IELTS Reading: วิธีฝึกฝน เคล็ดลับ และเอกสารช่วยเพิ่มคะแนน

IELTS Reading เป็นหนึ่งในส่วนของข้อสอบที่สำคัญที่สุด ซึ่งต้องใช้ความสามารถในการอ่านอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และประมวลผลข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลอย่างครบถ้วนเกี่ยวกับโครงสร้างข้อสอบ รูปแบบคำถามที่พบบ่อย เคล็ดลับ IELTS Reading practice ตลอดจน IELTS Reading pdf และ IELTS Reading practice pdf เพื่อช่วยให้คุณเรียนอย่างถูกวิธีและเพิ่มคะแนนให้สูงขึ้นได้

ข้อสอบ IELTS Reading คืออะไร?

IELTS Reading มีสองรูปแบบ ได้แก่ Academic และ General Training ทั้งสองแบบประกอบด้วยคำถาม 40 ข้อในรูปแบบที่คล้ายกัน แต่ระดับความยาก หัวข้อ และความเป็นเชิงวิชาการของบทความจะแตกต่างกัน

สอบก่อนเข้าฟรี

{{(sIndex/sentences.length)*100}}%
{{ sentences[sIndex].text }}.
loading
  • IELTS Academic Reading: เวลาทำข้อสอบ 60 นาที สำหรับ 3 บทความที่มีระดับความยากสูงและเน้นเนื้อหาเชิงวิชาการ
  • IELTS General Training Reading: เวลาทำข้อสอบ 60 นาที พร้อมบทความที่ง่ายกว่า และมีหัวข้อเกี่ยวกับชีวิตประจำวันหรือการทำงานที่คุ้นเคย

เป้าหมายของส่วนสอบนี้ไม่ใช่การอ่านทำความเข้าใจทั้งหมด แต่เป็นการค้นหาตำแหน่งข้อมูลอย่างรวดเร็ว จับกลยุทธ์ให้ถูกต้อง และหาคำตอบอย่างแม่นยำเพื่อเพิ่มคะแนนให้สูงที่สุด คะแนนรวมอิงจาก 40 คำถาม และจะถูกแปลงเป็น Band Score ซึ่งแตกต่างกันในทั้งสองรูปแบบ

ข้อสอบ IELTS Reading คืออะไร?

เรียนรู้เกี่ยวกับ IELTS Score เพื่อเข้าใจระบบการให้คะแนนและวางแผนการสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การทดสอบ IELTS Reading ประกอบด้วยคำถามทั้งหมด 40 ข้อ คิดเป็นคะแนนเต็ม 40 คะแนน คำตอบที่ถูกต้องแต่ละข้อจะได้รับหนึ่งคะแนน ซึ่งจะถูกนำไปแปลงเป็นระดับคะแนน (Band Score) ตามเกณฑ์ของ IELTS สิ่งนี้ทำให้ส่วนการทดสอบมีความโปร่งใสเป็นอย่างยิ่ง: ยิ่งคุณตอบถูกมากเท่าไร ระดับคะแนนของคุณก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น โดยที่ไม่มีการให้คะแนนตามระดับความยากง่ายของแต่ละคำถามแต่อย่างใด

ในระหว่างเวลาการทำข้อสอบ 60 นาที ผู้เข้าสอบจะต้องจัดการเวลาด้วยตนเอง เนื่องจากข้อสอบ IELTS Reading ไม่มีการจัดสรรเวลาเพิ่มเติมเพื่อถ่ายโอนคำตอบลงในกระดาษคำตอบ ทุกขั้นตอนจะถูกนับรวมอยู่ในเวลาสอบเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้น กลยุทธ์ในการแบ่งเวลาให้แก่บทอ่าน (passages) ทั้งสามส่วนจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

