วันที่ภาษาอังกฤษ (English dates) เป็นความรู้พื้นฐานที่พบได้บ่อยในการเขียนอีเมลสำหรับการทำงาน การบันทึกการประชุม หรือการจัดตารางการเรียน หากต้องการสื่อสารวันเวลาได้อย่างเป็นมืออาชีพ คุณควรเข้าใจคำศัพท์เกี่ยวกับวันในสัปดาห์ ชื่อทั้ง 12 เดือน รวมถึงการใช้คำต่อท้ายของเลขลำดับ (st, nd, rd, th) ให้ถูกต้อง คุณรู้วิธีเขียนวันและวันที่และเดือนเป็นภาษาอังกฤษตามมาตรฐานทั้งแบบอังกฤษ (British English) และแบบอเมริกัน (American English) แล้วหรือยัง? มาศึกษาคำอธิบายแบบละเอียดที่เข้าใจง่ายได้เลย!
วิธีเขียนวันและวันที่และเดือนเป็นภาษาอังกฤษ คืออะไร?
วันที่ภาษาอังกฤษ เป็นระบบการระบุช่วงเวลาอย่างครบถ้วน ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 4 ส่วน ได้แก่:
สอบก่อนเข้าฟรี
- วันในสัปดาห์ (Days of the week)
- วันที่ของเดือน (Dates – ใช้เลขลำดับตั้งแต่ 1–31)
- เดือน (Months)
- ปี (Years)
การเขียนให้ถูกต้องจะช่วยให้คุณจัดการงานได้อย่างเป็นระบบ และหลีกเลี่ยงความสับสนเกี่ยวกับวันเวลา ปัจจุบัน วิธีเขียนวันและวันที่และเดือนเป็นภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 2 มาตรฐานหลัก ดังนี้:
- แบบอังกฤษ (British English – UK): เขียน วันที่ก่อน แล้วจึงตามด้วยเดือน ตามรูปแบบ: วันในสัปดาห์, วันที่ + เดือน + ปี
- แบบอเมริกัน (American English – US): เขียน เดือนก่อน แล้วจึงตามด้วยวันที่ ตามรูปแบบ: วันในสัปดาห์, เดือน + วันที่, ปี

วันที่ของเดือนภาษาอังกฤษ
วันที่ของเดือน (Date) ในภาษาอังกฤษ ต้องเขียนในรูปของเลขลำดับ (Ordinal numbers) เสมอ เพื่อช่วยให้ผู้ฟังแยกความแตกต่างได้อย่างชัดเจนระหว่าง จำนวน (Cardinal numbers) และ เลขลำดับ (Ordinal numbers)
ด้านล่างนี้คือวิธีเขียน รูปแบบย่อ และความหมายของวันที่ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 31 ภาษาอังกฤษว่าอย่างไ
1st – first = วันที่ 1 (ตัวอย่าง: October 1st → วันที่ 1 ตุลาคม)
- 2nd – second = วันที่ 2 (ตัวอย่าง: October 2nd → วันที่ 2 ตุลาคม)
- 3rd – third = วันที่ 3 (ตัวอย่าง: October 3rd → วันที่ 3 ตุลาคม)
- 4th – fourth = วันที่ 4 (ตัวอย่าง: October 4th → วันที่ 4 ตุลาคม)
- 5th – fifth = วันที่ 5 (ข้อสังเกต: เปลี่ยนคำว่า five เป็น fifth ก่อนเติม th)
- 6th ถึง 20th = วันที่ทั้งหมดในช่วงนี้เติม th ต่อท้ายตัวเลข (ตัวอย่าง: 6th – sixth, 11th – eleventh, 20th – twentieth)
- 21st – twenty-first = วันที่ 21 (วันที่ 21 ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร? -> กลับมาใช้กฎการเติม st เช่นเดียวกับวันที่ 1)
- 22nd – twenty-second = วันที่ 22 (กลับมาใช้กฎการเติม nd เช่นเดียวกับวันที่ 2)
- 23rd – twenty-third = วันที่ 23 (กลับมาใช้กฎการเติม rd เช่นเดียวกับวันที่ 3)
- 24th ถึง 30th = วันที่ทั้งหมดในช่วงนี้เติม th ต่อท้ายตัวเลข (ตัวอย่าง: 24th – twenty-fourth, 30th – thirtieth)
- 31st – thirty-first = วันที่ 31 (วันที่ 31 ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร -> กลับมาใช้กฎการเติม st ตามเลข 1)

