Noun คือ อะไร ครบทุกความรู้เกี่ยวกับ Noun (คำนาม) ในภาษาอังกฤษ

Noun เป็นส่วนไวยากรณ์ที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นฐานความรู้พื้นฐานเพื่อให้คุณพิชิตภาษานี้ได้อย่างง่ายดาย บทความวันนี้ ELSA Speak หวังว่าผู้เรียนจะมีข้อมูลและเข้าใจ noun คือ อะไร? อย่าพลาดความรู้เกี่ยวกับ Noun ในบทความนี้นะ!

สารบัญ

ความหมายของ Noun ในภาษาอังกฤษและหน้าที่ของ Noun

เพื่อรู้วิธีการใช้คำนามในแบบฝึกหัดและบทสนทนาในชีวิตประจำวัน ก่อนอื่นเรามาพูดถึงคำนิยามของคำนามภาษาอังกฤษกันก่อน

สอบก่อนเข้าฟรี

{{(sIndex/sentences.length)*100}}%
{{ sentences[sIndex].text }}.
loading

Noun คือ …อะไร?

Noun คือ คำที่ใช้เรียกชื่อสิ่งของประเภทหนึ่ง สิ่งนั้นๆ อาจเป็นคน สัตว์ สิ่งของ ปรากฏการณ์ สถานที่ หรือแนวคิดก็ได้ คำนามถือเป็นคำที่สำคัญที่สุดคำหนึ่งในภาษาอังกฤษ ดังนั้นผู้เรียนจำเป็นต้องสะสมคำศัพท์เกี่ยวกับคำนามให้ได้มากที่สุด

ตัวอย่างคำนามภาษาอังกฤษ

  • คำนามบ่งบอกคนในภาษาอังกฤษ: he (เขา), doctor (หมอ), the men (ผู้ชาย), …
  • คำนามบ่งบอกสัตว์: dog (สุนัข), cat (แมว), pet (สัตว์เลี้ยง)…
  • คำนามบ่งบอกสิ่งของในภาษาอังกฤษ: money (เงิน), table (โต๊ะ), computer (คอมพิวเตอร์), …
  • คำนามบ่งบอกปรากฏการณ์: storm (พายุ), earthquake (แผ่นดินไหว), …
  • คำนามบ่งบอกสถานที่: school (โรงเรียน), office (สำนักงาน),…
  • คำนามบ่งบอกแนวคิด: culture (วัฒนธรรม), presentation (การนำเสนอ), experience (ประสบการณ์)…

>>> Read more

หน้าที่ของ Noun

Noun เป็นหัวเรื่องในประโยค

เมื่อทำหน้าที่เป็นหัวเรื่อง คำนามมักจะอยู่ต้นประโยคและอยู่ก่อนคำกริยาในประโยค

ตัวอย่าง: English is my favorite subject. (ภาษาอังกฤษเป็นวิชาโปรดของฉัน) 

-> “English” คือคำนามและหัวเรื่อง

Noun เป็นกรรมทางอ้อม/โดยตรงของคำกริยา

เมื่อทำหน้าที่เป็นกรรมของคำกริยา คำนามจะอยู่หลังคำกริยา

  • เมื่อคำนามเป็นกรรมโดยตรง:

ตัวอย่าง: I want to buy a birthday cake. (ฉันอยากซื้อเค้กวันเกิด 1 ชิ้น)

-> “A birthday cake” คือคำนามและกรรมของคำกริยา “buy”

  • เมื่อคำนามเป็นกรรมทางอ้อม:

ตัวอย่าง: He give his girlfriend a ring. (เขามอบแหวนให้แฟนของเขา)

-> “His girlfriend” คือคำนามและทำหน้าที่เป็นกรรมของคำกริยา “give”

Noun เป็นกรรมของคำบุพบท

เมื่อทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุพบท คำนามจะอยู่หลังคำบุพบท

ตัวอย่าง: I have talked to Mrs.Fern several times. (ฉันได้คุยกับคุณเฟิร์นสองสามครั้งแล้ว)

-> “Mrs.Fern” คือคำนามและทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุพบท “to”

Noun เป็นส่วนเติมเต็มของหัวเรื่อง

เมื่อทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของหัวเรื่อง คำนามจะอยู่หลังคำกริยาเชื่อม เช่น tobe, become, seem,…

ตัวอย่าง: John is an excellent student. (จอห์นเป็นนักเรียนดีเด่น)

-> “An excellent student” คือคำนามและเป็นส่วนเติมเต็มของหัวเรื่อง “John”

