Author: CTV PM

คุณกำลังมองหาวิธีพูดคำว่าป่วยภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อคุณไม่สบายอยู่ใช่ไหม? บทความนี้รวบรวมประโยคสื่อสาร คำศัพท์เกี่ยวกับอาการป่วย ป่วย ภาษาอังกฤษ คํา อ่าน ตัวอย่างบทสนทนา และสำนวนที่ใช้บ่อยไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งจะช่วยให้คุณอธิบายอาการป่วย พูดคุยกับแพทย์ หรือขอลาป่วยได้อย่างมั่นใจ ทั้งในสภาพแวดล้อมการเรียนรู้และการทำงาน

วิธีพูดว่าป่วยภาษาอังกฤษ

คำว่า sick ในภาษาอังกฤษใช้หมายถึงอาการป่วยโดยทั่วไป สำนวนที่ใช้บ่อยที่สุดในการบอกว่าฉันป่วย ภาษาอังกฤษคือ I’m sick

ต่อไปนี้เป็นสำนวนอื่น ๆ ที่จะช่วยให้คุณระบุเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของคุณได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

วิธีพูดทั่วไป

เมื่อคุณรู้สึกไม่สบายและอยากจะบอกเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานแต่ไม่อยากให้พวกเขากังวลมากเกินไปและรู้รายละเอียด ให้ใช้ประโยคบอกเล่าทั่วไปต่อไปนี้: 

วิธีพูดวิธีพูดทั่วไปว่าป่วยภาษาอังกฤษ

>>อ่านเพิ่มเติม: 10+ วิธีพูด Get well soon ช่วยให้คุณพูดภาษาอังกฤษเพราะขึ้นและเป็นมืออาชีพมากขึ้น

วิธีพูดอย่างละเอียด

เมื่ออธิบายภาวะสุขภาพของคุณ คุณสามารถใช้ประโยคต่อไปนี้เพื่ออธิบายอาการเจ็บป่วย ภาษาอังกฤษ ได้:

คําศัพท์เกี่ยวกับ อาการเจ็บป่วย ภาษาอังกฤษ พร้อม คํา อ่าน

โรคภัยไข้เจ็บ (Disease) เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นในชีวิต หลายคนมักพูดว่า “การไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเป็นลาภอันประเสริฐ” และโรคภัยไข้เจ็บมักมาพร้อมกับอาการ (Symptom) ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายกำลังป่วยเป็นโรคอะไร

คําศัพท์การออกเสียงความหมาย
Cold/kəʊld/หวัด
Cough/kɒf/ไอ
Sore throat/sɔː ˈθrəʊt/เจ็บคอ
Headache/ˈhedeɪk/ปวดหัว
Stomachache/ˈstʌmək eɪk/ปวดท้อง
Toothache/ˈtuːθ eɪk/ปวดฟัน
Earache/ˈɪəreɪk/ปวดหู
Cramp/kræmp/ปวดเกร็ง
Numb/nʌm/ชา
Infection/ɪnˈfekʃən/การติดเชื้อ
Broken leg/arm/ˈbrəʊkən leɡ / ɑːm/แขนหัก / ขาหัก
Rash/ræʃ/ผื่น
Diarrhea/ˌdaɪəˈrɪə/ท้องเสีย
Runny nose/ˈrʌni nəʊz/น้ำมูกไหล
Migraine/ˈmiːɡreɪn/ไมเกรน
Allergic reaction/əˈlɜːdʒɪk riˈækʃən/อาการแพ้
Vomit / Throw up/ˈvɒmɪt/ /θrəʊ ʌp/อาเจียน
Nausea/ˈnɔːziə/คลื่นไส้
Food poisoning/fuːd ˈpɔɪzənɪŋ/อาหารเป็นพิษ
Stroke/strəʊk/โรคหลอดเลือดสมอง
Cancer/ˈkænsə(r)/มะเร็ง
Diabetes/ˌdaɪəˈbiːtiːz/โรคเบาหวาน
Asthma/ˈæsmə/โรคหอบหืด
Hypertension/ˌhaɪpəˈtenʃən/ความดันโลหิตสูง
Fever/ˈfiːvə(r)/ไข้
Backache/ˈbækeɪk/ปวดหลัง
Dizziness/ˈdɪzinəs/เวียนศีรษะ
Fatigue/fəˈtiːɡ/อ่อนเพลีย
Insomnia/ɪnˈsɒmniə/นอนไม่หลับ
Bruise/bruːz/ฟกช้ำ
Bleeding/ˈbliːdɪŋ/เลือดออก
Cramps (menstrual)/kræmps/ปวดเกร็ง (ประจำเดือน)
Constipation/ˌkɒnstɪˈpeɪʃən/ท้องผูก
Flu (Influenza)/fluː/ไข้หวัดใหญ่
Sneeze/sniːz/จาม
Swelling/ˈswelɪŋ/บวม
Itchy/ˈɪtʃi/คัน
Shortness of breath/ˈʃɔːtnəs əv breθ/หายใจถี่
Chest pain/tʃest peɪn/เจ็บหน้าอก
High temperature/haɪ ˈtemprətʃə(r)/อุณหภูมิสูง
Loss of appetite/lɒs əv ˈæpɪtaɪt/เบื่ออาหาร

ประโยค อาการเจ็บป่วย ภาษาอังกฤษ

คำศัพท์ชื่อโรคที่พบบ่อยในภาษาอังกฤษ

ชื่อภาษาอังกฤษของโรคการออกเสียงความหมาย
Acne/ˈæk.ni/สิว
Alzheimer’s disease/ˈælts.haɪ.mərz dɪˈziːz/โรคอัลไซเมอร์
Appendicitis/əˌpɛn.dɪˈsaɪ.tɪs/ไส้ติ่งอักเสบ
Arthritis/ɑːrˈθraɪ.tɪs/โรคข้ออักเสบ
Asthma/ˈæs.mə/โรคหอบหืด
Athlete’s foot/ˈæθ.liːts fʊt/โรคน้ำกัดเท้า
Bronchitis/brɒŋˈkaɪ.tɪs/โรคหลอดลมอักเสบ
Cancer/ˈkæn.sər/มะเร็ง
Chickenpox/ˈtʃɪk.ɪn.pɒks/อีสุกอีใส
Colitis/kəˈlaɪ.tɪs/ลำไส้ใหญ่อักเสบ
COVID-19/ˌkoʊ.vɪd.naɪnˈtiːn/โควิด-19
Depression/dɪˈprɛʃ.ən/ภาวะซึมเศร้า
Diabetes/ˌdaɪ.əˈbiː.tɪs/โรคเบาหวาน
Eczema/ˈɛk.sɪ.mə/โรคเรื้อน
Flu/fluː/ไข้หวัดใหญ่
Gout/ɡaʊt/โรคเกาต์
Genital warts/ˈdʒɛn.ɪ.təl wɔːrts/หูดที่อวัยวะเพศ
Heart Attack/hɑːrt əˈtæk/หัวใจวาย
Heart disease/hɑːrt dɪˈziːz/โรคหัวใจ
High blood pressure/haɪ blʌd ˈprɛʃ.ər/ความดันโลหิตสูง
HIV/AIDS/ˌeɪtʃ.aɪˈviː/ /eɪdz/เอชไอวี/เอดส์
Hypothyroidism/ˌhaɪ.poʊˈθaɪ.rɔɪ.dɪz.əm/ภาวะไทรอยด์ทำงานน้อย
Hyperthyroidism/ˌhaɪ.pərˈθaɪ.rɔɪ.dɪz.əm/ภาวะไทรอยด์ทำงานมากเกิน
Influenza/ˌɪn.fluˈɛn.zə/ไข้หวัดใหญ่
Malaria/məˈleə.ri.ə/มาลาเรีย
Measles/ˈmiː.zəlz/โรคหัด
Mumps/mʌmps/คางทูม
Migraine/ˈmaɪ.ɡreɪn/ไมเกรน
Obsessive-compulsive disorder (OCD)/əbˈsɛs.ɪv kəmˈpʌl.sɪv dɪsˈɔːr.dər/โรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD)
Osteoarthritis/ˌɒs.ti.oʊ.ɑːrˈθraɪ.tɪs/โรคข้อเข่าเสื่อม
Polio/ˈpoʊ.li.oʊ/โรคโปลิโอ
Pneumonia/njuːˈmoʊ.ni.ə/โรคปอดบวม
Psoriasis/səˈraɪ.ə.sɪs/โรคสะเก็ดเงิน
Ringworm/ˈrɪŋ.wɜːrm/โรคขี้กลาก
Rubella/ruːˈbɛl.ə/โรคหัดเยอรมัน
Schizophrenia/ˌskɪt.səˈfriː.ni.ə/โรคจิตเภท
Shingles/ˈʃɪŋ.ɡəlz/โรคงูสวัด
Smallpox/ˈsmɔːl.pɒks/ไข้ทรพิษ
Stroke/stroʊk/โรคหลอดเลือดสมอง
Tuberculosis/tjuːˌbɜːr.kjəˈloʊ.sɪs/วัณโรค
Typhoid fever/ˈtaɪ.fɔɪd ˈfiː.vər/ไข้ไทฟอยด์
คำศัพท์ชื่อโรคที่พบบ่อยในภาษาอังกฤษ

วิธี ถาม อาการเจ็บป่วย ภาษาอังกฤษ

เมื่อคุณต้องการถามใครสักคนเกี่ยวกับสุขภาพหรืออาการของเขา ภาษาอังกฤษมีประโยคคําถามที่เป็นธรรมชาติและใช้งานง่ายมากมาย ต่อไปนี้คือตัวอย่างประโยคที่พบบ่อยที่สุดและความหมายในภาษาไทย:

วิธี ถาม อาการเจ็บป่วย ภาษาอังกฤษ

>> อ่านเพิ่มเติม: How Are You คืออะไร? วิธีตอบและใช้เป็นภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง

ตัวอย่าง บทสนทนา ถามอาการป่วย ภาษาอังกฤษ

เมื่อคุณไปพบแพทย์หรือพูดคุยกับคนป่วย คุณสามารถใช้คำถามภาษาอังกฤษต่อไปนี้เพื่อถามเกี่ยวกับสุขภาพของพวกเขาได้ ด้านล่างคำถามแต่ละข้อมีคำอธิบายความหมายเพื่อให้คุณเข้าใจและจดจำง่ายขึ้น

บทสนทนาที่ 1: คุณหมอถามคนไข้เรื่องอาการเจ็บคอ

Doctor: “Good morning. What brings you here today?” (อรุณสวัสดิ์ครับ วันนี้มีอาการอะไรถึงมาพบคุณหมอครับ?)

