Author: Bao Ngan Nguyen

ในชีวิตประจำวันจะมีหลายครั้งที่เรารู้สึกไม่มั่นใจ เหนื่อยล้า หรือสูญเสียศรัทธาในชีวิตไปจนหมด นั่นคือเวลาที่เราต้องการคำพูดให้กำลังใจมากที่สุด งั้นตาม ELSA Speak มาเรียนรู้ ประโยคภาษาอังกฤษ ให้กําลังใจ สั้นๆ มากกว่า 100 ประโยคกันเถอะ!

คำศัพท์ให้กำลังใจภาษาอังกฤษ

คำศัพท์ คําให้กําลังใจ ภาษาอังกฤษ สั้นๆ

>>> Read more: รวบรวม ประโยคฮีลใจ ภาษาอังกฤษ ให้ทุกคนในทุกสถานการณ์ (มีคำแปล)

คำศัพท์ภาษาอังกฤษคำแปล
Encourageให้กำลังใจ
Motivateกระตุ้น
Inspireดลใจ
Supportสนับสนุน
Boostส่งเสริม
Cheer onให้กำลังใจ
Positive reinforcementการเสริมแรงบวก
Upliftความยินดีปรีดา
Empowerเสริมพลัง
Strengthenมีพลังมากขึ้น
Reassureปลอบใจ
Rallyรวมกำลัง
Heartenให้กำลังใจ
Persuadeโน้มน้าว
Applaudปรบมือ สรรเสริญ
Driveแรงกระตุ้น
Lift spiritsยกจิตวิญญาณ
Revitalizeให้พลังใหม่
Bolsterสนับสนุน
Encouraging wordsการให้กำลังใจ

ประโยคให้กําลังใจ สั้นๆ เป็นภาษาอังกฤษ

หลายๆ คนอยากใช้ประโยคภาษาอังกฤษ ให้กําลังใจความหมายดีๆ เพื่อให้กำลังใจเพื่อนและญาติก่อนเหตุการณ์สำคัญ ที่ทั้งกระชับและสื่อความหมายได้ครบถ้วนตามที่ผู้พูด/ผู้เขียนต้องการสื่อ งั้นมาดู ประโยคให้กําลังใจ ภาษาอังกฤษ สั้นๆ พร้อมคําแปลด้านล่างนี้กันเลย:

ประโยคให้กําลังใจ สั้นๆ เป็นภาษาอังกฤษ คำแปล
Give it a try/ Give it a shot.ลองดูสิ
Go for it! ลุยเลย
Give it your best shot!ทำมันให้ดีที่สุด
How matter you are so good at working.ยังไงคุณก็ทำได้อยู่แล้ว
I trust you.ฉันเชื่อคุณ
I totally believe in you.ฉันเชื่อในตัวคุณ
I’m sure you can do it.ฉันมั่นใจว่าคุณจะทำมันได้ดี
I will help if necessary.ฉันจะช่วยคุณถ้าจำเป็น
I am always by your side/I will be right here to help you.ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ
It is life.นี่แหละชีวิต
I’m very happy to see you well.ฉันดีใจเมื่อเห็นคุณสบายดี
It’s not the end of the world.มันไม่ใช่จุบจบของโลกหรอกนะ
It could be worse.มันสามารถแย่กว่านี้ได้อีกนะ
If you never try, you will never know.หากคุณไม่ลองทำดู คุณก็ไม่มีวันได้รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง
It will be okay.ทุกอย่างจะดีขึ้น
Nothing is seriousไม่มีอะไรเลวร้ายหรอก
It’s going to be alright.ทุกอย่างจะดีขึ้น
I’m rooting for you.สู้ๆ ฉันเป็นกำลังใจให้คุณนะ
Keep up the good work/great work.ทำได้ดีอยู่แล้ว จงทำต่อไป
Keep at it/Keep your nose to the grindstone/Keep working hard!ตั้งใจทำงานต่อไปนะ
Let’s forget everything in the past.ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตไปนะ
Let’s be happy!ร่าเริงหน่อยสิ
Come on, you can do it!สู้ๆ คุณสามารถทำได้
Lighten up!ร่าเริงหน่อยสิ
Don’t worry too much.อย่ากังวลมากเกินไป
Don’t break your heartอย่าเสียใจเลย
Don’t be discouraged.อย่าท้อสิ
Stick with it.เกาะไปกับทุกๆการเคลื่อนไหว
Stay at it.พยายามแบบนี้ต่อไปนะ
Take this risk.ไปตายดาบหน้า
Nice job! I’m impressed!ทำดีมาก ฉันรู้สึกประทับใจนะ
Believe in yourself.เชื่อมั่นในตัวเองนะ
Be brave, it will be ok.กล้าหาญไว้ ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี
Make yourself more confident!เชื่อใจตัวเองหน่อยสิ
Take it easy.ใจเย็นๆ
We’ve turned the corner.ต่อไปนี้ทุกสิ่งจะดีขึ้น
Take this chance/ opportunity.คุณไม่ต้องกังวลอะไรหรอกนะ
ประโยคให้กําลังใจ ภาษาอังกฤษ สั้นๆ

คําคมให้กําลังใจ ภาษาอังกฤษ อย่ายอมแพ้

เมื่อคุณต้องการให้กำลังใจใครสักคนว่าให้พยายามมากขึ้นอีกหน่อยหรืออย่ายอมแพ้ในภาษาอังกฤษ สามารถใช้ 10 ประโยคดังต่อไปนี้

ประโยคให้กําลังใจ อย่ายอมแพ้คำแปลบริบทการใช้งาน
Keep up the good work!ทำได้ดีอยู่แล้ว จงทำต่อไปใช้เมื่อเห็นคนนั้นกำลังทำบางสิ่งได้ดีและคุณต้องการให้เขาทำต่อไป
That was a nice try/good effort.คุณทำได้ดีอยู่แล้ว
ใช้เมื่อคนๆนั้นทำอะไรบางอย่างได้ดี และคุณอยากทำให้เขารู้สึกดีขึ้น
That’s a real improvement/you’ve really improved.คุณมีการพัฒนาการที่ดีใช้เมื่อเห็นคนๆนั้นกำลังทำได้ดีกว่าครั้งที่ผ่านมา
You’re on the right track.คุณมาถูกทางแล้วใช้เมื่อเห็นคนๆนั้นทำถูกต้องแต่ยังไม่สำเร็จ
You’ve almost got it.คุณเกือบจะทำได้แล้วใช้เมื่อคนๆนั้นทำใกล้สำเร็จแล้วแต่ยังไม่สำเร็จจริงๆ
Don’t give up!อย่ายอมแพ้เพื่อส่งกำลังใจให้คนๆนั้นทำต่อไป
Come on, you can do it!สู้ๆ คุณทำได้ใช้เพื่อเน้นว่าคนๆนั้นสามารถทำได้ เขาแค่ต้องพยายามมากขึ้น
Give it your best shot!พยายามให้เต็มที่ให้กำลังใจใครบางคนให้ทำให้เต็มที่
Don’t lose hope!อย่าหมดความหวังนะใช้เมื่อคนๆนั้นรู้สึกท้อ
What have you got to lose?คุณมีอะไรต้องเสียอีกเหรอ?เพื่อสนับสนุนให้คนๆนั้นก้าวต่อไป ถึงล้มเหลวก็ไม่เป็นไร
Nice job! I’m impressed!ทำดีมาก ฉันรู้สึกประทับใจนะใช้เพื่อชมเชยคนที่ทำหน้าที่ของตนเองได้ดีมาก
Do it again!  ลองทำมันอีกครั้งนะให้กำลังใจใครบางคนเพื่อก้าวต่อไปแม้ว่าจะล้มเหลวก็ตาม
It’s not all doom and gloom = It’s not the end of the world.มันไม่ใช่จุบจบของโลกหรอกนะให้กำลังใจเมื่อมีคนล้มเหลว

>>> Read more:

ประโยคให้กําลังใจ ภาษาอังกฤษที่คนอื่นชอบฟัง

ประโยคให้กําลังใจภาษาอังกฤษที่คนอื่นชอบฟังคำแปล
Act as if what you do makes a difference. It does. – William Jamesทำเสมือนว่าสิ่งที่คุณทำอยู่นี้สร้างความแตกต่าง แล้วมันจะประสบความสำเร็จ
Success is not final, failure is not fatal: it is the courage to continue that counts. – Winston Churchillความสำเร็จ ไม่ใช่สิ่งสุดท้าย ความล้มเหลว ก็ไม่ใช่สิ่งที่ร้ายแรง
Never bend your head. Always hold it high. Look the world straight in the eye. – Helen Kellerอย่ามัวแต่ก้มหัว เชิดหน้าเอาไว้ ทำให้โลกทั้งใบอยู่ในสายตาเรา
What you get by achieving your goals is not as important as what you become by achieving your goals. – Zig Ziglarสิ่งที่คุณได้รับจากการบรรลุเป้าหมายนั้นไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่คุณจะเป็นจากการบรรลุเป้าหมาย
Believe you can and you’re halfway there. – Theodore Rooseveltแค่เชื่อว่าทำได้ ก็สำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว
I can’t change the direction of the wind, but I can adjust my sails to always reach my destination. – Jimmy Deanเราไม่สามารถบังคับทิศทางลมได้ แต่เราสามารถบังคับเรือให้ไปสู่จุดหมายได้เสมอ
Life is like riding a bicycle. To keep your balance, you must keep moving. – Albert Einsteinชีวิตก็เหมือนการขี่จักรยาน การที่คุณจะทรงตัวได้
แสดงว่าคุณจะต้องก้าวไปข้างหน้า
Just don’t give up trying to do what you really want to do. Where there is love and inspiration, I don’t think you can go wrong.– Ella Fitzgeraldอย่ายอมแพ้ พยายามทำสิ่งที่คุณต้องการจะทำจริงๆ ที่ใดมีความรักและแรงบันดาลใจและฉันไม่คิดว่าคุณจะผิดพลาดได้
You do not find a happy life. You make it. – Camilla Eyring Kimballเมื่อคุณหา คุณจะไม่พบชีวิตที่มีความสุข แต่คุณทำให้มีความสุขได้
Happiness is not by chance, but by choice. – Jim Rohnความสุขไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เกิดจากการเลือกของคุณเอง
As time goes by, everything will be better.เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างจะดีขึ้น
After rain comes sunshine.ฟ้าหลังฝนย่อมดีเสมอ
Breath is the power behind all things…. I breathe in and know that good things will happen. – Tao Porchon-Lynch.ลมหายใจคือพลังเบื้องหลังของทุกสิ่ง…. เมื่อหายใจเข้าก็จะรู้ว่าสิ่งดีๆกำลังเกิดขึ้น
April showers bring May flowers.ฝนเดือนเมษาจะนำมาซึ่งดอกไม้ในเดือนพฤษภา หมายความว่า เวลาที่ดีๆมาภายหลังเวลาแย่ๆเสมอ
Think and affirm yourself.คิดและเชื่อมั่นในตัวเอง
I’m very happy to see you wellฉันดีใจมากที่ได้พบคุณ
Worse things happen at seaคุณยังโชคดี แต่คนที่ไปเที่ยวชายหาดมีแนวโน้มที่จะเจอเรื่องเลวร้ายก้ได้นะ
You have nothing to worry aboutไม่ต้องห่วงอะไรเลยนะ
You’re on the right trackคุณมาถูกทางแล้ว
Hang in there!สู้ๆนะ
Hang tough!พยายามให้เต็มที่นะ
I will help if necessary.ฉันจะช่วยคุณถ้าจำเป็น
How matter you are so good at working.ยังไงคุณก็ทำได้ดีอยู่แล้ว
Do the best you can.ทำให้ดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้แล้วกันนะ
Every cloud has a silver lining.ในสิ่งที่เลวร้ายยังพอมีสิ่งที่ดีปรากฏอยู่
Look on the bright sight.มองโลกในแง่ดีนะ
People are beside you to support you.ฉันอยู่ข้างคุณเสมอนะ
That’s a real improvement.คุณมีการพัฒนาการที่ดีขึ้นนะ
There’s a light at the end of the tunnel.มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เสมอ
Time heals all the wounds.เวลาจะรักษาบาดแผลทั้งหมด
Don’t cry because you did try your best.อย่าร้องไห้เพราะคุณพยายามเต็มที่แล้ว
Everything will be fine.ทุกอย่างจะดีขึ้น
ประโยคให้กําลังใจตัวเอง ภาษาอังกฤษ