Noun เป็นส่วนเติมเต็มของกรรม

เมื่อทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของกรรม คำนามจะอยู่หลังคำกริยาบางคำ เช่น make (ทำ), elect (ลงคะแนนเสียง), call (โทร), consider (พิจารณา), appoint (แต่งตั้ง), name (ตั้งชื่อ), declare (ประกาศ), recognize (รับรู้),…

ตัวอย่าง: Board of directors recognize Tommy the best staff of the year. (คณะกรรมการบริษัทรับรู้ให้ทอมมี่เป็นพนักงานดีเด่นแห่งปี)

-> “The best staff of the year” คือคำนามและเป็นส่วนเติมเต็มในภาษาอังกฤษของกรรม “Tommy”.

ตำแหน่งของ Noun ในประโยค

นอกจากการเข้าใจหน้าที่ของคำนามแล้ว คุณควรรู้สัญญาณการรับรู้ที่ทำให้คำนามแตกต่างจากคำประเภทอื่นในประโย โดยผ่านลักษณะบางประการดังต่อไปนี้

noun คือ 05

อยู่หลัง Article

คำนามสามารถอยู่หลัง article เช่น a, an, the อย่างไรก็ตาม ในระหว่าง Articles และ Nouns สามารถมีคำขยายคำคุณศัพท์เพิ่มเติมได้

ตัวอย่าง: a beautiful girl (สาวสวย 1 คน), a lovely cat (แมวน่ารัก1 ตัว),…

อยู่หลังคำคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ

คำนามสามารถอยู่หลังคำคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ เช่น  my, your, his, her, its, our, their,… ระหว่างคำคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของและคำนามสามารถมีมีคำขยายคำคุณศัพท์เพิ่มเติมได้

ตัวอย่าง: my new computer (คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ของฉัน), her pink T-shirt (เสื้อสีชมพูของเธอ),…

อยู่หลังคำแสดงปริมาณ

คำนามสามารถอยู่หลังคำแสดงปริมาณ เช่น few, little, some, any, many, all…

ตัวอย่าง: I need some coffee. (ฉันต้องการกาแฟเล็กน้อย)

อยู่หลังคำบุพบท

คำนามสามารถอยู่หลังคำบุพบท เช่น in, of, for, under,… เพื่อเพิ่มข้อมูลเพิ่มเติมให้คำบุพบท

ตัวอย่าง: This case is under investigation. (คดีนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน)

อยู่หลังคำนำหน้านาม

คำนามสามารถมาอยู่หลังคำนำหน้านามบางคำ เช่น this, that, these, those, both,…

ตัวอย่าง: these new clothes (เสื้อผ้าใหม่เหล่านี้), both you and I (ทั้งคุณและฉัน),…

ประเภทของ Noun ในภาษาอังกฤษ

คํานามภาษาอังกฤษ มีอะไรบ้าง ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่แตกต่างกัน มี 5 วิธีทั่วไปในการจำแนกคำนามในภาษาอังกฤษ ดังนี้

การจำแนก Noun ตามจำนวน: คำนามเอกพจน์ (Singular Nouns) และ คำนามพหูพจน์ (Plural Nouns)

  • Singular Noun คือคำนามนับได้ซึ่งมีหน่วยนับคือหนึ่ง หรืออาจเป็นคำนามนับไม่ได้ก็ได้

ตัวอย่าง: apple, cake, table,..

  • Plural Noun คือคำนามนับได้ที่มีหน่วยนับเท่ากับหรือมากกว่าสอง

ตัวอย่าง: apples, cakes, tables,…

noun คือ

การจำแนก Noun โดยการนับ: คำนามนับได้ (Countable Nouns) และคำนามนับไม่ได้ (Uncountable Nouns)

  • คำนามนับได้คือคำนามที่เราสามารถนับด้วยตัวเลขและสามารถเพิ่มจำนวนข้างหน้าได้โดยตรง

ตัวอย่าง: three pens (ปากกา 3 ด้าม), five books (หนังสือ 5 เล่ม),…

  • คำนามนับไม่ได้คือคำนามที่เราไม่สามารถนับได้โดยตรงและไม่สามารถเพิ่มจำนวนข้างหน้าได้

ตัวอย่าง: water (น้ำ), money (เงิน), experience (ประสบการณ์),…

ดูเพิ่มเติมที่: คำนามนับได้และคำนามนับไม่ได้ในภาษาอังกฤษ

การจำแนก Noun ตามความหมาย: คำนามสามัญ (Common Nouns) และคำนามเฉพาะ (Proper Nouns) ในภาษาอังกฤษ