Patient: “Good morning, doctor. My throat feels very sore and I’ve been coughing a lot.” (อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณหมอ ฉันรู้สึกเจ็บคอมาก แล้วก็ไอบ่อยมากด้วยค่ะ)

Doctor: “Your throat looks a bit scruffy. Do you get sweating and shivering?” (คอของคุณดูโทรมๆ หน่อย เหงื่อออกและตัวสั่นหรือเปล่าครับ)

Patient: “Yes, especially at night.” (มีค่ะ โดยเฉพาะเวลากลางคืนค่ะ)

Doctor: “Okay, let me examine you. Please breathe deeply.” (โอเคครับ ผมขอตรวจหน่อยนะครับ หายใจเข้าลึก ๆ นะครับ)

บทสนทนาที่ 2: คุณหมอสอบถามคนไข้เกี่ยวกับอาการของระบบย่อยอาหาร

Doctor: “So what brings you here?” (วันนี้มีเรื่องอะไรให้คุณหมอมาตรวจครับ?)

Patient: “I’ve had stomach pain since yesterday, and I felt nauseous after eating.” (ฉันปวดท้องตั้งแต่เมื่อวาน และรู้สึกคลื่นไส้หลังจากทานอาหารค่ะ)

Doctor: “What did you eat yesterday?” (เมื่อวานคุณทานอะไรบ้างครับ?)

Patient: “Mainly seafood. After that, the pain started.” (ส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเลค่ะ หลังจากนั้นอาการปวดก็เริ่มขึ้น)

Doctor: “Have you taken any medicine so far?” (คุณได้ทานยาอะไรมาบ้างหรือยังครับ?)

Patient: “No, not yet.” (ยังเลยค่ะ)

Doctor: “Alright. I’ll run a quick check and see what’s going on.” (ได้ครับ เดี๋ยวผมจะตรวจดูอาการให้ครับ)

บทสนทนาที่ 3: หมอถามคนไข้เรื่องไข้หวัดใหญ่

Doctor: “How’re you doing today?” (วันนี้คุณเป็นยังไงบ้างครับ?)

Patient: “I’m still very tired. I have a fever and my body aches. (ยังเหนื่อยอยู่เลยค่ะ มีไข้และปวดเมื่อยตามตัว)

Doctor: “Do you get sweating and shivering?” (คุณเหงื่อออกและตัวสั่นไหมครับ?)

Patient: “Yes, especially when the fever goes up.” (มีค่ะ โดยเฉพาะเวลาที่ไข้ขึ้นสูง)

Doctor: “Have you taken any medicine so far?” (คุณได้กินยาอะไรมาบ้างหรือยังครับ?)

Patient: “Just some paracetamol.” (แค่พาราเซตามอลค่ะ)

Doctor: “Okay. Do you have any other questions?” (โอเคครับ คุณมีคำถามอื่นอีกไหมครับ?)

ตัวอย่าง บทสนทนา ถามอาการป่วย ภาษาอังกฤษ

คําถามที่พบบ่อย

คนป่วยภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร?

คำภาษาอังกฤษสำหรับผู้ป่วยคือ: Patient – ผู้ป่วย / คนไข้

“ป่วย” ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร?

คำว่า “ป่วย” ในภาษาอังกฤษคือ: “to be sick” หรือ “to be ill.”

สำนวนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับความเจ็บป่วย 

นอกจากจะใช้คำว่า sick เพื่อหมายถึงการเจ็บป่วยแล้ว เจ้าของภาษายังมักใช้คำอื่น ๆ แทนความหมายอีกมากมายโดยไม่ใช้คำนี้ ต่อไปนี้คือสำนวนภาษาอังกฤษทั่วไปที่ใช้พูดถึงการป่วย

ELSA Premium 1 ปี

8,497 บาท ->2,353 บาท

ELSA Pro ตลอดชีพ

3,659 บาท ->3,659 บาท

การเรียนรู้วิธีพูดคําว่าป่วยภาษาอังกฤษจะช่วยให้คุณอธิบายอาการ ปรึกษาแพทย์ หรือขอลาป่วยได้อย่างมั่นใจมากขึ้น อย่าลืมฝึกฝนบทสนทนา คำศัพท์เกี่ยวกับโรค และสำนวนที่ใช้บ่อย เพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษในสถานการณ์ทางการแพทย์ในชีวิตประจำวันที่ ELSA Speak นะ

ช่วงคริสต์มาสคือเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการลงทุนเพื่อคุณค่าในระยะยาว เนื่องในโอกาสเทศกาลปลายปี ELSA Speak มอบข้อเสนออัปเกรดสุดพิเศษ สำหรับผู้เรียนที่ถือแพ็กเกจ ELSA Pro แบบตลอดชีพเท่านั้น: อัปเกรดเป็น ELSA Premium แบบตลอดชีพในราคาพิเศษที่ไม่เคยมีมาก่อน

ข้อเสนอพิเศษเฉพาะผู้เรียน ELSA Pro แบบตลอดชีพเท่านั้น

โปรแกรมนี้ไม่เปิดให้ผู้ใช้ใหม่ และไม่ใช้กับผู้เรียนที่ยังไม่ได้ถือแพ็กเกจ Pro แบบตลอดชีพ นี่คือสิทธิพิเศษที่ ELSA ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้เรียนที่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องและจริงจังในการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ

หากคุณกำลังใช้งาน ELSA Pro แบบตลอดชีพ คริสต์มาสปีนี้คือโอกาสของคุณในการปลดล็อกแพ็กเกจการฝึกพูดภาษาอังกฤษระดับสูงสุดของ ELSA Speak อย่าง ELSA Premium แบบตลอดชีพ

ฟีเจอร์ระดับพรีเมียมในแพ็กเกจ ELSA Premium แบบตลอดชีพ

ELSA Premium คือแพ็กเกจการเรียนที่รวมฟีเจอร์ทั้งหมดของ ELSA Pro พร้อมด้วยฟีเจอร์ AI ใหม่ล่าสุด 2 รายการ ได้แก่ ELSA AI และ Speech Analyzer เมื่ออัปเกรดเป็น Premium แบบตลอดชีพ คุณจะสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ระดับสูงทั้งหมดได้อย่างครบถ้วน ได้แก่

ข้อเสนอคริสต์มาส – ระยะเวลาจำกัด

โอกาสทองในการยกระดับทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษด้วยราคาพิเศษเฉพาะช่วงคริสต์มาสนี้เท่านั้น ด้วยแพ็กเกจ Premium แบบตลอดชีพ คุณจะปลดล็อกทุกฟีเจอร์ระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นการฝึกออกเสียง การโต้ตอบกับ AI การวิเคราะห์เสียงแบบเฉพาะบุคคล ใช้งานได้ไม่จำกัด ไม่มีค่าต่ออายุ ลงทุนเพียงครั้งเดียวเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

เป็นเจ้าของ ELSA แบบตลอดชีพ จ่ายครั้งเดียว เรียนได้ตลอดไป

อัปเกรดทันที เป็นเจ้าของ ELSA Premium แบบตลอดชีพด้วยการชำระเงินเพียงครั้งเดียว

อย่าพลาดโอกาสครั้งเดียวที่จะยกระดับทักษะการพูดภาษาอังกฤษของคุณอย่างครบวงจรด้วย ELSA Premium แบบตลอดชีพ แพ็กเกจการเรียนระดับสูงที่รวมเครื่องมือฝึกพูดอย่างเข้มข้น มีประสิทธิภาพ และไม่จำกัด

เหตุผลที่คุณควรอัปเกรดตั้งแต่วันนี้

หมายเหตุ: ข้อเสนอนี้เป็นสิทธิพิเศษเฉพาะผู้เรียน ELSA Pro แบบตลอดชีพ และใช้ได้ในระยะเวลาจำกัดเท่านั้น

ร่วมรับข้อเสนอแพ็กเกจการเรียนอื่น ๆ ของ ELSA:

คลิกที่นี่เพื่ออัปเกรดเป็น ELSA Premium แบบตลอดชีพ โอกาสที่ไม่เกิดขึ้นซ้ำ ตัดสินใจวันนี้เพื่อไม่พลาดข้อเสนอ!