ข้อสอบจะประกอบด้วยบทอ่านสามส่วนซึ่งมีความยาวและระดับความยากที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ Passage 1 มักจะง่าย และเน้นไปที่ข้อมูลเชิงข้อเท็จจริง ในขณะที่ Passage 2 ต้องการการวิเคราะห์ที่สูงขึ้น และ Passage 3 มีความซับซ้อนมากที่สุด โดยมีเนื้อหาเชิงวิชาการที่ลึกซึ้งและการให้เหตุผลที่ซับซ้อนหลายชั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าสอบมีสิทธิ์ที่จะเลือกทำข้อสอบตามลำดับที่ตนเองต้องการ โดยขึ้นอยู่กับจุดแข็งของแต่ละบุคคล ผู้เข้าสอบหลายคนเลือกที่จะเริ่มทำ Passage 2 ก่อน แล้วจึงย้อนกลับมาทำ Passage 1 หรือเลือกทำ Passage 3 ก่อนเพื่อใช้ความได้เปรียบทางด้านเวลา นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้มีการสลับไปมาระหว่างคำถามต่าง ๆ ได้ โดยไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ เกี่ยวกับลำดับการทำข้อสอบ

ข้อสอบ IELTS Reading คืออะไร?

ข้อสอบ IELTS Reading ให้คะแนนอย่างไร?

คะแนน IELTS Reading จะถูกคำนวณจากคะแนนดิบ (Raw Score) หากคุณตอบถูก คุณจะได้รับ 1 คะแนน (การทดสอบประกอบด้วยคำถามทั้งหมด 40 ข้อ) หลังจากได้รับคะแนนดิบแล้ว คุณจะต้องนำไปเปรียบเทียบตัวอย่าง: หากคุณได้รับคะแนนดิบในช่วง 30-31 คะแนน ระดับคะแนน (Band Score) ที่เทียบเท่าคือ 7.0 และหากคุณได้รับคะแนนดิบในช่วง 32-34 คะแนน ระดับคะแนนที่เทียบเท่าคือ 7.5 ท้ายที่สุด คุณจะต้องนำระดับคะแนน (Band Score) ของทุกส่วนมารวมกันและคำนวณหาคะแนนเฉลี่ย จากนั้นจึงสรุปผลคะแนนรวมทั้งหมด

ข้อสอบ IELTS Reading ให้คะแนนอย่างไร?

ทักษะที่จำเป็นใน IELTS Reading

เพื่อให้ได้คะแนนสูงในการทดสอบ IELTS Reading ผู้เข้าสอบจำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญในทักษะหลัก 3 ประการ 

  • Skimming – ทักษะการอ่านคร่าว ๆ เพื่อจับใจความสำคัญ:

ทักษะนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจโครงสร้างของแต่ละย่อหน้า และสามารถระบุส่วนที่มีข้อมูลสำคัญได้ การ Skimming อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาได้อย่างมาก และไม่ทำให้คุณ “หลงทาง” ในกองตัวอักษรของบทอ่านเชิงวิชาการที่ยาวและยาก

  • Scanning – ทักษะการค้นหาข้อมูลจำเพาะอย่างรวดเร็ว:

ข้อมูลจำเพาะมักจะเป็นตัวเลข, ปี, เดือน, ชื่อเฉพาะ, สถานที่ หรือศัพท์เฉพาะที่กล่าวซ้ำในคำถาม
การ Scanning ช่วยให้คุณสามารถระบุตำแหน่งของย่อหน้าที่มีคำตอบได้ภายในไม่กี่วินาที แทนที่จะต้องอ่านบทอ่านทั้งหมดซ้ำอีกครั้งอย่างสิ้นเปลืองเวลา นี่คือทักษะที่มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับ Sentence Completion, Table Completion หรือ Multiple Choice

  • ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลในตำแหน่งที่บรรจุคำตอบ:

หลังจากระบุย่อหน้าที่ถูกต้องแล้ว คุณจำเป็นต้องอ่านประโยคหรือกลุ่มประโยคที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด วิเคราะห์ความหมาย ระบุคำพ้องความหมาย (paraphrasing) และตัดตัวเลือกที่ก่อให้เกิดความสับสนออก
นี่คือขั้นตอนที่ตัดสินว่าคุณจะสามารถเลือกคำตอบที่ถูกต้องได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคำถามรูปแบบที่ยาก เช่น True/False/Not Given หรือ Matching Information

ทักษะที่จำเป็นใน IELTS Reading

>> อ่านเพิ่มเติม: Topic sentence คืออะไร? โครงสร้างที่พบบ่อยในข้อสอบ IELTS

รูปแบบคำถามต่าง ๆ ใน IELTS Reading

การทดสอบ IELTS Reading มีคำถามรวมทั้งหมด 40 ข้อ โดยแต่ละบทอ่านจะมีคำถามประมาณ 13-14 ข้อ คำถามจะถูกแบ่งออกเป็น 14 ประเภท ดังต่อไปนี้:

Matching Headings Questions

Task: เลือกหัวข้อ (Title/Heading) ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละย่อหน้าหรือแต่ละส่วนย่อยในบทอ่าน

Skills:

  • ทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของย่อหน้า
  • จำแนกความแตกต่างระหว่างแนวคิดหลัก (Main Idea) และประเด็นสนับสนุน (Supporting Points)
  • จับใจความเนื้อหาโดยรวมของย่อหน้าต่าง ๆ

Tips:

  • อ่านหัวข้อหลักก่อนที่จะอ่านบทความ
  • จำนวนหัวข้อหลักมักจะมีมากกว่าจำนวนย่อหน้าเสมอ
  • วิเคราะห์หัวข้อหลักอย่างรอบคอบก่อนการจับคู่
  • คำตอบมักจะอยู่ในรูปแบบของตัวเลขโรมัน (เช่น i, ii, iii…)
  • คำตอบจะไม่ได้เรียงตามลำดับในบทความ

Matching Information Questions

Task: ระบุย่อหน้าที่มีข้อมูลซึ่งถูกอธิบายไว้ในคำถาม

Skills:

  • การ Scanning คำหลัก (Keywords) อย่างรวดเร็ว
  • การค้นหาตำแหน่งของข้อมูลจำเพาะ
  • ทำความเข้าใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในย่อหน้า

Tips:

  • มุ่งเน้นไปที่ชื่อเฉพาะ, ปี, เดือน, และข้อมูลตัวเลข
  • ย่อหน้าหนึ่งสามารถบรรจุคำตอบได้มากกว่าหนึ่งข้อ
  • คำตอบจะไม่ได้เรียงตามลำดับในบทความ
  • ไม่จำเป็นต้องอ่านย่อหน้าทั้งหมดอย่างละเอียดเกินไป

Matching Features (People/Places/Things)

Task: จับคู่ความคิดเห็น ข้อมูล หรือผลการวิจัย ให้เข้ากับบุคคล/กลุ่มบุคคล/สิ่งของที่ระบุไว้ในรายการ

Skills:

  • การระบุความคิดเห็น (Identifying Opinions)
  • การ Scanning ข้อมูลเชิงพรรณนา
  • การเปรียบเทียบแนวคิดหลักกับบุคคลหรือสิ่งของ

Tips:

  • อ่านคำอธิบายของแต่ละบุคคล (หรือสิ่งของ) ก่อน
  • มุ่งเน้นไปที่คำหลัก (Keywords) ที่มีลักษณะเฉพาะ
  • บุคคลหนึ่งอาจถูกใช้สำหรับคำตอบได้มากกว่าหนึ่งข้อ
  • คำตอบจะไม่ได้เรียงตามลำดับในบทความ

Matching Sentence Endings

Task: จับคู่ส่วนหน้าของประโยคกับส่วนท้ายที่เหมาะสม เพื่อสร้างประโยคที่สมบูรณ์

Skills:

  • ทำความเข้าใจความหมายของประโยคอย่างชัดเจน
  • ระบุคำหลัก (Keywords) ในส่วนหน้าของประโยค
  • ค้นหาแนวคิดที่เข้ากันได้ในส่วนท้ายของประโยค

Tips:

  • ควรอ่านส่วนประโยคที่เป็นคำแนะนำทั้งหมดก่อน
  • ตัดส่วนท้ายที่ไม่เหมาะสมทางความหมายออก
  • เปรียบเทียบไวยากรณ์ (ไวยากรณ์จะต้องมีความสอดคล้องทางตรรกะ)

Multiple Choice – Single Answer

Task: เลือกคำตอบที่ถูกต้อง 1 ข้อ จากตัวเลือก A, B, C หรือ D

Skills:

  • ทำความเข้าใจแนวคิดหลักและรายละเอียด
  • การระบุการใช้คำพ้องความหมาย (Paraphrase)
  • การตัดตัวเลือกที่ไม่ถูกต้องออก

Tips:

  • โปรดระมัดระวังคำที่ก่อให้เกิดความสับสน เช่น however, although, only, always และคำอื่น ๆ
  • ควรอ่านตัวเลือกแต่ละข้ออย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
  • คำตอบที่ถูกต้องมักจะถูกถ่ายทอดด้วยการใช้คำพ้องความหมาย (Paraphrase) โดยสมบูรณ์

