Author: Bao Ngan Nguyen

ELSA Speak – เคล็ดลับในการเรียนภาษาอังกฤษของครูลูกกอล์ฟ

ครูลูกกอล์ฟ ไม่เพียงแค่เป็นคนที่มีชื่อเสียงในด้านการสอนภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ยังเป็นพิธีกรและนักแสดงอีกด้วย เขาก่อตั้งและพัฒนาศูนย์ภาษาอังกฤษที่มีชื่อว่า Angkriz ด้วยรูปแบบการสอนที่ตลกขบขันและเข้าใจง่าย เขาจึงกลายเป็นครูน่ารักของวัยรุ่นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว ในปี 2019 เขาเป็นหนึ่งใน 13 ผู้รับรางวัล EF Excellence Award in Language Teaching 2019 ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้รับการโหวตจากครูสอนภาษาอังกฤษมากกว่า 900 คนทั่วโลก เรียกได้ว่า ครูลูกกอล์ฟ เป็นครูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน

ถึงแม้ว่าเขาจะมีประสบการณ์ด้านภาษาอังกฤษมาอย่างยาวนาน แต่ ครูลูกกอล์ฟก็ยังคงฝึกฝนภาษาอังกฤษเป็นประจำ โดยเฉพาะทักษะการพูดในคลิปวิดีโอภาษาอังกฤษของตนเอง เขาเล่าถึงข้อบกพร่องในการเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น ครูที่เน้นแต่ไวยากรณ์และละเลยทักษะต่างๆ เช่น ทักษะการฟังและการพูด นั่นเป็นเหตุผลทำให้เขาถูกจำกัดในการพูดภาษาอังกฤษด้วย เขายังเข้าใจด้วยว่าการหาคนคุยเป็นภาษาอังกฤษด้วยนั้นยากมาก และบางครั้งเขาก็รู้สึกขาดความมั่นใจ กลัวว่าจะพูดผิดไวยากรณ์หรือออกเสียงผิด

ครูลูกกอล์ฟเข้าใจจิตวิทยาและความท้าทายที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษกำลังเผชิญอยู่ ดังนั้นเมื่อเขารู้วิธีการฝึกฝนภาษาอังกฤษผ่านแอป ELSA Speak เขาจึงเลือกแอป ELSA Speak เพื่อเป็นเพื่อนในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนเอง และเขาไม่ลังเลเลยที่จะแบ่งปันเคล็ดลับการเรียนภาษาอังกฤษนี้ด้วยความปรารถนาที่จะช่วยให้ทุกคนเรียนภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้น

การแบ่งปันของ ครูลูกกอล์ฟ

https://youtube.com/watch?v=UQJtxRt1DUU%3Fsi%3DEsm86gnCHbvFoD-k

เขาชื่นชมฟีเจอร์และผลลัพธ์ที่แอปมอบให้ผู้ใช้อย่างสูงสุด ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI (ปัญญาประดิษฐ์) ขั้นสูง ELSA Speak จึงมีความสามารถในการจดจำการออกเสียงของผู้พูดได้โดยตรง ทั้งเปรียบเทียบกับสำเนียงอเมริกันมาตรฐานและแก้ไขข้อผิดพลาดในการออกเสียงได้ทันที  นอกจากนี้ ELSA ยังเข้าใจอย่างชัดเจนถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของการออกเสียงของผู้ใช้ โดยจะให้แบบฝึกหัดที่เหมาะสมตลอดจนวิธีการเรียนรู้เกี่ยวกับแอปอย่างมีประสิทธิภาพ ในกระบวนการนี้ ELSA จะช่วยให้ผู้เรียนปรับปรุงการออกเสียงของตนเองได้อย่างคล่องแคล่วและเหมือนเจ้าของภาษาในเวลาอันสั้น

ELSA Speak มีอะไรพิเศษ?

ELSA Speak (English Language Speech Assistant) เป็นแอปพลิเคชันการเรียนการพูดและการสื่อสารภาษาอังกฤษที่สามารถตรวจจับและแก้ไขข้อผิดพลาดในการออกเสียงภาษาอังกฤษได้อย่างแม่นยำในแต่ละพยางค์ ด้วยความสามารถในการจดจำเสียงที่เป็นเอกสิทธิ์ของปัญญาประดิษฐ์ ทำให้ ELSA มั่นใจว่าเป็นแอปที่ให้โซลูชันการเรียนภาษาอังกฤษมีประสิทธิภาพมากที่สุดแก่ผู้ใช้ ELSA Speak ช่วยให้คุณฝึกพูดภาษาอังกฤษได้เหมือนเจ้าของภาษา และฝึกได้ทั้ง 44 เสียงในตารางการถอดเสียงสัทศาสตร์สากลของ IPA เพื่อให้คุณมั่นใจในการอ่านคำศัพท์เกี่ยวกับสัทศาสตร์ทั้งหมดได้อย่างถูกต้องโดยไม่ต้องฟังเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ELSA พัฒนาและอัปเดตคุณสมบัติใหม่เป็นประจำ
เมื่อปีที่แล้ว ELSA ได้เปิดตัว ELSA AI ELSA Premium… เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ให้แก่ผู้ใช้

ELSA Speak ลูกกอล์ฟ ELSA Speak มีอะไรพิเศษ?

นอกจากคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมข้างต้นแล้ว ELSA Speak ยังมีคลังแบบฝึกหัดและบทเรียนที่หลากหลายในทุกสาขาที่ใกล้เคียงและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันอีกมากมายให้คุณได้เรียนรู้ เพราะข้อดีข้างต้นจึงทำให้ ELSA Speak ได้รับความไว้วางใจและการแบ่งปันมากมายจากครูลูกกอล์ฟและคนอื่นๆ ELSA Speak หวังว่าจะได้ร่วมทางกับคุณในเส้นทางพิชิตภาษาอังกฤษเร็วๆนี้นะ

ข้อสอบ TOEIC มักเกี่ยวข้องกับการทำงา สำนักงาน และการสรรหาบุคลากร ดังนั้นผู้สอบจึงต้องเรียนรู้ 1000 คำศัพท์ TOEIC 2026 ให้ถูกจุด เพื่อช่วยให้ได้คะแนนสอบตามที่ต้องการ ทั้งนี้ ELSA Speak จะรวบรวมศัพท์ TOEIC 1,000+ คำ แบ่งออกเป็น 50 หมวดอย่างละเอียด พร้อมกับเตรียมแบบฝึกหัดเล็กๆ เพื่อช่วยให้คุณจำคำศัพท์ใหม่ๆได้

ข้อสอบ TOEIC

TOEIC – Test of English International Communication เป็นแบบทดสอบภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารระหว่างประเทศเพื่อประเมินความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ TOEIC เป็นแบบทดสอบปรนัยประกอบด้วยคำถาม 200 ข้อ แบ่งออกเป็นสองส่วน: การฟังและการอ่าน ด้วยระดับคะแนน 10-990 TOEIC สามารถประเมินการใช้ภาษาอังกฤษทุกระดับ (ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับเจ้าของภาษา) ซึ่งเหมาะสำหรับทุกตำแหน่งงาน ตั้งแต่ระดับแรงงานธรรมดาไปจนถึงระดับผู้บริหาร

ข้อสอบ TOEIC

ปัจจุบัน TOEIC มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในมากกว่า 160 ประเทศทั่วโลก โดยมีบททดสอบมากกว่า 7 ล้านบทต่อปี และเป็นแบบทดสอบที่มีชื่อเสียงที่สุดที่มีมากกว่า 14,000 องค์กรใช้เพื่อประเมินความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในสภาพแวดล้อมการทำงานในระดับสากล TOEIC ถูกนำมาใช้เป็นมาตรฐานในการสรรหาและประเมินผลสำหรับองค์กร บริษัท และองค์กรขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ

ทำไมถึงควรเรียน TOEIC ตามหัวข้อ?

การเรียน TOEIC ตามหัวข้อช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจคำศัพท์ ไวยากรณ์ และบริบทการใช้ภาษาอังกฤษในแต่ละสถานการณ์ได้อย่างง่ายดาย แทนที่จะเรียนแบบเลื่อนลอย การแบ่งความรู้ออกเป็นหัวข้อต่างๆ เช่น สำนักงาน การท่องเที่ยว การค้า เทคโนโลยี… จะช่วยให้คุณจดจำได้นานขึ้นและนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในการทำข้อสอบจริง

นอกจากนี้ วิธีการเรียนรู้นี้ยังช่วยให้คุณเข้าใจโครงสร้างของข้อสอบ TOEIC เพราะส่วนการฟังและการอ่านล้วนเกี่ยวข้องกับหัวข้อที่คุ้นเคย ด้วยเหตุนี้ ผู้เรียนจึงค่อยๆ คุ้นเคยกับรูปแบบคำถาม เพิ่มปฏิกิริยาตอบสนอง และปรับปรุงคะแนนได้อย่างรวดเร็ว

ทำไมถึงควรเรียน TOEIC ตามหัวข้อ?

รวม คำศัพท์ TOEIC ที่ออกบ่อย

คำศัพท์ TOEIC หมวดสำนักงาน  

Conferences (การประชุม)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
accommodate (v)/əˈkɑːmədeɪt/อำนวยความสะดวก
arrangement (n)/əˈreɪndʒ.mənt/การจัดเตรียม
association (n)/əˌsoʊ.siˈeɪ.ʃən/องค์กร (= organization) สมาคม
attend (v) /əˈtend/เข้าร่วม
connect (v)/kəˈnekt/ติดต่อกับใครบางคน (= get in touch with somebody)
hold (v)/həʊld/จัดตั้ง รวบรวม (= organize )บรรจุ จุ มี (= contain)
location (n)/loʊˈkeɪ.ʃən/ที่ตั้ง
overcrowded (adj)/oʊvərˈkraʊdɪd/แออัดเกินไป
register (n, v)/ˈredʒɪstər/รายการบันทึก (n)จดทะเบียน (v)
select (v)/sɪˈlekt/เลือก 
session (n)/ˈseʃn/การประชุม
take part in (v)/teɪk pɑrt ɪn/เข้าไปมีส่วนร่วม

Events (เหตุการณ์)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
assist (v)/əˈsɪst/ช่วยเหลือ
support (v)/səˈpɔrt/การสนับสนุน
coordinate (v)/koʊˈɔːrdɪneɪt/ประสานงาน
dimension (n)/daɪˈmenʃn/ขนาด
general (adj)/ˈdʒenrəl/โดยทั่วไป
ideal (adj)/aɪˈdiːəl/อุดมคติ
exact (adj)/ɪɡˈzækt/แน่นอน
lead time (n)/ˈliːd taɪm/ช่วงเวลาระหว่างการวางแผนงานกับการผลิต
proximity (n)/prɑːkˈsɪməti/ความใกล้ชิด
regulation (n)/ˌrɛɡyəˈleɪʃn/กฎ ข้อบังคับ
site (n)/saɪt/สถานที่
stage (v)/steɪdʒ/การแสดง

Office procedures (ระเบียบการสำนักงาน)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
appreciation (n)/əˌpriː.ʃiˈeɪ.ʃən/การเห็นค่า การตระหนัก
bring in (v)/brɪŋ ɪn/การว่าจ้าง
code (n)/koʊd/หลักเกณฑ์
expose (v)/ɪkˈspoʊz/เปิดเผย
glimpse (v,n)/ɡlɪmps/เห็นแวบหนึ่ง (v)ความคิดชั่วขณะ (n)
be made of (v)/bi meɪd əv/ทำจาก (เรายังเห็นวัตถุเดิมอยู่)ประกอบด้วย (= consist of)
out of (adj)/aʊt əv/หมด ไม่เหลือ
outdated (adj)/aʊtˈdeɪtɪd/ล้าสมัย
practice (n,v)/ˈpræktɪs/ฝึกฝน (v)การฝึกฝน (n)
reinforce (v)/riːɪnˈfɔːrs/เพิ่มกำลังหรือเสริม
verbally (adv)/ˈvɝː.bəl.i/ยึดตามคำพูด

Correspondences (การติดต่อกันทางจดหมาย)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
assemble (v)/əˈsembl/รวบรวม
beforehand (adv)/bɪˈfɔːrhænd/ล่วงหน้า
complication (n)/ˌkɑːm.pləˈkeɪ.ʃən/ความซับซ้อน
courier (n)/ˈkʊriər/ผู้ส่งจดหมาย
distribute (v)/dɪˈstrɪb.juːt/จำแนก
express (adj)/ɪkˈspres/เร่งด่วน
fold (v)/foʊld/ห่อ
layout (n)/ˈleɪaʊt/เค้าโครงหรือแผนผัง
mention (n, v)/ˈmenʃn/กล่าวถึง (v)การกล่าวถึง (n)
petition (n, v)/pəˈtɪʃn/ร้องเรียน (v)คำร้อง (n)
proof (n, v)/pruːf/หลักฐาน (n) (= evidence)พิสูจน์ (v)
revise (v)/rɪˈvaɪz/แก้ไข

>>> อ่านเพิ่มเติม: วิธีเขียนอีเมลภาษาอังกฤษแบบมืออาชีพ

Property and Departments (ทรัพย์สินและหน่วยงาน)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
adjacent (adj)/əˈdʒeɪsnt/ใกล้กันหรือที่อยู่ติดกัน
collaboration (n)/kəˌlæb.əˈreɪ.ʃən/การร่วมมือกัน
concentrate on (v)/ˈkɑːnsntreɪt ɑːn/มุ่งความคิดไปที่ (= focus on)
conductive (adj)/kənˈduːsɪv/มีประโยชน์
lobby (n)/ˈlɑːbi/ห้องโถง
open to (adj)/əʊpən tu/เปิดให้กับ
scrutiny (n)/ˈskruː.t̬ən.i/การตรวจสอบอย่างละเอียด
opt (v)/ɑːpt/เลือก

Board meetings and Committees (การประชุมคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อย)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
adhear to (v)/ədˈhɪr/ปฏิบัติตามขั้นตอน
agenda (n)/əˈdʒendə/ระเบียบวาระการประชุม
bring up (v)/brɪŋ ʌp/พูดถึง
conclude (v)/kənˈkluːd/สรุป
go ahead (v)/ɡoʊ əˈhed/ดำเดินต่อไป
goal (n)/ɡoʊl/จุดมุ่งหมาย
lengthy (adj)/ˈleŋθi/ยาวนาน
matter (n)/ˈmætər/ใจความสำคัญ
periodically (adv)/ˌpɪriˈɑdɪkli/กระทำอยู่เป็นระยะๆ
priority (n)/praɪˈɔrət̮i/ลำดับความสำคัญ
progress (n, v)/prəˈɡres/ก้าวหน้า (v)ความก้าวหน้า (n)
waste (n, v)/weɪst/เปลือง (v)สูญเสีย (n)

Marketing (การตลาด)

toeic คําศัพท์คำอ่านความหมาย
attract (v)/əˈtrækt/ดึงดูดใจ, ทำให้สนใจ
awareness (n)/əˈwer.nəs/การตระหนักรู้
beneficial (adj)/ˌben.əˈfɪʃ.əl/เป็นประโยชน์
boost (v, n)/buːst/เสริม, กระตุ้น (v)ส่งเสริม (n)
bottom line (n)/ˌbɑː.t̬əm ˈlaɪn/ส่วนสำคัญที่สุด
briefing (n)/ˈbriː.fɪŋ/การชี้แนะ
budget (n)/ˈbʌdʒ.ɪt/งบประมาณ
currently (adv)/ˈkɝː.ənt.li/ในปัจจุบัน
convince (v)/kənˈvɪns/โน้มน้าวใจ
consume (v)/kən’sju:m/บริโภค
competition (n)/ˌkɑːm.pəˈtɪʃ.ən/การแข่งขัน
compare (v)/kəmˈper/เปรียบเทียบ
fad (n)/fæd/ความนิยมชั่วคราว
inspiration (n)/ˌɪn.spəˈreɪ.ʃən/แรงบันดาลใจ
market (n)/ˈmɑːrkɪt/ตลาด
productive (adj)/prəˈdʌk.tɪv/มีประสิทธิภาพ
persuasion (n)/pɚˈsweɪ.ʒən/การโน้มน้าว
satisfaction (n)/ˌsæt̬.ɪsˈfæk.ʃən/ความพึงพอใจ