>>> Read more:

ประโยคฮีลใจ ภาษาอังกฤษ

ประโยคฮีลใจ ภาษาอังกฤษคำแปล
There are times when we stop, we sit still. We listen and breezes from a whole other world begin to whisper. – James Carrollมีบางครั้งที่เราอยากหยุดพัก เราอยากนั่งนิ่งๆ เพื่อฟังเสียงสายลมจากอีกโลกหนึ่งเท่านั้นเอง
Breath is the power behind all things…. I breathe in and know that good things will happen. – Tao Porchon-Lynchลมหายใจคือพลังของเบื้องหลังทุกอย่าง…. หายใจเข้าก็รู้ว่าสิ่งดีๆจะเกิดขึ้น
Within you, there is a stillness and a sanctuary to which you can retreat at any time and be yourself. – Hermann Hesseภายในตัวคุณมีความนิ่งและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คุณสามารถถอยได้ตลอดเวลาและเป็นตัวของตัวเอง
Feelings come and go like clouds in a windy sky. Conscious breathing is my anchor. – Thích Nhất Hạnhความรู้สึกไปมาเหมือนเมฆในท้องฟ้าที่มีลมแรง การหายใจอย่างมีสติเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของฉัน
Calmness is the cradle of power. – Josiah Gilbert Hollandความสงบเป็นบ่อเกิดแห่งพลัง
Simply let experience take place very freely so that your open heart is suffused with the tenderness of true compassion. —Tsoknyi Rinpocheเพียงปล่อยให้ประสบการณ์เกิดขึ้นอย่างอิสระเพื่อที่ใจเปิดกว้างของคุณจะเต็มไปด้วยความอ่อนโยนแห่งความเมตตาที่แท้จริง
Don’t try to force anything. Let life be a deep let-go. God opens millions of flowers every day without forcing their buds. – Oshoอย่าพยายามบังคับอะไร ปล่อยให้ชีวิตปล่อยวางอย่างที่เป็น พระเจ้าทรงเด็ดดอกไม้นับล้านดอกทุกวันโดยไม่ได้เด็ดดอกตูม
Understand this and be free: we are not in our bodies; our bodies are inside us. —Sean A. Mulvihillเข้าใจความเป็นจริงและเป็นอิสระ: เราไม่ได้อยู่ในร่างกายของเรา แต่ร่างกายของเราอยู่ข้างในเราต่างหาก
Set peace of mind as your highest goal, and organize your life around it. —Brian Tracyตั้งความอุ่นใจเป็นเป้าหมายสูงสุด และจัดระเบียบชีวิตให้เป็นไปตามนั้น
Many a calm river begins as a turbulent waterfall, yet none hurtles and foams all the way to the sea. —Mikhail Lermontovแม่น้ำอันเงียบสงบหลายแห่งเริ่มต้นจากน้ำตกที่เชี่ยวกราก แต่มีเพียงสายน้ำสงบเท่านั้นที่ไหลลงสู่ทะเล
If one day we can not be together, keep me in your heart, I‘ll be there forever. ~A. A. Milneถ้าวันที่เราไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้มาถึง เพียงแค่เก็บฉันไว้ในใจ แล้วฉันจะอยู่กับเธอตลอดไป
If we love someone who did not love her back, just be gentle with me because I did not do anything wrong. All because love has not chosen a place to stay in the heart of that person alone.ถ้าเรารักใครที่ไม่รักเราตอบขอแค่อ่อนโยนกับฉัน เพราะฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ทั้งหมดเป็นเพราะความรักไม่ได้เลือกสถานที่ที่จะอยู่ในใจของคนนั้นเพียงผู้เดียว
I can not change the painful past and nor bleak future change awaits you in the front, but I‘ll be with you when you need me.ฉันไม่สามารถเปลี่ยนอดีตที่เจ็บปวดและมืดมนได้ และไม่สามารถเปลี่ยนอนาคตที่รอคุณอยู่ได้ แต่ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเมื่อคุณต้องการฉัน
I can not attribute to you the limits of what I think about you, but I can always make you change, mature, and become yourself.ฉันไม่สามารถกำหนดข้อจำกัดของคุณได้ แต่ฉันสามารถปล่อยให้คุณเปลี่ยนแปลง เติบโต และเป็นตัวของตัวเองได้เสมอ
Do not ever forget me, because if I thought you would forget me, I will never leave. ~A. A. Milneอย่าลืมฉันนะ เพราะถ้าคุณลืมฉัน ฉันก็จะไม่ไปไหน
Let the tears fall and soften the wound in your heart. ~Eileen Mayhewปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาและบาดแผลในใจก็จะเบาลง
Nothing lasts forever.ไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอดกาล
ประโยคให้กำลังใจสามารถเติมพลังให้คนฟัง แต่ถ้าอยากให้ข้อความนุ่มนวลและมีความหมายลึกซึ้งขึ้น ลองเพิ่ม คําชม ภาษาอังกฤษ เข้าไป เพื่อสื่อสารความห่วงใยอย่างเต็มหัวใจ
ประโยคฮีลใจ ภาษาอังกฤษ

>>> Read more:

ประโยคที่สร้างแรงบันดาลใจ ภาษาอังกฤษ

ประโยคที่สร้างแรงบันดาลใจในภาษาอังกฤษคำแปล
Your limitation – it’s only your imagination.ข้อจำกัด เป็นเพียงแค่คำในจินตนาการของคุณเท่านั้น
Push yourself, because no one else is going to do it for you.คุณต้องผลักดันตัวคุณเองเพราะไม่มีใครมาทำให้คุณ
You should learn from your competitor but never copy. Copy and you die. – Jack Maจงเรียนรู้จากคู่แข่ง แต่อย่าลอกเลียนแบบ การลอกเลียนแบบคือหนทางนำไปสู่ “ความล้มเหลว”
The only person you should try to be better than is the person you were yesterday. — Khuyết danhคนๆเดียวที่คุณต้องดีกว่าให้ได้ ก็คือตัวคุณเองในเมื่อวาน
No one can make you feel inferior without your consent. — Eleanor Rooseveltไม่มีใครทำให้คุณรู้สึกต่ำต้อยได้ ถ้าคุณไม่ยินยอม
Sometimes later becomes never. Do it now.จงทำซะตอนนี้ บางครั้งคำว่า “ไว้ทีหลัง” จะกลายเป็นคำว่า “ไม่มีวัน”
Great things never come from comfort zones.สิ่งดีๆมาจากการออกไปผจญภัยรอบโลก
Dream it. Wish it. Do it.ฝันแล้วต้องลงมือทำ
Do it your way! ทำมันตามแบบของคุณ
Success doesn’t just find you. You have to go out and get it.ความสำเร็จมันไม่ได้วิ่งมาหาคุณ คุณต้องออกไปหามันเอง
The harder you work for something, the greater you’ll feel when you achieve it.ยิ่งคุณทุ่มเทกับอะไรมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งรู้สึกมากขึ้นเมื่อคุณประสบความสําเร็ว
Dream bigger. Do bigger.จงฝันให้ใหญ่และทำให้เต็มที่
Don’t stop when you’re tired. Stop when you’re done.อย่าหยุดตอนที่คุณเหนื่อย แต่หยุดเมื่อคุณทำมันสำเร็จแล้ว
Don’t cry because it’s over, smile because it happened. ― Dr. Seussอย่าร้องไห้เมื่อบางสิ่งจบลง จงยิ้มเพราะมันเกิดขึ้นแล้ว
Wake up with determination. Go to bed with satisfaction.จงตื่นเช้ามาพร้อมกับความมุ่งมั่น เข้านอนพร้อมความอิ่มเอิบใจ
You only live once, but if you do it right, once is enough. ― Mae Westคุณใช้ชีวิตได้เพียงแค่ครั้งเดียว แต่ถ้าใช้มันอย่างถูกต้อง ครั้งเดียวก็เพียงพอ
Do something today that your future self will thank you for.จงทำสิ่งที่ตัวคุณในอนาคตจะขอบคุณคุณที่ทำอย่างนั้นในวันนี้
Little things make big days.สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถสร้างวันที่ยิ่งใหญ่ได้
Life is not fair – get used to it!ชีวิตไม่มีอะไรที่ยุติธรรมหรอก ชินซะ!
It’s going to be hard but hard does not mean impossible.มันอาจจะยาก แต่ยากก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้
Don’t wait for an opportunity. Create it.อย่ารอคอยโอกาส แต่จงสร้างโอกาส
Sometimes we’re tested not to show our weaknesses, but to discover our strengths.บางทีเรากำลังถูกทดสอบ ไม่ใช่เพื่อโชว์ความอ่อนแอให้ใครเห็น แต่เพื่อให้ค้นพบความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ภายในเรา
Do the impossible.จงทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
The sky’s the limit.ไม่มีอะไรหยุดยั้งได้
If you want to go fast, go alone. If you want to go far, go together.อยากไปเร็วก็ไปคนเดียว อยากไปไกลก็ต้องไปด้วยกัน
Defeat is simply a signal to press onward. — Helen Kellerความพ่ายแพ้ เป็นเพียงสัญญาณให้เดินหน้าต่อไป
Life is short, smile while you still have teeth.ชีวิตมันสั้น รีบยิ้มตอนที่ยังมีฟันอยู่เต็มปาก
What doesn’t kill you makes you stronger!อุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ จะหล่อหลอมให้เราเป็นคนแข็งแกร่งขึ้น

>>> คุณอาจจะสนใจ:

โปรดแบ่งปันและบันทึก คําให้กําลังใจ ภาษาอังกฤษ สั้นๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจไว้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับให้กำลังใจตัวเองและคนที่คุณรักเมื่อเผชิญกับความท้อแท้ อย่าลืมติดตาม ELSA Speak เพื่อเรียนรู้ประโยคภาษาอังกฤษ ให้กําลังใจแบบน่ารักๆ บทสนทนาภาษาอังกฤษ อีกหลายๆหัวข้อนะ!

กริยาช่วย do และ does เป็นไวยากรณ์พื้นฐานที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษได้เรียนในบทเรียนมาบ้างแล้ว แต่เมื่อไหร่ถึงจะใช้ do does ก็ยังคงเป็นความท้าทายสำหรับผู้เรียนหลายคน ดังนั้นบทความนี้จะให้ผู้เรียนรู้ว่า do does ใช้ยังไง คำจำกัดความและการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับไวยากรณ์พร้อมทั้งแบบฝึกหัดและเฉลยแก่ผู้เรียนด้วย

คำจำกัดความ do does

“Do” เป็นคำกริยาที่พิเศษซึ่งจะเปลี่ยนไปตามคำนาม: do และ does หรือเปลี่ยนไปตาม: did และ Done อย่างไรก็ตาม do และ does ส่วนใหญ่จะใช้เป็นกริยาช่วย ในประโยคบอกเล่า do และ does มีโครงสร้างดังนี้: ประธาน + do/does + กรรม

S +do/does + O

ตัวอย่าง:

●  I do my homework really fast. (ฉันทำการบ้านเร็วมาก)

●  He does the housework to help his mom. (เขาช่วยแม่ทำความสะอาดบ้าน)

เมื่อไหร่ถึงจะใช้ do does

เมื่อไหร่ถึงจะใช้ “do”

“Do” มีหลายความหมาย เช่น ทำ ดำเนินการ บรรลุ เสร็จสมบูรณ์ และมักใช้กับบุรุษสรรพนามพหูพจน์ เช่น “you we they” และกรณีพิเศษคือใช้กับ “I” เช่นเดียวกับคำนามพหูพจน์อื่นๆ ที่นับได้

ในประโยคปฏิเสธ

นอกเหนือจากการทำหน้าที่เป็นคำกริยาปกติที่มีความหมายตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว “do” ยังใช้เป็นคำกริยาช่วยในประโยคปฏิเสธที่มีโครงสร้าง: ประธาน + do + not + infinitive + กรรม

S + do + not + Vbare + O

ตัวอย่าง:

●  I do not like horror movies. (ฉันไม่ชอบหนังสยองขวัญ)

●  We do not order this dish. (อาหารจานนี้เราไม่ได้สั่ง)

หมายเหตุ: “do not” สามารถย่อเป็น “don’t” ได้

ตัวอย่าง:

●  They don’t drink coffee. (พวกเขาไม่ดื่มกาแฟ)

●  I don’t go to school today. (วันนี้ฉันไม่ได้ไปโรงเรียน)

ในคำถามที่มีประธาน: I you we they

เมื่อใช้ในประโยคคำถาม “do” จะมีโครงสร้างที่แตกต่างจากประโยคปฏิเสธและประโยคบอกเล่า เพราะกริยาช่วย “do” จะขึ้นต้นประโยคโดยมีโครงสร้างดังนี้: Do/Don’t + ประธาน + infinitive + กรรม?