คำศัพท์วันในสัปดาห์ภาษาอังกฤษ
องค์ประกอบแรกของการเขียนวันและวันที่คือ วันในสัปดาห์ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ วันในสัปดาห์ (Days of the week) มีทั้งหมด 7 วัน แบ่งออกเป็น วันทำงาน (Weekdays) และ วันหยุดสุดสัปดาห์ (Weekend)
กฎสำคัญของภาษาอังกฤษคือ ชื่อวันในสัปดาห์ต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในบริบทใดก็ตาม ด้านล่างนี้คือคำศัพท์วันในสัปดาห์ พร้อมสัทอักษร IPA ตัวย่อวันในภาษาอังกฤษ และความหมาย:
วันในสัปดาห์ภาษาอังกฤษ
- วันจันทร์ ภาษาอังกฤษคือ Monday (Mon.) = มันเดย์ (man-day)
- วันอังคาร ภาษาอังกฤษคือ Tuesday (Tue. / Tues.) = ทิวส์เดย์ (tiews-day)
- วันพุธ ภาษาอังกฤษคือ Wednesday (Wed.) = เวนส์เดย์ (wens-day – ข้อสังเกต: ไม่ออกเสียงตัวอักษร “d”)
- วันพฤหัสบดี ภาษาอังกฤษคือ Thursday (Thu. / Thurs.) = เธิร์สเดย์ (therst-day)
- วันศุกร์ ภาษาอังกฤษคือ Friday (Fri.) = ฟรายเดย์ (fray-day)
- วันเสาร์ ภาษาอังกฤษคือ Saturday (Sat.) = แซทเทอร์เดย์ (sat-ter-day)
- วันอาทิตย์ ภาษาอังกฤษคือ Sunday (Sun.) = ซันเดย์ (sun-day)
นอกจากการทำความคุ้นเคยกับชื่อวันในสัปดาห์แล้ว การจดจำชื่อ 12 เดือนภาษาอังกฤษ ก็เป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถใช้วันและวันที่ในชีวิตประจำวันได้อย่างครบถ้วนและถูกต้องเช่นกัน।

วิธีเขียนวันที่เป็นภาษาอังกฤษตั้งแต่ วันที่ 1 ถึง วันที่ 31 (st, nd, rd, th)
เมื่อเขียน วันที่ของเดือน ในภาษาอังกฤษ เราจะ ไม่ใช้เลขจำนวนนับแต่ต้องใช้เลขลำดับเท่านั้น วันภาษาอังกฤษ (Dates) มีได้สูงสุด 31 วัน และการเขียน 31 วันภาษาอังกฤษจะใช้ ตัวเลขร่วมกับคำต่อท้ายแบบย่อ ที่สอดคล้องกัน
ด้านล่างนี้คือกฎการเติมตัวย่อวันที่ภาษาอังกฤษ 1 ถึง 31 เพื่อให้คุณสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง:
- วันที่ลงท้ายด้วยเลข 1: เติม st (ย่อมาจาก first)
ตัวอย่าง: 1st, 21st, 31st (ยกเว้น 11th)
- วันที่ลงท้ายด้วยเลข 2: เติม nd (ย่อมาจาก second – วันที่ 2: วัน ที่ 2 ภาษา อังกฤษ)
ตัวอย่าง: 2nd, 22nd (ยกเว้น 12th)
- วันที่ลงท้ายด้วยเลข 3: เติม rd (ย่อมาจาก third)
ตัวอย่าง: 3rd, 23rd (ยกเว้น 13th)
- วันที่ที่เหลือทั้งหมด: เติม th ต่อท้ายตัวเลข
ตัวอย่าง: 4th, 10th, 11th, 12th, 13th, 20th, 30th

