Author: lekien.260302@gmail.com
แม้ว่าโลกพฤกษศาสตร์จะมีความหลากหลายมากมาย แต่การเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับผักภาษาอังกฤษจะไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไปหากคุณได้ค้นพบแหล่งการเรียนรู้ที่เหมาะสม นอกจากนี้ สำหรับผู้คนที่ทำงานในด้านอาหาร เรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ อย่าพลาดบทเขียนต่อไปนี้ของ ELSA Speak เพื่อให้เก็บชุดคำศัพท์เกี่ยวกับ ผักภาษาอังกฤษ นะ
คำศัพท์เกี่ยวกับ ผักภาษาอังกฤษ
การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษในหัวข้อผักผลไม้ก็เป็นหนึ่งในเนื้อหาที่สำคัญ โลกของพฤกษศาสตร์มีความหลากหลายและอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก คุณจะได้พบคำเหล่านี้ในหลาย ๆ ด้านในชีวิตประจำวัน นั่นก็เป็นเหตุผลที่คุณต้องจำคำศัพท์อย่างรอบคอบเพื่อนำไปใช้ในชีวิตและการทำงาน หากคุณกำลังทำงานในร้านอาหาร โรงแรม หรือด้านอาหารต่าง ๆ หรือเพียงแค่ต้องการพัฒนาคำศัพท์ภาษาอังกฤษตนเองอเท่านั้น บทเขียนในวันนี้ของ ELSA Speak จะเป็นของขวัญพิเศษสำหรับคุณ
ผักใบเขียวต่าง ๆ และผักตระกูลกะหล่ำในภาษาอังกฤษ
- Celery (ˈsɛləri): คื่นฉ่าย/ขึ้นฉ่าย
- Cabbage (kæbɪʤ): กะหล่ำปลี
- Cauliflower (ˈkɒlɪflaʊə): กะหล่ำดอก
- Fennel (ˈfɛnl): เฟนเนล/ยี่หร่า/ผักชีล้อม
- Asparagus (əsˈpærəgəs): หน่อไม้ฝรั่ง
- Broccoli (brɒkəli): บรอกโคลี
- Horseradish (hɔːsˌrædɪʃ): ฮอร์สแรดิช
- Lettuce (lɛtɪs): ผักกาดหอม
- Green onion (griːn ˈʌnjən): หัวหอมสีเขียว/ต้นหอม
- Coriander (kɒrɪˈændə): ผักชี
- Knotgrass (ˈnɒtgrɑːs): ผักแพว
- Centella: ใบบัวบก
- Gai choy: ผักกาดเขียว
- Perilla leaf (Perilla liːf): ใบเพริลลา/ชิโซะ
- Malabar spinach (spɪnɪʤ): ผักปลัง

- Seaweed (siːwiːd): สาหร่ายทะเล
- Wild betel leaves (waɪld ˈbiːtəl liːvz): ใบพลูป่า/ชะพลู
- Spinach (spɪnɪʤ): ผักปวยเล้ง
- Bean sprouts (biːn spraʊts): ถั่วงอก
ผักประเภทหัวในภาษาอังกฤษ
- Corn (kɔːn): ข้าวโพด
- Beetroot (biːtruːt): บีทรูท
- Marrow (mærəʊ): ฟักเขียว
- Cucumber (kjuːkʌmbə): แตงกวา
- Bell pepper (bɛl ˈpɛpə): พริกหยวก
- Tomato (təˈmɑːtəʊ): มะเขือเทศ
- Shallot (ʃəˈlɒt): หัวกุยช่าย
- Hot pepper (hɒt ˈpɛpə): พริกขี้หนู
- Sweet potato (swiːt pəˈteɪtəʊ): มันเทศ
- Potato (pəˈteɪtəʊ): มันฝรั่ง
- Turmeric: ขมิ้น
- Gatangal: กาตังกัล
- Onion (ʌnjən): หัวหอม
- Radish (rædɪʃ): หัวไชเท้า
- Leek (liːk): หอมยอย/หลักเกียว
- Kohlrabi (kəʊlˈrɑːbi): กะหล่ำปม
- Carrot (kærət): แครอท
- Ginger (ʤɪnʤə): ขิง
- Squash (skwɒʃ): สควอช
- Eggplant (ɛgˌplɑːnt): มะเขือยาว/มะเขือม่วง
- Loofah (luːfɑː): ใยบวบ

เห็ดประเภทต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษ
| คำศัพท์ | ความหมาย |
| Mushroom | เห็ด |
| Fatty mushrooms | ห็ดกระดุม/เห็ดแชมปิญอง |
| King oyster mushroom | เห็ดนางรมหลวง |
| Black fungus | เห็ดเชื้อราดำ/เห็ดหูหนูดำ |
| Abalone mushrooms | เห็ดเป๋าฮื้อ |
| Ganoderma | เห็ดหลินจือ |
| Enokitake | เห็ดเข็มทอง |
| Straw mushrooms | เห็ดฟาง |