ELSA Speak เปิดตัวแคมเปญโปรโมชันต้อนรับ 22.5 Flashsale Day ชวนผู้เรียนภาษาอังกฤษเริ่มต้นเดือนอย่างมีสไตล์ เสริมความมั่นใจด้านการออกเสียงและการสื่อสารภาษาอังกฤษ เพื่อก้าวเข้าสู่เดือนใหม่ด้วยทักษะที่พร้อมกว่าเดิม พร้อมข้อเสนอสุดคุ้มที่หาได้เฉพาะช่วงพิเศษเท่านั้น โปรโมชันนี้ครอบคลุมแพ็กเกจเรียน ELSA Pro และ ELSA Premium ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นระบบ มีแผนการเรียนที่ชัดเจน สามารถติดตามความก้าวหน้าได้จริง เหมาะสำหรับการอัปเกรดทักษะและเปิดรับโอกาสใหม่ ๆ ตลอดปีนี้

แพ็กเกจเรียนราคาพิเศษ

โปรโมชันต้อนรับ 22.5 Flashsale Day ใช้ได้กับแพ็กเกจยอดนิยมทั้งหมดของ ELSA Speak ทั้งแบบรายปีและตลอดชีพ:

แพ็กเกจระยะเวลาราคาปกติราคาพิเศษ
ELSA Pro1 ปี2.4991.425
ELSA Proตลอดชีพ3.6592.561
ELSA Premium1 ปี8.4972.107
ELSA Premiumตลอดชีพ9.9994.799
ตารางราคา ELSA Pro และ ELSA Premium

**เมื่อสมัคร กรุณากรอกโค้ด THMAY เพื่อรับราคาพิเศษ

ระยะเวลาโปรโมชัน

22.5 Flashsale Day 2026 ของ ELSA Speak เป็นข้อเสนอพิเศษที่มีระยะเวลาจำกัดเพียงสามวันเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 22 – 24/05/2026 (12.00 น.) หลังจากนั้น ราคาจะกลับสู่ราคาปกติ

ผู้ที่สามารถเข้าร่วมโปรโมชันได้

โปรโมชันนี้ใช้ได้กับผู้ใช้ ELSA Speak ทุกกลุ่ม ได้แก่:

หมายเหตุ: ระยะเวลาการใช้งานแพ็กเกจจะเริ่มนับจากวันที่กรอกรหัสเปิดใช้งาน ช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเรียนได้อย่างยืดหยุ่น

วิธีรับโปรโมชัน

เพื่อรับข้อเสนอพิเศษต้อนรับ 22.5 Flashsale Day 2026 เพียงคลิกปุ่ม “ซื้อเลย” ด้านล่าง แล้วป้อนรหัส THMAY:

กรอกโค้ด TH2026 เพื่อรับข้อเสนอพิเศษเลย

ELSA PREMIUM 1 ปี

ราคาเดิม: 8,497

2,353

ELSA PREMIUM ตลอดชีพ

ราคาเดิม : 9,999

5,099

ELSA PRO 1 ปี

ราคาเดิม: 2,499

1,830

ELSA Pro ตลอดชีพ

ราคาเดิม: 3,659

3,659

โปรโมชั่นต้อนรับ 22.5 Flashsale Day 2026 จาก ELSA Speak เป็นโอกาสที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนระยะยาวในการพัฒนาทักษะการออกเสียงและการสื่อสารภาษาอังกฤษ ด้วยค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่าและเส้นทางการเรียนที่ชัดเจน เนื่องจากระยะเวลาโปรโมชันมีจำกัด ขอแนะนำให้สมัครโดยเร็วเพื่อไม่พลาดของขวัญสุดพิเศษจาก ELSA Speak

TOEIC เป็นหนึ่งในใบรับรองภาษาอังกฤษระดับนานาชาติที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน และถูกใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อประเมินความสามารถในการสื่อสารในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบมืออาชีพ แล้ว โทอิค คือ? ข้อสอบ TOEIC มีส่วนประกอบอะไรบ้าง และมีวิธีการคิดคะแนนอย่างไร? มาดูรายละเอียดในบทความด้านล่างนี้เพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างข้อสอบ TOEIC และเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดสำหรับการสอบที่กำลังจะมาถึงกันเถอะ

โทอิค คือ?

TOEIC (Test of English for International Communication) คือข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษระดับนานาชาติ ที่ออกแบบมาเพื่อประเมินความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในสภาพแวดล้อมการทำงานและการสื่อสารแบบมืออาชีพ ข้อสอบ TOEIC ถูกพัฒนาและควบคุมโดย ETS (Educational Testing Service) ซึ่งเป็นองค์กรทดสอบทางการศึกษาชั้นนำของโลกที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา

TOEIC ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 1979 และได้กลายเป็นมาตรฐานการประเมินความสามารถภาษาอังกฤษที่ได้รับความนิยมทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบริษัท องค์กรระหว่างประเทศ และมหาวิทยาลัยหลายแห่ง คะแนนสอบ TOEIC สะท้อนระดับความชำนาญในการใช้ภาษาอังกฤษของผู้สอบในสถานการณ์จริง เช่น การสื่อสารในที่ทำงาน การเขียนและตอบอีเมล การเข้าร่วมประชุม หรือการประมวลข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ

โทอิค คือ?

ใบรับรอง TOEIC ใช้สำหรับอะไร?

ใบรับรอง TOEIC มีคุณภาพในการใช้งานจริงสูงและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก ข้อสอบนี้ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาและอาชีพหลากหลาย ดังนี้:

ใบรับรอง TOEIC ใช้สำหรับอะไร?

รูปแบบข้อสอบ TOEIC ที่พบมากในปัจจุบัน

ปัจจุบัน ข้อสอบ TOEIC ถูกจัดสอบในหลายรูปแบบ เพื่อประเมินความสามารถภาษาอังกฤษของผู้สอบอย่างรอบด้าน และให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการเรียนและการทำงานของแต่ละคน

TOEIC Listening & Reading

นี่คือรูปแบบข้อสอบ TOEIC ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ประกอบด้วยสองส่วนคือ การฟังเพื่อความเข้าใจ (Listening) และการอ่านเพื่อความเข้าใจ (Reading) ข้อสอบเป็นแบบปรนัยทั้งหมด โดยมีคะแนนรวมสูงสุด 990 คะแนน (แต่ละส่วน 495 คะแนน) ผลสอบสะท้อนความสามารถในการเข้าใจและประมวลผลภาษาอังกฤษในสถานการณ์สื่อสารที่เกี่ยวข้องกับงานประจำวัน

TOEIC Speaking & Writing

ข้อสอบประเภทนี้มุ่งประเมินทักษะการพูดและการเขียนภาษาอังกฤษในสภาพแวดล้อมการทำงานระดับสากล ผู้สอบจะทำแบบฝึกหัด เช่น ตอบคำถาม พูดบรรยายรูปภาพ เขียนอีเมล หรือแสดงความคิดเห็น ข้อสอบมีระบบให้คะแนนแยกเฉพาะของแต่ละทักษะ โดยรวมสูงสุด 400 คะแนน

TOEIC Bridge

TOEIC Bridge เป็นเวอร์ชันย่อของข้อสอบ TOEIC ออกแบบมาสำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่มีระดับภาษาอังกฤษพื้นฐาน โครงสร้างข้อสอบง่ายกว่า ช่วยให้ผู้สอบทำความคุ้นเคยกับรูปแบบมาตรฐานของ TOEIC และประเมินความสามารถภาษาอังกฤษในระดับเริ่มต้นได้อย่างเหมาะสม

รูปแบบข้อสอบ TOEIC ที่พบมากในปัจจุบัน

โครงสร้างข้อสอบ TOEIC แบบละเอียด

ข้อสอบ TOEIC ในปัจจุบันแบ่งออกเป็นสองรูปแบบหลัก ได้แก่ การสอบ 2 ทักษะ (ฟัง – อ่าน) และการสอบ 4 ทักษะ (ฟัง – พูด – อ่าน – เขียน) ซึ่งรูปแบบ 2 ทักษะเป็นรูปแบบที่นิยมมากที่สุดทั่วโลก

โครงสร้างข้อสอบ TOEIC แบบ 2 ทักษะ

ในการสอบรูปแบบนี้ ผู้สอบจะทำโจทย์ปรนัยทั้งหมด 200 ข้อ ภายในเวลา 120 นาที ข้อสอบประกอบด้วยสองส่วนหลัก ได้แก่:

ทักษะจำนวนคำถามเนื้อหาเวลาทำแบบทดสอบ
Listening (ฟัง)100บรรยายภาพ: 6 ข้อถาม–ตอบ: 25 ข้อบทสนทนาสั้น: 39 ข้อบทพูดยาว: 30 ข้อ45 นาที
Reading (อ่าน)100เติมประโยคให้สมบูรณ์: 30 ข้อเติมข้อความในย่อหน้า: 16 ข้อการอ่านเพื่อความเข้าใจ: 54 ข้อ75 นาที

ข้อสอบ TOEIC แบบ 2 ทักษะมุ่งเน้นการประเมินความสามารถในการฟังและอ่านภาษาอังกฤษในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง ช่วยให้ผู้สอบแสดงทักษะการประมวลผลข้อมูล ความเข้าใจบทสนทนา และการอ่านเอกสารเชิงวิชาชีพภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงสร้างข้อสอบ TOEIC แบบ 4 ทักษะ

ในรูปแบบ TOEIC 4 ทักษะ ผู้สอบจะทำแบบทดสอบทั้งหมดครอบคลุมการฟัง การอ่าน การพูด และการเขียน รวมทั้งหมด 219 ข้อ ภายในเวลาประมาณ 200 นาที ข้อสอบนี้ช่วยประเมินความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษอย่างครบถ้วน ทั้งการสื่อสาร การประมวลผลข้อมูล และการแสดงความเห็นในสภาพแวดล้อมการทำงานระดับสากล