Do/Don’t + S + Vbare + O?

ตัวอย่าง:

●  Do I wait here? (ฉันต้องรออยู่ที่นี่เหรอ?)

●  Do they walk to school? (พวกเขาเดินไปโรงเรียนใช่ไหม?)

●  Don’t we have homework? (เราไม่มีการบ้านใช่ไหม?)

●  Don’t you need my car? (คุณไม่ต้องการรถของฉันแล้วเหรอ?)

เมื่อใดจะใช้ “does”

“Does” เป็นรูปแบบดัดแปลงของ “do” มักใช้ร่วมกับบุรุษสรรพนาม เช่น “he/she/it” คำนามเอกพจน์ หรือคำนามนับไม่ได้ (water, music, homework,…).

ในประโยคปฏิเสธ

เช่นเดียวกับ “do” นอกเหนือจากการทำหน้าที่เป็นคำกริยาปกติแล้ว “does” ยังใช้เป็นกริยาช่วยในประโยคปฏิเสธที่มีโครงสร้าง: ประธาน + does + not + infinitive + กรรม

S + does + not + Vbare + O

ตัวอย่าง:

●  He does not live here. (เขาไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่)

●  It does not work. (มันไม่ทำงาน)

●  The music does not sound good at all. (เพลงนี้ไม่เพราะเลย)

หมายเหตุ: “does not” สามารถย่อเป็น “doesn’t” ได้

ตัวอย่าง:

●  She doesn’t want to meet him. (เธอไม่อยากพบเขา)

●  It doesn’t move when I touch it. (เมื่อฉันเตะมัน มันไม่ขยับเลย)

●  The water doesn’t flow. (น้ำไม่ไหล)

ในประโยคคำถาม

ในประโยคคำถามจะมีโครงสร้างที่แตกต่างจากประโยคปฏิเสธและประโยคบอกเล่า นั้นคือกริยาช่วย “Does” จะอยู่ที่ต้นประโยคโดยมีโครงสร้าง: Does/Doesn’t + ประธาน + infinitive + กรรม?

Does/Doesn’t + S + Vbare + O ?

ตัวอย่าง:

●  Does he know about us? (เขารู้เรื่องของเราไหม?)

●  Does it bite? (มันกัดไหม?)

●  Doesn’t she have a meeting to attend? (เธอต้องเข้าร่วมประชุมไหม?)

Do does ใช้ยังไง?

วิธีใช้ ‘do’ และ ‘does’ ใน Tag questions และ Wh-questions

ในท้ายประโยค (Tag questions)

ในคำถามท้ายประโยค กริยาช่วย “do/does” จะไม่อยู่ต้นประโยคเหมือนกับคำถามปกติ แต่จะเปลี่ยนไปตามโครงสร้างสองอย่างต่อไปนี้:

S + V1 + O, don’t/doesn’t + S?

S + don’t/doesn’t + Vbare + O, do/does + S?

ตัวอย่าง:

●  They cook the dinner, don’t they? (พวกเขาทำอาหารเย็นใช่ไหม)

●  I don’t have to come to the party, do I? (ฉันไม่จำเป็นต้องมางานปาร์ตี้ใช่ไหม?)

●  She cleans the house, doesn’t she? (เธอทำความสะอาดบ้านใช่ไหม?)

●  He doesn’t need the pen, does he? (เขาไม่ต้องการปากกาใช่ไหม?)

ในประโยคคำถามที่มีคำถาม (Wh-questions)

สำหรับคำถามที่มีคำตั้งคำถาม กริยาช่วย do/does จะอยู่หลังคำที่ใช้เพื่อถามซึ่งมีโครงสร้างดังนี้:

คำใช้เพื่อถาม (Wh-questions)+ do/does (not) + S + Vbare + O?

ตัวอย่าง:

●  How do you go to work? (คุณไปทำงานยังไง?)

●  Where does she live? (เธออาศัยอยู่ที่ไหน?)

●  Why doesn’t he rest? (ทำไมเขาถึงไม่พักผ่อน?)

●  What do they want for dinner? (คืนนี้พวกเขาอยากกินอะไร?)

>>> Read more:

หมายเหตุกรณีพิเศษเมื่อใช้ ‘do’ และ ‘does’

ใช้ “do/does” เป็นกริยาช่วยในประโยคบอกเล่า

สำหรับวิธีการใช้คำเหล่านี้ ผู้เรียนควรใช้เฉพาะสนทนาหรือการเขียนแบบไม่เป็นทางการ และควรใช้กับกริยาช่วยบางคำ เช่น ““like need want love hate…” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นย้ำความรู้สึก แสดงความจริงใจของตัวเองด้วยโครงสร้างดังนี้:

S + do/does + V Bare + O

ตัวอย่าง:

●  I really do love you. (เน้นว่าฉันรักคุณจริงๆ)

●  She does need to go to the hospital now. (เน้นว่าตอนนี้เธอต้องไปโรงพยาบาลจริงๆ)

●  They do want to meet you. (เน้นว่าพวกเขาอยากพบคุณจริงๆ)

ใช้ “do not” ในการออกคำสั่งห้ามหรือป้องกัน

กรณีนี้เป็นกรณีที่กริยาช่วย “do not” จะมาขึ้นต้นประโยคโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบคำถามกับโครงสร้างดังนี้:

Don’t/Do not + Vbare + O

ตัวอย่าง:

●  Don’t pet the cat. (อย่าแตะลูกแมว)

●  Don’t disturb the students while they are taking their exam. (อย่ารบกวนนักเรียนในขณะที่เขากำลังทำข้อสอบ)

●  Do not smoke in the library. (ห้ามสูบบุหรี่ในห้องสมุด)

หมายเหตุกรณีพิเศษเมื่อใช้ 'do' และ 'does'

แบบฝึกหัดการใช้งาน

แบบฝึกหัด

แบบฝึกหัดที่ 1: เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

Example: Why __________ you always forget your keys at home?
A. do B. does C. did
—> Why do you always for get your keys at home?

  1. He __________ his best to finish the project on time.
    A. do
    B. does
    C. did
  2. __________ your sister enjoy hiking in the mountains?
    A. Do
    B. Does
    C. Did
  3. The teacher wants her students to complete the homework by tomorrow, __________?
    A. does she
    B. doesn’t she
    C. do they
  4. They __________ like to travel to exotic places during their vacations.
    A. do
    B. does
    C. did
  5. Your parents don’t approve of your decision to study abroad, __________?
    A. do they
    B. don’t you
    C. doesn’t they

แบบฝึกหัดที่ 2: เติมคำว่า “do” หรือ “does” ในช่องว่าง

Example: We do not have enough time to finish the project, __________? → We do not have enough time to finish the project, do we?

  1. What __________ you enjoy doing in your free time?
  2. The cat __________ not like to be left alone for too long.
  3. Maria doesn’t do her laundry on Sundays, __________ she?
  4. You enjoy swimming in your free time, __________ you?
  5. How often __________ your friends go out for dinner?

แบบฝึกหัดที่ 3: แก้ไขคำผิดที่เป็นตัวหนา

Example: We does our best to support local businesses. → We do our best to support local businesses.

  1. Do your sister enjoy hiking in the mountains?
  2. The teacher does not allows late submissions.
  3. They don’t likes to attend crowded events.
  4. She understand the instructions correctly, don’t she?
  5. Your parents like your boyfriend, does they?

คำตอบ

แบบฝึกหัดที่ 1: เลือกคำตอบที่ถูกต้อง

Example: Why __________ you always forget your keys at home? a. do b. does c. did —> Why do you always for get your keys at home?

  1. He does his best to finish the project on time. a. do b. does c. did
  2. Does your sister enjoy hiking in the mountains? a. Do b. Does c. Did
  3. The teacher wants her students to complete the homework by tomorrow, doesn’t she? a. does she b. doesn’t she c. do they
  4. They do like to travel to exotic places during their vacations. a. do b. does c. did
  5. Your parents don’t approve of your decision to study abroad, do they? a. do they b. don’t you c. doesn’t they

แบบฝึกหัดที่ 2: เติมคำว่า “do” หรือ “does” ในช่องว่าง

Example: We do not have enough time to finish the project, __________? → We do not have enough time to finish the project, do we?

  1. What do you enjoy doing in your free time?
  2. The cat does not like to be left alone for too long.
  3. Maria doesn’t do her laundry on Sundays, does she?
  4. You enjoy swimming in your free time, don’t you?
  5. How often do your friends go out for dinner?

แบบฝึกหัดที่ 3: แก้ไขคำที่เป็นตัวหนา

Example: We does our best to support local businesses. → We do our best to support local businesses.

  1. Do your sister enjoy hiking in the mountains? → Does your sister enjoy hiking in the mountains?
  2. The teacher does not allows late submissions. → The teacher does not allow late submissions.
  3. They don’t likes to attend crowded events. → They don’t like to attend crowded events.
  4. She understand the instructions correctly, don’t she? → She understands the instructions correctly, doesn’t she?
  5. Your parents like your boyfriend, does they? → Your parents like your boyfriend, do they?

คำถามที่พบบ่อย

Do ใช้กับประธานอะไรบ้าง?

Do เป็นคำกริยาที่พิเศษซึ่งใช้กับสรรพนาม I you we they และคำนามนับพหูพจน์

Does ใช้กับประธานอะไร?

Does ใช้กับคำนามบางคำสรรพนามเท่านั้น นั้นคือ He she it และคำนามเอกพจน์ คำนามนับไม่ได้

Do กับ does ใช้ต่างกันอย่างไร?

“Do” เป็นคำกริยาที่พิเศษที่ใช้กับสรรพนาม “I you we they” และสำหรับคำนามนับพหูพจน์ “Does” เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่ 3 ของ “do” ใช้กับคำสรรพนาม “he she it” คำนามเอกพจน์ และคำนามนับไม่ได้บทความนี้ได้นำความรู้ที่สำคัญเกี่ยวเมื่อไหร่ที่ต้องใช้ do หรือ does นอกเหนือจากการทำแบบฝึกหัดทั้ง 3 แบบข้างต้นแล้ว ผู้เรียนควรฝึกทำแบบฝึกหัดอื่นๆเพิ่มเติมที่บ้านเพื่อให้เข้าใจ do does ใช้ยังไง หลักไวยากรณ์นี้ได้ดีขึ้น ติดตาม ELSA Speak เพื่อเรียนรู้ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเพิ่มเติมทุกวันนะ!