  • Common Nouns คือคำนามที่กล่าวถึงสิ่งของและปรากฏการณ์รอบตัวเรา

ตัวอย่าง: student (นักเรียน), children (เด็ก),…

  • คำนามเฉพาะในภาษาอังกฤษ (Proper Nouns) คือ คำนามที่ระบุชื่อเฉพาะของสิ่งของ (ชื่อคน ชื่อสถานที่ ชื่อปรากฏการณ์ …)

ตัวอย่าง: Bella (ชื่อคน), Japan (ญี่ปุ่น), Red River (แม่น้ำแดง),…

การจำแนก Noun ตามลักษณะเฉพาะ: คำนามรูปธรรม (Concrete Nouns) และคำนามนามธรรม (Abstract Nouns)

  • คำนามรูปธรรม (Concrete Nouns) คือ คำนามที่ใช้เรียกบุคคลและสิ่งของที่อยู่ในรูปของสสารที่เรามองเห็น สัมผัส และรู้สึกได้

ตัวอย่าง: Anna (ชื่อคน), mom (แม่), pie (เค้ก),…

  • คำนามนามธรรม (Abstract Nouns) คือ คำนามที่ใช้เรียกสิ่งที่มองไม่เห็นแต่สามารถรู้สึกได้เท่านั้น

ตัวอย่าง: happiness (ความสุข), love (ความรัก), hope (ความหวัง),…

การจำแนก Noun ตามส่วนประกอบของคำนาม: คำนามธรรมดา (Simple Nouns) และคำนามประสม (Compound Nouns) 

  • Simple Noun คือคำนามที่ประกอบด้วยคำเพียงคำเดียว

ตัวอย่าง: baby (ทารก), tree (ต้นไม้), job (งาน),…

  • Compound Noun คือ คำนามที่ประกอบด้วยคำตั้งแต่ 2 คำขึ้นไปมารวมกัน คำนามประสมเมื่อรวมกันสามารถเขียนเป็นคำสองคำแยกกันหรือรวมเป็นคำเดียว

ตัวอย่าง: greenhouse (เรือนกระจก), bedroom (ห้องนอน), toothpaste (ยาสีฟัน),…

elsa speak official

ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับ Noun

ส่วนลงท้ายคำนามทั่วไป

ส่วนลงท้ายคำนามทั่วไปเป็นหนึ่งใน “สัญญาณ” ที่จะช่วยให้คุณรู้ว่าคำนั้นเป็นคำนามเมื่อทำแบบฝึกหัดหรือในการสื่อสารภาษาอังกฤษ งั้นคำนามมี “หาง” อย่างไร?

  • -tion: nation, operation, suggestion, mention…
  • -sion: conclusion, illusion…
  • -er: producer, manufacturer, partner…
  • -or: operator, vendor, conductor…
  • -ee: employee, attendee, interviewee…
  • -eer: engineer, career,…
  • -ist: scientist, tourist,..
  • -ness: happiness, sadness,..
  • -ship: friendship, leadership,..
  • -ment: management, arrangement,..
  • -ics: economics, physics,..
  • -ence: science, conference,..
  • -ance: performance, importance, significance..
  • -dom: freedom, kingdom,..
  • -ture: nature, picture,..
  • -ism: tourism, criticism,..
  • -ty/ity: ability, honesty,..
  • -cy: constancy, privacy,..
  • -phy: philosophy, geography..
  • -logy: biology, psychology, theology..
  • -an/ian: musician, politician, magician , ..
  • -ette: cigarette, etiquette..
  • -itude: attitude,..
  • -age: carriage, marriage,..
  • -th: month, length, growth,..
  • -ry/try: industry, bakery,..

ข้อยกเว้น:

  • -al: approval, proposal, renewal, refusal, professional….
  • -ive: initiative, objective, representative…
  • -ic: mechanic..

นามวลีในภาษาอังกฤษ (Noun Phrase) 

คำนิยาม

นามวลี คือ วลีที่มีคำนามทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งได้เสริมเติมเต็มโดยส่วนเติมเต็มที่อยู่ก่อนหรือหลัง นามวลีทำหน้าที่เหมือนคำนาม สามารถเป็นหัวเรื่อง กรรม หรือส่วนเติมเต็มในประโยค

ตัวอย่าง: a beautiful girl (สาวสวยคนหนึ่ง), a delicious dish (อาหารจานอร่อย), a bottle of water (น้ำเปล่าหนึ่งขวด),… 

โครงสร้างของนามวลีในภาษาอังกฤษ

นามวลีภาษาอังกฤษมีโครงสร้างอย่างไร?