Business planning (การวางแผนธุรกิจ)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
avoid (v)/əˈvɔɪd/หลีกเลี่ยง
address (n, v)/əˈdres/นำเสนอ (v)คำพูด (n)
chain store (n)/ˈtʃeɪn ˌstɔːr/กลุ่มร้านขายปลีกที่มีเจ้าของเดียวกัน
charge (n, v)/tʃɑːrdʒ/ค่าธรรมเนียม (n)คิดเงิน (v)
client (n)/ˈklaɪ.ənt/ลูกค้า
commission (n)/kəˈmɪʃ.ən/ค่าตอบแทน
company (n)/ˈkʌm.pə.ni/บริษัท เพื่อน
compensate (v)/ˈkɑːm.pən.seɪt/ชดเชย
competitor (n)/kəmˈpet̬.ə.t̬ɚ/คู่แข่ง
develop (v)/dɪˈveləp/พัฒนา
demonstrate (v)/ˈdemənstreɪt/สาธิต
evaluate (v)/ɪˈvæljueɪt/ประเมินผล
offer (v)/ˈɔːfər/เสนอ
gather (v)/ˈɡæðər/รวบรวม
substitution (n)/ˌsʌb.stəˈtuː.ʃən/การแทนที่
primarily (adv)/praɪˈmerəli/ส่วนใหญ่, เป็นหลัก
strengthen (v)/ˈstreŋθn/lทำให้แข็งแรงขึ้น, เสริมสร้าง
strategy (n)/ˈstrætədʒi/กลยุทธ์
risk (n)/rɪsk/ความเสี่ยง

คำศํพท์ TOEIC หมวดอุปกรณ์เทคโนโลยี

คำศํพท์ TOEIC หมวดอุปกรณ์เทคโนโลยี

Computers (คอมพิวเตอร์)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
access (n,v)/ˈækses/เข้าถึง (v)วิธีเข้าถึง (n)
allocate (v)/ˈæləkeɪt/จัดสรร
compatible with something (adj)/kəmˈpætəbl/สอดคล้องกัน
delete (v)/dɪˈliːt/ลบ (= remove)
display (n,v)/dɪˈspleɪ/การเปิดเผย (n)แสดง (v)
duplicate (v, n)ˈduː.plə.keɪt/ทำซ้ำ (v)สำเนา (n)
failure (n)/ˈfeɪ.ljɚ/ความล้มเหลว
figure out (v)/ˈfɪɡjər aʊt/หาวิธี
ignore (v)/ɪɡˈnɔːr/ไม่เอาใจใส่
search (n, v)/sɜːrtʃ/การค้นหา (n)ค้นหา (v)
shut down (v)/ʃʌt daʊn/ปิด
warning (n)/ˈwɔːr.nɪŋ/การเตือน

Office Technology (เทคโนโลยีสำนักงาน)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
affordable (adj)/əˈfɔːr.də.bəl/ที่จับต้องได้
capacity (n)/kəˈpæsəti/ความจุ
durable (adj)/ˈdʊrəbl/ทนทาน
be in charge of (v)/ɪn tʃɑːrdʒ əv/ดูแลรับผิดชอบ
initiative (n)/ɪˈnɪʃ.ə.t̬ɪv/การสร้างสรรค์การเริ่มต้น
physically (adv)/ˈfɪz.ɪ.kəl.i/ทางกายภาพ
provider (n)/prəˈvaɪ.dɚ/ผู้จัดหา (= supplier)
recur (v)/rɪˈkɜːr/การเกิดขึ้นอีก
reduction (n)/rɪˈdʌk.ʃən/การลด
stock (v, n)/stɑːk/สินค้าคงคลังหรือหุ้น (n)เก็บ  (v)

Electronics (อิเล็กทรอนิกส์)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
device (n)/dɪˈvaɪs/เครื่องจักร
facilitate (v)/fəˈsɪlɪteɪt/ทำให้ง่าย
network (n, v)/ˈnetwɜːrk/เครือข่าย (n)เชื่อมโยงเครือข่าย (v)
popularity (n)/ˌpɑː.pjəˈler.ə.t̬i/ความนิยม
process (n, v)/ˈproʊses/ขบวนการ (n)ดำเนินการ (v)
replace (v)/rɪˈpleɪs/เปลี่ยน (= substitute)
revolution (n)/ˌrev.əˈluː.ʃən/การปฏิวัติ
sharp (adj)/ʃɑːrp/ฉลาดเฉียบขาด
skill (n)/skɪl/ทักษะ
software (n)/ˈsɔːftwer/ซอฟต์แวร์
store (v)/stɔːr/เก็บรักษา
technical (adj)/ˈteknɪkl/เกี่ยวกับเทคนิค

Equipment (อุปกรณ์)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
convenient (adj)/kənˈviːniənt/สะดวก
consultation (n)/ˌkɑnslˈteɪʃn/การปรึกษาหารือ
detect (v)/dɪˈtekt/ตรวจพบ, ค้นหา
factor (n)/ˈfæktər/ปัจจัย
interaction (n)/ˌɪntərˈækt/ปฏิสัมพันธ์
limit (n)/ˈlɪmɪt/ขีดจำกัด
monitor (v)/ˈmɑːnɪtər/ 54เฝ้าสังเกต
potential (adj)/pəˈtenʃl/มีศักยภาพ
sense (n)/sens/ความรู้สึก (n)รู้สึกได้ (v)
sample (n)/ˈsæmpl/ตัวอย่าง (n)
upgrade (v)/ʌpˈɡreɪd/ปรับปรุงให้ดีขึ้น
variety (n)/vəˈraɪ.ə.t̬i/ความหลากหลาย
volunteer (n, v)/ˌvɑː.lənˈtɪr/อาสา (v)อาสาสมัคร (n)
warehouse (n)/ˈwer.haʊs/คลังสินค้า
waterproof (adj)/ˈwɑː.t̬ɚ.pruːf/กันน้ำ
worthless (adj)/ˈwɝːθ.ləs/ไร้ค่า ไม่มีคุณค่า
yield (v)/jiːld/ให้ผลผลิต

คำศํพท์ TOEIC หมวดการสรรหาบุคลากร

Job Advertising and Recruiting (รายละเอียดงานและการจัดหางาน)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
abundant (adj)/əˈbʌndənt/อุดมสมบูรณ์
accomplishment (n)/əˈkɑːm.plɪʃ.mənt/การบรรลุเป้าหมาย
bring together (v)/brɪŋ təˈɡeðə/นำมารวมกลุ่มกัน (= gather)
candidate (n)/ˈkændɪdət/ผู้สมัคร
come up with (v)/kʌm ʌp wɪθ/เกิดขึ้นกับ
commensurate with (adj)/kəˈmenʃərət /wɪð/เปรียบเทียบกันได้
match (n, v)/mætʃ/แข่งขัน (v)เหมาะสมกัน (n)
profile (n)/ˈproʊfaɪl/ข้อมูลส่วนบุคคล
qualification (n)/kwɑː.lə.fəˈkeɪ.ʃən/คุณสมบัติ
recruit (n, v)/rɪˈkruːt/รับสมัคร (v)สรรหาคน (n)
submit (n)/səbˈmɪt/ส่งหรือมอบ
time-consuming (adj)/ˈtaɪmkənsuː.mɪŋ/ใช้เวลานาน
Job Advertising and Recruiting (รายละเอียดงานและการจัดหางาน)

Applying and Interviewing (การสมัครและสัมภาษณ์)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
ability (n)/əˈbɪləti/ความสามารถ
apply for (v)/əˈplaɪ foː/สมัครงาน
background (n)/ˈbækɡraʊnd/ภูมิหลัง
be ready for (v)เตรียมพร้อม
call in (v)/kɔːl ɪn/เรียกให้เข้ามา
confidence (n)/ˈkɑːnfɪdəns/มั่นใจ
constantly (adv)/ˈkɑːn.stənt.li/อย่างสม่ำเสมอ
expert (n, adj)/ˈekspɜːrt/ผู้เชี่ยวชาญ
follow up (v)/ˈfɑːloʊ ʌp/ติดตาม
hesitate(v)/ˈhezɪteɪt/ลังเล
interview (n, v)/ˈɪntərvjuː/การสัมภาษณ์ (n)สัมภาษณ์ (v)
present (v, adj)/prɪˈzent/ปัจจุบัน (adj)บรรยาย (v)
weaken (v)/ˈwiːkən/อ่อนแรง

Hiring and Training (การจ้างงานและการฝึกอบรม)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
conduct (v)/kənˈdʌkt/ดำเนินการ
generate (v)/ˈdʒenəreɪt/สร้าง
hire (v, n)/ˈhaɪər/จ้าง เช่า (v)ลูกจ้าง (n)
keep up with (v)/kiːp ʌp wɪθ/เตรียมรับมือ
look up to somebody (v)/lʊk ʌp tuː/ยอมรับนับถือ
mentor (n)/ˈmentɔːr/ผู้ให้คำปรึกษา
on track (n)/ɔːn træk/ดำเนินไปตามเป้า
reject (n, v)/rɪˈdʒekt/ของเสีย (n)ปฏิเสธ (v)
set up (v)/set ʌp/จัดตั้งขึ้น 
success (n)/səkˈses/ความสำเร็จ
train (v)/treɪn/ฝึกฝน
update (n, v)/ˌʌpˈdeɪt/ทำให้ทันสมัย (v)ข้อมูลใหม่ๆ (n)

Salaries and Benefits (เงินเดือนและสวัสดิการ)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
be aware of (v)/biː əˈwer ɒv/ตระหนัก
basis (n)/ˈbeɪsɪs/รากฐาน
benefit (n)/ˈbenɪfɪt/สวัสดิการ
compensate (v)/ˈkɑːmpenseɪt/ชดเชย (= make up for)
delicate (adj)/ˈdel.ə.kət/ละเอียดอ่อน
eligible (adj)/ˈelɪdʒəbl/มีคุณสมบัติ (= qualified)
flexibly (adv)/ˈflek.sə.bli/คล่อง
negotiate (v)/nɪˈɡoʊʃieɪt/เจรจาต่อรอง
retire (v)/rɪˈtaɪər/เกษียณอายุ
vest in (adj)/vest ɪn/ให้สิทธิใครคนหนึ่ง
wage (n)/weɪdʒ/ค่าจ้างรายชั่วโมง
raise (n, v)/reɪz/เพิ่มขึ้น (v)การเจริญเติบโต (n)

>>> ดูเพิ่ม: คำศัพท์และประโยคเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และ เงินเดือน ภาษาอังกฤษ

Promotions, Pensions and Awards (โปรโมชัน เงินบำนาญ และรางวัล)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
achievement (n)/əˈtʃiːv.mənt/การบรรลุผลสำเร็จ (= accomplishment)
contribute (v)/kənˈtrɪbjuːt/มีส่วนช่วย
dedicate to (n)/ˈdedɪkeɪt tuː/การอุทิศ
looking forward to V-ing (v)/lʊk ˈfɔːrwərd tuː/ตั้งตารอคอย
look to somebody (v)/lʊk tuː/พึ่งพาใครคนหนึ่ง
loyal (adj)/ˈlɔɪ.əl/ซื่อสัตย์
merit (n, v)/ˈmerɪt/สมควรจะได้รับ (v)คุณความดี (n)
obviously (adv)/ˈɑːb.vi.əs.li/อย่างชัดเจน
productive (adj)/prəˈdʌk.tɪv/มีประสิทธิผล
promote (v)/prəˈməʊt/ส่งเสริม
recognition (n)/ˌrek.əɡˈnɪʃ.ən/การยอมรับ
value (n, v)/ˈvæljuː/ประเมินค่า (v)คุณค่า (n)

ทำให้การเรียน TOEIC ง่ายขึ้นซึ่งผู้เรียนสามารถใช้ ELSA Premium ที่ทายคะแนนของใบรับรองมาตรฐานสากล TOEIC ฝึกสนทนาภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริง และรับฟีดแบคเกี่ยวกับการออกเสียง การเน้นเสียง ความคล่องแคล่ว ไวยากรณ์ คำศัพท์ TOEIC

Contracts (สัญญา)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
contract (n)/kənˈtrakt/สัญญา
abide by (v)/əˈbaɪd baɪ/กระทำตาม
agreement (n)/əˈɡriː.mənt/ข้อตกลงสัญญา (= contract)
assurance (n, v)/əˈʃʊr.əns/การรับประกัน (n)รับประกัน (v)
cancellation (n)/ˌkæn.səlˈeɪ.ʃən/การยกเลิก (n)
determine (v)/dɪˈtɜːrmɪn/ตัดสินใจ
engage (v)/ɪnˈɡeɪdʒ/เข้าร่วม
establish (v)/ɪˈstæblɪʃ/ก่อตั้ง
obligate (v)/ˈɑːblɪɡeɪt/บังคับ
party (n)/ˈpɑːrti/ฝ่าย (เข้าทำสัญญา)
provision (n)/prəˈvɪʒ.ən/สิ่งที่จัดหามาให้ข้อกำหนด
resolve (v)/rɪˈzɔːlv/แก้ปัญหา
specific (adj)/spəˈsɪf.ɪk/เจาะจง

Career (อาชีพ)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
administration (n)/ədˌmɪn.əˈstreɪ.ʃən/การบริหาร
agricultural (adj)/ˌæɡ.rəˈkʌl.tʃɚ.əl/เกี่ยวกับเกษตรกรรม
airline (n)/ˈer.laɪn/สายการบิน
apply (v)/əˈplaɪ/ประยุกต์ใช้, สมัคร
apprentice (n)/əˈpren.t̬ɪs/ผู้ฝึกงาน
audit (n, v)/ˈɑː.dɪt/การตรวจสอบบัญชี
bank (n)/bæŋk/ธนาคาร, ริมฝั่ง
boardroom (n)/ˈbɔːrd.ruːm//ˈbɔːrd.rʊm/ห้องประชุมคณะกรรมการ
broadcast (n, v)/ˈbrɑːd.kæst/รายการออกอากาศ, การกระจายเสียง
cabin crew (n)/ˈkæb.ɪn ˌkruː/พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
candidate (n)/ˈkæn.dɪ.dət//ˈkæn.dɪ.deɪt/ผู้สมัคร
cashier (n)/kæʃˈɪr/พนักงานเก็บเงิน
consultant (n)/kənˈsʌl.tənt/ผู้ให้คำปรึกษา
chef (n)/ʃef/หัวหน้าพ่อครัว
courier (n)/ˈkʊr.i.ɚ/ผู้ส่งสาร
developer (n)/dɪˈvel.ə.pɚ/นักพัฒนาซอฟต์แวร์
employer (n)/ɪmˈplɔɪ.ɚ/นายจ้าง
engineer (n)/ˌen.dʒɪˈnɪr/วิศวกร

คำศํพท์ TOEIC หมวดสินค้า

Inventory (สินค้า)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
adjustment (n)/əˈdʒʌst.mənt/การปรับตัว
automatic (adj)/ˌɑː.t̬əˈmæt̬.ɪk/อัตโนมัติ
crucial (adj)/ˈkruːʃlสำคัญมาก
discrepancy (n)/dɪsˈkrepənsi/ความไม่ลงรอยกัน
disturb (v)/dɪˈstɜːrb/รบกวน
reflection (n)/rɪˈflek.ʃən/การสะท้อนกลับ
run (v)/rʌn/ดำเนินการ
scan (v)/skæn/การพิจารณาผ่านสายตา
subtract (v)/səbˈtrækt/ลบออก ถอนออก
tedium (n)/ˈtiːdiəm/ความน่าเบื่อ
verify (v)/ˈverɪfaɪ/ยืนยันความถูกต้อง
install (v)/ɪnˈstɔːl/ติดตั้ง

 Shopping (ช้อปปิ้ง)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
bargain (n, v)/ˈbɑːrɡən/สิ่งที่ได้มาด้วยการต่อรองราคา (n)การต่อรองราคา (v)
bear (v)/ber/อดทน
behavior (n)/bɪˈheɪ.vjər/พฤติกรรม
checkout (n)/tʃek aʊt əv/จุดจ่ายเงิน
comfort (n, v)/ˈkʌmfərt/ความสุขสบาย (n)ปลอบโยน (v)
expand (v)/ɪkˈspændขยาย
explore (v)/ɪkˈsplɔːr/สำรวจ
item (n)/ˈaɪtəm/รายการสิ่งของ
mandatory (adj)/ˈmændətɔːri/ข้อบังคับ
merchandise (n, v)/ˈmɜːrtʃəndaɪz/ค้าขาย (v)สินค้า (n) (= goods)
strictly (adv)/ˈstrɪkt.li/อย่างเคร่งครัด
trend/trend/แนวโน้ม