คุณคงเคยได้ยินมาว่า โสดภาษาอังกฤษ คือ Single แต่คุณอาจยังไม่รู้ว่า นอกจากความหมาย โสด แล้วมีความหมายอะไรอีก มีคำพ้องความหมายหรือไม่ วิธีการใช้เป็นอย่างไร มาเรียนรู้กับ ELSA Speak กันนะ

โสดภาษาอังกฤษ คือออะไร

โสดภาษาอังกฤษ คือออะไร

โสดภาษาอังกฤษ คือ Single /ˈsɪŋgəl/ เป็นคำนาม (noun) ที่แสดงถึงบุคคลที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือบุคคลที่หย่าร้างแต่ยังไม่ได้แต่งงานใหม่

ตัวอย่างเกี่ยวกับวิธีการใช้ความหมาย โสดภาษาอังกฤษ

(เขาเป็นโสดมานานแล้ว ฉันไม่คิดว่าเขาจะแต่งงาน)

(กลับมาเป็นโสดอีกครั้งรู้สึกยังไงบ้าง?)

(ฉันเป็นโสดมาหนึ่งปีแล้วและฉันก็มีความสุขกับการมีอิสรภาพ)

(เขาเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและเลือกที่จะอยู่เป็นโสด)

(คุณโสดหรือมีแฟนแล้ว)

(เขาไม่ได้มองหาความจริงจังในตอนนี้ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะอยู่เป็นโสดมากกว่า)

(การเป็นโสดช่วยให้ฉันโฟกัสไปที่การเติบโตและเป้าหมายของตัวเองได้)

(เขาพอใจกับชีวิตโสดและใช้เวลาในช่วงสุดสัปดาห์ท่องเที่ยวและสำรวจสถานที่ใหม่ๆ)

(ในฐานะพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว เขาทำงานอย่างแข็งขันเพื่อเลี้ยงดูลูกๆ ของเขา)

(เขาเพิ่งออกจากความสัมพันธ์ระยะยาวและกำลังปรับตัวกลับเป็นโสดอีกครั้ง)

(หลายๆ คนชื่นชอบความเป็นอิสระและความยืดหยุ่นที่พร้อมกับไลฟ์สไตล์คนโสด)

(การเป็นโสดไม่ได้หมายความว่าคุณเหงา อาจเป็นทางเลือกที่เติมเต็มและเสริมสร้างศักยภาพได้)

ตัวอย่างเกี่ยวกับวิธีการใช้ความหมาย โสดภาษาอังกฤษ

>>> Read more: คําคมภาษาอังกฤษ เท่ๆ เกี่ยวกับความรัก

นอกจากความหมาย โสด แล้ว single ยังมีความหมายอะไรบ้าง?

Single นอกจากแปลว่า โสด แล้ว ในภาษาอังกฤษยังแปลเป็นความหมายอื่นๆ ได้อีก ทั้งนี้ขึ้นอยู่สถานการณ์

ตัวอย่าง

Single (ในด้านเพลง)

คำนิยาม: ในด้านเพลง “Single” คือเพลงที่ปล่อยออกมาเดี่ยว โดยปกติจะโพรโมตอัลบั้มที่กำลังจะเปิดตัว Single ก็มักจะมีเพลงเพียง 1 หรือ 2 เพลงเท่านั้น

ฝ่ายเดียว

คำนิยาม: สถานะของความสัมพันธ์ที่ฝ่ายเดียวเท่านั้นที่มีความรู้สึกหรือความสนใจ

ไม่ซับซ้อน

คำนิยาม: ไม่ซับซ้อนหรือไม่สับสน

เอกลักษณ์

คำนิยาม: มีเพียงหนึ่งเดียวไม่มีบุคคลหรือสิ่งของที่สอง

Single ยังมีความหมายอะไรบ้าง?

>>> Read more: คําคมภาษาอังกฤษ ความรัก

ตัวอย่างเกี่ยวกับวิธีการใช้คำ single ในสถานการณ์อื่นๆ

คำพ้องความหมายกับโสดภาษาอังกฤษ

คำศัพท์การสำเนียงความหมาย
individual/ˌɪndɪˈvɪdʒuəl/คน ๆ เดียว
lone/loʊn/โดดเดี่ยว
original/əˈrɪdʒənl/แรกเริ่ม
particular/pərˈtɪkjələr/โดยเฉพาะ
personal/ˈpɜːrsənl/ส่วนตัว
private/ˈpraɪvət/สันโดษ
separate/ˈsɛpəreɪt/แยกกัน
simple/ˈsɪmpəl/เดี่ยว
sole/soʊl/เพียงคนเดียว
special/ˈspɛʃəl/พิเศษ
specific/spəˈsɪfɪk/เฉพาะ เจาะจง
distinguished/dɪˈstɪŋɡwɪʃt/เด่น พิเศษ
exclusive/ɪkˈskluːsɪv/กีดกัน ผูกขาด
isolated/ˈaɪsəleɪtɪd/โดดเดี่ยว
loner/ˈloʊnər/ผู้อยู่สันโดษ
one/wʌn/หนึ่ง
restricted/rɪˈstrɪktɪd/ถูกจำกัด
secluded/sɪˈkluːdɪd/แยกตัว
separated/ˈsɛpəreɪtɪd/แยกทางกัน
singular/ˈsɪŋɡjələr/เอกพจน์
solitary/ˈsɒlɪtəri/อันเดียว สันโดษ
especial/ɪˈspɛʃəl/พิเศษ เฉพาะ
exceptional/ɪkˈsɛpʃənl/ยอดเยี่ยม
indivisible/ˌɪndɪˈvɪzəbəl/แบ่งแยกไม่ได้
not general/nɑt ˈdʒɛnərəl/ไม่เป็นทั่วไป
not public/nɑt ˈpʌblɪk/ไม่เกี่ยวข้องกับส่วนรวม
odd/ɒd/แปลกประหลาด
only/ˈoʊnli/เพียงคนเดียว
คำพ้องความหมายกับ “Single”

>>> อ่านเพิ่มเติม:

ประโยคภาษาอังกฤษที่บอกถึงสถานะโสด 

1. I don’t have anyone in my heart.

ฉันยังไม่มีใครในหัวใจเลย หรืออีกนัยก็คือต้องการสื่อความหมายว่า ยังโสดอยู่ เธออยากเข้ามาอยู่ในใจเราไหมล่ะ

2. Love is not my first priority right now.

ความรักยังไม่ใช่เรื่องสำคัญอันดับแรกสำหรับฉัน คำตอบแบบมั่นๆ ตามสไตล์คนยุคใหม่ที่ไม่ได้โฟกัสเรื่องความรักเป็นหลัก แต่ระวังนิดนะถ้าจะตอบแบบนี้ เพราะอาจทำให้หนุ่มๆ หรือสาวๆที่กำลังหมายปองคุณอยู่หนีกระเจิงไปได้

3. I’m currently enjoying my independence and autonomy.

ฉันยังมีความสุขกับอิสระและชีวิตโสดมากๆ คือ ก็หมายถึงยังไม่มีแฟนนั่นแหละจ้า เรียกว่าเป็นคำตอบที่ให้สิบ สิบ สิบ ไปเลย เพราะนอกจากจะเป็นการอัปเดตสถานะแบบตรงๆ แล้วยังเป็นการสื่อด้วยว่า โสดแล้วไง ชีวีตแฮปปี้ก็แล้วกันได้อีกด้วยนะ

4. I am separated.

เลิกแล้วจ้า…โสดแล้วนะ สำหรับคนที่เลิกรากับคนรักเก่าไป สามารถหยิบคำนี้มาตอบคำถามว่า “โสดมั้ย?” แบบสตรองๆ ไปได้เลย

5. I’m too busy to date anyone.

ฉันยุ่งมากจนไม่มีเวลาไปเดทกับใครหรอก เป็นประโยคที่ต้องการจะสื่อว่า คุณมีอะไรต้องทำเยอะแยะมากมาย ไม่ใช่คนที่จะว่างมานั่งรอความรักไปวันๆ หรอกนะ

6. I am unattached and independent.

ฉันไม่มีพันธะใดๆ ทั้งสิ้น โสดมากบอกเลย

7. I haven’t met anyone that makes my heart beats so fast until this moment.

ฉันยังไม่เคยเจอใครที่ทำให้ใจเต้นแรงเลยจนกระทั่งตอนนี้ เอ้าสิ! งานหยอดต้องมา ถ้าเลือกจะตอบแบบนี้คนถามต้องเป็นอนาคตแฟนแน่ๆ นาทีต้องบริหารเสน่ห์กันต่อแล้ว

8. I’m too independent for most men/women to handle.

ฉันมีความเป็นตัวของตัวเองเกินกว่าใครจะรับมือได้ อารมณ์ประมาณแบบเป็นคนมั่นใจในตัวเอง มีความเป็นตัวเองสูง เลยไม่ค่อยจะมีใครเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ แต่อีกมุมหนึ่งก็เป็นการพูดเชิงท้าทายหน่อยๆ ว่า ยังไม่เคยมีใครเอาฉันอยู่เลยนะ หรือว่าคุณจะลอง

9. I’m single and ready to mingle.

โสดจ้า แต่ก็พร้อมจะมีคู่นะ ประมาณว่าก็โสดแหละ แต่อยู่ในโหมดเปิดใจนะ ไม่เชื่อก็ลองจีบสิ

ประโยค โสด ภาษาอังกฤษ

>>> Read more: แคปชั่นเกี่ยวกับความรักที่น่าเศร้า อกหัก ในภาษาอังกฤษ

ความแตกต่างกันระหว่าง Single และ Celibate

ความแตกต่างSingleCelibate
คำนิยามผู้ที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องหรือการแต่งงานผู้ที่ไม่มีการร่วมเพศหรือไม่ได้แต่งงาน
สถานภาพสมรสอาจเป็นโสด หย่าร้าง หรือไม่มีคนรัก ไม่แต่งงาน
การร่วมเพศอาจมีการร่วมเพศไม่มีการร่วมเพศ
เหตุผลอาจเกิดจากการเลือก ยังไม่หาคู่ครอง โฟกัสเรื่องอาชีพ ฯลฯอาจเกิดจากการเลือกส่วนบุคคล ศาสนา ความมุ่งมั่นที่จะไม่มีการร่วมเพศก่อนแต่งงาน ฯลฯ
ทัศนคติต่อความรักอาจแสวงหาความสัมพันธ์ทางอารมณ์และคู่รักไม่มองหาความสัมพันธ์ทางอารมณ์และคู่รัก
ตัวอย่าง“ฉันเป็นคนโสด”“เขามุ่งมั่นที่จะเป็นโสด”
ความแตกต่างกันระหว่าง SINGLE และ CELIBATE

คำถามที่พบบ่อย

สาวโสดในภาษาอังกฤษคืออะไร?

Single girl.

คนโสดที่รักสนุกในภาษาอังกฤษคืออะไร?

Fun-loving single.

ชีวิตโสดในภาษาอังกฤษคืออะไร?

Single life.

Single คืออะไร?

Single หมายถึง โสด ไม่มีคนรักหรือมีความสัมพันธ์แบบโรแมนติก

Single Life là gì?

Single Life หมายถึง ชีวิตโสด สภาวะที่ไม่มีคู่รักหรือความสัมพันธ์ทางอารมณ์

ไม่โสดอีกต่อไปในภาษาอังกฤษคืออะไร?

No longer single หรือแต่งงานแล้ว (สำหรับผู้ที่ได้ก้าวเข้าสู่ความสัมพันธ์ครั้งใหม่แล้ว)

ความเหงาในภาษาอังกฤษคืออะไร?

Lonely หรือ feeling lonely.

ELSA Speak ได้แชร์คำศัพท์เกี่ยวกับ โสดภาษาอังกฤษ ให้กับคุณ หวังว่ามันจะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายและการใช้คำว่า “Single” ได้ดีขึ้น ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ELSA Speak เพื่อเรียนภาษาอังกฤษผ่านแอปที่แสนสะดวกตอนนี้เลย!

คำประสมในภาษาอังกฤษ (compound words) มีบทบาทสำคัญในการขยายความหมายของคำศัพท์ โดยการนำเอาคำสองคำหรือมากกว่ามารวมกันเป็นคำใหม่ ที่มีความหมายใหม่ มีเอกลักษณ์ และมีความหลากหลายมากกว่าคำใดคำหนึ่งเพียงคำเดียว มาเรียนรู้ว่า compound words คืออะไรและมีคำประสมมีประเภทอะไรบ้างกับ ELSA Speak กันนะ

Compound words มีอะไรบ้าง?