| White fungus | เห็ดหูหนูขาว |
พืชตระกูลถั่วและเมล็ดพืชต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษ
- Peas (piːz): ถั่ว
- Cashew (kæˈʃuː): เม็ดมะม่วงหิมพานต์
- Walnut (wɔːlnʌt): วอลนัท
- Almond (ɑːmənd): เมล็ดอัลมอนด์
- Sesame seeds (sɛsəmi siːdz): เมล็ดงา
- Pumpkin seeds (pʌmpkɪn siːdz): เมล็ดฟักทอง
- Pine nut (paɪn nʌt): เมล็ดสน
- Chia seeds (Chia siːdz): เมล็ดเจีย

- Sunflower seeds (sʌnˌflaʊə siːdz): เมล็ดทานตะวัน
- Macadamia (ˌmæk.əˈdeɪ.mi.ə): แมคคาเดเมีย
- Pistachio (/pɪˈstæʃ.i.oʊ/): ถั่วพิสตาชิโอ
- Chestnut (ʧɛsnʌt): เกาลัด
- Soybean (sɔɪ biːn): ถั่วเหลือง
- Mung bean (/ˈmʌŋ ˌbiːn/): ถั่วเขียว
- Red bean (rɛd biːn): ถั่วแดง
ตัวอย่างบทสนทนาใช้คำศัพท์เกี่ยวกับ ผักภาษาอังกฤษ
หนึ่งในเคล็ดลับการจำคำศัพท์เกี่ยวกับผักภาษาอังกฤษคือการฝึกสร้างประโยค จากนั้นคุณจะจำคำศัพท์ได้ดีขึ้นและในขณะเดียวกันก็เข้าใจบริบทและการใช้คำศัพท์ไปด้วย ต่อไปนี้ ELSA Speak จะแนะนำรูปแบบประโยคภาษาอังกฤษที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับผักภาษาอังกฤษ อย่าลืมบันทึกและฝึกฝนนะ
A: Oh, today, the supermarket is full of fresh vegetables. (อ่อ วันนี้ซุปเปอร์มาร์เก็ตเต็มไปด้วยผักสด)
B: Hello, what do you want to buy? (สวัสดีค่ะ เอาอะไรดีคะ)
A: I want to buy mangoes (ฉันต้องการมะม่วง)
B: The newly imported supermarket is so delicious (ซุปเปอร์มาร์เก็ตนำเข้าผลใหม่อร่อยมากนะคะ)
A: So, can I get 3 kgs of this mango? (งั้นฉันขอมะม่วง 3 กิโลได้ไหมคะ)
B: Anything else you want to buy? (คุณอยากเอาอะไรอีกไหมคะ)
A: I want to buy potatoes and tomatoes. (ฉันต้องการมันฝรั่งและมะเขือเทศค่ะ)
B: OK. Do you need more carrots? (โอเคค่ะ คุณต้องการแครอทด้วยไหมคะ)
A: Yes. I may need more carrots for soup. Where is the fruit stand? (ได้ค่ะ ฉันอาจต้องการแครอทเพิ่มให้อาหารซุป ขายที่ไหนคะ)
B: I’ll take you guys! (เดี๋ยวฉันจะพาไปให้)
A: I need to buy strawberries and oranges to make a smoothie (ฉันต้องซื้อสตรอเบอร์รี่และส้มเพื่อทำสมูทตี้ค่ะ)
B: Strawberries on the left shelf and orange on the bottom shelf. Take your bag here and choose! (สตอเบอร์รี่อยู่ชั้นวางด้านซ้ายและส้มอยู่ชั้นล่างสุด หยิบกระเป๋ามาเลือกได้เลยค่ะ)
A: Thank you, fresh vegetables are so delicious. (ขอบคุณค่ะ ผักสดอร่อยมากค่ะ)
B: Next time you come to our supermarket! (โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ)
A: Of course. (แน่นอนค่ะ)
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเขียนจดหมาย CV หรือลายเซ็นอีเมล เราจะไม่สามารถละเลยการเขียนข้อมูลที่อยู่ได้ อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ยังคงสงสัยว่าจะเขียนที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องและเป็นมืออาชีพได้อย่างไร เพราะผู้เรียนหลายคนยังคงกังวล วันนี้ ELSA Speak จะมาแนะนำวิธีเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องและเข้าใจง่ายในบทความด้านล่างนี้ มาดูกันเลย
ที่อยู่ภาษาอังกฤษ คืออะไร?