ทักษะจำนวนคำถามเนื้อหาเวลาทำแบบทดสอบ
Listening (ฟัง)100บรรยายภาพ: 6 ข้อ

ถาม–ตอบ: 25 ข้อ

บทสนทนาสั้น: 39 ข้อ

บทพูดยาว: 30 ข้อ
45 นาที
Reading (อ่าน)100เติมประโยคให้สมบูรณ์: 30 ข้อ

เติมข้อความในย่อหน้า: 16 ข้อ

การอ่านเพื่อความเข้าใจ: 54 ข้อ
75 นาที
Speaking (พูด)11อ่านบทความออกเสียง: 2 ข้อ

บรรยายภาพ: 2 ข้อ

ตอบคำถามสั้น: 3 ข้อ

ตอบคำถามจากข้อมูลที่กำหนด: 3 ข้อ

นำเสนอความคิดเห็นส่วนตัว: 1 ข้อ
20 นาที
Writing (เขียน)8เขียนบรรยายภาพ: 5 ข้อ

ตอบคำร้องด้วยข้อความตัวอักษร: 2 ข้อ

เขียนเรียงความแสดงความคิดเห็นส่วนตัว: 1 ข้อ
60 นาที

คะแนน TOEIC และวิธีการคำนวณแบบละเอียด

คะแนน TOEIC จะถูกแปลงจากจำนวนคำตอบที่ถูกต้องไปเป็นคะแนนมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจถึงความยุติธรรมและความแม่นยำสำหรับผู้สอบทุกคน แต่ละพาร์ทของข้อสอบจะมีวิธีการให้คะแนนเฉพาะ ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในทักษะต่าง ๆ

สำหรับ TOEIC แบบ 2 ทักษะ

วิธีให้คะแนน TOEIC Listening & Reading

ข้อสอบ TOEIC 2 ทักษะมีทั้งหมด 200 ข้อแบบปรนัย แบ่งเท่า ๆ กันเป็นสองพาร์ท:

คะแนนรวม TOEIC Listening & Reading จะอยู่ระหว่าง 10 ถึง 990 คะแนน โดยแต่ละคำตอบที่ถูกต้องจะถูกแปลงเป็นคะแนนมาตรฐานตามระบบของ ETS เพื่อให้ผลคะแนนมีความสม่ำเสมอในทุกช่วงสอบ

วิธีให้คะแนน TOEIC Listening & Reading

วิธีการให้คะแนน TOEIC Speaking & Writing

ข้อสอบ TOEIC Speaking & Writing จะประเมินจากคุณภาพของคำตอบและระดับความชำนาญในการใช้ภาษา

คะแนนรวมสูงสุดของข้อสอบชุดนี้คือ 400 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการสื่อสารเชิงรุกด้วยภาษาอังกฤษในสภาพแวดล้อมด้านการเรียนและการทำงานอย่างมืออาชีพ

วิธีการให้คะแนน TOEIC Speaking & Writing

สำหรับ TOEIC แบบ 4 ทักษะ

ข้อสอบ TOEIC 4 ทักษะประเมินความสามารถภาษาอังกฤษของผู้เรียนอย่างครบถ้วน ครอบคลุมการฟัง การอ่าน การพูด และการเขียน โดยมีโครงสร้างดังนี้:

คะแนนรวมของ TOEIC 4 ทักษะอยู่ระหว่าง 10 – 1,200 ทุกคำตอบที่ถูกต้องหรือทุกงานที่ทำเสร็จจะถูกแปลงตามมาตรฐานคะแนนของ ETS เพื่อให้ผลสอบมีความสม่ำเสมอในแต่ละรอบสอบ และสะท้อนความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในสภาพแวดล้อมการเรียนและการทำงานระดับนานาชาติอย่างแม่นยำ

ระดับคะแนน TOEIC และความหมายของแต่ละระดับความสามารถ

คะแนน TOEIC จะถูกประเมินตามช่วงคะแนนตั้งแต่ 10 ถึง 990 คะแนน สะท้อนระดับความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษของผู้สอบในบริบทการสื่อสารและการทำงานระดับนานาชาติ แต่ละช่วงคะแนนจะสอดคล้องกับระดับ CEFR (A1–C1) และช่วงคะแนน IELTS ที่เทียบเคียงได้ ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเปรียบเทียบและกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างชัดเจน

คะแนน TOEICคะแนน IELTS คะแนน CEFR ระดับความสามารถ
10 – 2501.0 – 2.0A1ระดับพื้นฐาน ความสามารถในการสื่อสารยังมีจำกัดมาก
255 – 4002.5 – 4.0A2สามารถสื่อสารแบบง่าย ๆ ในสถานการณ์ที่คุ้นเคย เข้าใจประโยคสั้นและวลีทั่วไปได้
405 – 6004.5 – 6.0B1สามารถสื่อสารได้ในสถานการณ์พื้นฐานส่วนใหญ่ ทั้งในการทำงานและชีวิตประจำวัน
605 – 7806.0 – 7.0B2ใช้ภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดีในสภาพแวดล้อมการทำงาน สามารถเข้าใจและตอบสนองบทสนทนาที่ซับซ้อนขึ้นได้
785 – 9007.5 – 8.0B2+สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมแบบมืออาชีพ แสดงความคิดได้ชัดเจนและแม่นยำ
905 – 9908.5 – 9.0C1เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ ใช้ภาษาได้อย่างยืดหยุ่นและคล่องแคล่ว ในทุกสถานการณ์ทั้งด้านการเรียน การสื่อสาร และการทำงาน
ผู้ที่เตรียมสอบ TOEIC มักทบทวนทั้งโครงสร้างข้อสอบและไวยากรณ์สำคัญ เช่น หลายคนยังสงสัยว่า even if แปลว่า อะไร เพราะคำเชื่อมแบบนี้อาจพบได้ในพาร์ต Reading ของข้อสอบ TOEIC เช่นกัน

วิธีสมัครสอบและเตรียมสอบ TOEIC

ค่าธรรมเนียมสอบ TOEIC และขั้นตอนการสมัคร

ในปี 2025 ค่าธรรมเนียมในการเข้าร่วมการสอบ TOEIC แบ่งออกเป็นดังนี้:

ดังนั้น ค่าธรรมเนียมอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับรูปแบบการสมัครและหน่วยงานที่ผู้เข้าสอบเลือก

ค่าธรรมเนียมสอบ TOEIC และขั้นตอนการสมัคร

สถานที่สอบ TOEIC ในประเทศไทย

คุณสามารถลงทะเบียนและเข้าสอบ TOEIC ได้ที่ศูนย์สอบอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ดังนี้:

ศูนย์สอบ TOEIC กรุงเทพฯ

ศูนย์สอบ TOEIC เชียงใหม่

ขั้นตอน – เอกสาร – กฎระเบียบเมื่อเข้าสอบ TOEIC

ขั้นตอนการลงทะเบียนสอบ TOEIC:

เอกสารที่ต้องนำไปในวันสอบ:

ข้อกำหนดในการสอบ TOEIC:

ขั้นตอน – เอกสาร – กฎระเบียบเมื่อเข้าสอบ TOEIC

การรับผลสอบ TOEIC และระยะเวลาออกคะแนน

ผู้เข้าสอบสามารถรับผลสอบ TOEIC ได้ในสองรูปแบบ:

วันที่ลงทะเบียนรับบริการรับผลสอบในกรุงเทพฯรับผลสอบในเชียงใหม่
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 9:00 น.หลังสอบ เวลา 10:00 – 16:30 น.หลังสอบ 4 วัน เวลา 10:00 – 16:30 น.
วันเสาร์ เวลา 9.00 น.10:00 – 16:30 น.4 วันหลังสอบ เวลา 10.00 – 16.30 น.
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 13:00 – 16:00 น.หลังสอบ เวลา 10:00 – 16:30 น.4 วันหลังสอบ เวลา 10:00 – 16:30 น.
วันเสาร์ เวลา 13:00 – 16:00 น.10:00 – 16:30 น.4 วันหลังสอบ เวลา 10:00 – 16:30 น.