โดยปกติแล้ว นามวลีมักจะมีโครงสร้างดังนี้

คำนำหน้านาม + ส่วนเติมเต็ม + คำนามหลัก

คำนำหน้านาม ได้แก่ Articles (a,an,the), Demonstrative Determiners – คำชี้เฉพาะ  (this,that,these,those), Quantifiers – คำแสดงปริมาณ (one/two/three,…), Possessive Determiners – คำคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ (my/your/his/her…).

ตัวอย่าง: These two bicycle were stolen yesterday. (จักรยานสองคันนี้ถูกขโมยเมื่อวานนี้)

ส่วนเติมเต็มในนามวลีมักจะเป็นคำคุณศัพท์ และจะเสริมเติมเต็มให้คำนามหลักในภาษาอังกฤษ หากมีคำคุณศัพท์เสริมเติมเต็มหลายคำ คุณต้องใส่ใจกับการจัดเรียงตามกฎของ OpSACOMP ดังนี้

  • Opinion (ความคิดเห็น, การประเมินผล) – ตัวอย่าง: good, pretty, ugly…
  • Size/Shape (ขนาด/รูปร่าง) – ตัวอย่าง: short, tall, big, small,…
  • Age (อายุ) – ตัวอย่าง: young, old, new,..
  • Color (สี) – ตัวอย่าง: black, pink, red,…
  • Origin (ต้นกำเนิด) – ตัวอย่าง: Chinese, US, UK,…
  • Material (วัสดุ) – ตัวอย่าง: plastic, steel, silk…
  • Purpose (วัตถุประสงค์, ผล) – ตัวอย่าง: healing, traveling,…

ตัวอย่าง: a big black car (รถสีดำคันใหญ่)

noun คือ

กริยาที่ลงท้ายด้วย -ing แล้วทำหน้าที่เหมือนคำนาม (Gerund phrase) 

คำนามสามารถรวมกับคำแสดงปริมาณที่อยู่ข้างหน้า คำชี้เฉพาะที่อยู่ข้างหลัง และคำอื่นๆ เพื่อสร้างนามวลี  ในนามวลี คำเสริมในส่วนก่อนหน้าช่วยเสริมคำนามในความหมายเชิงตัวเลขและเชิงปริมาณ คำเสริมในส่วนต่อไปชี้ให้เห็นถึงลักษณะของสิ่งที่คำนามนั้นระบุหรือกำหนดตำแหน่งของสิ่งนั้นในที่ว่างหรือเวลา

Gerund phrase คือกลุ่มของคำที่ขึ้นต้นด้วย gerund (กริยาที่ลงท้ายด้วย -ing) คำกลุ่มนี้เรียกว่า Gerund phrase เพราะได้ใช้เป็นคำนาม Gerund phrase ทำหน้าที่เป็นหัวเรื่องหรือกรรมในประโยค

ตัวอย่าง: The most interesting part of our trip was watching the sun setting. (ส่วนที่น่าสนใจที่สุดของการเดินทางของเราคือการดูพระอาทิตย์ตกดิน)

คำนามแสดงความเป็นเจ้าของ (Possessive Nouns) 

Possessive Noun คือรูปแบบหนึ่งของ “ความเป็นเจ้าของ” ของบุคคล สัตว์ หรือประเทศ,… ต่อบุคคลหรือสิ่งของ เมื่อใช้ Possessive Noun กับคำนาม คุณต้องคำนึงถึงกฎบางประการ ดังนี้

โครงสร้างทั่วไป: คนที่เป็นเจ้าของ + ‘s + สิ่งของ/บุคคลภายใต้กรรมสิทธิ์ (หมายความว่า เป็นของบุคคลนั้น)

  • ตัวอย่าง: Tom’ s T- shirt (เสื้อยืดของทอม), Anna’s mother (แม่ของแอนนา),…

สำหรับคำนามเอกพจน์และคำนามพหูพจน์ที่ไม่ได้ลงท้ายด้วย s ให้เติม ‘s ตามหลัง

  • ตัวอย่าง: a man’s job, women’s clothes,…

สำหรับคำนามพหูพจน์ที่ลงท้ายด้วย s ให้เติมเครื่องหมาย หลังตัวอักษร s

  • ตัวอย่าง: the students’ exam, the eagles’ nest,…

สำหรับคำนามเฉพาะ ให้เติม ‘s หลังคำนาม

  • ตัวอย่าง: Ms.Lily’s house, Lona’s car,…

สำหรับคำนามประสม ให้เติม ‘s หลังคำสุดท้ายของคำนามนั้น

  • ตัวอย่าง: my sister-in-law’s gift,…

วิธีเปลี่ยน Noun เอกพจน์เป็นพหูพจน์

ส่วนใหญ่เราจะเติม “S” หลัง Noun

คำนามเอกพจน์ คำนามพหูพจน์

A finger (นิ้วมือ 1 นิ้ว)   —> Fingers (นิ้วมือหลายนิ้ว)