ในภาษาอังกฤษ คำว่า “address” หมายถึงที่อยู่ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตั้งหรือข้อมูลติดต่อที่เฉพาะเจาะจง การเข้าใจวิธีใช้คำนี้เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ประจำวัน เช่น การเขียนที่อยู่บนซองจดหมาย การกรอกข้อมูลส่วนตัว หรือการแนะนำตัวกับคนรู้จักใหม่ๆ
การใช้งานทั่วไปบางประการของคำว่า address:
- Home address — ที่อยู่บ้าน
- Work address — ที่อยู่ที่ทำงาน
- Email address — ที่อยู่อีเมล
เข้าใจและใช้คำ “address” อย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณสื่อสารได้อย่างถูกต้องและเป็นมืออาชีพทั้งในด้านวิชาการและการทำงาน
คำศัพท์ที่ใช้บ่อยเมื่อเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษ
การเขียนที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษเรียกว่า “writing an address” ซึ่งต้องมีข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับที่อยู่ของผู้เขียน ด้านล่างนี้คือรายการคำศัพท์ที่ใช้บ่อยเมื่อพูดถึงที่อยู่ภาษาอังกฤษ ซึ่ง ELSA Speak คิดว่าคุณน่าจะจำเป็นต้องใช้บ่อยๆ ในการระบุที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษ
| ภาษาอังกฤษ | ความหมาย |
|---|---|
| House No. / Number | บ้านเลขที่ |
| Apartment / Apt. | อะพาร์ตเมนต์ |
| Building / Bldg. | อาคาร |
| Village No. / Moo | หมู่ที่/หมู่ |
| Floor / Fl. | ชั้น |
| Village | หมู่บ้าน |
| Alley | ซอย |
| Lane / Soi | ตรอก/ซอย |
| Road / Rd. | ถนน |
| Sub-district / Sub-area | เขต/ตําบล ภาษาอังกฤษ |
| District / Area | อำเภอ/เขตพื้นที่ |
| Province | จังหวัด |
| Postal Code | รหัสไปรษณีย์ |
| Country | ประเทศ |
| Street | ถนน |
| Condominium | คอนโดมิเนียม |
| Construction | สิ่งปลูกสร้าง |
| Town | เมือง |
| City | เมือง |
| Sub-area / Sector | เขต / ภาค |
| Village | หมู่บ้าน |

>>> Read more:
- 220+ รูปแบบประโยคภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุด
- จังหวัด ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร? รวมรายชื่อ 76 จังหวัด ภาษาอังกฤษ
- Prepositions of place (คำบุพบทบอกสถานที่) คืออะไร? วิธีใช้และแบบฝึกหัด
วิธีการเขียนที่อยู่แบบย่อภาษาอังกฤษ
เมื่อเขียนที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษ บางครั้งเรามักจะเจอตัวอักษรอย่าง St. Apt. หรือ Rd. ซึ่งเป็นตัวย่อในภาษาอังกฤษ มาดูวิธีการเขียนที่อยู่แบบย่อภาษาอังกฤษกันดีกว่า

กฎการเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษ
เช่นเดียวกับภาษาไทย เวลาเขียนที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษ เราจะเขียนตามลำดับหน่วยการบริหารจากเล็กไปถึงใหญ่ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่าย แล้วเราจะเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษอย่างไร เช่น บ้านเลขที่ 43/2 หมู่ 5 ซอยพัฒนา ถนนสวัสดี มาดูกันเลย
มีกฎสามข้อในการเขียนที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษที่คุณควรรู้:
- กฎข้อที่ 1: ใส่ชื่อถนน อำเภอ หรือเขต ฯลฯ ก่อนคำนามที่บ่งชี้ถนน อำเภอ หรือเขตในภาษาอังกฤษ ตัวอย่าง:
Street Suthisan ⟶ ถนนสุทธิสาร ;
Town Banglek ⟶ เมืองบาเล็ก ;
District Huai Khwang ⟶ เขตห้วยขวาง .