>>> ดูเพิ่ม: คำศัพท์และตัวอย่างประโยคลดราคาภาษาอังกฤษ

Ordering Supplies (สั่งซื้อจากซัพพลายเออร์)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
diversify (v)/daɪˈvɜːrsɪfaɪ/ทำให้หลากหลาย
consistent (adj)/kənˈsɪstənt/มั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลง
enterprise (n)/ˈentərpraɪz/โครงการใหญ่
essentially (adv)/ɪˈsen.ʃəl.i/โดยพื้นฐาน
function (n, v)/ˈfʌŋkʃn/ทำหน้าที่ (v)หน้าที่ (n)
maintain (v)/meɪnˈteɪn/ดูแลต่อไป
obtain (v)/əbˈteɪn/ได้รับ
prerequisite (n)/ˌpriːˈrekwəzɪt/ข้อกำหนดเบื้องต้น
quality (n)/ˈkwɑːləti/คุณภาพ (สินค้า)คุณสมบัติ (บุคคล)
source (n)/sɔːrs/แหล่งกำเนิด
stationery (n)/ˈsteɪʃəneri/ร้านเครื่องเขียน
smooth (adj)/smuːð/ราบรื่น

Shipping (ขนส่ง)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
carrier/ˈkæriər/ผู้ให้บริการ
inventory (n)/ˈɪnvəntɔːri/รายการสิ่งของ
accurately (adv)/ˈæk.jɚ.ət.li/อย่างแม่นยำ
catalogue (n)/ˈkætəlɔːɡ/บัญชีรายชื่อ
fulfill (v)/fʊlˈfɪl/สำเร็จ
integral (adj)/ˈɪn.t̬ə.ɡrəl/สมบูรณ์ ไม่ขาด
minimize (v)/ˈmɪnɪmaɪz/ลดขนาดลงให้มากที่สุด
on hand (adj)/ɒn hænd/มี หาได้ (= available)
ship (v)/ʃɪp/ขนส่ง
sufficiently (adv)/səˈfɪʃ.ənt.li/พอ พอเพียง
supply (n, v)/səˈplaɪ/การจัดส่ง (n)จัดหา (v)
receive (v)/rɪˈsiːv/รับ

Invoices (ใบแจ้งหนี้)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
charge (n, v)/tʃɑːrdʒ/ค่าธรรมเนียม (n)คิดเงิน (v)
compile (v)/kəmˈpaɪl/รวบรวม
customer (n)/ˈkʌstəmər/ลูกค้า
discount (n, v)/dɪsˈkaʊnt/การลดราคา (n)ลดราคา (v)
dispute (v)/dɪˈspjuːt/โต้เถียง
efficient (adj)/ɪˈfɪʃ.ənt/มีประสิทธิภาพ (= effective)
estimate (v)/ˈestɪmeɪt/ประมาณ
impose (v)/ɪmˈpəʊz/กำหนด
mistake (n)/mɪˈsteɪk/ความผิดพลาด
prompt (adj)/ˈprɑːmpt/รวดเร็ว ทันทีทันใด (= punctual)
rectify (v)/ˈrektɪfaɪ/แก้ให้ถูกต้อง
terms (n)/tɜːrmz/เงื่อนไข

Warranties (การรับประกัน)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
characteristic(adj, n)/ˌker.ək.təˈrɪs.tɪk/มีลักษณะพิเศษ (adj)ลักษณะเฉพาะ (n)
consequence (n)/ˈkɑːnsɪkwens/ผลลัพธ์
cover (v)/ˈkʌvər/ครอบ
expiration (n)/ˌek.spəˈreɪ.ʃən/การหมดอายุ
frequently (adv)/ˈfriːkwəntli/เป็นประจำ
imply (v)/ɪmˈplaɪ/เกริ่น
promise (n, v)/ˈprɑːmɪsคำสัญญา (n)สัญญาt (v)
reputation (n)/ˌrepjuˈteɪʃn/ชื่อเสียง
require (v)/rɪˈkwaɪər/เรียกร้อง
variety (n)/vəˈraɪəti/ความหลากหลาย

Product development (การพัฒนาผลิตภัณฑ์)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
ascertain (v)/ˌæsərˈteɪn/ตรวจสอบ
assume (v)/əˈsuːm/สมมติ
decade (v)/ˈdekeɪd/ทศวรรษ
examine (v)/ɪɡˈzæmɪn/พิจารณา
experiment (n, v)/ɪkˈsperɪmənt/ทดลอง (v)การทดลอง (n)
logical (adj)/ˈlɑːdʒɪkl/ตรรกะ
research (n, v)/rɪˈsɜːrtʃ/ทำวิจัย (v)การวิจัย (n)
responsibility (n)/rɪˌspɑːnsəˈbɪləti/ความรับผิดชอบ
solve (v)/sɑːlv/แก้ปัญหา
supervisor (n)/ˈsupərˌvaɪzər/ ผู้ควบคุมดูแล
systematic (adj)/ˌsɪstəˈmætɪk/ตามระบบ

Quality control (การควบคุมคุณภาพ)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
brand (n)/brænd/ยี่ห้อ
conform to (v)/kənˈfɔːrm tu/สอดคล้อง
defect (n)/ˈdiːfekt/ข้อบกพร่อง
enhance (v)/ɪnˈhæns/ยกระดับ
garment (n)/ˈɡɑːrmənt/เสื้อผ้า
inspect (v)/ɪnˈspekt/ตรวจสอบ
perceptive (adj)/pərˈsɛptɪv/มีไหวพริบ
repel (v)/rɪˈpel/ปฏิเสธ (ลูกค้า)
take back (v)/teɪk bæk/นำกลับคืน
throw out (v)/θrəʊ aʊt/โยนทิ้ง
uniformly (adv)/ˈyunəˌfɔrm/เหมือนกัน สอดคล้องกัน
wrinkle (n)/ˈrɪŋkl/รอยย่น

คำศัพท์ TOEIC หมวดการเงิน

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
address (n, v)/əˈdres/จ่าหน้าซอง (v)สุนทรพจน์ (n)
avoid (v)/əˈvɔɪd/หลีกเลี่ยง
demonstrate (v)/ˈdemənstreɪt/แสดง สาธิต
develop (v)/dɪˈveləp/พัฒนา
evaluate (v)/ɪˈvæljueɪt/ประเมินค่า
gather (v)/ˈɡæðər/รวบรวม
offer (v)/ˈɔːfər/เสนอ
primarily (adv)/praɪˈmerəli/อย่างสำคัญหรือส่วนมาก
risk (n)/rɪsk/ความเสี่ยง
strategy (n)/ˈstrætədʒi/กลยุทธ์
strengthen (v)/ˈstreŋθn/ทำให้แข็งแรง
substitution (n)/ˌsʌb.stəˈtuː.ʃən/การแทนที่ (= replacement)

Banking (การธนาคาร)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
accept (n)/əkˈsept/ยอมรับ
balance (n)/ˈbæləns/ความสมดุลยอดเงินในบัญชี
borrow (v)/ˈbɑːroʊ/ยืม กู้เงิน
cautiously (adv)/ˈkɑː.ʃəs.li/อย่างระมัดระวัง
deduct (v)/dɪˈdʌkt/หักหรือลด
dividend (n)/ˈdɪvɪdend/เงินปันผล
down payment (n)/daʊn ˈpeɪmənt/เงินมัดจำ
mortgage (n, v)/ˈmɔːrɡɪdʒ/การจำนอง (n)จำนอง (v)
restricted (adj)/rəˈstriktəd/ถูกจำกัด (= limited)
signature (n)/ˈsɪɡ.nə.tʃɚ/ลายเซ็น
take out (v)/teɪk aʊt/ถอนเงิน
transaction (n)/trænˈzæk.ʃən/ธุรกรรม

Accounting (การบัญชี)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
accounting (n)/əˈkaʊntɪŋ/การบัญชี
accumulate (v)/əˈkjuːmjəleɪt/สะสม
asset (n)/ˈæset/ทรัพย์สิน
audit (v)/ˈɔːdɪt/ตรวจสอบบัญชี
budget (n, v)/ˈbʌdʒɪt/ควบคุมการใช้เงิน (v)งบประมาณ (n)
build up (v)/bɪld ʌp/การสะสม
client (n)/ˈklaɪənt/ลูกค้า
debt (n)/det/หนี้
outstanding (adj)/aʊtˈstændɪŋ/ค้างชำระ
profitable (adj)/ˈprɑː.fɪ.t̬ə.bəl/ทำกำไรได้
reconcile (v)/ˈrekənsaɪl/ไกล่เกลี่ย
turnover (n)/ˈtɜːrnoʊvər/มูลค่าการซื้อขาย

Investments (การลงทุน)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
aggressive (adj)/əˈɡresɪv/การแข็งขัน
attitude (n)/ˈætɪtuːd/ทัศนคติ
commit (v)/kəˈmɪt/ผูกมัด
conservative (adj)/kənˈsɝː.və.t̬ɪv/รอบคอบสงวนไว้
fund (n, v)/fʌnd/สปอนเซอร์ (v)กองทุน (n)
invest/ɪnˈvest/ลงทุน
long-term (adj)/ˌlɔːŋ ˈtɜːrm/ระยะยาว
portfolio (n)/pɔːrtˈfoʊlioʊ/แฟ้มสะสมผลงาน
pull out (v)/pʊl aʊt/ถอน (ลงทุน)
resource (n)/ˈriːsɔːrs/แหล่งที่มา ทรัพยากร
return (n)/rɪˈtɜːrn/กำไร
wisely (adv)/ˈwaɪz.li/อย่างฉลาด

Renting and leasing (เช่าและให้เช่า)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
apprehensive (adj)/ˌæprɪˈhensɪv/วิตกกังวล
circumstance (n)/ˈsɜːrkəmstæns/สถานการณ์
condition (n)/kənˈdɪʃn/เงื่อนไข
due to (pre)/duː tu/เนื่องจาก เพราะ
fluctuate (v)/ˈflʌktʃueɪt/ผันผวน
get out of (v)/ɡet aʊt əv/ยกเลิก ยุติ
indicator (n)/ˈɪndəˌkeɪt̮ər/ดรรชนี
lease (n, v)/liːs/สัญญาเช่า (n)ให้เช่า (v)
lock into (v)/lɑːk ˈɪntu/ข้อจำกัด
occupy (n)/ˈɑːkjupaɪ/ครอบครอง
tenant (n)/ˈtenənt/ผู้เช่า
subject to (v)/ˈsʌbdʒɪkt/ขึ้นอยู่กับ

Financial Statements (งบการเงิน)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
desire (n, v)/dɪˈzaɪər/ต้องการ (v)ความต้องการ (n)
detail (n)/ˈdiːteɪl/รายละเอียด
forecast (n, v)/ˈfɔːrkæst/คาดคะเน (v)การคาดคะเน (n)
level (n)/ˈlevl/ระดับ
overall (adj)/ˌoʊvərˈɔːl/ทั้งหมด
perspective (n)/pərˈspektɪv/มุมมอง
project (n, v)/prəˈdʒekt/โครงการ (n)การประมาณการ (v)
realistic (adj)/ˌriː.əˈlɪs.tɪk/เป็นจริง
target (v)/ˈtɑːrɡɪt/ตั้งเป้าหมาย
translation (n)/trænzˈleɪ.ʃən/ฉบับแปล การแปลภาษา
typically (adv)/ˈtɪp.ɪ.kəl.i/อย่างเป็นแบบฉบับ
yield (v, n)/jiːld/ปริมาณผลผลิต (n)ผลิต (v)

Taxes (ภาษี)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
calculation (n)/ˌkæl.kjəˈleɪ.ʃən/การคำนวณ
deadline (n)/ˈdedlaɪn/วันกำหนดส่ง
file (v)/faɪl/ส่งจัดเรียง (เอกสาร)
fill out (v)/fɪl aʊt/กรอก (เอกสาร)
give up (v)/ɡɪv ʌp/ยอมแพ้
joint (adj)/dʒɔɪnt/สัมพันธ์กัน
own (v)/oʊ/เป็นเจ้าของ
penalty (n)/ˈpen.əl.ti/ค่าปรับ การลงโทษ
preparation (n)/ˌprep.əˈreɪ.ʃən/การเตรียมพร้อม
refund (n, v)/rɪˈfʌnd/การชดใช้ (n)ชดใช้ (v)
spouse (n)/spaʊs/คู่สมรส
withhold (v)/wɪðˈhoʊld/เก็บไว้

คำศัพท์ Toeic หมวดการรับประทานอาหาร

หลังจากที่ได้เรียนรู้คำศัพท์ในหัวข้อทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องแล้ว เพื่อนๆคงจะรู้สึกว่า “หายใจไม่ค่อยออก” ใช่ไหม? งั้นมา “เปลี่ยนทุกอย่าง” กับ ELSA Speak ด้วยหัวข้ออื่นๆ ที่ “ง่ายขึ้น” กันดีกว่า โดยเริ่มจากคำศัพท์ TOEIC ในหมวดการรับประทานอาหารกันเลย

Selecting a restaurant (การเลือกร้านอาหาร)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
appeal (n)/əˈpiːl/ดึงดูดใจ
arrive (v)/əˈraɪv/ถึง
compromise (n, v)/ˈkɑːmprəmaɪz/ประนีประนอม (v)การประนีประนอม (n)
daring (adj)/ˈdɛrɪŋ/กล้าหาญ
familiar with (adj)/fəˈmɪliər wɪθ/ /คุ้นเคยกับ
guide (n, v)/ɡaɪd/มัคคุเทศก์, แนะแนว
majority (n)/məˈdʒɔːrəti/ส่วนใหญ่
mix (v)/mɪks/ผสม
rely on (v)/rɪˈlaɪ ɔːn/พึ่งพา
secure (v, adj)/sɪˈkjʊr/ปกป้อง (v)ปลอดภัย (adj)
subjective (adj)/səbˈdʒektɪv/อยู่ภายในใจ
suggestion (n)səɡˈdʒɛstʃən/การชักชวน

Eating out (ทานอาหารนอกบ้าน)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
appetite (n)/ˈæpɪtaɪt/ความอยากอาหาร
complete (v)/kəmˈpliːt/ครบ
excite (v)/ɪkˈsaɪt/กระตุ้น
flavor (n)/ˈfleɪvər/รสชาติ
foreign (adj)/ˈfɔːrən/ต่างชาติ
ingredient (n)/ɪnˈɡriːdiənt/ส่วนผสม
judge (n, v)/dʒʌdʒ/กรรมการ (n)คิดเห็น (v)
mix-up (n)/mɪks ʌp/สับสนวุ่นวาย
patron (n)/ˈpeɪtrənลูกค้าประจำ
predict (v)/prɪˈdɪkt/คาดการณ์ล่วงหน้า
randomly (adv)/ˈrændəm/บังเอิญ
remind (v)/rɪˈmaɪnd/เตือนความจำ

Ordering lunch (สั่งอาหารกลางวัน)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
burden (n, v)/ˈbɜːrdn/ภาระ (n)สร้างภาระ (v)
commonly (adv)/ˈkɑmənli/โดยปกติ
delivery (n)/dɪˈlɪvəri/การส่งสินค้า
elegance (n)/ˈelɪɡəns/ความงดงาม
fall to (v)/fɔːl tuː/ตกอยู่ในมือ (พูดถึงความรับผิดชอบ)
impress (v)/ɪmˈpres/ทำให้ประทับใจ
individual (adj)/ˌɪndɪˈvɪdʒuəl/ส่วนตัว
reasonable (adj)/ˈriːznəbl/พอสมควร
multiple (adj, v)/ˈmʌltɪplaɪ/มากมาย (adj)ทำให้เพิ่มขึ้น (v)
narrow (adj, v)/ˈnæroʊ/แคบ (adj)ทำให้แคบลง (v)
pick up (v)/pɪk ʌp/รับสินค้าถึงหน้างาน
settle (v)/ˈsetl/ชำระ