A ruler (ไม้บรรทัด 1 อัน)  —> Rulers (ไม้บรรทัดหลายอัน)

A house (บ้าน 1 หลัง) —> Houses (บ้านหลายหลัง)

คำนามที่ลงท้ายด้วย S, SS, SH, CH, X, O + ES

คำนามเอกพจน์ คำนามพหูพจน์

A bus (รถเมล์ 1 คัน) —> Two buses (รถเมล์ 2 คัน)

A class (ชั้นเรียน 1 ห้อง) —> Three classes (ชั้นเรียน 3 ห้อง)

A bush (พุ่มไม้ 1 พุ่ม) —> Bushes (พุ่มไม้หลายพุ่ม)

A watch (นาฬิกาข้อมือ 1 เรือน) —> Five watches (นาฬิกาข้อมือ 5 เรือน)

A box (กล่อง 1 ช่อง) —> Two boxes (กล่อง 2 ช่อง)

A tomato (มะเขือเทศ 1 ลูก) —> Tomatoes (มะเขือเทศหลายลูก)

ข้อยกเว้น: คำนามที่ยืมมาบางคำไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้นฉบับ ลงท้ายด้วย “o” แต่เราเติม “S” เท่านั้น เช่น

คำนามเอกพจน์ —> คำนามพหูพจน์

a photo (รูปภาพ 1 รูป) —> photos (รูปภาพหลายรูป)

a radio (วิทยุ 1 ตัว) —> radios (วิทยุหลายตัว)

a bamboo (ต้นไผ่ 1 ต้น) —> bamboos (ต้นไผ่หลายต้น)

a kangaroo (จิงโจ้ 1 ตัว) —> kangaroos (จิงโจ้หลายตัว)

a cuckoo (นกกาเหว่า 1 ตัว) —> cuckoos (นกกาเหว่าหลายตัว)

คำนามที่ลงท้ายด้วย “y”

  • ถ้าอยู่ก่อน “y” เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน “y” -> i+es

ตัวอย่าง:

  • a fly -> two flies

=> คำนาม “fly” ลงท้ายด้วย “y” ก่อน “y” เป็นพยัญชนะ “l” เราจึงเปลี่ยน “y” -> i+es

  • ถ้าอยู่ก่อน “y” เป็นสระ (a,e,i,o,u) เราก็แค่เติม “s” หลัง “y”

ตัวอย่าง:

  • A boy (เด็กชาย 1 คน) -> Two boys (เด็กชาย 2 คน)

=> คำนาม “boy” ลงท้ายด้วย “y” อยู่ก่อน “y” เป็นสระ “o” เราจึงเก็บ “y” + s

noun คือ 03

คำนามที่ลงท้ายด้วย “F” หรือ “Fe” เราเปลี่ยน: f/fe -> v+es

ตัวอย่าง:

  • A leaf (ใบไม้ 1 ใบ) -> Leaves (ใบไม้หลายใบ)

=> คำนาม “leaf” ลงท้ายด้วย “F” เราจึงเปลี่ยน “F” -> v+es

  • A knife (มีด 1 เล่ม) -> Three knives (มีด 3 เล่ม)

=> คำนาม “knife” ลงท้ายด้วย “Fe” เราจึงเปลี่ยน “Fe” -> v+es

ข้อยกเว้น

Roofs: หลังคา  Gulfs: อ่าว Cliffs: หน้าผา Reefs: แนวปะการัง

Proofs: หลักฐาน Chiefs: ผู้นำ Safes: ตู้เซฟ Dwarfs: คนแคระ

Turfs: ดินชั้นบน Griefs: ความทุกข์ Beliefs: ความเชื่อ

มีคำนามรูปแบบพิเศษบางคำที่ไม่เป็นไปตามกฎข้างต้น

คำนามเอกพจน์ คำนามพหูพจน์

a tooth (ฟัน 1 ซี่) —> teeth ฟันหลายซี่)

a foot (เท้า 1 ข้าง) —> feet (เท้าทั้งสองข้าง)

a person (บุคคล 1 คน) —> people (บุคคลหลายคน)

a man (ผู้ชาย 1 คน) —> men (ผู้ชายหลายคน)

a woman (ผู้หญิง 1 คน)  —> women (ผู้หญิงหลายคน)

a policeman (ตำรวจ 1 คน) —> policemen (ตำรวจหลายคน)

a mouse (หนู 1 ตัว) —> mice (หนูหลายตัว)

a goose (ห่าน 1 ตัว) —> geese (ห่านหลายตัว)

an ox (วัวตัวผู้ 1 ตัว) —> oxen (วัวตัวผู้หลายตัว)