- กฎข้อที่ 2 : ชื่อถนน เขต หรือพื้นที่ ฯลฯ มีหมายเลขซึ่งมาหลังคำนามที่ระบุถนน เขต หรือพื้นที่นั้นๆ ในภาษาอังกฤษ ตัวอย่าง:
Street 123 ⟶ ถนน 123 ;
Alley Ramkhamhaeng 80 ⟶ ซอย Ramkhumhaeng 80 .
- กฎข้อที่ 3 : ใส่ชื่อห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมไว้ก่อนคำนามที่อ้างถึงห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมนั้นเป็นภาษาอังกฤษ ตัวอย่าง:
The Residences Apartment ⟶ อะพาร์ตเมนต์ The Residences
New APG Apartment ⟶ อะพาร์ตเมนต์ APG ใหม่
- หากชื่อห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมเป็นตัวเลข จะต้องใส่คำว่า Condominium หรือ Apartment ไว้ข้างหน้า ตัวอย่าง:
Condominium 139 ⟶ คอนโดเลขที่ 139/เลขที่ 139 ;
Apartment 560 ⟶ อะพาร์ตเมนต์ เลขที่ 560/เลขที่ 560
>>> Read more:
- เลขภาษาอังกฤษ – วิธีการใช้ ลำดับ เศษส่วน
- Where are you from แปลว่าอะไร? วิธีการถามและวิธีการตอบแบบง่ายๆ และรวดเร็ว
- คำศัพท์น่าสนใจเกี่ยวกับสถานที่ในการสื่อสารภาษาอังกฤษ
วิธีเขียน ที่อยู่ภาษาอังกฤษ อย่างร่ยละเอียด
ในการส่งจดหมายหรือพัสดุระหว่างประเทศ สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือต้องเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง
เพื่อให้ผู้รับสามารถค้นหาได้ง่าย ด้านล่างนี้เป็นคำแนะนำการเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษ ตัวอย่างโดยละเอียดสำหรับแต่ละส่วน เช่น หมู่บ้าน อำเภอ และเขต
เขียน ที่อยู่ภาษาอังกฤษของหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ
| ส่วนประกอบ | ความหมาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| บ้านเลขที่ / หมู่บ้าน / Moo | จุดเริ่มต้นของที่อยู่ หมายเลขหมู่บ้าน หรือหมู่ อาจเป็น “Moo” ได้โดยไม่ต้องเพิ่ม “No.” | 165/4 หมู่ 10 → 165/4 Moo 10 |
| ตำบล | สำหรับตำบลภายในอำเภอ ใช้ “Sub-district” หรือ “Tambon” | ตำบลวังบาล → Tambon Wangban |
| บ้าน / Baan | ใช้ระบุชื่อหมู่บ้าน เขียนได้ว่า “หมู่ 4” หรือ “Baan 4” | หมู่ 4 → Baan 4 |
| อำเภอ / District | หน่วยงานบริหารระดับอำเภอ | อำเภอหล่มเก่า → Lomkao District |
| จังหวัด / Province | หน่วยงานบริหารระดับจังหวัด เขียนชื่อจังหวัดเต็ม | จังหวัดเพชรบูรณ์ → Phetchabun Province |
>>> Read more:
- บ้านภาษาอังกฤษแปลว่าอย่างไร ความแตกต่างระหว่างคำว่า House และ Home
- Where do you live คืออะไร? วิธีการตอบในสถานการณ์จริงและการสอบ IELTS
- บทความเกี่ยวกับ การใช้ IN ON AT ช่วยให้คุณแยกแยะได้ง่าย
วิธีเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษ ในกรุงเทพฯ ทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และอะพาร์ตเมนต์
เมื่อส่งจดหมายหรือพัสดุไปกรุงเทพฯ การเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษที่ถูกต้องจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าพัสดุของคุณจะถึงที่หมายอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบ้าน คอนโด และอพาร์ตเมนต์ นี่คือคำแนะนำโดยละเอียดพร้อมตัวอย่างวิธีการเขียนที่อยู่แต่ละส่วน
| ส่วนประกอบ | ความหมาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| บ้านเลขที่ / หมู่บ้าน / Moo | จุดเริ่มต้นของที่อยู่ บ้านเลขที่ หรือชื่อหมู่บ้าน | 876/90 หมู่ 4 → 876/90 Baan 4 |