50 คำศัพท์ TOEIC ที่พบบ่อยในข้อสอบ

คำศัพท์การออกเสียงความหมาย
accommodate/əˈkɑːmədeɪt/รองรับ / จัดให้เหมาะสม
arrangement/əˈreɪndʒ.mənt/การจัดเตรียม / การจัดการ
association/əˌsoʊ.siˈeɪ.ʃən/สมาคม 
attend/əˈtend/เข้าร่วม
connect/kəˈnekt/เชื่อมต่อ
hold/həʊld/จัดขึ้น / ถือ
location/loʊˈkeɪ.ʃən/สถานที่ (n)
overcrowded/oʊvərˈkraʊdɪd/แออัดเกินไป (adj)
register/ˈredʒɪstər/ลงทะเบียน
select/sɪˈlekt/เลือก (v)
session/ˈseʃn/ช่วงเวลา / การประชุมย่อย
take part in/teɪk pɑrt ɪn/เข้าร่วม
assist/əˈsɪst/ช่วยเหลือ
support/səˈpɔrt/สนับสนุน
coordinate/koʊˈɔːrdɪneɪt/ประสานงาน
dimension/daɪˈmenʃn/มิติ / ขนาด
ideal/aɪˈdiːəl/อุดมคติ, อุดมการณ์
exact/ɪɡˈzækt/แม่นยำ / ถูกต้อง
lead time/ˈliːd taɪm/ระยะเวลาในการรอคอยสินค้า
proximity/prɑːkˈsɪməti/ความใกล้เคียง (n)
regulation/ˌrɛɡyəˈleɪʃn/ระเบียบ / ข้อบังคับ (n)
site/saɪt/สถานที่
stage/steɪdʒ/เวที / ขั้นตอน
appreciation/əˌpriː.ʃiˈeɪ.ʃən/ความซาบซึ้ง / การชื่นชม
bring in/brɪŋ ɪn/นำเข้า / ดึงเข้ามา
code/koʊd/รหัส / กฎเกณฑ์
expose/ɪkˈspoʊz/เปิดเผย / ทำให้เห็น
glimpse/ɡlɪmps/เหลือบมอง / การเห็นเพียงแวบเดียว
be made of/bi meɪd əv/ทำมาจาก
out of/aʊt əv/หมด (วัสดุ)
outdated/aʊtˈdeɪtɪd/ล้าสมัย
practice/ˈpræktɪs/ฝึกฝน / การปฏิบัติ
reinforce/riːɪnˈfɔːrs/เสริมกำลัง / สนับสนุนให้แข็งแรงขึ้น
verbally/ˈvɝː.bəl.i/โดยวาจา
assemble/əˈsembl/รวบรวม / ประกอบ
beforehand/bɪˈfɔːrhænd/ล่วงหน้า (adv)
complication/ˌkɑːm.pləˈkeɪ.ʃən/ความยุ่งยาก / ภาวะแทรกซ้อน
courier/ˈkʊriər/ผู้ส่งของ (n)
distribute/dɪˈstrɪb.juːt/แจกจ่าย / กระจาย
express/ɪkˈspres/ด่วน / แสดงออก
layout/ˈleɪaʊt/ผัง / การจัดวาง
mention/ˈmenʃn/กล่าวถึง
petition/pəˈtɪʃn/คำร้อง / ยื่นคำร้อง
proof/pruːf/หลักฐาน
revise/rɪˈvaɪz/แก้ไข / ทบทวน
adjacent/əˈdʒeɪsnt/ติดกัน / ใกล้กัน
collaboration/kəˌlæb.əˈreɪ.ʃən/ความร่วมมือ (n)
concentrate on/ˈkɑːnsntreɪt ɑːn/มุ่งเน้น
conducive/kənˈduːsɪv/เอื้ออำนวย
lobby/ˈlɑːbi/ล็อบบี้ (n)
open to/əʊpən tu/เปิดกว้างต่อ
scrutiny/ˈskruː.t̬ən.i/การตรวจสอบอย่างละเอียด
opt/ɑːpt/เลือก
adhere/ədˈhɪr/ยึดมั่น / ปฏิบัติตาม
agenda/əˈdʒendə/ระเบียบวาระการประชุม
bring up/brɪŋ ʌp/ยกขึ้นมา / กล่าวถึง
conclude/kənˈkluːd/สรุป / ปิดท้าย
go ahead/ɡoʊ əˈhed/ดำเนินต่อไป
goal/ɡoʊl/เป้าหมาย
lengthy/ˈleŋθi/ยาวนาน (adj)
matter/ˈmætər/เรื่อง / ประเด็น
periodically/ˌpɪriˈɑdɪkli/ตามช่วงเวลา / เป็นระยะ ๆ
priority/praɪˈɔrət̮i/ลำดับความสำคัญ
progress/prəˈɡres/ความก้าวหน้า / ก้าวหน้า
waste/weɪst/สูญเปล่า / ของเสีย

>>> อ่านเพิ่มเติม: คําศัพท์ TOEIC ที่พบบ่อยและวิธีท่องจำที่มีประสิทธิภาพที่สุด

เคล็ดลับเตรียมสอบ TOEIC ที่บ้านให้ได้คะแนนสูง

คุณสามารถเรียน TOEIC ด้วยตนเองที่บ้านและทำคะแนนสูงได้ แม้จะยังไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ หากคุณวางแผนการเรียนอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการเรียนศัพท์ตามหัวข้อ ทบทวนไวยากรณ์พื้นฐาน และทำข้อสอบจำลองเพื่อฝึกการบริหารเวลา

ควบคู่กันนี้ ควรฝึกทั้ง 4 ทักษะไปพร้อมกัน: ฟังผ่านพอดแคสต์ อ่านข่าวสองภาษา ฝึกพูดโดยการอธิบายภาพและอัดเสียง รวมถึงเขียนอีเมลหรือย่อหน้าเล็ก ๆ เพื่อพัฒนาศัพท์และความลื่นไหลในการสื่อสาร

การใช้แพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้อย่าง ELSA Speak, TOEIC Test Pro, Quizlet, BBC Learning English จะช่วยให้คุณฝึกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการออกเสียง คำศัพท์ และทักษะการฟัง–อ่านก่อนเข้าสอบ

เคล็ดลับเตรียมสอบ TOEIC ที่บ้านให้ได้คะแนนสูง

>>> อ่านเพิ่มเติม: เคล็ดลับเตรียมสอบ TOEIC  เองที่บ้านให้ได้คะแนนสูงที่คุณอาจจะยังไม่ทราบ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสอบ TOEIC (FAQ)

โทอิคเต็มเท่าไหร่

บททดสอบ TOEIC แบบ 2 ทักษะ มีช่วงคะแนนตั้งแต่ 10 – 990 แบ่งเป็น Listening และ Reading โดยแต่ละส่วนมีคะแนนเต็ม 495 

สำหรับ TOEIC แบบ 4 ทักษะ คะแนนรวมจะเพิ่มขึ้นเป็น สูงสุดถึง 1,200 โดยมีการประเมินเพิ่มในทักษะ Speaking (200) และ Writing (200) ซึ่งช่วยสะท้อนความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างครอบคลุมทั้งในสภาพแวดล้อมการเรียนและการทำงาน

เวลาสอบ TOEIC นานเท่าไหร่?

เวลาทำข้อสอบ TOEIC แบบ 2 ทักษะ คือ 120 นาที (2 ชั่วโมง) ประกอบด้วย: 45 นาที สำหรับพาร์ท Listening และ 75 นาที สำหรับพาร์ท Reading

สำหรับ TOEIC แบบ 4 ทักษะ ผู้เข้าสอบจะทำเพิ่มอีกสองพาร์ทที่แยกกันอย่างอิสระ: Speaking ประมาณ 20 นาที (รวม 11 ข้อ) และ Writing ประมาณ 60 นาที (รวม 8 ข้อ)

ผลสอบโทอิค รอกี่วัน?

โดยทั่วไป ผลสอบ TOEIC จะออกภายใน 5–7 วันทำการ นับจากวันสอบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับศูนย์จัดสอบและรูปแบบการลงทะเบียนของผู้เข้าสอบ.

เตรียมสอบ TOEIC ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกับ ELSA Speak – จำลองห้องสอบเสมือนจริง

ELSA Speak เป็นแอปพลิเคชันฝึกพูดภาษาอังกฤษอัจฉริยะที่มีผู้ใช้หลายล้านคนทั่วโลก ช่วยผู้เรียนพัฒนาทักษะการออกเสียง คำศัพท์ และการสื่อสารตอบโต้ – ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการทำคะแนนสูงในการสอบ TOEIC ด้วยเทคโนโลยีรู้จำเสียงพูด (Speech Recognition) แบบเฉพาะทางที่พัฒนาด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้ ELSA มอบประสบการณ์ฝึกสอบ TOEIC เสมือนจริง ราวกับอยู่ในห้องสอบจริง

จุดเด่นของ ELSA Speak:

ดาวน์โหลดแอป ELSA Speak เลยวันนี้ เพื่อสัมผัสประสบการณ์ห้องสอบ TOEIC เสมือนจริง และพัฒนาคะแนนของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในทุกๆ วัน!

คุณรู้หรือไม่ว่าปริญญาตรี ภาษาอังกฤษ แปลว่า และวิธีแยกแยะปริญญาประเภทต่าง ๆ เช่น BA, BS หรือ Master ได้อย่างไร บทความนี้จะอธิบายความหมาย ตัวย่อ การออกเสียง และวิธีการเขียนปริญญาในเรซูเม่ นอกจากนี้ คุณจะเข้าใจความแตกต่างระหว่าง BA และ BS อย่างชัดเจน รวมถึงชื่อของปริญญาโทและปริญญาเอก แฃะคำศัพท์ทางการศึกษาทั่วไปในภาษาอังกฤษ

ปริญญาตรี ภาษาอังกฤษ แปลว่า? 

ปริญญาตรี (Bachelor’s Degree) คือ ปริญญาที่มอบให้แก่นักศึกษาหลังจากสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรมหาวิทยาลัย ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจะได้รับการยอมรับว่ามีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น เศรษฐศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ครุศาสตร์ นิติศาสตร์ หรือแพทยศาสตร์ และมีสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก หรือเข้าสู่ตลาดแรงงานด้วยความเชี่ยวชาญระดับสูง

ในระบบการศึกษาของประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ ปริญญาตรีศิลปศาสตร์ (BA) และวิทยาศาสตร์บัณฑิต (BS) เป็นปริญญาตรีสองใบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ทั้งสองใบเป็นที่ยอมรับในระดับโลก แต่วิธีการอบรมและแนวทางการประกอบอาชีพจะแตกต่างกัน

ปริญญาตรี ภาษาอังกฤษ แปลว่า? 

ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิตและปริญญาตรีศิลปศาสตร์บัณฑิต

เกณฑ์วิทยาศาสตรบัณฑิต (BS)ศิลปศาสตรบัณฑิต (BA)
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี การแพทย์มนุษยศาสตร์ สังคม ศิลปะ ภาษา
โครงสร้างโครงการมุ่งเน้นวิชาเฉพาะทาง การวิจัย การปฏิบัติมีความยืดหยุ่น มีวิชาเลือกมากมายนอกเหนือจากสาขาวิชาเอก
ทักษะหลักการวิเคราะห์ การคำนวณ การคิดเชิงตรรกะการสื่อสาร การเขียน ความคิดสร้างสรรค์ การคิดเชิงวิพากษ์
โอกาสในการทํางานวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวการแพทย์นักข่าว ครู ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ นักวิจัยสังคม
วัตถุประสงค์การเรียนรู้การเตรียมพร้อมสำหรับงานด้านเทคนิคพัฒนาทักษะทางสังคมและการคิดแบบหลายมิติ
ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิตและปริญญาตรีศิลปศาสตร์บัณฑิต

ชื่อ ปริญญาตรี ภาษาอังกฤษ แบ่งตามสาขาวิชา

ชื่อปริญญาตรีในภาษาอังกฤษตัวย่อความหมาย
Bachelor of EducationB.Ed.ปริญญาตรีศึกษาศาสตร์
Bachelor of Industrial DesignB.I.D.ปริญญาตรีออกแบบอุตสาหกรรม
Bachelor of AgricultureB.Agr.ปริญญาตรีเกษตรศาสตร์
Bachelor of Industrial EducationB.I.Ed.ปริญญาตรีศึกษาศาสตร์อุตสาหกรรม
Bachelor of Home EconomicsB.H.Econ.ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ครัวเรือน
Doctor of Dental SurgeryD.D.S.ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต
Bachelor of Agricultural TechnologyB.Agr.Tech.ปริญญาตรีเทคโนโลยีการเกษตร
Bachelor of TechnologyB.Tech.ปริญญาตรีเทคโนโลยี
Bachelor of LawsLL.B.ปริญญาตรีนิติศาสตร์
Bachelor of Arts (Communication Arts)B.A. (Communication Arts)ปริญญาตรีศิลปศาสตร์ (นิเทศศาสตร์)
Bachelor of Business AdministrationB.B.A.ปริญญาตรีบริหารธุรกิจ
Bachelor of AccountancyB.Acc.ปริญญาตรีบัญชี
Bachelor of Nursing ScienceB.N.S.พยาบาลศาสตรบัณฑิต
Doctor of MedicineM.D.แพทยศาสตรบัณฑิต
Bachelor of Arts (Buddhist Studies)B.A. (Buddhist Studies)ศิลปศาสตรบัณฑิต (พุทธศาสนศึกษา)
Bachelor of Landscape ArchitectureB.L.A.ภูมิสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต
Bachelor of Pharmacy / Bachelor of Science in PharmacyB.P. / B.Sc. in Pharm.เภสัชศาสตรบัณฑิต / วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเภสัชศาสตร์
Bachelor of Public AdministrationB.P.A.รัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต
Bachelor of Arts (Political Science)B.A. (Political Science)ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์)
Bachelor of Arts (Journalism)B.A. (Journalism)ศิลปศาสตรบัณฑิต (วารสารศาสตร์)
Bachelor of ScienceB.Sc.วิทยาศาสตรบัณฑิต
Bachelor of EngineeringB.Eng.วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต
Bachelor of ArtsB.A.ศิลปศาสตรบัณฑิต
Bachelor of Fine Arts and Applied ArtsB.F.A.ศิลปบัณฑิตและศิลปประยุกต์
Bachelor of Fine ArtsB.F.A.ศิลปบัณฑิต
Bachelor of EconomicsB.Econ.เศรษฐศาสตร์บัณฑิต
Bachelor of Agriculture Extension and CooperativesB.Agr.Ext.Coop.ส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์บัณฑิต
Bachelor of ArchitectureB.Ar. / B.Arch.สถาปัตยกรรมบัณฑิต
Bachelor of Science (Statistics)B.S. (Statistics)วิทยาศาสตรบัณฑิต (สถิติ)
Bachelor of Arts (Sociology and Anthropology)B.A. (Sociology and Anthropology)ศิลปศาสตรบัณฑิต (สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา)
Bachelor of Social WorkB.S.W.สังคมสงเคราะห์บัณฑิต
Doctor of Veterinary MedicineD.V.M.สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต
Bachelor of Public HealthB.P.H.สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต
Bachelor of Industrial TechnologyB.Ind.Tech.เทคโนโลยีอุตสาหกรรมบัณฑิต
ชื่อ ปริญญาตรี ภาษาอังกฤษ แบ่งตามสาขาวิชา

ชื่อ ปริญญาโท ภาษาอังกฤษ แบ่งตามสาขาวิชา

ชื่อ ปริญญาโท ภาษาอังกฤษตัวย่อความหมาย
Master of Home EconomicsM.H.E.ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ในครัวเรือน
Master of ArtsM.A.ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (หรือ สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์)
Master of Business AdministrationM.B.A.บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต
Master of EngineeringM.Eng.วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต
Master of EducationM.Ed.ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต
Master of ScienceM.S.วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต
ชื่อ ปริญญาโท ภาษาอังกฤษ แบ่งตามสาขาวิชา

ชื่อ ปริญญาเอก ภาษาอังกฤษ แบ่งตามสาขาวิชา

ชื่อ ปริญญาเอก ภาษาอังกฤษตัวย่อความหมาย
Doctor of PhilosophyPh.D.ปริญญาเอก
Doctor of EngineeringD.Eng.วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต
Doctor of Education (Doctor of Philosophy in Education)Ph.D. (Education) / Ed.D.ครุศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต (ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการศึกษา)
Doctor of ScienceD.Sc. / Ph.D. (Science)ปริญญาเอกสาขาวิทยาศาสตร์
ชื่อ ปริญญาเอก ภาษาอังกฤษ แบ่งตามสาขาวิชา

คำศัพท์ทางการศึกษาภาษาอังกฤษ

คำศัพท์ทางการศึกษาภาษาอังกฤษควาหมาย
Compulsory Educationการศึกษาภาคบังคับ
Non-formal Educationการศึกษานอกระบบ
Certificate / Diplomaประกาศนียบัตร / อนุปริญญา
Pre-kindergarten / Pre-schoolก่อนอนุบาล 
Kindergartenอนุบาล
Primary School / Elementary Schoolประถมศึกษา / ประถมศึกษาตอนต้น
Secondary School / High Schoolมัธยมศึกษา
Junior High Schoolมัธยมศึกษาตอนต้น
Senior High Schoolมัธยมศึกษาตอนปลาย
High School Certificateประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
Technical Collegeวิทยาลัยเทคนิค
Polytechnical Collegeวิทยาลัยโพลีเทคนิค
Vocational Certificate (Voc. Cert.)ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ระดับกลาง)
Certificate of Technical Vocationประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค
Diploma / High Vocational Certificate (Dip. / High Voc. Cert.)ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง / วิทยาลัยอาชีวศึกษา
Bachelor Degreesปริญญาตรี
Master Degreesปริญญาโท
Doctor Degreesปริญญาเอก
Honorary Doctorate Degreeปริญญาเอกกิตติมศักดิ์
Graduate Diploma (Grad. Dip.)ประกาศนียบัตรบัณฑิต 
First-Class Honorsเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
Second-Class Honorsเกียรตินิยมอันดับสอง

ด้านล่างนี้เป็นรายชื่อสาขาวิชาหรือคณะมหาวิทยาลัยที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ง่ายต่อการใช้ในประวัติย่อ CV หรือการสื่อสารทางวิชาการของคุณ

คำศัพท์ทางการศึกษาภาษาอังกฤษ
ชื่อคณะ (ภาษาอังกฤษ)ความหมาย
Faculty of Agricultureคณะเกษตรศาสตร์
Faculty of Dentistryคณะทันตแพทยศาสตร์
Faculty of Lawคณะนิติศาสตร์
Faculty of Communication Artsคณะนิเทศศาสตร์
Faculty of Business Administrationคณะบริหารธุรกิจ
Faculty of Fisheriesคณะประมง
Faculty of Commerce and Accountancyคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
Faculty of Medicineคณะแพทยศาสตร์
Faculty of Pharmaceutical Sciencesคณะเภสัชศาสตร์
Faculty of Humanitiesคณะมนุษยศาสตร์
Faculty of Political Scienceคณะรัฐศาสตร์
Faculty of Forestryคณะวนศาสตร์
Faculty of Journalism and Mass Communicationคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
Faculty of Scienceคณะวิทยาศาสตร์
Faculty of Engineeringคณะวิศวกรรมศาสตร์
Faculty of Architectureคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
Faculty of Liberal Artsคณะศิลปศาสตร์
Faculty of Educationคณะศึกษาศาสตร์
Faculty of Economicsคณะเศรษฐศาสตร์
Faculty of Allied Health Sciencesคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ
Faculty of Social Sciencesคณะสังคมศาสตร์
Faculty of Veterinary Medicineคณะสัตวแพทยศาสตร์
Faculty of Artsคณะศิลปศาสตร์
Faculty of Agro-Industryคณะอุตสาหกรรมเกษตร

>>> อ่านเพิ่มเติม: รวบรวมระดับตําแหน่ง ภาษาอังกฤษในบริษัทที่ใช้บ่อยที่สุด

ชื่อคณะ (ภาษาอังกฤษ)

คําถามที่พบบ่อย

ปริญญาตรี ภาษาอังกฤษ ย่อ คืออะไร?

ปริญญาตรีสาขาภาษาอังกฤษ มักย่อเป็น B.A. (Bachelor of Arts) หรือ B.S./B.Sc. (Bachelor of Science) ขึ้นอยู่กับภาควิชา / วิชาเอก

ปริญญาตรี ภาษาอังกฤษ อ่าน ว่า?

“Bachelor” ออกเสียงว่า /ˈbætʃ.əl.ɚ/ ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน หมายถึงผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย

ปริญญา ตรี ภาษา อังกฤษ resume (resume)  

คุณสามารถเขียนได้ดังนี้:

อนุปริญญา ตรี ภาษาอังกฤษ แปลว่า?

วิทยาลัยในภาษาอังกฤษคือ Associate Degree หรือ College Diploma ขึ้นอยู่กับระบบการฝึกอบรม

ปริญญาตรีสาขาบัญชีภาษาอังกฤษคืออะไร?