วิธีใช้ a/an นำหน้านามนับได้เอกพจน์

เราใช้ a/an นำหน้าคำนามนับได้เอกพจน์ “a/an” ทั้งสองหมายความว่า หนึ่ง ใช้ในประโยคทั่วไปหรืออ้างถึงเรื่องที่ยังไม่เคยกล่าวถึงมาก่อน

ตัวอย่าง:

  • A dog is running on the street. (สุนัขตัวหนึ่งกำลังวิ่งอยู่บนถนน)
  • I saw a girl dancing very well last night. (เมื่อคืนฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเต้นได้ดีมาก)

Article “an” ใช้นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่นับได้ซึ่งขึ้นต้นด้วยสระ

เราใช้ “an” กับคำนามที่ขึ้นต้นด้วยสระ a, e, i, o, u

ตัวอย่าง:

  • an apple (แอปเปิ้ล 1 ลูก)
  • an egg (ไข่ 1 ฟอง)
  • an umbrella (ร่ม 1 คัน)

Article “a”: ใช้นำหน้าคำนามนับได้เอกพจน์ที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ

นอกจากสระทั้ง 5 ข้างต้นแล้ว ที่เหลือจะเป็นพยัญชนะ

เราใช้ “a” กับคำนามที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ และบางคำนามที่ขึ้นต้นด้วย u, y และ h

ตัวอย่าง:

  • a book (หนังสือ 1 เล่ม)
  • a computer (คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง)
  • a year (1 ปี)
  • A house (บ้าน 1 หลัง)
noun คือ 04

วิธีออกเสียงส่วนลงท้ายของ Noun พหูพจน์

Noun พหูพจน์ตามกฎ

คำนามมักจะเปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์โดยเติม “s” หรือ “es” ต่อท้ายตามด้านบน การออกเสียงส่วนท้ายของคำนามพหูพจน์ก็เหมือนกับการออกเสียงคำภาษาอังกฤษที่มีส่วนท้าย s, es:

  • เมื่อคำนามลงท้ายด้วยพยัญชนะที่ไม่มีเสียง /p/, /t/, /k/, /f/, /θ/ เสียงลงท้ายจะอ่านว่า /s/

ตัวอย่าง:

students /ˈstudənts/

months /mʌnθS/

cups /kʌps/

  • เมื่อคำนามลงท้ายด้วยเสียง /s/, /z/, /ʃ/, /tʃ/, /ʒ/, /dʒ/, เสียงลงท้ายจะอ่านว่า /iz/

ตัวอย่าง:

kisses /’kɪsiz/

brush /brә:∫iz/

garage /ɡəˈrɑːʒiz/

  • เมื่อคำนามลงท้ายด้วยพยางค์ที่เหลือ เสียงลงท้ายจะอ่านว่า /z/

ตัวอย่าง:

pens /pɛnz/ (ปากกา)

rooms /ruːmz/ (cห้อง)

things /θɪŋz/ (สิ่งของ)

Noun พหูพจน์ที่ผิดปกติ

หากคุณได้เรียนรู้เกี่ยวกับคำนามในภาษาอังกฤษแล้ว คุณจะละเลยความรู้ที่สำคัญเกี่ยวกับคำนามพหูพจน์ที่ผิดปกติต่อไปนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน มาเรียนด้วยกันนะ

คำนามเอกพจน์ทั่วไป แค่เปลี่ยนสระของคำก็จะเป็นคำนามพหูพจน์

คำนามเอกพจน์วิธีอ่านคำนามพหูพจน์วิธีอ่านแปล
foot/fʊt/feet/fiːt/เท้า
tooth/tuːθ/teeth/tiːθ/ฟัน
goose/ɡuːs/geese/ɡiːs/ห่าน
man/mæn/men/men/ผู้ชาย
woman/ˈwʊmən/women/ˈwɪmɪn/ผู้หญิง