| ถนน / Road | ชื่อถนนสายหลักที่บ้าน อะพาร์ตเมนต์ หรืออาคารตั้งอยู่ | ถนนรามคำแหง → Ramkhamhaeng Road |
| อาคาร / Building | ชื่ออาคารหรือคอนโด อาจมีหมายเลขชั้นด้วย | อาคาร 90 EL Tower → 90 EL Tower |
| ห้อง / Room | จำนวนห้องในอาคารหรืออะพาร์ตเมนต์ | ห้อง 431 → Room 431 |
| ชั้น / Floor | จำนวนชั้นในอาคารหรืออพาร์ตเมนต์ | ชั้น 8 → Floor 8 |
| ตำบล / Sub-district | พื้นที่ย่อยภายในอำเภอ | ตำบลคลองกุ่ม → Khlongkum Sub-district |
| อำเภอ / District | หน่วยงานบริหารระดับอำเภอ | อำเภอบึงกุ่ม → Buengkum District |
| เมือง / City | ชื่อเมืองที่นี่หมาบถึงกรุงเทพเสมอ | Bangkok |
เขียนที่อยู่สำหรับซองจดหมายหรือพัสดุระหว่างประเทศ
เพื่อให้แน่ใจว่าจดหมายและพัสดุระหว่างประเทศจะไปถึงที่อยู่ที่ถูกต้อง การระบุที่อยู่บนซองจดหมายหรือพัสดุจะต้องเป็นไปตามข้อมูลและรูปแบบมาตรฐานทั้งหมด
| ส่วนประกอบ | ความหมาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ชื่อผู้รับ | เขียนชื่อผู้รับให้ครบถ้วนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ | นายสมชาย ไทย → MR. SOMCHAI THAI |
| หมายเลขห้อง / ห้อง | หมายเลขห้องในอาคารหรืออพาร์ตเมนต์ เขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ | ห้อง 431 → ROOM 431 |
| ชั้น / Floor | จำนวนชั้นในอาคารหรืออพาร์ตเมนต์ เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ | ชั้น 8 → FLOOR 8 |
| อาคาร / Building | ชื่ออาคารหรือคอนโด เขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ | EL CONDOMINIUM |
| ถนน / Road | ชื่อถนน เขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ | ถนนรัชดาภิเษก → RATCHADAPHISEK ROAD |
| ตำบล / Sub-district | พื้นที่ย่อยภายในเขต เขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ | ตำบลห้วยขวาง → HUAI KHWANG SUB-DISTRICT |
| อำเภอ / District | หน่วยงานบริหารระดับอำเภอ เขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ | เขตห้วยขวาง → HUAI KHWANG DISTRICT |
| เมือง / City | ชื่อเมือง เขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ | BANGKOK |
| รหัสไปรษณีย์ / Postal Code | ประกอบด้วยตัวเลข 5 หลัก เขียนไว้ที่บรรทัดสุดท้ายก่อนเขียนชื่อประเทศ | 10310 |
| ประเทศ / Country | เขียนชื่อประเทศด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ | ประเทศไทย → THAILAND |
วิธีถามและตอบที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษ
ต่อไปนี้เป็นคำถามและคำตอบทั่วไปที่มักใช้ในการขอข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ:
| คำถาม | คำตอบ |
|---|---|
| ที่อยู่ของคุณคืออะไร? | ที่อยู่ของฉันคือ ห้อง 431 ชั้น 8 อาคาร EL ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร |
| คุณเป็นคนที่นี่หรือเปล่า? | ใช่ ฉันอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ |
| คุณอาศัยอยู่ที่ไหน? | ฉันอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียม EL บนถนนรัชดาภิเษก ในกรุงเทพฯ |
| สถานที่พำนักของคุณอยู่ที่ไหน? | ที่อยู่ถาวรของฉันคือ ห้อง 431 คอนโดมิเนียม EL ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ |
| คุณมาจากไหน? | ฉันมาจากประเทศจีน แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ |
จำเป็นต้องเพิ่ม House No., Village No., Soi. ในที่อยู่ภาษาอังกฤษหรือไม่?