Multiple Choice – Multiple Answers

Task: เลือกคำตอบที่ถูกต้อง 2-3 ข้อ ตามคำแนะนำของโจทย์

Skills:

  • ทำความเข้าใจรายละเอียด
  • การเปรียบเทียบและจับคู่ตัวเลือกคำตอบ
  • การตัดตัวเลือกที่ไม่แน่นอนออก

Tips:

  • ควรอ่านคำแนะนำอย่างละเอียด (เช่น choose TWO/THREE)
  • ไม่ควรเลือกคำตอบหากไม่แน่ใจเกิน 70%
  • คำตอบที่ถูกต้องหลายข้อแทบจะไม่ปรากฏอยู่ในบรรทัดเดียวกัน

True / False / Not Given

Task: ประเมินข้อมูลในคำถามเทียบกับเนื้อหาในบทอ่าน

Skills:

  • การระบุข้อมูลที่ตรงกัน – ข้อมูลที่ขัดแย้งกัน – ข้อมูลที่ขาดหายไป
  • การวิเคราะห์ประโยคที่บรรจุคำตอบ
  • หลีกเลี่ยงการคาดเดา

Tips:

  • “False” ≠ “Not Given”
  • ควรเปรียบเทียบความหมาย ไม่ใช่เปรียบเทียบคำศัพท์
  • ห้ามคาดเดาจากนอกเหนือเนื้อหาบทความโดยเด็ดขาด

Yes / No / Not Given

Task: ระบุว่าผู้เขียนเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรือไม่ได้กล่าวถึงความคิดเห็นที่ถูกระบุไว้

Skills:

  • ทำความเข้าใจมุมมองของผู้เขียน
  • การระบุคำที่แสดงการประเมินหรือการตัดสิน (Evaluative Words)
  • การวิเคราะห์น้ำเสียงและทัศนคติ

Tips:

  • มุ่งเน้นไปที่คำกริยาที่แสดงความคิดเห็น (เช่น suggest, claim, argue,…)
  • ห้ามตีความหรืออนุมานเพิ่มเติม
  • คำตอบจะเรียงตามลำดับที่ปรากฏในบทความ

Sentence Completion

Task:  เติมคำในช่องว่างเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์

Skills:

  • Scanning & locating
  • ทำความเข้าใจโครงสร้างทางวากยสัมพันธ์ (Syntax)
  • การระบุการใช้คำพ้องความหมาย (Paraphrase)

Tips:

  • ปฏิบัติตามขีดจำกัดของจำนวนคำที่กำหนด (เช่น ONE/TWO/THREE WORDS)
  • คำตอบต้องถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 100%
  • ตรวจสอบคำนามเอกพจน์ – พหูพจน์

Summary Completion

Task: เติมคำในส่วนสรุป (Summary) ของบทอ่าน (โดยการค้นหาคำด้วยตนเอง หรือเลือกคำจากกล่องตัวเลือกที่ให้มา)

Skills:

  • ทำความเข้าใจแนวคิดหลัก
  • การสรุปเนื้อหาอย่างรวดเร็ว
  • การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างย่อหน้าต่าง ๆ

Tips:

  • ค้นหาคำพ้องความหมาย (Synonyms) ที่อยู่ในบทความ
  • คำตอบจะอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความที่จำเพาะเจาะจง
  • ควรอ่านส่วนสรุปก่อนเพื่อกำหนดทิศทางในการค้นหา

Note Completion

Task: เติมคำที่ขาดหายไปลงในรูปแบบของ Notes/Bullet Points 

Skills:

  • การค้นหารายละเอียดอย่างรวดเร็ว
  • การระบุโครงสร้างของข้อมูล
  • ทำความเข้าใจรูปแบบการจดบันทึกที่ย่อสั้นลง

Tips:

  • มุ่งเน้นไปที่คำหลัก (Keywords) ในรายการ (Bullet Points)
  • ไม่จำเป็นต้องอ่านข้อความทั้งหมด
  • คำที่นำมาเติมเกือบทั้งหมดจะอยู่ติดกับกลุ่มคำหลักในบทความ

Table Completion

Task: เติมข้อมูลที่ขาดหายไปลงในตารางสรุป (Table Completion)

Skills:

  • การระบุความสัมพันธ์ของข้อมูล
  • การ Scanning ชื่อ/หน่วยวัด/ข้อมูลตัวเลข
  • ทำความเข้าใจกลุ่มข้อมูล 

Tips:

  • ดูที่หัวข้อของตารางเพื่อกำหนดขอบเขต
  • คำตอบมักจะเป็นข้อมูลตัวเลข, ชื่อเฉพาะ, หรือวลีสั้น ๆ
  • บันทึกตัวเลข, ปี, และดัชนี (Index) ให้ถูกต้องตามรูปแบบ

Flow-chart Completion

Task: เติมคำในแผนภาพที่อธิบายกระบวนการ (Flow Chart) (flow chart)

Skills:

  • ทำความเข้าใจลำดับของขั้นตอน
  • การ Scanning ตามกระแสข้อมูล
  • การระบุขั้นตอนสำคัญ

Tips:

  • คำตอบจะอยู่ในส่วนที่อธิบายถึงกระบวนการในบทความ
  • ควรอ่านตามลำดับ – ห้ามข้ามส่วน
  • ตรวจสอบชนิดของคำเพื่อให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์

Diagram Label Completion

Task: เติมคำลงในป้ายชื่อของภาพวาด แผนผัง หรือแบบจำลอง

Skills:

  • การ Scanning รายละเอียดเชิงพรรณนา
  • ทำความเข้าใจโครงสร้างของวัตถุ (เช่น เครื่องจักร, แบบจำลอง)
  • การเชื่อมโยงข้อความเข้ากับภาพวาด

Tips:

  • คำหลักมักจะตรงกับส่วนที่บรรยายรายละเอียด
  • คำตอบส่วนใหญ่มักเป็นคำนาม (Nouns)
  • ควรอ่านคำอธิบายประกอบและตำแหน่งของลูกศรอย่างละเอียด
รูปแบบคำถามต่าง ๆ ใน IELTS Reading

>> อ่านเพิ่มเติม:

เคล็ดลับการฝึกฝน IELTS Reading ให้ได้คะแนนสูง 

เพื่อให้ได้ระดับคะแนน (Band Score) สูงในการทดสอบ IELTS Reading คุณจำเป็นต้องเข้าใจเทคนิคในการทำข้อสอบและเข้าใจรูปแบบคำถามแต่ละประเภทอย่างชัดเจน นี่คือเคล็ดลับในการฝึกฝนที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยคุณปรับปรุงความเร็วในการอ่านและเพิ่มความแม่นยำในการทำข้อสอบ

ทำความเข้าใจรูปแบบคำถามทั้งหมดใน IELTS Reading อย่างชัดเจน

ก่อนที่จะเริ่มฝึกฝนในเชิงลึก คุณต้องทราบอย่างชัดเจนว่ามีคำถามทั้งสิ้น 14 ประเภทที่อาจปรากฏในการทดสอบ การทำความเข้าใจโครงสร้างและข้อกำหนดของแต่ละประเภทจะช่วยให้คุณกำหนดทิศทางการอ่านและการค้นหาคำตอบได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ฝึกฝนทักษะการอ่านเพื่อทำความเข้าใจและทักษะการค้นหาข้อมูล

ในการทดสอบ IELTS Reading คุณจะต้องรวมทักษะหลักสองประการเข้าด้วยกัน:

  • Reading for comprehension: การอ่านเพื่อทำความเข้าใจใจความหลักและโครงสร้างของย่อหน้า
  • Reading to locate answers: การค้นหาตำแหน่งของข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว

การฝึกฝนทั้งสองทักษะควบคู่กันจะช่วยให้คุณจัดการกับบทความได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

ทำความเข้าใจเคล็ดลับในการทำข้อสอบ True/False/Not Given และ Yes/No/Not Given

นี่คือรูปแบบคำถามที่สร้างความสับสนมากที่สุด คุณต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่า:

  • False ≠ Not Given
  • เรียนรู้วิธีการระบุว่าเมื่อใดที่ข้อมูลขัดแย้งกัน และเมื่อใดที่ข้อมูลไม่ได้ถูกกล่าวถึงเลย
  • การฝึกฝนตัวอย่างจำนวนมากจะช่วยให้คุณสามารถแยกแยะความแตกต่างได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