Cooking (ทำอาหาร)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
accustom to (v)/əˈkʌstəm tu/ทำให้คุ้นเคย
apprentice (n)/əˈprentɪs/เด็กฝึกงาน
culinary (adj)/ˈkʌlɪneri/เกี่ยวกับการทำอาหาร
demanding (adj)/dɪˈmændɪŋ/เรียกร้อง
draw (v)/drɔː/ดึงดูด
incorporate (v)/ɪnˈkɔːrpəreɪt/รวมเข้าด้วยกัน
influx (n)/ˈɪnflʌks/การไหลเข้า
method (n)/ˈmeθəd/วิธี
methodical (adj)/məˈθɑdɪkl/มีระเบียบแบบแผน
procedure (n)/prəˈsidʒər/กระบวนการ
outlet (n)/ˈaʊtlet/วิธีการระบายออก
profession (n)/prəˈfeʃn/อาชีพ
relinquish (v)/rɪˈlɪŋkwɪʃ/ยกเลิก

Cooking as a career (อาชีพการทำอาหาร)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
apprentice (n)/əˈprentɪs/ผู้ฝึกงาน
accustom to (v)/əˈkʌstəm tu/ทำให้คุ้นเคยกับ
culinary (adj)/ˈkʌlɪneri/เกี่ยวกับการทำอาหาร
demanding (adj)/dɪˈmændɪŋ/ที่ต้องการความพยายามสูง
draw (v)/drɔː/น่าดึงดูด
influx (n)/ˈɪnflʌks/การไหลเข้า
incorporate (v)/ɪnˈkɔːrpəreɪt/รวมเข้าด้วยกัน
methodical (adj)/məˈθɑdɪkl/ทำตามขั้นตอนอย่างรอบคอบ
method (n)/ˈmeθəd/วิธีการ
outlet (n)/ˈaʊtlet/วิธีการแสดงออก
procedure (n)/prəˈsidʒər/กระบวนการ
profession (n)/prəˈfeʃn/ความเชี่ยวชาญ
refrigerator (n)/rɪˈfrɪdʒ.ər.eɪ.tər/ตู้เย็น
regional (adj)/ˈridʒənl/ที่เกี่ยวกับภูมิภาค
repetitive (adj)/rɪˈpet̬.ə.t̬ɪv/ซึ่งเกิดซ้ำๆ
represent (v)/ˌrep.rɪˈzent/บรรยาย, จินตนาการ
relinquish (v)/rɪˈlɪŋkwɪʃ/ยกเลิก
sample (n)/´sa:mpl/ตัวอย่าง
theme (n)/θiːm/หัวข้อ หรือสาระสำคัญ

Hotel (โรงแรม)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
advance (v)/ədˈvæns/ 33ก้าวไปข้างหน้า, พัฒนา
check in (v)/tʃek ɪn/เช็คอิน(การลงทะเบียนเข้าพักในโรงแรมหรือที่พัก)
chain (n)/tʃeɪn/โซ่  กลุ่มบริษัท
confirm (v)/kənˈfɜːrm/ยืนยัน
expect (v)/ɪkˈspekt/คาดหวัง
housekeeper (n)/ˈhaʊskiːpər/แม่บ้าน
notify (v)/ˈnoʊtɪfaɪ/ประกาศ
preclude (v)/prɪˈkluːd/ขัดขวาง
quote (n)/kwoʊt/คำอ้างอิง
reserve (v)/rɪˈzɜːrv/จอง
rate (n)/reɪt/อัตรา
serve (v)/sɜːrv/บริการ
service (n)/’sə:vis/การบริการ
starter (n)/ˈstɑːr.t̬ɚ/ผู้ให้สัญญาณ
surrounding (adj)/səˈraʊn.dɪŋ/แวดล้อม
supporter (n)/səˈpɔːr.t̬ɚ/ผู้สนับสนุน
supervise (v)/ˈsuː.pɚ.vaɪz/ตรวจตรา
subscription (n)/səbˈskrɪp.ʃən/การสมัครสมาชิก

เพื่อนๆชอบไปเที่ยวไหม? หมวดต่อไปจะเป็นคำศัพท์เกี่ยวกับการเดินทางและการท่องเที่ยว หากเพื่อนๆเป็นคนชอบไปเที่ยว อย่าข้ามหมวดต่อไปนี้เด็ดขาด

คำศัพท์ TOEIC หมวดยานพาหนะ

คำศัพท์ TOEIC หมวดยานพาหนะ

General Travel (การท่องเที่ยว)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
agency (n)/ˈeɪdʒənsi/บริษัทตัวแทน
announce (v)/əˈnaʊns/ประกาศ
beverage (n)/ˈbevərɪdʒ/เครื่องดื่ม
board (v)/bɔːrd/ขึ้นรถ
claim (v)/kleɪm/เรียกร้อง
delay (v)/dɪˈleɪ/ล่าช้า
depart (v)/dɪˈpɑːrt/ออกเดินทาง
embark (v)/ɪmˈbɑːrk/ขึ้นเครื่องบิน
itinerary (n)/aɪˈtɪnəreri/รายละเอียดการเดินทาง
luggage (n)/ˈlʌɡɪdʒ/กระเป๋าเดินทาง
prohibit (v)/prəˈhɪbɪt/ห้าม
validate (v)/ˈvælɪdeɪt/อนุมัติ

Airlines (สายการบิน)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
deal with (v)/diːl wɪθ/จัดการกับ
destination (n)/ˌdestɪˈneɪʃn/จุดหมายปลายทาง
distinguish (v)/dɪˈstɪŋɡwɪʃ/จำแนก
economize (v)/ɪˈkɑːnəmaɪz/ประหยัด
equivalent (adj)/ɪˈkwɪvələnt/เท่ากัน
excursion (n)/ɪkˈskɜːrʒn/การเดินทางในระยะสั้นๆ
expense (n)/ɪkˈspens/ค่าใช้จ่าย
extend (v)/ɪkˈstend/ขยายออก
prospective (adj)/prəˈspektɪvที่คาดหวัง
situation (n)/ˌsɪtʃuˈeɪʃn/สถานการณ์
substance (n)/ˈsʌbstəns/สาร
economy class (n)/ɪˈkɑnəmi klæs/ชั้นโดยสารแบบประหยัด

Trains (รถไฟ)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
comprehensive (adj)/ˌkɑːmprɪˈhensɪv/ครอบคลุม
deluxe (adj)/ˌdəˈlʌks/หรูหรา
directory (n)/daɪˈrɛktəri/หนังสือคำแนะนำ
duration (n)/duˈreɪʃn/ระยะเวลา
entitle (v)/ɪnˈtaɪtl/อนุมัติ
fare (n)/fer/ค่าตั๋ว
offset (v)/ˈɔːfset/ชดเชย
operate (v)/ˈɑːpəreɪt/ปฏิบัติ
punctual (adj)/ˈpʌŋktʃuəl/ตรงเวลา
relatively (adv)/ˈrɛlət̮ɪvli/อย่างสัมพันธ์
remainder (n)/rɪˈmeɪndər/เศษ
remote (adj)/rɪˈmoʊt/ระยะไกล

Car rentals (เช่ารถ)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
coincide (v)/ˌkoʊɪnˈsaɪd/เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน
confusion (n)/kənˈfyuʒn/ความสับสน
contact (v)/ˈkɑːntækt/ติดต่อ
disappoint (v)/ˌdɪsəˈpɔɪnt/ทำให้ผิดหวัง
guarantee (v, n)/ˌɡærənˈtiː/รับประกัน (v)การรับประกัน (n)
intend (v)/ɪnˈtend/ตั้งใจ
license (v)/ˈlaɪsns/อนุญาต
nervous (adj)/ˈnɜːrvəs/กระวนกระวาย
request (n, v)/rɪˈkwest/ขอร้อง (v)คำขอร้อง (n)
tempt (v)/tempt/เย้ายวนใจ
thrill (n, v)/θrɪl/ตื่นเต้น (v)รู้สึกตื่นเต้น (n)
tier (n)/tɪr/แถวที่นั่ง

Traffic (การจราจร)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
accident (n)/ˈæk.sə.dənt/อุบัติเหตุ, บังเอิญ
alarm (n)/əˈlɑːrm/สัญญาณเตือนภัย
allow (v)/əˈlaʊ/อนุญาต
assistance (n)/əˈsɪs.təns/การช่วยเหลือ
circumstances (n)/ˈsɝː.kəm.stæns/สถานการณ์
commute (v)/kəˈmjuːt/เดินทางไปกลับเป็นประจำโดยรถไฟ, รถยนต์ 
commuter (n)/kəˈmjuː.t̬ɚ/ผู้ที่เดินทางไปกลับเป็นประจำ
crash (n, v)/kræʃ/การชนกัน
emergency (n)/ɪˈmɝː.dʒən.si/ภาวะฉุกเฉิน
jeopardy (n)/ˈdʒep.ɚ.di/การตกอยู่ในอันตราย, การเสี่ยงภัย
justice (n)/ˈdʒʌs.tɪs/ความยุติธรรม
lean (n)/li:n/ความลาดชัน, ความลาดเอียง
limousine (n)/´limə¸zi:n/รถยนต์ขนาดใหญ่
narrow (adj)/’nærou/แคบ
recent (adj)/´ri:sənt/เมื่อเร็ว ๆ นี้
regional (adj)/ˈridʒənl/เกี่ยวกับภูมิภาค
shuttle (n)/ˈʃʌt̬.əl/ยานพาหนะ
traffic (n)/ˈtræf.ɪk/การจราจร

>>> อ่านเพิ่มเติม: ป้ายจราจร ภาษาอังกฤษ คำศัพท์ที่คุณไม่ควรพลาด

ในชุด คำศัพท์ TOEIC 2026 มีหัวข้อยอดนิยมและน่าสนใจสำหรับใครหลายๆ คน นั่นก็คือ หัวข้อ “บันเทิง” คำศัพท์ในหมวดนี้มีความหลากหลายมาก งั้นเรามาเรียนรู้ไปพร้อมกันนะ

หมวดการบันเทิง

Movies (ภาพยนต์)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
attain (v)/əˈteɪn/บรรลุเป้าหมาย
combine (v)/kəmˈbaɪn/ประสมประสาน
continue (v)/kənˈtɪnjuː/ดำเนินการต่อ (= go on)
description (n)/dɪˈskrɪpʃn/คำอธิบาย
disperse (v)/dɪˈspɜːrs/แยกย้ายกันไป
entertain (v)/ˌentərˈteɪn/อิทธิผล (n)มีอิทธิผลต่อ (v)
influence (n, v)/ˈɪnfluəns/อิทธิผล (n)มีอิทธิผลต่อ (v)
range (n)/reɪndʒ/ขอบเขต
release (n, v)/rɪˈliːs/ออกวางจำหน่าย (v)แก้ (n)
represent (v)/ˌreprɪˈzent/เป็นตัวแทน
separate (v)/ˈsepəreɪt/แบ่งแยก
successive (adj)/səkˈsesiv/ตามลำดับ

Theater (โรงภาพยนตร์)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
acting (adj, n)/ˈæktɪŋ/ที่รักษาการในตำแหน่ง (adj)การแสดง (n)
approach (v)/əˈprəʊtʃ/เข้าถึง
audience (n)/ˈɔːdiəns/ผู้ชม (ชมสด)
create (v)/kriˈeɪt/สร้างหรือรังสรรค์
dialogue (n)/ˈdaɪəlɑːɡ/บทสนทนา
element (n)/ˈelɪmənt/องค์ประกอบ
experience (n)/ɪkˈspɪriəns/ประสบการณ์
occur (v)/əˈkɜːr/เกิดขึ้น
perform (v)/pərˈfɔːrm/แสดง
rehearse (v)/rɪˈhɜːrs/ซ้อม
review (n, v)/rɪˈvjuː/บทวิจารณ์ (n)ทบทวน (v)
sell out (v)/sel aʊt/ขายหมด

Music (เพลง)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
available  (adj)/əˈveɪləbl/มีอยู่ ใช้เป็นประโยชน์ได้
broaden (v)/ˈbrɔːdn/ขยาย
categorize (v)/ˈkætəɡəraɪz/จำแนกประเภท
disparate (adj)/ˈdɪs.pɚ.ət/แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
divide (v)/dɪˈvaɪd/แบ่งปัน
favor(v)/ˈfeɪvər/โปรดปราน
instinct (n)/ˈɪnstɪŋkt/สัญชาตญาณ
live (adj)/laɪv/มีชีวิตอยู่
reason (n)/ˈriːzn/เหตุผล
relaxation (n)/ˌrilækˈseɪʃn/การพักผ่อน
taste (n)/teɪst/สุนทรียศาสตร์
urge (v, n)/ɜːrdʒ/กระตุ้น (v)การกระตุ้น (n)

Museums (พิพิธภัณฑ์)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
acquire (v)/əˈkwaɪər/ได้รับได้เรียนรู้ (ความรู้)
admire (v)/ədˈmaɪər/ชื่นชม
collection (n)/kəˈlɛkʃn/การสะสม
criticism (n)/ˈkrɪt̮əˌsɪzəm/การวิจารณ์
express (v)/ɪkˈspres/ด่วนพิเศษ
fashion (n)/ˈfæʃn/สมัยนิยม (แฟชั่น)
leisure (n)/ˈliːʒər/เวลาว่าง
respond (v)/rɪˈspɑːnd/ตอบกลับ
schedule (n, v)/ˈskedʒuːl/แผนการ (n)ทำรายการ (v) (= plan)
significant (adj)/sɪɡˈnɪfɪkənt/สำคัญ
specialize in (v)/ˈspeʃəlaɪz  ɪn/เชี่ยวชาญใน
spectrum (n)/ˈspektrəm/คลื่นความถี่

Media (สื่อ)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
assignment (n)/əˈsaɪnmənt/การมอบหมาย
constitute (v)/ˈkɑːnstətuːt/ประกอบด้วย
decisive (adj)/dɪˈsaɪsɪv/ เด็ดขาด
disseminate (v)/dɪˈsemɪneɪt/เผยแพร่
impact (n)/ɪmˈpækt/ผลกระทบ
in-depth (idiom)/ɪn depθ/ถี่ถ้วน
investigate (v)/ɪnˈvestɪɡeɪt/สอบสวน
link (v, n)/lɪŋk/ลิงค์ (n)การเชื่อมต่อ (วี)
politician (n)/ˌpɑːləˈtɪʃn/นักการเมือง
subscribe to (v)/səbˈskraɪb/การบริจาค
thorough (adj)/ˈθɜːroʊ/อย่างละเอียด
choosy (adj)/ˈtʃuzi/เอาใจยาก

Emotion (อารมณ์)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
delighted (adj)/dɪˈlaɪ.t̬ɪd/ปลาบปลื้มใจ
downturn (n)/ˈdaʊn.tɝːn/แนวโน้มที่แย่ลง
endure (v)/ɪnˈdʊr/อดทน
intently (adv)/ɪnˈtent.li/อย่างตั้งใจ
jealous (adj)/ˈdʒel.əs/อิจฉา
keen (adj)/kiːn/สนใจอย่างมาก
onward (adj)/’ɔnwəd/ก้าวหน้า
optimistic (adj)/¸ɔpti´mistik/มองโลกในแง่ดี
pleasant (adj)/’plezənt/น่าเพลิดเพลิน, เป็นมิตร
pointless (adj)/´pɔintlis/ไร้จุดหมาย, ไร้ประโยชน์
polite (adj)/pəˈlaɪt/สุภาพ, มีมารยาท, นอบน้อม
regardless (adv)/ri´ga:dlis/โดยไม่คำนึงถึง หรือ โดยไม่สนใจ
regret (n, v)/ri’gret/รู้สึกเสียใจ
satisfied (adj)/’sætisfaid/รู้สึกพึงพอใจ
terrible (adj)/ˈter.ə.bəl/แย่มาก
terrific (adj)/təˈrɪf.ɪk/ยอดเยี่ยม
trust (v)/trʌst/เชื่อใจ
upset (v, adj)/ʌpˈset/เสียใจ ผิดหวัง

Literature (วรรณกรรม)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
admire (v)/ədˈmaɪr/ชื่นชม
background (n)/ˈbæk.ɡraʊnd/ภูมิหลัง, ประวัติ
beautiful (adj)/ˈbjuː.t̬ə.fəl/สวยงาม
behave (v)/bɪˈheɪv/ประพฤติตน
bored (adj)/bɔːrd/เบื่อหน่าย
bottom line (n)/ˌbɑː.t̬əm ˈlaɪn/ส่วนสำคัญที่สุด
capital (n)/ˈkæp.ə.t̬əl/เมืองหลวง, เงินทุน, ตัวอักษรใหญ่
compliment (n)/ˈkɑːm.plə.mənt/คำชมเชย
critical (adj)/ˈkrɪt̬.ɪ.kəl/วิกฤต, อันตราย
document (n)/ˈdɑː.kjə.mənt/เอกสาร
enlighten (v)/ɪnˈlaɪ.t̬ən/ทำให้กระจ่าง
exhibit (v)/ɪɡˈzɪb.ɪt/จัดแสดง
perform (v)/pə´fɔ:m/แสดง, ปฏิบัติ
popularity (n)/ˌpɒpyəˈlærɪti/ความนิยมชมชอบ
potential (adj)/pəˈtenʃl/ศักยภาพ

มาถึงจุดนี้ได้แสดงว่าคุณใกล้จะสิ้นสุดการเดินทางแล้ว! ในหัวข้อสุดท้าย คุณจะได้เรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับสุขภาพและหัวข้อที่เกี่ยวข้อง ไปดูกันเลย!