เมื่อเขียนที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษ การเพิ่ม House No., Village No., Soi ขึ้นอยู่กับระดับของรายละเอียดที่ต้องการและอยู่ที่ว่าผู้รับเข้าใจที่อยู่นั้นมากเพียงใด
- House No. / บ้านเลขที่: สามารถเขียนเลขที่บ้านได้โดยตรงโดยไม่ต้องเติม “House No.” ตัวอย่าง: 123/45 แทนที่ House No. 123/45 ถูกต้องและเข้าใจได้ง่าย
- Village No. / Moo / หมู่: ในภาษาอังกฤษ “Moo” หรือ “Village No.” ใช้ได้ทั้งสองแบบ คุณสามารถเขียนว่า Moo 4 หรือ Village No. 4 ไม่จำเป็นต้องเขียนทั้งสองแบบ
- Soi / ซอย: คำว่า “Soi” (ซอย) หรือ “Alley/Lane” ควรระบุพื้นที่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่ถนนและตรอกซอกซอยหลายแห่งมีชื่อเดียวกัน ตัวอย่าง: Soi Sukhumvit 77 หรือ Lane Sukhumvit 77

ELSA Speak ได้แนะนำวิธีเขียนที่อยู่ภาษาอังกฤษให้เหมือนเจ้าของภาษาแล้ว หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเรียนรู้วิธีการเขียนที่อยู่ได้ง่ายขึ้น อย่าลังเลที่จะให้ติวเตอร์ AI ของ ELSA Pro ร่วมเดินทางไปกับคุณสู่ความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษที่บ้านนะ สมัครเลยวันนี้!
เวลากล่าวถึงกริยาช่วยในภาษาอังกฤษ เราสามารถบอกไว้ว่า “will” และ “would” เป็นคู่คำที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษคนไหนก็คุ้นเคยกันดี อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนได้เรียนรู้วิธี will would ใช้ยังไง ให้ชัดเจน แล้วคำว่า “would” มีความหมายเพียงแค่อดีตของ “will” เท่านั้นหรือไม่ ในบทเรียนวันนี้ ELSA Speak จะช่วยให้คุณเพิ่มเติ่มข้อมูลเกี่ยวกับ will would ใช้ยังไง นะ
1. Will
พูดถึง “will” ก็คือพูดถึงอนาคตแบบเดี่ยว Future Simple Tense หรือ ประโยคอนาคตกาล ด้วยโครงสร้าง
ประโยคบอกเล่า : Subject + will + infinitive verb + object
ประโยคปฏิเสธ : Subject + will not หรือ won’t + infinitive verb + object
เสมือนกับชื่อของโครงสร้าง Future Simple Tense ใช้ในการอธิบายการกระทำในอนาคต ได้แก่
แสดงการคาดการณ์เชิงอัตนัยเกี่ยวกับอนาคต
เราจะใช้ Future Simple Tense เพื่อทำนายหรือให้ความเห็นของเราเกี่ยวกับอนาคต โดยมิได้พิจารณาหรือพิจารณาอย่างมากนักเกี่ยวกับสถานการณ์ สภาพความเป็นอยู่หรือสถานการณ์ในความเป็นจริง
ตัวอย่าง
I don’t know much about his performance at work, but I think he will pull this plan off.
⟶ ฉันไม่รับรู้มากเท่าใดเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของเขา แต่ฉันคิดว่าเขาจะทำได้ดีกับแผนการครั้งนี้
การวิเคราะห์
ในตัวอย่างข้อนี้ ผู้พูดได้ทำการคาดการณ์ว่า “เขาจะทำแผนนี้ได้ดี” แต่นั่นเป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคลที่ไม่สร้างมาจากข้อมูลที่มีอยู่มากนัก เนื่องจากผู้พูดเองก็ยืนยันว่า “ฉันไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการทำงานของเขา”

แสดงถึงการตัดสินใจหรือการวางแผนที่ถูกทำขึ้นโดยทันทีที่กำลังพูด อาจจะไม่แน่ใจว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่
เราจะใช้ Future Simple Tense เพื่อให้ระบุถึงการตัดสินใจหรือความตั้งใจที่เกิดขึ้นทันทีที่กำลังพูด โดยไม่ได้คิดหรือวางแผนล่วงหน้าไว้ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น ในบางกรณี การตัดสินใจหรือการวางแผนเหล่านี้อาจเป็นการที่เรายังไม่แน่นอน
ตัวอย่างที่ 1 สถานการณ์ว่า คุณกำลังจะพิมพ์เอกสารแต่กระดาษหมด คุณจะพูดว่า
I will ask the HR Department to buy some packs of paper.