คำนิยามของ compound words

คำประสม (compound words) ในภาษาอังกฤษเป็นโครงสร้างทางภาษาที่เกิดขึ้นจากการนำเอาคำสองคำหรือมากกว่ามารวมกันเพื่อสร้างคำใหม่ที่มีความหมายแตกต่างกัน

คำประสมสามารถเกิดขึ้นได้จากกระบวนการต่างๆ เช่น การประสมคำ (word compounding) การผสมคำ (word blending) หรือการยืมจากภาษาอื่น (borrowing from other languages)

Compound words ตัวอย่าง

ตัวอย่างเกี่ยวกับ compound words:

คำประสมมักสับสนกับหน่วยคำควบ (blended words) หรือที่เรียกว่า “portmanteaus” คำประสมในภาษาอังกฤษประกอบด้วยคำสองคำ ในขณะที่หน่วยคำควบประกอบด้วยส่วนหนึ่งของคำ

ตัวอย่าง: หน่วยคำควบ: “stay” – อยู่ / อาศัยอยู่; “vacation” – ช่วงลาพักผ่อน

→ หน่วยคำควบจะถึงเป็น “staycation” – การท่องเที่ยวไม่ไกลจากบ้าน “cation” แยกออกจาก “vacation” เพื่อสร้างคำ “staycation”

>>> Read moreVacation แปลว่า? แยกแยะ vacation, holiday, day off ในภาษาอังกฤษ

ตัวอย่างเกี่ยวกับ compound words

จำแนกประเภท (compound words) ในภาษาอังกฤษ

คำประสมแบบเขียนแยกกัน (Open compound words)

คำประสมแบบเขียนแยกกันมีช่องว่างระหว่างคำ ซึ่งทำให้ยากต่อการระบุ คำประสมแบบเขียนแยกกัน ทำหน้าที่เหมือนคำเดี่ยว พวกมันปรากฏพร้อมกันเสมอในลำดับเดียวกันและแต่ละคำก็มีความหมายเฉพาะของแต่ละประเภท

คำประสมแบบเขียนแยกกันส่วนใหญ่จะเป็นคำนามและใช้เหมือนคำนามทั่วไป หากต้องการสร้างคำประสมแบบเขียนแยกกัน โดยปกติคุณจะแปลงคำสุดท้ายในกลุ่มคำให้เป็นพหูพจน์เท่านั้น ไม่ใช่ทุกคำ 

ถูกผิด
Mia got sick from eating ten hot dogs.Mia got sick from eating ten hots dogs.

เมื่อคำประสมแบบเขียนแยกกันเป็นคำกริยา มักเรียกว่ากริยาวลีที่มีกฎพิเศษของตัวเอง แต่โดยทั่วไปมีเพียงคำเดียวในกลุ่มเท่านั้นที่จะเชื่อมโยงกัน และคำอื่นที่เหลือจะไม่มีความหมาย

ถูกผิด
He found out too late.He found outed too late. He find outed too late.

อย่างไรก็ตาม บางครั้งคำประสมแบบเขียนแยกกันอาจต้องใช้เครื่องหมายยัติภังค์ หากใช้เป็นส่วนอื่นของคำพูด ตัวอย่างเช่น Test drive เป็นคำประสมแบบเขียนแยกกันเมื่อใช้เป็นคำนาม เมื่อใช้เป็นคำกริยาต้องเติมเครื่องหมายยัติภังค์ เป็น test-drive

Compound words ตัวอย่างประโยค : Test drives are important. I always test-drive a new car before purchasing. 

คำประสมแบบเขียนแยกกัน (Open compound words)

ตัวอย่างเกี่ยวกับคำประสมแบบเขียนแยกกัน

คำประสมเขียนแยกกันความหมาย
black eyeตาดำ
cell phoneโทรศัพท์มือถือ
close callวางสาย
common senseสามัญสำนึก
cotton candyขนมสายไหม
dining roomห้องรับประทานอาหาร
first aidปฐมพยาบาล
full moonพระจันทร์เต็มดวง
French fryมันฝรั่งทอด
heart attackโรคหัวใจวาย
high schoolมัธยม
hot dogไส้กรอก
ice creamไอศกรีม
life jacketเสื้อชูชีพ
living roomห้องนั่งเล่น
no oneไม่มีใคร
peanut butterเนยถั่วลิสง
post officeไปรษณีย์
prime ministerนายกรัฐมนตรี
real estateอสังหาริมทรัพย์ ภาษาอังกฤษ
remote controlรีโมตคอนโทรล
report cardบัตรรายงาน
rib cageโครงกระดูก
role modelเป็นแบบอย่าง
roller coasterรถไฟเหาะ
salad dressingน้ำสลัด
search engineโปรแกรมค้นหา
slam dunkการกระโดดเอาลูกยัดลงห่วง
sleeping bagถุงนอน
time capsuleแคปซูลกาลเวลา
vacuum cleanerเครื่องดูดฝุ่น
vending machineเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
video gameวิดีโอเกม
waiting roomห้องพัก
washing machineเครื่องซักผ้า
web pageแฟ้มข้อมูลที่มีเนื้อหาที่เราจะได้เห็นบนจอภาพ โดยผ่านทางอินเทอร์เน็ต

คำประสมแบบเขียนติดกัน (Closed compound words)

เมื่อเปรียบเทียบกับคำประสมแบบเขียนแยกกัน คำประสมแบบเขียนติดกันจะจดจำและใช้งานได้ง่ายกว่ามาก ดังนั้นคำประสมแบบเขียนติดกันจึงไม่มีการเว้นวรรคระหว่างคำ คุณจะพบคำประสมแบบเขียนติดกันได้ในแทบทุกส่วนของคำพูด คำวิเศษณ์ เช่น sometimes หรือ any day ถือเป็นคำประสมแบบเขียนติดกัน เช่นเดียวกับคำบุพบท inside, outside, within และ without แม้แต่คำว่า “can’t” เป็นรูปแบบย่อของวลี “can not” ก็เป็นคำประสมที่เขียนติดกัน

คำประสมแบบเขียนติดกัน (Closed compound words)

ตัวอย่างเกี่ยวกับคำประสมแบบเขียนติดกัน

คำประสมเขียนติดกันความหมาย
airportสนามบิน
anybody, everybody, nobody, somebodyใคร ๆ ทุกคน ไม่มีใคร บางคน
anyone, everyone, someone (but not no one), anything, everything, nothing, somethingใคร ๆ ทุกคน บางคน (ไม่ใช่ไม่มีใคร) อะไรก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีอะไร บางสิ่งบางอย่าง
anywhere, everywhere, nowhere, somewhereที่ไหนก็ตาม ทุกที่ ไม่มีที่ไหน บางที่ 
babysitพี่เลี้ยงเด็ก
backgroundภูมิหลัง
barefootเท้าเปล่า
baseball, basketball, football, etc.กีฬาเบสบอล บาสเกตบอล ฟุตบอล ฯลฯ
bathroomห้องน้ำ
bedroomห้องนอน
blackberry, blueberry, etc.แบล็คเบอร์รี่ บลูเบอร์รี 
breakfastอาหารเช้า
cannotไม่ได้ ไม่สามารถ
check outแจ้งออก
cowboyคนที่มีความชำนาญในการขี่ม้า
daylightเวลากลางวัน
desktopคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ
fingerprintลายนิ้วมือ
fireflyหิ่งห้อย
foreverตลอดไป
gentlemanสุภาพบุรุษ
grandmother, grandfather, granddaughter, etc.ย่ายาย ปู่ตา หลานชาย หลานสาว
grapefruitส้มโอ
grasshopperตั๊กแตน
headquartersสำนักงานใหญ่
handshakeการจับมือกับคนอื่นเพื่อทักทายหรือบอกลา
insideข้างใน
keyboardแป้นพิมพ์
lipstickลิปสติก
mailboxตู้ไปรษณีย์
neverthelessแต่อย่างไรก็ตาม
nonethelessถึงอย่างไรก็ตาม
notebookสมุดบันทึก
outsideข้างนอก
paydayวันเงินเดือนออก
railroadทางรถไฟ
rainbowรุ้งกินน้ำ
raincoatเสื้อกันฝน
skateboardกระดานสเก็ต
smartphoneสมาร์ทโฟน
snowballก้อนหิมะ
sometimesบางครั้ง
sunflowerดอกทานตะวัน
toothbrushแปรงสีฟัน
turntableเครื่องเล่นแผ่นเสียง
undercoverลึกลับ
upstreamต้นน้ำ
waterfallน้ำตก
watermelonแตงโม
weekendวันสุดสัปดาห์
withinภายใน
withoutไม่มี

คำประสมแบบมีเครื่องหมายยัติภังค์ (Hyphenated compound words)

สุดท้ายก็คือคำประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ระหว่างคำ คำเหล่านี้อาจออกเสียงได้ยากหากคุณไม่แน่ใจว่ามีเครื่องหมายยัติภังค์หรือช่องว่าง ดังนั้นทางที่ดีควรจำคำประสมที่มียัติภังค์เพื่อที่คุณจะได้ออกเสียงและเขียนได้อย่างถูกต้อง

เมื่อคำประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์เป็นคำนาม สิ่งสำคัญคือคุณต้องแปลงคำเหล่านั้นเป็นคำนามพหูพจน์ ซึ่งมันจะไม่เหมือนคำประสมที่เขียนแยกกัน และไม่ใช่ว่าจะต้องแปลงคำสุดท้ายในกลุ่มเป็นนามพหูพจน์เสมอไป ตัวอย่างเช่น mother-in-law คุณจะแปลงเป็นนามพหูพจน์ในคำว่า mother แทนที่ law

อย่างไรก็ตาม คำประสมแบบมีเครื่องหมายยัติภังค์แต่ละคำมีความแตกต่างกัน และบางครั้งตัวอักษร s จะปรากฏต่อท้าย

ตัวอย่างเช่น: พหูพจน์ของ merry-go-round คือ merry-go-rounds

ถูกผิด
Some spouses don’t like their mothers-in-law, but I get along with mine.Some spouses don’t like their mother-in-laws, but I get along with mine.

ตัวอย่างเกี่ยวกับคำประสมที่แบบมีเครื่องหมายยัติภังค์

คำประสมที่แบบมีเครื่องหมายยัติภังค์ความหมาย
check-inลงทะเบียนเพื่อเข้าพัก
clean-cutสะอาด
editor-in-chiefหัวหน้า บรรณาธิการ
empty-handedมือเปล่า
far-fetchedไม่น่าเชื่อ
father-in-law, mother-in-law, sister-in-law,etc.พ่อตา แม่ยาย น้อวสะใภ้ ฯลฯ
free-for-all(การแข่งขัน) ที่เปิดรับคนทั่วไป
know-howความรู้หรือวิธีการ
know-it-allผู้ที่อ้างว่ารู้ทุกอย่างดีกว่าผู้อื่น
life-sizeเกี่ยวกับขนาดธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต
merry-go-roundม้าหมุน
long-distanceทางไกล
long-termระยะยาว
mind-blowingตื่นเต้นมาก
nitty-grittyรายละเอียดสำคัญ
one-sidedฝ่ายเดียว
one-dimensional, two-dimensional, etc.มีขนาดเดียว มีสองขนาด
over-the-counterซื้อขายกันโดยตรง
run-inการอบอุ่นร่างกาย
runner-upผู้ที่ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศ
strong-armกล้าหาญ
topsy-turvyยุ่งวุ่นวาย
toss-upการเสี่ยง
up-to-dateทันสมัย
well-beingสวัสดิภาพ
word-of-mouthปากต่อปาก
คำประสมแบบมีเครื่องหมายยัติภังค์ (Hyphenated compound words)

>>> Read more:

Compound words แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย

Compound words คําประสม แบบฝึกหัด

Exercise 1: Choose the correct compound word that best completes each sentence. Select the letter (A, B, C, D, or E) corresponding to your answer.