คำศัพท์ TOEIC หมวดสุขภาพ

คำศัพท์ TOEIC หมวดสุขภาพ

Dentist’s office (สำนักงานทันตแพทย์)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
catch up (v)/kætʃ ʌp/ตามทัน
distract (v)/dɪˈstrækt/ทำให้เขว
encourage (v) somebody to Verb/ɪnˈkɜːrɪdʒ/ให้กำลังใจ
evident (adj)/ˈevɪdənt/ชัดเจน (= obvious)
habit (n)/ˈhæbɪt/นิสัย
illuminate (v)/ɪˈluːmɪneɪt/ส่องสว่าง
irritate (v)/ˈɪrɪteɪt/ทำให้ระคายเคือง
overview (n)/ˈoʊvərvjuː/การอธิบายโดยสรุป
position (n)/pəˈzɪʃn/ตำแหน่ง ฐานะ
regular (adj)/ˈreɡjələr/สม่ำเสมอ
restore (v)/rɪˈstɔːr/ฟื้นฟู
aware (adj)/əˈwer/ตระหนัก

Doctor’s office (ห้องแพทย์)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
annual (adj)/ˈænjuəl/ประจำปี
appoint (v)/əˈpɔɪnt/กำหนด (วัน เวลา สถานที่)
assess (v)/əˈses/ประเมินค่า
diagnose (v)/ˌdaɪəɡˈnoʊs/วินิจฉัย
effective (adj)/ɪˈfektɪv/มีประสิทธิภาพ
instrument (n)/ˈɪnstrəmənt/อุปกรณ์
manage (v)/ˈmænɪdʒ/จัดการ
prevent (v)/prɪˈvent/ป้องกัน
recommend (v)/ˌrekəˈmend/แนะนำ
record (v)/rɪˈkɔːrd/เขียนบันทึก
serious (adj)/ˈsɪriəs/ร้ายแรง
prevention is better than cure (idiom)กันไว้ดีกว่าแก้

Health insurance (ประกันสุขภาพ)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
alternative (adj)/ɔːlˈtɜːrnətɪv/ทางเลือก
aspect (n)/ˈæspekt/ลักษณะ, มุมมอง
concern  (n, v)/kənˈsɜːrn/กังวล (n)สิ่งทำให้กังวล (v)
emphasize (v)/ˈemfəsaɪz/เน้นย้ำ
incur (v)/ɪnˈkɜːr/ประสบ(สิ่งไม่ดี)
personnel (n)/ˌpɜːrsəˈnel/บุคลากร
policy (n)/ˈpɑːləsi/นโยบาย
portion (n)/ˈpɔːrʃn/ส่วน
regardless (adv)/rɪˈɡɑrdləs/โดยไม่ระมัดระวัง
reimburse (v)/ˌriːɪmˈbɜːrs/ชำระเงินคืน
suit (v)/suːt/เหมาะกับ
treat (v)/triːt/รักษา

Hospitals (โรงพยาบาล)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
accompany (v)/əˈkʌmpəni/ไปมาเป็นเพื่อน
admit (v)/ədˈmɪt/รับเข้า
authorize (v)/ˈɔːθəraɪz/มอบอำนาจ
designate (v)/ˈdezɪɡneɪt/กำหนด
escort (n)/ɪˈskɔːrt/ผู้ที่ไปเป็นเพื่อน
identify (v)/aɪˈdentɪfaɪ/ระบุ
permission (n)/pərˈmɪʃn/การอนุมัติ
pertinent (adj)/ˈpɜːrtnənt/เกี่ยวข้อง
procedure (n)/prəˈsiːdʒər/กระบวนการ
result (n)/rɪˈzʌlt/ผล
statement (n)/ˈsteɪtmənt/รายงาน
surgery (n)/ˈsɜːrdʒəri/ศัลยศาสตร์, ศัลยกรรม

Pharmacy (เภสัชศาสตร์)

คำศํพท์คำอ่านความหมาย
consultation (n)/ˌkɑnslˈteɪʃn/การปรึกษาหารือ
convenient (adj)/kənˈviːniənt/มีประโยชน์
detect (v)/dɪˈtekt/ค้นหา
factor (n)/ˈfæktər/ปัจจัย
interaction (n)/ˌɪntərˈækt/ปฏิสัมพันธ์
limit (n)/ˈlɪmɪt/ขีดจำกัด
monitor (v)/ˈmɑːnɪtər/ ตรวจสอบ
potential (adj)/pəˈtenʃl/มีความสามารถ
sample (n)/ˈsæmpl/สารทดลอง (n)
sense (n)/sens/ความรู้สึก (n)
volunteer (n, v)/ˌvɑː.lənˈtɪr/อาสา (v)อาสาสมัคร (n)

คำศัพท์ TOEIC หมวดอื่นๆ

วิธีเรียน TOEIC ที่มีประสิทธิภาพ

วิธีการเรียนที่มีประสิทธิภาพที่สุด

Context-based learning & Task-based learning

วิธีการเรียนคำศัพท์ TOEIC (toeic vocab) ที่คุณต้องลองคือการผสมผสานระหว่าง Context-based Learning และ Task-based Learning:

Multimodal approach 

วิธีการเรียนรู้คำศัพท์ TOEIC ต่อไปนี้คือการเรียนรู้แบบหลายรูปแบบ มีทั้งหมด 4 รูปแบบดังต่อไปนี้ VARK: Seeing, Listening, Touching, Reading/Writing

วิธีเรียน TOEIC ที่มีประสิทธิภาพ

ดูกิจกรรมทั้ง 4 ภาพด้านบน แล้วเลือก 1-2 ภาพที่คุณชอบมากที่สุด จากนั้นเข้าร่วม ELSA Speak เพื่อดูว่ารูปแบบการเรียนรู้แบบใดที่เหมาะกับคุณเพื่อนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพกับตัวคุณเอง:

ทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าตัวเองเป็น V, A, R หรือ K และหลังจากที่ได้ค้นพบวิธีการเรียนคำศัพท์ TOEIC ที่เหมาะที่สุดกับคุณแล้ว คุณควรใช้วิธีนี้มากขึ้นเพื่อพัฒนาจุดแข็งของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ยังคงจำเป็นต้องพัฒนาและใช้วิธีการต่างๆ เพื่อการเรียนรู้ที่ดีที่สุด 

ตัวอย่างเช่น ถ้าผู้เรียนเลือกเรียนแค่วิธี Visual learner เรียนรู้จากการมองเห็นเท่านั้น มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีปัญหาในการออกเสียงคำศัพท์ เนื่องจากไม่ได้สัมผัสกับการออกเสียงนั้นมากพอ

วิธีบันทึกและท่องศัพท์ toeic

เรียนรู้และจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษผ่านแอป 

คุณสามารถค้นหาคำศัพท์ผ่านเว็บไซต์ ELSA Speak ได้ ซึ่งการเรียนรู้คำศัพท์ต้องควบคู่ไปกับการออกเสียงที่ถูกต้องเพื่อช่วยให้คุณ “พัฒนา” และก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว อาจกล่าวได้ว่าการเรียนด้วย ELSA Speak เป็นการผสมผสานระหว่างวิธีการข้างต้น ซึ่งช่วยให้คุณพัฒนาคำศัพท์และฝึกการออกเสียงได้เหมือนเจ้าของภาษา ปัจจุบัน ELSA ได้พัฒนาหัวข้อต่างๆ มากกว่า 50 หัวข้อ รวมถึงคำศัพท์ที่ใช้กันทั่วไปใน TOEIC พร้อมด้วยบทเรียนที่ใช้งานง่ายมากกว่า 25,000 บท ซึ่งใกล้เคียงกับชีวิตจริงเพื่อช่วยให้คุณเพิ่มคำศัพท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้อง แบบฝึกหัดของ ELSA ถูกแบ่งจากระดับง่ายไปยาก เหมาะสำหรับทุกระดับและความต้องการในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่แตกต่างกันของคุณ

Spaced Repetition (การทบทวนและทำซ้ำวันละนิด)

วิธีนี้ใช้หลักการแบบกราฟเส้นโค้ง ตามแผนภาพด้านล่าง คุณจะเห็นได้ว่าระยะห่างระหว่างการทำซ้ำแต่ละครั้งจะค่อยๆ ห่างออกไปและไม่คงเดิม เหตุผลก็เพราะว่ายิ่งความรู้ถูกทำซ้ำมากเท่าไรก็ยิ่งใช้เวลานานในการลืม ดังนั้นเราควรทิ้งการทบทวนครั้งที่สองให้ไกลกว่าครั้งแรก และในทำนองเดียวกันการทบทวนครั้งที่สามก็ไกลกว่าครั้งที่สองเช่นกัน

Spaced Repetition (การทบทวนและทำซ้ำวันละนิด)

เวลาระหว่างการทบทวนของทั้งสองครั้งคือ 20-30% ของเวลาการเรียนทั้งหมด ตัวอย่างเช่น: คุณเรียนคำศัพท์ TOEIC ภายใน 3 เดือน (12 สัปดาห์) จากนั้นคำศัพท์ที่เรียนในสัปดาห์ที่ 1 จะถูกทบทวนในสัปดาห์ที่ 2 หรือ 4 ต่อไปทบทวนอีกครั้งในสัปดาห์ที่ 5 หรือ 7 และทบทวนอีกครั้งครั้งสุดท้ายในสัปดาห์ที่ 7 หรือ 11 ด้วยความถี่ในการทบทวนนี้ เมื่อคุณทำแบบทดสอบในสัปดาห์ที่ 12 สามารถรับประกันได้ว่าคุณจะไม่ลืมคำศัพท์ที่ได้เรียนรู้ไปอย่างแน่นอน

กรอกโค้ด DDAY เพื่อรับข้อเสนอพิเศษเลย

ELSA PREMIUM 1 ปี

ราคาเดิม: 8,497

1,999

ELSA PREMIUM ตลอดชีพ

ราคาเดิม : 9,999

4,699

ELSA PRO 1 ปี

ราคาเดิม: 2,499

1,425

ELSA Pro ตลอดชีพ

ราคาเดิม: 3,659

2,561

ดังนั้น ELSA Speak จึงรวบรวมศัพท์ TOEIC มากกว่า 1,000 คำในหัวข้อต่างๆมาให้คุณ พร้อมกับวิธีการเรียนรู้คำศัพท์ TOEIC อย่างมีประสิทธิภาพที่คุณสามารถเข้าใจและจดจำได้ง่าย! หวังว่าคุณจะใช้มันได้ดีและพิชิตคะแนน TOEIC ได้เต็มในการสอบครั้งนี้นะ

Yet ใช้ยังไง ? โครงสร้าง Yet เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้กันโดยทั่วไปในภาษาอังกฤษ แล้วคุณล่ะ มีความรู้เกี่ยวกับคําว่า “Yet” หรือยังเอ่ย งั้นตอนนี้เรามาทบทวนโครงสร้าง Yet กับ ELSA Speak เพื่อหาคําตอบเกี่ยวกับวิธีการใช้โครงสร้างนี้อย่างถูกต้องกันนะ

Yet คืออะไร?

ผู้เรียนภาษาอังกฤษรู้อยู่แล้วว่า “Yet” เป็นคำวิเศษณ์ที่อยู่ท้ายประโยคเพื่อ “อธิบายสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น” อย่างไรก็ตาม ในภาษาอังกฤษ Yet เป็นคำที่มีความยืดหยุ่นในความหมาย ซึ่งจะขึ้นอยู่กับบริบทนั้นๆ

Yet เป็นคำวิเศษณ์

หากเป็นคำวิเศษณ์ Yet มักจะปรากฏในประโยคปฏิเสธหรือประโยคคำถามของปัจจุบันกาลสมบูรณ์เพื่อบ่งบอกถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นหรือยังไม่จบสมบูรณ์และผู้พูดคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

ความหมาย: ยัง หรือยัง ยังไม่ได้

ตัวอย่าง:

Yet เป็นคําเชื่อม

Yet อาจเป็นคำเชื่อมที่คล้ายกับคําว่า “but” หรือ “nevertheless” เพื่อแสดงความแตกต่างระหว่างสองประโยค และมักจะอยู่หลังคำว่า “and”

ความหมาย: แต่ อย่างไรก็ตาม

ตัวอย่าง:

Yet คืออะไร?

>>> Read more: Linking verb คืออะไร – คำกริยาเชื่อมทั่วไปและแบบฝึกหัดพร้อมคำเฉลย

Yet ใช้กับ tense อะไร?

โครงสร้าง Yet ในปัจจุบันกาลสมบูรณ์

ในประโยคปฏิเสธปัจจุบันกาลสมบูรณ์

ในกรณีนี้ “Yet” มักจะอยู่ท้ายประโยค

S + have/ has + not (haven’t/ hasn’t) + V3 + yet

ข้อสังเกต: S = เป็นประธาน; V3 = กริยาในรูปอดิต (Past Participle)

ตัวอย่าง: They haven’t arrived yet. (แปล: พวกเขายังไม่มาเลย)

คุณรู้ have has ใช้ยังไง ใน tense แล้วหรือยัง? อ่านบทความนี้เพื่อเพิ่มความรู้และนำ have, has ไปใช้ให้ถูกต้องในชีวิตประจำวัน

ในประโยคคําถามปัจจุบันกาลสมบูรณ์

Have/ has + S + V3 + yet?

Note: S = ประธาน; V3 = กริยาในรูปอดิต (Past Participle)

ตัวอย่าง: Have you eaten lunch yet? (แปล: คุณทานข้าวเที่ยงหรือยัง?)

ตัวอย่าง: Hasn’t he called back yet? (แปล: เขายังไม่โทรกลับเหรอ?)