ปรับปรุงความเร็วในการอ่านและกลยุทธ์การทำข้อสอบ

ผู้เข้าสอบจำนวนมากอ่านช้าเกินไป หรือพยายามทำความเข้าใจบทความทั้งหมด ควรเปลี่ยนไปใช้แนวทางดังต่อไปนี้:

  • ให้ความสำคัญกับการ Skim เพื่อจับใจความสำคัญของบทความ
  • ใช้การ Scan เพื่อค้นหาคำหลัก (Keywords) ที่เกี่ยวข้องกับคำถาม
  • เรียนรู้วิธีการระบุย่อหน้าที่มีข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

ศึกษาเรียนรู้กลยุทธ์ของผู้เข้าสอบที่ได้ Band 8 – 9

การอ้างอิงวิธีการเรียนรู้ของผู้ที่ได้คะแนนสูงจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของวิธีการเตรียมตัวที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น:

  • กลยุทธ์การแบ่งเวลาแบบ 20 – 20 – 20 (การจัดสรรเวลา 20 นาทีสำหรับแต่ละบทอ่าน)
  • วิธีการจดบันทึกคำหลัก
  • วิธีการตรวจสอบกับดักในคำถาม

ประเมินจุดแข็ง – จุดอ่อนของตนเอง

ในระหว่างการฝึกฝนทำข้อสอบ คุณควรประเมินสิ่งเหล่านี้:

  • คุณใช้เวลามากกับคำถามประเภทใด?
  • คำถามประเภทใดที่คุณตอบผิดพลาดบ่อยที่สุด?
  • คุณมักจะอ่านข้อมูลตกหล่น หรือเข้าใจสาระสำคัญผิดไปหรือไม่?

จากนั้น ให้นำข้อมูลดังกล่าวไปปรับกลยุทธ์การฝึกฝนของคุณให้เหมาะสม

เคล็ดลับการฝึกฝน IELTS Reading ให้ได้คะแนนสูง 

รวมชุดข้อสอบจำลอง IELTS Reading พร้อมคำตอบโดยละเอียด

คุณสามารถดาวน์โหลดชุดข้อสอบ IELTS Reading Test ด้านล่างนี้เพื่อนำไปฝึกฝนเพิ่มเติมได้ ชุดเอกสารนี้มีส่วนคำตอบ ดังนั้น ควรให้ความสำคัญกับการทำข้อสอบด้วยตนเองก่อน จากนั้นจึงนำมาเปรียบเทียบเพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจวิธีการจัดการกับคำถามแต่ละประเภท

เมื่อฝึกฝนทำข้อสอบจากชุดเอกสารหรือหนังสือใด ๆ ห้ามดูคำตอบทันที การวิเคราะห์ด้วยตนเองและทดลองใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ ก่อน จะช่วยให้คุณเข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นและยกระดับทักษะ Reading ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

ลิงก์สำหรับดาวน์โหลดชุดข้อสอบ Reading จริงพร้อมเฉลย:

แนะนำชุดเอกสาร IELTS Reading Practice PDF

เพื่อให้การฝึกฝนมีประสิทธิภาพและพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อทำความเข้าใจ คุณควรใช้ชุดเอกสาร IELTS Reading ที่รวบรวมไว้ในรูปแบบ PDF เอกสารเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะให้แบบฝึกหัดที่เป็นไปตามโครงสร้างของข้อสอบจริงเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับคำตอบ คำอธิบาย และเคล็ดลับในการทำข้อสอบด้วย ด้านล่างนี้คือแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้:

1. ชุด Cambridge IELTS (Cambridge 1 – Cambridge 20) – PDF + Audio + Answer Keys

  • นี่คือแหล่งเอกสารที่เป็นทางการและใกล้เคียงกับข้อสอบจริงมากที่สุด
  • หนังสือแต่ละเล่มประกอบด้วยแบบทดสอบที่สมบูรณ์ 4 ชุด
  • ส่วน Reading ได้รับการออกแบบตามรูปแบบของการสอบจริง
  • มีคำตอบและคำอธิบายโดยละเอียด
  • ความเหมาะสม: ใช้สำหรับการฝึกทำข้อสอบ, การประเมินระดับความสามารถ, และการเพิ่มความเร็วในการทำข้อสอบก่อนวันจริง