1. She bought a _______________ to protect her eyes from the sun.

A) sunglasses

B) sunflower

C) moonlight

D) starfish

E) rainfall

2. My sister has a collection of _______________ on her bookshelf.

A) bookcase

B) raincoat

C) newspaper

D) homework

E) bedtime

3. The _______________ was delicious! It had layers of chocolate and cream.

A) chocolate

B) cake

C) ice cream

D) pancake

E) cupcake

4. He went to the _______________ to withdraw some money from his account.

A) supermarket

B) library

C) restaurant

D) banknote

E) fisherman

5. We had a _______________ on the beach during our vacation.

A) moonlight

B) rainfall

C) firework

D) starfish

E) sandcastle

Exericse 2: Match the word in column A to column B to make it a compound word.

AB
1. birtha. box
2. breakb. day
3. firec. fast
4. highd. fighter
5. maile. ground
6. playf. light
7. sung. paste
8. toothh. way

Exercise 3: Fill in the gaps the compound words.

1. A book with pages for writing or taking notes is called a _________book.

2. A waterproof coat worn to protect against rain is called a _______coat.

3. A team sport played with a spherical ball, where players use their feet to kick the ball and score goals is called a ______ball.

4. A place where aircraft take off, land, and are serviced, providing facilities for passengers and cargo is called an_______port.

5. A printed publication containing news, articles, and advertisements that is typically published daily or weekly is called a _______paper.

คำเฉลย

Exercise 1:

1. A) sunglasses (แว่นตากันแดด)

2. A) bookcase (ชั้นวางหนังสือ)

3. B) cake (ขนมเค้ก)

4. D) banknote (ธนบัตร)

5. E) sandcastle (ปราสาททราย)

Exercise 2:

1. B2. C3. D4. H
5. A6. E7. F8. G

Exercise 3:

1. Notebook (สมุดบันทึก)

2. Raincoat (เสื้อกันฝน)

3.Football (ฟุตบอล)

4. Airport (สนามบิน)

5.Newspaper (หนังสือพิมพ์)

คำถามที่พบบ่อย

คำประสมทำหน้าที่อย่างไร?

คำประสมทำหน้าที่เหมือนคำเดี่ยว ซึ่งหมายความว่าเมื่อคุณแปลงกริยาประสมหรือคำนามประสมเป็นพหูพจน์ คุณก็จะเปลี่ยนแปลงไวยากรณ์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการพูดถึงห้องนั่งเล่นมากกว่าหนึ่งห้อง คุณจะต้องพูดว่า living rooms ไม่ใช่ livings rooms

คำประสมมีกี่ประเภท?

คำประสมมีสามประเภท ได้แก่ คำประสมแบบเขียนแยกกันโดยมีช่องว่างระหว่างคำ (dining room) คำประสมแบบเขียนติดกันโดยไม่มีช่องว่าง (babysit) และคำประสมแบบมีเครื่องหมายยัติภังค์ (free-for-all)

บทความข้างต้นได้นำข้อมูลเกี่ยวกับ compound words พร้อมทั้งแบบฝึกหัด เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ELSA Speak หวังว่าผู้เรียนจะสามารถใช้คำประสมเหล่านี้เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนเองได้

Synonym คือ อะไร? คำพ้องความหมาย (synonyms) เป็นไวยากรณ์พื้นฐานแต่กลับทำให้นักเรียนหลายคนสับสน เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าคำพ้องความหมายคืออะไร การแยกประเภท และแยกแยะกับความรู้อื่นๆ งั้นมาเรียนรู้ให้ละเอียดมากยิ่งขึ้นกับ ELSA Speak ในบทความด้านล่างนี้กันเลย

Synonym คือ?

Synonym คือ อะไร

คำพ้องความหมายเป็นคำศัพท์ที่มีความหมายคล้ายๆ กัน บางทีสามารถใช้แทนกันได้ด้วยคำอื่นๆ ที่มีการออกเสียงและวิธีการเขียนไม่เหมือนกันแต่มีความหมายเดียวกัน อย่างไรก็ตาม คำพ้องความหมายสามารถแทนที่คำต้นฉบับได้ โดยเฉพาะคำพ้องความหมายนั้นอธิบายได้สอดคล้องกับบริบทของประโยคอย่างสมบูรณ์

Synonym คือ

ตัวอย่างคำพ้องความหมาย

ตัวอย่างที่ 1: Fong just killed 12 people.

ตัวอย่างที่ 2: Fong just killed 12 rats.

จากนั้น คำจำกัดความที่ชัดเจนยิ่งขึ้นของคำพ้องความหมายคือคำที่มีความหมายคล้ายคลึงกับคำต้นฉบับ (Cruse 2002 as cited in Adamska-Salaciak 2015) หรือคำที่มีความหมายเหมือนกันกับคำต้นฉบับมากกว่าความแตกต่าง (Cruse 2004)

หน้าที่ของคำพ้องความหมาย (synonyms)

คำพ้องความหมายเป็นคำศัพท์ที่มีความหมายคล้ายๆ กัน บางทีสามารถใช้แทนกันได้ด้วยคำอื่นที่มีการออกเสียงและวิธีการเขียนไม่เหมือนกันแต่มีความหมายเดียวกัน การใช้คำพ้องความหมายสามารถช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความหลากหลายในภาษาได้ สามารถใช้งานได้หลากหลายบริบท ได้แก่ :

การแยกประเภทคำพ้องความหมาย (synonyms)

คำพ้องความหมายที่สมบูรณ์

คำพ้องความหมายที่สมบูรณ์คือคำที่สามารถทดแทนกันได้ในทุกกรณีโดยไม่เปลี่ยนความหมายของประโยค กล่าวอีกนัยหนึ่ง คำพ้องความหมายที่สมบูรณ์คือคำที่มีคำจำกัดความเดียวกันกับคำดั้งเดิม และไม่มีความแตกต่างในความหมายระหว่างคำทั้งสอง

synonym คำพ้องความหมายที่สมบูรณ์

คำพ้องความหมายที่ไม่สมบูรณ์

คำพ้องความหมายบางส่วนคือคำที่มีความหมายเหมือนกันแต่ยังคงแตกต่างกันบ้างในด้านทัศนคติ อารมณ์ หรือวิธีการกระทำ เมื่อใช้คำเหล่านี้ เราต้องพิจารณาเลือกคำให้เหมาะสมกับสถานการณ์และผู้ฟังด้วย

ตัวอย่างต่อไปนี้จะแสดงคำจำกัดความของคำนั้นๆอย่างชัดเจน:

ตัวอย่าง: คำ “funny” และ “comical”

ในบริบทนี้ “funny” แปลว่า “ตลก” ดังนั้นในกรณีข้างต้น คำนี้สามารถแทนที่ด้วยคำว่า “comical” ได้อย่างสมบูรณ์ – ซึ่งก็หมายถึง “ตลก” ด้วย

“Funny” ในกรณีนี้ไม่สามารถแทนที่ด้วย “comical” ได้ แม้ว่าทั้งสองคำจะมีความหมายว่า “ตลก” แต่ตามบริบทของประโยค “funny” สามารถเข้าใจได้ว่าเป็น “ความรู้สึกแปลก ๆ” ไม่ใช่ “ตลก” ดังนั้นสองคำนี้จึงใช้แทนกันไม่ได้ เพราะคำว่า “comical” แปลว่า “ตลก” เท่านั้น

synonym ที่ไม่สมบูรณ์

ปัจจัยที่สร้างความแตกต่างระหว่างคำพ้องความหมาย (synonyms)

ปัจจัยที่เหมาะสมระหว่างคำพ้องความหมาย การอธิบายบริบทของประโยคที่ได้รับการกล่าวถึงตลอดทั้งบทความ ส่วนต่อไปนี้จะแสดงให้เห็นว่าส่วนประกอบที่ส่งผลต่อปัจจัยข้างต้นคืออะไร และสามารถตอบคำถามได้ว่า: ปัจจัยใดที่ทำให้คำพ้องความหมาย (synonyms) มีความแตกต่างกัน

ความแตกต่างในรูปแบบการใช้

ในภาษาอังกฤษมีคำพ้องความหมาย (synonyms) หลายคำที่มีความหมายคล้ายกัน แต่มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในด้านความสุภาพและความเหมาะสมในสถานการณ์การพูด

ตัวอย่างที่ 1: Dunk (=dip) the pieces of chicken in the batter mixture before frying.

รูปแบบของข้อความข้างต้นแสดงถึงความจริงจังและสุภาพ และเป็นคำแนะนำในการทำอาหารของหนังสือเล่มหนึ่ง ดังนั้นการใช้คำว่า “dunk” ซึ่งเป็นคำที่มีความแตกต่างกันในบริบทและมักใช้ในภาษาพูดจึงไม่เหมาะสม

สำหรับหัวข้อที่แสดงความจริงจัง การใช้คำพ้องความหมาย (synonyms) อย่างเหมาะสมถือเป็นข้อกำหนดที่สำคัญมากเพื่อหลีกเลี่ยงการรุกรานผู้อื่น

ตัวอย่าง 2: His mother just snuffed it (=passed away) recently due to a fever.

บริบทในที่นี้คือการประกาศว่าแม่ของบุคคลหนึ่งเพิ่งเสียชีวิตด้วยอาการไข้ เนื่องจากนี่เป็นเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ จึงควรได้รับความเคารพ ดังนั้นการใช้คำว่า “snuffed it”แบบนี้จะทำให้ครอบครัวผู้ตายขุ่นเคืองอย่างแน่นอน

ผู้สื่อสารควรหลีกเลี่ยงการใช้คำพ้องความหมายที่ไม่เหมาะสมในบริบทที่เป็นทางการหรือต้องใช้ความจริงจัง

ตัวอย่างที่ 3: The speaker spouted nothing but pure crap (=falsehoods) throughout the debate.

บริบทนี้คือการอภิปรายอย่างสุภาพและจริงจัง ดังนั้น การใช้คำว่า “pure crap” ในที่นี้จึงไม่สุภาพ และขัดต่อหลักปฏิบัติในการอภิปราย

ในทางตรงกันข้าม ผู้พูดควรใช้คำที่สละสลวยในบริบทที่มีความใกล้ชิด

ตัวอย่าง: Thomas, can you please give Kim something to imbibe (=drink)?

ในบริบทนี้คือการสนทนาปกติระหว่างเพื่อน ดังนั้นการใช้คำว่า “imbibe” ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายเป็นทางการมาก จะทำให้เกิดความประหลาดใจอย่างมาก และอาจทำให้ผู้ฟังหัวเราะหรือแม้กระทั่งไม่เข้าใจเลยก็ได้

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้เมื่อค้นหาคำพ้องความหมาย (synonyms) คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบโดยใช้คำที่มีการป้ายกำกับว่าเป็นทางการ เช่น formal, informal, technical, literary, archaic, offensive,… ผู้อ่านควรใช้พจนานุกรมภาษาอังกฤษเช่นของ Oxford อ้างอิงในการหาคำพ้องความหมายที่แม่นยำ

ความแตกต่างในรูปแบบการใช้

ความแตกต่างในความหมายเมื่อใช้ Synonyms

ความแตกต่างที่สับสนและซับซ้อนที่สุดเมื่อใช้คำพ้องความหมาย (synonyms) ในภาษาอังกฤษคือความแตกต่างในความหมายระหว่างคำพ้องความหมาย คำบางคำอาจมีคำจำกัดความที่เท่ากัน แต่ไม่สามารถใช้แทนกันได้เนื่องจากมีความแตกต่างที่ซ่อนอยู่ในความหมาย ซึ่งยากต่อการจดจำหากไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษมากนัก

เกณฑ์แยกแยะที่พบบ่อยที่สุดประการหนึ่งอาจเป็นระดับหรือความรุนแรงในบริบท

แม้คำว่า “agonizing” และ “great” ต่างก็อธิบายถึงความเจ็บปวดในระดับที่มาก แต่คำว่า “agonizing” คือความรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงจนบิดเบี้ยว ในขณะที่ “great” ไม่ได้อธิบายถึงความเจ็บปวดในระดับสาหัสเช่นนั้น