>>> Read more: ปัจจุบันกาลสมบูรณ์ (Present Perfect Tense) ในภาษาอังกฤษ

วลี “have yet to”

ใช้ในประโยคปฏิเสธและประโยคคําถามปัจจุบันกาลสมบูรณ์ 

S + have/ has yet to + V_inf

ข้อสังเกต: S = ประธาน; V_inf = กริยาตัวเดิมที่ไม่เติมแล้วก็ไม่ผัน

ตัวอย่าง 1: Lisa has yet to read the book required for the class. (แปล: ลิซ่ายังไม่ได้อ่านหนังสือที่จำเป็นสำหรับชั้นเรียน)

ตัวอย่าง 2:  Have you seen the latest movie? – No, I have yet to watch it. (แปล: คุณดูหนังเรื่องล่าสุดหรือยัง – ยัง ฉันยังไม่ได้ดูเลย)

yet ใช้กับ tense อะไร

โครงสร้าง Yet ในประโยคที่มีคำว่า “be”

วลี “be yet to”

ใช้เพื่อเน้นสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

S + be yet to + V_inf

ข้อสังเกต: S = ประธาน; V_inf = กริยาตัวเดิมที่ไม่เติมแล้วก็ไม่ผัน

ตัวอย่าง: The festival is yet to take place. (แปล: การเฉลิมฉลองยังไม่เกิดขึ้น)

หลังการเปรียบเทียบขั้นสุด

ใช้เพื่ออธิบายความประหลาดใจหรือความคาดหวังเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นจนถึงขณะนี้

S + to be (am/is/are) + the + superlative adjective + yet + present perfect

ตัวอย่าง: He is the fastest runner on the team, yet he hasn’t won a race this season. (แปล: เขาเป็นนักวิ่งที่เร็วที่สุดในทีม แต่เขายังไม่ชนะการแข่งขันในฤดูนี้เลย)

โครงสร้าง Yet

Yet ในฐานะคําเชื่อม

ตามที่ได้กล่าวไว้ Yet เป็นคำสันธานที่แสดงความแตกต่างระหว่างสองเหตุการณ์ในประโยค ซึ่งมักจะอยู่ตรงกลางประโยคหลังเครื่องหมายจุลภาคหรือหลังคำว่า “and”

ตัวอย่าง 1: I am tired and hungry, yet I want to finish this project. (แปล: ฉันเหนื่อยและหิว แต่ก็อยากทำโปรเจ็กต์นี้ให้เสร็จก่อน)

ตัวอย่าง 2: So many questions and yet so few answers. (แปล: มีคำถามตั้งมากมายแต่มีไม่กี่คำตอบ)

ขยายโครงสร้าง Yet

โครงสร้างที่ต้องเน้นยํ้า

Yet ยังใช้เพื่อเน้นความหมายที่คล้ายกับ “even” โดยเฉพาะหน้าคำว่า “more” “another” และ “again”

ตัวอย่าง 1: I have been washing the dishes, and yet more dirty ones keep piling up. (แปล: ฉันล้างจานแล้ว แต่จานที่สกปรกก็ยังมีอยู่เรื่อย ๆ) 

ตัวอย่าง 2: The cost of electricity increased yet again. (แปล: ค่าไฟสูงขึ้นอีกแล้ว)

ใช้กับคำกริยาช่วย

ใช้กับคำกริยาช่วย เช่น “may” “could” “might”… เพื่อแสดงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันจะไม่เอื้ออำนวยก็ตาม

ตัวอย่าง:  You may win yet. (แปล: คุณอาจจะชนะในอนาคต)

ข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อผิดพลาดทั่วไปเมื่อใช้ Yet 

มีข้อผิดพลาดทั่วไปบางประการเมื่อใช้โครงสร้าง Yet ในภาษาอังกฤษ ต่อไปนี้คือข้อสังเกตเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดข้อผิดพลาด:

เรียงลำดับคำไม่ถูกต้อง 

การวางคําว่า Yet ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมจะทำให้เนื้อหาเข้าใจยาก

ตัวอย่าง:

ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์

ผู้เรียนควรตรวจสอบไวยากรณ์ของประโยคอย่างรอบคอบ และมั่นใจว่าการระบุกาลปัจจุบันหรือกาลอดีตถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์หรือโครงสร้างประโยคที่ไม่ถูกต้อง

ตัวอย่าง:

ใช้คำว่า Yet เยอะเกินไป

การใช้คำนี้บ่อยเกินไปในบทความจะทำให้ประโยคสับสน จำเจ และมีแนวโน้มที่จะซํ้าคํา

ตัวอย่าง:

ข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อผิดพลาดทั่วไปเมื่อใช้ Yet 
การใช้ irregular verbs ในประโยคที่มีคำว่า “yet” ใช้อย่างไรบ้าง? มาศึกษาบทความต่อไปนี้เพื่อทำความเข้าใจวิธีการใช้ irregular verbs กัน

แยกแยะ yet, still, just, already

ความหมายตำแหน่งในประโยคตัวอย่าง
Yet“จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่ได้ทำอะไร” เพื่อเน้นย้ำว่าเรามีความคาดหวังว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้Yet มักอยู่ท้ายประโยค Have you finished your task yet? I haven’t finished it yet. (คุณทำงานของคุณเสร็จหรือยัง ฉันยังทำไม่เสร็จเลย)
Still“สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น” เพื่อเน้นย้ำว่าเราคาดหวังว่าจะมีบางสิ่งเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้Still อยู่ระหว่างประธาน (The bus, they,…) กับกริยานุเคราะห์ (haven’t/hasn’t)Susan still hasn’t replied to my email. (ซูซานยังไม่ได้ตอบอีเมลของฉันเลย)
Just“เมื่อไม่นานนี้” หมายถึง สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นJust อยู่ระหว่างกริยานุเคราะห์ (have/has) กับกริยาในรูปแบบอดิตI’ve just seen Justin coming out of the classroom. (ฉันเพิ่งเห็นจัสตินออกมาจากห้องเรียน)
Already“ก่อนหน้านี้ ทำอะไรมาแล้ว” เพื่อเน้นว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นก่อนสิ่งอื่นหรือเร็วกว่าที่คาดไว้สามารถอยู่ระหว่างกริยานุเคราะห์กับกริยาหลักหรืออยู่ท้ายประโยคก็ได้Rolex wanted to see “Sudden Risk” but I’ve already seen it. (โรเล็กซ์อยากดูหนังเรื่อง Sudden Risk แต่ฉันดูแล้ว)
การใช้ just already yet และแยกแยะ y

คำ/วลีที่ใช้กับ Yet

คํา/วลีวิธีใช้ตัวอย่าง
Yet againใช้เพื่อเน้นเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้วและกําลังเกิดขึ้นอีกHe was late yet again for the meeting. (เขามาประชุมสายอีกแล้ว)
As yetใช้เพื่อแสดงความหมายของ “จนถึงตอนนี้” “จนถึงบัดนี้” หรือ “จนถึงปัจจุบัน”As yet, we have not received any information about the schedule for the conference. (จนถึงตอนนี้ เรายังไม่ได้รับข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับกำหนดการประชุมเลย)
Yet moreใช้เพื่ออ้างถึงจำนวนที่เยอะขึ้น มักมาพร้อมกับความประหลาดใจหรือข้อร้องเรียนWe have yet more work to do before the deadline. (เรายังมีงานอีกมากมายที่ต้องทำก่อนถึงวันกําหนดส่ง)
Not just yetใช้เพื่อแสดงความล่าช้าหรือไม่เต็มใจที่จะดำเนินการใด ๆ ทันที แต่มีแนวโน้มที่จะดำเนินการในอนาคตอันใกล้นี้Can you start the presentation now?” – “Not just yet, I need a few more minutes to set up the slides.” (“คุณสามารถเริ่มนำเสนอตอนนี้เลยได้ไหม” – “ยังเลย ฉันต้องการเวลาเตรียมสไลด์สัก 2-3 นาที”)
Better yetใช้เพื่อให้คำแนะนำหรือข้อเสนอแนะที่ดีกว่าในสถานการณ์เฉพาะWhy don’t we go for a walk in the park, or better yet, let’s go for a hike in the mountains? (ทำไมเราไม่ไปเดินเล่นในสวนสาธารณะหรือไปเดินป่าบนภูเขากันเนอะ)
So near (and) yet so farแสดงความผิดหวังและเสียดายเมื่อโอกาสหรือเป้าหมายอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแต่ไม่สามารถทำได้ด้วยเหตุผลบางประการThey were minutes away from catching the train, but the traffic jam made them miss it. So near, yet so far. (พวกเขาอยู่ห่างจากรถไฟเพียงไม่กี่นาที แต่รถติดทำให้พวกเขาดูห่างออกไป จริง ๆ ใกล้และไม่ไกลมาก)

แบบฝึกหัดเพื่อเข้าใจคำถาม: Yet ใช้ยังไง

เรียงคำให้เป็นประโยคที่มีคำว่า “yet”

  1. homework / finished / I / my / haven’t / yet.
  2. arrived / have / they / yet?
  3. talented / held / exhibition / she / yet / hasn’t / an.
  4. made / decision / yet / haven’t / they.
  5. the / decision / yet / hasn’t / been / made.
  6. results / been / announced / the / yet / of / experiment / have / not / been.
  7. recognized / haven’t / they / any / yet / received / for / efforts / their.
  8. team / yet / dedicated / the / received / members / any / haven’t / recognition / most.
  9. weather / decided / for / go / the / they / picnic / to / cloudy / was / yet.
  10. exciting / of / come / the / is / trip / to / most / yet / part / the.

คําเฉลย:

  1. I haven’t finished my homework yet.
  2. Have they arrived yet
  3. She is the most talented artist I’ve seen, yet she hasn’t held an exhibition.
  4. They haven’t made a decision yet.
  5. The decision hasn’t been made yet.
  6. The results of the experiment have not yet been announced.
  7. They are the most dedicated team members, yet they haven’t received any recognition for their efforts.
  8. They haven’t yet received any recognition for being the most dedicated team members.
  9. The weather was cloudy, yet they decided to go for a picnic.
  10. The most exciting part of the trip is yet to come.

ในบทความนี้ ELSA Speak ได้นําข้อมูล Yet ใช้ยังไง และแบบฝึกหัดที่มีประโยชน์มากมายมาให้คุณ หวังว่าจะช่วยให้คุณเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าลืมติดตาม ELSA Speak เพื่อเรียนภาษาอังกฤษด้วยกันทุกวันนะ

กริยาช่วย do และ does เป็นไวยากรณ์พื้นฐานที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษได้เรียนในบทเรียนมาบ้างแล้ว แต่เมื่อไหร่ถึงจะใช้ do does ก็ยังคงเป็นความท้าทายสำหรับผู้เรียนหลายคน ดังนั้นบทความนี้จะให้ผู้เรียนรู้ว่า do does ใช้ยังไง คำจำกัดความและการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับไวยากรณ์พร้อมทั้งแบบฝึกหัดและเฉลยแก่ผู้เรียนด้วย

คำจำกัดความ do does

“Do” เป็นคำกริยาที่พิเศษซึ่งจะเปลี่ยนไปตามคำนาม: do และ does หรือเปลี่ยนไปตาม: did และ Done อย่างไรก็ตาม do และ does ส่วนใหญ่จะใช้เป็นกริยาช่วย ในประโยคบอกเล่า do และ does มีโครงสร้างดังนี้: ประธาน + do/does + กรรม

S +do/does + O

ตัวอย่าง:

●  I do my homework really fast. (ฉันทำการบ้านเร็วมาก)

●  He does the housework to help his mom. (เขาช่วยแม่ทำความสะอาดบ้าน)

เมื่อไหร่ถึงจะใช้ do does

เมื่อไหร่ถึงจะใช้ “do”

“Do” มีหลายความหมาย เช่น ทำ ดำเนินการ บรรลุ เสร็จสมบูรณ์ และมักใช้กับบุรุษสรรพนามพหูพจน์ เช่น “you we they” และกรณีพิเศษคือใช้กับ “I” เช่นเดียวกับคำนามพหูพจน์อื่นๆ ที่นับได้

ในประโยคปฏิเสธ

นอกเหนือจากการทำหน้าที่เป็นคำกริยาปกติที่มีความหมายตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว “do” ยังใช้เป็นคำกริยาช่วยในประโยคปฏิเสธที่มีโครงสร้าง: ประธาน + do + not + infinitive + กรรม

S + do + not + Vbare + O

ตัวอย่าง:

●  I do not like horror movies. (ฉันไม่ชอบหนังสยองขวัญ)

●  We do not order this dish. (อาหารจานนี้เราไม่ได้สั่ง)

หมายเหตุ: “do not” สามารถย่อเป็น “don’t” ได้

ตัวอย่าง:

●  They don’t drink coffee. (พวกเขาไม่ดื่มกาแฟ)

●  I don’t go to school today. (วันนี้ฉันไม่ได้ไปโรงเรียน)

ในคำถามที่มีประธาน: I you we they

เมื่อใช้ในประโยคคำถาม “do” จะมีโครงสร้างที่แตกต่างจากประโยคปฏิเสธและประโยคบอกเล่า เพราะกริยาช่วย “do” จะขึ้นต้นประโยคโดยมีโครงสร้างดังนี้: Do/Don’t + ประธาน + infinitive + กรรม?

Do/Don’t + S + Vbare + O?

ตัวอย่าง:

●  Do I wait here? (ฉันต้องรออยู่ที่นี่เหรอ?)

●  Do they walk to school? (พวกเขาเดินไปโรงเรียนใช่ไหม?)

●  Don’t we have homework? (เราไม่มีการบ้านใช่ไหม?)

●  Don’t you need my car? (คุณไม่ต้องการรถของฉันแล้วเหรอ?)

เมื่อใดจะใช้ “does”

“Does” เป็นรูปแบบดัดแปลงของ “do” มักใช้ร่วมกับบุรุษสรรพนาม เช่น “he/she/it” คำนามเอกพจน์ หรือคำนามนับไม่ได้ (water, music, homework,…).

ในประโยคปฏิเสธ

เช่นเดียวกับ “do” นอกเหนือจากการทำหน้าที่เป็นคำกริยาปกติแล้ว “does” ยังใช้เป็นกริยาช่วยในประโยคปฏิเสธที่มีโครงสร้าง: ประธาน + does + not + infinitive + กรรม

S + does + not + Vbare + O

ตัวอย่าง:

●  He does not live here. (เขาไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่)

●  It does not work. (มันไม่ทำงาน)

●  The music does not sound good at all. (เพลงนี้ไม่เพราะเลย)

หมายเหตุ: “does not” สามารถย่อเป็น “doesn’t” ได้

ตัวอย่าง:

●  She doesn’t want to meet him. (เธอไม่อยากพบเขา)

●  It doesn’t move when I touch it. (เมื่อฉันเตะมัน มันไม่ขยับเลย)

●  The water doesn’t flow. (น้ำไม่ไหล)

ในประโยคคำถาม

ในประโยคคำถามจะมีโครงสร้างที่แตกต่างจากประโยคปฏิเสธและประโยคบอกเล่า นั้นคือกริยาช่วย “Does” จะอยู่ที่ต้นประโยคโดยมีโครงสร้าง: Does/Doesn’t + ประธาน + infinitive + กรรม?

Does/Doesn’t + S + Vbare + O ?

ตัวอย่าง:

●  Does he know about us? (เขารู้เรื่องของเราไหม?)

●  Does it bite? (มันกัดไหม?)

●  Doesn’t she have a meeting to attend? (เธอต้องเข้าร่วมประชุมไหม?)

Do does ใช้ยังไง?

วิธีใช้ ‘do’ และ ‘does’ ใน Tag questions และ Wh-questions

ในท้ายประโยค (Tag questions)

ในคำถามท้ายประโยค กริยาช่วย “do/does” จะไม่อยู่ต้นประโยคเหมือนกับคำถามปกติ แต่จะเปลี่ยนไปตามโครงสร้างสองอย่างต่อไปนี้:

S + V1 + O, don’t/doesn’t + S?

S + don’t/doesn’t + Vbare + O, do/does + S?

ตัวอย่าง:

●  They cook the dinner, don’t they? (พวกเขาทำอาหารเย็นใช่ไหม)

●  I don’t have to come to the party, do I? (ฉันไม่จำเป็นต้องมางานปาร์ตี้ใช่ไหม?)

●  She cleans the house, doesn’t she? (เธอทำความสะอาดบ้านใช่ไหม?)

●  He doesn’t need the pen, does he? (เขาไม่ต้องการปากกาใช่ไหม?)

ในประโยคคำถามที่มีคำถาม (Wh-questions)

สำหรับคำถามที่มีคำตั้งคำถาม กริยาช่วย do/does จะอยู่หลังคำที่ใช้เพื่อถามซึ่งมีโครงสร้างดังนี้:

คำใช้เพื่อถาม (Wh-questions)+ do/does (not) + S + Vbare + O?

ตัวอย่าง:

●  How do you go to work? (คุณไปทำงานยังไง?)

●  Where does she live? (เธออาศัยอยู่ที่ไหน?)

●  Why doesn’t he rest? (ทำไมเขาถึงไม่พักผ่อน?)

●  What do they want for dinner? (คืนนี้พวกเขาอยากกินอะไร?)

>>> Read more:

หมายเหตุกรณีพิเศษเมื่อใช้ ‘do’ และ ‘does’

ใช้ “do/does” เป็นกริยาช่วยในประโยคบอกเล่า

สำหรับวิธีการใช้คำเหล่านี้ ผู้เรียนควรใช้เฉพาะสนทนาหรือการเขียนแบบไม่เป็นทางการ และควรใช้กับกริยาช่วยบางคำ เช่น ““like need want love hate…” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นย้ำความรู้สึก แสดงความจริงใจของตัวเองด้วยโครงสร้างดังนี้:

S + do/does + V Bare + O

ตัวอย่าง:

●  I really do love you. (เน้นว่าฉันรักคุณจริงๆ)

●  She does need to go to the hospital now. (เน้นว่าตอนนี้เธอต้องไปโรงพยาบาลจริงๆ)

●  They do want to meet you. (เน้นว่าพวกเขาอยากพบคุณจริงๆ)

ใช้ “do not” ในการออกคำสั่งห้ามหรือป้องกัน

กรณีนี้เป็นกรณีที่กริยาช่วย “do not” จะมาขึ้นต้นประโยคโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบคำถามกับโครงสร้างดังนี้:

Don’t/Do not + Vbare + O

ตัวอย่าง:

●  Don’t pet the cat. (อย่าแตะลูกแมว)

●  Don’t disturb the students while they are taking their exam. (อย่ารบกวนนักเรียนในขณะที่เขากำลังทำข้อสอบ)

●  Do not smoke in the library. (ห้ามสูบบุหรี่ในห้องสมุด)

หมายเหตุกรณีพิเศษเมื่อใช้ 'do' และ 'does'

แบบฝึกหัดการใช้งาน

แบบฝึกหัด

แบบฝึกหัดที่ 1: เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

Example: Why __________ you always forget your keys at home?
A. do B. does C. did
—> Why do you always for get your keys at home?

