-เบอร์
เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือนพร้อมคำอ่าน
เดือนภาษาอังกฤษ 12 เดือนพร้อมคำอ่าน

วันที่ในเดือนเป็นภาษาอังกฤษ (Days of the Month)

แตกต่างจากตัวเลขทั่วไป การระบุวันที่ในภาษาอังกฤษจำเป็นต้องใช้ เลขลำดับ (Ordinal numbers) ร่วมกับคำลงท้ายแบบย่อ ได้แก่ st, nd, rd และ th โดยมีรายละเอียดดังนี้

วันที่ภาษาอังกฤษภาษาอังกฤษ คำย่อ
วันที่ 1First1st (/fɜːst/)
วันที่ 2Second2nd (/ˈsek.ənd/)
วันที่ 3Third3rd (/θɜːd/)
วันที่ 4Fourth4th (/fɔːθ/)
วันที่ 5Fifth5th (/fɪfθ/)
วันที่ 6Sixth6th (/sɪksθ/)
วันที่ 7Seventh7th (/ˈsev.ənθ/)
วันที่ 8 Eighth8th (/eɪtθ/)
วันที่ 9 Ninth9th (/naɪnθ/)
วันที่ 10 Tenth10th (/tenθ/)
วันที่ 11 Eleventh11th (/ɪˈlev.ənθ/)
วันที่ 12 Twelfth12th (/twelfθ/)
วันที่ 13 Thirteenth13th (/ˌθɜːˈtiːnθ/)
วันที่ 14 Fourteenth14th (/ˌfɔːˈtiːnθ/)
วันที่ 15Fifteenth15th (/ˌfɪfˈtiːnθ/)
วันที่ 16 Sixteenth16th (/ˌsɪksˈtiːnθ/)
วันที่ 17Seventeenth17th (/ˌsev.ənˈtiːnθ/)
วันที่ 18 Eighteenth18th (/ˌeɪˈtiːnθ/)
วันที่ 19 Nineteenth19th (/ˌnaɪnˈtiːnθ/)
วันที่ 20Twentieth20th (/ˈtwen.ti.əθ/)
วันที่ 21Twenty-first21st (/ˌtwen.tiˈfɜːst/)
วันที่ 22Twenty-second22nd (/ˌtwen.tiˈsek.ənd/)
วันที่ 23Twenty-third23rd (/ˌtwen.tiˈθɜːd/)
วันที่ 24Twenty-fourth24th (/ˌtwen.tiˈfɔːθ/)
วันที่ 25Twenty-fifth25th (/ˌtwen.tiˈfɪfθ/)
วันที่ 26 Twenty-sixth26th (/ˌtwen.tiˈsɪksθ/)
วันที่ 27Twenty-seventh27th (/ˌtwen.tiˈsev.ənθ/)
วันที่ 28Twenty-eighth28th (/ˌtwen.tiˈeɪtθ/)
วันที่ 29Twenty-ninth29th (/ˌtwen.tiˈnaɪnθ/)
วันที่ 30Thirtieth30th (/ˈθɜː.ti.əθ/)
วันที่ 31Thirty-first31st (/ˌθɜː.tiˈfɜːst/)
วันและเดือนภาษาอังกฤษ
วันที่ในเดือนเป็นภาษาอังกฤษ

วิธีเขียนและออกเสียงวันที่ในเดือนภาษาอังกฤษ

การเขียนวันและเดือนภาษาอังกฤษมีรูปแบบหลักอยู่ 2 แบบ ได้แก่ แบบอังกฤษ (British English) และ แบบอเมริกัน (American English)

  • แบบอังกฤษ (British English) – วันขึ้นก่อน เดือนตามหลัง
    • โครงสร้าง: [วัน] + [เดือน] + [ปี]
    • ตัวอย่าง: 18 September 2026 หรือ the 18th of September, 2026
  • แบบอเมริกัน (American English) – เดือนขึ้นก่อน วันตามหลัง
    • โครงสร้าง: [เดือน] + [วัน], [ปี] (ต้องใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่างวันและปี)
    • ตัวอย่าง: September 18, 2026
  • หลักการใช้คำบุพบทบอกเวลา
    • ใช้ in เมื่อกล่าวถึงเดือนเพียงอย่างเดียว (ตัวอย่าง: in April)
    • ใช้ on เมื่อระบุวันที่อย่างเจาะจง (ตัวอย่าง: on April 15th)
    • ใช้ at เมื่อระบุเวลาอย่างเจาะจงในวันนั้น (ตัวอย่าง: at 8 AM)

>>> ดูเพิ่มเติม: IN, ON AT คืออะไร? วิธีใช้ที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง

วิธีเขียนและออกเสียงวันที่ในเดือนภาษาอังกฤษ
วิธีเขียนและออกเสียงวันที่ในเดือนภาษาอังกฤษ

ความหมายของชื่อเดือนภาษาอังกฤษ และ เทคนิคจำง่าย

ชื่อเดือนภาษาอังกฤษแต่ละเดือนล้วนมีที่มาจากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของอารยธรรมโรมันโบราณ

ด้านล่างนี้คือความหมายโดยสังเขปของชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนในรอบปี:

  • January: ตั้งชื่อตามเทพเจ้า Janus เทพเจ้าสองพักตร์ที่มองไปยังอดีตและอนาคต สื่อถึงการเริ่มต้นใหม่
  • February: มาจากเทศกาลชำระล้าง Februa ของชาวโรมันโบราณ
  • March: ตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งสงคราม Mars ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการทำศึกในฤดูใบไม้ผลิ
  • April: มาจากคำภาษาละติน aperire ซึ่งหมายถึง “เปิดออก” สื่อถึงช่วงเวลาที่ดอกไม้เริ่มผลิบานในฤดูใบไม้ผลิ
  • May: ตั้งชื่อตามเทพี Maia เทพีแห่งการเจริญเติบโตและความอุดมสมบูรณ์
  • June: ตั้งชื่อตามเทพี Juno เทพีแห่งการแต่งงานและการให้กำเนิด
  • July: ตั้งชื่อตามจักรพรรดิ Julius Caesar เพื่อเป็นเกียรติแก่ Julius Caesarและเดือนเกิดของพระองค์
  • August: ตั้งชื่อตามจักรพรรดิ Augustus Caesar เพื่อรำลึกถึงชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของพระองค์
  • September: มาจากคำว่า septem ซึ่งหมายถึง “เจ็ด” ในปฏิทินโรมันโบราณที่มีทั้งหมด 10 เดือน
  • October: มาจากคำว่า octo ซึ่งหมายถึง “แปด” ในปฏิทินโรมันโบราณ
  • November: มาจากคำว่า novem ซึ่งหมายถึง “เก้า” ในปฏิทินโรมันโบราณ
  • December: มาจากคำว่า decem ซึ่งหมายถึง “สิบ” ในปฏิทินโรมันโบราณ

>>> ดูเพิ่มเติม:

ความหมายของชื่อเดือนภาษาอังกฤษ
ความหมายของชื่อเดือนภาษาอังกฤษ

คำถามที่พบบ่อย 

ด้านล่างนี้คือคำตอบแบบสั้น ๆ สำหรับคำถามที่ผู้เรียนมักสงสัยเกี่ยวกับระบบชื่อเดือนภาษาอังกฤษ

มีกี่เดือนที่มี 30 วัน ในภาษาอังกฤษ

คำตอบ: มีทั้งหมด 4 เดือน ได้แก่ April (เดือนที่ 4), June (เดือนที่ 6), September (เดือนที่ 9) และ November (เดือนที่ 11)

มีกี่เดือนที่มี 31 วัน ในภาษาอังกฤษ

คำตอบ: มีทั้งหมด 7 เดือน ได้แก่ January (เดือนที่ 1), March (เดือนที่ 3), May (เดือนที่ 5), July (เดือนที่ 7), August (เดือนที่ 8), October (เดือนที่ 10) และ December (เดือนที่ 12)

ทำไมเดือนกุมภาพันธ์ถึงมี 28 หรือ 29 วัน?

คำตอบ: ตามเรื่องเล่าที่แพร่หลาย เดือนกุมภาพันธ์มีเพียง 28 หรือ 29 วัน เนื่องจากจักรพรรดิ Augustus Caesar ทรงนำ 1 วันออกจากเดือนกุมภาพันธ์และเพิ่มเข้าไปในเดือนสิงหาคม เพื่อให้เดือนสิงหาคมมี 31 วันเท่ากับเดือนกรกฎาคมที่ตั้งชื่อตาม Julius Caesar

Jan, Mar, Sep และ Oct คือเดือนอะไร?

คำตอบ: Jan คือเดือนที่ 1 (January), Mar คือเดือนที่ 3 (March), Sep คือเดือนที่ 9 (September) และ Oct คือเดือนที่ 10 (October)

Spring คือเดือนไหน?

คำตอบ: Spring (ฤดูใบไม้ผลิ) ในประเทศแถบซีกโลกเหนือ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา และประเทศตะวันตกส่วนใหญ่ โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ได้แก่ March, April และ May

เดือนภาษาอังกฤษย่อ เขียนอย่างไร? 

คำตอบ: เดือนส่วนใหญ่สามารถเขียนเป็นคำย่อโดยใช้ 3 ตัวอักษรแรก และใส่จุดท้ายคำ ได้แก่ Jan., Feb., Mar., Apr., Jun., Jul., Aug., Oct., Nov. และ Dec.

ส่วนเดือนพฤษภาคม (May) ยังคงใช้รูปเต็มและไม่มีรูปย่อ ขณะที่เดือนกันยายน (September) สามารถเขียนเป็น เดือนภาษาอังกฤษแบบย่อ ได้ทั้ง Sep. และ Sept

>> อ่านเพิ่มเติม:

การฝึกฝนและทำความเข้าใจเดือนภาษาอังกฤษ ให้แม่นยำ ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้คุณมั่นใจในการเขียนอีเมลและจัดตารางงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการฝึกออกเสียงชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนภาษาอังกฤษให้ถูกต้องและสื่อสารได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ลองฝึกฝนเป็นประจำทุกวันไปพร้อมกับแอปพลิเคชันฝึกพูดอัจฉริยะ ELSA Speak นอกจากนี้ อย่าลืมเข้าไปดูหมวด คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อย บนเว็บไซต์ของ ELSA Speak เพื่อสะสมคลังคำศัพท์และเรียนรู้บทเรียนที่น่าสนใจเพิ่มเติมกันนะ!

ELSA Premium 1 ปี เพียง 2,353 บาทเท่านั้น!