สาเหตุของความแตกต่างอาจเกิดจากความแตกต่างเชิงลบและบวกระหว่างคำสองคำที่ต่างกัน

คำว่า ”persist” และ “persevere”ทั้งสองคำหมายถึง “ดำรงอยู่ต่อไป” แต่  ”persist” เป็นคำที่มีความหมายในเชิงลบ ในขณะที่ “persevere” เป็นคำที่มีความหมายในเชิงบวก ในกรณีนี้ไม่สามารถแทนที่คำว่า “persevere” ได้ เนื่องจากคำว่า  ”persist” ในที่นี้ใช้เพื่ออธิบายอาการของโรค ซึ่งมีความหมายในเชิงลบ 

คำบางคำอาจยืดหยุ่นเกินไปหรือมีความหมายเฉพาะเจาะจงเกินไป และต้องพิจารณาบริบทอย่างรอบคอบเพื่อค้นหาคำพ้องความหมาย (synonyms)

แม้ว่า “right” จะเป็นคำพ้องความหมายกับ “correct” ในความหมายของ “ถูกต้อง แม่นยำ” แต่ในกรณีนี้ก็ไม่เหมาะสมเพราะ “correct” ในประโยคแรกไม่ได้หมายถึงความถูกต้อง แต่มีความหมายว่า “แก้ไขให้ถูกต้อง”

การอ้างอิงถึงการดำรงอยู่ทางกายภาพก็เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาเมื่อค้นหาคำพ้องความหมาย

ทั้งคำว่า “fluctuate” และ “wobble” หมายถึง “ผันผวน” แต่คำว่า “fluctuate” ใช้กับวัตถุที่เป็นนามธรรมเช่นข้อมูลเท่านั้น ส่วนคำว่า “Wobble” ใช้ได้กับการเคลื่อนที่ไปมาของวัตถุที่มีอยู่ เช่น ตุ๊กตารัสเซียเท่านั้น ดังนั้นในกรณีข้างต้นจึงสามารถใช้ได้เฉพาะคำว่า “fluctuate” เท่านั้น

มีคำหลายคำในภาษาอังกฤษที่แตกต่างกันไม่ว่าจะมีคำนำหน้าหรือไม่ก็ตาม

ทั้งสองคำ “spectator” และ “onlooker” หมายถึง ‘ผู้ชม’ อย่างไรก็ตาม หากบอกว่า “spectator” แสดงว่าเจนได้ซื้อตั๋วเตรียมการดูการแข่งขันฟุตบอลไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ถ้าบอกว่า “onlooker” แสดงว่าเจนแอบดูการแข่งขันฟุตบอล ในบริบทนี้เจนซื้อตั๋วไปแล้ว จึงไม่สามารถใช้  “onlooker” ได้

สาเหตุอาจเป็นปัจจัยในการกำหนดความแตกต่างระหว่างคำพ้องความหมายสองคำ

แม้ว่า “return” และ “take (them) back” ทั้งสองคำจะหมายถึง “การคืน” แต่สาเหตุของการคืนใน “take (them) back” นั้นเป็นเพราะผู้พูดไม่พอใจในสินค้า ในขณะที่ “return” นั้นหมายถึงการคืนสินค้าโดยทั่วไปเท่านั้น  ในกรณีนี้วิทยากรบอกชัดเจนว่า “enjoyed the books” จึงใช้ “take them back” ไม่ได้

ความแตกต่างในความหมายเมื่อใช้ Synonyms

เมื่อใดจึงจะใช้คำพ้องความหมาย

เมื่อเขียนหรือเล่าเรื่องยาว ๆ อาจจำเป็นต้องอ้างอิงถึงเหตุการณ์เดียวกันหลายครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการพูดซ้ำ เราพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ประโยคหรือคำซ้ำกัน ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการขาดความสนใจในการฟังหรืออ่านเรื่องราว แต่เราสามารถใช้คำพ้องความหมายแทนกันได้ แม้ว่าคำพ้องความหมายจะมีความหมายเหมือนกัน แต่ก็ไม่สามารถใช้แทนกันได้ในทุกกรณี สิ่งนี้ทำให้เราต้องเรียนรู้วิธีใช้คำที่เหมาะสมกับบริบทและปรับปรุงความสามารถทางภาษาของเรา

คำพ้องความหมายภาษาอังกฤษ (synonyms) 50+ คำที่ใช้บ่อย

คำพ้องความหมายในภาษาอังกฤษ: คำนาม

คำศัพท์คำพ้องความหมายความหมาย
TransportationVehiclesยานพาหนะ
LawRegulation, Rule, Principleกฎ
ChanceOpportunityโอกาส
RouteRoad, Trackเส้นทาง
ShipmentDeliveryการจัดส่ง
ImprovementInnovation, Developmentนวัตกรรม
DowntownCity centerใจกลางเมือง
ApplicantCandidateผู้สมัคร
EnergyPowerพลังงาน
BrochureBooklet, Leafletแผ่นพับ
PeopleCitizens, Inhabitantsประชากร
SignatureAutographลายเซ็น
TravelerCommutersผู้โดยสาร
EmployeeStaffพนักงาน

คำพ้องความหมายในภาษาอังกฤษ: คำกริยา

คำศัพท์คำพ้องความหมายความหมาย
LikeEnjoyชอบ
VisitCome round toเยี่ยมชม
ConfirmBear outยืนยัน
SuggestPut forward, Get acrossหยิบยก
DelayPostponeเลื่อน
SupplyProvideจัดหา
DistributeGive outแจก
RememberLook back onจำ
ContinueCarry outดำเนินการต่อ
AnnounceInform, Notifyประกาศ
Figure outWork out, Find outคิดออก
ArriveReach, Show upมาถึง
HappenCome aboutเกิดขึ้น
DiscussTalk overพูดคุย
RaiseBring upนำขึ้น
DecreaseCut, Reduceลด
ExtinguishPut outดับ
TidyClean, Clear Upเรียบร้อย
ExecuteCarry outดำเนินการ
CancelAbort, Call offยกเลิก
BuyPurchaseซื้อ
BookReserveจอง
RequireAsk for, Needต้องการ
RefuseTurn downปฏิเสธ
SeekLook for, Search forค้นหา
OmitLeave outละเว้น

คำพ้องความหมายในภาษาอังกฤษ: คำคุณศัพท์

คำศัพท์คำพ้องความหมายความหมาย
PrettyRatherค่อนข้าง
EffectiveEfficientประสิทธิภาพ
RichWealthyรวย
QuietSilence, Muteเงียบ
BadTerribleแย่
ShyEmbarrassed, Awkwardอาย
DefectiveError, Faulty, Malfunctionalผิดพลาด
DamagedBroken, Out of orderเสียหาย
HardDifficult, Stiffยาก
FamousWell-known, Widely-knownมีชื่อเสียง
FragileVulnerable, Breakableเปราะบาง
LuckyFortunateโชคดี

>>> Read more:

แบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำพ้องความหมายภาษาอังกฤษ

ด้านล่างนี้คือแบบฝึกหัดคำพ้องความหมายภาษาอังกฤษบางส่วน:

Question 1: I just want to stay at home and watch TV and take it easy.
A. sleep    

B. sit down    

C. eat    

D. relax

Question 2: The meteorologist says on TV that it is supposed to rain all day tomorrow.
A. astronomer    

B. TV anchor    

C. TV weatherman    

D. fortune teller

Question 3: In the end, her neighbor decided to speak his mind.
A. say exactly what he thought    

B. say a few words
C. have a chat                            

D. are given the right to

Question 4: When I mentioned the party, he was all ears.
A. partially deaf    

B. listening attentively    

C. listening neglectfully    

D. deaf

Question 5: The notice should be put in the most conspicuous place so that all students can be well-informed.

A. easily seen    

B. suspicious    

C. popular    

D. beautiful

เฉลยแบบฝึกหัด 

ข้อเฉลยความหมาย
1DTake it easy = relax – ผ่อนคลาย
2CMeteorologist = TV weatherman =  นักอุตุนิยมวิทยา (นักพยากรณ์อากาศ)
3ASpeak his mind = say exactly what he thought = พูดความคิดของเขา
4BAll ears = listening attentively = ฟังอย่างตั้งใจ
5AConspicuous = easily seen = มองเห็นได้ง่าย

ข้างต้นเป็นความรู้พื้นฐานเพื่อตอบคำถามว่า synonym คือ อะไร? และคำพ้องความหมายภาษาอังกฤษ 50+ คำที่ใช้บ่อย หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบทบาทและการใช้คำพ้องความหมายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อย่าลืมติดตาม ELSA Speak เพื่ออัปเดทความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับไวยากรณ์และคำศัพท์ภาษาอังกฤษทุกวันนะ

เมื่อคุณมีความสุข ร่าเริง หรือตื่นเต้น คุณอยากจะแบ่งปันกับใครสักคนหรือเพียงแค่แสดงความสุขออกมา  จริงๆ แล้ว การที่มีความสุขเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ดังนั้นมาเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับการแสดง ความสุขภาษาอังกฤษ ที่คุณสามารถใช้กับผู้อื่นได้ง่ายๆ กับ ELSA Speak กันนะ 

ความสุขภาษาอังกฤษ คืออะไร

ในภาษาอังกฤษ ความสุขสามารถแปลว่า happy  joyful ecstatic blissful delighted เป็นต้น คำศัพท์เหล่านี้เป็นคำวิเศษณ์ที่ใช้เพื่อแสดงความรู้สึกของความสุขในระดับต่างๆ อย่างไรก็ตาม happy ยังคงเป็นคำศัพท์ทั่วไปที่ใช้มากที่สุด

คำศัพท์ที่มีความหมายเหมือนกับ ความสุขภาษาอังกฤษ

ตารางด้านล่างนี้เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่มีความหมายเหมือนกับความสุขในระดับต่างๆ

คำศัพท์เกี่ยวกับ ความสุขภาษาอังกฤษ
คำศัพท์ที่มีความหมายเหมือนกับ ความสุขภาษาอังกฤษความหมาย
Blissfulเต็มไปด้วยความสุข
Elatedปีติยินดี
Content/ Contentedอิ่มอกอิ่มใจ
Cheerfulเบิกบานใจ
Gladยินดี
Pleasedพึงพอใจ
Delightedสำราญใจ
Gleefulสุขใจ
Upbeatมองโลกในแง่ดี
Overjoyedปลาบปลื้ม
Thrilledตื่นต้น
Heavenlyเป็นสุข
Radiantบอกถึงความรักที่มีความสุขหรือสุขภาพที่ดี
Satisfiedพอใจ
Beamingยิ้มแย้มแจ่มใส
Buoyantเบิกบานใจ
Joyfulเต็มไปด้วยความสุข
Jollyสนุกสนาน
Jovialสดใส ร่าเริง
Ecstaticสุขสันต์
Amusedทำให้สนุกสนาน
Joyousดีอกดีใจ
Merryเบิกบาน
Peacefulเป็นสุข
Jubilantร่าเริง
Livelyมีชีวิตชีวา
Overjoyedยอดเยี่ยมมาก
Blitheร่าเริง
Jocularตลก

>>> Read more:

60+ คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพื่อแสดงอารมณ์

99+ อวยพรงานแต่ง ภาษาอังกฤษที่ไพเราะและมีความหมายที่สุด

สำนวนแสดงความสุขภาษาอังกฤษ

สำนวนแสดง ความสุขภาษาอังกฤษ
สำนวนภาษาอังกฤษความหมายตัวอย่าง
To jump for joyกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจHe jumped for joy to see his name in the first place of the list and got the first prize. (เขากระโดดด้วยความดีใจเมื่อเห็นชื่อของตัวเองอยู่ในอันดับแรกและได้รับรางวัลที่หนึ่งของรายการ)
To grin from ear to earหัวเราะเพราะมีความสุขมากWhen I admitted I was wrong, she grinned from ear to ear. (เมื่อฉันยอมรับว่าฉันผิด เธอก็หัวเราะเพราะเธอมีความสุขมาก)
Happy – go – luckyคนที่มีความสุขและโชคดีอยู่เสมอShe went through life in a happy-go-lucky fashion when she was a little girl. (ในวัยเด็กเธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและโชคดีอยู่เสมอ)
To be in a good moodอารมณ์ดีWhen those people came out of the court of law, they still seemed to be in a good mood.     (เมื่อคนเหล่านั้นเดินออกจากศาล ดูเหมือนว่าพวกเขายังอารมณ์ดีอยู่)
To cry out of happinessร้องไห้ด้วยความสุขWhen I went home, I saw those kids saying they insist on their rights and my rights, I start to cry out of happiness, the mother said. (พอฉันกลับถึงบ้าน ฉันก็เห็นเด็ก ๆ ยืนเรียกร้องเรื่องสิทธิหน้าที่ของตนเองและของฉัน ฉันเริ่มร้องไห้ด้วยความดีใจ ผู้เป็นแม่พูด)
On top of the worldมีความสุขอยู่ มีความสุขมากๆ When I heard she’d been free, I felt on top of the world. (เมื่อฉันได้ยินว่าเธอเป็นอิสระแล้ว ฉันก็มีความสุขมากๆ)
To be full of the joys of springเต็มไปด้วยความสุขI was full of the joys of spring when I found out that I’d passed the entrance exam. (เมื่อฉันรู้ว่าผ่านการสอบคัดเลือกฉันก็ทำให้ฉันเต็มไปด้วยความสุข)
To be happy camperพอใจในตัวเองI was a happy camper when I heard that she had chosen me as her man. (ผมพอใจในตัวเองเมื่อได้ยินว่าเธอเลือกผมเป็นคนของเธอ)
Life is just a bowl of cherriesชีวิตสวยงามจริงๆ I got a promotion for my job and got engaged with my love. Life is just a bowl of cherries! (ชีวิตช่างสวยงามจริงๆ ที่ฉันได้เลื่อนตำแหน่งและหมั้นกับคนรักของฉัน)
Stars in one’s eyesสนุกสนาน สนุกมากWhen she came home and saw her parents, she had stars in her eyes. (เธอมีความสุขมาก เมื่อเธอกลับบ้านและพบเจอพ่อแม่)
To be over the moonมีความสุขกับบางสิ่งบางอย่างWhen he sent me flowers and a small paper with the words I love you, I was over the moon all day. (เมื่อเขาส่งดอกไม้และกระดาษเล็กๆ ที่มีเนื้อหาว่า I love you ให้ฉัน มันเลยทำให้ฉันมีความสุขตลอดทั้งวัน) 
In stitchesหัวเราะอย่างร่าเริงWhen people are in stitches, they are laughing a lot. (เมื่อคนมีความสุขมาก  เขามักจะหัวเราะอย่างร่าเริง)
Time of your lifeมีความสุขในชีวิตIf you have the time of our life, you will love yourself very much. (ถ้าคุณมีความสุขในชีวิต คุณจะรักตัวเองมาก)
To walk on airเหมือนกับวิญญาณเดินอยู่บนอากาศ When she fell in love, which makes her feel as if she is floating, she is walking on air. (เมื่อเธอตกหลุมรัก มันทำให้เธอรู้สึกว่าวิญญาณของเธอเดินอยู่บนอากาศ)
To be flying highตื่นเต้นThey were flying high as their first child was born. (เมื่อลูกคนแรกของเขาเกิดมา พวกเขาตื่นเต้นมาก)
To pump upตื่นเต้นมากShe is finally pumped up a poem to express her love for her old lover. (เธอรู้สึกตื่นเต้นมาก ที่เธอได้แต่งบทกวีเพื่อแสดงความรักต่อแฟนเก่าของเธอ)
To make one’s dayทำให้ใครสักคนมีความสุขWhen my wife gave me handmade cookies on my birthday, it really made my day. (เมื่อภรรยานำคุ้กกี้ที่เธอทำเองมาให้ในวันเกิดของฉัน มันทำให้ฉันมีความสุขมาก)
On cloud nineบนเมฆที่ 9 (หมายความว่า มีความสุขที่สุด)A person who is on cloud nine is very happy because something wonderful has happened. (คนที่อยู่บนเมฆที่ 9 จะมีความสุขมาก เพราะมีเรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้น)
Happy as Larryมีความสุขเหมือนแลร์รี่If you are (as) happy as Larry, you are very happy indeed. (หากคุณมีความสุขเหมือนแลร์รี่ แสดงว่าคุณมีความสุขมากๆ)
Music to your earsใช้เพื่อแสดงความสุขเมื่อตัวเองได้รับข่าวดีหรือบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เรามีความสุขIf something is music to your ears, the information that you receive makes you feel very happy. (หากมีสิ่งใดเป็นเพลงที่เข้าหูของคุณ ข้อมูลที่คุณได้รับจะทำให้คุณรู้สึกมีความสุขมาก)
In seventh heavenอยู่ในสภาพที่มีความสุขมาก(วลีนี้มาจากชาวยิวและมุสลิม พวกเขาเชื่อว่าความสุขมี 7 ชั้น และชั้นที่ 7 เป็นชั้นมีความสุขที่สุด ซึ่งมีพระเจ้าและทูตสวรรค์อาศัยอยู่)If you are in seventh heaven, you are extremely happy. (หากคุณอยู่ในสวรรค์ระดับที่ 7 คุณจะมีความสุขมาก)
In stitchesหัวเราะร่าเริงWhen people are in stitches, they are laughing a lot. (เมื่อผู้คนหัวเราะร่าเริง แสดงว่าพวกเขามีความสุขมาก)
Thrilled to bitsตื่นเต้นจนแทบขาดใจShe who is thrilled to bits is extremely pleased about something. (เธอตื่นเต้นและมีความสุขมากกับบางสิ่งบางอย่าง)
Whatever floats your boatทำสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขSmith is a ladies man but if you still want to go out with him, fine, whatever floats your boat! (สมิธเป็นสุภาพบุรุษ แต่ถ้าคุณยังอยากคบกับเขา ก็ดีค่ะ จงทำสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข)

>>> Read more:

คำพูดภาษาอังกฤษดีๆ เกี่ยวกับความสุข

คำพูดภาษาอังกฤษดีๆ เกี่ยวกับความสุขความหมาย
There is only one happiness in this life, to love and be loved.ความสุขของชีวิตมีเพียงสิ่งเดียวคือ การได้รักและเป็นคนที่ถูกรักไปพร้อม ๆ กัน
The best feeling of happiness is when you are happy because you’re made somebody else happyความรู้สึกที่มีความสุขที่สุดคือเมื่อคุณมีความสุขเพราะคุณทำให้คนอื่นมีความสุข
Happiness is like a kiss. You must share it to enjoy it.ความสุขก็เหมือนกับการจูบ คุณต้องแบ่งปันเพื่อที่จะได้มันกลับมา
Happiness… consists in giving, and in serving others.ความสุขประกอบด้วยการให้และการรับใช้ผู้อื่น
Happiness will never come to those who fail to appreciate what they already have.ความสุขจะไม่มีวันมาถึงคนที่ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่เขามีอยู่
Happiness consists of three things; Someone to love, work to do, and a clear conscience.ความสุขประกอบด้วยสามสิ่ง คือ มีคนที่รัก มีงานที่ทำ และมีมีมโนธรรมที่ชัดเจน
Happiness is when what you think, what you say, and what you do are in harmony.เมื่อสิ่งที่คุณคิด สิ่งที่คุณพูด และสิ่งที่คุณทำ สอดคล้องไปด้วยกัน นั่นคือความสุข
You are responsible for your own happinessคุณรับผิดชอบต่อความสุขของตัวเอง 
It is not how much we have, but how much we enjoy, that makes happiness.ความสุขไม่สำคัญหรอกว่าเรามีมากแค่ไหน แต่สำคัญว่าเรามีความสุขมากแค่ไหนต่างหาก
Happiness is a perfume which you cannot pour on someone without getting some on yourself.ความสุขคือน้ำหอมที่คุณไม่สามารถฉีดใส่ใครได้ โดยไม่ฉีดให้ตัวเอง
Happiness is a ball after which we run wherever it rolls, and we push it with our feet when it stops.ความสุขคือลูกบอลที่เราวิ่งตามมันไปทุกที่ที่มันกลิ้ง และเราจะนำมันมาด้วยเท้าของเราเมื่อมันหยุด
Learn to be happy with what you have while you pursue all that you dream.เรียนรู้ที่จะมีความสุขกับสิ่งที่คุณมีในขณะที่ไล่ตามทุกสิ่งที่คุณฝัน
What good is money if it can’t buy happiness?เงินจะมีประโยชน์อะไรหากมันไม่สามารถซื้อความสุขได้
It’s what’s in yourself that makes you happy or unhappy.สิ่งที่อยู่ในตัวคุณเองเป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขหรือไม่มีความสุข
There are two ways of being happy: We must either diminish our wants or augment our means – either may do – the result is the same and it is for each man to decide for himself and to do that which happens to be easier.ความสุขอยู่ใน 2 อย่าง คือ เราต้องลดความต้องการลงหรือเพิ่มทรัพย์สมบัติ อาจจะทำได้หรือไม่ แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนกัน        เป็นหน้าที่ของแต่ละคนที่จะตัดสินใจด้วยตัวเองและทำสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น
Money has never made man happy, nor will it, there is nothing in its nature to produce happiness. The more of it one has the more one wants.เงินไม่เคยทำให้มนุษย์มีความสุข และมันก็จะเป็นเช่นนั้น มันจะไม่สามารถสร้างความสุขได้ ยิ่งมีจำนวนมากผู้คนก็จะต้องการมันมากขึ้น 
Success is getting what you want. Happiness is wanting what you get.ความสำเร็จคือการบรรลุสิ่งที่คุณต้องการ ความสุขคือการการได้รับสิ่งที่คุณต้องการ 
To have joy one must share it. Happiness was born a twin.หากต้องการมีความสุขเราต้องแบ่งปัน เพราะมันเป็นของคู่กัน
The greatest happiness of life it the conviction that we are loved – loved for ourselves, or rather, loved in spite of ourselves.ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตคือการเชื่อมั่นว่าเราถูกรัก รักเพื่อตัวเราเอง หรือพูดตรงๆ คือรักที่เราเป็นเรา
There is no value in life except what you choose to place upon it and no happiness in any place except what you bring to it yourself.ไม่มีคุณค่าในชีวิตนอกจากสิ่งที่คุณเลือกที่จะวางไว้ และไม่มีความสุขในสถานที่ใดๆ ยกเว้นสิ่งที่คุณนำมาให้กับมันเอง
คุณรู้ have has ใช้ยังไง ในโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษแล้วหรือยัง อ่านบทความนี้เพื่อเพิ่มความรู้และนำ have, has, had ไปใช้ให้ถูกต้อง

>>> Read more:

บทสนทนาที่ใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษในการแสดงความสุข

บทสนทนาที่ใช้คำศัพท์แสดง ความสุขภาษาอังกฤษ

>>> Read more: บทสนทนาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

คำถามที่พบบ่อย

ฉันมีความสุขภาษาอังกฤษคืออะไร

“ฉันมีความสุข” ในภาษาอังกฤษสามารถแปลว่า “I am happy.”

วันที่มีความสุขภาษาอังกฤษคืออะไร

“วันที่มีความสุข” ในภาษาอังกฤษสามารถแปลว่า “Happy day” หรือ “Day of happiness”

>>> อ่านเพิ่มเติม:

สามารถเห็นได้ว่าความสุขเป็นสิ่งที่เราทุกคนอยากสัมผัสและแน่นอนว่าใครก็เคยสัมผัสอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิตแล้ว ดังนั้นอย่าลืมใช้คำวิเศษณ์ภาษาอังกฤษ เช่น happy joyful overjoyed elated เหล่านี้เพื่อแสดง ความสุขภาษาอังกฤษ กันนะ ทั้งนี้ อย่าลืมติดตาม ELSA Speak เพื่ออัปเดตคำศัพท์ภาษาอังกฤษใหม่ๆ ด้วยนะ