  1. He __________ his best to finish the project on time.
    A. do
    B. does
    C. did
  2. __________ your sister enjoy hiking in the mountains?
    A. Do
    B. Does
    C. Did
  3. The teacher wants her students to complete the homework by tomorrow, __________?
    A. does she
    B. doesn’t she
    C. do they
  4. They __________ like to travel to exotic places during their vacations.
    A. do
    B. does
    C. did
  5. Your parents don’t approve of your decision to study abroad, __________?
    A. do they
    B. don’t you
    C. doesn’t they

แบบฝึกหัดที่ 2: เติมคำว่า “do” หรือ “does” ในช่องว่าง

Example: We do not have enough time to finish the project, __________? → We do not have enough time to finish the project, do we?

  1. What __________ you enjoy doing in your free time?
  2. The cat __________ not like to be left alone for too long.
  3. Maria doesn’t do her laundry on Sundays, __________ she?
  4. You enjoy swimming in your free time, __________ you?
  5. How often __________ your friends go out for dinner?

แบบฝึกหัดที่ 3: แก้ไขคำผิดที่เป็นตัวหนา

Example: We does our best to support local businesses. → We do our best to support local businesses.

  1. Do your sister enjoy hiking in the mountains?
  2. The teacher does not allows late submissions.
  3. They don’t likes to attend crowded events.
  4. She understand the instructions correctly, don’t she?
  5. Your parents like your boyfriend, does they?

คำตอบ

แบบฝึกหัดที่ 1: เลือกคำตอบที่ถูกต้อง

Example: Why __________ you always forget your keys at home? a. do b. does c. did —> Why do you always for get your keys at home?

  1. He does his best to finish the project on time. a. do b. does c. did
  2. Does your sister enjoy hiking in the mountains? a. Do b. Does c. Did
  3. The teacher wants her students to complete the homework by tomorrow, doesn’t she? a. does she b. doesn’t she c. do they
  4. They do like to travel to exotic places during their vacations. a. do b. does c. did
  5. Your parents don’t approve of your decision to study abroad, do they? a. do they b. don’t you c. doesn’t they

แบบฝึกหัดที่ 2: เติมคำว่า “do” หรือ “does” ในช่องว่าง

Example: We do not have enough time to finish the project, __________? → We do not have enough time to finish the project, do we?

  1. What do you enjoy doing in your free time?
  2. The cat does not like to be left alone for too long.
  3. Maria doesn’t do her laundry on Sundays, does she?
  4. You enjoy swimming in your free time, don’t you?
  5. How often do your friends go out for dinner?

แบบฝึกหัดที่ 3: แก้ไขคำที่เป็นตัวหนา

Example: We does our best to support local businesses. → We do our best to support local businesses.

  1. Do your sister enjoy hiking in the mountains? → Does your sister enjoy hiking in the mountains?
  2. The teacher does not allows late submissions. → The teacher does not allow late submissions.
  3. They don’t likes to attend crowded events. → They don’t like to attend crowded events.
  4. She understand the instructions correctly, don’t she? → She understands the instructions correctly, doesn’t she?
  5. Your parents like your boyfriend, does they? → Your parents like your boyfriend, do they?

คำถามที่พบบ่อย

Do ใช้กับประธานอะไรบ้าง?

Do เป็นคำกริยาที่พิเศษซึ่งใช้กับสรรพนาม I you we they และคำนามนับพหูพจน์

Does ใช้กับประธานอะไร?

Does ใช้กับคำนามบางคำสรรพนามเท่านั้น นั้นคือ He she it และคำนามเอกพจน์ คำนามนับไม่ได้

Do กับ does ใช้ต่างกันอย่างไร?

“Do” เป็นคำกริยาที่พิเศษที่ใช้กับสรรพนาม “I you we they” และสำหรับคำนามนับพหูพจน์ “Does” เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่ 3 ของ “do” ใช้กับคำสรรพนาม “he she it” คำนามเอกพจน์ และคำนามนับไม่ได้บทความนี้ได้นำความรู้ที่สำคัญเกี่ยวเมื่อไหร่ที่ต้องใช้ do หรือ does นอกเหนือจากการทำแบบฝึกหัดทั้ง 3 แบบข้างต้นแล้ว ผู้เรียนควรฝึกทำแบบฝึกหัดอื่นๆเพิ่มเติมที่บ้านเพื่อให้เข้าใจ do does ใช้ยังไง หลักไวยากรณ์นี้ได้ดีขึ้น ติดตาม ELSA Speak เพื่อเรียนรู้ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเพิ่มเติมทุกวันนะ!

คุณคงเคยได้ยินมาว่า โสดภาษาอังกฤษ คือ Single แต่คุณอาจยังไม่รู้ว่า นอกจากความหมาย โสด แล้วมีความหมายอะไรอีก มีคำพ้องความหมายหรือไม่ วิธีการใช้เป็นอย่างไร มาเรียนรู้กับ ELSA Speak กันนะ

โสดภาษาอังกฤษ คือออะไร

โสดภาษาอังกฤษ คือออะไร

โสดภาษาอังกฤษ คือ Single /ˈsɪŋgəl/ เป็นคำนาม (noun) ที่แสดงถึงบุคคลที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือบุคคลที่หย่าร้างแต่ยังไม่ได้แต่งงานใหม่

ตัวอย่างเกี่ยวกับวิธีการใช้ความหมาย โสดภาษาอังกฤษ

(เขาเป็นโสดมานานแล้ว ฉันไม่คิดว่าเขาจะแต่งงาน)

(กลับมาเป็นโสดอีกครั้งรู้สึกยังไงบ้าง?)

(ฉันเป็นโสดมาหนึ่งปีแล้วและฉันก็มีความสุขกับการมีอิสรภาพ)

(เขาเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและเลือกที่จะอยู่เป็นโสด)

(คุณโสดหรือมีแฟนแล้ว)

(เขาไม่ได้มองหาความจริงจังในตอนนี้ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะอยู่เป็นโสดมากกว่า)

(การเป็นโสดช่วยให้ฉันโฟกัสไปที่การเติบโตและเป้าหมายของตัวเองได้)

(เขาพอใจกับชีวิตโสดและใช้เวลาในช่วงสุดสัปดาห์ท่องเที่ยวและสำรวจสถานที่ใหม่ๆ)

(ในฐานะพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว เขาทำงานอย่างแข็งขันเพื่อเลี้ยงดูลูกๆ ของเขา)

(เขาเพิ่งออกจากความสัมพันธ์ระยะยาวและกำลังปรับตัวกลับเป็นโสดอีกครั้ง)

(หลายๆ คนชื่นชอบความเป็นอิสระและความยืดหยุ่นที่พร้อมกับไลฟ์สไตล์คนโสด)

(การเป็นโสดไม่ได้หมายความว่าคุณเหงา อาจเป็นทางเลือกที่เติมเต็มและเสริมสร้างศักยภาพได้)

ตัวอย่างเกี่ยวกับวิธีการใช้ความหมาย โสดภาษาอังกฤษ

>>> Read more: คําคมภาษาอังกฤษ เท่ๆ เกี่ยวกับความรัก

นอกจากความหมาย โสด แล้ว single ยังมีความหมายอะไรบ้าง?

Single นอกจากแปลว่า โสด แล้ว ในภาษาอังกฤษยังแปลเป็นความหมายอื่นๆ ได้อีก ทั้งนี้ขึ้นอยู่สถานการณ์

ตัวอย่าง

Single (ในด้านเพลง)

คำนิยาม: ในด้านเพลง “Single” คือเพลงที่ปล่อยออกมาเดี่ยว โดยปกติจะโพรโมตอัลบั้มที่กำลังจะเปิดตัว Single ก็มักจะมีเพลงเพียง 1 หรือ 2 เพลงเท่านั้น

ฝ่ายเดียว

คำนิยาม: สถานะของความสัมพันธ์ที่ฝ่ายเดียวเท่านั้นที่มีความรู้สึกหรือความสนใจ

ไม่ซับซ้อน

คำนิยาม: ไม่ซับซ้อนหรือไม่สับสน

เอกลักษณ์

คำนิยาม: มีเพียงหนึ่งเดียวไม่มีบุคคลหรือสิ่งของที่สอง

Single ยังมีความหมายอะไรบ้าง?

>>> Read more: คําคมภาษาอังกฤษ ความรัก

ตัวอย่างเกี่ยวกับวิธีการใช้คำ single ในสถานการณ์อื่นๆ

คำพ้องความหมายกับโสดภาษาอังกฤษ

คำศัพท์การสำเนียงความหมาย
individual/ˌɪndɪˈvɪdʒuəl/คน ๆ เดียว
lone/loʊn/โดดเดี่ยว
original/əˈrɪdʒənl/แรกเริ่ม
particular/pərˈtɪkjələr/โดยเฉพาะ
personal/ˈpɜːrsənl/ส่วนตัว
private/ˈpraɪvət/สันโดษ
separate/ˈsɛpəreɪt/แยกกัน
simple/ˈsɪmpəl/เดี่ยว
sole/soʊl/เพียงคนเดียว
special/ˈspɛʃəl/พิเศษ
specific/spəˈsɪfɪk/เฉพาะ เจาะจง
distinguished/dɪˈstɪŋɡwɪʃt/เด่น พิเศษ
exclusive/ɪkˈskluːsɪv/กีดกัน ผูกขาด
isolated/ˈaɪsəleɪtɪd/โดดเดี่ยว
loner/ˈloʊnər/ผู้อยู่สันโดษ
one/wʌn/หนึ่ง
restricted/rɪˈstrɪktɪd/ถูกจำกัด
secluded/sɪˈkluːdɪd/แยกตัว
separated/ˈsɛpəreɪtɪd/แยกทางกัน
singular/ˈsɪŋɡjələr/เอกพจน์
solitary/ˈsɒlɪtəri/อันเดียว สันโดษ
especial/ɪˈspɛʃəl/พิเศษ เฉพาะ
exceptional/ɪkˈsɛpʃənl/ยอดเยี่ยม
indivisible/ˌɪndɪˈvɪzəbəl/แบ่งแยกไม่ได้
not general/nɑt ˈdʒɛnərəl/ไม่เป็นทั่วไป
not public/nɑt ˈpʌblɪk/ไม่เกี่ยวข้องกับส่วนรวม
odd/ɒd/แปลกประหลาด
only/ˈoʊnli/เพียงคนเดียว
คำพ้องความหมายกับ “Single”

>>> อ่านเพิ่มเติม:

ประโยคภาษาอังกฤษที่บอกถึงสถานะโสด 

1. I don’t have anyone in my heart.

ฉันยังไม่มีใครในหัวใจเลย หรืออีกนัยก็คือต้องการสื่อความหมายว่า ยังโสดอยู่ เธออยากเข้ามาอยู่ในใจเราไหมล่ะ

2. Love is not my first priority right now.

ความรักยังไม่ใช่เรื่องสำคัญอันดับแรกสำหรับฉัน คำตอบแบบมั่นๆ ตามสไตล์คนยุคใหม่ที่ไม่ได้โฟกัสเรื่องความรักเป็นหลัก แต่ระวังนิดนะถ้าจะตอบแบบนี้ เพราะอาจทำให้หนุ่มๆ หรือสาวๆที่กำลังหมายปองคุณอยู่หนีกระเจิงไปได้

3. I’m currently enjoying my independence and autonomy.

ฉันยังมีความสุขกับอิสระและชีวิตโสดมากๆ คือ ก็หมายถึงยังไม่มีแฟนนั่นแหละจ้า เรียกว่าเป็นคำตอบที่ให้สิบ สิบ สิบ ไปเลย เพราะนอกจากจะเป็นการอัปเดตสถานะแบบตรงๆ แล้วยังเป็นการสื่อด้วยว่า โสดแล้วไง ชีวีตแฮปปี้ก็แล้วกันได้อีกด้วยนะ

4. I am separated.

เลิกแล้วจ้า…โสดแล้วนะ สำหรับคนที่เลิกรากับคนรักเก่าไป สามารถหยิบคำนี้มาตอบคำถามว่า “โสดมั้ย?” แบบสตรองๆ ไปได้เลย

5. I’m too busy to date anyone.

ฉันยุ่งมากจนไม่มีเวลาไปเดทกับใครหรอก เป็นประโยคที่ต้องการจะสื่อว่า คุณมีอะไรต้องทำเยอะแยะมากมาย ไม่ใช่คนที่จะว่างมานั่งรอความรักไปวันๆ หรอกนะ

6. I am unattached and independent.

ฉันไม่มีพันธะใดๆ ทั้งสิ้น โสดมากบอกเลย

7. I haven’t met anyone that makes my heart beats so fast until this moment.

ฉันยังไม่เคยเจอใครที่ทำให้ใจเต้นแรงเลยจนกระทั่งตอนนี้ เอ้าสิ! งานหยอดต้องมา ถ้าเลือกจะตอบแบบนี้คนถามต้องเป็นอนาคตแฟนแน่ๆ นาทีต้องบริหารเสน่ห์กันต่อแล้ว

8. I’m too independent for most men/women to handle.

ฉันมีความเป็นตัวของตัวเองเกินกว่าใครจะรับมือได้ อารมณ์ประมาณแบบเป็นคนมั่นใจในตัวเอง มีความเป็นตัวเองสูง เลยไม่ค่อยจะมีใครเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ แต่อีกมุมหนึ่งก็เป็นการพูดเชิงท้าทายหน่อยๆ ว่า ยังไม่เคยมีใครเอาฉันอยู่เลยนะ หรือว่าคุณจะลอง

9. I’m single and ready to mingle.

โสดจ้า แต่ก็พร้อมจะมีคู่นะ ประมาณว่าก็โสดแหละ แต่อยู่ในโหมดเปิดใจนะ ไม่เชื่อก็ลองจีบสิ

ประโยค โสด ภาษาอังกฤษ

>>> Read more: แคปชั่นเกี่ยวกับความรักที่น่าเศร้า อกหัก ในภาษาอังกฤษ

ความแตกต่างกันระหว่าง Single และ Celibate

ความแตกต่างSingleCelibate
คำนิยามผู้ที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องหรือการแต่งงานผู้ที่ไม่มีการร่วมเพศหรือไม่ได้แต่งงาน
สถานภาพสมรสอาจเป็นโสด หย่าร้าง หรือไม่มีคนรัก ไม่แต่งงาน
การร่วมเพศอาจมีการร่วมเพศไม่มีการร่วมเพศ
เหตุผลอาจเกิดจากการเลือก ยังไม่หาคู่ครอง โฟกัสเรื่องอาชีพ ฯลฯอาจเกิดจากการเลือกส่วนบุคคล ศาสนา ความมุ่งมั่นที่จะไม่มีการร่วมเพศก่อนแต่งงาน ฯลฯ
ทัศนคติต่อความรักอาจแสวงหาความสัมพันธ์ทางอารมณ์และคู่รักไม่มองหาความสัมพันธ์ทางอารมณ์และคู่รัก
ตัวอย่าง“ฉันเป็นคนโสด”“เขามุ่งมั่นที่จะเป็นโสด”
ความแตกต่างกันระหว่าง SINGLE และ CELIBATE

คำถามที่พบบ่อย

สาวโสดในภาษาอังกฤษคืออะไร?

Single girl.

คนโสดที่รักสนุกในภาษาอังกฤษคืออะไร?

Fun-loving single.

ชีวิตโสดในภาษาอังกฤษคืออะไร?

Single life.

Single คืออะไร?

Single หมายถึง โสด ไม่มีคนรักหรือมีความสัมพันธ์แบบโรแมนติก

Single Life là gì?