⟶ ฉันจะบอกให้แผนกทรัพยากรมนุษย์ (HR Department) ซื้อกระดาษเพิ่มบางแพ็ค
การวิเคราะห์ของตัวอย่างที่ 1
ในตัวอย่างข้อนี้ ผู้พูดมองเห็นกระดาษหมดและในขณะนั้นตั้งใจที่จะ “บอกให้แผนกทรัพยากรมนุษย์ซื้อกระดาษเพิ่ม” ในกรณีเรื่องนี้ ผู้ผูดน่าจะดำเนินการตามแผนข้างต้นอย่างแน่นอน
ตัวอย่างที่ 2 คุณกับเพื่อนกำลังวิ่งข้าม Magnolias Waterfront Residences (แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์) ในขณะนี้ คุณยังไม่มีความสามารถทางการเงินมากเพียงใด แต่ล้อเล่นว่า:
I will buy an apartment here.
⟶ ฉันจะซื้ออพาร์ทเม้นท์ที่นี่
การวิเคราะห์ของตัวอย่างที่ 2
ในตัวอย่างข้อนี้ ความตั้งใจที่จะ “ซื้ออพาร์ทเม้นท์” ไม่ใช่ความตั้งใจที่จริงจัง หรือถ้าหากเป็นเรื่องที่แท้จริงเพียงใด ด้วยการใช้ Future Simple Tense เราอาจจะเห็นว่าเขาตัดสินใจให้ทันทีแล้วพูดออกไป โดยไม่ได้คิดหรือพิจารณาล่วงหน้าเลย จากนั้น เราได้รับรู้ว่า แผนการซื้ออพาร์ทเม้นท์อาจไม่กลายเป็นเรื่องที่แท้จริง หรือเราจะไม่ได้รู้ว่าแผนการเรื่องนี้จะเป็นเรื่องจริงเมื่อใด
เมื่อต้องการให้คำสัญญาหรือสัญญาในอนาคต
ตัวอย่างที่ 1
Mr. David, I promise I will meet all the deadlines.
⟶ ครูเดวิดครับ/คะ ผม/ฉันสัญญาว่าจะส่งการบ้านตรงเวลาครับ/ค่ะ
ตัวอย่างที่ 2
Don’t worry! I will divide the workload fairly.
⟶ ไม่ต้องห่วง ผมจะแบ่งปริมาณงานอย่างยุติธรรมครับ
อ้างอิงบทความ Modal verb เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกริยาช่วยที่คล้ายกับ “will” และ “would”

2. Would
ประการแรก เช่นเดียวกับโครงสร้างของกริยาช่วย “will” กริยาช่วย “would” ก็จะมาก่อนกริยา infinitive
ประโยคบอกเล่า : Subject + would + infinitive verb + object
ประโยคปฏิเสธ : Subject + would not หรือ wouldn’t + infinitive verb + object
กริยาช่วย “would” สามารถ
บอกอนาคตของเรื่องราวในอดีต
กริยาช่วยว่า “would” สามารถแสดงถึงเหตุการณ์ซึ่งเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนับจากเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่ว่าในเวลาปัจจุบัน เหตุการณ์นั้นเป็นเรื่องของอดีตไปแล้ว เรามารับชมตัวอย่างดังนี้
ตัวอย่าง
Yesterday, I thought my boss would approve of my idea, but she didn’t.