คำนามเอกพจน์ทั่วไป ที่เปลี่ยนการสะกดคำก็เป็นคำนามพหูพจน์

คำนามเอกพจน์วิธีอ่านคำนามพหูพจน์วิธีอ่านแปล
a mouse/maʊs/mice/maɪs/หนู
a die/daɪ/dice/daɪs/ลูกเต๋า
an ox/ɑːks/oxen/ˈɑːksn/วัวตัวผู้
a child/tʃaɪld/children/ˈtʃɪldrən/เด็ก
a person/ˈpɜːrsn/people/ˈpiːpl/บุคคล

คำนามที่มีรูปเอกพจน์และพหูพจน์… เหมือนกันโดยสิ้นเชิง

คำนามเอกพจน์คำนามพหูพจน์วิธีอ่านแปล
a sheepsheep/ʃiːp/แกะ
a fishfish/fɪʃ/ปลา
a deerdeer/dɪr/กวาง
a moosemoose/muːs/กวางเอเชีย
a buffalobuffalo/ˈbʌfələʊ/ควาย

หมายเหตุบางอย่างที่คุณต้องจำไว้

ไม่ใช่ทุกคำนามที่ลงท้ายด้วย -s จะเป็นคำนามพหูพจน์

คำนามต่อไปนี้ลงท้ายด้วย -s แต่ไม่ใช่คำนามพหูพจน์

  • news (ข่าว),…
  • billiards (บิลเลียด),…
  • ความเจ็บป่วย: mumps (คางทูม), measles (โรคหัด),…
  • วิชา: mathematics (คณิตศาสตร์), physics (ฟิสิกส์), linguistics (ภาษาศาสตร์), aerobics (แอโรบิก), gymnastics (ยิมนาสติก), statistics (สถิติ), acoustics (อะคูสติก),…
  • means (เงิน), species สัตว์),…

มีคำนามในภาษาอังกฤษที่มีรูปพหูพจน์เท่านั้น ไม่มีรูปเอกพจน์

และคำนามเหล่านี้ไม่สามารถ “ไปด้วยกัน” กับตัวเลขได้ คำนามเหล่านี้มักเป็นสิ่งของที่มี 2 ส่วน ตัวอย่าง:

เสื้อผ้า

  • panties, boxers, briefs, pantyhose,…
  • jeans (กางเกงยีนส์), pants (กางเกงขายาว), pajamas (ชุดนอน), shorts (กางเกงขาสั้น),…

เครื่องมือ

  • headphones, earphones,… (หูฟัง)
  • pliers (คีม), scissors (กรรไกร), tongs (ที่หนีบ), tweezers (แหนบ),…
  • binoculars (กล้องส่องทางไกล), eyeglasses (แว่นตา), sunglasses (แว่นกันแดด), goggles (แว่นตาป้องกัน),…

เนื่องจากคำนามเหล่านี้มีสองส่วน เมื่อพูดถึงคำเหล่านี้ เจ้าของภาษามักจะใช้วลี “a pair of”/”pairs of” เพื่อระบุจำนวน

  • I have a new pair of sunglasses.
  • You can get rid of that old pair of earphones.
  • I’d like to buy three pairs of briefs and one pair of pants.

นอกจากนี้ เรายังมีคำนามพหูพจน์ทั่วไปคำอื่นๆ เช่น

  • earnings (รายได้)
  • belongings (ข้าวของ), clothes (เสื้อผ้า)
  • congratulations (คำแสดงความยินดี), thanks (คำขอบคุณ)
  • outskirts (ชานเมือง), premises (สถานที่), surroundings (พื้นที่โดยรอบ)

และแน่นอนว่า คำนามเหล่านี้ในประโยคต้องคู่กับคำสรรพนามพหูพจน์และคำกริยาพหูพจน์

  • Make sure your belongings are tagged with your name before you check them in.
  • His thanks are clearly sincere.
  • If your clothes are wet, you can dry them upstairs.
  • The outskirts of Bangkok are really pretty and they stretch for miles.
banner (compare free vs pro)

คำและวลีบางคำมักจะใช้กับ Noun นับได้และ Noun นับไม่ได้

คํานามนับได้(count nouns)คํานามนับไม่ได้(non-count nouns)
a/an (ใช้เพียงกับเอกพจน์)— (โดยไม่มี article)
thethe
somesome
a lot of / lots ofa lot of / lots of
many (มาก)much (มาก)
a few (เล็กน้อย)a little (เล็กน้อย)
few (เล็กน้อย)little (เล็กน้อย)
fewer (รูปแบบการเปรียบเทียบมากขึ้นของ few)less (รูปแบบการเปรียบเทียบมากขึ้นของ little)
fewest (รูปแบบการเปรียบเทียบสูงสุดของ few)least (รูปแบบการเปรียบเทียบสูงสุดของ little)
not many (ไม่มาก)not much (ไม่มาก)
not any (ไม่มีอะไร)not any (ไม่มีอะไร)