ปริญญาตรีสาขาการบัญชี ภาษาอังกฤษ คือ Bachelor of Accounting หรือ Bachelor of Science in Accounting

ปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์ภาษาอังกฤษคืออะไร?

ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ภาษาอังกฤษ คือ Bachelor of Economics หรือ Bachelor of Arts in Economics

ความแตกต่างระหว่างปริญญาตรีกับปริญญามหาวิทยาลัย

ปริญญาตรี คือปริญญาที่มอบให้หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี กล่าวอีกนัยหนึ่ง ปริญญาตรี คือ ปริญญาจากมหาวิทยาลัย

ปริญญาเอกภาษาอังกฤษคืออะไร?

ปริญญาเอกสาขาภาษาอังกฤษอาจเป็นปริญญาเอก (Ph.D.) หรือปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมศาสตร์ (D.Eng.) ขึ้นอยู่กับวิชาเอก

ปริญญาตรีคือปริญญามหาวิทยาลัยหรือไม่?

ใช่ ปริญญาตรีคือปริญญาจากมหาวิทยาลัยที่รับรองว่าผู้เรียนได้สำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมระดับมหาวิทยาลัยแล้ว

คำศัพท์ทางการศึกษาภาษาอังกฤษ

ด้านล่างนี้เป็นรายการคำศัพท์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับระดับการศึกษาและประกาศนียบัตรในภาษาอังกฤษ ซึ่งคุณสามารถใช้ได้อย่างง่ายดายในประวัติย่อ CV หรือเอกสารทางวิชาการของคุณ

ภาษาอังกฤษภาษาไทย
Compulsory Educationการศึกษาภาคบังคับ
Non-formal Education (NFE)การศึกษานอกระบบ 
Certificates / Diplomasประกาศนียบัตร / ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
Kindergarten / Preschoolอนุบาล
Primary School / Elementary Schoolประถมศึกษา
Lower Secondary School / Middle Schoolมัธยมศึกษาตอนต้น
Upper Secondary School / High Schoolมัธยมศึกษาตอนปลาย
High School Certificateประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
Technical Collegeวิทยาลัยเทคนิค
Polytechnic Collegeวิทยาลัยโพลีเทคนิค
Vocational Certificate (Voc. Cert.)ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
Technical Vocational Certificate (Voc.T.)ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.)
Higher Vocational Certificate (Voc.S.) / Diploma (Dip.)ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) / อนุปริญญา 
Bachelor’s Degreeปริญญาตรี
B.Acct. (Bachelor of Accounting)บ.บัญชี (ปริญญาตรีบัญชี)
B.BA. (Bachelor of Business Administration)บ.บ. (ปริญญาตรีบริหารธุรกิจ)
BA (Bachelor of Arts)บ.ศิลปศาสตรบัณฑิต
B.Arch. (Bachelor of Architecture)สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต
B.Sc. (Bachelor of Science)วิทยาศาสตรบัณฑิต
B.Eng. (Bachelor of Engineering)วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต
B.Ind.Tech. (Bachelor of Industrial Technology)เทคโนโลยีอุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต
Master’s Degreeปริญญาโท
MA (Master of Arts)ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
M.Eng. (Master of Engineering)วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต
MS / MSc (Master of Science)วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
Doctoral Degree / Doctorateปริญญาเอก
D.Eng. (Doctor of Engineering)วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต
PhD / Ph.D. (Doctor of Philosophy)ปริญญาเอก (ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต)
Honorary Doctorateดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
Graduate Diploma (Grad.Dip.)ประกาศนียบัตรบัณฑิต
First-Class Honoursเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
Second-Class Honoursเกียรตินิยมอันดับสอง
คำศัพท์ทางการศึกษาภาษาอังกฤษ

พัฒนาคลังคำศัพท์ของคุณด้วยแอป ELSA Speak 

ELSA Speak คือเครื่องมือการเรียนรู้ภาษาอังกฤษอัจฉริยะที่จะช่วยให้คุณเพิ่มพูนคลังคำศัพท์และพัฒนาการออกเสียงของคุณได้อย่างแม่นยำที่สุด ด้วยเทคโนโลยีการจดจำเสียง AI แอปพลิเคชั่นจะวิเคราะห์เสียงแต่ละเสียงที่คุณออกเสียง ชี้ข้อผิดพลาด และแนะนำคุณให้แก้ไขตามมาตรฐานของเจ้าของภาษา

ELSA ไม่เพียงแต่ฝึกฝนการออกเสียงเท่านั้น แต่ยังมีระบบการเรียนรู้คำศัพท์ตามหัวข้อ พร้อมตัวอย่างจากประสบการณ์จริงและแบบฝึกหัดการท่องจำอีกด้วย แต่ละคำมีส่วนการฟัง การพูด และการทดสอบ ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจการออกเสียง ความหมาย และการใช้ประโยค ด้วยเหตุนี้ ผู้เรียนจึงสามารถพัฒนาคำศัพท์และพูดภาษาอังกฤษได้อย่างชัดเจน มั่นใจ และเป็นธรรมชาติมากขึ้น

พัฒนาคลังคำศัพท์ของคุณด้วยแอป ELSA Speak 

🔥รีบดูเลย! คอร์สเรียน ELSA พร้อมโปรลดจัดหนัก ลดแรงแบบไม่พัก!

ELSA Premium 1 ปี

8,497 บาท ->2,353 บาท

ELSA Pro ตลอดชีพ

3,659 บาท ->3,659 บาท

การทำความเข้าใจว่า ปริญญาตรี ภาษาอังกฤษ แปลว่าอะไร ตัวย่อ วิธีการออกเสียง และเขียนในเรซูเม่ จะช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเมื่อสมัครงานหรือศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา การแยกความแตกต่างระหว่างปริญญาตรี (BA) และปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์บัณฑิต (BS) รวมถึงปริญญาโทและปริญญาเอกประเภทอื่น ๆ จะช่วยให้คุณเลือกเส้นทางการศึกษาและการพัฒนาอาชีพที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาทักษะการออกเสียงและการสื่อสารภาษาอังกฤษ คุณสามารถใช้ ELSA Speak แอปพลิเคชั่นที่จะช่วยให้คุณฝึกพูดอย่างถูกต้อง และจะช่วยอ่านชื่อปริญญาและคำศัพท์ทางการศึกษาได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ

ทุกวันนี้คุณคงได้ยินคนพูดถึง Parasocial กันบ่อยๆ แต่อาจจะยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของมัน นี่เป็นศัพท์ทางจิตวิทยาและสื่อที่น่าสนใจที่ใช้อธิบายความสัมพันธ์แบบทางเดียวระหว่างแฟนๆ และคนดัง มาสำรวจกับ ELSA ว่า parasocial คืออะไร พร้อมตัวอย่างในชีวิตจริง เพื่อให้คุณเข้าใจและนำไปใช้ได้ในบริบทที่ถูกต้อง!

Parasocial คืออะไร?

Parasocial เป็นคำที่ได้รับการโหวตจาก Cambridge Dictionary ให้เป็น Word of the Year 2025 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของแนวคิดความสัมพันธ์ทางอารมณ์แบบทางเดียวในยุคดิจิทัล

Parasocial (คำคุณศัพท์) คือคำที่อธิบายถึงความผูกพันทางอารมณ์แบบทางเดียวที่บุคคลรู้สึกต่อตัวละครหรือบุคคลที่เขาไม่รู้จักในชีวิตจริง เช่น คนดัง ตัวละครสมมติ หรือแม้แต่ปัญญาประดิษฐ์

คำว่า Parasocial คือการรวมกันของสององค์ประกอบ:

เมื่อรวมกันแล้ว Parasocial หมายถึง “เกือบจะเป็นสังคม” หรือ “กึ่งสังคม” คือรูปแบบหนึ่งของปฏิสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะเป็นการสื่อสารทางสังคม แต่จริงๆ แล้วขาดองค์ประกอบหลักคือการปฏิสัมพันธ์แบบสองทาง

คำว่า parasocial มีการออกเสียงสากล (IPA) ดังต่อไปนี้ /ˌpær.əˈsoʊ.ʃəl/

คำว่า Parasocial Relationship คือ หรือ ความสัมพันธ์กึ่งสังคม เป็นแนวคิดทางจิตวิทยาที่นักสังคมวิทยา Donald Horton และ R. Richard Wohl นำมาใช้ครั้งแรกในปี 1956 เพื่ออธิบายถึงความผูกพันทางอารมณ์ที่ผู้ชมโทรทัศน์มีต่อตัวละครบนจอ

Parasocial คืออะไร?

Parasocial ปรากฏอยู่ในสถานการณ์ใดบ้าง?

Parasocial ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ อันที่จริงมันมักเกิดขึ้นบ่อยในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราบริโภคเนื้อหาดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ต่อไปนี้คือสถานการณ์ทั่วไปที่จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนขึ้น:

Parasocial ปรากฏอยู่ในสถานการณ์ใดบ้าง?

ทำไมคำว่า parasocial ถึงเป็นคำที่ฮอตที่สุดในปี 2025?