คำศัพท์ 12 เดือนภาษาอังกฤษ
เดือนภาษาอังกฤษ (Months) มีทั้งหมด 12 เดือน ซึ่งประกอบกันเป็นหนึ่งรอบปี นอกจากการรู้จักวันที่ของเดือนแล้ว การจดจำคำศัพท์ของ 12 เดือน (Months of the year) ก็เป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณใช้การบอกวันเวลาได้อย่างครบถ้วน
เช่นเดียวกับชื่อวันในสัปดาห์ ชื่อเดือนภาษาอังกฤษต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดของประโยคก็ตาม ด้านล่างนี้คือรายชื่อเดือนภาษาอังกฤษ พร้อม ตัวย่อเดือนภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อย และ สัทอักษรสากล (IPA) ของแต่ละเดือน:
รายชื่อ 12 เดือน
- January (Jan.) – มกราคม (Tháng Một)
- February (Feb. / Febru.) – กุมภาพันธ์ (Tháng Hai)
- March (Mar.) – มีนาคม (Tháng Ba)
- April (Apr.) – เมษายน (Tháng Tư)
- May (May) – พฤษภาคม (Tháng Năm)
- June (Jun.) – มิถุนายน (Tháng Sáu)
- July (Jul.) – กรกฎาคม (Tháng Bảy)
- August (Aug.) – สิงหาคม (Tháng Tám)
- September (Sep. / Sept.) – กันยายน (Tháng Chín)
- October (Oct.) – ตุลาคม (Tháng Mười)
- November (Nov.) – พฤศจิกายน (Tháng Mười Một)
- December (Dec.) – ธันวาคม (Tháng Mười Hai)

วิธีเขียนวันที่ภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและอเมริกัน
หากต้องการเขียน write the date in English (เขียน วันที่ภาษาอังกฤษ) ให้ถูกต้อง ผู้เรียนจำเป็นต้องแยกความแตกต่างระหว่าง รูปแบบอังกฤษ (British English) และ รูปแบบอเมริกัน (American English) ให้ชัดเจน เนื่องจากทั้งสองรูปแบบมีลำดับการเรียง วัน เดือน และปี ที่แตกต่างกัน การเขียนให้เป็นไปตามมาตรฐานจะช่วยหลีกเลี่ยงความสับสนที่อาจเกิดขึ้นในการทำงานหรือการสื่อสารในชีวิตประจำวัน
ด้านล่างนี้คือคำอธิบายโครงสร้างและตัวอย่างของรูปแบบการเขียนวันและวันที่ทั้งสองแบบ:
1. รูปแบบอังกฤษ (British style – Day-Month-Year)
ลำดับการเขียน: วัน → เดือน → ปี (รูปแบบนี้เหมือนกับภาษาเวียดนามและภาษาไทย)
- การเขียนแบบเต็ม (Full example): 12 August 2026 หรือสามารถเติมเลขลำดับและเครื่องหมายจุลภาคได้เป็น 12th August, 2026
- การเขียนแบบย่อ (Abbreviated example): 12 Aug 2026
- การเขียนเป็นตัวเลขทั้งหมด (Full numerical format): 12/08/2026

วิธีเขียนวันที่ภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและอเมริกัน
2. รูปแบบอเมริกัน (American style – Month-Day-Year)
ลำดับการเขียน: เดือน → วัน → ปี
- การเขียนแบบเต็ม (Full example): August 12, 2026 (ต้องมีเครื่องหมายจุลภาค คั่นระหว่างวันกับปี)
- การเขียนแบบย่อ (Abbreviated example): Aug 12, 2026
- การเขียนเป็นตัวเลขทั้งหมด (Full numerical format): 08/12/2026
นอกจากรูปแบบการเขียนหลักทั้งสองแบบแล้ว ยังมีหลักการสำคัญที่ควรจดจำเมื่อเขียนวันและวันที่ ดังนี้
- ใช้เลขลำดับสำหรับวันที่: วันที่ของเดือนต้องแสดงด้วย เลขลำดับ (Ordinal numbers) และมักลงท้ายด้วยคำต่อท้าย เช่น 1st, 2nd, 3rd, 4th (ตัวอย่าง: 1st August, 23rd July)
- ขึ้นต้นชื่อเดือนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ: ชื่อทั้ง 12 เดือน (ตัวอย่าง: January, August) ต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดของประโยคก็ตาม

วิธีการอ่านและการบอกวันที่เป็นภาษาอังกฤษ
วิธีการอ่านและการบอกวันที่เป็นภาษาอังกฤษ
การเขียนวันและวันที่ให้ถูกต้องเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การออกเสียงและการอ่านวันเวลานั้นก็มีหลักเกณฑ์เฉพาะเช่นกัน วิธีอ่านวันที่เป็นภาษาอังกฤษมีลักษณะพิเศษคือ แม้ในการเขียนจะไม่ได้ใส่คำว่า the หรือ of แต่เมื่อพูด คุณยังคงต้องออกเสียงคำทั้งสองคำนี้ เพื่อให้ประโยคฟังเป็นธรรมชาติและลื่นไหล
กฎการอ่านวันและวันที่ตามแต่ละรูปแบบมีดังนี้:
การอ่านวันและวันที่แบบอังกฤษ (British English)
โครงสร้าง: the + [เลขลำดับของวันที่] + of + [เดือน]
ตัวอย่างการเขียน: 23 July → อ่านว่า: the twenty-third of July
การอ่านวันและวันที่แบบอเมริกัน (American English)
โครงสร้าง: [เดือน] + the + [เลขลำดับของวันที่] (หรือจะละ the ก็ได้)
ตัวอย่างการเขียน: July 23 → อ่านว่า: July (the) twenty-third