Noun ภาษาอังกฤษทั่วไป

คำภาษาอังกฤษความหมายภาษาไทยคำภาษาอังกฤษความหมายภาษาไทย
Treeต้นไม้News ข่าว
Carรถยนต์Paperกระดาษ
PeopleบุคคลStoryเรื่องราว
DogสุนัขParkสวน
CatแมวLakeทะเลสาบ
Storeร้านค้าBikeจักรยาน
Way ถนนBagกระเป๋านักเรียน
WorldโลกSchoolโรงเรียน
Waterน้ำMarketตลาด
Sugarน้ำตาลVegetableผัก
mapแผนที่Flowerดอกไม้
FamilyครอบครัวRiceข้าว
Meatเนื้อGoalเป้าหมาย
Computerคอมพิวเตอร์Areaพื้นที่
YearปีArmyกองทัพ
MusicดนตรีThingสิ่ง
DoorประตูPaintingจิตรกรรม
Tableโต๊ะBallลูกบอล
BookหนังสือWoodไม้
PenปากกาFireไฟ
BirdนกMoneyเงิน
CandyลูกอมZooสวนสัตว์
Food อาหารBusรสบัส
PowerพลังEyesตา
LoveรักDressชุด

แบบฝึกหัดเกี่ยวกับ Noun

แบบฝึกหัดที่ 1: จงชี้คำนาม

จงชี้นามวลีหรือคำนามในประโยคต่อไปนี้

1. My younger sister is working for an international company.
2. Her niece wants to become a scientist in the future.
3. We need to buy a lot of things for the party.
4. That unlucky old lady hasn’t found her wallet.
5. This corporation has many branches around the world.
6. We have visited all museums in Paris.
7. I consider Anna my best friend.
8. It took the firefighters two hours to put out the fire.
9. Two new air conditioners were installed in our office yesterday.
10. This city is famous for its shopping centers and amusement parks.

คำเฉลย

1. My younger sister is working for an international company.
2. Her niece wants to become a scientist in the future.
3. We need to buy a lot of things for the party.
4. That unlucky old lady hasn’t found her wallet.
5. This corporation has many branches around the world.
6. We have visited all museums in Paris.
7. I consider Anna my best friend.
8. It took the firefighters two hours to put out the fire.
9. Two new air conditioners were installed in our office yesterday.
10. This city is famous for its shopping centers and amusement parks.

career advancement

แบบฝึกหัดที่ 2: จัดเรียงประโยคให้ถูกต้อง

จัดเรียงคำด้านล่างเพื่อสร้างประโยคให้ถูกต้อง

1. elder sister/ that/ wants/ for/ international/ my/ work/ to/ company/ .
2. helped/ bags/ kind/ me/ carry/ those/ to/ kids/ my/ heavy/ .
3. bought/ my/ a/ apartment/ parents/ last/ cozy/ year/ .
4. always/ valuable/ caring/ boss/ us/ our/ gives/ advice/ .
5. offers/ and/ that/ a high/ great/ salary/ company/ benefits/ great/ .
6. misses/ irresponsible/ always/ that/ the/ employee/ deadlines/ .
7. leader/ like/ meetings/ doesn’t/ our/ long/ .

คำเฉลย

1. My elder sister wants to work for that international company.
2. Those kind kids helped me to carry my heavy bags.
3. My parents bought a cozy apartment last year.
4. Our caring boss always gives us valuable advice.
5. That company offers a high salary and great benefits.
6. That irresponsible employee always misses the deadlines.
7. Our leader doesn’t like long meetings.

ด้านบนคือทฤษฎี Noun ในภาษาอังกฤษและแบบฝึกหัดที่ ELSA Speak ได้รวบรวมขึ้น โปรดแชร์บทความนี้หากเป็นประโยชน์กับคุณ และทบทวนความรู้เมื่อคุณต้องการนะ! หากคุณกำลังเรียนภาษาอังกฤษแบบประปรายและไม่ถูกหลักวิทยาศาสตร์ คุณควรดูเส้นทางการเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างจริงจังและมีระเบียบแบบแผนที่นี่

ELSA Pro ตลอดชีพ เพียง 2,744 บาท