ด้านล่างนี้คือชุดหนังสือ IELTS Cambridge ที่มีการแชร์ต่อ ซึ่งรวม Cam 1- 20 ฉบับเต็มในรูปแบบ PDF + Audio และชุดคำอธิบายโดยละเอียดสำหรับเล่ม 7-19 ส่วนชุดคำอธิบายเล่มอื่น ๆ มีดังนี้:

2. IELTS Official Practice Materials (OPM)

  • จัดทำโดยบริติช เคานซิล (British Council) และ IDP
  • นำเสนอรูปแบบคำถามที่เป็นมาตรฐาน
  • มีตัวอย่างข้อสอบและคำแนะนำในการทำคำถามแต่ละข้อ
  • ความเหมาะสม: สำหรับผู้ที่ต้องการเอกสารทางการเพื่อการฝึกฝนเชิงลึก

3. IELTS Trainer (Oxford University Press)

  • เอกสารนี้ให้คำแนะนำในการทำข้อสอบแบบเป็นขั้นเป็นตอน
  • มีกลยุทธ์การทำข้อสอบสำหรับรูปแบบคำถาม Reading แต่ละประเภท
  • มาพร้อมกับแบบทดสอบตัวอย่างและคำอธิบายโดยละเอียด
  • ความเหมาะสม: สำหรับผู้เริ่มต้น หรือผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจเทคนิคการทำข้อสอบอย่างชัดเจน

4. IELTS Reading Recent Actual Tests (Vol 1 – 8)

  • การรวบรวมข้อสอบจริงจากหลายปี
  • หัวข้อมีความหลากหลายและมีระดับความยากสูง
  • อัปเดตแนวโน้มคำถามล่าสุด
  • ความเหมาะสม: สำหรับการทบทวนเพื่อยกระดับทักษะ และการทำความคุ้นเคยกับระดับความยากของข้อสอบจริง

5. ชุดคำถาม IELTS Reading 14 ประเภท – เอกสารฝึกฝนตามรูปแบบ (PDF)

เว็บไซต์การศึกษา IELTS ที่เชื่อถือได้หลายแห่งนำเสนอชุดแบบฝึกหัดตามรูปแบบคำถาม เช่น:

  • Matching Headings
  • Multiple Choice
  • True/False/Not Given
  • Sentence Completion
  • Diagram/Flow-chart Completion…
  • เหมาะสม: สำหรับการฝึกฝนเฉพาะประเภท, การแก้ไขจุดอ่อนที่ระบุไว้

6. เว็บไซต์ฝึกฝน Reading ที่มีไฟล์ PDF ให้ดาวน์โหลด

  • IELTS.org – เอกสารอย่างเป็นทางการ
  • British Council LearnEnglish
  • IDP IELTS Preparation
  • IELTS Liz / IELTS Simon – แบบฝึกหัด, เคล็ดลับ, PDF ฟรี
  • IELTSmaterial.com, IELTSpracticeonline.com, IELTS-up.com – แหล่งรวมแบบฝึกหัด Reading ที่หลากหลาย
แนะนำชุดเอกสาร IELTS Reading Practice PDF

คำถามที่พบบ่อย 

คะแนน IELTS Reading 20/40 คิดเป็น Band Score เท่าใด?

อยู่ที่ประมาณ Band Score 5.0 – 5.5 ขึ้นอยู่กับข้อสอบของแต่ละปี

จะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ 8.5 ในส่วน IELTS Reading?

มุ่งเน้นไปที่การ เพิ่มความเร็วในการอ่าน ทำความเข้าใจคำหลัก (Keywords) อย่างแม่นยำ ฝึกฝนทำข้อสอบจริงจำนวนมา และพัฒนาทักษะ Skim-Scan

การเตรียมตัวสอบ IELTS Reading นั้นไม่ยาก หากคุณเข้าใจโครงสร้างของข้อสอบอย่างชัดเจน มีความเข้าใจในวิธีการอย่างถ่องแท้และใช้เอกสารที่ถูกต้อง และควรนำเคล็ดลับ IELTS Reading practice ไปใช้ทันที และใช้ควบคู่ไปกับชุด IELTS Reading practice pdf เพื่อปรับปรุงความเร็ว ความแม่นยำ และ เพิ่มระดับคะแนนให้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอกับ ELSA Speak ทุกวันจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมาย Reading ที่คุณต้องการได้นะคะ

🔥 ELSA Premium 1 ปี ลด 67%