คำบุพบทที่ใช้กับวันและวันที่ในภาษาอังกฤษ
เมื่อต้องแต่งประโยคเพื่อการสนทนาหรือเขียนอีเมล คุณจำเป็นต้องเลือกใช้ คำบุพบท (Prepositions) ที่ใช้กับวันและเวลาให้ถูกต้อง เพื่อให้ประโยคเป็นไปตามหลักไวยากรณ์ คำบุพบทบอกเวลา (Prepositions of time) ที่ใช้บ่อย ได้แก่ IN, ON และ AT โดยการเลือกใช้คำบุพบทแต่ละคำจะขึ้นอยู่กับ ระดับความเฉพาะเจาะจงของช่วงเวลาที่ต้องการกล่าวถึง
หลักการเลือกใช้คำบุพบทกับวันและวันที่
- ใช้คำบุพบท ON: ใช้กับ วันที่ที่ระบุชัดเจน หรือ วันที่ที่มีวันในสัปดาห์กำกับ
- ตัวอย่าง: on Monday, on October 12th, on my birthday
- ใช้คำบุพบท IN: ใช้กับ เดือน หรือ ปี ที่กล่าวถึงเพียงอย่างเดียว
- ตัวอย่าง: in July, in 2026
- ใช้คำบุพบท AT: ใช้กับ เวลาที่ระบุอย่างเจาะจงมาก หรือ เทศกาล/โอกาสสำคัญ
- ตัวอย่าง: at 9 AM, at Christmas

คำถามที่พบบ่อย
ด้านล่างนี้คือคำตอบแบบสั้น ๆ สำหรับคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเขียนและการอ่านวันที่ภาษาอังกฤษ
การเขียน วันนี้วันและวันที่และเดือนภาษาอังกฤษว่าอย่างไร?
คำตอบ: คุณสามารถถามได้ว่า What is the date today? หรือ What day is it today? ส่วนการตอบให้ใช้โครงสร้าง It is + [วันและวันที่] ตัวอย่าง: It is Tuesday, July 28, 2026 (รูปแบบอเมริกัน)
คำต่อท้าย st, nd, rd และ th ในวันที่ภาษาอังกฤษหมายถึงอะไร?
คำตอบ: คำต่อท้ายเหล่านี้เป็น รูปแบบย่อของเลขลำดับ (Ordinal numbers) ได้แก่ st = first, nd = second, rd = third, th = fourth… ซึ่งใช้เพื่อระบุ วันที่ของเดือน
จำเป็นต้องใช้เครื่องหมายจุลภาคเมื่อเขียนวันและวันที่หรือไม่?
คำตอบ: จำเป็นต้องใช้เฉพาะในรูปแบบอเมริกัน (US Style) โดยใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่าง วันที่ กับ ปี (ตัวอย่าง: July 28, 2026) ส่วน รูปแบบอังกฤษ (British Style) ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องหมายจุลภาคนี้
การฝึกฝนและนำการใช้ วันที่ภาษาอังกฤษ ไปใช้จนคล่อง จะช่วยให้คุณเขียนอีเมลเพื่อการทำงานได้อย่างเป็นมืออาชีพ และวางแผนตารางงานในแต่ละวันได้อย่างเป็นระบบ หากต้องการจดจำวิธีเขียนวันและวันที่และเดือนเป็นภาษาอังกฤษรวมถึงการใช้รูปแบบวันเวลาที่ซับซ้อนอื่น ๆ ได้อย่างแม่นยำ คุณสามารถฝึกทักษะการสื่อสารในชีวิตประจำวันกับแอป ELSA Speak ได้ นอกจากนี้ อย่าลืมแวะเยี่ยมชม หมวดหมู่คำศัพท์ที่ใช้บ่อย บนเว็บไซต์ของ ELSA Speak เพื่อเพิ่มคลังคำศัพท์ในหัวข้อต่าง ๆ ให้หลากหลายยิ่งขึ้นนะคะ