Parasocial กลายเป็น spotlight ในปี 2025 เพราะสะท้อนถึงวิธีที่ผู้คนเชื่อมต่อกันในยุคดิจิทัล โซเชียลมีเดียส่งเสริมความรู้สึกใกล้ชิดเสมือนจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่าน TikTok วิดีโอบล็อกส่วนตัว คอนเทนต์ในชีวิตประจำวัน การสารภาพรักผ่านไลฟ์สด ฯลฯ คอนเทนต์เหล่านี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สร้างคอนเทนต์ในชีวิตจริง

นอกจากนี้ กระแสความนิยมอย่างก้าวกระโดดของวัฒนธรรมแฟนคลับ โดยเฉพาะในวงการ K-pop streamer, YouTuber และ TikTok creator ทำให้ parasocial กลายเป็นปรากฏการณ์ที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำได้ง่าย

หากคุณติดตามผู้สร้างคอนเทนต์ชาวต่างชาติเป็นประจำ คุณจะพบกับศัพท์สแลง/buzzwords บนอินเทอร์เน็ตที่ใช้กันอย่างแพร่หลายบนโซเชียลมีเดีย นี่คือตัวอย่างทั่วไป และคำศัพท์ใหม่ๆ ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้เพิ่มเข้ามาในปีนี้:

ทำไมคำว่า parasocial ถึงเป็นคำที่ฮอตที่สุดในปี 2025?

Parasocial ใช้อย่างไรในภาษาอังกฤษ?

ในภาษาอังกฤษ parasocial มักใช้เพื่ออธิบายพฤติกรรม ปฏิสัมพันธ์ หรือการเชื่อมโยงแบบด้านเดียวและแบบกึ่งสังคม

ต่อไปนี้คือวลีพื้นฐานและสำคัญที่สุดสามวลี:

วลีภาษาอังกฤษการออกเสียง (IPA)ความหมายคำอธิบายสั้นๆ
Parasocial behavior/ˌpær.əˈsoʊ.ʃəl bɪˈheɪ.vjər/พฤติกรรมพาราสังคมการกระทำที่แสดงถึงการมีส่วนร่วมฝ่ายเดียว เช่น การส่งข้อความเหมือนกับว่าคนดังจะอ่าน การซื้อของขวัญโดยไม่รู้ที่อยู่ของเขา หรือการปกป้องเขาบนโซเชียลมีเดีย
Parasocial interaction/ˌpær.əˈsoʊ.ʃəl ˌɪn.tərˈæk.ʃən/การปฏิสัมพันธ์ทางสังคมแบบกึ่งมีส่วนร่วมความรู้สึกเหมือนคุณกำลังมีส่วนร่วมในบทสนทนาหรือการโต้ตอบจริง ๆ ขณะดูทีวี ไลฟ์สตรีม หรือวิดีโอบล็อก แม้ว่าผู้ชมจะแค่รับข้อมูลแบบพาสซีฟก็ตาม นี่คือกระบวนการที่นำไปสู่ความสัมพันธ์แบบ PSR
Parasocial bonding/ˌpær.əˈsoʊ.ʃəl ˈbɒn.dɪŋ/ความสัมพันธ์แบบรักเดียวข้างเดียวการพัฒนาและรักษาความผูกพันทางอารมณ์ที่ใกล้ชิดและเป็นหนึ่งเดียวไว้ตลอดเวลา ยิ่งความผูกพันนี้ลึกซึ้งมากเท่าไหร่ แฟนๆ ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเป็นคนที่สนิทกับพวกเขามากขึ้นเท่านั้น

ตารางวลี Parasocial ในภาษาอังกฤษ

Parasocial ใช้อย่างไรในภาษาอังกฤษ?

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษที่มีคำว่า parasocial

ตัวอย่างที่ 1: Many young viewers develop parasocial attachments to their favorite streamers.

คำแปล: ผู้ชมรุ่นเยาว์จำนวนมากพัฒนาความผูกพันแบบพาราโซเซียลกับสตรีมเมอร์คนโปรด

=> ในประโยคนี้ ความผูกพันแบบพาราโซเซียลอธิบายถึงความผูกพันทางอารมณ์เพียงด้านเดียว รู้สึกใกล้ชิดกับสตรีมเมอร์ แม้ว่าจะไม่รู้จักกันในชีวิตจริงก็ตาม

ตัวอย่างที่ 2: The rise of social media has made parasocial interactions more common.

คำแปล: การเติบโตของโซเชียลมีเดียทำให้การปฏิสัมพันธ์ทางสังคมแบบกึ่งมีส่วนร่วมเป็นเรื่องปกติมากขึ้น

=> ประโยคนี้เน้นย้ำว่าด้วยโซเชียลมีเดีย ปรากฏการณ์ที่แฟนๆ รู้สึกเหมือนกำลังแชทหรือมีปฏิสัมพันธ์กับคนดัง (parasocial interactions) กลายเป็นประสบการณ์ที่คุ้นเคยสำหรับหลายๆ คน

ตัวอย่างที่ 3: The news anchor’s familiarity helps maintain a strong parasocial bond with the audience.

คำแปล: ความคุ้นเคยของผู้ประกาศข่าวช่วยรักษาความสัมพันธ์แบบรักเดียวข้างเดียวที่แข็งแกร่งกับผู้ชม

=> ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า parasocial bond ไม่ได้มีผลเฉพาะกับผู้ให้ความบันเทิงที่มีชื่อเสียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบุคคลที่มักปรากฏในสื่อดั้งเดิม เช่น ข่าว ซึ่งผู้ชมรู้สึกว่าพวกเขารู้จักผู้ประกาศข่าวเป็นอย่างดี

ตัวอย่างที่ 4: Psychologists often study parasocial relationships to understand the emotional impact of media consumption.

คำแปล: นักจิตวิทยามักศึกษาความสัมพันธ์พาราสังคมเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบทางอารมณ์จากการบริโภคสื่อ

=> ประโยคนี้วางความสัมพันธ์พาราสังคมไว้ในบริบทของงานวิจัยทางวิชาการ โดยยืนยันถึงความสำคัญในการประเมินอิทธิพลของสื่อมวลชนที่มีต่อจิตวิทยามนุษย์

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษที่มีคำว่า parasocial

คำศัพท์ภาษาอังกฤษอื่นๆ ในหัวข้อเดียวกัน

เพื่อให้คุณเข้าใจและจดจำได้ง่ายขึ้น ด้านล่างนี้คือตารางสรุปคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ parasocial ซึ่งรวมถึงคำอธิบาย ความหมาย และหมายเหตุการใช้

ตารางนี้จะช่วยให้คุณขยายคลังคำศัพท์เกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาของสื่อ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่ออ่านเอกสารหรือรับชมเนื้อหาเกี่ยวกับเครือข่ายสังคมออนไลน์ ไอดอล อินฟลูเอนเซอร์ และพฤติกรรมผู้ใช้ในยุคดิจิทัล

คำศัพท์คำอ่านความหมายหมายเหตุ / ตัวอย่างการใช้งาน
One-sided relationship/wʌn-saɪ.dɪd ˌrɪˈleɪ.ʃən.ʃɪp/ความสัมพันธ์ทางเดียวคำพ้องความหมาย: unrequited relationship, parasocial relationship.
Intensify/ɪnˈten.sɪ.faɪ/ทำให้รุนแรงขึ้น ทำให้มากขึ้นIntensify the intimacy –เพิ่มความใกล้ชิด; intensify the feeling.
Sustained trend/səˈsteɪnd trend/แนวโน้มที่คงอยู่ต่อเนื่องใช้สำหรับปรากฏการณ์ในระยะยาว ไม่ใช่แนวโน้มชั่วคราว
Spike / Surge/spaɪk/ – /sɜːdʒ/เพิ่มขึ้นเร็วมากมักพบในแผนภูมิ สถิติ รายงาน (IELTS Writing Task 1).
Take on (phrasal verb)/teɪk ɒn/รับผิดชอบAI companions take on personalities – AI เข้ามามีบทบาทกับบุคลิกภาพของมนุษย์
Devotion/dɪˈvəʊ.ʃən/ความทุ่มเท การอุทิศตนระดับอารมณ์ที่สูงกว่า “love” หรือ “support”.

คำศัพท์ภาษาอังกฤษอื่นๆ ในหัวข้อเดียวกันกับ parasocial

คำศัพท์ภาษาอังกฤษอื่นๆ ในหัวข้อเดียวกัน

เรียนรู้การออกเสียง parasocial และอื่นๆ อีกมากมายบนแอป ELSA Speak

หากคุณต้องการออกเสียง parasocial ได้อย่างถูกต้องเหมือนเจ้าของภาษา ตั้งแต่เสียงหนัก /ˌpær.əˈsoʊ.ʃəl/ ไปจนถึงพยัญชนะท้ายคำ “-cial” ELSA Speak คือเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง เพียงแค่เปิดแอป พิมพ์คำว่า “parasocial” คุณจะเห็นหน้าจอฝึกออกเสียง

ELSA โดดเด่นด้วยความสามารถในการจดจำเสียง AI ได้อย่างแม่นยำ แอปจะฟังเสียงของคุณ ชี้จุดที่คุณออกเสียงผิด และแนะนำวิธีปรับปาก ลิ้น และลมหายใจของคุณ ด้วยวิธีนี้ คุณจะไม่เพียงแต่ออกเสียง parasocial ได้อย่างถูกต้องเท่านั้น แต่ยังเอาชนะคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ยากอื่นๆ ได้อย่างมั่นใจอีกด้วย

เรียนรู้การออกเสียง parasocial และอื่นๆ อีกมากมายบนแอป ELSA Speak

🔥รีบดูเลย! คอร์สเรียน ELSA พร้อมโปรลดจัดหนัก ลดแรงแบบไม่พัก!

ELSA Premium 1 ปี

8,497 บาท ->2,353 บาท

ELSA Pro ตลอดชีพ

3,659 บาท ->3,659 บาท

จากบทความข้างต้น Parasocial ไม่เพียงเป็นคำศัพท์ที่น่าสนใจเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงวิธีที่เชื่อมต่อกันในยุคดิจิทัลอีกด้วย หากคุณต้องการเพิ่มพูนคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องและฝึกการออกเสียงที่ถูกต้อง อย่าลืมศึกษาความรู้ที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมบนเว็บไซต์ของ ELSA Speak กันนะ!