Single Life หมายถึง ชีวิตโสด สภาวะที่ไม่มีคู่รักหรือความสัมพันธ์ทางอารมณ์

ไม่โสดอีกต่อไปในภาษาอังกฤษคืออะไร?

No longer single หรือแต่งงานแล้ว (สำหรับผู้ที่ได้ก้าวเข้าสู่ความสัมพันธ์ครั้งใหม่แล้ว)

ความเหงาในภาษาอังกฤษคืออะไร?

Lonely หรือ feeling lonely.

ELSA Speak ได้แชร์คำศัพท์เกี่ยวกับ โสดภาษาอังกฤษ ให้กับคุณ หวังว่ามันจะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายและการใช้คำว่า “Single” ได้ดีขึ้น ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ELSA Speak เพื่อเรียนภาษาอังกฤษผ่านแอปที่แสนสะดวกตอนนี้เลย!

คำประสมในภาษาอังกฤษ (compound words) มีบทบาทสำคัญในการขยายความหมายของคำศัพท์ โดยการนำเอาคำสองคำหรือมากกว่ามารวมกันเป็นคำใหม่ ที่มีความหมายใหม่ มีเอกลักษณ์ และมีความหลากหลายมากกว่าคำใดคำหนึ่งเพียงคำเดียว มาเรียนรู้ว่า compound words คืออะไรและมีคำประสมมีประเภทอะไรบ้างกับ ELSA Speak กันนะ

Compound words มีอะไรบ้าง?

คำนิยามของ compound words

คำประสม (compound words) ในภาษาอังกฤษเป็นโครงสร้างทางภาษาที่เกิดขึ้นจากการนำเอาคำสองคำหรือมากกว่ามารวมกันเพื่อสร้างคำใหม่ที่มีความหมายแตกต่างกัน

คำประสมสามารถเกิดขึ้นได้จากกระบวนการต่างๆ เช่น การประสมคำ (word compounding) การผสมคำ (word blending) หรือการยืมจากภาษาอื่น (borrowing from other languages)

Compound words ตัวอย่าง

ตัวอย่างเกี่ยวกับ compound words:

คำประสมมักสับสนกับหน่วยคำควบ (blended words) หรือที่เรียกว่า “portmanteaus” คำประสมในภาษาอังกฤษประกอบด้วยคำสองคำ ในขณะที่หน่วยคำควบประกอบด้วยส่วนหนึ่งของคำ

ตัวอย่าง: หน่วยคำควบ: “stay” – อยู่ / อาศัยอยู่; “vacation” – ช่วงลาพักผ่อน

→ หน่วยคำควบจะถึงเป็น “staycation” – การท่องเที่ยวไม่ไกลจากบ้าน “cation” แยกออกจาก “vacation” เพื่อสร้างคำ “staycation”

>>> Read moreVacation แปลว่า? แยกแยะ vacation, holiday, day off ในภาษาอังกฤษ

ตัวอย่างเกี่ยวกับ compound words

จำแนกประเภท (compound words) ในภาษาอังกฤษ

คำประสมแบบเขียนแยกกัน (Open compound words)

คำประสมแบบเขียนแยกกันมีช่องว่างระหว่างคำ ซึ่งทำให้ยากต่อการระบุ คำประสมแบบเขียนแยกกัน ทำหน้าที่เหมือนคำเดี่ยว พวกมันปรากฏพร้อมกันเสมอในลำดับเดียวกันและแต่ละคำก็มีความหมายเฉพาะของแต่ละประเภท

คำประสมแบบเขียนแยกกันส่วนใหญ่จะเป็นคำนามและใช้เหมือนคำนามทั่วไป หากต้องการสร้างคำประสมแบบเขียนแยกกัน โดยปกติคุณจะแปลงคำสุดท้ายในกลุ่มคำให้เป็นพหูพจน์เท่านั้น ไม่ใช่ทุกคำ 

ถูกผิด
Mia got sick from eating ten hot dogs.Mia got sick from eating ten hots dogs.

เมื่อคำประสมแบบเขียนแยกกันเป็นคำกริยา มักเรียกว่ากริยาวลีที่มีกฎพิเศษของตัวเอง แต่โดยทั่วไปมีเพียงคำเดียวในกลุ่มเท่านั้นที่จะเชื่อมโยงกัน และคำอื่นที่เหลือจะไม่มีความหมาย

ถูกผิด
He found out too late.He found outed too late. He find outed too late.

อย่างไรก็ตาม บางครั้งคำประสมแบบเขียนแยกกันอาจต้องใช้เครื่องหมายยัติภังค์ หากใช้เป็นส่วนอื่นของคำพูด ตัวอย่างเช่น Test drive เป็นคำประสมแบบเขียนแยกกันเมื่อใช้เป็นคำนาม เมื่อใช้เป็นคำกริยาต้องเติมเครื่องหมายยัติภังค์ เป็น test-drive

Compound words ตัวอย่างประโยค : Test drives are important. I always test-drive a new car before purchasing. 

คำประสมแบบเขียนแยกกัน (Open compound words)

ตัวอย่างเกี่ยวกับคำประสมแบบเขียนแยกกัน

คำประสมเขียนแยกกันความหมาย
black eyeตาดำ
cell phoneโทรศัพท์มือถือ
close callวางสาย
common senseสามัญสำนึก
cotton candyขนมสายไหม
dining roomห้องรับประทานอาหาร
first aidปฐมพยาบาล
full moonพระจันทร์เต็มดวง
French fryมันฝรั่งทอด
heart attackโรคหัวใจวาย
high schoolมัธยม
hot dogไส้กรอก
ice creamไอศกรีม
life jacketเสื้อชูชีพ
living roomห้องนั่งเล่น
no oneไม่มีใคร
peanut butterเนยถั่วลิสง
post officeไปรษณีย์
prime ministerนายกรัฐมนตรี
real estateอสังหาริมทรัพย์ ภาษาอังกฤษ
remote controlรีโมตคอนโทรล
report cardบัตรรายงาน
rib cageโครงกระดูก
role modelเป็นแบบอย่าง
roller coasterรถไฟเหาะ
salad dressingน้ำสลัด
search engineโปรแกรมค้นหา
slam dunkการกระโดดเอาลูกยัดลงห่วง
sleeping bagถุงนอน
time capsuleแคปซูลกาลเวลา
vacuum cleanerเครื่องดูดฝุ่น
vending machineเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
video gameวิดีโอเกม
waiting roomห้องพัก
washing machineเครื่องซักผ้า
web pageแฟ้มข้อมูลที่มีเนื้อหาที่เราจะได้เห็นบนจอภาพ โดยผ่านทางอินเทอร์เน็ต

คำประสมแบบเขียนติดกัน (Closed compound words)

เมื่อเปรียบเทียบกับคำประสมแบบเขียนแยกกัน คำประสมแบบเขียนติดกันจะจดจำและใช้งานได้ง่ายกว่ามาก ดังนั้นคำประสมแบบเขียนติดกันจึงไม่มีการเว้นวรรคระหว่างคำ คุณจะพบคำประสมแบบเขียนติดกันได้ในแทบทุกส่วนของคำพูด คำวิเศษณ์ เช่น sometimes หรือ any day ถือเป็นคำประสมแบบเขียนติดกัน เช่นเดียวกับคำบุพบท inside, outside, within และ without แม้แต่คำว่า “can’t” เป็นรูปแบบย่อของวลี “can not” ก็เป็นคำประสมที่เขียนติดกัน

คำประสมแบบเขียนติดกัน (Closed compound words)

ตัวอย่างเกี่ยวกับคำประสมแบบเขียนติดกัน

คำประสมเขียนติดกันความหมาย
airportสนามบิน
anybody, everybody, nobody, somebodyใคร ๆ ทุกคน ไม่มีใคร บางคน
anyone, everyone, someone (but not no one), anything, everything, nothing, somethingใคร ๆ ทุกคน บางคน (ไม่ใช่ไม่มีใคร) อะไรก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีอะไร บางสิ่งบางอย่าง
anywhere, everywhere, nowhere, somewhereที่ไหนก็ตาม ทุกที่ ไม่มีที่ไหน บางที่ 
babysitพี่เลี้ยงเด็ก
backgroundภูมิหลัง
barefootเท้าเปล่า
baseball, basketball, football, etc.กีฬาเบสบอล บาสเกตบอล ฟุตบอล ฯลฯ
bathroomห้องน้ำ
bedroomห้องนอน
blackberry, blueberry, etc.แบล็คเบอร์รี่ บลูเบอร์รี 
breakfastอาหารเช้า
cannotไม่ได้ ไม่สามารถ
check outแจ้งออก
cowboyคนที่มีความชำนาญในการขี่ม้า
daylightเวลากลางวัน
desktopคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ
fingerprintลายนิ้วมือ
fireflyหิ่งห้อย
foreverตลอดไป
gentlemanสุภาพบุรุษ
grandmother, grandfather, granddaughter, etc.ย่ายาย ปู่ตา หลานชาย หลานสาว
grapefruitส้มโอ
grasshopperตั๊กแตน
headquartersสำนักงานใหญ่
handshakeการจับมือกับคนอื่นเพื่อทักทายหรือบอกลา
insideข้างใน
keyboardแป้นพิมพ์
lipstickลิปสติก
mailboxตู้ไปรษณีย์
neverthelessแต่อย่างไรก็ตาม
nonethelessถึงอย่างไรก็ตาม
notebookสมุดบันทึก
outsideข้างนอก
paydayวันเงินเดือนออก
railroadทางรถไฟ
rainbowรุ้งกินน้ำ
raincoatเสื้อกันฝน
skateboardกระดานสเก็ต
smartphoneสมาร์ทโฟน
snowballก้อนหิมะ
sometimesบางครั้ง
sunflowerดอกทานตะวัน
toothbrushแปรงสีฟัน
turntableเครื่องเล่นแผ่นเสียง
undercoverลึกลับ
upstreamต้นน้ำ
waterfallน้ำตก
watermelonแตงโม
weekendวันสุดสัปดาห์
withinภายใน
withoutไม่มี

คำประสมแบบมีเครื่องหมายยัติภังค์ (Hyphenated compound words)

สุดท้ายก็คือคำประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ระหว่างคำ คำเหล่านี้อาจออกเสียงได้ยากหากคุณไม่แน่ใจว่ามีเครื่องหมายยัติภังค์หรือช่องว่าง ดังนั้นทางที่ดีควรจำคำประสมที่มียัติภังค์เพื่อที่คุณจะได้ออกเสียงและเขียนได้อย่างถูกต้อง

เมื่อคำประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์เป็นคำนาม สิ่งสำคัญคือคุณต้องแปลงคำเหล่านั้นเป็นคำนามพหูพจน์ ซึ่งมันจะไม่เหมือนคำประสมที่เขียนแยกกัน และไม่ใช่ว่าจะต้องแปลงคำสุดท้ายในกลุ่มเป็นนามพหูพจน์เสมอไป ตัวอย่างเช่น mother-in-law คุณจะแปลงเป็นนามพหูพจน์ในคำว่า mother แทนที่ law

อย่างไรก็ตาม คำประสมแบบมีเครื่องหมายยัติภังค์แต่ละคำมีความแตกต่างกัน และบางครั้งตัวอักษร s จะปรากฏต่อท้าย

ตัวอย่างเช่น: พหูพจน์ของ merry-go-round คือ merry-go-rounds

ถูกผิด
Some spouses don’t like their mothers-in-law, but I get along with mine.Some spouses don’t like their mother-in-laws, but I get along with mine.

ตัวอย่างเกี่ยวกับคำประสมที่แบบมีเครื่องหมายยัติภังค์

คำประสมที่แบบมีเครื่องหมายยัติภังค์ความหมาย
check-inลงทะเบียนเพื่อเข้าพัก
clean-cutสะอาด
editor-in-chiefหัวหน้า บรรณาธิการ
empty-handedมือเปล่า
far-fetchedไม่น่าเชื่อ
father-in-law, mother-in-law, sister-in-law,etc.พ่อตา แม่ยาย น้อวสะใภ้ ฯลฯ
free-for-all(การแข่งขัน) ที่เปิดรับคนทั่วไป
know-howความรู้หรือวิธีการ
know-it-allผู้ที่อ้างว่ารู้ทุกอย่างดีกว่าผู้อื่น
life-sizeเกี่ยวกับขนาดธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต
merry-go-roundม้าหมุน
long-distanceทางไกล
long-termระยะยาว
mind-blowingตื่นเต้นมาก
nitty-grittyรายละเอียดสำคัญ
one-sidedฝ่ายเดียว
one-dimensional, two-dimensional, etc.มีขนาดเดียว มีสองขนาด
over-the-counterซื้อขายกันโดยตรง
run-inการอบอุ่นร่างกาย
runner-upผู้ที่ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศ
strong-armกล้าหาญ
topsy-turvyยุ่งวุ่นวาย
toss-upการเสี่ยง
up-to-dateทันสมัย
well-beingสวัสดิภาพ
word-of-mouthปากต่อปาก
คำประสมแบบมีเครื่องหมายยัติภังค์ (Hyphenated compound words)

>>> Read more:

Compound words แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย

Compound words คําประสม แบบฝึกหัด

Exercise 1: Choose the correct compound word that best completes each sentence. Select the letter (A, B, C, D, or E) corresponding to your answer.

1. She bought a _______________ to protect her eyes from the sun.

A) sunglasses

B) sunflower

C) moonlight

D) starfish

E) rainfall

2. My sister has a collection of _______________ on her bookshelf.

A) bookcase

B) raincoat

C) newspaper

D) homework

E) bedtime

3. The _______________ was delicious! It had layers of chocolate and cream.

A) chocolate

B) cake

C) ice cream

D) pancake

E) cupcake

4. He went to the _______________ to withdraw some money from his account.

A) supermarket

B) library

C) restaurant

D) banknote

E) fisherman

5. We had a _______________ on the beach during our vacation.

A) moonlight

B) rainfall

C) firework

D) starfish

E) sandcastle

Exericse 2: Match the word in column A to column B to make it a compound word.

AB
1. birtha. box
2. breakb. day
3. firec. fast
4. highd. fighter
5. maile. ground
6. playf. light
7. sung. paste
8. toothh. way

Exercise 3: Fill in the gaps the compound words.

1. A book with pages for writing or taking notes is called a _________book.

2. A waterproof coat worn to protect against rain is called a _______coat.

3. A team sport played with a spherical ball, where players use their feet to kick the ball and score goals is called a ______ball.

4. A place where aircraft take off, land, and are serviced, providing facilities for passengers and cargo is called an_______port.

5. A printed publication containing news, articles, and advertisements that is typically published daily or weekly is called a _______paper.

คำเฉลย

Exercise 1:

1. A) sunglasses (แว่นตากันแดด)

2. A) bookcase (ชั้นวางหนังสือ)

3. B) cake (ขนมเค้ก)

4. D) banknote (ธนบัตร)

5. E) sandcastle (ปราสาททราย)

Exercise 2:

1. B2. C3. D4. H
5. A6. E7. F8. G

Exercise 3:

1. Notebook (สมุดบันทึก)

2. Raincoat (เสื้อกันฝน)

3.Football (ฟุตบอล)

4. Airport (สนามบิน)

5.Newspaper (หนังสือพิมพ์)

คำถามที่พบบ่อย

คำประสมทำหน้าที่อย่างไร?

คำประสมทำหน้าที่เหมือนคำเดี่ยว ซึ่งหมายความว่าเมื่อคุณแปลงกริยาประสมหรือคำนามประสมเป็นพหูพจน์ คุณก็จะเปลี่ยนแปลงไวยากรณ์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการพูดถึงห้องนั่งเล่นมากกว่าหนึ่งห้อง คุณจะต้องพูดว่า living rooms ไม่ใช่ livings rooms

คำประสมมีกี่ประเภท?

คำประสมมีสามประเภท ได้แก่ คำประสมแบบเขียนแยกกันโดยมีช่องว่างระหว่างคำ (dining room) คำประสมแบบเขียนติดกันโดยไม่มีช่องว่าง (babysit) และคำประสมแบบมีเครื่องหมายยัติภังค์ (free-for-all)

บทความข้างต้นได้นำข้อมูลเกี่ยวกับ compound words พร้อมทั้งแบบฝึกหัด เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ELSA Speak หวังว่าผู้เรียนจะสามารถใช้คำประสมเหล่านี้เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนเองได้