เคล็ดลับการเรียนภาษาอังกฤษให้เหมือน "การแก้เลข" ของหนุ่ม IT ที่เป็นเด็กยุค 90

สวัสดีครับ เราชื่อเกรท

สวัสดีครับ เราชื่อเกรท อายุ 24 งานหลักของเราคือเป็นพนักงาน IT ในองค์กรด้านเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

แม้ว่าลักษณะของงานนี้ไม่ต้องการให้ผมสื่อสารกับคู่ค้าและทีมงานมากเกินไป แต่การทำงานให้กับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังหมายถึงการมีส่วนร่วมในโครงการข้ามชาติมากขึ้นและทำงานร่วมกับลูกค้าจากต่างประเทศบ่อยๆ

สอบก่อนเข้าฟรี

{{(sIndex/sentences.length)*100}}%
{{ sentences[sIndex].text }}.
loading

ดังนั้น อาจพูดได้ว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่เราใช้ในทุกๆ วัน นอกจากภาษาไทย แต่หากคุณรู้จักผมตั้งแต่ในรั้วมหาลัย คุณอาจจะไม่เชื่อเลยว่า จะมีวันที่ผมสามารถพูดอังกฤษได้คล่องขนาดนี้

เรื่องคือ… 

เก่งคณิตศาสตร์แต่ก็สามารถ…สอบได้ที่โหล่ภาษาอังกฤษได้

ผมชอบเรียนคณิตศาสตร์ ช่วงที่เรียน ม.ปลายเป็นช่วงที่ผมชอบมากที่สุด เพราะผมอยู่ในกลุ่มที่เรียนคณิตเก่งที่สุดของโรงเรียน โดยทุกครั้งที่แก้โจท ผมจะพยายามหาวิธีแก้เลขหลายวิธีสำหรับโจทที่ครูส่งมา

ผมจบ ม.ปลายด้วยคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยวิชาคณิตศาสตร์สูงมาก จนได้กลายเป็นนักศึกษาคณะ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ตอนนั้นก็นึกว่า ทุกอย่างคงจะราบรื่นเหมือนตอนเรียน ม.ปลายนั่นแหละ จนวันหนึ่ง ผม…สอบตกวิชาภาษาอังกฤษ

study english with elsa

นอกจากจะเก่งคณิตศาสตร์และเขียนโปรแกรมแล้ว ผมต้องเรียนรู้คำศัพท์ด้านไอทีจำนวนมาก และเอกสารทั้งหมดเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ผมช็อกไปเลยเพราะแม้เป็นแค่นักศึกษาปี 1 แต่จำนวนเอกสารที่จะต้องเรียนรู้เป็นภาษาอังกฤษนั้นมีมากมายมหาศาล

จากการเป็นนักเรียนเก่งคณิตศาสตร์ที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วยเกรดสูง ผมดันสอบตกเพราะวิชาภาษาอังกฤษ

ณ ตอนนั้น ผมถึงจะนึกออกได้ว่า ภาษาอังกฤษคืออุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้ผมเป็นโปรแกรมเมอร์มืออาชีพได้ ผมรู้แล้ว “เราต้องหาทางเปลี่ยนแปลง! เราจะปล่อยให้เรื่องเป็นแบบนี้ตลอดไปไม่ได้”

หลังจากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์ เราเลื่อนนัดเที่ยวกับเพื่อนทั้งหมด แล้วเริ่มจริงจังกับการเรียนภาษาอังกฤษ

การเรียนภาษาอังกฤษก็เหมือนกับการแก้โจทย์ปัญหาในวิชาคณิตศาสตร์

ส่วนตัวผมคิดว่า การเรียนภาษาอังกฤษก็เหมือนกับการแก้โจทย์ปัญหาในวิชาคณิตศาสตร์ ขั้นตอนแรกคือ ต้องรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน หลังจากนั้นถึงจะไปแก้ได้

แม้เราสามารถอ่าน-เข้าใจได้บ้าง แต่ทักษะการอ่าน-ฟังและพูดของเรายังแย่มากๆ เมื่อเทียบกับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน เราก็ไม่ชอบภาษานี้ด้วยแหละ ดังนั้น ไม่ว่าจะเรียนเยอะขนาดไหน แป๊ปเดียวเราก็จะลืมไปหมดแล้ว

เราเก็นว่า เพื่อเก่งภาษาอังกฤษ เราต้องอยู่ร่วมกับมัน ไม่ใช่คิดเป็นวิชาที่จำเ็นต้องเรียน ดังนั้น เราเริ่มที่จะให้ภาษาอังกฤษเข้ามาในชีวิตเรามากขึ้น 

สำหรับของใช้ในบ้าน ผมใช้กระดาษโน้ตเขียนชื่อภาษาอังกฤษและติดไว้ เพื่อสะดวกต่อการ “มอง” ทุกครั้งที่ผ่านไป เวลาดูหนังหรือเล่นเกมบันเทิง แทนที่จะดู thaisub ผมเปลี่ยนไปดูเว็บสองภาษา แล้วค่อยๆ เลิกดูภาษาเวียดนาม ดูแต่หนังที่มีซับอังกฤษ

เพื่อพัฒนาทักษะการฟังให้ดียิ่งขึ้น ผมใช้เวลาว่างทั้งหมดในการค้นหาพอดแคสต์ดีๆ เกี่ยวกับหัวข้อเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นภาษาอังกฤษเพื่อเพิ่มความสนใจและฟังทุกครั้งที่ขึ้นรถไปโรงเรียน ด้วยเหตุนี้ ผมจึงสามารถฝึกฟังได้อย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อวัน

ผมคิดว่าวิธีการเรียนแบบนี้จะทำให้เรารู้สึกว่าภาษาอังกฤษน่าสนใจและนำไปใช้ได้จริงมากขึ้น เหมือนกับวิธีที่ผมเรียนคณิตศาสตร์  คือต้องนำไปใช้ได้จริง เป็นการนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิต ถึงจะจำและเข้าใจได้ง่าย

เรียนภาษาอังกฤษ

เรื่องทักษะการอ่าน ผมไม่อ่านเอกสารเฉพาะทางระดับยากทันทีเพราะจะทำให้ท้อใจได้ง่าย แต่ผมจะเริ่มด้วยบทความในหนังสือพิมพ์ ที่ง่ายๆ และไม่มีศัพท์ยากๆ มากนัก แล้วค่อยๆ เพิ่มระดับความยากขึ้นไปจนกระทั่งสามารถอ่านเอกสารทางเทคนิคที่ซับซ้อนได้อย่างคล่องแคล่ว

แต่ทักษะการพูดเป็นทักษะที่ทำให้ผมปวดหัวนานมาก ผมเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง ชอบขี้อายและไม่กระฉับกระเฉงพอที่จะเริ่มบทสนทนาและทำความรู้จักกับเพื่อนต่างชาติได้ง่ายๆ

ผมกลัวที่จะฝึกพูดกับเพื่อนร่วมชั้น เพราะเขาเก่งกว่าเราเยอะ และผมก็กลัวจะถูกล้อว่าพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง นั่นเป็นเหตุผลที่ผมไม่รู้ว่าควรจะใช้วิธีเรียนการพูดภาษาอังกฤษที่บ้านด้วยตัวเองอย่างไรดี เพื่อ สามารถประหยัดเงินได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกคนอื่นหัวเราะเยาะเพราะไม่รู้คำศัพท์

บังเอิญเราได้ดูคลิปรีวิวของ YouTube คนหนึ่งหลังจากที่ได้เรียนภาษาอังกฤษผ่านแอปพลิเคชั่น ELSA Speak สักระยะหนึ่ง

เรียนภาษาอังกฤษ

เนื่องจากเป็นคนที่ชอบเทคโนโลยี ผมจำได้ว่า ผมประทับใจถึงขั้นที่ต้องพูดว่า “เริ่ดโคตรๆ!” เมื่อรู้ว่าแอปพลิเคชั่น ELSA Speak มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และการจจำรู้เสียงพูดในฟังค์ชั่นต่างๆ ของแอปฯ ด้วย

ผมตัดสินใจสมัครแพ็กเกจ 1 ปีทันทีโดยไม่ลังเล และเริ่มเรียนรู้ที่จะพูดบน ELSA Speak ตั้งแต่นั้นมา ถ้าผมรู้จักกับ ELSA Speak เร็วกว่านี้น่าจะดีมากๆ!

ฟังค์ชั่นของ ELSA ที่เราชอบและประทับใจที่สุดในครั้งแรกที่ใช้งานคือความอัฉจริยะของปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเราแค่พูดขึ้นมาหนึ่งประโยคสั้น ๆ แอปพลิเคชันสามารถวิเคราะห์รายละเอียดเกี่ยวกับสำเนียง น้ำเสียง และความสามารถของเขา จากนั้น ชี้ให้เห็นถึงข้อผิดพลาดและแนะนำวิธีการแก้ไข

เรียนภาษาอังกฤษ

นอกจากนี้ ELSA ยังมีหัวข้อการเรียนรู้ด้านการสื่อสารอีกมากมายที่จำเป็นและใกล้เคียงกับชีวิตจริง ตัวอย่างเช่น ประโยคที่ควรพูดเมื่อสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ จะพูดอย่างไรเมื่อไปเดท จะพูดอย่างไรเมื่อเข้าสังคมกับเพื่อนร่วมงาน เป็นต้น ดังนั้นไม่เพียงแค่ปรับปรุงการออกเสียงให้ดีขึ้น ตอนนี้ผมยังสามารถพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน ลูกค้าได้ด้วย และทุกครั้งที่ไปสัมภาษณ์ ก็มั่นใจที่จะเม้าท์เป็นภาษาอังกฤษได้

กลายเป็นโปรแกรมเมอร์ได้ด้วยการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง

หลังจากขยันเรียนภาษาอังกฤษมาสักพัก ในที่สุด ผมก็เรียนจบและสมัครเข้าบริษัทเทคโนโลยีนานาชาติที่มีอ๊อฟฟิศอยู่ในประเทศไทยอย่างมั่นใจ แตกต่างจากเมื่อก่อน ผมไม่อายหรือกลัวที่จะถูกคนอื่นหัวเราะเยาะเมื่อพูดภาษาอังกฤษอีกแล้ว เอกสารและบทความที่มีคำศัพท์ยาวมากมายก็ไม่ได้ทำให้ผมลำบากใจอีกต่อไปได้

เรียนภาษาอังกฤษ

ผมใช้ ELSA Speak เป็นเครื่องมือในการเรียนภาษาอังกฤษจนถึงตอนนี้ หลังจากเรียนจบ แม้ว่าไม่จำเป็นต้องเรียนผ่านแอปพลิเคชันทุกวันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่บางครั้งเมื่อพบคำศัพท์ใหม่ที่ไม่รู้จะออกเสียงอย่างไร ผมยังต้องใช้ฟังค์ชั่นพจนานุกรมของ ELSA Speak เพื่อค้นหาความหมายและวิธีการอ่าน

เมื่อนึกย้อนกลับไป หากก่อนหน้านี้ผมไม่รู้ตัวว่าตัวเองเสียพื้นฐานภาษาอังกฤษ และไม่รู้จักแอป ELSA Speak ผมคงกำลังดิ้นรนกับพวกความรู้ภาษาอังกฤษอยู่ และคงไม่มีโอกาสเป็นโปรแกรมเมอร์ ในสภาพแวดล้อมที่ดีอย่างตอนนี้

ELSA Pro ตลอดชีพ เพียง 2,744 บาท