⟶ เมื่อวานนี้ ฉันคิดว่าเจ้านาย (boss) ของฉันจะเห็นด้วยกับความคิดของฉัน แต่เธอกลับไม่ตกลง
การวิเคราะห์
ในขณะที่ผู้พูด “คิด” ว่า การกระทำ “เห็นด้วย” ของเจ้านายยังเป็นเรื่องของอนาคต แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเวลาที่ผู้พูดกล่าวประโยคข้างต้น การกระทำ “เห็นด้วย” ไม่ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม ก็เป็นอดีตไปแล้ว

บอกอนาคตของเรื่องราวในอดีต
เราสามารถใช้คำว่า “would” เพื่อพูดถึงกิจวัตรหรือการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นประจำในอดีต แต่ไม่ค่อยเกิดขี้นในปัจจุบันนี้อีกแล้ว สังเกตได้ว่า ในกรณีนี้ หลังจากกริยาช่วย “would” เราสามารถใช้กริยา infinitive ได้เกือบทั้งหมด ยกเว้น กริยา infinitive “be”
ตัวอย่าง
When I was still working for that garment company, I would buy some of its products every time I got my salary.
⟶ เมื่อฉันยังทำงานที่บริษัทตัดเย็บเสื้อผ้านั้น ฉันเคย (มีกิจวัตร) ซื้อสินค้าของบริษัททุกครั้งที่ได้รับเงินเดือน
รวมกับกริยาว่า “like” เพื่อใช้แทนหน้าที่ของกริยาว่า “want” ในบริบทที่เป็นทางการและสุภาพ
เจ้าของภาษามักจะไม่ใช้กริยาว่า “want” ในบริบทที่เป็นทางการและสุภาพ แต่มักจะใช้กริยาช่วย “would” ร่วมกับกริยา “like” เพราะฉะนั้น หลัง “would like” อาจมีคำนามหรือ “to infinitive”
ตัวอย่างที่ 1
Good morning! I’m the Sales Manager of The Project. I would like to talk to Mr. Anderson.
⟶ สวัสดีตอนเช้า ฉันเป็นผู้จัดการฝ่ายขายของโครงการ ฉันต้องการคุยกับนาย แอนเดอร์สัน
ตัวอย่างที่ 2
Server: “And what would you like for dessert, ma’am?”
⟶ พนักงานเสิร์ฟ: “แล้วคุณอยากจะสั่งของหวานประเภทไหนครับ”
Diner: “I would like a passion fruit panna cotta.”
⟶ ลูกค้า: “ฉันขอพานาคอตต้าเสาวรส”
ปรากฏในประโยคหลักของประโยคเงื่อนไข (Conditional Sentence) แบบที่ 2 หรือ แบบที่ 3
“Would” ยังเป็นส่วนนึ่งในในโครงสร้างประโยคหลักของ Conditional Sentence แบบที่ 2 (ซึ่งแสดงถึงเรื่องทีไม่เป็นจริงในปัจจุบัน) หรือ แบบที่ 3 (ซึ่งแสดงถึงเรื่องทีไม่เป็นจริงในอดีต)
ตัวอย่างที่ 1
– Conditional Sentence type 2:
If I were more efficient, I would be in a higher position now.
⟶ ถ้าฉันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ (ในอดีต) ฉันคงจะอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นในบัดนี้แล้ว
ตัวอย่างที่ 2
– Conditional Sentence type 3:
Yesterday, if you hadn’t arrived at the meeting late, we would have presented our idea successfully.
⟶ เมื่อวานนี้ หากคุณไม่มาประชุมสาย พวกเราคงจะนำเสนอความคิด (ไอเดีย) ได้อย่างสำเร็จไปแล้ว
หมายเหตุ นอกจากนี้ กริยาว่า “would” ยังสามารถใช้ร่วมกับ “prefer” (“would prefer”) หรือ “rather” (“would rather”) เพื่อแสดงความหมายที่แตกต่างกันไป ซึ่ง ELSA Speak จะธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความต่อไป
ในบทความครั้งนี้ ELSA Speak ได้นำเสนอวิธีการเปรียบเทียบและหลักการใช้อย่างชัดเจนสำหรับกริยาช่วยคู่ “will” – “would” ELSA Speak หวังว่าจะช่วยให้ทุกคนได้รับรู้ will would ใช้ยังไง ให้ถูกต้องและง่ายดาย ทั้งระหว่างการเรียนรู้หรือศึกษาภาษาอังกฤษอยู่และเวลานำภาษาอังกฤษไปใช้ในชีวิตประจำวัน ขอบคุณที่อ่านบทความจนจบ ไว้เจอกันใหม่ในบทความต่อ ๆ ไปนะ
